Age Of War

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,711 Views

  • 56 Comments

  • 65 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    536

    Overall
    2,711

ตอนที่ 59 : [บทที่ 4 ยุคแห่งการล่าอาณานิคม] ตอนที่ 59 จ่าฝูงทั้งแปดของชาวปักษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 มี.ค. 62

บทที่ 4 ยุคแห่งการล่าอาณานิคม

ตอนที่ 59 จ่าฝูงทั้งแปดของชาวปักษา



วันที่ 48 ของเกมส์แห่งสงคราม ช่วงเวลาเที่ยง

***อัศวินสีแดง [โซเดียม]

“ให้ตายสิ โดนทรยศจนได้”

เราบ่นกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เศร้าโศก

แต่ไปโทษเผ่าสองแขนคงไม่ได้ เพราะว่าเป็นฝ่ายเราที่คิดแผนทรยศพวกเขาก่อน

ว่าแต่พวกสองแขนมันใช้วิธีไหนในการส่งข่าวสารกันนะ?

หากคำนวณเวลาการลอบโจมตีรังหลวงของพวกสองแขนแล้ว มันก็น่าจะผ่านไปไม่ถึงวันเองมิใช่หรือ?

“... ไปถามสถานการณ์จากท่านพญาแห่งปักษา [ออกเซอร์] ดีกว่า”

ว่าแล้วก็กางปีกบินออกมาจากห้องโถงคริสตัลแห่งชีวิต---

“เดียว… มีอะไรบางอย่างแปลกไป? ”

ในตอนนั้นเองที่เรารู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ

“ทะ---ทำไมมีพวกสองแขนอยู่ที่นี่!? แล้วเจ้าเครื่องจักรเหนือคริสตัลนั้นคืออะไร.!? แล้วทำไมสภาพรังของพวกเราถึงได้!? ”

เรากรีดเสียงร้องออกมาอย่างตื่นตกใจ

รังหลวงของพวกเรากำลังงอยู่ในสภาพที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน

รังที่สร้างจากท่อนไม้ซึ่งเรียงตัวสวยงานแทรกตามป่าและขุนเขา ได้กลายเป็นที่ราบพร้อมกลิ่นเขม่าควัน

ร่องรอยสีดำและไอความร้อนแผ่พุ่งขึ้นท้องฟ้าไปทั่ว

ไร่สวนนาถูกแผดเผาจนเป็นขี้เถ้า

แนวปราการธรรมชาติที่เคยสร้างเพื่อป้องกันเมือง ถูกพังทลายลงจนไม่เหลือซาก

ที่โถงคริสตัลแห่งชีวิต ซึ่งใช้บอลลูนพืชแขวนกับแท่งคริสตัลเอาไว้ ได้ถูกนำกลับมาวางลงบนพื้น

มีร่องรอยการต่อสู้กระจายไปทั่วห้องโถง แต่หากดูจากจำนวนศพและเผ่าที่ถูกฆ่า ก็จะทราบได้ทันทีว่ามันเป็นการไล่ฆ่าเพียงฝ่ายเดียว

ส่วนสภาพของตัวคริสตัลแห่งชีวิตนั้น มันอยู่ในสถานที่อันตรายพร้อมจะพังลงมาได้ทุกเวลา

มันแตกร้าวจนแทบปริแตก หากว่ามีใครกระแทกมันแรง ๆ สักครั้ง คงได้พังทลายลงมาจนหมดสิ้น

และที่เหนือแท่งคริสตัลนั้น มีอสูรเครื่องจักรเกาะติดแนบอยู่

คีมที่ดูน่ากลัวนั้น มันกำลังบีบส่วนหัวของคริสตัลเอาไว้ พร้อมกับพวกเผ่าสองแขนจำนวนหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่รายรอบ

[นี่คือตัวประกัน] คงคิดได้แค่นั้น

ซ้ำร้าย ต้นไม้ขนาดใหญ่ [อิกดราซิล] ที่โตแทงยอดทะลุท้องฟ้านั้น ยังถูกดัดแปลงตัวลำต้นที่หนาทึบไปส่วนหนึ่งเป็นฐานบัญชาการของพวกมันอีกด้วย

รังอันสวยงามที่เคยรู้จักของพวกเรานั้น ไม่มีหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว

“จะบอกว่าถูกพวกสองแขนบุกยึดภายในคืนเดียวอย่างงั้นเรอะ…”

คงตีความได้แต่เพียงเท่านี้

“โซเดียมและฝูงของโซเดียม อย่าพึ่งวู่วามทำอะไรนะคะ”

ในตอนนั้นเองที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

ปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้นำคำพยากรณ์แห่งเทพท้องฟ้าได้กรีดเสียงดังขึ้นมา

ขนสีเงินและหางที่เรียวยาวนั้น ช่างงดงามยิ่งนัก

แต่ใบหน้าอันสงบนิ่งที่งดงามของเธอ กลับดูเหนื่อยล้าจนหมดซึ่งความสวยงามนั้นไป

“ช่วยมาตรงนี้ทีค่ะท่านโซเดียม พวกเรากำลังจะจัดประชุมลับของจ่าฝูงกัน เดียวฉันจะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังเองค่ะ”

“อืม..”

เราหันกลับไปมองที่คริสตัลแห่งชีวิต

ท่ามกลางแสงที่ส่องประกายพร้อมกับชีวิตจุติของผู้ตายในสงครามนั้น ไม่มีเงาของเปอร์ไซด์รวมอยู่ด้วย

เปอร์ไซด์ เมื่อไหรเจ้าจะกลับมาหาพวกเราเสียทีนะ?



***ปักษาผู้เป็นไท [เปอร์ไซด์]

“มืด มืด มีแต่ความมืดมิด~”

“ปี ปี่ ปี้~”

“เศร้าหมองก็ใช่เรื่อง ร่าเริงไว้ดีกว่า~”

“ปี ปี้~”

“ถ้าหิว เดียวกินเจ้าหนูนี้เอา~”

“ปี้… ปิปี้!? ”

เจ้าหนูออกไซด์ส่งเสียงตกใจพร้อมกับหอตัวเล็กลงด้วยความหวาดกลัว

น่ารักงะ~

“แม่ล้อเล่น~”

หนูพูดหยอกเจ้าตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง

ปัจจุบันนี้ทั้งหนูและเจ้าตัวเล็ก พวกเราทั้งคู่ยังคงติดอยู่ในเส้นทางใต้ดินอยู่เลยค่ะ

ไม่น่าพลัดหลงกับคุณตัวประกอบ A เลย ดูสิเนี่ย เลยหาทางออกไม่ได้เลยเห็นมั้ยตัวฉัน.!

“...”

หืม? เสียงอะไรนะ?

“ได้ยิน…”

ใครนะ?

“ได้ยินเสียงนี้มั้ย!? ”

เสียงนั้นดังขึ้นมาภายในสมองของหนู

ตรงหน้าไม่มีคน ข้างหลังมีแค่เจ้าตัวจิ๋ว บนกับล่างก็มีแต่ดินและดิน

หรือว่าตัวตนของเสียงนั้นคือ…

“กรี๊ด!? ผีหลอกเจ้าค่ะ! ”

“ไม่ใช่ผีเฟ้ย! ”

เจ้าเสียงนั้นตบมุขกลับอย่างรวดเร็ว

“พวกเรานั้นมิใช่ฝีหรอกนะ”

“แต่หากมีคำถาม พวกเราจักขอแถลงไข”

“เพื่อปกป้องโลกจากสัตว์ร้ายที่ทำลายระบบนิเวศน์”

“เพื่อปกปักรักษาโลกจากเบื้องหลัง”

“มิตรแห่งความรักและความยุติธรรม”

“พวกเราคือ…”

“คือ? ”

“พวกเราคือชาวโพรแคริโอต! ”

บรึ้มมม!? เสียงระเบิดได้ดังก้องขึ้นมาภายในสมองพร้อมภาพของกลุ่มควันที่ไม่มีอยู่จริง

เกิดบ้าอะไรขึ้นกับหนูกันเนี่ยคะ?

“เอาละ ก่อนจะพาออกทะเล มาเข้าเรื่องกันก่อนดีกว่า”

“เออ...ก่อนจะเข้าเรื่อง รบกวนช่วยบอกก่อนได้หรือเปล่าค่ะว่าพวกคุณคือใคร? แล้วนี่พูดมาจากที่ไหนคะ? ”

“ข้างในร่างเธอไง”

“ข้างใน ข้างใน”

ข้างในตัวหนูเนี่ยนะ? งงไปหมดแล้วค่ะ!

“จำได้มั้ย ที่เธอเคยไปเกาะแท่งประหลาดช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ แล้วเผลอทำแตกไปนะ? ”

“แตก? ”

ในตอนนั้นเองที่หนูนึกบางอย่างขึ้นมาได้

ภาพของแท่งประหลาดสีเขียวที่สูงสิบเมตร ซึ่งหนูเคยไปเกาะนอนพักผ่อน แล้วพอบินออกมา มันก็แตกกระจุยไปเลย

“จำได้ แล้วมันเกี่ยวข้องยังไงหรือคะ? ”

“เกี่ยวสิ เกี่ยวสิ”

“ก็นั่นคือคริสตัลแห่งชีวิตของพวกเรา เผ่าโพรแคริโอตยังไงละ”

“เอ๊~!? ”

หนูส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นตกใจ

จะบอกว่ามีเผ่าที่ถูกนำมาเกิดในโลกนี้ไม่ใชห้า แต่มีหกอย่างงั้นหรือเนี่ย!?

แล้วหนูก็ดันเผลอไปทำลายคริสตัลลงได้แล้วเผ่าหนึ่งเนี่ยนะ!?

“ช่าย~ เพราะงั้นพวกเราเลยต้องมาสิงสู่อยู่ในร่างเธอยังไงละ”

“พวกเราไม่สามารถอาศัยอยู่ที่สภาพแวดล้อมข้างนอกได้นานหลายวันนัก เลยต้องหาร่างอาศัย”

“และเมื่อไม่มีคริสตัลแห่งชีวิต หากพวกเราตาย ก็จะไม่มีการเกิดใหม่”

“ดังนั้นพวกเราจึงมาสิงร่างเธอ เพื่อใช้เป็นบ้านใหม่ยังไงละ”

“บ้านใหม่ บ้านใหม่”

แบบนี้… มันให้ความรู้สึกราวกับกำลังถูกผีสิงเลยไม่ใช่หรือยังไงค่ะ!?

ไม่เอาอ๊ะ มันน่ากลัวออก

“ออกไปเลยนะ! น่ากลัว เค้าไม่เอา เดียวฆ่าตัวตายให้ดูเลย! ”

“อย่าพึ่งคิดสั้นน่ะคุณเปอร์ไซด์สุดสวย!? ”

“พวกเราไม่ได้ทำตัวเป็นเชื้อโรคอีกแล้ว อย่าไล่เราไปเลยนะคุณบ้านใหม่! ”

“พวกเราสัญญาว่าจะสร้างคุณประโยชน์ให้กับเธอ อย่าทิ้งพวกเราไปเลยนะ! ”

“คุณประโยชน์? ”

“ช่าย ๆ ”

น่าสงสัย…

คงไม่ได้หวังจะมายึดร่างกายของหนูไปภายหลังหรอกใช่มั้ยค่ะคุณวิญญาณร้าย?

“ก็บอกว่าไม่ใช่วิญญาณไง! ”

“พวกเราเป็นสัตว์เซลล์เดียวที่มีความนึกคิด และเป็นสุดยอดวิศวกรรมชีวภาพ นอกจากสร้างพิษและโรคภัยให้ร่างกายของเจ้าของร่างได้แล้ว พวกยังสามารถดัดแปลง---”

“กรี๊ดดด!? สร้างโรคภัย!? คำสาป!? ออกไปจากร่างของหนูน้า!! ”

“---ฟังให้จบก่อนดิเฮ้ย! ”

“ช่วยไม่ได้ แสดงให้ดูเลยง่ายกว่า รบกวนคุณเจ้าของร่างลองดีดตัวสุดแรงเกิดดูสิ กำลังหลงทางอยู่ไม่ใช่เรอะ? ”

“กระโดด? ทำแบบนั้นหัวได้โขกเพดานถ้ำกันพอดี”

“ลองเลย ลองเลย”

“...ก็ดะ~”

เนื่องจากทนแรงยุไม่ไหว หนูเลยคิดจะลองทำตามที่เสียงของคุณวิญญาณพูดดู

และเมื่อหนูถีบตัวขึ้นไปสุดแรงเกิด หนูก็พบว่าตัวเองนั้น---



***อัศวินสีแดง [โซเดียม]

“สรุปมันเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานกันแน่!? ออกเซอร์ เจ้าต้องมีคำตอบให้พวกข้า! ”

รองจ่าฝูงสูงสุด [ชายผู้ร้อนแรง ฮีเลียม] กล่าวด้วยความโกรธจนเส้นเลือดแทบปริแตก

โต๊ะที่สานจากฟางแห้งถึงกับสั่นอย่างรุนแรงด้วยการกระพือปีกของเขา

ขนที่ฟูฟ่องสีส้มดั่งอัคคีนั้น เริ่มดูลุกโชนขึ้นราวกับถูกเปลวไฟแผดเผา

“คุณฮีเลียมค่ะ”

ปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

“หางของท่านกำลังถูกคบเพลิงเผาอยู่ค่ะ”

“เฮ้ย!? ดับไฟ ใครก็ได้ดับไฟที!? ”

ฮีเลียมวิ่งพล่านไปทั่วห้องประชุมขนาดเล็กซึ่งซ่อนอยู่ในโพรงต้นไม้โลก [อิกดราซิล] อย่างร้อนรน

ไฟลุกท่วมจริง ๆ ด้วยแฮะ

ขณะนี้พวกเราเผ่าปักษากำลังจัดประชุมผู้นำสูงสุดกันอย่างลับ ๆ

ประชุมสุดยอด [จ่าฝูงทั้งแปด] แห่งเผ่าปักษา

ผู้นำจ่าฝูงสูงสุด พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์] บุรุษที่มากด้วยประสบการณ์และทักษะการล่าเหยือ

รองผู้นำจ่าฝูงสูงสุด ชายผู้ร้อนแรง [ฮีเลียม] บุรุษสมองกล้ามที่มีดีแค่แรง

จ่าฝูงทั่วไป นก [ไฮเจน] บุรุษนักล่าที่ใช้ธนูอันเก่งกาจ แต่สมองกล้ามเช่นกัน

จ่าฝูงทั่วไป บุรุษกระดูก [แคลเซียม] ชายขี้โรคประจำเผ่า ขนดำและผอมหุ้มกระดูก อ่อนแอมากจนไม่รู้ว่าถูกเลือกมาเป็นจ่าฝูงได้เช่นไร

จ่าฝูงทั่วไป สายล่อฟ้า [คอบเปอร์] มีขนสีทองแดง บุรุษที่ถูกฟ้าผ่าตายมาแล้วถึงสิบรอบ ถึงจะฉลาด แต่ดวงซวงชิบ

จ่าฝูงทั่วไป สตรีแห่งความสะอาด [คลอรีน] ผู้รับหน้าที่ดูแลความสะอาดของรัง สตรีที่ถือว่างามอันดับหนึ่งของเผ่า มีขนสีน้ำเงินทะเลงาม เรียบมันวาวสวยงาม

จ่าฝูงทั่วไป ตลกบริโภค [ฟอสฟอรัส] ชายซึ่งรับหน้าที่ดูแลเสบียงอาหารของเผ่า มีขนสีเทาอ้วนฉุจนไม่รู้ว่าบินขึ้นท้องฟ้าได้ยังไง ว่ากันว่าเขาชอบขโมยอาหารมากินเองบ่อยครั้ง

และตัวเรา จ่าฝูงทั่วไป อัศวินสีแดง [โซเดียม] ที่เข้ามารับตำแหน่งคนล่าสุด ในฐานะหน่วยรบระยะประชิด

การประชุมสุดยอดเผ่าปักษานี้ มีผู้ดำรงตำแหน่งควบคุมพวกบ้าทั้งแปด ปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] เป็นผู้ดำเนินรายการ

หากยังจำได้ รังของพวกเรานั้นได้ถูกแบ่งออกเป็นสองรังใหญ่ ๆ คือรังหลวงบนยอดเขาที่ตั้งอยู่ช่วงใจกลางทวีป กับรังย่อยสำรองที่อยู่สุดขอบทวีปทางตะวันตก

ซึ่งในช่วงเวลาที่พวกเรารบกันนั้น จ่าฝูงสูงสุดออกเซอร์ได้สั่งให้จ่าฝูงคนอื่นยกเว้นเรากับไฮเจน ออกไปประจำการและทำภารกิจอยู่ที่รังย่อยกัน

“นี่คือความผิดของแกเจ้าออกเซอร์! ถ้าให้ฝูงของข้าดูแลการโจมตี รังหลวงก็คงไม่ถูกโจมตีสวนกลับจนพินาจแบบนี้หรอก! ”

ฝูงของฮีเลี่ยมนั้นประกอบด้วยชาวปักษาร่างใหญ่ที่สูงกว่าร้อยห้าสิบเซนติเมตร และเน้นพวกที่มีกล้ามเนื้อออกล่าด้วยปีกที่ทรงพลัง

จะว่าไป ความสูงเฉลี่ยเผ่าเราอยู่ที่ร้อยห้าสิบเซนติเมตรนี่นะ พวกเขาจึงเป็นฝูงที่ทะนงตนยิ่งกว่าฝูงของไฮเจนเสียอีก

“คลอรีน เปอร์ไซด์ ฮือ… ทำไมต้องเป็นพวกเธอ… ทำไมฝูงหลักถึงอ่อนแอเยี่ยงนี้… ฮือ…”

เจ้าแคลเซียมร้องไห้โฮออกมา

เขากำลังกอดภาพวาดเสมือนของสาวสวยประจำเผาเอาไว้ทั้งน้ำตา

“ท่านแคลเซียมค่ะ จริงอยู่ว่ามีสตรีถูกจับตัวไปเป็นทาสบำเรอของพวกสองแขนจำนวนมาก แต่เปอร์ไซด์นั้นหายตัวไปอย่างลึกลับเอง ส่วนท่านคลอรีนยังไม่ได้ตัด [ตรงนั้น] ออกจากพิธีเลือกเพศ ดังนั้นคงไม่น่าเป็นห่วงค่ะ”

“โฮ่! … จริง ๆ นะ!? ”

“ค่ะ! ”

สีหน้าของเจ้าแคลเซียมดูดีขึ้นมาในทันที

แต่ก็ยังซีดจางน่าเป็นห่วงอยู่ดีนั่นละ

“ตอนนี้ก็มากันได้ห้าคนแล้ว ยังไงช่วยทนรอจนกว่าจะมา---”

“รายงานด่วน ท่านคอปเปอร์ถูกฟ้าผ่าตายในระหว่างการเดินทางมาที่นี่ครับ! ”

“---รอท่านอื่นมาครบ… ตามนั้นละคะ แบบนี้คนร่วมประชุมที่มาไม่ได้ก็จะเป็นสอง---”

“รายงานด่วนครับ! จ่าฝูงฟอสฟอรัสไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ เพราะว่า… เผลอกินอาหารบูดจนท้องเสียครับท่าน… ”

คิ้วและรอยยิ้มของสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ชักกระตุกขึ้นมาทันใด

“โอเค… ดี… ดีมากเลยค่ะ งั้นมาเปิดประชุมกัน---”

“เดียวก่อน”

“มีอะไรอีกหรือค่ะท่านโซเดียม? ”

น้ำเสียงราบเรียบเปี่ยมด้วยร้อยยิ้มสดใสของเธอนั้น ช่างดูน่ากลัวยิ่งนัก...

“ฮีเลียมหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ครับ”

“ค่ะ!? ”

เธอหันหัวไปที่นั่งของทั้งเขาในทันที

ที่นั่งหญ้าฟางซึ่งควรมีเงาของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่นั่งอยู่ตรงนั้น กลับว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย

และในตอนที่กำลังเกิดข้อกังขาขึ้นมาในเวลานั้นเอง

“ข้าจะเป็นคนกอบกู้เผ่าให้ดู ฝูงฮีเลียมตามข้ามา! ”

ก็มีเสียงที่คุ้นหูเช่นนั้นดังขึ้นมาจากข้างนอก

และตามด้วยเสียงระเบิดรัวต่อเนื่องยาวนานสามนาที

“แว้กกกก!? ท่านฮีเลียมเละเทะกลายเป็นเต้าหู้ไปแล้ว!? ”

“ทำไมไม่มีใครไปเตือนมันวะ ว่าอย่าไปต่อต้านพวกสองแขนนะ! ”

“ท่านเผ่าสองแขน อย่าพึ่ง ได้โปรดอย่าพึ่งทำลายคริสตัล หยุดก่อนคราบบบ! ”

และตามมาด้วยเสียงดังโวยวายเช่นนั้น

“... ดิฉันขอตัวสักครู่ค่ะ”

สตรีศักดิ์สิทธิ์ได้เดินออกไปจากที่ประชุม

เธอคงออกไปดับไฟโกรธของพวกเผ่าสองแขนแน่นอน…



หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง

“ให้ตายสิ ต้องใช้สาว ๆ ไปขอโทษเกือบยกเผ่า กว่าจะยอมความให้ได้ พวกสองแขนนี่ช่างดื้อด้านจริง”

เธอกลับมาด้วยสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง และมีสีหน้าเศร้าโศก

นี่เธอคงจะไม่ได้…

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เพื่อเผ่าแล้ว ดิฉันยอมสละร่างกายนี้ให้บริการแก่พวกมันค่ะ”

เธอช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก…

แต่ภายในใจของเรากลับเริ่มคุกรุ่นด้วยความมืดมิด

“นี่… เธอไม่ต้องฝืนใจขนาดนั้นก็ได้นะ”

“? แค่ไปเสริฟชาให้ดื่ม มันไม่ได้เสียหายอะไรมากหรอกนะคะ”

“อย่าพูดกำกวมแบบนั้นเซ่! ”

เรา.. คิดว่าตัวเองเริ่มชักจะปวดหัวแล้วสิ…

“เอาละคะ งั้นมาเริ่มประ--- ท่านแคลเซียมหายไปไหนกันค่ะนั่น? ”

“... เมื่อกี้มันไอออกมาเป็นเลือด เลยพาไปพบแพทย์แล้วนะครับ”

“...”

“...”

เกิดความเงียบชวนอึดอัดขึ้นมาทันใด

“โซเดียม ไฮเจน”

“ครับท่าน? ”

ในตอนนั้นเองที่พญาปักษาออกเซอร์ทำลายความสงบลง

“เข้าใจหรือยังว่าทำไมข้าถึงใช้แค่เจ้าสองคนออกรบเท่านั้น”

เข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้งเลยครับท่าน…



***ปักษาผู้เป็นไท [เปอร์ไซด์]

“นี่มันสุด---ยอด---ไป---เลย---! ”

หนูกำลังทะยานขึ้นท้องฟ้าด้วยความเร็วที่บ้าคลั่ง

เบื้องล่างคือภาพของเจ้าจิ๋วออกไซด์ ที่กำลังยืนมองขึ้นมาด้วยดวงตาใสแป๋วและอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

ที่ด้านข้างของเจ้าหนูตัวนั้น มีหลุมกว้างปรากฏอยู่บนทุ่งหญ้าที่กว้างไกล

“พวกเราทำการปรับโครงสร้างให้กล้ามเนื้อเจ้าแข็งแรงขึ้น สุดขีดความสามารถที่เผ่าเจ้าจะทำได้”

“โอ้ววว!? นี่มันอะไรกัน ความเร็วที่บินแทรกไปกับอากาศได้ขนาดนี้คืออะไรกันค่ะเนี่ย!? ”

หนูลองกระพือปีกแล้วพุ่งตัวออกไป

รู้สึกได้ว่าสรีระและบนปีกมีแรงเสียนทานอากาศน้อยลอง แถมยังมีรูปทรงที่ช่วยในการเพิ่มความเร็ว

เท่านั้นไม่พอ ยังรู้สึกได้ว่าขนทั่วร่างนั้น กำลังขับกระแสลมบางอย่างออกมา จนทำให้เกิดแรงพุ่งตัวอันน่าเหลือเชื่อ

เกิดเสียงอากาศดัง “ปุ้ง! ” ขึ้นรอบตัว แล้วร่างของหนูก็พุ่งทะยานตัดขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว

“พวกเราช่วยปรับโครงสร้างปีกเธอด้วย”

“แถมยังปรับเปลี่ยนให้ขนปีกสามารถสร้างแก๊สขับดันธรรมชาติออกมาเพื่อเพิ่มความเร็วอีกด้วย”

“ฟังดูเหมือนตดเลยนะคะ? ”

“ก็… จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก”

“เอาจริงดิ!? ”

หนูชะลอความเร็วลงในทันที

นี่คงไม่ถือว่าเป็นการก่อมลพิษให้ธรรมชาติหรอกใช่มั้ย?

“แก๊สธรรมชาติ สะอาด ไร้กลิ่น ปลอดภัยหายห่วง”

“บินได้ปลอดภัย สบายใจได้เน้อ~”

เอาเถอะ… จะยอมเชื่อที่เจ้าพวกนี้พูดก็ได้

“แล้ว… ถ้าหากว่าหนูตาย จะเกิดอะไรขึ้นหรือ? ”

หนูลองแหย่ถามคุณวิญญาณดู

“กลับไปเป็นเหมือนเดิม”

“ส่วนพวกเราคงเดี้ยงยกเผ่า”

“เพราะงั้นอย่าคิดตายเลยนะ”

“ไม่เอา อย่าคิดสั้นเลยนะ”

“พวกเราทำให้ร่างกายเธอแข็งแรงระดับโดนยิงด้วยลูกปืนไม่เข้าแล้ว อย่าคิดตายง่าย ๆ เลยนะ”

“ลูกปืน… คืออะไรคะ? ”

“อาวุธของเผ่ามนุษย์...เผ่าที่พวกเธอเรียกว่าสองแขนนะ น่ากลัวมากเลยละ”

“น่ากลัว น่ากลัว”

“แต่ไม่ต้องกลัวแล้ว พวกเราปรับโครงสร้างกล้ามเนื้อและผิวของเธอให้แข็งแกร่งแล้ว”

“ถ้าไม่เจอลูกปืนใหญ่เต็ม ๆ ยังไงก็ไม่มีทางยิงเข้าได้”

“เพราะงั้น อย่าคิดฆ่าตัวตายเลยนะ”

“อย่าเลย อย่าเลย”

ลูกปืนใหญ่? ลูกปืน? ไม่เห็นรู้จักเลยค่า~

“ไม่เป็นไร เอาเป็นรู้แค่ว่าเธอคือ [สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก] ไปแล้วก็พอ”

เอาจริงดิ? จะเชื่อดีมั้ยเนี่ย?

แต่มาลองนั่งคิดดูแล้ว...บินเร็ว ร่างกายแข็งขึ้นระดับทะลวงดินหนาออกมาได้ แล้วยังมีปีกที่พ่นลมตดได้

มันก็ไม่เลวแฮะ…

“ได้ หนูไม่คิดตายหรอก แถมต้องรับผิดชอบชีวิตพวกคุณวิญญาณด้วยค่ะ”

“เย่! ขอบคุณมากนางฟ้าของพวกเรา! ”

“นางฟ้า นางฟ้า”

รู้สึกจั๊กจี้ที่ถูกชมว่าเป็นนางฟ้าจัง

“จริงสิ ทำให้หนูพ่นไฟได้หรือเปล่า? ”

ถ้าพ่นไฟได้เหมือนหนูออกไซด์คงจะดูเท่ไม่เลวเลยค่ะ

“ไม่ไหวงะ”

“ขาดอวัยวะจำเป็น ทำไม่ได้หรอก”

น่าเสียดายจังแฮะ…

อ๊ะ จริงสิ ให้พวกเขาช่วยเรื่องนี้แทนดีกว่า

“นี่ พวกเธอแม่นเรื่องทิศทางหรือเปล่า? ”

“แม่นยิ่งกว่าแช่แป้ง! ว่าแต่ทำไมหรือ? ”

เยี่ยมไปเลยค่ะ!

“งั้นช่วยพาเค้ากลับบ้านทีสิ”

แบบว่าจากบ้านมานานแล้ว ป่านนี้ทุกคนคงเป็นห่วงแย่เลย

เอาละ ได้เวลาที่หนูเปอร์ไซด์กับออกไซด์จะกลับบ้านแล้วค่ะ

น้ำชาที่ชงทิ้งเอาไว้ในบ้าน จะยังดื่มได้อยู่หรือเปล่าน้า~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #29 windrider (@windrider) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:51
    ยังจะห่วงน้ำชาอีกเปอร์ไซต์
    #29
    0
  2. #28 จอมพลริวไอกะ (@mim0631143977) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:03
    ซุปเปอร์เปอร์ไซต์
    #28
    0