Age Of War

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,636 Views

  • 56 Comments

  • 64 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    461

    Overall
    2,636

ตอนที่ 33 : ประชุมผู้นำทั้งสี่เผ่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 ก.พ. 62

***นักรบยันเดเระ [แครอท]

“ทัพบานากลับมาแล้ว! เปิดประตู! ”

เสียงคำรามลั่นของนายทวารเผ้าประตูป้อมปราการได้ดังก้องไปทั่ว

อสูรหางเริ่มลากสายโซ่ที่คล้องกับประตูหินหุ้มเหล็กสูงสี่เมตรอันหนักอึ้งจนเปิดกว้างออก

ฉันที่ได้ยินคำประกาศนั้น ได้ละทิ้งต่ำแหน่งประจำการฝากให้มือขวาจัดการแทน ก่อนจะเร่งฝีเท้าไปหาบานาในทันที

“บานา! ”

ฉันยิ้มรับชายอันเป็นที่รักราวกับภรรยาที่รอต้อนรับการกลับมาของสามี

แต่คนทึ่มอย่างเขาคงเข้าใจว่าเป็นการรอต้อนรับของสหายสนิทมากกว่า

“ว่าไงแครอท ทางฝั่งนั้นมีความเคลื่อนไหวของพวกตัวเขี้ยวบ้างหรือเปล่า? ”

“ไม่มี…”

นั่นไงละ ฉันบอกแล้ว ตานี่ทึ่มจริง ๆ นั่นละ

ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉยจนเดาได้เลยว่าเขาคิดยังไงกับฉัน

แต่ช่างเถอะ เพราะยังไงบานาก็เป็นของฉันคนเดียวอยู่แล้ว

ถ้าถามว่าเพราะอะไร? คำตอบมันง่ายนิดเดียว เพราะคนอื่นถูกฉันสกัดดาวรุ่งไปหมดแล้วยังไงละ

เจ้าหมอนี่อาจจะไม่รู้ตัว แต่บานาเนื้อหอมในหมู่สาวนักรบมากเลยละ

ฉันคิดเช่นนั้นพร้อมกับเดินตรงไปหาบานา

“บานา เดียวฉันเอาชุดเกราะของแกไปเก็บให้เอง ส่งมาสิ”

“ไม่เป็นไรมั้ง? ของแบบนี้ให้เป็นงานของทหารเลวเถอะ ขุนนางอย่างเธอไม่---”

“เอาเถอะน่า~”

“ตามใจเธอ… ”

ว่าแล้วฉันก็รับเสื้อเกราะอสูรปีกเกล็ดสีน้ำตาลมาจากเขา

หุ หุ หุ ได้ผ้าห่มของคืนนี้กับของสะสมมาเพิ่มแล้ว

“ดีนะที่พวกตัวเขี้ยวไม่เคลื่อนไหว หากถูกพวกมันบุกสวนมา ข้าละกลัวว่าพวกเราจะแพ้นะ”

“อย่าง---”

“คืนออกไซด์ของหนูมาน่ะ! ”

ในตอนนั้นเองที่มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา

ยัยนกสีแดงสลับขาวจากต่างเผ่าที่บังอาจมาแทรกการสนทนาระหว่างฉันกับบานานั้น มันกำลังบินลงมาทึ้งเส้นผมของบานาด้วยความโกรธอยู่

อยากตายหรือนังนี่!? … แต่ทว่า---

“โอ้ย~ โอ้ย~ เบา ๆ น่า เดียวข้าไปคุยให้เขาปล่อยตัวออกมาเอง พวกเรารักษาคำพูดอยู่แล้วนะ~”

แต่ทว่า--- ทำไมบานาถึงได้ใช้น้ำเสียงที่อ่อนนุ่มแบบนั้นกันได้ละเนี่ย!?

แล้วใบหน้านั้นอีก? ใบหน้ากับรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นขนาดนั้นมันคืออะไร!?

หรือว่าบานาจะชอบยัยนกนี่? นั่นมันต่างเผ่าพันธุ์เลยนะ! จะคล้ายกับพวกเราก็แค่ใบหน้าเท่านั้นเองนะ!?

“พูดจริงนะ มูว~”

“จริงจ๊ะ~”

กรี๊ดดด! ไม่ได้แล้ว ชัวร์ปาบไม่มีมั่วนิ่ม บานากำลังตกหลุมเสน่ห์ของยัยนกตัวนี้จริง ๆ ด้วย

ฆ่า… แบบนี้ต้องฆ่าทิ้งเท่านั้น

ไม่สิ แบบนั้นไม่ได้ เพราะโลกนี้มันเกิดใหม่ได้ ฉันต้องจับมาทรมาน เอาให้กลัวขึ้นสมองแทนสิ

เริ่มจากจับถอดขนสีแดงนั้นออกมาทีละเส้น แล้วจับหักแขนกับปีก แล้วจบลงด้วยการโยนไปให้อสูรขนปุยที่กำลังหิวโหยกินทั้งเป็นดีกว่า

“เอาละ งั้นไปคุยเรื่องการปล่อยตัวเธอกัน แครอท ข้าขอตัวก่อนนะ”

บานาทิ้งฉันไปกับยัยนกนั่นโดยไม่หันกลับมามองเลย

เอาละ ฉันตัดสินใจแล้ว มาเริ่มลงมือคืนนี้เลยดีกว่า


ในวันเดียวกันกับที่เกิดสงครามตีป้อมปราการบนทางสามแพร่งของแม่น้ำ ณ ที่เมืองหลวงของทั้งสี่เผ่า ก็กำลังมีเรื่องอันน่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นเช่นกัน

บนท้องฟ้าที่เริ่มก่อเค้าเมฆฝนนั้น มีแสงสว่างขนาดเล็กโบยบินอยู่

สิ่งนั้นคือเผ่าภูติ

พวกเขาที่พยายามเก็บตัวเลี่ยงไม่เข้าร่วมสงครามมาตลอดสามสิบเอ็ดวันที่ผ่านมา ในที่สุดก็ได้เริ่มต้นเคลื่อนไหวอย่างจริงจังแล้ว

ร่างอันเล็กจิ๋วที่สูงเฉลี่ยเพียงหนึ่งเมตรของพวกเขา ได้โบยบินแหวกหมู่เมฆลงมาตามหัวเมืองใหญ่ของแต่ละเผ่า

ด้วยการที่ส่งสายลับมาประจำแต่ละเมืองของทุกเผ่า รวมไปถึงความพยายามในการศึกษาภาษา เลยทำให้เผ่าภูติเป็นเผ่าแรกที่ประสบความสำเร็จในเข้าถึงทุกภาษาของโลก

เมืองหลวง [ดูเรียน] [เอเลเมนต์] และ [ฮิวซิตี้] เมืองทั้งสามของทั้งสามเผ่าได้ถูกภูติมาเยือนพร้อมกันอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

คริสตัลภูติที่เป็นแก้วใสในมือของพวกเขา ได้ส่องประกายแสงเจ็ดสีออกมา

เหล่าคณะผู้มาเยื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาตนี้ เป็นกลุ่มขนาดเล็กที่มีจำนวนภูติอยู่ด้วยกันสี่คน

พวกเขาโบยบินลงมาจากฟากฟ้า พร้อมกับเสียงที่เป็นมิตรว่า

“พวกเรามาเพื่อพูดคุย กิว~/เล~/บี~”

เนื่องจากภาษาที่เปล่งออกมานั้น เป็นภาษาของมนุษย์ ยักษา และปักษา เลยทำให้พวกเขาต่างตกใจและเผลอต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญนี้เข้ามาโดยไม่ทันคิด

พอรู้ตัวอีกที คณะทูตของเผ่าภูติก็ได้มานั่งอยู่ภายในเมืองหลวงของทั้งสามเผ่าแล้ว



และนี่คือสิ่งที่พวกภูติได้เสนอออกไปให้กับทุกเผ่าทราบ

“พวกเราจะไม่มาจับมือกันหน่อยหรือไง? เป้าหมายคือพวกอาร์โธร์โพดาที่กำลังเหิมเกริมขยายเขตแดนพวกนั้นยังไงละ กิว~/เล~/บี~”

ว่าแล้วคณะทูตก็ชูมือข้างที่ถือลูกคริสตัลภูติขึ้นไปฟ้า

ปีกทั้งสองที่โปร่งแสงเริ่มส่องประกายแสงสว่าง พร้อมกันนั้น ลูกแก้วที่อยู่ในมือของเหล่าภูติก็เริ่มส่องประกายแสงเจ็ดสีเจิดจ้าออกมาเช่นกัน

ภาพของคณะทูตที่อยู่ห่างไกลออกไปในแต่ละเมืองได้ถูกฉายขึ้นในอากาศที่ว่างเปล่า

ใบหน้าใต้หน้ากากไม้ที่น่ากลัวในชุดเครื่องราชหนังสัตว์ กษัตริย์แห่งยักษา [ดูเรียน]

บุรุษชาวจีนที่มีใบหน้าหล่อเหลาในชุดสูทที่เรียบตึง ผู้นำของมนุษย์ [กัง]

ชาวอินทรีย์ที่มีใบหน้าดุดันโหดเหี้ยม และมีขนสีดำทั้งตัวและสวมผ้าคลุมอย่างง่ายซึ่งทำใบไม้ จ่าฝูงชาวปักษา [ออกเซอร์]

และภูติที่งดงามดั่งดอกไม้ขาวนวล พร้อมกับผมสีเงินยาวแลดูบอบบางน่าปกป้อง ประธานธิบดีของเหล่าภูติ [ลิลลี่]

ถึงแม้ว่าจะอยู่ต่างสถานที่ แต่ด้วยอุปกรณ์สื่อสารของเผ่าภูติ มันก็สามารถทำให้พวกเขาเชื่อมถึงกันได้อย่างน่าอัศจรรย์

“นี่มันบ้าอะไรกัน!? ”

ชาวปักษาอย่างออกเซอร์ที่ไม่เคยเห็นของแบบนี้มาก่อน ถึงกับออกอาการตื่นตระหนกออกมา

“...วิชาคุณไสย? ”

ดูเรียนที่ไม่เคยเห็นสิ่งนี้ ถึงไม่ออกอาการตื่นตระหนก แต่ก็มีอาการหวาดกลัวแสดงออกมาให้เห็นเล็กน้อย

“โฮโลแกรมอย่างงั้นหรือ? อืม...”

ผิดกับเผ่ามนุษย์ ที่ดูสงบเยือกเย็นได้อย่างคาดไม่ถึง

พอเห็นดังนี้ ลิลลี่จากเผ่าภูติจึงประเมินมนุษย์ให้มีระดับของอารยธรรมที่สูงยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

“สวัสดีทุกท่าน เหล่าตัวแทนจากทุกเผ่า ต้องขออภัยในความเสียมารยาทของดิฉันด้วย… ยัน~”

“เออ…”

“อ่า…”

อาจเป็นโชคดีของทั้งสี่เผ่าที่มีจุดร่วมเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่ต่างกันมาก พอเจอความงดงามดั่งเทพธิดา อีกทั้งมารยาทที่เรียบร้อยของผู้นำเผ่าภูติเข้าไป พวกเขาก็ถึงกับอึงไปต่อไม่ถูกกัน

พอรู้ตัวอีกที พวกเขาก็เริ่มสงบจิตสงบใจและยอมฟังในสิ่งที่ผู้นำภูติอยากจะกล่าวต่อไป

อีกทั้งด้วยเทคโนโลยีอันเลิศล้ำของเผ่าภูติ เลยทำให้ภาษาภูติที่เธอพูดออกไปนั้น ถูกแปลให้เป็นภาษาของมนุษย์ ยักษา และปักษา ณ ที่ปลายทางในทันทีอีกด้วย

ปัญหาเรื่องกำแพงของภาษานั้นจึงได้หมดไปเช่นกัน

แต่น่าเสียดายที่ผู้นำกังของเผ่ามนุษย์ฟังภาษาอังกฤษไม่ออก เขาเลยต้องให้เลขาของเขา ซึ่งกำลังยืนหลบหน้าจออยู่ที่อีกมุมเขียนโพยคำแปลมาให้เขาแทน

“นี่อาจเป็นการประชุมผู้นำระหว่างเผ่าครั้งแรกของพวกเรา ถึงพวกเราจะเคยทำสงครามกัน มีเรื่องบาดหมางกัน แต่อยากให้ละวางซึ่งความแค้นนั้นลง ทำการสงบศึกชั่วคราว แล้วมาร่วมมือเพื่อจัดการศัตรูที่น่ากลัวที่สุดอย่างเผ่าอาร์โธร์โพดากันก่อนจะดีกว่าหรือเปล่าคะ? ยัน~”

ลิลลี่แห่งเผ่าภูติได้เอยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึกและอ่อนโยน พร้อมกับยิงเข้าประเด็นหลักในทันทีโดยไม่อ้อมค้อม

“เผ่าอาร์โธร์โพดาคืออะไร! ”

ออกเซอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่คุกคาม ชายผู้นี้ยังคงยึดถือว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุดจากทุกเผ่าอยู่

“อย่าใจร้อนเช่นนั้นสิค่ะ เดียวก็หมดหล่อกันพอดีหรอกค่ะท่านปักษาผู้ปกครองท้องฟ้า [อาร์โธร์โพดา] คือเผ่าที่มนุษย์เรียกว่า [มนุษย์มด] คือเผ่าที่พวกยักษาเรียกว่า [ตัวเขี้ยว] คือตัวตนที่เผ่าของปักษาเรียกว่า [สี่แขน] ยังไงละคะ ยัน~”

ลิลลี่หัวเราะอย่างเริงร่า ผมสีเงินของเธอได้พลิ้วไปตามสายลมอย่างงดงามผ่านหน้าจอโฮโลแกรมนั้น

“ข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้าอยากจะสื่อแล้ว แต่พวกเราเผ่ายักษาจะให้ความร่วมมือหรือไม่นั่น คงต้องขอดูความจริงใจของพวกเจ้าที่เหลือก่อน”

ดูเรียนเข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้นำภูติได้ในทันที

สำหรับเผ่ายักษาที่ถูกเผ่าอาร์โธร์โพดาขับไล่มาถึงทางเหนือของทวีปนั้น ย่อมรู้สึกได้ถึงอันตรายของพวกมันอยู่แล้ว

แต่เขาก็ใช่ว่าจะยินยอมตกลงให้ความร่วมมือกับเผ่าอื่นได้ในทันทีเช่นกัน

ถึงจะยังไม่เคยทำสงครามกับเผ่าอื่นโดยตรง แต่จะให้ไว้ใจทันทีมันก็ใช่เรื่อง

“ฮึ! กับอีแค่พวกตัวสี่แขนจะไปน่ากลัวอะไร ของแบบนั้นเผ่าของพวกเรารับมือคนเดียวได้อยู่แล้ว! ”

ส่วนสำหรับออกเซอร์นั้น ถึงจะได้รับข้อมูลการรบของเผ่าอาร์โธร์โพดามาแล้วบ้าง แต่เขากลับรู้สึกว่าพวกมนุษย์เป็นเป้าหมายแรกที่ต้องจัดการอยู่ดี

เขารู้โดยสัญชาตญาณว่าไม่ควรปล่อยให้พวกมนุษย์ตั้งตัวได้เด็ดขาด

“...”

ในขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่าไม่ยอมตอบรับคำขอของภูติ ผู้นำมนุษย์กลับนิ่งเงียบเฉยดุจรูปปั้นหิน

เขาดูเยือกเย็น สงบนิ่ง จนทำให้ผู้นำอีกสามเผ่าที่เห็นภาพนั้นเริ่มรู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขามจากผู้นำคนนี้

ผู้นำกังพยักหน้าตอบรับคำขอเผ่าภูติ

“ขอบคุณมากค่ะท่านผู้นำของเผ่ามนุษย์ พวกเรา [ภูติ] กับ [มนุษย์] จะเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งแน่นอนค่ะ ยัน~”

ในตอนนั้นเองที่ดูเรียนรู้สึกสงสัย

ชายคนนี้คิดอะไรอยู่?

กับโลกที่พึ่งมาอยู่ได้เพียงสามสิบสองวัน กับเผ่าต่าง ๆ ที่ยังไม่รู้นิสัยใจคอดี อีกทั้งกฏบ้า ๆ จากพวกเทพเจ้าห่านรากที่ให้เข้าทำสงครามกัน ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ ทำไมชายผู้นี้ถึงตอบรับคำขอที่ชวนดูคลุมเครือเช่นนั้นกันได้อย่างทันทีกันละ?

ดูเรียนที่คิดเช่นนั้นจึงทดลองไถ่ถามกลับไปเพื่อลองเชิงผู้นำของมนุษย์ดู

“เจ้า...ชื่อกังสินะ? ขอข้าถามเจ้าหน่อยได้หรือไม่ ทำไมเจ้าถึงตอบรับคำชวนของเผ่าภูติกันละ? ”

ถึงจะเป็นภาษาของยักษา แต่เสียงที่ปลายทางของเผ่ามนุษย์ก็เป็นภาษาอังกฤษที่กังฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี

ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าจออย่างเอาเป็นเอาตาย… แน่นอนว่ากำลังดูสิ่งที่เลขาตั๋งกำลังเขียนแปลเป็นภาษาจีนอยู่นั่นละ

“ (โอ้!? ช่างเป็นดวงตาที่เด็ดขาดยิ่งนัก เป็นสายตาของนักสู้ที่แท้จริง หาได้มีความขลาดเขลาไม่ อาจตีความได้ว่าไม่ได้คิดอะไร แต่ดวงตานั้นบอกข้าว่าชายผู้นี้มีแผนการรับมือพร้อม อีกทั้งยังมีความมั่นใจเปี่ยมล้น ไร้ซึ่งความลังเลเลย...ได้! งั้นข้าเองก็จะแสดงความขลาดเขลาให้เผ่าอื่นเห็นมิได้หรอก) ”

บางทีนี่อาจจะเป็นการประเมินความพร้อมของกองทัพฝ่ายศัตรูไปในตัวก็เป็นไปได้อยู่

จริงอยู่ว่าระแวงเอาไว้เป็นการดี แต่หากระแวงมากไปก็อาจจะถูกศัตรูดูหมิ่นได้

เผ่ายักษาที่ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลังนั้น คือเผ่าแห่งนักรบที่มีศักดิ์ศรีไม่ย่อยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกได้เด็ดขาดอยู่แล้ว ถ้ามัวแต่ลังเลดูท่าที อาจจะทำให้เผ่าคิดว่า “พวกยักษาไม่มีน้ำยา” ก็เป็นไปได้

ยิ่งพอเห็นดวงตาอันเด็ดขาดที่ไม่หวั่นไหวใด ๆ ของผู้นำมนุษย์ ก็ยิ่งทำให้ปลุกไฟนักสู้ในสายเลือดของยักษาในตัวราชาดูเรียนขึ้นมา

ดังนั้น ท้ายที่สุดแล้วดูเรียนจึงได้--

“ได้ ในเมื่อพวกยักษาน้อยตอบรับ พวกเรา เผ่ายักษาจะไม่ตอบรับด้วยได้เช่นไรกัน? ”

จึงตอบรับด้วยสายตาที่ดุดันกลับไป

“ขอบคุณค่ะท่านองค์ราชาดูเรียน แล้วทางด้านผู้นำปักษาจะเอายังไงละคะ? ยัน~”

ทำยังกับว่าเขาเหลือทางเลือกอื่นได้?

ออกเซอร์เริ่มรู้สึกปวดหัว

หากไม่ตอบรับ มันก็จะแปลว่าเผ่าของเขาต้องถูกโดดเดี่ยวทันที

หรือต่อให้ส่งทูตไปสานสัมพันธ์กับพวกอาร์โธร์โดา มันก็มีปัญหาเรื่องของกำแพงภาษาอีก

พวกเขาที่ไม่สามารถสื่อสารกับเผ่าอื่นได้นั้น คงไม่สามารถจัดโต๊ะเจรจาเหมือนอย่างที่พวกภูติทำได้ในวันนี้หรอก

แต่กระนั้น หากเข้าร่วมทำสัญญาสงบศึก พวกเขาก็จะมีเวลาเตรียมตัวสำหรับบุกพวกมนุษย์ได้

หรือก็คือใช้โอกาสนี้หาทางลอบโจมตีพวกมนุษย์ได้นั่นเอง

ด้วยข้อสรุปที่ได้ดังนี้ เขาเลยได้คำตอบว่า---

“ได้ พวกเราเผ่าปักษาจะเข้าร่วมด้วย”

ว่าจะเข้าร่วมพันธมิตรทั้งสี่เผ่าด้วยเช่นกัน

“เยี่ยมไปเลยค่ะ! ถ้าแบบนั้นเรามาคุยเรื่องรายละเอียดกับข้อตกลงร่วมกันของพันธมิตรพวกเรา---”

หากให้กล่าวโดยสรุป ข้อตกลงมันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย

หนึ่ง [ห้ามโจมตีกันเอง จนกว่าจะมีชัยเหนือเผ่าอาร์โธร์โพดา]

สอง [กองทัพที่จะส่งไปร่วมสงครามนั้น ให้แบ่งออกมาฝ่ายละสี่แสน]

มีแค่สองข้อกำหนดเท่านั้น

“วันออกทัพขอเป็นในอีกห้าวันข้างหน้านะคะ ส่วนแผนการ ให้แต่ละเผ่ารับผิดชอบกันเอง พวกเราจะบุกจากทั้งสามทิศพร้อมกัน ในยามรุ่งของอีกห้าวันข้างหน้าค่ะ ยัน~”

เมื่อสรุปการประชุมได้ ภาพสัญญาณก็ถูกตัดขาดหายไป

ลมพายุแห่งสงครามลูกใหญ่ กำลังจะเริ่มพัดโหมกระหน่ำอีกครั้งแล้ว



***กษัตริย์แห่งยักษา [ดูเรียน]

“ผู้นำมนุษย์อย่างงั้นหรือ…”

หลังจากที่พวกตัวจิ๋วเลิกใช้วิชาคุณไสย แล้วบินกลับขึ้นฟ้าไป ข้าก็เริ่มคิดถึงแผนรับมือต่าง ๆ ขึ้นมาภายในหัว

ก่อนอื่นคงต้องรีบส่งอสูรนกสื่อสารไปแจ้งข่าวขุนนางทุกหัวเมืองให้กลับมารวมตัวด่วน

สอง ต้องคิดแผนรับมือเพื่อกรณีที่มีเผ่าอื่นทรยศ

ข้าไม่ไว้ใจพวกตัวจิ๋วเลย ภายใต้ใบหน้าที่สวยงามนั้น มันคือยาพิษร้ายชัด ๆ

ทุกคำพูดดูอ่อนหวาน แต่ข้าสัมผัสได้ถึงจิตที่ไม่ซื่อตรงซึ่งแผ่ออกมาจากยัยนั่นได้

ส่วนพวกตัวมีปีกนั้น ดูแล้วมันเอาแต่จับจ้องใส่พวกยักษาน้อยด้วยแววตาอาฆาตแค้น สงสัยไม่นานคงได้มีแตกคอกันเองแน่

แต่ก็เป็นคนที่อ่านออกง่ายจนไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหรนัก

สุดท้ายคือพวกยักษาน้อย

มีเพียงแค่ผู้นำของพวกมันที่ข้าคาดเดาไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่

สายตาที่แนวแน่ อีกทั้งยังไม่พูดจา นอกจากนิ่งเยือกเย็นประดุจภูเขาน้ำแข็ง

ข้ารู้สึกได้ถึงความซื่อตรงและความแน่วแน่อันแข็งแกร่งที่ไม่อาจดูถูกได้จากผู้นำคนนี้

“ชื่อว่ากังสินะ? คงต้องระวังตัวเอาไว้เสียแล้วสิ”



***พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์]

ไอเผ่าสองแขนเวรพวกนั้น…

ผู้นำของมันไม่ยอมพูดจา แล้วใช้ความเยือกเย็นรับมือความดุดันของผม กับเจ้าพวกเผ่าสองเขาคู่ได้อย่างน่าประทับใจ

พูดตามตรงคือข้าไม่สามารถอ่านออกได้เลยว่ามันกำลังวางแผนอะไรเอาไว้ ถึงได้กล้าตอบรับข้อตกลงพันธมิตรออกไปได้อย่างไม่ลังเลเป็นรายแรกเช่นนั้น

แต่ช่างมัน เพราะระหว่างที่พวกมันนำทัพออกไปบุกโจมตีพวกสี่แขน ผมก็จะใช้โอกาศนั้นเรียกทัพตัวเองกลับมา แล้วรวมตัวบุกตีพวกสองแขนแทน

ดีไม่ดี หากพวกสี่แขนอ่อนแรง ผมก็จะได้เก็บไปทั้งสองเผ่าพร้อมกันเลย

ผู้ชนะของสงครามครั้งนี้คือเผ่าของพวกเรา ชาวปักษาต่างหาก



***ประธานาธิบดี [ลิลลี่]

“เหนื่อยจัง… ยัน~”

ให้ฉันทำตัวเรียบร้อยและดูสง่างามแบบนั้น มันเหนื่อยมากเลยละยัน~

“ขอปล่อยตัวตามสบายหน่อยนะยัน~”

ว่าแล้วฉันก็แผ่แขนขาเปิดหวออยู่บนเตียงภายในห้องคนเดียว

ว่าแต่แผนที่เอสเทอเสนอมานั้น เป็นไปอย่างราบรื่นจนน่าใจหายเลยแฮะ

เข้าหาแล้วมัดมืดชกเปิดประชุมแบบงง ๆ อย่างรวดเร็ว จนดึงกระแสให้ไหลตามน้ำอย่างไม่รู้ตัว

พอรู้ตัวอีกที ทุกเผ่าก็ตามน้ำสร้างพันธมิตรร่วมมือขึ้นมาได้แล้ว

พวกเขาไม่รู้เลยว่ากำลังถูกหลอกใช้ให้ไปทำสงครามนะ

เนื่องจากพวกเราพึ่งตระหนักได้ถึงอันตรายของโลกสงครามนี้ เลยทำให้เริ่มต้นช้าไป

สรุปคือมีอาวุธไม่พอจัดทัพบุกชาวบ้านนั่นเอง

ดังนั้น หากยื้มมือเผ่าอื่นไปรุมพวกอาร์โธร์โพดาได้ พวกเราก็จะมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น รวมไปถึงอาจจะได้ยึดป่าทางใต้กลับมาด้วย

เอสเทอมองไปไกลว่าหากพวกมันถูกบุกหนัก ยังไงกองทัพที่กระจายมาอยู่ทางตะวันออกก็ต้องจำยอมถอนทัพกลับไปช่วยปกป้องเมืองหลวงของมันเองอยู่แล้ว

“อืม… เอสเทอมีความคิดที่น่ากลัวจริง ๆ นั่นละ ยัน~”

ฉันพึมพำกับตัวเองแล้วกลิ้ง กลิ้ง กลิ้งอย่างสนุนสนานอยู่บนเตียงไม้ที่อ่อนนุ่ม

“อืม~ จะว่าไป ผู้นำเผ่ามนุษย์นี่หล่อพอดูเหมือนกันนะ แถมยังดูเยือกเย็นฉลาดด้วย”

ระหว่างที่นอนกลิ้งไปมาบนเตียง ฉันก็คิดถึงใบหน้าของผู้นำเผ่ามนุษย์ขึ้นมา

เขาทั้งหล่อ เยือกเย็น อีกทั้งยังดูสุขุม

ฉันรู้สึกได้ว่าหน้าอกเล็ก ๆ ของตัวเองกำลังร้อนผ่าว

“อยากเจอเขาอีกจัง ยัน~”



***ผู้นำหัวโขน [กัง]

อู้ววว ประชุมจบเสียที

ไม่น่าเชื่อว่าเผ่าภูติแสงจะมีอุปกรณ์ฉายโฮโลแกรมใช้ด้วย

ว่าแต่ถ้าจะช่วยแปลภาษาให้เนี่ย กรุณาช่วยแปลเป็นภาษาจีนให้ผมด้วยจะเป็นพระคุณมากเลยละครับ

ดูสิ เพราะฟังไม่รู้เรื่อง เลยต้องให้คุณเลขาตั๋งช่วยแปลให้อยู่หลังฉากเนี่ย

แถมพวกคุณท่านยังพูดกันเร็วจนแปลให้ไม่ทัน สุดท้ายกระผมเลยต้องเออออพยักหน้าตามน้ำกลับไปเนี่ยแหละ

สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าคุยบ้าอะไรกันจนจบการประชุมไป

เอาเถอะ เดียวคุณตั๋งก็คงมีแผนการดี ๆ ออกมาให้เองอีกนั่นละ

กระผมก็ทำหน้าที่เป็นหัวโขนที่ดีต่อไปก็พอแล้ว

ว่าแต่มื้อเย็นนี้มีอะไรทานกันแน่นะ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #46 senseihen (@senseihen) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 20:27
    อ่อท่านกาวยี่ห้ออะไร
    #46
    0
  2. #17 Anol Klunmek (@anolme) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:13
    นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว
    #17
    0
  3. #15 0641457901 (@0641457901) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:13
    น่าจะไม่ถึงขั้นยันมั้งนะ
    #15
    0
  4. #14 0641457901 (@0641457901) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:50
    เปลี่ยนจากยันเดเระเป็นซึนเดเระดีกว่านะ
    #14
    0