Bittersweet เพียงแค่เธอจะรัก

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 กุญแจแห่งโอกาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ก.ย. 57









Bittersweet เพียงแค่เธอจะรัก

Winton & Rosemary

ทุกย่างก้าวของเขาสงบและเชื่องช้าดูสง่า

ในขณะที่เธอเดินเร็วพลางกระโดดโลดเต้นเหมือนม้าดีดกระโหลก

 

 

 

บทที่ 1 กุญแจแห่งโอกาส

Tuesday 3rd April 2014

จะเป็นไปได้ไหม ที่เราจะทำความรู้จักกันไปได้มากกว่านี้

XX-XXXXX3407


 

Friday 25th July 2014

(ความทรงจำที่คงอยู่)

โต๊ะไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีหนังสือวางกองระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ มือเรียวเล็กที่ไม่ได้อ่อนนุ่มอีกต่อไปเพราะถูกปล่อยปละละเลยค่อยๆ ปัด 'ตำราสำหรับการเขียนวรรณกรรม' ออกห่างจากพื้นที่ตรงกลาง เธอหยิบ 'คู่มือการทำอาหารสำหรับจัดงานเลี้ยง' ที่หน้าปกมีรูปเขียนโดยภาพถูกตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนอบอุ่นไปวางไว้ตรงอีกมุมหนึ่งของโต๊ะ ปัดกระดาษสำหรับจดบันทึกขนาดเล็กออกห่างจากตัวเธอลวกๆ ก่อนจะวางสมุดปกสีดำสภาพเกือบจะขาดรุ่งริ่งไว้บนพื้นที่โล่ง จากนั้นก็หยิบปากกาหมึกซึมสีดำขึ้นมา กดด้ามปากกากับแก้มป่องที่เธออมลมเอาไว้พลางขมวดคิ้ว เธอค่อยๆ พลิกกระดาษไปทีละแผ่นเพื่อมองดูภาพเขียนลายเส้นยุ่งเหยิงสีดำ ซึ่งยังพอมองออกว่ามันคือภาพกระถางดอกไม้ต้นไม้ต่างๆ มีทั้งดอกนาร์ซิสซัส ลิลี่ออฟเดอะวอลเลย์ ไฮยาซิน และอื่นๆ ตำแหน่งภาพวาดจัดอยู่บริเวณหัวมุมของสมุด แต่ละหน้าจะมีรูปเขียนที่ถูกบันทึกไว้ตามมุมด้านนอกหรือมุมด้านในที่แตกต่างออกไปแล้วแต่อารมณ์ของเจ้าของผลงานในตอนนั้น กระดาษที่เคยโล่งเปล่าไร้ลายเส้นถูกเติมเต็มด้วยภาพเขียนจนเกือบจะครึ่งเล่ม หากไม่มีแม้ตัวอักษรเพียงหนึ่งตัวที่ถูกบันทึกลงไปบนนั้น

นิ้วเรียวรูปสวยแต่ติดจะแห้งไร้น้ำไร้นวลของเธอหมุนปากกาไปมาอยู่บริเวณพื้นที่ว่างข้างสมุดที่เธอได้จัดแจงเอาไว้เมื่อก่อนหน้านี้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอกวาดมองไปตามพื้นที่ว่างเปล่าของกระดาษหน้าแรก จากนั้นเจ้าตัวก็เริ่มกัดริมฝีปากแน่นเมื่อความเจ็บปวดเริ่มก่อตัวขึ้นภายในอก เธอมองออกไปนอกหน้าต่างทางฝั่งซ้ายมือดูหยาดน้ำฝนที่โปรยลงมาบนกระจกทรงเฉลียงที่ยื่นออกไปด้านนอก ใบต้นลิลี่ออฟเดอะวอลเลย์ทั้งห้ากระถางที่เธอปลูกไว้ เคยเขียวชะอุ่มสดใสเมื่อหลายเดือนก่อน หากตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองไปบ้างแล้วบางส่วน แม้ว่าสภาพจะไม่ได้เหี่ยวเฉา แต่ก็บ่งบอกถึงเวลาที่ใกล้จะสิ้นสุดของมันแล้ว พวกมันกำลังจะสิ้นสุดลงโดยไม่เคยมีแม้แต่ดอกออกมาให้ผู้ปลูกได้เห็น ดอกของลิลี่ออฟเดอะวอลเลย์ที่เป็นสัญลักษณ์ของ 'การหวนกลับมาของความสุข' ความสุขที่เธอรอคอยว่าสักวันมันจะเกิดขึ้นกับเธอ ความสุขที่ว่านั้นก็คือเขา

เธอหลับตาลงสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วหันกลับมามองผนังว่างเปล่าเบื้องหน้า ก่อนจะกวาดตามองไปทั่วโต๊ะแล้วเอื้อมมือไปปลดล็อกหน้าจอมือถือที่กองรวมอยู่กับข้าวของไม่เป็นระเบียบและเลือกที่จะเปิดปฏิทินขึ้นมา เธอใช้ปลายนิ้วค่อยๆ เลื่อนปฏิทินย้อนกลับไปยังเดือนธันวาคม ค.. 2013 จากนั้นเธอก็เริ่มจรดปากกาลงบนสมุดที่ว่างเปล่า

Bittersweet

Tuesday 10th December 2013

เวลา 7:17 .

หญิงสาวกระโดดลงจากรถบัสที่จอดอยู่หน้าตึกแห่งหนึ่งบนถนนสายไฮโฮลบอร์น (High Holborn) จากนั้นก็รีบวิ่งมาตามทางรถวิ่งฝั่งซ้ายมือ เมื่อมาถึงทางสามแยก เธอเดินเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเอ็นเดลล์ (Endell Street) เธอแหงนหน้าขึ้นมองยอดตึกสีส้มทางฝั่งซ้ายมือที่เตะตามาตลอดเวลาที่เธอเดินผ่านถนนเส้นนี้ ตามมาด้วยตึกสีขาวของโบสถ์ชาวสวิสที่มอบความอบอุ่นใจให้เธอได้ทุกครั้งที่มอง เธอไม่มีเวลาใส่ใจรายละเอียดของตึกเก่าโบราณเหล่านั้นอีกต่อไป เพราะรู้สึกว่าเวลาที่เธอรอคอยกำลังจะมาถึงในไม่ช้า เมื่อมาหยุดอยู่หน้าร้านโฮมเมดเบเกอร์รี่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมทางสามแยกบนถนนสายลองเอเคอร์ (Long Acre) เธอเอามือคำบานกระจกเอาไว้เพื่อประคองตัวไม่ให้ล้ม ทว่าทนยืนตัวงอหายใจหอบแหกได้ไม่นานก็ต้องทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นโดยเอาหลังพิงพนังร้านเอาไว้ เธอมองออกไปเบื้องหน้ายังร้านฝั่งตรงข้าม เป็นร้านกาแฟโทนสีเขียวน้ำตาลเรียบง่ายซึ่งมีป้ายชื่อสีดำขนาดใหญ่ชัดเจนติดอยู่ด้านหน้าว่าสตาร์บัค (STARBUCKS) ซึ่งเป็นร้านกาแฟชื่อดังที่ถูกก่อตั้งโดยโฮวาร์ด ชูลท์ส (Howard Shultz) โดยเริ่มต้นครั้งแรกที่ตลาดไพค์เพลส (Pike Place) ที่เมืองซีแอลเทิล (Seattle) ในรัฐวอร์ชิงตันของประเทศอเมริกา เมื่อเธอเลื่อนสายตาต่ำลงมาริมฝีปากของเธอก็เริ่มขยับอ่านเงาสะท้อนตัวอักษรทีลอยอยู่บนกระจกนั้นเบาๆ ว่า มิสเทลเบเกอร์รี่ (Miss Tale Bakery) จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืน สูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะผลักประตูที่อยู่ถัดไปจากตำแหน่งที่เธออยู่เข้าไปในร้านนั่น

อรุณสวัสดิ์โรสแมรี่ วันนี้มาเร็วผิดปรกติอีกแล้วนะ” เอเรียน่าที่กำลังจัดข้าวของให้เข้าที่เข้าทางหันมาขยิบตาหยอกล้อหญิงสาวที่เดินเข้ามาในร้าน

ฉันขี้เกียจวิ่งตามรถบัสน่ะ เลยรีบมา”

ขี้เกียจวิ่งตามรถ หรือว่ามารอใครกันแน่” เอเรียน่าหัวเราะคิกคัก รู้สึกขำคนปากแข็งที่ไม่ค่อยอยากจะสารภาพความจริงสักเท่าไรและชอบค้นหาเหตุผลต่างๆ นานามาอธิบายพฤติกรรมของตนอยู่เรื่อย

ก็ได้จ้ะ มารอก็ได้” โรสแมรี่เม้มริมฝีปากแน่น แล้วหันตัวไปหยิบจับหนังสือตามชั้นที่ตั้งประดับอยู่ตามบริเวณฝาผนังโดยไม่พลาดที่จะมองผ่านกระจกใสออกไปเบื้องหน้า

วันนี้เขายังไม่มาเลย” เอเรียน่าเดินมายืนอยู่ข้างๆ เธอ “เธอว่าเขาจะแวะมาซื้อกาแฟที่ร้านเราหรือว่าจะซื้อกาแฟที่นั่นกันนะวันนี้”

เขาซื้อกาแฟร้านเราแทบนับครั้งได้ มันแน่อยู่แล้วที่เขาจะซื้อกาแฟจากที่นั่น”

บางทีเขาอาจจะอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาดื่มกาแฟร้านเราบ้างก็ได้”

เขาดูเหมือนคนไม่ค่อยชอบเปลี่ยนใจอะไรง่ายๆ” โรสแมรี่รู้สึกอย่างนั้น ทว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าเขาจะมา เพราะช่วงหลังวินตันเข้ามาที่ร้านเธอบ่อยขึ้น เธอชะเง้อคอมองไปยังทิศทางที่เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟใต้ดิน

นี่ขนาดไม่ค่อยได้คุยอะไรกัน ดูเหมือนเธอจะรู้ใจเขาจังเลยนะ” เอเรียนาแซว หากแต่โรสแมรีกลับก้มหน้าลงมองดูสันหนังสือที่เรียงรายอยู่บนชั้น

ฉันรู้สึกเหมือนไม่รู้อะไรเลย” เธอพึมพำแล้วหลับตาลง “เดี๋ยวฉันเอาของไปเก็บก่อนนะ”

หญิงสาวหายเข้าไปหลัสถานีงบานประตู ยืนเหม่อมองดูราวแขวนเสื้อคลุมท่าทางแน่นิ่ง เธอตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดและวิตกกังวล เมื่ออาทิตย์ก่อนเขาคนนั้นมาซื้อเค้กที่ร้าน พวกเขาได้มีโอกาสพูดคุยกันบ้างเล็กน้อยและเธอก็ได้รู้ว่าเขาจะไม่อยู่ในลอนดอนเพราะกลับบ้านไปพักผ่อนหนึ่งเดือน เธอไม่รู้ว่าบ้านเขาอยู่ที่ไหนแต่เธอมีความรู้สึกตะหงิดใจอะไรบางอย่าง มันทำให้เธอหวาดกลัวที่จะต้องห่างไกลจากเขา และเธอก็คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรกับตัวเองดี เธอมีความรู้สึกบางอย่างที่อยากจะสารภาพ และเธอก็หวาดกลัวว่าเขาจะไม่กลับมาอีกหากรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอคิดอะไรกับเขาเกินเลยกว่าที่สมควรเป็น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอยากที่จะสารภาพมันออกไปอยู่ดี

โรสแมรี่ แฮกๆ” เอเรียน่ายืนตัวงอพิงบานประตูจ้องมาที่หญิงสาว “เขามาแล้ว และก็ไปแล้ว เธอมัวทำอะไรอยู่ที่รัก”

เขาหรือ” โรสแมรี่รีบดึงของบางอย่างออกจากกระเป๋าสะพายของเธอ สวมเสื้อคลุมที่เพิ่งจะถอดออกลวกๆ แล้ววิ่งผ่านเพื่อนร่วมงานของเธอออกไปหน้าร้าน เธอหยุดพักหายใจแล้ววิ่งไปยืนที่หัวมุม มองดูร่างสูงเดินถือแก้วกาแฟไปตามถนนเอ็นเดลล์อย่างสง่าและเป็นจังหวะ แผ่นหลังที่ผายตรงสะกดเธอให้หยุดนิ่งทำอะไรไม่ถูก “ถ้าฉันไม่ทำวันนี้ ก็คงไม่มีวันไหนที่ฉันจะทำได้อีกแล้ว”

หญิงสาวตัดสินใจวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่งและตามเขาไปในระยะห่าง เธอพักหยุดกลางครันและถอดใจหลายครั้ง เธอต้องต่อสู้กับความคิดของตัวเอง

เขาอาจเป็นเกย์ก็ได้ ผู้ชายที่ไหนกันจะเดินได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้น” เธอยืนพิงถังขยะและมองดูสิ่งที่อยู่ในมือ เขากำลังไกลห่างเธอไปทุกที และเธอก็ต้องกลืนความคิดนั่นลงท้อง 'เกย์ก็เกย์สิ' เธอบอกตัวเอง 'ต่อให้เป็นเกย์ฉันก็ต้องบอกเขาให้ได้' เธอตัดสินใจหลับหูหลับตาวิ่งจนสุดตัว เธอเหนื่อยและหอบจนต้องหยุดอยู่หลายครั้ง เขาอยู่ห่างจากเธอไปแค่สองร้อยเมตร แต่หากเขาเลี้ยวขวาเมื่อไรเธอคงถอยหลังกลับ

วินตัน” หญิงสาววิ่งไปหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา

เฮ้ เดี๋ยวผมก็กลับมา”

ฉันมีอะไรจะให้คุณ” เธอล้วงลงไปในกระเป๋าของตัวเอง

ผมซาบซึ้งมาก” เขายื่นแก้วกาแฟไวท์อเมริกาโนขนาดกลางออกมาเมื่อเห็นเธอยื่นมือออกไปพร้อมกับบางสิ่งบางอย่าง เขามองมันแล้วยิ้มบาง มันคือที่สวมแก้วทำมือ“ผมจะกลับมา”

คุณจะกลับมา”

ใช่ ผมจะออกเดินทางวันพรุ่งนี้ และกลับมาวันที่ 9 มกราคม”

แต่หลังจากนั้นฉันจะไม่อยู่...เราจะไม่เจอกันถึงสองเดือนเชียวนะ” เธอกางสองแขนออกกว้างราวกับจะโอบมหาสมุทรเอาไว้

ไม่เป็นไร เอาไว้เจอกันตอนนั้นแล้วกันเสียงทุ้มต่ำก้องอยู่ในหัวเธอ รอยยิ้มสุขุมบางๆ ที่เคยปรากฏอยู่บนใบหน้าคมคายของเขายังคงตรึงอยู่ในความทรงจำ

ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ

เธอหันหลังให้เขาแล้วเดินจากมา


 

Sunday 27th July 2014

(ความคิดถึงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง)

เธอพยายามคิดย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ช่วงระยะเวลาสองเดือนนั้นที่พวกเขาทั้งสองต่างรับรู้ว่าจะไม่ได้เจอกัน เธอนึกถึงเขาตลอดเวลา แต่ไม่มีวันไหนเลย...ที่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดได้มากเท่ากับวันแรกที่พวกเขาสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง วันที่เธอไม่รู้ว่าเธอจะแสดงสีหน้าอย่างไรเมื่อเขาเดินเข้ามาในร้านเบเกอร์รี่ของเธอในช่วงเกือบจะกลางเดือนกุมภาพันธ์ การรอคอยเป็นระยะเวลานานทำให้เธอชินชาดูนิ่งเฉย แต่หากใช่ว่าเธอไม่ได้ต้องการเขาอีกต่อไปแล้ว


 

Tuesday 11th February 2014

การรอคอยที่จะได้พบหน้าเขาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง เธอรู้สึกลุ้นกับมันจนทำอะไรแทบไม่ถูก แต่ต้องพยายามทำทุกอย่างให้เป็นปรกติต่อไป เมื่อวันนี้มาถึงเธอไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอพยายามที่จะไม่ชะเง้อคอมองออกไปด้านนอกยังร้านสตาร์บัคฝั่งตรงข้าม ทำให้ตัวเองยุ่งอยู่กับอะไรก็ตามที่ดูเหมือนจะถูกจัดแจงให้เข้าที่เข้าทางจนเรียบร้อยไปหมดแล้ว โดยทั่วไปแล้วเธอไม่ค่อยหงุดหงิดเท่าไรนักที่ไม่มีลูกค้าในตอนเช้า หากแต่วันนี้เธอรู้สึกงุ่มง่ามจนไม่เป็นตัวของตัวเอง

หายใจเข้าลึกๆ สาวน้อย เอเรียน่าพยายามเตือนเธอ "ถ้าเธอตื่นเต้นมากก็ยิ่งจะทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเองนะ"

ฉันไม่เป็นตัวของตัวเองสักครั้งเมื่อนึกถึงเขา

ฉันขอแนะนำให้เธอไปฝึกโยคะ มันอาจจะช่วยได้ หรือไม่ก็ไปฝึกสมาธิเสีย

เธอก็รู้ว่าฉันมันพวกความอดทนต่ำ”

พวกเธอน่าจะเข้ากันได้ อีกคนนึงดูสงบและใจเย็น อีกคนก็ความอดทนต่ำและไฮเปอร์"

มันเข้ากันได้ตรงไหนนะ" โรสแมรี่เดินออกห่างจากเอเรียน่า แล้วมุ่งตรงไปยังชั้นหนังสือที่ถูกจัดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

แต่เธอก็อยากให้มันเป็นไปได้ใช่ไหม" เอเรียน่าขยิบตาให้โรสแมรี่ แต่กลับโดนถลึงตาใส่ “เธอจะรื้อพวกมันออกมาก็ได้นะ ถ้าเธอต้องการ เธอจะได้รู้สึกเหมือนมีอะไรทำ”

ฉันไม่มีความจำเป็นต้องรื้อสักหน่อย แค่ปัดฝุ่นก็ได้"

ฉันปัดไปแล้วนะ หลายรอบเลย แต่ถ้าเธออยากทำแบบนั้นอีกก็ตามใจ" เอเรียน่านึกขำ

แน่สิ เธอต้องตามใจฉันอยู่แล้ว" โรสแมรี่บ่นพึมพำ ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาคนนั้นที่เธอรอคอยเดินเข้ามาในร้านตั้งแต่เมื่อไร และเมื่อเธอรู้สึกได้ถึงความเงียบที่ผิดปรกติไป เธอจึงค่อยๆ หันไปมอง และเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น มองมาที่เธอสีหน้านิ่ง

สวัสดีค่ะคุณ วันนี้จะรับไวท์อเมริกาโน่ขนาดกลางจากที่นี่รึเปล่าคะ" เอเรียน่าทักขึ้นทำลายความเงียบทั้งหมด

ครับ"

ถ้าอย่างนั้น รบกวนคุณรอสักครู่นะคะ" เอเรียน่าบอก "โรสแมรี่ เธอจำได้ใช่ไหมว่าฉันต้องไปขนของขึ้นมา ดูแลลูกค้าด้วยนะจ้ะ" พูดจบเจ้าตัวก็รีบเผ่นไป โรสแมรี่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีของชนิดไหนที่เพื่อนร่วมงานเธอจำเป็นต้องไปขนมาอีกแล้ว นั่นทำให้เธอโกหกชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่ได้ และดูเหมือนเขาเองก็จะรู้ด้วยเหมือนกัน ว่าเอเรียน่าพยายามเปิดโอกาสให้พวกเขาสองคนได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง

คุณ...สบายดีนะคะ" หญิงสาวถามด้วยสีหน้านิ่ง ส่วนเขามองเธอตอบกลับมาเหมือนรอฟังสิ่งอื่น มีเสี้ยววินาทีหนึ่งที่เขาขยับเข้ามาใกล้เธอ แต่เมื่อทั้งคู่สบตากันได้สักระยะแล้วไม่มีคำพูดอื่นใดลอดออกมาจากปากเธอเขาก็เดินถอยห่างออกจากเธอไป

ผมสบายดี"

งานยุ่งไหมคะช่วงนี้" เธอเดินกลับเข้าไปทำกาแฟให้ชายหนุ่ม

ก็พอตัวครับ" เขาเตรียมเงินออกมาพอดีกับค่ากาแฟที่จำเป็นต้องจ่าย โรสแมรี่มองตามแล้วไม่คิดจะถามอะไรอีกต่อไป

ขอให้มีวันที่ดีนะคะวินตัน" เธอส่งกาแฟให้เขา เขาส่งเงินให้เธอ

ขอบคุณ" เขาเบือนหน้าหนีไปพร้อมกับกาแฟที่อยู่ในมือ เดินออกจากร้านไป ปล่อยให้เธอยืนมองเขาเดินจากไปด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่าโหวงเหวง เธอรู้สึกชาไปทั้งตัวโดยไม่สามารถระบุสาเหตุและที่มาที่ไปของอาการนี้ได้


 

Wednesday 12nd February 2014

โรสแมรี่ยืนอยู่ด้านหลังของวินตัน เธอวางมือเรียวสวยของตนลงบนไหล่กว้างของเขาแล้วใช้มือปัดฝุ่นออกจากชุดสูทสีน้ำเงินเข้มของเขาออกเบาๆ เขาหันมามองด้วยแววตานิ่ง ทว่าไม่ได้แสดงความสนใจเป็นพิเศษอะไรมากนัก ด้านหน้าของเขามีหญิงสาวหน้าตาสวยงามผมสีบลอนด์กำลังผูกไทให้เขาอยู่ โรสแมรี่ไม่ได้รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินแต่ดีใจที่ได้ทำให้เขา แม้ว่าเธอจะต้องรู้สึกเจ็บปวดก็ตาม

Leaky faucet, creaky floor~ we don't even have a bathroom wall~

ฮือ" หญิงสาวกวาดมือไปทั่วเตียงเพื่อหาที่มาของเสียง เธอคว้าโทรศัพท์มือถือแล้วรีบปิดมันลงทันที เธอหลับตาลงอีกครั้งแล้วตระหนักได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อก่อนหน้านั้นเป็นความฝัน ความฝันที่เหมือนจริงจนเธอไม่อยากจะตื่น เธอไม่เคยใกล้ชิดเขาขนาดนั้นในความเป็นจริง เธอไม่เคยแตะต้องเขาเลย เพียงแค่มีโอกาสได้แตะฝ่ามือหนาด้วยปลายนิ้วจากความบังเอิญเพียงเท่านั้น เธออดสงสัยไม่ได้ว่าเธอจะรู้สึกเช่นไรหากมือของเธอถูกหุ้มด้วยฝ่ามือใหญ่ของเขา

หญิงสาวรู้สึกง่วงเกินจะทน แต่ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากความฝันและเสียงนาฬิกาปลุกที่กำลังจะดังขึ้นอีกครั้งทำให้เธอต้องลุกขึ้นจากที่นอนแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา เธอมองดูตัวเองในกระจก พยายามที่จะยิ้ม ทว่าฟันขาวที่กำลังทอประกายเรียงรายจากกระจกไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความร่าเริงสดใสบนใบหน้าของตัวเธอเองเลย

เธอมาทำงานด้วยความรู้สึกสดใสกระปรี้กระเปร่าเพราะเสียงเพลง และหัวใจก็ห่อเหี่ยวลงเมื่อต้องคอยลุ้นว่าวันนี้เขาจะแวะมาที่ร้านของเธอรึเปล่า เพื่อนร่วมงานของเธอในวันนี้ไม่ใช่เอเรียน่า แต่เป็นฟรานเซสโก้หนุ่มสเปนที่มาทำงานพิเศษที่ประเทศอังกฤษเพื่อหัดใช้ภาษาระหว่างรอสัมภาษณ์งานในสเปน ฟรานเซสโก้เป็นเพื่อนร่วมงานใหม่ที่นิสัยดีเลยทีเดียว เพียงแต่ว่าเธอจะต้องทำงานหนักหน่อยในวันที่ต้องร่วมงานกับเขาเพราะฟรานเซสโก้ไม่ใช่คนคล่องตัวเท่าไรนัก ความวุ่นวายในร้านจึงช่วยลดความวิตกกังวลของเธอลงไปได้จนกระทั่งเธอหลงลืมไปเลยเสียสนิท

สวัสดีครับ" ฟรานเซสโก้เอ่ยทักลูกค้าที่เข้ามาในร้านขณะที่โรสแมรี่กำลังง่วนอยู่กับการงัดกล่องบรรจุชาอย่างบ้าคลั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของร้าน

สวัสดี"

รับอะไรดีครับ"

ผมขอไวท์อเมริกาโนขนาดกลางหนึ่งแก้ว" เมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำ หญิงสาวก็ถึงกับวางกล่องชาไว้ในที่อับ เธอรีบหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มเจ้าของเสียง

คุณสบายดีนะคะ" เธอแทรกขึ้นไม่ได้ใส่ใจฟรานเซสโก้ที่กำลังยิ้มกริ่มมองดูพวกเขาสองคน ดูเหมือนวินตันเองก็จะไม่ได้สนใจสายตาของฟรานเซสโก้ด้วยเหมือนกัน เขาสบตากับโรสแมรี่แน่นิ่งพลางยิ้มเพียงน้อยนิด มันน้อยมากจนแทบจะไม่เห็นมุมปากของเขาขยับเลยสักนิดเดียว บางครั้งโรสแมรี่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้จะหวงรอยยิ้มอะไรนักหนา

ผมสบายดี" ระหว่างที่เขาตอบ และจ่ายเงินค่ากาแฟแล้ว โรสแมรี่ก็เป็นคนเดินมาทำกาแฟให้เขา "คุณล่ะ"

ฉัน...ก็สบายดีค่ะ นี่ค่ะ...กาแฟของคุณ ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะคะ"

ขอบคุณ เจอกันพรุ่งนี้นะ" เขารับกาแฟแล้วเดินจากไป เธอยืนกระพริบตาปริบๆ กับสิ่งที่เพิ่งได้ยินไป

นับเป็นเรื่องดีที่ได้รับรู้ว่าเขาจะเข้ามาที่ร้านในวันพรุ่งนี้ แต่ที่โชคร้ายก็คือวันพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของเธอ และเธอก็มีนัดกับเพื่อนไปที่อื่น ซึ่งไม่มีโอกาสเลยที่เธอจะได้โผล่มาเพื่อเสนอหน้ารอเจอเขา เธออยากจะเคาะหัวตัวเองหลายๆ รอบ ที่ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้


 


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

87 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 16:22


    ไม่รู้ทำไมรักนิยายของเธอมากมายขนาดนี้
    อัพนิดเดียวก็ต่อลมหายใจของฉันได้...





    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 กรกฎาคม 2557 / 16:24
    #6
    0
  2. #5 เจ้าชายอัศวิน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 01:15
    @หนุ่มน้อยผู้โดดเดี่ยว

    5555 ถูกต้อง วาเลนคุมร้านนั้นอยู่
    โรสแมรี่ก็ต้องอยู่ฝั่งนี้ไป ฝั่งใครฝั่งมัน 555

    ขอให้โรสแมรี่สมหวังด้วยคน ToT
    #5
    0
  3. วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 19:20
    ชอบบรรยากาศ 
    ชอบการบรรยาย 
    เมื่อไหร่จะกลับมาเจอกัน ><
    อวยพรให้โรสแมรี่สมหวัง ^^




    ว่าแต่ร้านสตาร์บัคฝั่งตรงข้ามนั่น วาเลยคุมอยู่ใช่ปะ 555

    ที่รัก เห็นคำผิดอยู่สองคำ โบส ลืม ถ์ ส่วน สถานีย์ ไม่มี ย์
    #4
    0
  4. #3 merryspring (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 07:52
    เธอไม่รู้หรอกว่าฉันโหยหานิยายของเธอแค่ไหน

    รักนะคะ
    #3
    0