ตัวร้ายข้ามมิติ​

ตอนที่ 49 : สอบเข้าวาซีรอส3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 805 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

 " รุ่นพี่ครับ ตอนที่รุ่นพี่มาสอบเข้าเนี่ย มีคนที่ได้เข้าเรียนกี่คนเหรอครับ?" มาร์ติน​หันไปถามแดนกับคริสที่เขาเรียกว่ารุ่นพี่ด้วยความสงสัย

 " คนที่ผ่านการสอบพาคทฤษฎี​มีประมาณสี่ร้อยกว่าคน แต่ที่ได้เข้าเรียนมีแค่สองร้อยกว่าๆ" แดนทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมา

 " น้อยมากเลยนี่นา" วิลล์​พูดขึ้น

 " ใช่ เพราะแค่ข้อสอบภาคทฤษฎี​ก็หนักหนามากแล้ว แต่ละปีแนวข้อสอบจะคล้ายๆกันก็จริง แต่มันก็ไม่เคยมีใครทำได้เกิน800ข้อมาก่อนตั้งแต่วาซีรสถูกก่อตั้ง​ขึ้น จะมีก็แต่รุ่นนี้หรือก็คือพวกนายนั่นแหละ" คริสพูดตอบ

 " ใช่ ส่วนการสอบภาคปฏิบัติ​ก็ไม่น้อยหน้า ทุกปีการสอบภาคปฏิบัติ​ก็คือการให้เอาสัตว์​เวทย์​มาเป็นคู่พันธ​สัญญาให้ได้ และถึงจะบอกว่าสัตว์​เวทย์​ที่ถูกเรียกมาจะมีพลังเหมาะสมกับเรา แต่มันก็ยากจะจัดการอยู่ดี เพราะคนส่วนมากมักจะไม่ค่อยได้ฝึกการต่อสู้สักเท่าไหร่ เวลาต้องมาต่อ​สู้กับสัตว์​เวทย์​เลยค่อนข้างลำบาก

  แต่ถ้าจะให้ใช้วิธีเจรจาก็คงจะยากอีกนั่นแหละ เพราะอย่างที่รู้กัน​ดีว่าสัตว์​เวทย์​ที่ยังไม่ได้ทำพันธสัญญา​จะไม่สามารถคุยกับมนุษ​ย์ ปีศาจหรือเทพรู้เรื่อง ต้องให้ทำพันธสัญญา​กันก่อนถึงจะสามารถสื่อสารกันได้ เวลาจะเจรจาเลยต้องใช้ท่าทางเอา ซึ่งมันก็ไม่ค่อยจะมีใครใช้วิธีนี้แล้วล่ะ เพราะสัตว์​เวทย์​มันไม่ได้ยอมเจรจากับเราง่ายมากขนาดนั้น บางตัวถูกอัญเชิญ​มาก็เอาแต่จะต่อสู้ท่าเดียว" แดนพูดเสริม

 " แล้วรุ่นพี่ทำยังไงถึงได้อเดล/กับซานมาเป็นคู่หูล่ะครับ?" ฝาแฝดถามด้วยดวงตาเป็นประกาย

 " ฮ่าๆๆๆ มันก็ง่ายๆ​อยู่นะ ของฉันเนี่ย เพราะตอนที่ฉันสู้กับอเดล เจ้านั่นมันถูกใจในความเร็วของฉันน่ะ ก็เลยยอมทำพันธสัญญากันง่ายๆ" คริสเล่าก่อน

 " ส่วนของฉันเป็นเพราะตอนที่ฉันต่อสู้กับซาน ฉันใช้ผงยาพิษที่ปรุงขึ้นเองเข้ามาช่วยด้วย แล้วซานที่เป็นงูพิษอยู่แล้วเลยชอบอกชอบใจเลื้อยเข้ามาให้ฉันทำพันธสัญญาได้ง่ายๆน่ะ" แดนเล่าบ้าง

 " จะว่าไปก็เหมาะกันดีนะครับ" อลันพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าใครมีอะไรเหมือนกัน

 " งั้นเหรอ? แต่บางวันเจ้าอเดลมันก็พูดมากจนฉันไม่ชอบนะ" คริสพูดพลางนึกถึงตอนที่เขาอยู่ที่หอแล้วทำการบ้านอยู่ เจ้าอเดลก็ออกมาจากมิติแล้วมาบ่นนู่นบ่นนี่ให้เขาฟังไปเรื่อย

 " ไม่หรอก อเดลพูดมากน่ะดีแล้ว จะได้คุยเป็นเพื่อนกับพี่แล้วพี่จะได้ไม่ต้องมารบกวนผมไง" แดนพูดขึ้น

 " แล้วพวกนายอยากได้สัตว์​เวทย์​แบบไหนล่ะ?" คริสหันไปถามเหล่าว่าที่รุ่นน้อง

 " ขอที่ช่วยปรุงยาได้" ฮานส์​ตอบอย่างคนที่ไม่ต้องคิดอะไรทำเอาคนอื่นๆได้แต่หัวเราะในความตรงไปตรงมาของเพื่อนหนุ่ม

 " แล้วน้องอยากได้สัตว์​เวทย์​แบบไหนเหรอ?" คริสหันไปถามโรส แต่เธอกลับไม่ได้ตอบอะไร ทุกคนจึงหันไปมอง

 " โรส?" นํ้าเสียงของคริสฟังแปลกๆไปเมื่อเขาเห็นโรสกำลังซบไหล่ของราฟอยู่

 " หลับน่ะ" ราฟตอบออกมา

  นํ้าเสียงของเขาราบเรียบและนิ่ง นิ่งมากจนคริสและแดนต้องระงับอารมณ์​ความหมั่นไส้...แค่เจ้าหมอนี่มันได้เป็นหมอนให้โรสได้ซบก็มากเกินพอแล้ว แต่นี่กลับทำตัวน่าหมั่นไส้อีก พวกเขาอยากจะพุ่งเข้าไปต่อยเจ้าหมอนี่สักทีจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าโรสจะตื่นขึ้นมาน่ะนะ

 " อ๊ะ! เริ่มแล้ว" ลิลลี่พูดขึ้นเมื่อมีนักเรียนคนแรกถูกเรียกลงไปบนสนามด้านล่าง

  แต่แล้วพวกเขาก็ต้องเผยสีหน้าแปลกๆออกมา เมื่อสัตว์​เวทย์​ที่ถูกเรียกออกมาตัวแรกเป็นเพียงแค่สัตว์​เวทย์​ธรรมดาๆ รูปร่างไม่ได้ต่างอะไรไปจากสัตว์​ปกติทั่วไปมากนักและพลังของมันก็ธรรมดามาก ซึ่งนั่นก็แสดงว่ามันเป็นสัตว์​เวทย์​ชั้นล่าง​

  สัตว์​เวทย์​น​ั​ั้นทีหลากหลายเผ่าพันธุ์​และทุกเผ่าพันธุ์​ก็จะถูกจำแนกออกเป็น3ประเภท คือ

  สัตว์​เวทย์​ชั้นล่าง เป็นสัตว์​เวทย์​ที่รูปร่างเหมือนกับสัตว์​​ทั่วๆไปแต่สามารถใช้พลังเวทย์​ได้ แต่พลังของมันก็ไม่ได้มากอะไร เป็นสัตว์​เวทย์​ธรรมดาๆที่หาได้ทั่วไป

  สัตว์​เวทย์​ชั้นกลาง เป็นสัตว์​เวทย์​ที่จะหายากขึ้นมาระดับหนึ่ง พลังของมันก็แน่นอนว่าจะเพิ่มขึ้นมาด้วยเช่นกัน

  สัตว์​เวทย์​ชั้นสูง เป็นสัตว์​เวทย์​ที่หายากเอามากๆ และยากต่อการที่จะได้มันมาครอบครอง แต่ถึงอย่างนั้นพลังของมันก็มีสูงมากๆเช่นเดียวกัน

 " รุ่นพี่ครับ สัตว์​เวทย์​ในปีที่รุ่นพี่มาสอบมีแบบนี้มากมั้ยครับ?" เกรเทลหันมาถามแดนและคริส

 " เห้อ เอาจริงๆนะ ปีของพวกเราน่ะ มีแค่ราวๆเกือบห้าสิบคนที่ได้สัตว์​เวทย์​ชั้นกลาง ส่วนชั้นสูงก็มีไม่ถึงห้าคน แต่ที่มันเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่แค่ปีของพวกเราหรอกนะ พวกชั้นปีอื่นๆก็ด้วย" คริสตอบด้วนความเหนื่อย

  แต่ถ้าคิดว่าที่วาซีรอสมีคนที่ได้สัตว์​เวทย์​หายากมีน้อยแล้วล่ะก็ คงต้องขอบอกว่าคิดผิดอย่างยิ่ง เพราะอย่าลืมว่าวาซีรอสนั้นเป็นถึงโรงเรียนชั้นปลายอันดับ1 ถ้าที่นี่มีน้อย ที่อื่นก็อาจจะไม่มีเลยก็ได้ เด็กทุกคนต่างวาดหวังว่าจะได้เข้าเรียนที่นี่ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่เด็กจากทั้งสามเผ่ามาอยู่รวมกัน แถมวาซีรอสยังมีระบบการสอนที่ยอดเยี่ยม จึงมีเด็กที่มีความสามารถหลายคนที่มาเรียนที่นี่ ดังนั้นวาซีรอสจึงกลายเป็นศูนย์กลาง​ที่รวบรวมเหล่าอัจฉริยะ​ที่มีความสามารถเอาไว้

  หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งชมการต่อสู้ไปเรื่อยๆ เพราะแน่นอนว่าไม่ทีใครคิดที่จะใช้วิธีเจรจาอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ยังไม่ยอมแพ้ พยายามจะเจรจากับสัตว์​เวทย์​เหล่านั้นผ่านการสื่อสารด้วยท่าทาง แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครที่ดูเหมือนว่าจะทำสำเร็จเลย

  และคราวนี้ก็ดูท่าว่าทางวาซีรอสจะไม่ได้กลั่นแกล้งอะไรกับพวกอลันมากนัก เพราะเมื่อนักเรียนหลายๆคนถูกเรียกไปลงสนามได้สักพัก ก็เริ่มมีเสียงเรียกชื่อคนในกลุ่มของพวกเขาดังขึ้นมาเรื่อยๆติดๆกันเหมือนตอนวัดพลังเวทย์ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดคาดอะไรมากนัก เพราะพวกเขาทุกคนล้วนได้แต่สัตว์​เวทย์​ชั้นสูงกันทั้งนั้น เรียกได้ว่าเป็นที่อิจฉาของเด็กคนอื่นๆเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากพวกเขาจะได้สัตเวทย์​ที่หายากและมีพลังมากแล้ว ยังสามารถทำคะแนนสอบภาคทฤษฎี​ได้เป็นอันดับต้นๆอีก

  เพราะถ้าจะให้พูดจริงๆแล้ว นักเรียนคนอื่นๆอย่างมากก็ได้คะแนนที่ขึ้นต้นด้วยเจ็ดร้อย แต่กลุ่มของโรส ทุกคนกลับได้คะแนนที่ขึ้นต้นด้วยแปดร้อยหรือมากกว่านั้นกันทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเป็นการทุบสถิติอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยก็ได้ แต่เพราะคะแนนของโรสกับราฟมันน่าทึ่งเกินไป จึงไม่ค่อยจะมีใครได้มาสังเกตุคะแนนของคนอื่นๆในกลุ่มของโรสก็เท่านั้น

 " ยินดีด้วย ได้สัตว์​เวทย์​ดีๆกันทุกคนเลย" คริสพูดพลางส่งนิ้มไปให้เหล่ารุ่นน้องที่กำลังจะเข้าเรียนที่วาซีรอส

 " ขอบคุณ​ครับ/ค่ะ"

 " แต่ท่านพี่กับราฟยังไม่ได้ไปลงสนามเลยนะค่ะ" ลิลลี่ขัดขึ้น และนี่ก็ทำให้ทุกคนเริ่มมีความคิดที่ว่ามันเริ่มจะแปลกๆแล้ว เพราะขนาดตอนวัดพลังเวทย์​ พวกโรสกับราฟก็ได้วัดเป็นสองคนสุดท้าย คงไม่ใช่ว่าทางวาซีรอสจะเลือกให้ทั้งสองคนลงไปเรียกสัตว์​เวทย์​เป็นคู่สุดท้ายอีกหรอกนะ?

 " ดีแล้ว โรสจะได้หลับนานๆหน่อย" ราฟพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และนํ้าเสียงของเข่ก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าไม่ได้พูดเล่น

  หลังจากนั้นพวกเขาก็กลับมานั่งชมการต่อสู้ในสนามอีกครั้งอย่างสงบเช่นเดิม จนกระทั่งมีใครบางคนที่ถูกเรียกชื่อลงไปในสนามประลองและนั่นทำให้ราฟต้องหักใจปลุกโรสขึ้นมาโดยไม่มีใครห้ามเพราะเห็นด้วยกับเขา

 " เมลโล?" เป็นไปตามคาด จากตอนแรกที่โรสยังคงมีท่าทางงัวเงียเล็กน้อยก็ดูจะสนใจอะไรมากขึ้น

 " ยูนิคอร์น​?" โรสพูดออกมาไม่เบาไม่ดัง

  สัตว์​เวทย์​ที่คุณนางเอกเรียกมาได้คือยูนิคอร์นตัวสีขาว มีหางและแผงคอสีชมพูพาสเทล ตรงเขาสีขาวมีสีฟ้าอ่อนๆแซมอยู่ตรงปลายเขา จะบอกว่ามันพิเศษกว่าตัวอื่นก็ได้ เพราะมันเป็นสัตว์​ในจินตนาการ แต่มันก็ยังคงธรรมดามากอยู่ดีเมื่อเทียบกับสัตว์​เวทย์​ของคนอื่นๆในกลุ่มของเธอ ว่าแต่...เจ้าพวกนี้โดนเรียกไปมีสัตว์​เวทย์​ตอนไหน? หรือว่าตอนที่เธอหลับ?

 " ธรรมดามาก" คริสพูดขึ้นทำให้พวกอลันหันมามองด้วยความสนใจ

 " ทำไมล่ะครับ?" มาร์ติน​ถามแทนทุกคน

  เพราะในสายตาของพวกเขา ยูนิคอร์น​ก็ดูหายากเหมือนกับสัตว์​เวทย์​ที่พวกเขาได้มา เพราะมันไม่ได้เป็นสัตว์​ที่หาได้ทั่วๆไป และแดนกับคริสก็เข้าใจในความคิดของพวกเขาดี

 " ยูนิคอร์น​อาจจะดูหายากและพิเศษ แต่มันก็ไม่ได้หายากเท่าสัตว์​เวทย์​ที่พวกเธอได้มาหรอกนะ พลังของมันอาจจะมากกว่าสัตว์​เวทย์​ชั้นล่างก็จริง แต่ถ้าจะเอามาเทียบกับสัตว์​เวทย์​ของพวกเธอและของฉันกับพี่คริสที่เป็นสัตว์​เวทย์​ชั้นสูง แน่นอนว่าเจ้ายูนิคอร์น​นั่นจะดูด้อยลงไปอย่างชัดเจน ง่ายๆคือมันอยู่ในสัตว์​เวทย์​ระดับกลาง" แดนอธิบาย

 " ใช่ๆ สัตว์​เวทย์​ของพวกเรานับว่าเป็นสัตว์​เวทย์​ชั้นสูง และในวาซีรอสก็มีแค่ไม่กี่คนที่จะมีแบบนี้" คริสพูดเสริม

 " ยัยนั่นทำอะไรน่ะ?" ฮานส์​พูดขึ้นเมื่อเขาสังเกตุเห็นว่าเมลโลกำลังเข้าไปใกล้ยูนิคอร์นโดยไม่ได้ใช้พลังเวทย์​เลยแม้แต่น้อย

 " จะเจรจาเหรอ?" ลิลลี่พูดออกมาเมื่อเห็นเมลโลทำปากขมุบขมิบคล้ายกำลังพูดอยู่ แต่เพราะพวกเขาอยู่ไกลเกินไป จึงไม่รู้ว่าเมลโลพูดอะไรบ้าง แต่ไม่ใช่สำหรับโรสและราฟที่มีประสาทสัมผัส​ดีกว่าคนอื่นๆ

 " หึๆๆ" โรสดับราฟหัวเราะในลำคอเบาๆแต่คนอื่นๆก็ได้ยิน

 " มีอะไรรึเปล่า?" เกรเทลถามแทนทุกคน

 " อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงชะมัด" โรสไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับพูดอะไรที่ทำให้ค​นอื่นไม่เข้าใจออกมาแทน

 " ก็อย่างที่ลิลลี่ว่า ยัยนั่นพยายามจะเจรากับยูนิคอร์น​ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าฟังภาษากันไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยังดันทุรังจะพูดให้ได้" ราฟอธิบาย

 " แล้วพวกนายรู้ได้ยังไง?" วิลล์​ถามอย่างไม่เข้าใจและสองแฝดก็พูดเห็นด้วยอีกทีแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการเมินจากอีกสองคน พวกเขาจึงหันกลับไปชมในสนามต่อ

ในสนาม

 " นี่ เจ้าม้า มาเป็นสัตว์​เวทย์​ของฉันเถอะ" เมลพูดและพยายามจะเอื้อมมือไปลูบที่ตัวของยูนิคอร์น แต่มันกลับเบี่ยงตัวหลบพร้อมพ่นลมหายใจดังพรืด

 " เป็นอะไร? หรือว่าแกอาย? ไม่ต้องอายหรอกนะ" เมลโลพูดอีกครั้งพลางส่งยิ้มไปให้ โดยที่ไท่ได้รู้เลยว่ามีแต่เธอคนเดียวที่เข้าใจไปเอง

 " นี่! เจ้ามนุษย์! เจ้าพูดอะไรมิทราบ?"

 " พูดอะไร! ข้าไม่เข้าใจ!...ข้าเริ่มจะรำคาญแล้วนะ!"

  ทว่าเมลโลที่คิดว่ายูนิคอร์น​ตรงหน้าพ่นลมหายใจพร้อมส่งเสียงออกมาเป็นเพราะตอบรับในคำพูดของเธอ เธอจึงยังคงเดินหน้าพูดต่อไปโดยไม่สนใจท่าทางยูนิคอร์น​สีขาวตรงหน้าที่แสดงออกมาว่ากำลังรู้สึกรำคาญและหงุดหงิดเธอมากแค่ไหน

  แต่ในขณะที่คนภายในสนามกำลังถกเถียงหรือเจรจากัน คนด้านนอกสนามกลับมองลงไปในสนามด้วยความตกใจ เพราะในสายตาของพวกเขานั้น เมลโล​เหมือนกับสามารถพูดคุยกับยูนิคอร์น​ได้เข้าใจ แต่แล้วทุกคนก็กระจ่างและรู้ว่าพวกเขาคิดไปเองเมื่อ...

ผัวะ!

 " โอ๊ย!"

  ยูริคอร์นสีขาวสะอาด​ตัวนั้นได้หันหลังและใช้เท้าหลังถีบเมลโลด้วยความรวดเร็ว เพราะมันไม่สามารถทนต่อความน่ารำคาญ​ได้ คนภายนอกสนามเองก็ได้รับคำตอบแล้วเช่นกัน เพราะถ้าทั้งคู่คุยกันรู้เรื่องและเข้า​ใจกันจริง เหตุการณ์​แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ส่วนพวกกลุ่มของโรสนั้น...

 " ฮ่าๆๆๆ" ฝาแฝดหัวเราะออกมาอย่างไม่กลัวสายตาคน

 " โรส! เธอพูดถูก ตอนนี้ฉันอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงเลยล่ะ!" วิลล์​พูดก่อนจะหัวเราะตามสองแฝด

 " ไม่เอาน่า คนอื่นๆหันมามองกันแล้วนะ" อลันห้ามเพราะคนรอบๆเริ่ทหันมามองพวกเขากันแล้วแต่รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของเขาก็ยังคงปรากฏ​อยู่

 " ฉันยังไม่อยากโดนเหมารวมว่าบ้าเหมือนพวกนายนะ!" ลิลลี่พูดขึ้นบ้างแต่ทว่าริมฝีปากของเธอก็มีรอยยิ้มประดับอยู่อย่างอารมณ์​ดีจนเกรเทลอดใจไม่ไหว เขาก้มลงไปหอมแก้มลิลลี่ทันทีส่วนลิลลี่ก็ฟาดแขนของเกรเทลพร้อมต่อว่าเขาเล็กน้อยแต่ในขณะเดียวกัน​ใบหน้าของเธอก็มีรอยสีแดงพาดผ่านเช่นกัน

 " โอ๊ย! ไปหวานกันที่อื่น!" ฝาแฝดพูดด้วยความหมั่นไส้

 " โอ๊ยๆ! มดกัด มดกัด ใครเอานํ้าตาลมาราดเอาไว้เนี่ย" วิลล์​เองก็ไม่น้อยหน้า ทำท่าราวกับถูกตัวอะไรกัดเป็นท่าประกอบส่วนคนอื่นๆก็เฝ้ามองทั้งสามเย้าแหย่คู่รักของกลุ่มอย่างอารมณ์ดีและไม่คิดจะห้ามปราม

 " เอ่อ ดูการประลองกันก่อนดีกว่าครับ" มาร์ติน​ขัดขึ้นและนั่นก็ทำให้พวกเขาหันกลับมาสนใจภายในสนามอีกครั้ง

 " ยังไงก็หนีไม่พ้นต้องสู้สินะ" โรสยิ้มมุมปาก

  ยูนิคอร์น​ตัวนั้นไม่ได้สนใจอีกแล้วว่าเมลโลจะพูดอะไร มันเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาโจมตีเพียงอย่างเดียว และนั่นก็ทำให้เมลโลต้องต่อสู้เพราะต้องป้องกันตัวเอง จนในที่สุดเธอก็ได้รับสัตว์​เวทย์​เป็นยูนิคอร์น​ตัวนั้น ถึงสภาพหลังจากที่เธอต่อสู้เสร็จมันจะไม่ค่อยน่าดูชมสักเท่าไหร่ก็เถอะ

  หลังจากนั้นการอัญเชิญ​สัตว์​เวทย์​ก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีเสียงเรียกชื่อของโรสกับราฟเหมือนกับตอนวัดพลังเวทย์​เช่นเดิม แต่ทั้งสองก็ยังคงไม่ทุกข์​ร้อน นั่งชมการต่อสู้ไปเรื่​อยๆเพราะพวกเขาต้องการดูการต่อสู้ของคนในโลกนี้ นับว่าเป็นการแสดงแก้เบื่อได้เป็นอย่างดี และเมื่อทุกคนถูกเรียกลงไปในสนามประลองกันจนครบทุกคนแล้ว ก็เป็นอีกครั้งที่โรสและราฟถูกเรียกลงไปบนสนามพร้อมกันเป็นสองคนสุดท้าย

 " เจ้าชายราฟาเอล ทาทารอส! และท่านหญิงโรซาเรีย วาเรนเซีย!"

  พวกเขาเดินลงไปในสนามด้วยท่าทางนิ่งสงบ ไม่มีวี่แววของความตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย ทำให้ได้รับความชื่นชมจากอาจารย์​หลายๆคน และเมื่อพวกเขาลงไปบนสนาม ก็มีประตูมิติเกิดขึ้นเช่นเดียวกับเมื่อตอนที่คนอื่นๆลงมาในสนาม เพราะมันเป็นประตูที่จะอัญเชิญ​สัตว์​เวทย์​ออกมา แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปตรงที่ว่าประตูมิติมันมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่ขนาดที่ว่าเกือบจะทะลุออกไปนอกบาเรียที่กางเอาไว้

 "!!!"

  ทุกสายตาต่างเบิกโพลงเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตที่โผล่ออกมาจากประตูมิติ พวกมันส่งเสียงคำรามออกมาดังลั่น ดวงตาขนาดใหญ่​ทั้งสองคู่กวาดมองไปรอบๆก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงเบื้องหน้าที่มีสิ่งมีชีวิต​ขนาดเล็กทั้งสองกำลังมองมาที่พวกมันอย่างเฉยเมย ก่อนที่พวกมันทั้งสองตัวจะหลับตาพร้อมก้มหัวลงด้วยความเคารพ สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนภายนอกเป็นอย่างยิ่ง

  ภาพที่พวกเขาเห็นคือมังกร ใช่! มังกรจริงๆ มังกรเองก็นับเป็นสัตว์​เวทย์​เช่นกั​น แต่มันไม่ได้อยู่ในสัตว์​เวทย์​ชั้นใดทั้งสิ้นหรือก็คือมันเป็นสัตว์​เวทย์​ในตำนาน

  สัตว์​เวทย์​จะมีอยู่อีกหนึ่งประเภทที่ไม่ถูกนับรวมอยู่ในสัตว์​เวทย์​ชั้นล่าง ชั้นกลาง และชั้นสูง นั่นคือสัตว์​เวทย์​ในตำนาน ซึ่งสัตว์​เวทย์​จำพวกนี้จะมีอยู่เพียงแค่ไม่กี่สายพันธุ์​เท่านั้น ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าตำนาน แน่นอนว่าย่อมหายากและมีพลังมากที่สุด แต่สัตว์​เวทย์​ในตำนานเหล่านี้ก็หายสาปสูญ​ไปพร้อมๆกับอาณาจักรเวทมนต์​ ซึ่งหนึ่งในสัตว์​เวทย์​ในตำนานเหล่านั้นก็แน่นอนว่านับรวมมังกรเข้าไปด้วย

  และสิ่งที่ปรากฏ​อยู่เบื้องหน้าของคนในสเตเดี้ยมก็คือภาพที่สัตว์​เวทย์​ในตำนานอย่างมังกรแถมยังมีถึงสองตัวกำลังก้มหัวให้กับคนสองคนที่ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่

 " ฝ่าบาท"

 " ไม่เจอกันนานนะ" ราฟพูดขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปลูบที่หัวขนาดใหญ่ของมังกรตัวหนึ่งส่วนอีกตัวก็มีโรสคอยลูบหัวอยู่เช่นกัน

  มังกรทั้งสองตัวนี้คือมังกรที่โรสและราฟเคยเลี้ยงไว้ตอนยังเป็นองค์​จักรพรรดิ​ แถมเจ้าสองตัวตรงหน้านี้ก็คือราชาและราชินีของเผ่ามังกรในแต่ละสายพันธุ์​อีก แต่ในบรรดามังกรทั้งหลาย​สายพันธุ์​นั้น โรสกับราฟสร้างเจ้าสองตัวนี้ขึ้นมาก่อนใครเพื่อน พวกมันทั้งสองตัวจึงกลายเป็นมังกรตัวโปรดของโรสกับราฟ และตอนนี้โรสกับราฟก็จำพวกมันได้จากความทรงจำครึ่งหนึ่งที่ได้คืนมา

 " ไว้คุยกันทีหลังเถอะ ตอนนี้พวกเรามาทำพันธสัญญากันอีกครั้งดีกว่า" โรสพูดต่อเพราะเธอรับรู้ถึงสายตาของคนในสเตเดี้ยมและคิดว่ากำลังจะมีเรื่องมากมายประดังเข้ามา ส่วนอีกสองตัวและหนึ่งคนก็เข้าใจ พวกเขาจึงเริ่มทำพันธสัญญากัน

  แต่เพราะมังกรนั้นมีสองตัวและในสมัยที่โรสกับราฟเป็นยังเป็นองค์​จักรพรรดิ พวกเขาไม่ได้แบ่งกันว่ามังกรตัวไหนเป็นของใคร เพราะพวกเขาล้วนเป็นเจ้านายของพวกมันร่วมกัน แต่ตอนนี้พวกเขาต้องทำพันธสัญญากับพวกมัน จึงต้องแบ่งกันคนละตัว และใช้เวลาไม่นานนักพวกเขาก็ทำพันธสัญญาเสร็จสิ้น ซึ่งหลังจากที่ทำสัญญากับสัตว์​เวทย์​แล้ว เจ้าของจะต้องตั้งชื่อใหม่ให้กับสัตว์​เวทย์​ด้วย ราฟและโรสจึงเลือกที่จะให้มังกรทั้งสองใช้ชื่อในสมัยที่พวกเขายังเป็นองค์​จักรพรรดิตั้งให้

  มังกรของราฟนั้นมีเกล็ดสีดำมันวาว มีเขาขนาดใหญ่และกรงเล็บกับบางส่วนของร่างกายเป็นคริสตัลสีแดงอ่อนเกือบม่วง ดวงตาขนาดใหญ่สีม่วงเรืองแสงฉายแววเย็นชาไม่ต่างจากเจ้าของ และชื่อของมันก็คือ คาลอส

  ส่วนมังกรของโรสนั้นเป็นมังกรมีปีกเช่นกันแต่ของโรสจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์​ บางส่วนของร่างกายเป็นคริสตัลสีนํ้าเงินไล่ไปจนถึงม่วงเปล่งประกายงดงามเมื่อต้องแสงอาทิตย์​อันเจิดจ้า ชื่อของมันคือ เนฟาที

 " ถ้าท่านต้องการก็เรียกพวกเราได้ทุกเมื่อ" เป็นเนฟาทีที่เอ่ยขึ้นส่วนโรสกับราฟก็พยักหน้ารับ คาลอสและเนฟาทีที่เป็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงห่ยตัวกลับเข้าไปในมิติของตนเอง

 " คงต้องเตรียมตัวรับศึกหนักกันหน่อยล่ะนะ" ราฟพูดติดตลก

 " แล้วก็ต้องรอดูอีกทีด้วยว่าที่ทุ่มเทลงไปมันจะคุ้มรึเปล่า" โรสตอบเขาไป

  การที่สัตว์​เวทย์​ในตำนานอย่างมังกรแถมยังมีถึงสองตัวปรากฏ​ขึ้นจากการอัญเชิญ​ของเด็กอายุ16ปีสองคนแน่นอนว่าถ้าเป็นที่อื่นคงจะได้มีข่าวดังกันโครมคราม แต่เพราะที่นี่คือวาซีรอส ที่ที่สามารถควบคุมข่าววารต่างๆได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่าไม่มีทางที่วาซีรอสจะปล่อยให้ข่างนี้หลุดรอดออกไปอย่างแน่นอน ดังนั้นความวุ่นวายจะยังคงมีไม่มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย

  เพราะคนที่เห็นเหตุการณ์​ในวันนี้ใช่ว่าจะมีน้อยๆ แค่พวกอาจาร​ย์และรุ่นพี่ที่มาช่วยในการสอบเข้าก็ว่ามากแล้ว แต่นี่กลับมีเด็กที่มาสอบเข้าและผ่านการสอบภาคทฤษฎี​อีกตั้งหลายร้อยคน แล้วก็เป็นที่แน่นอนอีกว่าชีวิตของโรสกับราฟคงจะสงบไม่ได้ง่ายๆแน่นอน

  และที่พวกเขายอมลงทุนทำพันธสัญญากับสัตว์​เวทย์​ในตำนานอย่างมังกรโดยที่ไม่ต้องต่อสู้เลยก็ย่อมกลายเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์​สำหรับคนอื่นๆ และนั่นก็หมายความว่าพวกเขายอมให้ชีวิตของตัวเองไม่สงบสุข แต่ผลที่ได้กลับมามันจะมีอะไรบ้างและมันจะคุ้มกับที่พวกเขาเสียไปรึเปล่า? อันนี้ก็ต้องรอดูอีกที

 " พวกนาย..."

 " นั่งเงียบๆไป พวกเราก็ไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ" ยังไม่ทันที่ใครจะได้ถามอะไร ราฟกับโรสที่กลับมานั่งที่แล้วก็พูดขึ้นทำให้คนอื่นๆที่กำลังจะเอ่ยปากถามเรื่องต่างๆต้องปิดปากลงทันที

 " กะ การสอบภาคปฏิบัติ​จบลงแล้ว ละ และขอเชิญผู้เข้าสอบทุกท่านกลับไปได้เลย ส่วนใครที่สอบผ่านและได้เข้าเรียนที่วาซีรอสแห่งนี้ จะมีจดหมายจากวาซีรอสส่งไปให้พวกท่านถึงที่บ้านเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวกับการเข้าเรียน แค่นี้แหละครับ"

  หลังจากนั้นทุกคนก็ออกจากสเตเดี้ยมด้วยอาการที่ยังคงตื่นตะลึงไม่หายและมองไปยังบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เต็มไปด้วยเหล่าอัจฉริยะ โดยเฉพาะบุคคลที่มีเรือนผมสีขาวสะอาดตาทั้งสอง...

 " ไปล่ะ"

 " กลับบ้านกันดีๆ"

  พวกเขาทุกคนบอกลากันเล็กน้อยก่อนจะขึ้นรถม้าของพวกเขาที่มารับกลับไปที่บ้าน

 " ถึงจะจ้องไปโรสก็ตอบอะไรไม่ได้อยู่ดีหรอกค่ะ" โรสพูดขึ้นในรถม้าเพราะพี่ชายของเธอเอาแต่จ้องเธอตั้งแต่ออกมาจากสเตเดี้ยม

 " เห้อ น้องพูดถูก พี่ขอโทษนะ"

 " ไม่เป็นไรค่ะ" เธอตอบอย่างเข้าใจ

  กลับบ้านไปพวกเขาคงจะมีเรื่องให้เซอร์ไพร​ท่านพ่ออย่างดยุควาเรนเซียหลายเรื่องเลยทีเดี​ยว... ถ้าท่านไม่สลบไปตั้งแต่เซอร์ไพร​เรื่อ​งแรกที่ลูกสาวสุดที่รักทำข้อสอบสุดยากของวาซีรอสได้คะแนนเต็มน่ะนะ




_________ตัด

คาลอส



(กรงเล็บ เขา บางส่วนของลำตัวที่เป็นสีแดงให้คิดว่าเป็นคริสตัลสีแดงอ่อนๆผสมสีม่วงนะครับ)​


เนฟาที





  ผมอยู่กับโทรศัพ​ท์มากเกินไปบวกกับความที่เดิมผมเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงอยู่แล้ว คนรอบข้างเลยกลัวว่าผมจะไม่ค่อยได้เข้าสังคม ผมจึงอยากจะหยุดเล่นโทรศัพท์​ไปสักพักและเพราะผมแต่งนิยายใน​โทรศัพท์​ จึงต้องหยุดแต่งนิยายไปด้วย เลยจะมาขอลาหยุดและหายไปสักพัก แต่ไม่เกิน2อาทิตย์​จะกลับมาแน่นอนครับ :)​
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 805 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,314 ความคิดเห็น

  1. #1169 PPruedee (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:14
    ชอบนิยายแบบนี้อ่ะ เวอร์ๆดี
    #1,169
    0
  2. #967 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 16:23
    จริงๆ​เลย​
    #967
    0
  3. #714 My friend (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 08:57
    ขอบคุณค้าาาา
    #714
    0
  4. #526 Aquarejina (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 21:50
    ทำไมรูปถึงไม่ขึ้นอ่าาาา~
    #526
    0
  5. #445 fah123chayutra (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 11:57

    สนุกมากค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #445
    0
  6. #443 -Chaem- (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 11:55

    สนุกมากกกกก
    #443
    0
  7. #441 pskp29223 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 10:51

    สนุกมาก (♥ω♥ ) ~♪
    #441
    0
  8. #440 oommkbb346794 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 11:07
    เค้าจะรอน้าาาาาาา รีบมาน้าาาาาาา
    #440
    0
  9. #439 totobannawit (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 09:20
    ดีแล้วไรท์พักบ้าง
    #439
    0
  10. #438 SnowQueenFox (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 07:13
    มองซ้ายมองขวา...ถูกมองว่าติดโทรศัพท์ซะแล้ว~
    #438
    0
  11. #437 Kisa Nangi Kiss (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 06:40
    คิดถึงแย่เลย นิยายสนุกด้วย
    #437
    0
  12. #436 65h56 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 04:17
    ตี4ยังคงไม่นอน~~
    #436
    0
  13. #435 65h56 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 04:17
    เข้าใจค่ะเราก็โลกส่วนตัวสูงมากที่เรียกเพื่อนได้จริงๆมีคนเดียว555+ แต่คนรอบข้างเราเข้าใจว่าเราไม่ชอบที่ๆมีคนเยอะๆ ชอบที่เงียบๆมากกว่า ผิดกับพี่สาวเรา ที่ชอบไปเที่ยวอยู่กับคนเยอะๆบ้านแทบไม่อยู่ ทำให้คนอื่นชอบว่า เป็นพี่น้องที่นิสัยไม่เหมือนกันเลยยกเว้น

    หน้าตา55555+
    #435
    0
  14. #434 raabporn2016 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 02:13
    เข้าใจค่ะ เราเองก็โลกส่วนตัวสูง สูงแบบสูงมาก เรานี่คือไม่ออกบ้านมาสองถึงสามอาทิตย์แล้ว นอนอยู่แต่ในบ้าน มีเหตุคือ ร้อนกับขี้เกียจและไม่ชอบผู้คน คือเราเป็นพวกชอบอยู่สงบๆ เรียบง่าย และ ชอบอากาศดีๆและเป็นธรรมชาติ แต่ทำไม๊!! ปัญหาชอบวิ่งมาใส่ 555+
    #434
    0
  15. #433 Nongpla1994 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 01:09

    เข้าใจค่ะ เคยเป็นเหมือนกัน แต่ตอนนี้มีครอบครัวแล้ว เลยต้องยอมทิ้งโลกของตัวเองไป แต่ก็ยังชอบน่ะ สงบ ไม่วุ่นวาย ไม่มีใครมายุ่งได้ แต่ยุในโลกที่มีคนหลายคนก้สนุกดีน่ะค่ะ ดีไปคนละแบบ วุ่นวายไปคนละแบบ
    #433
    0
  16. #432 poonsawaspong (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 00:44
    อยากอ่านรีแอ็คท่านพ่อแล้วอะ
    #432
    0