Age Of War

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,672 Views

  • 56 Comments

  • 64 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    497

    Overall
    2,672

ตอนที่ 58 : ผู้ชนะของสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    23 มี.ค. 62

จากบันทึกของเทพเจ้าทั้งสามที่เฝ้าดูสงครามรอบที่เก้า



ผลลัพธ์ของสงครามรอบที่เก้า เริ่มมีการบนเข็มไปจากแปดรอบที่ผ่านมา

ณ ช่วงเวลากลางวัน วันที่ 47 ของเกมส์แห่งสงคราม

สงครามระหว่างกองทัพพันธมิตรและเผ่าอาร์โธร์โพดาได้จบสิ้นลง

แต่หากจะอนุมานถึงผู้ได้รับชัยชนะ คงต้องดูถึงผลลัพธ์ที่แต่ละฝ่ายได้รับมาก่อน



ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 46 ช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืน

ข่าวการทรยศของเผ่าปักษาได้ถูกกระจายไปทั่วกองทัพของเผ่ามนุษย์

จากข่าวนั้น ทำให้พวกเขากระจายกำลังทหารนับหมื่นไปประจำการบนกำแพงเมืองในช่วงกลางคืน

ใช้ประโยชน์จากความมืด เคลื่อนไหวกองทัพเข้าล้อมกองกำลังพันธมิตรโดยไม่ให้ใครรู้ตัว

เผ่ามนุษย์หมดสิ้นความเชื่อใจที่มีต่อทุกเผ่าเป็นที่เรียบร้อย และมีมติจากที่ประชุมสภาปกครอง ว่าให้คว้าเอาก้อนเค้กที่เรียกว่า [ชัยชนะ] มาจากทุกเผ่าพันธุ์

ดินแดน ทรัพยากรณ์ และผลประโยชน์ทุกอย่างจากสงครามครั้งนี้ มนุษย์จะต้องเป็นฝ่ายรับไปแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

ความเหิมเกริมที่คิดว่ามีอาวุธยุคใหม่มาถือครองแล้วนั้น ทำให้พวกเขาคิดว่าตนเองได้ชนะสงครามแล้ว

ขีปนาวุธกำลังถูกพัฒนาจนมีความแม่นยำมากขึ้น และมันพร้อมที่จะยิงไปที่แนวหน้าได้ทุกเวลา

หากสามารถระบุตำแหน่งฐานที่มั่นของศัตรูได้ พวกเขาก็จะได้รับชัยชนะในทันที

ความเหิมเกริมนั้น ทำให้มีคำสั่งลงมาถึงทอมในแนวหน้าเช่นนั้น

“จงฆ่าศัตรูรวมไปถึงเผ่าอื่นที่เป็นพันธมิตร พวกเราจะเอาดินแดนของมนุษย์มดมาเป็นของพวกเรา”

ด้วยคำสั่งลักษณะนี้ ทอมจึงสั่งเคลื่อนพลปิดล้อมอย่างลับ ๆ

แต่การเคลื่อนไหวนั้นไม่อาจหลุดรอดสายตาของขุนนางแอปเปิ้ลแห่งเผ่ายักษาไปได้

เขาไม่เคยมีความเชื่อใจต่อทัพพัธมิตรอยู่แล้ว จึงได้วางหน่วยพลสอดแนมล่วงหน้าเอาไว้

การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของมนุษย์โดยไม่มีการส่งคนมาแจ้งตน ทำให้เขารู้ตัวว่ากำลังจะโดนแทงข้างหลัง

“กระจายทัพอสูรปีกไปบนฟ้าซะ หากพวกมันเริ่มเคลื่อนไหว ให้โจมตีจากบนท้องฟ้าได้เลย”

ทัพมังกรที่เหลืออยู่ราวห้าพันตัวได้บินขึ้นท้องฟ้า

ขุนนางแอปเปิ้ลคิดว่าควรชิงลงมือโจมตีก่อน แต่มันคงให้ภาพลักษณ์ที่ไม่ดีนัก หากตัวเองเป็นผู้ฉีกสัญญาทิ้งก่อนอีกฝ่าย

อีกอย่าง ถ้าหากว่าเกิดจากการเข้าใจผิดของเขาเอง มันจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้

ดังนั้นเขาจึงใช้แผนวางกำลังเตรียมรับมือแทน



ในตอนนั้นเองที่มังกรเลี้ยงของเผ่ามนุษย์สองตัวเงยหัวขึ้นมา

พวกมันที่มีสัญชาตญาณอันเฉียบแหลมนั้น กำลังเริ่มรับรู้ได้ถึงอันตราย

เพื่อปกป้องชีวิตลูกน้อย มันจึงบินหนีและพาลูกน้อยออกไปจากสนามรบ

พวกมันเลือกชีวิตลูกมากกว่าความซื่อสัตย์ที่มีต่อเจ้านายของพวกมัน

ดังนั้นมังกรของแอร์บาส์รจึงบินหนีไปจากสนามรบด้วยเหตุนี้

ส่วนเจ้าโทเม มังกรของแครอทนั้น บังเอิญว่ามันมองเห็นเจ้ามังแม่ลูกคู่นี้พอดี

และบังเอิญอีกว่าพวกเขาเป็นลูกและภรรยาของเจ้าโทเมที่พลัดพรากจากกันไปนาน

เจ้าโทเมจึงละทิ้งหน้าที่ในการรอเจ้านาย แล้วบินตามภรรยาสุดรักไปอีกตัว

น้ำเน่าได้ที่…



กลับมาที่เรื่องราวหลัก

กองทัพมนุษย์คิดที่จะชุบมือเปิดจากสงครามครั้งนี้

ส่วนพวกยักษาก็เริ่มระแวงเต็มที่แล้วเช่นกัน

บรรยากาศภายในที่ค่ายเริ่มตึงเครียดถึงขีดสุด

แม้แต่โซเดียมที่นำทัพชาวปักษาบินตรวจตราบนฟ้า ยังรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล

เขาไม่รู้ว่ามนุษย์มีความสามารถสื่อสารทางไกล จึงคิดเข้าข้างตัวเอง ว่ามนุษย์คงยังไม่รู้ถึงแผนการทรยศของเผ่าที่พวกตนวางเอาไว้

ดังนั้น เขาจึงทำเป็นเมินเสียงกรีดร้องของสัญชาตญาณ และเชื่อมั่นในสิ่งที่ดวงตาเห็นแทน

หากปฏิบัติการอย่างซื่อตรง มันก็น่าจะแสดงความจริงใจ และเชื่อมความสัมพันธ์ให้กับระหว่างเผ่าได้

โซเดียมคิดอย่างซื่อตรงเช่นนั้น



ส่วนพวกภูติ… เหล่าเทพที่เฝ้ามองต่างรู้สึกปวดหัวกับพวกเขามาก

“ปาร์ตี้ มาจัดปาร์ตี้ฉลองกัน! พีค~”

“แมวไม่อยู่ หนูร่าเริ่งเจ้าค่า~”

พอผู้บัญชาการอย่างเอเทอไม่อยู่ เจ้าพวกที่เหลือก็เริ่มตั้งวงร้องเพลงเฮฮาปาร์ตี้กันในทันที

ขนเหล้า (ที่แอบขโมยมาจากเผ่าอื่น) และอาหาร (ที่แอบขโมยมาเช่นกัน) มาตั้งวงเมาสุรา เริงร่าโดยไม่สนใจความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างเผ่าอื่นแม้แต่น้อยนิด

อีกอย่าง ด้วยคำสั่งของเอสเทอที่เคยบอกว่า “รบแบบไม่ต้องสนผลลัพธ์” จึงยิ่งทำให้ภูติไร้ซึ่งความจริงจัง

พวกเธอพากันบินออกไปนอกกำแพงเมือง แล้วเริ่มปาร์ตี้ชนิดสนุกสุดเหวี่ยงแบบลืมเรื่องสงครามไปจนสิ้น

ช่างน่าสงสารเอสเทอยิ่งนัก ที่มีเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์แบบนี้…



แล้วสถานการณ์เช่นนี้ก็ดำเนินมาจนกระทั้งถึงช่วงเวลาเที่ยงตรงของวันที่ 47

มันช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังเกิดการรบพุ่งอย่างรุนแรงที่ห้องโถงคริสตัลของเผ่าอาร์โธร์โพดา

“มาถึงแล้วหรือ? ”

ขบวนรถไฟขนาดใหญ่ที่บรรทุกกองทหารชุดลายพรางสีเขียวพร้อมกับอาวุธสงครามจำนวนมาก ได้มาถึงที่สนามรบแล้ว

ปืนกล M1919 ปืนกลตั้งแท่นยิงติดตั้งยานรบอันทรงประสิทธิภาพ ยิงต่อสู้ได้ดีทั้งอากาศยานและภาพพื้นดิน

ปืน M1A1 Bazooka ปืนต่อสู้รถถังในสงครามโลกครั้งที่ 2 บรรจุด้วยจรวดแบบ High explosive anti-tank (HEAT) ทรงประสิทธิภาพในการทำลายรถถังและยานหุ้มเกราะ

M1 Thompson ปืนกลมือก่อนยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นปืนยอดนิยมของกลุ่มมาเฟีย เป็นปืนที่มีน้ำหนักเบา อัตรายิงยิงกระสุนเร็ว แต่ความแม่นยำ ต่ำเพราะมีแรงถีบกลับและอัตราส่ายสูง

ปืน PPSH-41 ปืนกลมือของกองทัพบกโซเวียต มีอัตราการยิงต่อเนื่อง กระสุนเยอะ เหมาะกับการต่อสู้ระยะประชิด

ปืน M2 Browning machine gun ปืนกลปืนกลในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่1 เป็นปืนติดยานพาหนะเพราะหนักมาก แต่ก็แลกมาด้วยพลังทำลายล้างที่สูงเช่นกัน

รถไฟขบวบยาวคันนี้ นอกจากบรรทุกและติดอาวุธดั่งกล่าวมาเป็นจำนวนมาก ยังมีปืนใหญ่ขนาด 480 มิลลิเมตร (18 นิ้ว) ซึ่งเคยประจำการบนเรือรบยะมะโตะติดมาด้วยถึงหกกระบอก

ตัวรถไฟที่ขนสรรพยุทธสังหาร ได้มาจอดรออยู่ที่นอกกำแพงเมืองอาร์โธร์โพดา

“แล้วสถานการณ์ทางนั้นเป็นเช่นไรบ้าง? ”

“ได้รับชัยชนะท่วมท้น เมืองของมนุษย์นกถูกถล่มราบ คริสตัลแห่งชีวิตของพวกมันตกอยู่ในการดูแลของกองทัพเราแล้ว”

“เร็วจริง… เมื่อคืนเห็นว่าพึ่งจะส่งฝูงบินทิ้งระเบิดไปเองไม่ใช่หรือ? ”

“ทำอย่างกับว่าอาวุธล้าสมัยของพวกมัน จะสอยฝูงบินลงมาได้นะ”

นายทหารที่ขนกองทัพยุคใหม่หัวเราะอย่างดูแคลน พร้อมกับตบลงไปที่ชุดเกราะอัศวินของทอม

ทอมรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจลึก ๆ

เขาร่วมรบกับเผ่าอื่น ร่วมสู้และบัญชาการภาคสนามด้วยเลือดและฝีมือไปพร้อมกัน

ดังนั้นทอมจึงอดที่จะรู้สึกความเห็นใจต่อศัตรูขึ้นมาไม่ได้

แต่นี่คือสงคราม ดังนั้นเขาจึงต้องลงมือทำ

กองทัพเผ่ามนุษย์ส่วนใหญ่ยังอยู่ข้างในเมืองหลวงอาร์โธร์โพดา

มีเพียงแค่หน่วยเล็ก ๆ ของทอมที่ออกมาเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอกตรงนี้

“ได้เวลาเปิดฉากถล่มแล้ว มายึดคริสตัลของเผ่ามนุษย์มดเป็นเป้าหมายถัดไปกันเถอะ”



กองทัพอสูรปีกที่โบยบินบนท้องฟ้า พอเห็นภาพสรรพอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่เคยเห็น ก็รู้สึกได้ว่าไม่อาจปล่อยผ่านไปได้

พวกเขารีบส่งผู้ส่งสารลงไปแจ้งข่าวกับขุนนางแอปเปิ้ลในทันที

แต่พวกเขาไม่มีทางเร็วกว่าลูกปืน

กระสุนปืนกลถูกยิงโปรยขึ้นท้องฟ้าราวห่าฝน ราวกับว่ามองเห็นพวกเขาที่บินอยู่เหนือเมฆได้

“พวกแม่งโจมตีใส่พวกเรา!? ”

“ไอพวกลูกหมามัยทรยศเราจริง ๆ ด้วย! ไม่ต้องรอคำสั่งจากท่านแอบเปิลแล้ว บุก ฆ่าพวกยักษาน้อยเลย! ”

ด้วยความมั่นใจที่มีต่อความแข็งแกร่งของชุดเกล็ดมังกรที่พวกตนสวมใส่ รวมไปถึงเหล่ามังกรที่โบยบิน จึงทำให้พวกยักษาคิดว่าตนเองเอาอยู่

กระสุนปืนหลายสิบหมื่นนัดได้วิ่งปะทะร่างของมังกรอย่างรุนแรง แต่หัวกระสุนขนาดเล็กไม่อาจทะลวงเกล็ดที่หนาทึบของพวกมันไปได้

หากจะเจาะให้เข้า คงต้องเล็งไปที่เกล็ดย้อนของมังกรแถวช่วงหน้าท้องใกล้ส่วนลำคอเท่านั้น หรือไม่ก็ส่วนอ่อนนุ่มอย่างดวงตา

ซึ่งถ้าไม่ใช่เล็งระยะประชิด คงยากที่จะยิงโดน

“ปืนธรรมดายิงมังกรไม่เข้าจริง ๆ ด้วย… หน่วยบาซูก้าต่อต้านรถถัง เตรียมยิงตอบโต้! ”

หลังสิ้นเสียงคำสั่งจากทอม กระสุนหัวจรวจก็ถูกบรรจงบรรจุลงไป

ปืนของพวกเขามีมากถึงหนึ่งพันกระบอก และยังมีลูกกระสุนมากกว่าหมื่นนัด

พวกเขามีจำนวนมากพอส่งกองทัพมังกรของเผ่ายักษาให้ลงไปคุยกับรากมะม่วงได้

“ยิง! ”

คำสั่งได้ถูกถ่ายทอดออกไปในตอนที่เข้าสู่ระยะยิง

“เฮ้ย!? ”

กองทัพมังกรถูกระเบิดเข้าปะทะเต็มแรงในระยะประชิด

แรงฉีกจากระเบิด ทำให้ปีกและร่างของพวกมันกระจุยออกจนเป็นบาดแผลยาว

ถึงจะไม่สามารถฆ่าลงได้ในทันที แต่บาดแผลที่เกิดก็ทำให้พวกมังกรบาดเจ็บหนักจนสู้ต่อไม่ไหว

กองทัพอากาศของเผ่ายักษาถึงกับหน้าถอดสีในทันที

“ถอย.. ถอยทัพ! ”

เสียงคำสั่งถอยทัพได้ดังลั่นไปทั่วฟ้า

แต่การโจมตีของมนุษย์ยังไม่จบเท่านี้

“หน่วยรบข้างใน เตรียมดำเนินแผนกวาดล้าง”

คำสั่งได้ถูกถ่ายทอดไปที่กองกำลังมนุษย์ซึ่งอยู่ในค่ายทัพพันธมิตร

กองทัพโล่สปาตั้น กองทหารม้ามองโก พวกเขาต่างชักอาวุธในมือขึ้นมา แล้วโจมตีใส่ข้างหลังของเพื่อนร่วมรบในทันที

เป็นการลอบโจมตีที่ถือว่าขี้ขลาดตาขาวอย่างสุดหาคำใดเปรียบเทียบไม่ได้

“! ”

“ทำบ้าอะไรของพวกแกฟะ! คิดจะทรยศกันอย่างงั้นเรอะ!? ”

กองทัพของยักษาที่ถูกลอบโจมตีนั้น รู้สึกโกรธแค้นมาก

เนื่องจากมีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะถูกทรยศ พวกเขาจึงเตรียมตัวรับมือเอาไว้แล้ว

กองทัพของเผ่ายักษาถูกจัดวางในตำแหน่งที่เตรียมพร้อมรับมือเผ่ามนุษย์

แนบรบถูกจัดเป็นขบวนตอนยาวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเริ่มดันทัพของเผ่ามนุษย์กลับไป

มนุษย์ที่ตัวเล็กกว่าเผ่ายักษ์เกือบสองเท่านั้น ไม่อาจที่จะต่อกรพวกเขาได้เลย

“ยิง! ”

เสียงคำรามได้ดังสั่นสะท้านไปทั่วจากยอดเนินกำแพงเมือง

หน่วยรบนโปเลียนลั่นปืนคาบศิลาไปที่กองทัพยักษาด้านล่าง

ส่วนกองทัพเสริมพร้อมอาวุธยุคใหม่นั้น กำลังยิงปืนกลหนักไปที่ฝูงบินของโซเดียมจากข้างนอกเมือง

“เฮ้ย!? ”

โซเดียมและกองทัพของเขาต่างบินหลบลูกปืนอย่างสุดความสามารถ

แต่สุดท้ายพวกเขาก็พบกับชะตากรรมที่ไม่ต่างไปจากพวกไฮเจนที่ประสบเจอในเมืองหลวงเผ่ามนุษย์

ต่อให้บินหลบด้วยสัญชาตญาณได้แม่นยำแค่ไหน พวกเขาก็มิอาจเร็วกว่าลูกปืนไปได้

ฝูงบินหนึงแสนของโซเดียมถูกทำให้กลายเป็นเนื้อบนกลางอากาศไปในทันที



“ของแค่นี้ทำอะไรชุดเกราะมังกรไม่ได้หรอก! ”

ส่วนการรบด้านในเมืองนั้น พวกเผ่ายักษายังได้เปรียบอยู่

เสื้อเกราะเกล็ดมังกรได้ช่วยปกป้องลูกปืนเอาไว้

“ปืนใหญ่ [ยะมะโตะ] จะยิงปูพรมลงมาแล้ว ถอนทัพด่วน! ”

เสียงคำรามของแม่ทัพสปาตั้นได้ดังขึ้นพร้อมกับเสียงหวาน ๆ ของแม่ทัพมองโกเลีย

กองทัพของฝ่ายมนุษย์ต่างถอนทัพกลับอย่างรวดเร็ว จนทำให้ฝ่ายยักษาเข้าใจผิด

“อะไร? ถอนทัพหรือ? จะยอมแพ้เร็วไปมั้ย? ”

ขุนนางแอปเปิ้ลเกิดข้อกังขาในความเคลื่อนไหวของกองทัพมนุษย์

“อย่าประมาท มันอาจเป็นกับดัก หน่วยโล่จงออกไปที่แนวหน้า! ”

ขุนนางแอปเปิ้ลรีบสั่งการรับมือในทันที

ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ถ้าหากว่าอีกฝ่ายใช้ดาบและธนูในการรบละนะ…

ปืนใหญ่ยะมะโตะที่ถูกสร้างจากสินแร่พืชต่างโลก ได้หันปากกระบอกไปยังเป้าหมายจากนอกตัวเมือง

ปืนใหญ่นั้น แต่เดิมมีข้อเสียที่น้ำหนักอันเนื่องจากขนาดของมัน

แต่ด้วยสินแร่ที่ดัดแปลงสังเคราะห์จากพืชต่างโลกที่ได้อธิบายในตอนก่อน จึงทำให้ปัญหาเหล่านั้นหมดไป

พวกเขาสามารถสร้างปืนรบขนาดใหญ่ที่ทนทาน และน้ำหนักเบาได้สำเร็จ

ความเร็วในการหันปากกระบอกปืน พลังงานที่ใช้ในการขับดันและเคลื่อนไหว ทุกอย่างล้วนแต่ถูกใช้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

และด้วยสินแร่ในฝัน จึงทำให้แรงขับดันและอำนาจการยิงเพิ่มมากขึ้น

กระสุนปืนใหญ่ถูกลั่นคำรามไปทั่วเขตแดน

“เสียงอะไร--”

ขุนนางแอปเปิ้ลไม่อาจทราบคำตอบนั้นได้

เพราะกว่าจะรู้ตัว ชีวิตของตนก็ดับดิ้นลงไปแล้ว

หัวกระสุนระเบิดจำนวนหกนัดถูกยิงทะลวงกำแพงดินของเมือง พุ่งผ่านเข้ากระทบเป้าหมายอย่างแม่นยำ

เสียงระเบิดกัมปนาทดังกึกก้อง พร้อมเพลิงนรกและแรงระเบิดที่บดขยี้ซึ่งทุกสิ่งลง

กองทัพอันเกรียงไกรนับแสน ได้กลายเป็นขยะเนื้อสดและเถ้าถ่านไปในเสี้ยวกระพริบตา



ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็วมาก

กองทัพพันธมิตรถูกมนุษย์ทำลายจนราบภายในครึ่งชั่วโมง ทันทีที่ปืนใหญ่และอาวุธสงครามมาถึง

ส่วนพวกภูติที่โชคดีลี้ภัยไปจัดปาร์ตี้สุรานอกเมืองนั้น เลยได้กลายเป็นสักขีพยานอำนาจของมนุษย์ และเริ่มตระหนักถึงภัยร้ายของพวกมนุษย์ ก่อนจะรีบออกคำสั่งถอนทัพกลับเมืองหลวงของพวกเขาโดยทิ้งเอสเทอเอาไว้ที่นี่

“จะมามัวเล่นสบายใจแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว”

นั่นคือสิ่งที่พวกภูติพึ่งจะคิดกันได้



หลังจากทุกอย่างสงบลงมาได้ราวครึ่งชั่วโมง เหล่ากองทัพพันธมิตรที่ลงไปใต้ดินก็กลับขึ้นมาบนผิวดินอีกครั้ง

“นี่มัน.. เรื่องบ้าอะไร? เอรีส!? ”

บานาแผดเสียงร้องด้วยโทสะ

หากกลับขึ้นมาแล้วถูกกองทัพที่น่าจะเป็นพวกเดียวกันยื่นคมดาบเข้าหา เป็นใครก็ต้องโมโหอยู่แล้ว

“เออ… ฉัน… ไม่รู้… ”

เอรีสเองก็มึนงงไม่แพ้กัน

กองกำลังพันธมิตรจำนวนราวสองแสนที่เหลือรอด ได้กลับขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก

พวกเขาพลาดท่าปล่อยชัยชนะให้หลุดมือไป

ผลงานเดียวที่มี คือการที่พวกเขาสามารถจับตัวสเลบ ซึ่งไปพบนอนสลบระหว่างทางกลับมาได้

แต่เชลยศึกคนสำคัญนี้ สุดท้ายกลับต้องมาตกอยู่มือของมนุษย์

ซ้ำร้าย ทั้งบานา แครอท และเอสเทอที่พึ่งกลับขึ้นมา ดันตกอยู่ในวงล้อมของมนุษย์อย่างไม่ทันตั้งตัว โดยไม่มีกองทัพของพวกเขาปรากฏตัวให้เห็นอยู่บนพื้นดินแม้แต่คนเดียว

ตัวเลือกของเขาจึงมีแค่ยอมถูกจับ หรือไม่ก็สู้ถวายชีวิตเพื่อไปเกิดใหม่ที่เมืองของตัวเอง

“บานา ยอมพวกมันไปก่อนดอง~ เอรีส หลังจากนี้เธอไม่ใช่เพื่อนพวกเราแล้วดอง~”

ซึ่งเอสเทอเลือกเส้นทางแรก พร้อมกับพูดจาตัดเยื่อใยเอรีสไป

ในดวงตาของเอสเทอนั้น คือดวงตาของคนที่กำลังวางแผนบางอย่างเอาไว้

“ฉัน… ฉันไม่ได้…”

เอรีสรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังจะแตกสลายลง

โดนเพื่อนร่วมรบมาพูดเช่นนี้ใส่ สำหรับเธอแล้วมันช่างปวดร้าวหัวใจยิ่งนัก



และนี่คือผลสรุปของสงครามพันธมิตรในศึกรอบที่เก้าของโลกแห่งสงคราม

เผ่าอาร์โธร์โพดาที่หนีรอดไปได้

เผ่าโพรแคริโอตที่เสียคริสตัลแห่งชีวิตไปจากลูกหลงของสงคราม และไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงต่อไปในอนาคต

เผ่ายักษากับภูติที่ต้องยอมล่าถอยไปก่อน เพราะการโจมตีของมนุษย์

และเผ่าปักษาที่ถูกเผ่ามนุษย์โจมตีสวนกลับ จนล่มสลายภายในคืนเดียว

ซึ่งเหตุการณ์ล่มสลายของเผ่าปักษานั้น คงอาจได้เล่าในบทต่อไป

ใครคือผู้ชนะในสงครามครั้งนี้ คงไม่จำเป็นต้องพูดออกมา

มนุษย์… ช่างน่ากลัวยิ่งนัก



รายงานจากบันทึกสงครามรอบที่เก้า วันที่ 46-47 ของเทพเจ้าทั้งสาม



ในเวลาเดียวกัน ณ เส้นทางใต้ดินที่วกวน

***ปักษาผู้เป็นไท [เปอร์ไซด์]

“หนูหลงทางอีกแล้วค่ะ! ใครก็ได้ มาช่วยหนูด้วย! ”

“ปี้…”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น