Age Of War

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,618 Views

  • 56 Comments

  • 65 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    443

    Overall
    2,618

ตอนที่ 23 : เข้าสู่ยุคกลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    17 ม.ค. 62

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเวลากลางดึกของวันที่ 27

กองพลทหารราบหนึ่งแสนนาย

กองพลทหารม้าเทพนิยายห้าหมื่นนาย

กองพลธนูหนึ่งห้าหมื่นนาย

และถึงจะน้อยเนื่องจากไม่อาจขุดหาดินปืนได้มากพอจากเหมืองแร่ที่มีแต่แร่เหล็กเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีถึงหนึ่งพันนาย กองพลปืนไฟยุคแรกเริ่ม

กองทัพมนุษย์ที่ทรงพลานุภาพได้เคลื่อนทัพออกจากเมืองหลวงของมนุษย์อย่างเป็นระบบระเบียบ

มุ่งตรงออกไปตามถนนปูหินอย่างดีซึ่งทอดตัวยาวออกไปสู่เส้นขอบฟ้าทางตะวันออก

เข็มทิศได้ถูกผลิตออกมาใช้งาน รวมถึงชุดเกราะที่แข็งแกร่ง

เป็นชุดเกราะตามอย่างสมัยราชวงศ์ฮั่นของจีนเช่นนั้น

แน่นอนว่าที่หมายของการเคลื่อนทัพในครั้งนี้ ก็คือสนามรบที่กำลังเกิดขึ้นในแนวหน้าตอนนี้นั่นเอง



กลับมาปัจจุบัน วันที่ 28 ของเกมส์แห่งสงคราม

ณ ช่วงเวลาบ่าย

***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]

“อึ๊ก!? ”

สภาพการของสนามรบในวันที่ 28 เริ่มย่ำแย่

พวกเราใช้แผนแบ่งกองทหารม้าเทพนิยายทั้งหมดห้าหมื่นนายเป็นห้าทัพ

แล้วใช้จำนวนห้าทัพนี้บุกตีพวกมนุษย์นกในจังหวะที่พวกมันบินลงมาพักผ่อนบนพื้น

พอเห็นพวกมันทำท่าจะบินขึ้นมาต่อสู้ พวกเราก็รีบควบม้าหนีไปทันที

ด้วยแผนการนี้ เลยทำให้พวกเราสามารถออมแรงของกองทัพ และสามารถโจมตีพวกมันอย่างต่อเนื่องได้

ในขณะที่พวกมันดูจะไม่เอะใจเลยว่าพวกเราแบ่งกองกำลังออกเป็นห้าส่วนเพื่อบุกตีต่อเนื่อง

แต่การรบสามวันต่อเนื่องมันก็เลวร้ายจริง ๆ นั่นละ

เสบียงเริ่มหมดลง

กองทัพที่เคยมีถึงห้าหมื่นนายได้เหลือเพียงแค่สามหมื่นนาย

ชีวิตเกิดใหม่ได้ แต่ชีวิตของม้าไม่อาจหวนกลับมาได้

และดูเหมือนว่าพวกมันจะเริ่มเลือดขึ้นหน้า คราวนี้เลยบินไล่ล่าพวกเราอย่างไม่ลดละแทน

“ยังไหวน่า! ”

ฉันยังไหวอยู่

ตราบเท่าที่มีกล้ามเนื้อและพลังไฟต่อสู้ ต่อให้เจอฝนธนูพิษหรือระเบิด พวกมันก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก!

ฉันควบม้าหนีพวกมนุษย์นกที่กำลังโปรยห่าฝนธนูลงมา

จากการรบมาสามวัน ทำให้ฉันสามารถสังเกตุได้ถึงบางสิ่ง

ปกติพวกมันจะบินเกาะกลุ่มอยู่ที่ความสูงช่วงหนึ่งหมื่นฟุตขึ้นไปบนท้องฟ้า

แต่หากจะโจมตีด้วยธนู พวกมันจะต้องบินลงมาเหนือพื้นที่ความสูงประมาณช่วงหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรจากผิวดิน

นั่นน่าจะเป็นระยะยิงหวังผลของพวกมนุษย์นก

ถึงธนูโบราณของพวกเรายิงได้ไกลสุดที่หนึ่งร้อยเมตร แต่ถ้าหากจะยิงหวังผลก็ต้องยิงที่ระยะสามสิบถึงห้าสิบเมตร

แต่ด้วยความที่พวกมันเริ่มเหนื่อยล้า บางตัวของพวกมันจึงบินลงต่ำอยู่ในช่วงระยะหวังผลของพวกเราแล้ว

ประกอบกับที่เสบียงเริ่มหมด ฉันจึงคิดว่าควรใช้โอกาศนี้พุ่งเข้าตีมันเลยดีกว่า

“แอร์บาส์ร! อย่ามัวแต่หนีเลย บุกเข้าไปปะทะซึ้ง ๆ หน้าดีกว่า ตอนนี้พวกเราชนะได้แน่! ”

“จะบ้าเรอะเอรีส!? เหลือกำลังพลม้าแค่ประมาณห้าพันนายแล้วยังจะพูดดีอีก! รีบควบกลับไปรวมกลุ่มก่อนเถอะ! ”

แต่กลับถูกปฏิเสธแนวคิดอย่างไร้เยื่อใยไป

อะไรกัน ทั้งที่น่าจะลุยต่อเนื่องไปเลยแท้ ๆ …



***นก [ไฮเจน]

ฆ่า ฆ่า ฆ่า

เสียงภายในหัวของชั้นมีแค่คำ ๆ นี้เท่านั้น

ฝูงของชั้นเหลือเียงแค่แสนห้าหมื่นแล้ว

รู้สึกโกรธ เกลียด และเคียดแค้น

ไอพวกที่ตายไปเกิดใหม่ก็ไม่ยอมกลับมาสมทบกองทัพ

ศัตรูที่ขี้จลาดตรงหน้าก็ไม่สามารถเอาชนะได้

ทั้งนี้ยิ่งทำให้ชั้นรู้สึกเครียดและโกรธเกลียดพวกมัน

ต้องฆ่าให้ได้

“ไล่ตาม--”

“ปี้! ”

ในตอนนั้นเองที่มีเสียงเล็ก ๆ น่ารักดังขึ้นมาจากท้องฟ้าเหนือหัว

นั่นมันเสียงอะไร?

ชั้นหันกลับไปมองดู

สิ่งนั้นมีขนาดเล็ก ผิวสีน้ำตาลอ่อน และมีปีกหนังสีน้ำตาลอ่อน

ดวงตาดำของมันดูบ้องแบ้วงี่เง่าและคุ้นตาอย่างแปลกประหลาด

“ปี้ ปี้! ”

มันตะโกนราวกับจะพยายามเรียกหาบางอย่าง

น่ารำคาญ! อย่ามาบินอยู่เหนือหัวของชั้นนะ!

ชั้นส่งธนูอาบยาพิษไปที่มัน

“ปี้!? ”

เจ้าตัวน้อยนั้นรีบบินหลบไปในทันที

ชิ หนีไปแล้วเรอะ

“ให้ตายสิ ทำเสียเวลาได้ ทุกคน บุก! ถ้าวันนี้ฆ่าพวกแม่งไม่ได้ ไม่ต้องหยุดพัก! ”

“โอ้วว!? ”

ว่าแล้วฝูงของเราก็บินไล่ล่าพวกสองแขนที่กำลังหันหลังหนีต่อไป



***อัศวินสีแดง [โซเดียม]

“ปี้!? ”

เจ้าตัวน้อยสีน้ำตาลอ่อนบินหลบลูกธนูสีเขียวที่อาบยาพิษของไฮเจนได้

แต่เนื่องจากเสียหลัก เลยทำให้มันร่วงลงมาอย่างน่าหวาดเสียง ก่อนที่จะตั้งหลักกางปีกบินถลาลมได้อีกครั้ง

“ปี้ ปี้! ”

ในตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกแปลกประหลาด

ทำไมมันไม่บินหนี?

“ปี้ ~! ”

เสียงของมันฟังดูราวกับการร้องขอความช่วยเหลือ

มันทำท่าเป็นนัยยะว่าให้บินไปทางตะวันออกที

ในตอนนั้นเองที่สัญชาตญาณของเรา หรือสิ่งที่พวกเราเรียกว่า [คำพยากรณ์จากท่านเทพแห่งท้องฟ้า] ได้กรีดร้องกู่ก้องขึ้นมา

ภาพของเปอร์ไซด์ได้ผุดขึ้นมาภายในหัวของเรา

หรือว่า!?

“เปอร์ไซด์!!! ”

ด้วยนามนั้นที่ถูกตะโกนก้องออกไปเลยทำให้ครึ่งหนึ่งของฝูงที่อยู่แถวหลังหันมาจ้องเราเป็นสายตาเดียวกัน

แต่เราไม่สน

“ปี้! ”

เจ้ามังกรน้อยทำท่าเหมือนจะเข้าใจในสิ่งเราพูด

มันหันหลังแล้วบินถลาออกไปในทิศตะวันออก

แกอยากให้เราตามไปสินะ ได้เลย!

แต่จะทำยังไงให้ทุกคนยอมช่วยบินตามเราไปทางตะวันออกได้ละ?

แล้วเราก็นึกออก ใช่แล้ว ยังมีวิธีนั้นอยู่

ต่อให้เราไม่เป็นที่ยอมรับ แต่เปอร์ไซด์คือตัวตนที่ทุกคนยอมรับไม่ใช่หรือยังไงกัน?

เพราะงั้น บางทีวิธีนี้ต้องได้ผลแน่นอน

“ทุกคน! เราเห็น [เปอร์ไซด์] [แก้ผ้าอาบน้ำ] อยู่ตรงทิศตะวันออกนะ! ”

โดยไม่จำเป็นต้องมีการขานรับหรือทบทวนกังขาในคำพูดของเรา

ทั่วทั้งฝูงต่างมีปฏิกิริยากับคำพูดนั้น แล้วบินถลาไปในทิศตะวันออกโดยทันที

ด้วยความเร็วที่ราวกับว่าความเหนื่อยล้าเมื่อกี้นี้เป็นสิ่งโกหก

ไอพวกนกหื่นเอ้ย…



***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]

“อ่าว? ทำไมพวกมันถึงบินไปทิศตรงข้ามกันแบบนั้นละ? ”

“... จากนี้จะให้เอรีสเป็นผู้นำทัพชั่วคราวแทน! (เอรีส ฝากด้วยนะ เดียวผมขอตัวไปส่งคนดูลาดเลาก่อน) ”

“เอ๊ะ? เออ...ได้สิ? ”

แอร์บาส์รแอบกระซิบบอกฉันเช่นนั้น

ความจริงหน้าที่แบบนี้ควรให้เป็นรองหัวหน้าอย่างฉันจัดการจะดีกว่า

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ไว้ใจฉันแฮะ

ฉันไม่วู่วามบุกเข้าไปตรง ๆ หรอกน่า…

ฉันรีบควบม้าปีศาจแห่งฝันร้ายขึ้นมาแทนต่ำแหน่งของแอร์บาส์รชั่วคราว และนำกองกำลังกลับไปที่ค่ายทหารซึ่งตั้งอยู่อีกไม่ไกล

รอยเท้าม้าจำนวนมากที่ปรากฏบนพื้นหญ้านั้น ต่างมุ่งไปสู่ค่ายเป็นจุดเดียว

หลังจากนั้นราวสิบนาที พวกเราก็มาถึงค่ายทหาร

แต่มันมีบางอย่างที่ดูแปลกตาไป

“ค่ายมัน… ใหญ่ขึ้น!? ”

ค่ายที่ควรมีขนาดเล็ก ในตอนนี้กลับมีเต็นท์ปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก

กองทัพจำนวนมหาศาลอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนได้ปรากฏสู่สายตา โดยมี [กลาส] มังกรของแอร์บาส์บินเฝ้าระวังอยู่บนท้องฟ้ายามบ่ายเป็นฉากหลัง

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนที่สวมเกราะเหล็กโบราณตามอย่างที่เห็นในหนังและละครทีวีของประเทศจีน

กองทัพที่มากกว่าหนึ่งแสนคนตรงหน้าช่างดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

กำลังเสริมมาถึงแล้วสินะ

“เอรีส! แย่แล้วละ--- โอ้ว!? กองทัพเสริมมาถึงแล้วเรอะ! ”

“แอร์บาส์ร ทำไมนายกลับมาเร็วจัง”

“พอดีว่าพวกมันบินไปไม่ไกลมากนะ แต่ตอนนี้สถานการณ์กำลังเริ่มซับซ้อนขึ้นมาแล้วนะสิ”

“ทำไม? ”

“ที่ทางตะวันออก ผมเจอพวก [มนุษย์มด] มันสร้างป้อมปราการเพื่อเตรียมที่จะบุกพวกเราอีกครั้งแล้วนะสิ”



***พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์]

“อย่างงั้นเองเรอะ เจ้าไฮเจนมันบ้าจริง ๆ ..”

ผม จ่าฝูงแห่งเผ่าปักษาได้ทราบความจริงที่ประชากรหายตัวไปแล้ว

ทั้งหมดเป็นความผิดของไอบ้าไฮเจน

มันนำทัพออกไปโดยพละการเพื่อไปตามหาเปอร์ไซด์ สตรีแห่งดนตรีของเผ่าเรา

ทำเรื่องบ้าบอลงไปเสียได้นะเจ้านั่น

“เตรียมทัพและเสบียง พวกเราเองก็จะออกไปที่แนวหน้าเช่นกัน! ”

แต่นี่คือโอกาศอันดีที่จะเคลื่อนไหว

เป้าหมายคือรังหลวงของพวกสองแขนที่อยู่ตีนเขา

เมือวานมีข่าวจากหน่วยสอดแนมว่ามีกองกำลังขนาดใหญ่เคลื่อนพลออกไปจากรังหลวงของมัน

บางทีคงตามกองทัพของไฮเจนออกไป

ที่ผมคิดว่าเป็นรังหลวง นั่นก็เพราะมีคำพยากรณ์จากเทพแห่งท้องฟ้ามาบอกปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] นั่นเอง

จะปล่อยโอกาศดี ๆ ที่การป้องกันในรังหลวงของศัตรูลดลงไปแบบนี้ได้อย่างไรกัน?

ต่อให้ไม่เป็นรังหลวงตามที่คำพยากรณ์ว่า แต่การถล่มรังซึ่งเป็นฐานใหญ่แบบนั้นได้ มังก็น่าจะสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายได้พอสมควร

“พวกเราจะเป็นผู้ชนะของเกมส์แห่งสงครามนี้เอง คอยดู! ”

กองทัพชาวปักษาสามแสนนาย พร้อมที่จะออกตัวถล่มรังของตัวสองแขนแล้ว



***นักรบไร้นินทรา [สเลบ]

“ออกเสียงตามนี้ [สเลบ] ”

“สเต็ป? ”

“สเลบ”

“สเลบ? ”

“ใช่ ๆ ดีมาก”

ผมกำลังสอนภาษาแม่ของตัวให้กับปีศาจปีกตรงหน้า

เพื่อที่จะสอบปากคำได้อย่างไหลลื่น ประการแรกคงต้องสอนภาษาให้กับมันก่อน

โชคดีที่มันเรียนรู้ได้ไวมาก เลยทำให้พอจะคุยกันรู้เรื่องได้บ้างแล้ว

เจ้าปีศาจปีกตัวนี้มีชื่อว่า [เปอร์ไซด์]

จากการสอบสวน เห็นว่ากำลังอยู่ระหว่างเดินทางกลับรัง

หรือก็คือเมืองของพวกปีศาจปีก

“แย่ แบบนี้แย่แน่”

แผนการรบที่ผมเตรียมเอาไว้ คือแผนการที่ใช้ต่อสู้กับพวกปีศาจน้อยเท่านั้น

ไม่ได้คิดถึงแผนการที่จะเอาไว้ใช้รับมือพวกปีศาจนกเลย

ถ้าหากพวกปีศาจนกเห็นพวกเราเป็นศัตรูตอนนี้ สถานการณ์ของทางฝั่งเราอาจจะแย่เอาได้

“อาจจะคิดมากไป แต่ส่งคนไปแจ้งท่านราชินีแฟตเอาไว้ก่อนดีกว่า”

ผมคิดเช่นนั้น แล้วทำการส่งมดทหารเลวคนหนึ่งออกไป

ผมปีนขึ้นมายืนบนกำแพงดินของป้อมปราการแห่งนี้

กำแพงดินสูงห้าเมตรทรงวงรีขนาดใหญ่

ข้างหลังไกลออกไปหนึ่งกิโลเมตรมีป้อมปราการอีกแห่งติดอยู่หน้าสะพานอีกฟากของแม่น้ำ

ทุ่งหญ้าที่กว้างไกลตรงหน้าไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิต

ภูเขาที่สูงแทงทะลุฟ้าตรงฉากหลังเด่นเป็นตะหง่านตัดเส้นขอบฟ้า

ผมคิดว่าพวกปีศาจน้อยกับปีศาจปีกคงอยู่แถวนั้น

เพราะพวกเราไม่พบว่ามีการตั้งเมืองติดริมแม่น้ำ ดังนั้นพวกมันคงต้องเลือกสถานที่ดูอุดมสมบูรณ์ที่อื่นแทน

และสถานที่เด่นที่สุดในระแวกนี้ ก็คือภูเขาทางตะวันตกตรงหน้า

“ถ้าหากเจอปีศาจน้อยกับปีศาจนกบุกพร้อมกันคงเอาไม่อยู่”

ผมคิดเช่นนั้นก่อนที่จะเดินลงมาจากกำแพงดิน

ในตอนนั้นผมไม่รู้เลย ว่าความคิดเช่นนั้นจะเกิดขึ้นจริงเร็วถึงเพียงนี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 มกราคม 2562 / 18:25
    มีทหารชุดเกราะจีน
    ชุดเกราะยุโรป(หลายแบบเลย)
    อาหารญี่ปุ่น
    ทหารอยุธยา
    #9
    0