Age Of War

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,636 Views

  • 56 Comments

  • 64 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    461

    Overall
    2,636

ตอนที่ 20 : สงครามตะวันตก กับสงครามตะวันออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    14 ม.ค. 62

เช้าของวันที่ 25

***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]

เปอร์ไซด์ได้จัดคอนเสิร์ตสนุกสุดเหวี่ยงชนิดข้ามคืน

เสียงเพลงของเธอไพรเราะมาก

พวกเราต่างสนุกสนานกับงานจนลืมไปเสียสิ้นว่าเป็นศัตรูกัน

แล้วที่กว่ายัยนั่นจะรู้ตัวว่าควรรีบบินหนี ก็ล่อซะเช้าตรู่แล้ว

เจ้าหนูนกน้อยสีแดงได้บินจากไปโดยไม่มีใครคิดจะขัดขวางเธอ

เหตุผลก็เพราะทุกคนเริ่มรู้สึกหลงสเน่ห์ไปกับความน่ารักของเธอ

เธอบินเคียงคู่ไปกับมังกรน้อยสีน้ำตาล

โบยบินขึ้นท้องฟ้า ตัดแสงอรุณไปทางทิศตะวันออก

“... ทิศนั้นมันที่ตั้งเมืองของพวกมนุษย์มดไม่ใช่เรอะ? ”

ฉันพึมพำกับตัวเองเช่นนั้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอคงหลงทิศอยู่

แถมเอาจริง ๆ นะ ตอนที่เห็นเจ้ามังกรน้อยวิ่งกัดเชือกให้เธอ ชั้นคิดว่าเธอจะบินหนีไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเสียอีก

ยัยหนูนั่นจะซื้อบื้อเกินไปแล้ว!

“... เอาเถอะ”

ฉันจับจ้องไปที่แสงยามเช้าทางทิศตะวันออกอีกครั้ง

โลกนี้ไม่มีดวงงดาว ไม่พระจันทร์ และไม่มีพระอาทิตย์

แต่มีกลางวันกลางคืน มีเมฆ มีท้องฟ้า และมีปรากฏการณ์แสงสว่างที่ทอประกายจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกได้อย่างน่าอัศจรรย์

ในตอนนั้นเอง ที่เส้นขอบฟ้าก็มีบางอย่างปรากฏขึ้น

“คนส่งสาร? ”

สิ่งนั้นคือม้าเร็วสำหรับส่งสารเตือนภัย

ชุดคลุมสีแดงที่ย้อมจากสีธรรมชาติได้ทอประกายอย่างโดดเด่น

ใบหน้าของเขาดูร้อนรนเป็นอย่างมาก

“ขอทาง ขอทางหน่อย! ”

เสียงของเขาดังก้องไปทั่ว

ฉันรู้สึกไม่ดีกับเหตุการณ์นี้เลยแม้แต่นิดเดียว



ในวันเดียวกัน ช่วงเวลาเย็นแก่ ๆ ของวัน

***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]

ฉันกับแอร์บาส์รได้มารวมตัวฉุกเฉินที่ค่ายนาโต้ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองหลวงของมนุษย์ [ฮิวซิตี้]

“ตอนนี้พวกมนุษย์นกบุกโจมตีพวกเราแล้ว! เมื่อคืนวานนี้ เมืองของกลุ่มอเมริกาได้ถูกโจมตีจนย่อยยับ! จากการคาดคะเน พวกมันน่าจะบุกไปที่ทางใต้ ซึ่งเป็นเมืองของกลุ่มยูโร! ”

ผู้นำแห่งนาโต้ [ทอม] ประกาศด้วยเสียงแข็งกร้าว

“ข่าวร้ายคือพวกเราไม่ปืนหรือธนูที่มีอำนาจการยิงไกลพอจะโจมตีพวกมันที่บินบนฟ้าได้! แต่ข่าวดีคือ ถ้าหากถ่วงเวลาได้อีกสามวัน อาวุธยุคกลางจะถูกสร้างเสร็จ และนั่นคือภารกิจของเรา! พวกเราจะนำทัพออกไปถ่วงเวลาที่เมืองของกลุ่มยูโร ทุกคน เตรียมตัวออกเดินทัพเดียวนี้! ”

สรุปคือฉันต้องออกไปทำสงครามอีกแล้ว

คราวนี้เป็นพวกมนุษย์นกอย่างงั้รหรือ? แต่มันไม่เหมือนวันแรกที่พวกมันบินลงมาสู้ระยะประชิด แต่จากรายงาน พวกมันจะบินบนฟ้า แล้วโปรยธนูพิษกับระเบิดลงมาใส่แทน

ฉันมองไปที่อาวุธของตัวเอง

อาวุธของฉันคือมีดเขี้ยวสัตว์ กับธนูง่อย ๆ อันหนึ่ง

จะไหวไหมเนี่ย?

“โกร้ว! ”

มังกรที่ยืนอยู่ข้างแอร์บาส์รคำรามก้อง

มันพ่นไฟพวงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับว่าจะเป็นการเพิ่มความฮึกเฮิมให้กับพวกเรา

จริงสิ พวกเรายังมีกลาสกับมิลเลอร์อยู่นี่น่า

“... แต่มังกรแค่สองตัว จะไปทำอะไรได้ละ? ”

ฉันรู้สึกได้ถึงความพ่ายแพ่

ไม่เอาแล้ว ฉันไม่อยากไปออกรบทั้งที่รู้ตัวว่าจะต้องไปแพ้แบบนี้ตั้งแต่แรกหรอกนะ

“ขออนุญาตออกความเห็นครับ! ”

“? ”

ในตอนนั่นเองที่แอร์บาส์รยกมือขึ้นไปบนฟ้า และเปล่งเสียงดังขึ้นมา

“แอร์บาส์ร ผู้บังคับหมวดที่สิบหรือ? ได้ ว่ามาสิ”

“ครับ พอดีผมมีแผนการอย่างหนึ่ง รบกวนขอเสนอความเห็นครับ! ”



***นก [ไฮเจน]

หลังจากพักผ่อนและเติมท้องด้วยตัวสองแขนย่างสดจนสำราญแล้ว ชั้นก็เริ่มทะยานบินขึ้นท้องฟ้าอีกครั้ง

“ลงใต้! ”

สัญชาตญาณของชั้นบอกว่าเปอร์ไซด์ สุดที่รักของชั้นอยู่ที่นั่น

จากส่งครามวันแรก กำลังพลของเราได้ลดลงไปสองพันนาย

ส่วนใหญ่ตายเพราะถูกลูกหลงจากธนูพิษของพวกเดียวกัน

ชั้นละหน่ายเจ้าพวกงี่เง่านี้เสียจริง

“หวังว่าออกเซอร์ยังไม่รู้ตัวนะ…”

การนำทัพออกมาครั้งนี้ ชั้นไม่ได้ขอหัวหน้าฝูงออกเซอร์เอาไว้

เอาเถอะ ยังไงอีกเดียวความก้ต้องแตกอยู่ดี กังวลไปก็ป่วยการเปล่า

รีบ ๆ ไปบุกอีกรัง ช่วยเปอร์ไซด์ออกมา แล้วกลับรังกันดีกว่า

“ทุกคน บุก! ”

ว่าแล้วชั้นจึงเป่าสัญญาณศึกออกไปอีกครั้ง



***ปราชญ์แห่งพงไพร เอสเทอ

“ดีลอนนิก พวกศัตรูมันมีการเคลื่อนไหวยังไงบ้าง? ตกลงพวกมันบุกมาหาพวกเราแน่ ๆ ใช่มั้ย? ดอง~”

“พวกศัตรูคือแมลงที่ทรงภูมิ จากที่ลองสืบแกะภาษา พวกมันเรียกเผ่าตัวเองว่า [อาร์โธร์โพดา] นะดิก~”

“ตอบไม่ตรงคำถามนะดอง~ ย้ำอีกครั้ง ตกลงพวกมันมาบุกพวกเราจริง ๆ ใช่มั้ย? ศัตรูมีกำลังพลเท่าไหร? ช่วยตอบตามคำถามด้วยดอง~”

“...กำลังพลศัตรูมีราวสองแสนนาย แต่จากที่เห็น ส่วนใหญ่เป็นพวกที่ตัวเล็กดูไร้ความน่าเกรงขาม เหมือนจะเป็นกรรมกรมากกว่า กำลังรบจริงของศัตรูอาจจะมีแค่หนึ่งแสนนะดิก~”

“รับทราบ จงทำการเฝ้าระวังต่อไป จะตัดการสื่อสารแค่นี้แล้วดอง~”

“รับทราบ ขอคำสั่งโจมตีด้วยดิก~”

“ไม่ได้ดอง~”

“ขอโจมตี..”

“ไม่ได้ แค่นี้นะ [ดอก~] ”

ว่าแล้วฉันก็วางสายทันทีโดยไม่ลืมที่จะเปลี่ยนคำพูดลงท้าย เพื่อให้มันรู้ว่าฉันโกรธแล้ว

เจ้าบ้านั่นในหัวมีแต่การต่อสู้หรือยังไงดอง~

ศัตรูที่เรียกตัวเองว่า [อาร์โธร์โพดา] กำลังเคลื่อนพลเข้ามาใกล้พวกเรามากขึ้นเรื่อย ๆ

จากความเร็วนี้ อีกเพียงแค่สี่วัน พวกมันก็น่าจะมาถึงเมืองของเราแล้ว

แต่ฉันยังสงสัยในเนื้อหารายงานอยู่

[ส่วนใหญ่เป็นพวกที่ตัวเล็กดูไร้ความน่าเกรงขาม เหมือนจะเป็นกรรมกรมากกว่า]

นี่ละที่ฉันติดใจ

เพราะถ้าหากเป็นการจัดทัพเพื่อบุกโจมตี พวกมันก็น่าจะใช้กองทัพทหารเต็มอัตราศึกเหมือนที่ทำแบบเดียวกับศัตรูเผ่าอื่น ๆ ที่เคยเกิดขึ้น

หรือว่าเป้าหมายที่แท้จริงของศัตรูคือการขยายอาณาเขตเมือง?

“ก่อนอื่นคงต้องส่งรายงานไปให้ประธานาธิบดีรู้ก่อนนั่นละ”

เนื่องจากการค้นพบพื้นที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เลยทำให้เกิดโครงการสร้างเมืองหลวงใหม่ที่นั่น

คริสตั้นแห่งชีวิตเองก็ถูกนำย้ายออกไปแล้ว

เลยทำให้เมืองหลวงเก่า [อิกดราซิล] กลายเป็นเมืองหน้าด่านที่มีประชากรเหลือเพียงหนึ่งหมื่นนายเท่านั้น

ถ้าตัดคนที่ต่อสู้ไม่เป็นออกไป ก็จะเหลือกำลังทหารแค่สองพันนายเท่านั้น…

“อืม… คงต้องใช้แผนสกปรกแล้วละสิดอง~”

ฉันจ้องมองไปที่นอกหน้าต่างทางทิศใต้

ในทิศที่ฉันจ้องไปนั้น ห่างออกไปจากเมืองราวหลายกิโลเมตร มันคือรังของสัตว์ร้ายจากโลกพวกเรา

เป็นตัวอันตรายที่แม้แต่พวกเราชาวภูติซึ่งมีเทคโนโลยีสูง ยังไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวด้วย

และสิ่งนั้นก็คือ---



***นก [ไฮเจน]

ท้องฟ้าได้กลับมามืดมิดอีกครั้ง

ชั้นบินนำฝูงลงใต้เพื่อตามหารังอื่นของพวกสองแขน

บินตามเส้นทางหญ้าที่ถูกทางออก

ชั้นคิดว่ามันคงเป็นเส้นทางเดินสัญจะของพวกสองแขน

นั่นไงเจอแล้ว!

ที่ตรงหน้าของพวกเรามีแสงไฟสว่างไสวถูกจุดประกายขึ้นไปทั่ว

ชั้นเห็นพวกสองแขนจำนวนมากผิดปกติกำลังยืนเรียงรายอยู่บนสิ่งก่อสร้างของพวกมัน

รังนี้มีรูปแบบที่คล้ายกับรังแรกที่พวกเราถล่มไป

แต่รูปแบบของสิ่งก่อสร้างดูออกจะแตกต่างไปสักเล็กน้อย

ที่รังนี้มันจะให้ความรู้สึกหนาวเหน็บ ทึมทึบ แลดูมั่นคงแข็งแรงกว่า

กำแพงหินที่สูงชัน

สิ่งก่อสร้างประหลาดที่สูงราวกับจะท้าทายท้องฟ้า

และอาคารขนาดใหญ่โตโอ่อ่าราวกับภูเขาสีเทา

เสียงเป่าแตรศึกได้ดังลั่นมาจากทางรังของพวกสองแขน

รู้ตัวแล้วสินะ

“บุก! ”

“โอ้ว! ”

“เพื่อเปอร์ไซด์! ”

“เพื่อนางฟ้าของข้า! ”

ฝูงนักล่าได้บินทะยานขึ้นฟ้า

ง้างธนูไม้ที่เหนี่ยวและมีแรงยืดหยุ่นตัวสูงโดยกรงเล็บขาทั้งสองข้าง

แล้วลั่นธนูพิษออกไปเข้าหาเหยื่อที่ยืนอย่างน่าเศร้าซึ่งอยู่บนพื้นดิน

พวกเราชาวปักษาคือเจ้าแห่งนภา

และบนทั่วหล้าแผ่นดินนี้ คงไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ที่สามารถต่อกรกับเราได้

เหล่าสองแขนที่อยู่บนพื้นต่างล้มตัวลงและส่งเสียงอย่างน่าเวทนาออกมา

ช่างอ่อนแอเสียจริง

“ระรอกสอง ยิง! ”

ชั้นสั่งให้ระรอกสองยิงออกไป

ห่าฝนธนูพิษลูกที่สองได้ยิงแหวกม่านอากาศยามราตรีลงไป

แสงไฟจากคบเพลิงของพวกสองแขนได้สะท้อนปลายลูกศรไม้อาบยาพิษสีม่วงจนเด่นชัด

แล้วพวกสองแขนที่รอดจากจากโจมตีชุดแรกก็จะ---

“อะไรละนั่น? ”

ในตอนนั้นเองที่เกิดเรื่องแปลกประหลาดบางอย่าง

ธนูพิษที่ควรปักลงบนร่างของเหยื่อกับถูกอะไรบางอย่างที่เป็นแผ่นไม้ทรงสี่เหลี่ยมขวางกันเอาไว้

สิ่งนั้นติดเอาไว้อยู่ที่แขนซ้ายของพวกสองแขน และมันช่วยปกป้องร่างกายของพวกสองแขนเอาไว้

มันคืออะไรกัน!? อาวุธแบบนั้นชั้นไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!?

พวกเราเริ่มตื่นตระหนกกับอาวุธที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“เปลี่ยน! ใช้ธนูหัวระเบิดแทนเดียวนี้! ”

ชั้นออกคำสั่งไป

ลูกธนูได้ถูกแทนที่ด้วยหัวระเบิดแทน

หัวทรงกลมที่ผสมสารเคมีจากพืชอันตรายเอาไว้นั้น จะสามารถทำให้เกิดเป็นระเบิดที่รุนแรงได้ หากมันได้รับแรงกระทบที่มากพอ

ลูกธนูระเบิดได้ถูกโปรยปรายลงไป

เกิดระเบิดขนาดเล็กราวหนึ่งเมตรขึ้นไปทั่วพื้นที่บนกำแพงหินสูง

อาวุธที่ปกป้องแขนของพวกสองแขนเอาไว้ ได้กระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปพร้อมกับแขนของพวกมัน

ให้ตายสิ ทำเอาตกอกตกใจหมด---

“? ... ทำไมถึงรู้สึกเหนื่อย!? ”

ในตอนนั้นเองที่ชั้นเริ่มรู้สึกแปลก ๆ

ร่างกายมันรู้สึกหนักอึ้ง

พอดูให้ดี ทุกคนเองที่กำลังบินก็เริ่มทำสีหน้าทรมานออกมาให้เห็นเช่นกัน

“อั๊ก แค๊ก!? นี่มันควันไฟป่า!? ”

แล้วพอรู้สึกตัวอีกที ทั่วทั้งฝูงของเราก็ถูกปกคลุมไปด้วยควันสีดำ

กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยดี เพื่อมันคือกลิ่นของควันไฟป่านั่นเอง

ทำไมถึงมีควันไฟป่าที่นี้ได้!

“รีบบินลงต่ำ!? ”

เพื่อไม่ให้ถูกควันไฟคลอกตาย ชั้นจึงออกคำสั่งไปเช่นนั้น

และในตอนที่ชั้นบินลงต่ำ ห่าฝนธนูก็ถูกยิงสวนกลับขึ้นมาจากข้างล่าง

แย่แล้ว! เผลอบินลงต่ำมากเกินไปแล้ว!

“หัวหน้าไฮเจนครับ พวกศัตรูมันยิงสวนกลับมาแล้วครับ! ”

“เห็นแล้วโว้ย! ”

หน่อย… วันนี้ถือว่าเป็นโชคดีของพวกแกไปนะเจ้าสองแขน

“พวกเรา ถอยก่อน! ”

เพราะเห็นว่าเริ่มจะเสียเปรียบ ชั้นเลยออกคำสั่งถอยทัพไปก่อน

ชั้นไม่รู้ว่าควันไฟป่านั้นมาจากที่ไหน แต่เพราะเหตุนี้ เลยทำให้พวกมันรอดตัวไป

ตอนนี้เลยต้องถอยทัพไปก่อน

แต่ปรากฏการไฟป่านั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นทุกวัน พรุ่งนี้ท้องฟ้าคงเปิดโล่งพอที่จะให้พวกเราบุกได้อีกครั้งแน่นอน

รอให้ถึงวันพรุ่งนี้ก่อนเถอะเจ้าพวกสองแขน!



***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]

แผนก่อมลพิษทางอากาศด้วยกองหญ้าที่ขนมานั้น เป็นไปได้อย่างราบรื่น

แอร์บาส์รช่างเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก

ด้วยแผนการของแอร์บาส์ร เลยทำให้พวกมนุษย์นกล่าถอยกลับไป

แต่ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าพวกศัตรูจะมีธนูระเบิดใช้งานด้วย

ถึงจะไม่รุนแรงมาก แต่ก็มากพอที่จะเอาชีวิตพวกเราได้

โล่ไม้ห่วย ๆ นั้นไม่สามารถใช้ป้องกันได้เลย

“เอรีส ลุยกันต่อเถอะ”

“อืม”

ฉันพยักหน้าให้กับแอร์บาส์ร

เขากำลังขึ้นขี่ม้าขนหกขาที่ชื่อว่า [สวอช] อยู่

ว่าแล้วฉันเองก็ขึ้นไปขี่ที่ม้าของตัวเอง

มันเป็นม้าขนสีแดงเพลิง และมีดวงตาเป็นประกายไฟ

ราวกับม้าปีศาจที่หลุดมาจากขุมนรก

ม้าที่พวกเรา กองกำลังนาโต้จับมาได้นั้นมีหลากหลายสายพันธ์มาก

รวมถึงพวกตัวประหลาดแบบนี้ด้วย

“ทุกคน พร้อม! ”

ผู้นำแห่งนาโต้ [ทอม] ชูขวานหินขึ้นฟ้าแล้วคำรามกู่ก้องออกศึก

“โอ้ว! ”

เหล่าทหารม้าในอาวุธยุคหินต่างกู่ก้องขานรับ

นี่คือแผนการขั้นที่สอง ให้กองกำลังทหารนาโต้ทั้งห้าหมื่นนายวิ่งไล่ตามพวกมันไป

แล้วทำการลอบโจมตีค่ายทหารของพวกมันเสีย

เอาละ ได้เวลาเอาคืนของพวกเรา เผ่ามนุษย์แล้ว!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 มกราคม 2562 / 21:49

    คือดินปืนทำง่ายมาก (ถ้าเป็นเด็กบ้านนอกจะเคยทำ) ก็เลยหวังว่าอาวุธยุกกลางจะมี่ปืนคาบศิลานะ ปล. ปืนมีมาก่อนยุคกลางนะจ๊ะ

    กำเนืดที่จีนคือการเอาดินปืนใส่ไม้ไผ่ที่พันเชือกและเจาะรูตรงท้ายไว้เป็นชนวน แล้วเอาเศษหินยัดไปโดยคนจีนจะเรียกว่าหอกไฟ

    #7
    0