Age Of War

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,581 Views

  • 55 Comments

  • 64 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    406

    Overall
    2,581

ตอนที่ 55 : ฮีโร่ยูนิตปะทะฮีโร่ยูนิต (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 มี.ค. 62

***ราชินีแห่งเทคโนโลยี [ฟรีด้า]

“นี่มันคลื่นอะไร? ”

มีคลื่นที่น่ารำคาญบางอย่างกำลังส่งตรงลงมาจากด้านบนของห้องโถงคริสตัล

และต้นกำเนิดคลื่นนั้นกำลังเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกทีแล้ว

“... หรือว่าศัตรูมันเคลื่อนไหวในดินได้? ”

การที่พวกเราสามารถเคลื่อนที่ในดินได้นั้น ใช่ว่าเผ่าของศัตรูจะทำไม่ได้

สิทธิในการดำดินอาจจะไม่ใช่มีเพียงเฉพาะเผ่าของเราเพียงเผ่าเดียว

ถึงจะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่ควรคิดหาทางรับมืออย่างเร่งด่วน

“ (นี่ราชินีแฟต ถึงขุนพลทุกนาย จงมารวมตัวที่ห้องคริสตัลเดียวนี้) ”



***ปราชญ์แห่งพงไพร [เอสเทอ]

“ขุดตรงไปข้างหน้าดอง~! ”

แผนการของเผ่ามนุษย์ที่เอรีสเสนอมานั้น กำลังดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าทำไมพวกเราต้องมาเดินตามเกมส์ของศัตรูตั้งแต่แรก

การเดินไปในเส้นทางที่พวกศัตรูเตรียมเอาไว้ให้นั้น ช่างเป็นการกระทำที่โง่เขล่ายิ่งนัก

หากเส้นทางมันซับซ้อนจนชวนหลงและเสียเวลา งั้นมาขุดเส้นทางใหม่กันเอาเองเสียเลยสิ

พวกเราเผ่าภูติมีพลังและเทคนิกที่จะทำได้อยู่แล้ว

พลังและความสามารถนี้ของพวกเรา ไม่ได้เป็นความลับที่ต้องปกปิดอะไร

การใช้ปีกเพื่อเปลี่ยนสภาพวัตถุ มันคือความสามารถพื้นฐานของเผ่าพวกเราอยู่แล้วดอง~

ใช้ปีกแสงแปลงมวลดินตรงหน้าให้อ่อนตัวลง แล้วควบคุมให้มันเคลื่อนตัวออกไปด้านข้างเพื่อเปิดเป็นเส้นทางลึกลงไป จากนั้นก็คอยระวังเรื่องอากาศและชั้นดินที่อาจถล่มลงมา

พวกเราขุดดินลึกลงมาด้วยวิธีนี้มาได้ราวครึ่งชั่วโมงแล้ว

ส่วนเป้าหมายปลายทาง พวกเราได้ใช้คริสตัลภูติในการส่งคลื่นความถี่ออกไป แล้วตรวจสอบจากการสะท้อนกลับด้วยปีก แค่นี้ก็จะสามารถทราบโครงสร้างของใต้ดินโดยรอบนี้ได้

หากพวกมันขนคริสตัลเอาไปเก็บไว้ที่ใต้ดิน ห้องที่เก็บนั้นก็ต้องเป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ตามขนาดของคริสตัลที่สูงถึงสิบเมตร

“เอสเทอ เป้าหมายอยู่ข้างหน้านี้แล้วครับ ดิก~”

“ดีมากดีลอนิก เอาละ เตรียมตัวบุกได้ดอง! ”

เสียงคำรามศึกได้ดังก้อง

กองทัพพันธมิตรจำนวนหลายแสนนาย พร้อมที่จะทำศึกสุดท้ายแล้วดอง~



***นักรบไร้นินทรา [สเลบ]

“พวกมัน...สร้างเส้นทางใหม่บุกเข้ามาอย่างงั้นหรือครับท่านราชินี? ”

“น่าจะเป็นแบบนั้น...”

กองทัพอาร์โธร์โพดาได้ถูกเรียกมารวมตัวกันที่ห้องโถงคริสตัลเพราะกรณีฉุกเฉิน

ไม่ว่าจะมดทาส มดทหารเลว มดทหารระดับสูง มดระดับองครักษ์ และแม้แต่ตัวราชินีทั้งห้าเอง ยังมารวมกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้

หากนับรวมพวกที่พึ่งกลับมาเกิดใหม่ จำนวนกองทัพในตอนนี้จะมีอยู่ราวหกแสนนายได้

บรรยากาศเริ่มตึ่งเครียดมากขึ้น เนื่องจากคลื่นประหลาดที่ส่งมาจากผิวดินด้านบนนั้นมีความถี่ที่รุนแรงมากขึ้น

คบเพลิงจำนวนมากได้ถูกทำให้ดับมอดลง แต่แสงจากตัวคริสตัลยังคงส่องแสงเป็นประกายอยู่ เลยทำให้ห้องโถงทรงโดมขนาดยักษ์แห่งนี้ ยังคงซึ่งแสงสว่างแสงสีฟ้าเอาไว้จาง ๆ

ทั้งที่อยากปิดดวงตาของศัตรูให้มืดบอดแท้ ๆ แต่คงทำแบบนั้นไม่ไหว

“ต้องขอโทษด้วยแฟต ที่ฉันไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย...”

“ไม่เป็นไรราชินีแห่งความเป็นมิตรคอมพาเนียน เธอ...ทำสุดความสามารถที่เธอทำได้แล้ว”

ราชินีแห่งความเป็นมิตรคอมพาเนียนก้มหัวขอโทษราชินีแฟตด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้า

ท่านผู้นี้ได้รับคำสั่งให้ไปสืบหาวิธีทำลายความสัมพันธ์ของกองกำลังศัตรู

แต่เนื่องจากมีกำแพงชิ้นโตอย่างเรื่องของภาษามาขวางกั้น อีกทั้งไม่สามารถหาโอกาศเข้าใกล้ทำการเจรจาได้ เลยทำให้เธอต้องรู้สึกทนทุกข์ทรมาน

ตลอดช่วงเวลาของการทำสงคราม เธอได้ส่งคณะทูตไปหาศัตรูแล้วถึงสองครั้ง

ครั้งแรกคือก่อนที่จะถูกปิดล้อม ครั้งที่สองคือช่วงเช้าก่อนวันเปิดศึก

แต่ทั้งสองรอบกลับถูกพวกศัตรูปฏิเสธอย่างไม่ใยดีด้วยลูกธนู

พวกมันกล้ายิงธนูใส่คณะทูตที่ไม่ถืออาวุธที่เข้าหาพร้อมอาหารและสินแร่จำนวนมากได้ลงคอ

พวกมันแสดงเจตจำนงชัดเจน ว่าไม่คิดจะปล่อยพวกเราหรือทำการเจรจาต่อรองอีกต่อไป

“อลูฟ… ไม่นะ… ขุนพลของข้า… เจ้าอลูฟ…. ทำไม..”

“พวกศัตรูไม่ใช่ธรรมดา อย่าเสียใจไปเลยราชินีบอส หากพวกเราพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ เจ้าก็จะได้พบกับขุนพลของเจ้าอีกครั้งอย่างแน่นอน”

หลังจากคุยกับราชินีคอมพาเนียนเสร็จ เธอก็เดินเข้าไปปลอบโยนราชินีบอส ที่กำลังร่ำไห้ต่อการจากไปของอลูฟ

หากพวกเราแพ้ที่นี่ ตรงนี้ เจ้าอลูฟก็จะไม่มีวันกลับมาเกิดใหม่ได้อีกต่อไปแล้ว

“...เป็นภาพที่แปลกตานัก”

คริสตัลแห่งชีวิตนั้นถูกวางเอาไว้ที่ใจกลางของห้องโถง โดยมีกองทัพของพวกเราตีวงปิดล้อมเอาไว้จากทุกทิศทาง

ซึ่งแน่นอนว่าในทิศทางที่ศัตรูกำลังบุกมานั้น จะมีกองกำลังเฝ้าเยอะเป็นพิเศษ

รวมไปถึงสี่ขุนพลอย่างพวกเราด้วย

ที่แนวหลังสุดนั้น จะเป็นกลุ่มของราชินีทั้งห้าองค์

ร่างที่สูงสี่เมตร ต่างยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ที่แนวหลัง พวกท่านจะเป็นปราการสุดท้ายในการป้องกันคริสตัลจากน้ำมือของศัตรู

แถวต่อมากคือกองกำลังมดทาสติดธนู พวกเขาคือทีมสนับสนุน

และแนวหน้าคือกองทัพทหารสวมเกราะ ที่สร้างจากกองกำลังผสมของมดทหารเลวกับมดทหารระดับสูง

ส่วนมดระดับองครักษ์นั้น จะประจำการอยู่ภายในผิวดินพร้อมกับมดทาสติดธนูกลุ่มที่สอง เพื่อรอจังหวะลอบโจมตีจากทางด้านหลังด้วยการนำของขุนพลคอมมิว

ส่วนขุนพลที่เหลืออีกสามคน ผม สกัด และฮอร์เนส จะต้องนำทัพอยู่แถวหน้าสุดเพื่อเพิ่มกำลังใจในตอนที่บุกเข้าตีกองทัพของศัตรู

แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงมากขึ้น

“พวกมันมาแล้ว…”

เพดานดินเริ่มยุบตัวลงมา

มันช่างคล้ายกับภาพของวันโลกาวินาศ

เพดานดินทรงโดมขนาดใหญ่ได้ถูกอะไรบางอย่างทำให้มีสภาพกลายเป็นของเหลว ก่อนที่จะไหลลงมาราวกับก้อนเนยที่ละลาย

สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ส่องประกายแสงจากปีกจำนวนมาก ต่างบินทะลักเข้ามาสู่ภายในห้อง

พวกมันมีจำนวนมาก มากล้นจนไม่อาจนับไหวได้

“ยิงธนู! ”

คำสั่งโจมตีได้ถูกถ่ายถอดลงมาจากองค์ราชินีทั้งห้า

สายบังคับการทั้งห้าเหล่าทัพเริ่มโจมตีออกไปโดยไม่คิดที่จะให้พวกศัตรูได้ตั้งตัว

ลูกธนูจำนวนมากยิงเข้าปะทะกับฝูงแสงที่บินกรูเข้ามา

พวกมันบินวนเวียนคล้ายเกลี่ยวคลื่น พุ่งตรงมาทางพวกเราราวกับอรพิษร้าย

ประกายแสงที่ส่องออกมาจากปีกของพวกมันพร้อมกับกระแสลมอันรุนแรง ได้คอยปัดป้องลูกธนูที่ยิงออกไปสู่ทิศทางอื่น

“ยิง! ยิง ยิงงงงง! ”

ลูกธนูนับแสนยังคงยิงต่อเนื่องออกไปเข้าปะทะกับเกลียวคลื่นแสงโดยไม่สนใจว่าพวกมันจะสามารถป้องกันเอาไว้ได้

ผมเห็นพวกมันส่วนหนึ่งร่วงโรยลงมากองที่พื้นเพราะถูกลูกธนูยิงใส่ แต่กระนั้นเกลี่ยวคลื่นแสงก็ยังวิ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

ในตอนนั้นเอง ที่พื้นที่แถวรูตรงเพดานเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

มวลดินจำนวนมากเริ่มก่อตัวขึ้นจากพื้นดินข้างล่าง พุ่งขึ้นไปสู่รูขนาดใหญ่ที่ถูกเปิดออกตรงเพดานข้างบนนั้น

“ไม่ว่ามันจะคืออะไร อย่าให้พวกมันสร้างสิ่งนั้นได้! ทำลายมันซะ! ”

หน่วยลอบสังหารกลุ่มหนึ่งได้ผุดออกมาจากผิวดินบริเวณนั้น

พวกเขาออกมาลอบสังหารปีศาจแสงที่กำลังสร้างเนินดินด้วยความรวดเร็ว

แต่ก็ถูกพวกศัตรูสวนกลับด้วยความรวดเร็วเช่นกัน

ภูติแสงที่มีผมสีทองเรียบดูเด่นชัด ได้เสกไฟออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า

มันพ่นเปลวเพลิงออกมาเป็นจำนวนมาก และก่อเป็นแนวกำแพงไฟล้อมเนินดินนั้นเอาไว้

หน่วยลอบสังหารของคอมมิวพยายามบุกเข้าไปอย่างสุดกำลัง แต่กองกำลังชุดขาว ไม่อาจที่จะตีผ่านวงล้อมของกำแพงไฟเข้าไปได้

ร่างของพวกเขาต่างจมลงไปในกองเพลิง

“คอมมิว อย่าให้พวกมันสร้างเนินนั้นได้! ”

“รับทราบครับท่านคอมพาเนียน! ”

คอมมิวที่สวมเกราะแขนกลสีขาวกรีดเสียงตอบรับคำสั่งองค์ราชินี

เขาพุ่งออกมาจากผิวดิน แล้ววิ่งฝ่ากองเพลิงเข้าไปจากทางด้านหลังของเจ้าปีศาจแสงสีทอง

คงมีไม่กี่คนที่สามารถทนความร้อนที่รุนแรง แล้วกล้าวิ่งเผ่านกำแพงไฟเข้าไปแบบนั้นได้

“ดิก~!? ”

มีดจำนวนสี่เล่มได้ถูกปาเข้าใส่ร่างของปีศาจแสงคนนั้น

แต่กลายเป็นว่ามีกำแพงไฟปรากฏขึ้นที่รอบตัวของมัน

มีดที่พุ่งเข้าใส่ ถูกความร้อนจากเปลวไฟนั้นแผดเผาละลายหายไปสิ้น

“@! #% ดิก~! ”

เจ้าผมสีทองกรีดเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวด

ร่างของมันลุกเป็นไฟที่ร้อนแรงอย่างน่ากลัว

มันบินถล่าลงมาแล้วกอดร่างของเจ้าคอมมิวเอาไว้

“@#$^! ”

ก่อนที่จะเกิดกองเพลิงขนาดใหญ่ขึ้นมาจนแผดเผาไปด้วยกันทั้งคู่

“อ๊าก! อะไร นี่มันยอมตายพร้อมกับข้าเรอะ!? ”

คอมมิวร้องโหยหวยด้วยความเจ็บปวด

ถึงเกราะจะทนทาน แต่ร่างกายของเขาไม่อาจทนความร้อนที่ส่งผ่านชุดเกราะนั้นเข้ามาได้

“ไม่จริง ข้าคนนี้ต้องมาตายเพราะเรื่องแบบนี้---”

ขุนพลคอมมิวได้สิ้นชีวิตลงแล้ว



***ยักษาแห่งปฐพี [บานา]

“ช่างกล้าหาญยิ่งนัก”

ข้ากำลังมองดูการต่อสู้ของเผ่าตัวจิ๋วจากบนปากรูที่พวกเขาเปิดเอาไว้ให้

พวกเรามาถึงเป้าหมายที่เป็นห้องคริสดัลแห่งชีวิตแล้ว

แต่เนื่องจากเพดานของห้องอยู่สูงมากกว่าสิบเมตร เลยทำให้พวกเราไม่สามารถกระโดนลงไปข้างล่างได้

ดังนั้นพวกตัวจิ๋วจึงรับหน้าที่บุกออกไปเป็นกองกำลังแรก เพื่อที่จะสร้างเส้นทางให้กับพวกเรา

และในตอนที่พวกมันใช้อาคมบางอย่างเพื่อสร้างเส้นทางให้กับพวกเรานั้น ก็มีกองกำลังลึกลับของศัตรูปรากฏตัวขึ้นมาจากทางด้านหลัง จนกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหน่วงข้างล่างนั้น

แม่ทัพของเผ่าตัวจิ๋วยอมสละชีวิตตัวเองลงอย่างกล้าหาญ และยอมแผดเผาตัวเองไปพร้อมกับคนที่น่าจะเป็นแม่ทัพของศัตรู

ช่างกล้าหาญยิ่งนัก

“ทุกหน่วย ระวังการลอบโจมตีของศัตรูด้วย อีกเดียวพวกเราจะได้บุกแล้ว! ”

“โอ้ว! ”

เส้นทางที่พวกเราขุดขึ้นมาใหม่นั้น กำลังถูกโจมตีจากทุกทิศทาง

พวกมันใช้วิธีมุดดิน แล้วลอบโจมตีเข้ามาโดยไม่คิดที่จะปล่อยให้พวกเราบุกลงไปข้างล่างนั้น

แต่เพราะว่าพวกเรามีประสบการณ์โดนลอบโจมตีเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว เลยทำให้สามารถรับมือได้

หากได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังมาจากผิวดิน กองทัพของพวกเราก็จะแทงดาบใส่กำแพงในทันทีอย่างไม่ลังเล

เนินดินที่พื้นข้างล่างเริ่มถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

“เส้นทางใกล้จะถูกเชื่อมแล้ว ทุกคนเตรียมตัวบุก! ”

เอาละ ได้เวลาจบสงครามครั้งนี้เสียที!



***ปราชญ์แห่งพงไพร [เอสเทอ]

เจ้าดีลอนิกมันช่างโง่จริง

สร้างกำแพงไฟที่ร้อนระดับหลอมมีดมาอยู่ข้างตัวแบบนั้น ความร้อนจากกำแพงมันก็แผ่ออกมาเผาร่างตัวเองไม่ใช่หรือไงดอง…

เพราะแบบนั้น มันเลยกลายเป็นการเผาตัวเองตายไปพร้อมกับศัตรูเสียอย่างงั้น

แต่เอาเถอะ ดูเหมือนว่าเผ่าอื่นจะเห็นเป็นความกล้าหาญไปแทนละนะดอง~



***นักรบไร้นินทรา [สเลบ]

กองทัพปีศาจยักษ์กับกองทัพเผ่าจอมมารเริ่มกรูลงมาจากเพดาน ราวกับจะตอกย้ำความเลวร้ายของสถานการณ์ที่พวกเราเผชิญอยู่

ถึงฝั่งเราจะมีกองกำลังจำนวนมาก รวมไปถึงกองกำลังที่เกิดใหม่จากคริสตัลแห่งชีวิต แต่พวกศัตรูเองก็มีกองกำลังที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด

น่าจะมีราวสามแสน ไม่สิ… อาจจะเกือบสี่แสนได้

ทั้งที่ลดจำนวนพวกมันไปได้มากแล้ว แต่ยังมีเหลือกองทัพเยอะขนาดนี้เลยหรือ...

และถ้าหากคริสตัลถูกทำลาย พวกเราก็จะจบลงทันทีโดยไม่เกี่ยวกับว่ามีกองทัพมากกว่า หรือน้อยกว่า

“กองทัพแห่งราชินีแฟต พวกเราจะปกป้องคริสตัลด้วยชีวิต กองทัพแนวหน้า ตามข้าพเจ้ามา! ”

ผมชักดาบสี่เล่มเตรียมพร้อมรบ พร้อมกับวิ่งทะยานออกไปด้วยขาคู่นี้

“กองทัพแห่งฟรีด้า จงคำรามศึก จงสู้เพื่อเผ่าพันธ์ุของพวกเรา หากจะตาย จงตายอย่างมีเกียรติ์ เพื่อราชินีของพวกเรา! ”

สกัดชูหอกขึ้นฟ้าพร้อมกับส่งเสียงคำรามศึกก้องไปทั่ว

“เหล่าผู้ติดตามเอย ข้าฮอร์เนสผู้ไร้พ่าย จะไม่ทำให้พวกเจ้าผิดหวัง จงตามข้ามา จงตามแผ่นหลังของข้ามา แล้วข้าผู้นี้จะนำชัยมาให้พวกเจ้า อย่ามิหวั่นกลัวศัตรูตรงหน้า อย่าหวั่นเกรงต่อความตาย ทุกหน่วย บุก! ”

ฮอร์เนสวิ่งทะยานนำทัพด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ พร้อมกับง้าวขนาดใหญ่ที่ดูดุดัน

“โอ้วววว! ”

เสียงคำรามจากฝ่ายศัตรูเริ่มดังสะท้านขึ้น

กองทัพปีศาจเริ่มวิ่งลงมาจากรูข้างบนเพดานราวกับเขือนที่แตกพังทลาย

ในเวลาเดียวกัน กองทัพของพวกเราก็วิ่งสวนเข้าใส่เช่นกัน

นี่อาจจะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายของพวกเราแล้วก็เป็นได้

“ระวังการโจมตีของพวกปีศาจแสง! ”

กองทัพปีศาจแสงเริ่มบินกระจายตัวออกจนคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ของห้องโถง

พวกมันส่องแสงเป็นประกายออกมาจากลูกแก้วของพวกมัน พร้อมกับที่มีลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นจำนวนมากผุดขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่า

นอกจากลูกไฟขนาดเล็กแล้ว ยังมีประกายสายฟ้าที่วิ่งเป็นเส้นแสงสีเหลืองไปทั่วอีกด้วย

ลูกไฟจำนวนนับหมื่น หรืออาจเป็นแสน ได้พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่กองทัพของพวกเรา

สายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วน ได้ถูกฟาดลงมาในห้องโถงใต้ดินราวกับมีพายุบังเกิดขึ้น

เปลวไฟได้พวยพุ่ง สายฟ้าได้แผดเผาร่างของนักรบไปเป็นจำนวนมาก

แต่กระนั้นก็มิอาจหยุดคลื่นของกองทัพของพวกเราได้

ในเวลานั้นเองที่มีลูกไฟส่วนหนึ่งเล็งยิงไปที่คริสตัลแห่งชีวิต

“อย่าคิดว่าจะทำลายได้ง่าย ๆ นะ! ”

กองทัพลอบสังหารที่เหลืออยู่นั้น ต่างกระโจนออกมาจากผิวเพดานห้องโถง

พวกเขากางปีกบินถลาลงมา แล้วใช้โล่เหล็กเข้าขวางเส้นทางบินของลูกไฟเอาไว้

เกิดเสียงระเบิดดังคำรามไปทั่ว พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่เจ็บปวด

“บุก! บุกเข้าไป อย่าได้สนใจการโจมตีของมัน! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยสังหารจัดการไป! ”

เหนือข้างบนพื้นขึ้นไปห้าเมตร ได้กลายเป็นลานต่อสู้อันดุเดือดระหว่างหน่วยลอบสังหารกับพวกปีศาจแสง

ร่างอันเล็กจ้อยเพียงหนึ่งเมตร กำลังเข้าโรมรันกับกองทัพอันน่าเกรงขามของมดองครักษ์ที่สูงสามเมตร

เลือดไร้สีและเลือดสีเขียวต่างปลิวกระจายไปทั่ว จนเป็นหยาดน้ำฝนที่โปรยปรายลงมาพร้อมกับสายฟ้าฟาดและลูกไฟ

ในขณะที่น่านฟ้ากำลังกลายเป็นนรก ที่พื้นดินเองก็กำลังจะกลายเป็นนรกไม่ต่างกัน

แนวหน้าของศัตรูกำลังใกล้เข้ามา และจะปะทะกันในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้

และผู้ที่นำทัพของพวกมันก็ไม่ใช่ใครคนอื่นไกล

[อสูรแห่งอัคคี บานา] และ เผ่าจอมมารที่ชื่อว่า [เอรีส]

ข้าจำสองคนนี้ได้ เพราะว่าเคยปะทะกันมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว

นอกจากสองคน ยังมีอีกสามคนที่ดูคล้ายว่าเป็นแม่ทัพของพวกมันวิ่งนำอยู่ที่แถวหน้าด้วย

เผ่าจอมมารผิวสีดำสวมเกราะหนังดูคล่องตัว

เผ่าปีศาจแสงตัวเล็กที่สวมผ้าตัวบางสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับผมสีเขียวของมัน

เผ่าปีศาจยักษ์ ที่มีผิวกายสีเขียว ไว้ผมยาวสีม่วง และมีดวงตาคมดูดุร้าย… ยัยนี่คือคนที่เคยลอบเข้ามาสังหารองคราชินีแฟตไม่ใช่หรือ?

หากพิจารณาด้วยสายตาแล้ว ระดับแม่ทัพของศัตรูคงมีประมาณห้าคน และน่าจะมีฝีมือพอตัว

ในขณะที่พวกเรามีเพียงสามคนเท่านั้น…

“ข้าจะรับมือสามคนเอง ที่เหลืออีกสองคนพวกแกรับมือไป”

“ฮอร์เนส เจ้าไหวหรือ? ”

“คิดว่าข้าคนนี้เป็นใครกัน? ”

ฮอร์เนสพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

“...งั้นฝากด้วย สกัด แกรับมือคนผิวดำไป ส่วนผมจะรับมือคนผมยาวสีม่วงตรงนั้นเอง”

ศึกสุดท้าย ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น