ตัวร้ายข้ามมิติ​

ตอนที่ 74 : การกลับบ้านกับจุดเริ่มต้นมหาสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 251 ครั้ง
    21 ต.ค. 62

คฤหาสน์วาเรนเซีย
10:00น.

 " ท่านชาย!"

  เสียงพ่อบ้านและเมดดังต่อกันเป็นทอดๆ เพราะจู่ๆบุคคลที่สมควรจะอยู่ที่วาซีรอสกลับมาปรากฏ​ตัวที่คฤหาสน์​ซะอย่างนั้น

 " ชู่ว! เบาๆหน่อย" คริสรีบส่งสัญญาณให้คนในบ้านเงียบลงทันที

 " มีอะไรก็ไปทำต่อเถอะ พวกเรามาเยี่ยมท่านพ่อเฉยๆ" แดนพูดต่อ

 " อ้าว! โรสไปไหนแล้ว?!" แดนหันขวับมามองทันทีที่พี่ชายของตนพูดแบบนั้น

 " เอ่อ เมื่อครู่ท่านหญิงเดินเข้าไปในคฤหาสน์​แล้วครับ" พ่อบ้านคนหนึ่งพูดขึ้น ทำให้สองท่านชายแห่งวาเรนเซียต้องหันมามองหน้ากัน

 " โรส! รอพี่ด้วย!"



ห้องทำงานดยุควาเรนเซีย

 " มีอะไร? เซบาสเตียน" ท่านดยุคผู้โหมงานหนักไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองว่าใครก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเขาจึงพูดออกมาแบบนั้น เพราะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเข้าห้องของเขาได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต​

  โรสสาวเท้าเข้าไปใกล้ท่านพ่อของเธอเรื่อยๆพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะหวังจะกลั่นแกล้งท่านพ่อของเธอเล็กน้อย

หมับ!

 " เล่นอะไร- โรส!" ท่านดยุควาเรนเซียเพิ่งจะรู้ว่าคนที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเขาคือลูกสาวสุดที่รักก็เมื่อรู้สึกถึงแรงโอบกอดจากด้านหลัง

 " สวัสดีค่ะ ท่านพ่อ!" โรสยิ้มกว้างที่แกล้งหยอกล้อท่านพ่อของเธอได้สำเร็จ

 " ลูกกลับมาแล้ว!" ดยุควาเรนเซียรีบลุกจากโต๊ะทำงานแล้วสวมกอดลูกรักด้วยความคิดถึงทันที

  อา...ตั้งหนึ่งเดือนที่ไม่ได้เจอกัน เขาคิดถึงลูกจนแทบจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว!

 " ค่ะ โรสกลับมาเยี่ยมท่านพ่อตามที่สัญญากันไว้ไงคะ" เธอกอดตอบผู้เป็นพ่อ

  วันนี้ครบรอบหนึ่งเดือนที่เธอไปเรียนวาซีรอสพอดี และมันก็ครบรอบกำหนดกลับมาที่คฤหาสน์​ด้วย และนั่นทำให้เธอกับพี่ชายอีกสองคนกลับมาที่บ้าน

 " แล้วทำไมไม่บอกพ่อก่อนล่ะ? พ่อจะได้เตรียมงานไว้ต้อนรับลูกทัน" คุณพ่อผู้หลงลูกสาวคิดถึงขั้นจะจัดงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับที่ลูกสาวกลับบ้านมาในรอบหนึ่งเดือน

 " ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์​ซิคะ มาแบบไม่บอกดีกว่าตั้งเยอะ อย่างเมื่อกี้โรสก็ได้แกล้งท่านพ่อด้วย"

 " ฮ่าๆๆ แสบนักนะ ลูกสาวของพ่อ" เขาหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์​ดีก่อนจะก้มลงไปจูบหน้าผากมนของลูกสาวเบาๆ

 " ท่านพ่อพักก่อนดีมั้ยคะ? วันนี้พี่แดนกับพี่-"

ปัง!

 " โรส!"

 " พี่แดน พี่คริส" โรสส่งเสียงเรียกคนที่เปิดประตูเข้ามาในห้องเสียงดัง

 " น้องทิ้งพวกพี่ไว้ข้างล่าง!" สองพี่น้องผู้ขี้น้อยใจพูดเสียงดัง

 " ก็โรสอยากรีบมาหาท่านพ่อนี่คะ"

 " อะไรกัน? พวกแกก็มาด้วยเหรอ?" ดยุควาเรนเซียทำหน้าเบื่อหน่ายทันทีที่เห็นว่าลูกชายทั้งสองของเขาก็มาด้วย

  ถ้าเจ้าลูกชายสองคนนี้ของเขาอยู่ด้วย เขาก็ไม่ได้ใช้เวลาส่วนตัวกับโรสน่ะสิ! ชิ!

 " สวัสดีครับท่านพ่อ"

 " อืม" 

เปรี๊ยะ!

  แม้ว่าจะทักทายกัน แต่ก็คล้ายว่าจะมีสายฟ้าแล่นเปรี๊ยะออกมาจากดวงตาของสามพ่อลูกตระกูลวาเรนเซียและสายฟ้าเหล่านั้นก็ปะทะกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร

 " ท่านหญิง ไปที่ห้องนั่งเล่นดีกว่านะครับ เดี๋ยวผมจะได้ชงชาให้ด้วย" เซบาสเตียนหันมาพูดกับโรส ปล่อยให้เจ้านายของตนส่งสายตาฟาดฟันกับลูกชายทั้งสองต่อไป

 " อืม ก็ดีนะ"

 " เมื่อวานนี้มีชาชั้นดีหายากจากแถบอาณาจักรทางเหนือส่งมาพอดี น่าจะถูกปากท่านหญิงนะครับ"

 " ถูกปากมั้ย เดี๋ยวพอชิมก็รู้เองแหละ"

 " ฮ่าๆๆ นั่นสินะครับ"

ปัง!

  เสียงปิดประตูทำให้สามพ่อลูกได้สติและหยุดฟาดฟันกันผ่านทางสายตา ก่อนจะพบว่าน้องน้อยและลูกสาวสุดที่รักได้ถูกพ่อบ้านคนสนิทชิงตัวไปแล้ว

 " เซบาสเตียน!"

  เสียงประสานตะโกนลั่นคฤหาสน์จนเซบาสเตียนที่กำลังพาโรสเดินลงไปที่ห้องนั่งเล่นได้ยินและยกยิ้มขึ้นมาอย่างสะใจและสนุกสนาน

  ก็พวกท่านอยากฟาดฟันกันจนเผยช่องว่างให้ผมเองนี่ครับ



 " เรียนเป็นยังไงบ้าง? หนักมั้ย? ไหวรึเปล่า?"

 " สบายมากค่ะ" โรสตอบพร้อมส่งยิ้มให้ท่านพ่อของเธอคลายกังวล

  เธอก็สบายดีจริงๆนั่นแหละ ส่วนเรื่องที่ว่าเรียนหนักมั้ย? ก็คงจะต้องตอบว่า พวกวิชาต่างๆที่เกี่ยวกับวิชาการ เธอไม่ได้เรียนเลย จะมีก็แต่การบ้านเท่านั้น ส่วนการบ้านที่ว่าคืออะไรน่ะเหรอ? ถ้าจะให้ตอบก็คงจะต้องย้อนไปถึงตอนที่กำลังเรียนในคาบ

  เพราะเรื่องที่อาจารย์สอนมันเป็นเรื่องที่เธอเข้าใจหมดแล้ว และดูเหมือนว่าเธอจะเผลอแสดงความสามารถมากเกินไป อาจารย์​เลยให้เธอเขียนสรุปเกี่ยวกับเรื่องที่กำลังเรียนแล้วนำไปส่ง และจะต้องเขียนโดยใช้สิ่งที่เธอเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นหลักการ เนื้อเรื่องเนื้อหาต่างๆ หรือแม้แต่ความคิดเห็นในบางเรื่องที่เธอคิด พอดูดีๆ อาจจะเป็นเพราะหลักการที่เธอคิดและใช้มันค่อนข้างแตกต่างจากคนในโลกนี้ในบาวเรื่อง มันเลยดูแปลกใหม่และน่าสนใจสำหรับคนที่นี่ และแน่นอนว่าคนที่ได้การบ้านแบบนี้ไม่ใช่แค่เธอคนเดียว แต่ยังมีราฟด้วยอีกคน

 " ถ้าเหนื่อยก็บอกพ่อนะ เดี๋ยวพ่อช่วยจัดการให้" ดยุควาเรนเซียพูดด้วยความเป็นห่วงลูกสาว

 " ขอบคุณ​นะคะ"

  บรรยากาศระหว่างพ่อลูกที่ทำเอาแดนและคริสหมดตัวตนไปชั่วขณะ​อดจะหมั่นไส้ไม่ได้ "แหม ท่านพ่อไม่คิดจะถามถึงพวกผมบ้างเหรอครับ?"

 " พวกแกเป็นผู้ชาย ถ้าเรื่องแค่นี้ยังทนไม่ได้แล้วโตไปจะทำยังไง?" คนเป็นพ่อประชดกลับด้วยความหงุดหงิด

  ถ้าโรสมาคนเดียวเขาจะไม่ว่าเลยสักคำ กลับกัน เขายะยินดีมากด้วยซํ้า แต่นี่ดันมีเจ้ามารสองตัวนี้โผล่มาขัดขวางเส้นทางแห่งความสุขของเขาซะได้! หน็อย! มันน่าเจ็บใจนัก!

 " ยังไงผมก็เป็นลูกท่านพ่อนะครับ"

  แล้วการถกเถียงที่ดูคล้ายกับการทะเลาะกะนขอวเด็กสามขวบก็เริ่มขึ้นและดำเนินต่อไปโดยมีโรสเป็นผู้ชม ส่วนเซบาสเตียนก็คอยชงชาและดูแลท่านหญิงตัวน้อยของเขาไปพลางๆ

 " อ๊ะ! จริงสิ ท่านพ่อคะ โรสทำขนมมาฝากท่านพ่อด้วยนะคะ" โรสพูดขึ้นเมื่อนึกได้

 " ลูกทำขนมมาฝากพ่อเหรอ?!" ดยุควาเรนเซียพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น

 " ค่ะ ท่านพ่อจะทานเลยมั้ยคะ? เดี๋ยวโรสจะไปเตรียมให้"

 " อะ เอาเลย พ่ออยากกินขนมฝีมือลูกแล้ว!"

 " ได้ค่ะ ขอยืมตัวเซบาสเตียนด้วยนะคะ" เมื่อพูดจบ เธอก็เดินตรงไปยังห้องครัวพร้อมกับเซบาสเตียนทันที

 " เอ๊ะ! เค้กนี่มัน...รสกาแฟเหรอครับ?" เซบาสเตียนถามทันทีที่เธอเปิดกล่องใส่เค้กที่เธอทำกับมือออกมา

  ใช่ เธอทำเค้กรสกาแฟ ส่วนเหตุผลก็...

 " ท่านพ่อไม่ค่อยชอบขนมหวาน แถมยังชอบกินกาแฟ ฉันเลยทำรสกาแฟแบบหวานน้อยมาน่ะ" เธอพูดพลางจัดเค้กใส่จาน และแบ่งบางส่วนให้เซบาสเตียนเก็บไปไว้ในตู้เย็น เพราะเธอทำเค้กมาหลายชิ้น

 " ท่านดยุคโชคดีจังเลยนะครับ ที่มีท่านหญิงเป็นลูกที่ดีและรู้ใจแบบนี้" เซบาสเตียนยิ้มบางๆ

 " แล้วเซบาสเตียนไม่คิดจะแต่งงานมีลูกบ้างเหรอ?" โรสอดถามกลับไม่ได้

  เซบาสเตียนเป็นคนหน้าตาดีและมีเสน่ห์​เฉพาะตัวคนหนึ่ง ถ้าจะหาผู้หญิงดีๆสักคนมาแต่งงานด้วยก็คงจะไม่ยากนักหรอก และเธอเชื่อว่าท่านพ่อก็น่าจะสนับสนุนด้วย

  ถึงเธอจะคิดแบบนั้น แต่คนถูกถามกลับหัวเราะออกมาน้อยๆ

 " ไม่เคยคิดหรอกครับ ผมอยากอยู่รับใช้ท่านดยุคและท่านหญิงกับท่านชายไปจนกว่าจะหมดลมหายใจมากกว่า" เขาในสิ่งที่คิดและตั้งใจ

 " อืม...ก็ดีเหมือนกัน ถ้าเซบาสเตียนแต่งงาน ต่อไปใครจะดูแลฉันกับท่านพี่ล่ะ แถมท่านพ่อก็คงจะเหงาแย่เลย" แล้วหนึ่งพ่อบ้านกับหนึ่งท่านหญิงก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

 " เรียบร้อย!" โรสยิ้มออกมาเมื่อจัดเค้กใส่จานเสร็จ

 " น่าทานมากเลยครับ"

 " ส่วนที่อยู่ในตู้เย็นน่ะ ทานได้นะ"

 " ไม่ดีกว่าครับ ขืนท่านดยุครู้เข้า ผมคงได้โดนวิ่งไล่กวดทั่วคฤหาสน์​แน่" อาจจะฟังดูเกินจริงไปบ้าง แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาไปเย้าแหย่เจ้านายตัวเองจนโดนวิ่งไล่กวดอยู่เป็นประจำ แถมเค้กนี่ ท่านหญิงตัวน้อยของเขาก็อุตส่าห์​ทำเพื่อท่านดยุค เขาไม่อยากจะแตะต้องหรอก...ถึงมันจะน่ากินมากเลยก็เถอะ

 " ถ้างั้นกินคุกกี้มั้ย? ฉันทำเมื่อมาเมื่อเช้าเหมือนกัน"

 " คุกกี้เหรอครับ?"

  โรสพยักหน้าก่อนจะหยิบกล่องคุ้กกี้ออกมาจากมิติ เซบาสเตียนรับกล่องพลาสติกนั้นมาไว้ในมือและเปิดออก ก่อนที่เขาจะได้กลิ่นหอมของขนมลอยมาแตะจมูกพร้อมกับภาพของคุกกี้มากมายหลายแบบที่ปรากฏ​ขึ้นในสายตา

 " คิดไว้แล้วว่านายจะต้องไม่ทานเค้กที่ฉันทำมาแน่ ก็เลยทำคุกกี้มาเผื่อด้วยน่ะ ชอบมั้ย?"

 " ชอบสิครับ! ขอบคุณ​ท่านหญิงมากๆเลย" เขายิ้มกว้างจนโรสอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นมาเห็นเข้าคงจะตาบอดเพราะรัศมีอันเจิดจ้าของพ่อบ้านคนนี้ไปแล้วแน่ๆ

  อืม...เซบาสเตียนคิดถูกแล้วที่ไม่แต่งงาน เพราะไม่งั้น คนที่เซบาสเตียนแต่งงานด้วยคงจะต้องปวดหัวตายเพราะมีคนมารุมจีบเขาแน่ๆ

 " ไปกันเถอะ เดี๋ยวพวกท่านพ่อรอนาน"

 " ครับ!"



เปรี๊ยะ!

 " ไม่คิดว่าพวกแกจะมาด้วย"

 " แหมๆ ยังไงพวกผมก็ต้องมาอยู่แล้วครับ"

 " งั้นเหรอ? แต่วันหลังพวกแกไม่ต้องมาก็ได้นะ"

  เมื่อโรสจากไปพร้อมเซบาสเตียน บทสนทนาระหว่างสามพ่อลูกหนีไม่พ้นเรื่องการแซะและประชดประชันกันราวกับเด็กน้อยสามขวบที่ทะเลาะกันเรื่องของเล่น

 " ก็ได้ครับ พวกผมไม่มาก็ได้"

 " แต่พวกผมจะพาโรสไปเที่ยวแทนนะครับ"

  สองพี่น้องผู้ชอบทะเลาะกันเรื่องโรสเมื่ออยู่ที่วาซีรอสหันมาร่วมมือกันเมื่อต้องเผชิญ​หน้ากับผู้เป็นพ่อ

 " หึ! ก็มาดูกัน ว่าระหว่างฉันกับพวกแก โรสจะเลือกใคร" ท่านดยุคผู้ยิ่งใหญ่พูดอย่างท้าทาย

 " ได้อยู่แล้วครับ!"

 " ไม่มีปัญหาครับ!"

 " หึ! เตรียมตัวแพ้ได้เลย เจ้าลูกชาย"

 " มาแล้วครับ"

  เสียงของเซบาสเตียนทำให้สาทพ่อลูกที่นั่งจ้องตาเขม่นกันรีบกลับมานั่งยืดตัวตรงด้วยความสง่างามและทำราวกับก่อนหน้านี้ไม่ได้เกิดเหตุ​การณ์​ปะทะอะไรกันเกิดขึ้น จนเซบาสเตียนลอบกระตุกยิ้ม

  เนียนกันจังเลยนะครับ

 " นี่ค่ะท่านพ่อ" โรสวางจานใส่เค้กลงบนโต๊ะด้านหน้าท่านพ่อของเธอ ส่วนเซบาสเตียนก็จัดการแจกจ่ายเรื่องนํ้าชาให้แก่เจ้านายทั้งสี่

 " กาแฟเหรอ?"

 " ค่ะท่านพ่อชอบทานกาแฟช่วงเช้าๆนี่คะ โรสเลยทำมาให้"

 " ฮ่าๆๆ ขอบใจมากนะโรส" มือหนายื่นมาลูบเรือนผมสีขาวสะอาดตาของลูกสาวเบาๆ และยังไม่ลืมที่จะส่งสายตาเยาะเย้ยไปให้ลูกชายทั้งสองที่กำลังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อราวกับงูเห่า

 " อร่อยจัง! ลูกไปหัดทำตอนไหนน่ะ?!" ดยุควาเรนเซียอุทานด้วยความตกใจในรสชาติอันลํ้าเลิศของขนมหวานฝีมือลูกสาว

 " ท่านพ่อชอบมั้ยคะ?" โรสหัวเราะเบาๆและยิ้มออกมาอย่างดีใจที่ท่านพ่อของเธอชอบ

 " แน่นอน! พ่อชอบมาเลย"

 " ถ้างั้นคราวหน้า โรสจะทำมาฝากท่านพ่ออีก ดีมั้ยคะ?"

 " ดีสิ! ดีมากๆเลยด้วย!"

  บรรยากาศระหว่างคุณพ่อผู้หลงลูกสาวและลูกสาวผู้แสนจะกตัญญู​ทำให้คนอื่นๆดูหมดความหมายไปชั่วขณะหนึ่ง แดนกับคริสลอบกัดฟันด้วยความอิจฉาพ่อของตนเอง และพวกเขาก็คงจะอิจฉาจนกระอักเลือด ถ้าก่อนหน้านี้โรสไม่เคยทำขนมให้พวกเขาทานเลย แต่เพราะตอนอยู่ที่หอพัก โรสเคยทำขนมให้พวกเขาทาน ความอิจฉาของสองพี่น้องจึงค่อยบรรเทาลงบ้างเล็กน้อย

  แต่ในขณะที่​บรรยากาศระหว่างพ่อลูกเป็นไปในแบบนั้น เซบาสเตียนกลับคิดบวกลบในใจเพื่อหาผลประโยชน์​ที่ตนจะได้เมื่อเลือกข้าง

  ถ้าท่านหญิงมาที่คฤหาสน์​พร้อมขนมมาเยี่ยมท่านดยุคบ่อยๆ นั่นหมายความว่าเขาก็จะได้ทานขนมผีมือท่านหญิงบ่อยๆด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น ถ้าเขาเข้าทางท่านดยุคย่อมดีกว่าการเข้าข้างท่านชายทั้งสอง อืม เอาแบบนี้แหละ เขาเลือกฝั่งท่านดยุค ถึงจะผิดต่อท่านชายที่เขาคอยเลี้ยงดูและสอนสั่งเรื่องต่างๆ แต่จะทำยังไงได้ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับท่านหญิง เขายอมทำได้หมดทุกอย่าง หึๆๆ

  ตลอดช่วงเช้า สี่พ่อลูกและอีกหนึ่งพ่อบ้านต่างคุยเล่นกันอยู่ที่ห้องนั่งเบ่นด้วยความสนุกสนานปนขบขัน เพราะพ่อและลูกชายเอาแต่เขม่นกัน และเซบาสเตียนก็อาศัย​จังหวะนั้นพูดคุยกับโรสอย่างสนิทสนม และเมื่อเวลาเลยผ่านมาถึงช่วงที่ดวงอาทิตย์​ขึ้นตรงเหนือศีรษะ​ สี่พ่อลูกเจ้านายของคฤหาสน์​ก็ไปทานอาหารร่วมกันที่ห้องอาหาร โดยที่อาหารมื้อนี้มีหัวหน้าพ่อบ้านของคฤหาสน์​และโรสเป็นผู้ทำทั้งหมด

  เมื่อทานอาหารเที่ยงกันจนอิ่ม ดยุควาเรนเซียก็แยกตัวไปจัดการงานของตัวเองต่อ เพราะถึงแม้จะคิดถึงลูกรักทั้งสามมากแค่ไหน แต่งานที่เกี่ยวพันถึงชีวิตของประชาชนหลายคนก็ไม่อาจทิ้งได้ แต่อันที่จริง ถ้าจะให้ท่านดยุควาเรนเซียพูดแล้วละก็...

  เอาจริงๆคือเขาไม่ค่อยจะสนใจนักหรอก ไอ้ชีวิตของคนหลายคนเนี่ย เพราะเขาเห็นแก่ครอบครัวมากกว่าประชาชนตาดำๆน่ะสิ จะบอกว่าเขาเป็นคนไม่ดีก็ได้ แต่เขารักครอบครัวมากกว่าจริงๆ งานพวกนั้นแค่เห็นเขาก็ประสาทเสียจนอยากจะขว้างทิ้งอยู่แล้ว แต่ที่ต้องฝืนใจทำก็เพราะว่าเดี๋ยวเจ้าราชาบ้านั่นจะวิ่งแจ้นออกจากวังมาบ่นเขาจนหูชาซะก่อนน่ะสิ แล้วไหนจะเสด็จพี่ของเขาที่เป็นถึงราชาเผ่าเทพอีก ขืนเขาทำตัวแย่ขึ้นมา มีหวังได้เสื่อมเสียตั้งแต่ลูกรักของเขาไปจนถึงเหล่าบรรพบุรุษ​ที่เสียไปแล้วแน่นอน

  สุดท้ายเขาก็ได้แต่กลํ้ากลืนฝืนทน รีบทำงานที่มีอยู่มากมายเป็นภูเขาให้เสร็จเร็วๆ จะได้มีเวลาไปอยู่กับลูกๆมากขึ้นเท่านั้นเอง เห้อ ถ้าขืนมีใครบอกว่าการเป็นท่านดยุคมันดีแล้วละก็ เขาเนี่ยแหละ จะเอาเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะทำงานไปฟาดหัวมันเอง หึ!



 " เห้อ เผลอแป็บเดียวพวกเราก็อยู่ปี2กันแล้วสิ"

 " นั่นสิ ส่วนโรสก็อยู่ปี1 ชั้นปลายแล้ว"

 " เห้อ"

  สองพี่น้องพากันบ่นออกมาพร้อมทั้งถอนหายใจพร้อมกัน

 " ถอนหายใจบ่อยๆเดี๋ยวแก่ไวนะคะ" โราพูดติดตลก แต่ดูเหมือนว่าแดนและคริสจะไม่ค่อยตลกนัก

 " จริงเหรอ! แย่แล้ว!"

 " ไม่ดีแน่!"

  สองพี่น้องแตกตื่นร้อนรนรีบวิ่งไปส่องกระจกบานใหญ่ที่มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น โรสที่เห็นแบบนั้นก็อดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้

 " อะไรกันคะ? กลัวจะแก่ขนาดนั้นเลย?"

 " อื้ม!" สองท่านชายหันหน้ามาพยักหน้าอย่างจริงจัง โรสจึงบอกให้ทั้งสองกลับมานั่งที่ได้แล้ว

 " ทำไมถึงกลัวล่ะคะ?"

 " ก็...ไม่มีอะไรมากหรอก"

 " ใช่ น้องไม่ต้องสนใจหรอกนะ" 

  ก็ถ้าพวกเขาแก่เร็ว แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปไล่พวกผู้ชายที่มาเกาะแกะน้องสาวเขาเหมือนกับผึ้งตอมดอกไม้กันล่ะ! และแน่นอนว่าพวกเขาจะไม่มีทางยอมพูดเรื่องนี้ออกไปให้โรสได้ยินแน่

 " พวกพี่ไม่คิดจะมีคู่หมั้นหรือแฟนบ้างเหรอ?" โรสที่พอจะเดาความคิดของพี่ชายทั้งสองได้ส่ายหัวน้อยๆและพูดเปลี่ยนเรื่อง

 " ไม่!" เสียงประสานดังลั่นจนดยุควาเรนเซียที่อยู่ในห้องทำงานลอบสะดุ้งและบ่นลูกชายตัวเองเบาๆด้วยความหงุดหงิด เพราะไม่มีทางเลยที่เขาจะจำเสียงของลูกชายตัวเองไม่ได้

  มาแย่งเวลาอยู่กับโรสไม่พอ ยังจะมารบกวนเวลาทำงานของเขาอีก! เดี๋ยวพ่อก็จับขังซะหรอก!

 " รู้แล้วค่า~ ไม่ต้องตะโกนก็ได้"

 " เอ่อ พี่ขอโทษ"

 " พี่ด้วย"

  ถ้าสองคนนี้เป็นสุนัข หางและหูคงจะกำลังลู่ตกลงอยู่แน่ๆ

 " โรสแค่ล้อเล่นเอง ไม่เห็นจะต้องจริงจังขนาดนั้นเลยนี่คะ"

 " พี่ขอโทษ"

 " พี่ก็ขอโทษ"

  เธอล่ะอยากจะเอามือก่ายหน้าผากแล้วถอนหายใจหนักๆซะจริง วันนี้พี่ชายของเธอเป็นอะไรกัน? เหมือนกับลูกหมาขี้น้อยใจเลย

 " โรสจะไปทำขนม พวกพี่จะไปช่วยโรสมั้ยคะ?"

 " พี่ช่วยได้จริงเหรอ!"

 " ช่วยๆ! พี่จะช่วยน้องเอง!"

  แล้วลูกหมาสองตัวที่กลับมามีท่าทางร่าเริงอีกครั้งก็ถูกโรสจูงเข้าไปในห้องครัวอย่างว่าง่าย โรสที่คิดจะทำพุดดิ้งก็ได้พี่ชายทั้งสองผู้มีประสบการณ์​เล็กน้อยมาช่วยด้วย ทำให้เบาแรงไปได้เล็กน้อย ส่วนสองลูกหมาผู้ได้เป็นลูกมือก็สนุกสนานที่ได้รื้อฟื้นวิชาพื้นฐานการทำขนมที่เซบาสเตียนเคยสอนออกมาใช้ ส่วนท่านดยุควาเรนเซียก็ได้ทานพุดดิ้งที่มีลูกทั้งสามเป็นผู้ลงมือทำก็ยิ้มหน้าบานไปจนถึงเช้าอีกวัน



14เดือนผ่านไป

 " 'สงครามโอไรน่าเบลารุส' เหรอครับ?"

 " ที่มหานครโอไรอ้อน?" 

 " อีกสองเดือน?"

 " อืม ถูกต้อง" เหล่ารุ่นพี่พยักหน้ารับ แต่เหล่ารุ่นน้องทั้งหลายกลับยังคงมึนงง

  อะไรคือการอยู่ดีๆก็เรียกพวกเขามารวมตัวกันโดยบอกว่าจะประชุมเรื่องสำคัญ แล้วบอกว่าจะให้พวกเขาเป็นหนึ่งในตัวแทนไปแข่งในสงครามอะไรสักอย่างที่พวกเขาไม่รู้รายละเอียดเลยแม้แต่น้อย?

 " ทำหน้าแบบนี้ งงกันล่ะสิ?"

 " ครับ/ค่ะ" บรรดารุ่นน้องทั้งหลายพยักหน้ารับกันอีกครั้ง

 " สงครามโอไรน่าเบลารุส คือสงครามที่คนจากทั่วทุกที่จะมารวมตัวกันเพื่อประลองหาผู้ที่มีความสามารถ โดยจะไม่มีการแบ่งแยกเชื้อสาย ไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์​ ไม่แบ่งแยกชนชั้น ไม่แบ่งแยกอายุ และเพราะมันเป็นงานประลองที่ทั้งสามเผ่าต่างให้การยอมรับ อีกทั้งผู้ชนะของงานประลองนี้จะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถและได้รับการเคารพจากทั้งสามเผ่า ทำให้ผู้เข้าร่วมงานนี้มีมากมายจนมันถูกขนานนามว่าเป็น 'สงคราม'​ และเพราะงานนี้มีความสำคัญ​มาก มันจึงถูกจัดขึ้นเพียงแค่หนึ่งร้อยปีต่อหนึ่งครั้งเท่านั้น"

 " อ๋อ"

 " เดี๋ยวก่อนสิครับ อันที่จริง เรื่องสงครามนี่ผมพอจะเคยได้ยินมาบ้าง แต่รู้สึกว่ามันจะยังไม่ครบรอบหนึ่งร้อยปีเลยนี่ครับ?"

 " ใช่ จริงๆแล้วมันยังไม่ครบรอบหนึ่งร้อยปี"

 " แล้วทำไม?"

 " ที่สงครามโอไรน่าเบลารุสครั้งนี้ถูกเลื่อนเข้ามาให้จัดเร็วขึ้น ก็เป็นเพราะการกลับมาขององค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองเมื่อราวๆปีที่แล้วนั่นแหละ"

 " ใช่ เดิมทีต้นกำเนิดของสงครามโอไรน่าเบลารุสก็มาจากการที่องค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองได้ประสงค์​ให้มีการจัดงานอะไรสักอย่างขึ้นเพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีพลังความสามารถมากที่สุดในแต่ละยุค ทั้งสามเผ่าจึงได้คิดค้นให้มีการประลองแบบนี้ขึ้น ดังนั้น การที่สงครามโอไรน่าเบลารุสครั้งนี้ถูกเลื่อนเข้ามาให้จัดเร็วขึ้นมากกว่าเดิมก็เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง​และสร้างความสำราญ​ให้แก่องค์​จักรพรรดิ​ทั้งสอง"

 " ถ้างั้นพวกเราก็ต้องเข้าร่วมด้วยเหรอคะ?"

 " แน่นอน แต่ไม่ใช่แค่พวกเราห้องSนะ เพราะผอ.จะคัดเลือกพวกนักเรียนเก่งๆจากห้องอื่นมาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย"

 " ที่สำคัญ​อีกอย่างนะ คือการประลองนี้ แม้ว่าจะถูกขึ้นชื่อว่าเป็นสงครามเพราะมีคนเข้าร่วมมากมาย แต่เพราะมันเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อค้นหาผู้ที่มีความสามารถ ดังนั้นความอันตรายต่างๆจึงถือว่าเป็นของจริง และมีคนบาดเจ็บหนักหรือถึงขั้นตายด้วยทุกครั้งในการประลองนี้ ดังนั้นใันจึงถือเป็นสงครามของจริงเลยก็ว่าได้ ดังนั้นพวกนายทุกคนควรทำใจและเตรียมตัวให้พร้อมเอาไว้"

 " อ้าว! แต่เมื่อกี้รุ่นพี่บอกว่ามันเป็นงานที่ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ไม่ใช่เหรอครับ?"

 " ดังนั้นพวกเราก็มีสิทธิ์​ที่จะตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้นี่ครับ?"

 " ถึงจะบอกแบบนั้นก็เถอะ แต่โรงเรียนหรือแต่ละอาณาจักร​ก็มักจะส่งคนของตัวเองเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วยเสมอ เพราะอย่างน้อย ถึงจะไม่ชนะเลิศแต่ถ้าได้ผ่านเข้ารอบลึกๆ ก็ยังสามารถสร้างชื่อเสียงได้อยู่ดี งานนี้เลยมีพวกหน่วยงานใหญ่ๆหลายที่ส่งคนไปเข้าร่วมเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองอยู่เป็นประจำทุกปีด้วย ซึ่งแน่นอนว่าวาซีรอสเราเองก็จะน้อยหน้าไม่ได้"

 " และเพราะอย่างนั้น..."

 "​ เตรียมตัวฝึกไว้ให้ดี! เพราะการประลองนี้จะมีการแข่งขันหลายรูปแบบ ทั้งทางความคิด สติปัญญา และทางร่างกายกับการต่อสู้ และห้ามแม้แต่จะคิดไม่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้เป็นอันขาด! เข้าใจมั้ย?!"

 " เข้าใจครับ!"

 " เข้าใจค่ะ!"

 " ส่วนพวกเธอสองคนน่ะ อย่าคิดว่าจะหนีพ้นนะ เพราะคราวนี้เป็นงานสำคัญ​มาก หนีให้ตายก้หนีไม่พ้นหรอก" เหล่ารุ่นพี่พูดดักทางรุ่นน้องสองคนที่กำลังนั่งเหม่อลอยคล้ายกับไม่ได้ฟังที่พวกเขาพูดไปแม้แต่น้อย

  กับคนอื่นน่ะ พวกเขาไม่คิดว่าจะมีปัญหาหรอก แต่กับสองคนนี้...เห้อ ถึงจะรู้ว่าเอาตัวรอดเก่งและมีความสามารถ แต่บางครั้งมันก็เกินไป ดูอย่างปีที่แล้วที่เป็นงานประลองในโรงเรียนสิ คนอื่นเขาอยากชนะจะเป็นจะตาย แต่เจ้าสองคนนั้นกลับไม่อยากแม้แต่จะเข้าร่วม ขนาดพวกเขาไปขอให้ผอ.บีบบังคับให้สองคนนั้นเข้าร่วม เจ้าสองคนนี้ก็ยังหาทางเอาตัวรอดตัวไปได้อย่างง่ายดายเหมือนปลาไหลไม่มีผิด เห้อ

 " พวกเธอได้ยินที่ฉันพูดมั้ย? ราฟ? โรส?"

 " ได้ยินครับ"

 " ได้ยินค่ะ"

 "เห้อ"

  ต้องเข้าร่วมงั้นเหรอ? อืม...พูดอย่างนี้มันก็ยิ่งชวนให้อยากหนีน่ะสิ รุ่นพี่~




__________(ตัด)

  ใกล้จบแล้วนะครับ อย่างน้อยตอนนี้ก็70%แล้ว อีกอย่างคือนิยายเรื่องตัวร้ายข้ามมิติเนี่ย พอจบแล้วผมจะปิดช่วงตอนสุดท้ายไว้แล้วรีไรท์ก่อนจะเปิดขายนะฮะ แต่ว่าช่วงรีไรท์เนี่ย ผมจะไม่ปิดตอนทั้งหมดแน่ จะเปิดบางตอนไว้ให้อ่านในระหว่างที่ผมกำลังรีไรท์นิยายเรื่องนี้ทั้งเรื่องอยู่ (เข้าใจความรู้สึกของนักอ่านที่ทรมานเพราะนักเขียนปิดตอนทั้งหมดเพื่อรีไรท์ครับ T¬T)​

  อ่านแล้วอาจจะซับซ้อนไปนิด ไว้ช่วงที่เขียนเรื่องนี้จบแล้วผมจะมาอธิบายและแจ้งรายละเอียดอีกทีนะครับ

  ขอบคุณ​นักอ่านทุกท่าน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 251 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,314 ความคิดเห็น

  1. #1144 sritong03214 (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 13:44
    fighting!นะคะ^^
    #1,144
    1
  2. #1143 KaewRattana (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 22:04
    รอตอนต่อไปนะคะ

    สู้ๆๆๆ
    #1,143
    1
  3. #1142 oommkbb346794 (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 20:34
    จะมีดราม่ามั้ย แล้วจะเปิดเผยตัวตนเลยหรือป่าว

    แล้วคู่ของลีออนล่ะจะเป็นยังไงต่อ
    #1,142
    1
    • #1142-1 จิ้งจอกเจ้าปัญหา​(จากตอนที่ 74)
      21 ตุลาคม 2562 / 22:47
      ไม่ดราม่าแน่นอนครับ ส่วนอย่างอื่นคงจะต้องระลุ้นแล้วนะฮะ:)​
      #1142-1
  4. #1141 HighGirl (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 14:34
    รอนะคะ สู้ๆ!!
    #1,141
    1
  5. #1140 chanagarn2002 (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 13:49
    จะได้เปิดเผยตัวตนเลยหรือเปล่าคะ0o0
    #1,140
    1
  6. #1139 luknarj (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 12:46
    ถามไรท์ได้มั้ย..
    มีดราม่ามั้ยอะ
    #1,139
    1
    • #1139-1 จิ้งจอกเจ้าปัญหา​(จากตอนที่ 74)
      21 ตุลาคม 2562 / 22:42
      ไม่มีแน่นอนครับ เพราะผมเขียนดราม่าไม่เป็น55555
      #1139-1
  7. #1138 260749 (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 10:49

    รออ่านนะคร้าาา

    #1,138
    1
  8. #1137 Helane (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 05:26
    แบบนี้จะได้เปิดเผยตัวปะเนี่ย

    ปล.ตอนแรกที่อ่านชื่อตอนคิดว่าจะมีดราม่าเกิดสงครามจริงซะอีก นี่เตรียมใจกินมาม่าด้วยซ้ำ 555
    #1,137
    1
    • #1137-1 จิ้งจอกเจ้าปัญหา​(จากตอนที่ 74)
      21 ตุลาคม 2562 / 22:39
      เผยตัวมั้ย? อันนี้รอลุ้นนะครับ ส่วนดราม่ามั้ย? บอกเลยว่าไม่ เพราะผมเขียนดราม่าไม่เป็น55555
      #1137-1