Age Of War

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,604 Views

  • 55 Comments

  • 65 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    429

    Overall
    2,604

ตอนที่ 18 : แครอท โอตะเผ่าปักษา และ เมืองภูติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

***นักรบยันเดเระ [แครอท]

วันที่ 21 ของเกมส์แห่งสงคราม

“บินลงไปตรงนั้นทีโทเม”

ฉันสั่งให้เจ้าโทเม อสูรปีกของฉันบินลงไปที่พื้นข้างล่าง

เป็นเพราะว่าเมื่อวานถูกศัตรูเจอตัวแล้ว ดังนั้นการสืบค้นต่อไปจะยิ่งเป็นอันตราย

ฉันเลยตัดสินใจบินหนีกลับออกมาก่อน

แต่ระหว่างทางกลับ ฉันคงต้องขอเอาสิ่งนี้กลับไปด้วย

“เจอแล้ว! ”

ท่ามกลางรอยเลือดสีแดงและเขียวที่ผสมปนเปอยู่ในสนามรบเมื่อหลายวันก่อนนั้น ยังมีซากศพกับหลายสิ่งหลายอย่างหลงเหลือทิ้งเอาไว้อยู่

พวกตัวเขี้ยวขนาดเล็กหนึ่งเมตรซึ่งกำลังทำหน้าที่เก็บกวาดสนามรบอยู่นั้น ต่างตื่นตระหนกที่เห็นฉันขี่เจ้าโทเมมา

พวกมันรีบมุดดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

ฉันรู้สึกร้อนใจทันทีที่เห็นเช่นนั้น

“ (หวังว่าพวกมันยังคงไม่ได้เก็บไปนะ) ”

ฉันรีบกระโดดลงมาจากร่างของโทเม แล้วค้นหา [สิ่งนั้น]

แล้วฉันก็เจอ

เศษเสี้ยวของตรีศูลที่บานาใช้ในสนามรบแห่งนี้ กับเศษผ้าที่ขาดหลุดออกมาเพราะรับคมดาบของศัตรู

ฉันเก็บพวกมันขึ้นมาด้วยความดีใจ

สมบัติ สมบัติของฉัน!

ฉันปีนกลับขึ้นไปบนร่างของโทเม แล้วให้มันบินทะยานอีกครั้ง

ภายในอ้อมกอดของฉันมีด้ามของตรีศูลกับเศษผ้าที่เปื้อนเลือดอยู่

*พุดพิด พุดพิด*

มีความสุขที่สุด!

กลิ่นของบานา กลิ่นเลือด กลิ่นเหงื่อ และจิตวิญญาณของเขายังคงอัดแน่นอยู่ภายในเศษเสี้ยวของสิ่งของเหล่านี้

ฉันจะเอามันกลับไปด้วย

สมบัติล้ำค่าของฉัน

หุ หุ หุ~



***ราชินีแห่งความหยาบคาย [แฟต]

วันที่ 22 ของเกมส์แห่งสงคราม

อาวุธและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ของพวกปีศาจยักษ์กับปีศาจน้อยได้ถูกขนนำกลับมาที่เมือง

ราชินีแห่งเทคโนโลยี [ฟรีด้า] ได้ลงมือศึกษาของเหล่านั้น และเริ่มทำการร่างต้นแบบอาวุธชิ้นใหม่ของพวกเรา

เห็นเธอพูดว่า [ช่างน่าอัศจรรย์] อะไรทำนองนี้วนไปมาไม่หยุดเลย



***ราชินีแห่งความหยาบคาย [แฟต]

วันที่ 23 ของเกมส์แห่งสงคราม

ฉันเริ่มเตรียมการจัดทัพอีกครั้ง

อาวุธที่เสียหายไปในช่วงสงครามวันที่ 16-18 ได้ถูกซ่อมแซมเสร็จสิ้นแล้ว

ประกอบกับที่แบบร่างอาวุธต่อต้านภาคพื้นอากาศรุ่นใหม่ที่เสร็จสิ้นซึ่งถูกส่งต่อไปให้ราชินีแห่งการช่าง [โอเปอร์]

คำร้องจัดหา [ไม้] จึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนมากกว่าการหา [แร่ติดไฟ] ที่ใช้ในการหลอมเหล็ก

ประกอบกับที่หน่วยสำรวจทิศตะวันออกกลับมาพอดี

สิ่งที่ฉันวางแผนเอาไว้แต่แรกจึงได้เริ่มใช้งานเสียที

แนวเขตตั้งแต่ตะวันตกจนถึงทิศเหนือ จะแบ่งกำลังออกไปสองในสิบเพื่อดำเนินงานก่อสร้างแนวเขตป้องกันตามริมแม่น้ำตามแผนเดิม

ส่วนทิศใต้ จากแผนเดิมที่จะแบ่งออกไปหนึ่งในสิบส่วนเพื่อสร้างแนวป้องกัน ตอนนี้มันไม่จำเป็นแล้ว

เพราะจากการสำรวจที่ผ่านมา ทางตอนใต้ของเมืองนั้นติดทะเลทั้งหมดนั่นเอง

คงไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนสามารถเดินทางข้ามทะเลที่น่ากลัวมาได้ จึงไม่จำเป็นต้องไปสนใจมัน

ดังนั้นกองทัพหนึ่งในสิบที่ว่านี้จึงว่างงาน ฉันเลยคิดที่จะให้สเลบเป็นคนนำทัพเพื่อบุกโจมตีพวกปีศาจน้อยซึ่งหนีไปในทางทิศตะวันตกแทน

สาเหตุที่ไม่บุกไปหาพวกปีศาจยักษ์ในทิศเหนือ เป็นเพราะว่าฉันกลัวการบุกสวนกลับจากสัตว์ยักษ์บินได้พวกนั้น

คงต้องรอให้อาวุธโจมตีทางอากาศพร้อมก่อน ฉันถึงจะกล้าสั่งบุกพวกมัน

ส่วนกองกำลังอีกสองในสิบส่วน ฉันจะให้ไปทางทิศตะวันออก

ที่ทิศนั้น หากข้ามแม่น้ำเลยไปไม่ไกล จะมีผืนป่าขนาดใหญ่ปรากฏอยู่

ที่ต้องใช้คนเยอะ เพราะจะได้ขนไม้กลับมาได้ทีละจำนวนมาก

ส่วนที่เหลืออีกห้าในสิบให้อยู่ปกป้องฐานทัพ

แบ่งตามนี้น่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว

“ดีละ ได้เวลาเริ่มดำเนินตามแผนการได้! ”



ในวันเดียวกัน ณ ช่วงเวลาบ่ายแก่ ๆ

***ปักษาผู้เป็นไท [เปอร์ไซด์]

สวัสดีค่า~ (ลากเสียงยาว)

วันนี้หนูจะมาเล่าชีวิตอันแสนสนใดให้ทุกท่านฟังนะคะ

คือว่าเมื่อวานนี้เจ้าหนูน้อยมันฟักตัวออกมาแล้วค่ะ

เจ้าหนูน้อยที่มีพ่อแม่เป็นสัตว์มีปีกพ่นไฟได้พวกนั้นไงค่ะ

เจ้าหนูน้อยมันน่ารักมาก ตัวสูงแค่ครึ่งเมตร เกล็ดสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาใสซื่อติ๊งต๊องเหมือนหนูเลย~

… เมื่อกี้ถือว่าเป็นการด่าตัวเองหรือเปล่าค่ะเนี่ย?

เอาเป็นว่ามันน่ารักก็แล้วกันค่ะ

หนูตั้งชื่อให้มันว่า [ออกไซด์] ค่ะ

เจ้าหนูน้อยมันซนมาก พอเกิดมาปุบ มันก็วิ่งพล่านไปทั่วรังเลย~

วิ่งหนีออกจากบ้านของหนู บินลงเขา จนหนูต้องบินตามมันลงมาเนี่ยแหละค่ะ

บินข้ามวันข้ามคืนจนย่างเข้าช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันที่ 21 พอรู้ตัวอีกที หนูก็มาโผล่ที่ใจกลางรังของพวกสองแขนแล้ว

ด้วยเหตุนี้---

“เลยถูกจับมัดอย่างที่เห็นนี่แหละค่า~” (ลากเสียงยาว ๆ)

ร่างของหนูกำลังถูกจับมัดปีกและขาเอาไว้

พวกสองแขนจำนวนมากกำลังมาชุมนุมบนลานกว้างแห่งนี้

หนูเห็นสิ่งก่อสร้างแปลกตาซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต กำลังถูกก่อสร้างขึ้นมาอยู่โดยรอบ

สวัสดีค่ะ ที่ออกมาชุมนุมกันเยอะขนาดนี้ก็เพื่อต้อนรับหนูอย่างอบอุ่นสินะคะ?

ถ้าเป็นไปได้หนูขอขาเขียวเสริฟคู่กับหนอนทอดร้อน ๆ นะคะ

อะไรบางอย่างที่มีปลายแหลมทำจากหินนั้น กำลังหันมาจิ้มอยู่ที่คอของหนู

อุ้ย~ อะไรค่ะเนี่ย? นี่คือวิธีการทักทายของพวกสองแขนหรือค่ะเนี่ย?

แหม่~ วัฒนธรรมของพวกท่านช่างน่าสนใจจริง ๆ นะคะ

ใช่ก็บ้าแล้วค่ะ!

เคยมีคนบอกอยู่ว่าหนูนะซื่อบื้อ แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะซื่อบื้อได้ถึงขนาดนี้

ตายแน่ค่า~ (ลากเสียงยาว) ใครก็ได้ ช่วยหนูด้วย!



***นก [ไฮเจน]

ยัยเปอร์ไซด์บินออกไปจากรังไปทางตะวันออกตั้งแต่เมื่อวาน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาเลย

หรือว่าจะถูกพวกสองแขนที่กำลังสร้างรังอยู่แถวตีนเขาทางทิศตะวันออกจับตัวไปแล้ว!?

แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว ชั้นยังไม่ได้แอ้มยัยนั่นเลยแท้ ๆ ใครจะยอมปล่อยให้พวกสองแขนแอ้มเธอไปก่อนได้กันละ!

พอคิดเองเออเองได้ดังนี้ ชั้นเลยรีบคว้าธนู สวมเสื้อใบไม้ และกระโจนบินออกจากรังไปในทันที

ชั้นจะไม่ยอมให้ใครได้แอ้มเธอเป็นคนแรกก่อนเป็นอันขาด!



ไฮเจน ชายผู้พยายามจีบเปอร์ไซด์มาตั้งแต่ชาติก่อน จวบจนมาถึงโลกแห่งสงครามนี้ ได้รีบร้อนวิ่งออกมาจากบ้านของเขา

“เปอร์ไซด์ถูกพวกสองแขนจับตัวไปแล้ว! ”

เขากรีดร้องดังสะท้านไปทั่วเมือง

บรรดาชาวปักษาที่เลือกบทบาทบุรุษเพศได้ลุกเดินออกมาจากอาคารทรงกลมตาข่ายที่แขวนอยู่ตามยอดต้นไม้ปะการัง

“ว่าไงนะ! เปอร์ไซด์ [ของข้า] ถูกจับตัว!? ”

“ไอดอล [ของผม] ถูกลักพาตัว!? ”

“เธอกำลังถูกทรมาน!? ”

“ต้องไปช่วย! ”

“ช่วย! ”

“เปอร์ไซด์ผู้น่ารัก [ของผม] ! ”

“ของผมต่างหาก! ”

“ช่วยเธอ เพื่อทำให้เธอหลงรัก! ”

“ใครช่วยเธอ ได้เธอไปครอง! ”

“ไป ไป ไปช่วยกัน! ”

พวกเผ่าปักษาไม่ค่อยฉลาดเท่าไหรนัก…

พวกมันเป็นประเภทที่ทำทุกอย่างตามสัญชาตญาณ แถมยังถูกเป่าหูได้ง่าย

เนื้อหาที่กระจายจากปากสู่ปากได้กลายเป็น [ผู้ที่ช่วยเธอ จะได้ร่างกายของเธอไปครอบครอง] ตั้งแต่เมื่อไหรก็ไม่รู้

เปอร์ไซด์ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนคลั่งไคล้เธอมากมายมหาศาลขนาดนี้

บรรดาบุรุษเพศผู้คลั่งไคล้เปอร์ไซด์มีราวสามแสนคน

และสามแสนคนที่ว่านั้นก็พกอาวุธครบมือพร้อมออกศึกสงคราม

เสียงกระพือปีกได้ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วขุนเขา

เป้าหมายของพวกเขาก็คือเมืองของมนุษย์ที่อยู่ตีนเขาทางตะวันออก

สงครามระหว่างเผ่าปักษากับมนุษย์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!

แน่นอนว่ากว่าที่ [ออกเซอร์] จ่าฝูงของพวกเขาจะทราบข่าว เจ้าพวกบ้านี้ก็ออกตัวบินไปไกลเสียแล้ว…



***ปราชญ์แห่งพงไพร เอสเทอ

ผืนป่านับตั้งแต่ใต้จรดไปทางเหนือ ล้วนแต่ได้กลายเป็นอาณาเขตพวกเรา ชาวภูติเป็นที่เรียบร้อย

และในทิศเหนือ เลยผืนป่าออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ที่แห่งนั้นจะมีผืนน้ำขนาดใหญ่ปรากฏอยู่

เป็นสถานที่เหมาะสมแก่การตั้งเมืองกลางผืนน้ำเพื่อปกป้องอริศัตรูยิ่งนัก

ดังนั้นพวกเราเผ่าภูติ จึงได้ตัดสินใจที่จะย้ายเมืองหลวงและคริสตั้นไปที่แห่งนั้นกัน

แต่จะให้ทอดทิ้งเมืองหลวงปัจจุบัน [อิกดราซิล] ไปก็ใช่ที

ด้วยการจับพลัดจับผลู ฉันเลยกลายมาเป็นเจ้านครรัฐแห่งนี้ไปเสียชิบ

“ใครมันเสนอชื่อของฉันออกไปกันนะดอง~”

ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะมองลอดออกไปนอกหน้าต่าง

[อิกดราซิล] เมืองแห่งภูติอันยิ่งใหญ่ของพวกเรา

สิ่งก่อสร้างลอยเหนือพื้นรูปทรงวงแหวน

อาคารทรงไข่สีขาวที่ลอตัวเหนือผืนป่า

ชาวภูติตัวจิ๋วที่โบยบินทำงานอย่างขยันขันแข็ง

ปีกแสงที่ส่องประกายสะท้อนกับผิวอาคารจำนวนมาก

อีกทั้งแสงสีลานตาอันสวยงาม

ราวกับเม็ดอัญมณีที่ส่องประกายล่องลอยอยู่พื้นที่อันเวิ้งว้างในนภาอากาศ

ที่ขอบเขตนอกของเมือง มีวงแหวนสีขาวขนาดใหญ่ปรากฏอยู่

สิ่งนั้นลอยตัวล้อมเม็ดอัญมณีเอาไว้ราวกับเป็นดาวเคราะห์บริวาร

หากมีอริศัตรูร้ายลอบเข้ามา พวกมันก็มีอันต้องถูกรังสีที่รุนแรงคร่าชีวิตไป

“รายงานอ่อง~ งานก่อสร้างเสร็จไปแล้วสี่สิบเปอร์เซ็นอ่อง~ อาหารมีพอสำหรับประชากรหนึ่งแสนคนอ่อง~”

“แล้วอาวุธละดอง~”

“ยังไม่มีสักชิ้นเลยอ่อง~”

“รีบไปดำเนินการได้แล้วดอง! ”

ฉันละหน่าย

หลังจากไล่ลูกน้องที่ไม่คิดจะจำชื่อออกไปจากห้อง ฉันก็เริ่มถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

มีหลายต่อหลายเรื่องที่ต้องจัดการ

ไม่ว่าจะสืบความจริงของตัวตนที่อวดอ้างว่าเป็นเทพเจ้าช่วงในวันแรก

ความจริงที่ว่าโลกใบนี้กำลังพังทลาย

ความจริงที่ว่าไม่สามารถให้ถือกำเนิดลูกได้

นอกจากสืบหาความจริงเหล่านั้นแล้ว ยังมีต้องมาคอยพะวงเกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้นอีก

พวกระดับสูงเองก็ไปให้ความสนใจเกี่ยวกับการรื้อฟื้นอารยะธรรมเดิม กับการสร้างเมืองมากเกินไปจนไม่สนใจที่จะสร้างอาวุธสงครามมาป้องกันตัวเอง

“แค่มีบาเรียหุ้มเมืองก็พอแล้วนี่”

ว่าเช่นนั้น แล้วทุ่มกำลังไปกับการขยายเมืองอย่างเดียวเลย

พวกระดับสูงจะประมาณเกินไปแล้วนะดอง~

บางทีอาจเป็นเพราะเห็นว่าไม่มีเผ่าไหนที่สามารถใช้อาวุธล้ำสมัยเหมือนอย่างพวกเราได้ พวกระดับสูงเลยประมาทเช่นนี้

สุดท้ายเลยมีแค่ฉันคนเดียวที่ให้ความสนใจในความจริงของเทพเจ้าทั้งสามองค์นั้น กับการเคลื่อนไหวของพวกศัตรู

แต่การสืบหาความจริงของเทพเจ้ากลับไม่คืบหน้าเท่าไหรนัก

แถมสงครามก็มีแต่ทวีความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งพวกกลุ่มหมอกที่น่าขยะแขยงในวันแรกก็ยังหายตัวไปอีก

“หวังว่าพวกที่ออกไปสืบจะสามารถถอดรหัสภาษาของพวกทรงภูมิได้เร็ว ๆ นี้นะดอง~”

หนึ่งในกุญแจสู่ชัยชนะคือการเรียนรู้เข้าใจศัตรู

ภาษา ระดัยวัฒนธรรม พฤติกรรม อุปนิสัยโดยรวม

ยิ่งรู้จักศัตรู ก็ยิ่งสามารถเข้าใจเหตุผลที่ซ่อนอยู่ในการเคลื่อนไหวของศัตรูได้

“จะว่าไป เมื่อวันก่อนเห็นมีรายงานพบเห็นฝูงสัตว์ยักษ์ด้วยนี่นะดอง~”

เมื่อวานมีฝูงสัตว์ยักษ์บินได้มาโจมตีเมืองของพวกเราด้วยละดอง

แต่ด้วยพลังป้องกันของคลื่นรังสี เลยทำให้พวกมันล้มตายเป็นจำนวนมาก ไฟที่พวกมันพ่นออกมาก็ไม่สามารถทะลุบาเรียได้ สุดท้ายเลยเผ่นหนีไปกันหมดเลยดอง~

เทคโนโลยีจงเจริญดอง~

“อาวุธ...ถึงโชคดีที่พวกเราเจอถ่านหินกับดินปืนข้างใต้ผืนป่านี้ แต่ยังขาดโลหะอยู่นะดอง~”

เผ่าของเราสามารถควบคุมโมเลกุลของมวลสารได้ด้วยคลื่นรังสีที่ส่งออกมาจากปีกของพวกเรา

ถึงจะฟังดูสะดวกสบาย แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะสะดวกอะไรมากมายขนาดนั้น

ถ้าหากมีทรัพยากรณ์ที่ต้องการ การจะทำอะไรมันจะง่ายขึ้นอีกเยอะ

และตอนนี้พวกเรากำลังขาดแคลนแร่โลหะเป็นอย่างมาก ที่เห็นอยู่ในตอนนี้ ล้วนแต่เกิดจากการแปรสภาพโมเลกุลจากหิน ไม้ แร่ธาตุที่อยู่บนพื้นดินแถบนี้มาใช้แทน

ความแข็งแรงของพวกมันเลยไม่ได้ดีเท่าที่ควรเท่าไหรนัก

เพราะงั้นเลยไม่สามารถเอาแร่แปรรูปโลหะเทียมมาทำเป็นอาวุธสงครามได้

รวมไปถึงยานรบด้วย

“ปวดหัว ถ้าระหว่างนี้มีศัตรูบุก---”

“รายงานอ่อง~! มีการติดต่อจากดีลอนนิกที่อยู่แนวหน้า พบการเคลื่อนไหวของกองทัพพวกแมลงจำนวนสองแสนนายกำลังเคลื่อนทัพมาทางนี้แล้วอ่อง~! ”

...ชิบหายแล้วไงดอง~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น