ตัวร้ายข้ามมิติ​

ตอนที่ 7 : พบปะอดีตคู่หมั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,301 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

วันต่อมา

  วันนี้เธอตื่นมาออกกำลังกายตอนตี5แล้วเข้าไปในมิติ แล้วก็เริ่มปฏิวัติ​ร่างนี้ใหม่โดยการออกกำลังกายแต่ทำได้ไม่นานก็ต้องหยุดและเข้ามาพักในคฤหาสน์​ก่อน เพราะอย่างที่บอก ร่างนี้อ่อนแอเกินไปแต่เรื่องความเร็ว ความยืดหยุ่น และความว่องไวร่างนี้นับว่าดีกว่าร่างเก่าเธอด้วยซํ้า

 " !!! "  ไอ้นี่มัน!! ไม่ใช่อะไรหรอกที่เธอสบถขึ้นมาน่ะ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าต่างหากที่ทำให้เธอตะลึง เพราะหลังจากที่เธอเดินเข้ามาในคฤหาสน์​ที่ตั้งอยู่ในมิติเพื่อจะอาบนํ้าและสำรวจในคฤหาสน์​ เธอกลับเจอ โทรศัพท์​ ใช่! โทรศัพท์​และไม่ใช่แค่นี่อย่างเดียวแต่ยังมีโน้ตบุ๊ก​กับเแท็บเล็ต​ของเธอด้วย มันเป็นของเธอเมื่อชาติก่อนและยังมีไฟล์​งานอยู่เลย! 

  อา... ใช่ ต้องเป็นมันแน่ๆ ต้องเป็นไอ้พระเจ้านั่นแน่ๆเพราะเจ้านั่นเคยบอกเธอว่ามีของจะเซอร์ไพรส์​เธออยู่ในมิติ แต่นับว่าหมอนั่นทำได้ดี! เพราะเธอกำลังคิดอยู่ว่าจะฟังเพลงได้ที่ไหน เพราะที่โลกนี้ไม่มีโทรศัพท์​น่ะสิแต่เจ้าหมอนั่นควรจะบอกเธอหน่อยเพราะถ้าเธอตกใจตายขึ้นมาจะทำไงล่ะ

  หลังจากนั้นเธอก็เข้าไปอาบนํ้าเเต่งตัวเเล้วมาเล่น​โทรศัพท์​แทนเพราะยังไงซะ1วันของในมิติก็เท่ากับ1ชั่วโมงของนอกมิติอยู่แล้ว เธอเลยอยู่ในมิติทั้งวันและก็อ่านหนังสือกับฟังเพลงไปด้วย เพราะเธอลองเช็กแล้ว ปรากฏ​ว่าโทรศัพท์​มีเน็ตและแบตมันไม่ลดเลยสักนิด หมอนั่นนับว่ายังพอมีรสนิยมอยู่ และในมิติก็มีหนังสือเกี่ยวกับโลกนี้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตำนานที่เก่าสักแค่ไหนของที่นี่ก็มีบันทึกไว้ดังนั้นเธอก็ไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องสอบเลื่อนชั้นอีก และที่ถูกใจเธอที่สุดคือตึกและสถานที่ในมิติมันตรงตามรสนิยมของเธอเลยน่ะสิ! ที่นี่มีแต่สีที่ไม่สว่างเกินไปแต่ก็ไม่ทึบเกินไปและที่นี่ยังมีป่าและธรรมชาติล้อมรอบ

  เมื่อเห็นว่าเธอเข้ามาในมิตินานแล้วเธอเลยออกมาจากมิติและเเน่นอนว่าเธอหยิบ​โทรศัพท์ออกมาจากมิติด้วย​ แต่เวลาข้างนอกพึ่งจะ7โมงเอง เธอเลือกที่จะไม่ทานข้าวตามที่เมดบอกเพราะเธอกินมาจากในมิติแล้ว และไปขลุกอยู่แต่ในสวนข้างบ้านแทนซึ่งถึงแดดจะร้อนเพราะถึงหน้าร้อนแล้วแต่ก็พอมีร่มเงาของต้นไม้และดอกไม้อยู่เต็มสวน บวกกับที่วันนี้เธอใส่ชุดสบายๆอย่างเสื้อแขนกุดเอวลอยสีดำกับกางเกงขาสั้นเผย ให้เห็นผิวขาวๆกับรูปร่างที่ผู้หญิงด้วยกันยังต้องอิจฉา

 " คุณ​หนูครับ" เธอหลับตาและฟังเพลงได้ไม่นานก็มีคนมาเรียกเธอไว้ อา... เธอจะมีความสุขซักวันไม่ได้รึไงกันนะ

 " มีอะไรหรอ เซบาส​เตียน​ " นั่นสิ อะไรทำให้หัวหน้าพ่อบ้านที่แม้แต่องค์ราชายังอยากได้เขาไปเป็นพ่อบ้านให้อย่าง เซบาสเตียน มาหาเธอด้วยตัวเองแทนที่จะให้เมดมาแทนก็ได้

 " เมื่อเช้าองค์​ราชาเพิ่งประกาศถอนหมั้นระหว่างเจ้าชายลูเซียนกับคุณ​หนูครับ" รวดเร็วทันใจเธอจริงๆนะคะ คุณ​ลุง

 " มีอะไรอีกรึเปล่า " ไม่มีทางที่เรื่องแค่นี้จะทำให้เซบาสเตียนมาถึงนี่เพื่อบอกเธอ

 " เมื่อครู่เจ้าชายลูเซียนมาขอพบกับคุณ​หนูครับ ตอนนี้ท่านดยุคไม่อยู่ผมเลยมาถามคุณ​หนูว่า จะทำยังไงกับเจ้าชายลูเซียนดีล่ะครับ " วันนี้ท่านดยุคไปหารือเรื่องงานกับองค์​ราชาแล้วให้เขาอยู่ดูแลคฤหาสน์​แทนเพราะท่านดยุคกลัวว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น และมันก็จริงเพราะหลังข่าวการถอนหมั้นออกมาได้ไม่นาน เจ้าชายลูเซียนก็มาที่คฤหาสน์​วาเรนเซียทันที

  ตอนแรกเขาก็กังวลว่าคุณ​หนูจะเสียใจ แต่พอมาเห็นเธอในตอนนี้แล้วเขาก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเขานั้นแค่คิดมากไปเอง เพราะท่าทีของคุณหนูนั้นทำราวกับว่าการที่ต้องพบอดีตคู่หมั้นนั้นเป็นเรื่องไม่น่าสนใจเลยสักนิด

 " ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน"

 " ผมให้เขารออยู่ที่ห้องรับแขกครับ" ใช่ว่าเธอจะไม่เข้าใจว่าเขาคงจะกังวลว่าเธอจะเจ็บปวดเมื่อต้องเจอกับอดีตคู่หมั้นที่เธอ ไม่สิ โรซาเรียคนก่อนเคยรัก เขาเป็นคนที่น่ากลัวถ้าอยู่ในโลกเก่าของเธอเขาคงจะเป็นบุคคลชั้นยอดเช่นเดียวกับในโลกนี้ ที่สำคัญ​เขาเก่งหมดทุกเรื่องเขาคือคนที่สอนเรื่องศาสตร์​ของชนชั้นสูงให้เธอและพี่ๆ ไม่ว่าจะการชงชา การใช้ดาบ หรือแม้แต่เรื่องการจัดดอกไม้เขาก็ทำเป็น อา... ดูท่าวันนี้เธอก็จะไม่ได้พักสินะ

ห้องรับแขก

  เขามาที่นี่เมื่อท่านพ่อส่งคนมาบอกว่าจะถอนหมั้นให้เขากับโรซาเรีย ตอนแรกเขาดีใจจนแทบจะไปขอให้ท่านพ่อจัดงานหมั้นระหว่างเขาแชะเมลโล แต่ฝันของกลับเขาพังทลายลงภายในพริบตาเมื่อท่านแม่มาบอกให้เขาไปขอโทษและไปคืนดีกับโรซาเรีย ยัยนี่จะต้องเป็นคนบอกให้ท่านแม่ของเขามาบังคับเขาน่ะ 

 " มีธุระอะไรเพคะ เจ้าชายลูเซียน" เสียงหนึ่งดังขัดความคิดแต่เขาไม่รู้ว่าใครคือเจ้าของเสียงเพราะไม่เคยมีใครที่จะมีนํ้าเสียงเย็นชา ราบเรียบแต่ก็หวานใสยิ่งกว่าเมลโลอีก แต่เพราะความไร้มารยาททำให้เขาจะหันไปด่าแทน

 " !!!" แต่สิ่งที่เขาได้เห็นทำให้เขาต้องหยุดและตกตะลึงแทน เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าเขาช่างงดงาม เย็นชาและสูงส่งจนดูราวกับเขาไม่เหมาะกับเธอ คนที่อยู่ตรงหน้าเขาดูไม่เหมือนโรซาเรียคนเดิมเลยสักนิด

 " เจ้าชายเพคะ ได้ยินที่ฉันพูดมั้ย?" เมื่อเห็นอีกฝ่ายชะงักและแสดงอาการตกตะลึงออกมา และนั่นทำให้เธอต้องพูดซํ้าอีกครั้งและแอบยิ้มในใจ หึ! น่าสมเพช!

 " เธอใช่มั้ย!​ ที่เป็นคนที่บอกให้ท่านพ่อถอนหมั้น แล้วให้ท่านแม่มาบอกให้ฉันมาขอโทษเธอน่ะ" ถึงจะกล่าวหาอีกฝ่ายแต่สายตากลับกวาดมองคนอีกฝ่ายที่คอนนี้มานั่งที่โซฟาด้านข้างเขาแล้ว 

  วันนี้เธอใส่เสื้อแขนกุดครึ่งตัวกับขาสั้นต่างจากปกติ ที่เธอจะใส่ชุดสีแสบทรวงถ้างั้นข่าวที่ออกมาว่าเธอเปลี่ยนไปแล้วกับเป็นคนขอถอนหมั้นเองอาจจะเป็นเรื่องจริง และเขายอมไม่ได้เขาเป็นถึงรัชทายาทแต่จะให้มาถูกผู้หญิง​ที่บ้าผู้ชายคนหนึ่งมาถอนหมั้นก็ใช่เรื่อง

 " พวกเราถอนหมั้นก็ดีแล้วไม่ใช่รึไงคะ? เจ้าชายอยากถอนหมั้นฉันก็ถอนให้ ส่วนเรื่องพระสนมเอกหม่อนฉันไม่รู้เรื่อง" อา...ดูเหมือนหมอนี่จะยังไม่รู้สินะ ว่าที่ตัวเองเป็นรัชทายาทได้ก็เพราะเจ้าชายอลาโน่ยอมหลีกทางให้ ที่สำคัญคือการที่เขาหมั้นกับโรซาเรียนั้นทำให้เขา ไม่สิ สนมเอกมีอำนาจจนเป็นรัชทายาทได้ หรือว่าจะเป็นเพราะสนมเอกไม่ได้บอกเขากันล่ะ

 " เป็นไปไม่ได้ เธอจะต้องทำแบบนี้เพื่อให้ฉันมาอ้อนวอนเธอแน่ๆ" หมอนี่น่าจะหลงตัวเองพอๆกับเจ้าพระเจ้านั่นแน่ๆ

 " เจ้าชายลูเซียน ดูเหมือนว่าพระองค์จะใช้ชีวิตกับการเป็นรัชทายาทนานเกิรไปสินะ หรือเพราะถูกพระสนมเอกปลูกฝังว่าพรองค์มีค่ามากหรอ พระองค์ถึงได้หลงตัวเองและคิดว่าตัวเองมีค่ามากนักล่ะเพคะ " ถ้าชินกับการใช้ชีวิตเป็นรัชทายาทมานานล่ะก็ ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะอีกไม่นานพระองค์ก็จะหลุดจากการเป็นรัชทายาทแล้วล่ะเพคะ 

  เพราะเมื่อไม่มีอำนาจของวาเรนเซียเขาก็จะมีอำนาจน้อยลง และอีกไม่นานเหล่าขุนนางที่อยู่ฝั่งเขาจะลดลงเพราะขุนนางกว่าครึ่งที่อยู่ฝั่งเขาล้วนเป็นขุนนางที่ภักดีต่อดยุควาเรนเซียและตระกูล แต่ก็ภักดีต่อองค์ราชาด้วยเช่นกัน ส่วนขุนนางอีกกว่าครึ่งล้วนแต่เป็นพวกแสวงหาอำนาจ

 " นี่เธอกล้าว่าฉันงั้นเหรอ โรซาเรีย "

 " ต้องขออภัยด้วยเพคะ เจ้าชายลูเซียน แต่สิ่งที่หม่อมฉันพูดไปล้วนเป็นความจริง อีกอย่างกรุณาเรียกหม่อมฉันว่า ท่านหญิงโรซาเรีย ด้วยเพคะ เพราะพวกเราไม่ได้สนิทกันที่สำคัญถึงยังไงหม่อมฉันก็เป็นถึงลูกสาวของท่านดยุควาเรนเซีย ดยุคลำดับที่1ของฟาร์เดีย "

  ไม่ใช่! นี่มันไม่ใช่! คนที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่โรซาเรียแน่

 " พระองค์มีเรื่องจะพูดกับหม่อมฉันแค่นี้ใช่ไหมเพคะ ถเามีแค่นี้ก็เชิญเสด็จกลับเถอะเพคะ หม่อมฉันยังมีเรื่องต้องไปทำ ไม่มีเวลาว่างนักหรอก เซบาสเตียนอย่าลืมไปส่งเจ้าชายลูเซียนด้วยล่ะแล้วค่อยไปทำงาน " พูดจบก็เดินจากไป ราวกับมีมีดมาปักอกเขาเพราะการที่เธอพูดแบบนี้ไม่ต่างกับการด่าเขา ว่ามีเวลาว่างมาทำเรื่องไร้สาระต่างกับคนอื่นที่เวลามีค่าและมีเรื่องต้องทำ

  อุ๊บส์! เซบาสเตียนเกือบจะหัวเราะออกมาหลังจากที่โรสพูดจบแต่สิ่งที่แสดงออกมานั้นมีแค่การยกยิ้มมุมปากเท่านั้น คุณ​หนูของเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ

 " เชิญ​พ่ะย่ะค่ะ เจ้าชายลูเซียน"

หลังจากที่เธอจัดการเรื่องหน้ารำราญแล้วก็มานั่งฟังเพลงต่อ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.301K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,314 ความคิดเห็น

  1. #1278 J-U-N (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 12:43
    เซบาสเตียนเก็บอาการไว้
    อย่าหลุด5555
    #1,278
    0
  2. #1047 sujittraphomphai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 00:03
    สนุกค่าชอบนิยายแนวนี้แหละ
    #1,047
    1
  3. #925 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 22:20
    นางเอกให้เหตุผล​ดีเวอร์​
    #925
    0
  4. #596 Foke_kung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 15:07

    ขัดกับการใช้โทรศัพท์ของนางเอกนิดหน่อยง่ะนิ เพราะบางทีมันก็ไม่สมเหตุสมผลอ่ะเอาออกมา=คนอื่นเห็น แล้ว คนในโลกใหม่ไม่มีแล้วมันไม่เป็นปัญหาหรอนิ...แต่ไม่ต้องเครียดเน้อมันมาจากจินตนาการเรื่องไม่สมเหตุสมผลต้องมีนี่มันแค่ขัดใจนิดหน่อยเท่านั้นสู้ๆนะคะ
    #596
    0
  5. #594 Ibonotexsit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:52
    น่าจะ ใช้คำว่า "ส่งแขก" นะคะ
    #594
    1
  6. วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 23:52
    ไหนตอนแรกบอก 1 วันเท่ากับ 30 นาที มาอีกตอนเท่ากับ 1 ชม. ไปล่ะ
    #52
    1
  7. #29 0622144669 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 07:59

    รำราญ>รำคาญ

    #29
    0
  8. #2 dictate (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 15:56

    รอติดตามตอนต่อไปค่ะ

    #2
    0