ตัวร้ายข้ามมิติ​

ตอนที่ 45 : สนทนากับพี่ชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 734 ครั้ง
    23 เม.ย. 62

3วันต่อมา

 " แคสเซียส เจ้าจะกลับแล้วจริงๆน่ะเหรอ?" เสียงขององค์​ราชาสวอนแห่งอาณาจักรวินเซนต์​ดังขึ้นเมื่อสหายรักอย่างดยุควาเรนเซียจะเดินทางกลับอาณาจักรเฟอร์​เดียสะแล้ว ทั้งๆที่เพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ได้เพียงแค่เจ็ดวันหรือก็คือหนึ่งสัปดาห์​เท่านั้น

 " เจ้ารั้งข้าไว้ก็เปล่าประโยชน์​ ข้ายังมีงานต้องทำอีกหลายอย่างแถมอยู่ที่นี่มาก็ตั้ง7วันแล้วด้วย" ดยุควาเรนเซียปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

  อันที่จริงเขาก็อยากจะอยู่ต่อเพื่อให้ลูกรักทั้งสามของเขาได้พักผ่อนแถมเขายังจะได้หยุดพักจากการทำงานด้วย แต่มันติดอยู่ตรงที่ว่า...เจ้าราชาสวอนเพื่อนรักของเขากับราชินีของเจ้านี่ดันทำท่าทางราวกับอยากได้โรสกับแดนแล้วก็คริสไปเป็นลูกนักหนา เดี๋ยวอย่างนู้นเดี๋ยวอย่างนี้จนเขากลัวว่าจะโดนทำคะแนนแซงหน้าก็เลยตัดสินใจที่จะกลับเฟอร์​เดีย และที่สำคัญ​ ถ้าเขาไม่กลับไป มีหวังงานหลายๆอย่างคงจะดำเนินการต่อไม่ได้แน่ ดังนั้นเขาจึงต้องรีบกลับไป

 " เห้อ ก็ได้ๆ เดินทางปลอดภัยล่ะ" องค์​ราชาสวอนพ่นลมหายใจเล็กน้อยก่อนจะยอมปล่อยเพื่อนรักไป

 " โรสล่ะ?" ดยุควาเรนเซียที่หันมามองด้านข้างแล้วพบกับลูกชายทั้งสองแต่กลับไม่เห็นลูกสาวตัวน้อยก็พูดขึ้นอย่างสงสัย

 " มาแล้วค่ะ" สิ้นคำของดยุควาเรนเซียก็มีเสียงหวานติดจะเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับร่างบางในชุดพร้อมเดินทางที่ปรากฏ​ขึ้น

 " โรสไปคุยกับเกรเทลมานิดหน่อยน่ะค่ะ" เธอบอกกับท่านพ่อส่วนคนฟังก็พยักหน้ารับรู้

 " หนูโรส แวะมาหาน้าบ้างนะ" องค์​ราชินีพูดพลางเดินเข้ามาหาโรสก่อนจะดึงตัวเธอเข้าไปกอด

 " คิดถึงน้าด้วยนะ" องค์​ราชาสวอนพูขึ้นบ้างส่วนโรสก็ขานรับอย่างไม่อิดออด

 " ปล่อยลูกข้าได้แล้ว" ดยุควาเรนเซียพูดเสียงขุ่น

 " เจ้าคนหวงลูกเอ๊ย!" องค์​ราชาสวอนพูดด้วยความหมั่นไส้

 " ลูกข้า ข้าก็ต้องหวงสิ หึ!" ดยุควาเรนเซียเถียงกลับ

 " ท่านหญิง หวังว่าจะได้พบกันอีกนะครับ" ขุนนางอีริคที่มาส่งดยุควาเรนเซียเดินเข้ามาพูดกับโรส

 " เช่นกันค่ะ" โรสตอบรับ

  ตั้งแต่วันที่เธอเข้าไปช่วยแก้ปัญหา​ในที่ประชุม ขุนนางอีริคคนนี้ก็จะเข้ามาคุยกับเธอตลอด ซึ่งเขาบอกว่าชอบในแนวความคิดของเธอ จึงอยากจะขอสนทนาพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกัน และเธอก็ไม่ขัด กลับกัน เธอเองก็ชอบที่จะคุยกับขุนนางคนนี้เพราะเขาไม่ได้แบ่งแยกว่าเธอเป็นเด็กหรือ​ว่าผู้หญิง​ เขาคุยกับเธออย่างให้เกียรติ​ แถมแนวความคิดของเขาก็ไม่เลว เธอจึงขุนนางคนนี้เอามากๆ

 " ท่านจะไปเรียนชั้นปลายที่ไหนเหรอครับ?" เขาถามต่อ

 " ยังไม่รู้เลยค่ะ" เธอส่ายหน้า

 " ถ้าอย่างนั้นก็ขอแนะนำให้ท่านหญิงไปต่อที่วาซีรอสนะครับ ที่นั่นเหมาะสำหรับท่านหญิงมากทีเดียว และถ้าท่านไปเรียนที่นั่นจริงก็อาจจะเจอลูกชายของผมด้วย" อีริคพูดยิ้มๆส่วยคนอายุน้อยกว่าก็พยักหน้ารับไม่ได้ปฏิเสธหรือตอนรับ

 " โรส ไปกันเถอะ" ดยุควาเรนเซียที่เถียงกับเพื่อนรักเสร็จแล้วกันมาเรียกลูกสาวสุดที่รัก

 " ค่ะ ลาก่อนนะค่ะ" เธอตอบรับท่านพ่อก่อนจะหันมาบอกลาท่านอีริคแล้วเดินไปที่รถม้า แต่แล้วเธอก็หยุดชะงักตอนที่เดินผ่านเกรเทล

 " อย่าลืมที่ฉันบอกล่ะ" เธอหันมามองเขาเล็กน้อย

 " แน่นอน" เกรเทลตอบรับอย่างหนักแน่นส่วนอีกคนก็พยักหน้าน้อยๆก่อนจะขึ้นรถม้าไป

  อันที่จริง ก่อนที่จะมาขึ้นรถม้า เธอบอกกับเกรเทลอีกครั้งเรื่องที่ว่าอย่าไปเสียใจอะไรกับเรื่องที่เขาได้เมลโลมาเป็นน้องสาว และแน่นอนว่าเขาย่อมรับฟังตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอบอกแล้ว แต่เธอต้องยํ้ากับเขาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

  เพราะการเดินทางกลับอาณาจักรเฟอร์​เดียในครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างเร่งรีบเหมือนตอนมาอาณาจักรวินเซนต์​ การเดินทางกลับจึงค่อนข้างจะกินเวลาเล็กน้อยบวกกับระยะทางที่ค่อนข้างจะไกลด้วย คนจากตระกูลวาเรนเซียจึงไปถึงคฤหาสน์​ที่อาณาจักรเฟอร์​เดียหลังจากผ่านไป2วันตั้งแต่เริ่มออกเดินทางกลับ

 " แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ เหนื่อยกันมามากแล้ว" ดยุควาเรนเซียบอกกับทุกคนทันทีที่มาถึงคฤหาสน์​ ซึ่งแน่นอนว่าตัวเขาเองก็เหนื่อยล้า​เช่นกัน

  และเมื่อได้รับคำจากคนเป็นเจ้านายและคนเป็นพ่อ ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับห้องของตนเองทันที ส่วนโรสเองก็รีบขึ้นมาอาบนํ้าในห้องของเธอก่อนที่จะล้มตัวลงไปบนเตียงเพื่อนอนกลางวันทันที

  ถึงแม้ว่าการเดินทากลับจะไม่ได้แย่เหมือนตอนไปอาณาจักรวินเซนต์​ที่เร่งรีบ แถมยังได้พักบ่อยกว่าตอนไปอีก แต่ถึงอย่างนั้น การต้องนั่งรถม้าอย่างเดียวมันก็ทำให้เธอเมื่อยล้าและเบื่อหน่ายมากอยู่ดี แถมตอนนี้ก็เพิ่งจะบ่ายสองโมงกว่าๆ ยังมีเวลาอีกมากให้เธอได้พักผ่อน และที่สำคัญ​ ตอนนี้ก็ปิดเทอมอยู่ เธอจึงมีเวลาให้ขี้เกียจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันทำให้เธออดที่จะเปรียบเทียบโลกนี้กับโลกเก่าไม่ได้...แต่ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้เธออยู่ในโลกนี้นี่


5ชั่วโมงผ่านไป

 " อืม" ร่างบางบนเตียงสีขาวครางออกมาเบาๆเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสบางเบาบนใบหน้า แต่เพราะเธอไม่ได้รับรู้ถึงจิตอันตราย เธอจึงไม่ได้ทำอะไรและเธอก็พอจะรู้ด้วยว่าใครที่เข้ามารบกวนการนอนของเธอ

 " มาหาฉันถึงห้อง มีอะไรรึเปล่า?" เธอถามทั้งๆที่ยังคงหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง

 " แค่อยากแวะมาดู รบกวนเธอรึเปล่า?" ราฟถามต่อพลางลูบผมสีขาวนิ่มๆของอีกคน ส่วนคนถูกลูบหัวก็ขยับศีรษะ​ถูกับฝ่ามือของคนลูบเบาๆเพื่อรับสัมผัส

  ตลอดเวลา2วันของการเดินทางกลับเฟอร์​เดีย แน่นอนว่าเธอเจอกับเขาในมิติ และก็เป็นเขาอีกนั่นแหละ ที่สรรหาอะไรมาให้เธอเล่นเพื่อช่วยบรรเทาความน่าเบื่อ

 " เปล่า กี่โมงแล้วนะ?" เธอถามต่อ

 " อืม ทุ่มกว่าๆ" เขามองนาฬิก้าก่อ​นจะตอบ

 " ทุ่มกว่าๆ!" เธอ​ดีดตัวลุกขึ้นทันทีที่ได้รับคำตอบ

 " มีอะไร?"

 " เลยเวลาทานข้าวมาแล้ว" ปกติที่บ้านเธอจะทานข้าวตอน6โมงตรง แต่ตอนนี้ก็ตั้งทุ่มกว่าแล้ว ทุกคนคงจะทานอาหารกันเสร็จแล้วแน่นอน ส่วนที่ว่าทำไมถึงไม่มีคนมาเรียกเธอก็อาจจะเป็นเพราะมีคนมาเรียกแล้ว แต่เห็นว่าเธอนอนอยู่ก็เลยไม่ได้ปลุก

ก๊อกๆๆ

 " ท่านหญิง ตื่นรึยังคะ?" ไม่ทันขาดคำก็มีเสียงเรัยกของเมดดังขึ้นมาจากอีกฝั่งของประตู

 " ตื่นแล้ว" โรสตอบออกไปแต่ยังไม่ได้ไปเปิดประตู

 " ท่านหญิงจะทานอาหารเลยมั้ยคะ?" เสียงเดิมถามกลับมา

 " ทานเลยก็แล้วกัน ช่วยยกมาให้ฉันที่ห้องทีนะ" เธอบอกส่วนคนด้านนอกก็ขานรับก่อนที่เสียงฝีเท้าจะดังไกลออกไปเรื่อยๆ

 " เธอน่าจะสั่งมาสักสองชุดนะ ให้ฉันกินด้วย" ราฟหันมาบอกกับอีกคน

 " นายยังไม่ได้กินข้าวเย็นเหรอ?" เธอถามกลับ

 " กินแล้ว" เขาตอบตามจริง

 " ตัวตะกละ"

  รอไม่นานนัก โรสก็ได้ยินเสียงของเมดคนเดิมอีกครั้ง เธอจึงบอกให้ราฟไปหามุมที่ซ่อนก่อนจะเดินไปเปิดประตูแล้วรับถาดอาหารเข้ามาทานในห้อง และเมื่อทานเสร็จ เธอก็ให้เมดมารับถาดอาหารออกไปแล้วเข้าไปอาบนํ้าและเปลี่ยนเป็นชุดนอนและเมื่อเธอออกมาจากห้องนํ้า เธอก็พบว่าคนที่เมื่อกี๊อยู่มนชุดสบายๆ ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปใส่ชุดนอนแล้ว

 " ไม่กลับบ้านนายเหรอ?" เธอถามอย่างแปลกใจ ตอนนี้ก็สองทุ่มเกือบจะสามทุ่มอันเป็นเวลาที่เธอและเขาจะเข้านอนแล้ว

 " ใครบอกว่าฉันจะกลับ...ฉันจะมานอนที่นี่ต่างหาก" เขาพูดราวกับกำลังพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ

 " อยากระลึกความหลังรึไง?" โรสถามออกไปยิ้มๆ

  ถ้าตามละครที่เธอเคยดูก็อาจจะเป็นทำนองที่ว่าผู้หญิง​จะโวยวายแต่สุดท้ายก็ยอมให้นอนด้วยอยู่ดี แต่น่าเสียดายที่นั่นไม่ใช่เธอ...ก็อย่างที่บอกว่าเธอเคยนอนกับเขาในโลกเก่ามาตั้งหลายครั้ง เรื่องในตอนนี้จึงถือว่าเล็กน้อย ถึงตอนนี้ความรู้สึกของเธอกับเขาจะต่างออกไปจากตอนนั้นแล้วก็ตาม จากเพื่อนกลายเป็นคนรัก หรืออะไรทำนองนั้น แต่มันก็คงจะไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมอยู่ดีนั่นแหละ

 " ไม่ต้องระลึก...แต่มาสร้างความทรงจำใหม่กันดีกว่า" เขาบอกเสียงเรัยบแต่แฝงเอาไว้ด้วยความอ่อนโยน ส่วนดวงตาสีนํ้าทะเลก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

 " คำว่า'ตรงไปตรงมา'​กับคำว่า'หน้าไม่อาย'​มันมีเส้นบางๆคั่นอยู่นะ" โรสพูดออกไปอย่างหมั่นไส้

 " หึๆๆ" ราฟทำเพียงแค่หัวเราะในลำคอเท่านั้น

 " มานอนได้แล้ว" เขาพูดต่อส่วนคนฟังก็เดินไปปิดไฟดวงใหญ่ก่อนจะเดินมานอนบนเตียงของเธอเท่านั้น ส่วยราฟก็ปิดไฟจากโคมไฟข้างหัวเตียงก่อนจะสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับอีกคน

  พวกเขานอนสบตากันไปเรื่อยๆโดยไม่ได้มีฝ่ายไหนพูดอะไร ราวกับว่าพวกเขาสามารถสื่อสารกันได้โดยที่ไม่ต้องใช้คำพูด


เช้าวันต่อมา

  วันนี่โรสและราฟตื่นตามเวลาปกติก่อนที่ราฟจะแยกกลับไปยังคฤหาสน์​ของตนเอง ส่วนโรสก็ไปออกกำลังกายรอบคฤหาสน์​อย่างปกติก่อนจะกลับมาอาบนํ้าแล้วลงไปทานข้าวเช้ากับท่านพ่อและท่านพี่ทั้งสองของเธอ แต่ถึงจะเป็นช่วงปิดเทอม ดยุควาเรนเซียก็มีงานต้องทำอยู่ดี ตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่ท่านชายคริสเตียนกับท่านชายแดเนียลและท่านหญิงโรซาเรียเท่านั้นที่ว่างอยู่ สามพี่น้องจึงมานั่งเล่นพูดคุยกันที่ห้องนั่งเล่น

 " น้องจะไปเรียนต่อชั้นปลายที่วาซีรอสใช่มั้ย?" แดนถามขึ้น

 " ยังไม่แน่ใจค่ะ"

 " ไม่แน่ใจได้ยังไงกัน น้องต้องมาเรียนสิ พวกเราจะได้เจอกันบ่อยๆไงค่ะ" คริสพูดเสียงออดอ้อน

 " พวกพี่คงจะยังไม่ลืมใช่มั้ยคะ?...ว่าโรสไม่มีพลังเวทย์​น่ะ แถมโรงเรียนชั้นปลายส่วนมากก็คัดเด็กจากพลังเวทย์​กันทั้งนั้น" เธอบอกด้วยนํ้าเสียงสบายๆแต่มันกลับทำให้พี่ชายทั้งสองของเธอนิ่งเงียบไป

 " ไม่เป็นไรหรอก น้องทั้งปรุงยาเพิ่งพลังเวทย์​ได้ แล้วไหนจะเป็นคนที่อาณาจักรเวทมนต์​ให้ความสำคัญ​อีก วาซีรอสไม่กล้าปฏิเสธน้องเพียงเพราะว่าน้องไม่มีพลังเวทย์​หรอกนะ" แดนพูดออกมาตามความคิด

 " ว่าแต่...น้องไปรู้จักกับหัวหน้าคณะทูตจากอาณาจักรเวทมนต์​ตอนไหนเหรอ?" คริสถามอย่างแปลกใจ

  ท่าทางของน้องสาวของเขากับหัวหน้าคณะทูตจากอาณาจักรเวทมนต์​ในงานวันเกิดของท่านลุงดูเหมือนว่าพวกเขาจะสนิทกันมาก แล้วไหนจะเจ้าชายราฟาเอลที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาอีก การกลับมาของอาณาจักรเวทมนต์​ก็มีมาแค่1เดือนก่อนที่จะถึงงานวันเกิดของท่านลุง แล้วน้องเขาก็อยู่แค่ที่อควาเรส แทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย แล้วน้องสาวของเขาจะไปรู้จักกับทูตพวกนั้นได้ยังไง

 " ตั้งแต่ตอนที่โรสฟื้นขึ้นมาหลังจากที่ตกบันได โรสก็มักจะฝันถึงผู้ชาย​กับผู้หญิงสองคนบ่อยๆ พวกเขามาอยู่กับโรสในฝันตลอดหลายเดือน แล้วก็ก่อนงานวันเกิดของท่านลุง แล้วบางครั้งก็จะมีผู้ชายอีกคนหนึ่งมาด้วย เขาบอกว่าตัวเองชื่อคาลเวิร์ด​ ตอนแรกโรสก็คิดว่ามันอาจจะเป็นแค่ฝัน แต่พอมาเจอกับคาลในงานวันเกิดของท่านลุงแล้วคาลก็เดินมาทักโรส ตอนนั้นโรสก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป แถมยังรู้อีกว่าผู้ชายกับผู้หญิง​ในฝันก็คือองค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองค่ะ" เธอตอบได้อย่างลื่นไหล

  อันที่จริง เธอคิดเอาไว้แล้วว่าสักวันต้องมีคนถามแบบนี้แน่ เธอจึงคิดเอาไว้แล้วว่าจะอธิบายยังไง ใครบอกว่าเธอแสดงเก่งอย่างเดียวล่ะ? เรื่องโกหกหน้าตายเธอก็ไม่แพ้ใครหรอกนะ

 " ถ้างั้นเรื่องยาเพิ่มพลังเวทย์​ล่ะ?" แดนถามต่อ

 " ตอนที่องค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองมาหาโรสในฝัน พวกเขาก็มักจะสอนอะไรหลายๆอย่างให้โรสน่ะค่ะ เรื่องยานั่นก็ด้วย"

  คำตอบของเธอทำให้คนฟังเชื่อได้อย่างสนิทใจ เรื่องราวขององค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองนั้นมีมากมาย แต่เรื่องเหล่านั้นก็มีเพียงวีรกรรม​ของทั้งสองพระองค์เท่านั้น แต่เรื่องนิสัยส่วนตัวของพวกเขากลับไม่มีใครรู้ นั่นจึงทำให้พระองค์​ขึ้นชื่อเรื่องความลึกลับ ไม่ว่าใครก็คาดเดาองค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองได้ ดังนั้น การที่ทั้งสองพระองค์​จะมาอยู่ในฝันกับเด็กสาวอายุ16ปีจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อดูจากนิสัยขององค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองแล้ว

 " จะว่าไป ที่อาณาจักรวินเซนต์​ก็ไม่เลวเลยนะ ทะเลก็สวย" แดนเปลี่ยนเรื่อง

 " อืม ท่านน้าสวอนเองก็ใจดีพอๆกับท่านลุงริโด้เลย ทั้งๆที่พวกเราก็ไม่ได้เกี่ยวของกันทางสายเลือดเลย...เห็นแล้วก็คิดถึงท่านลุงที่แดนปีศาจกับท่านลุงที่แดนเทพ" คริสพูดออกมาพลางยิ้มบางๆเมื่อนึกถึงท่านลุงผู้เป็นที่รัก

 " ท่านลุงเด็มกับท่านลุงสเตฟานน่ะเหรอคะ?" โรสถามขึ้น

  อย่างที่เคยบอกว่าท่านพ่อของเธอเป็นน้องชายของราชาเผ่าเทพ ส่วนท่านแม่ของเธอเป็นน้องสาวของราชาเผ่าเทพ ดังนั้น ราชาของเผ่าเทพและปีศาจจึงเป็นท่านลุงของเธอ

  ท่านพ่อของเธอพบรักกับท่านแม่ ทั้งสองจึงแต่งงานกันแล้วก็ย้ายมาอยู่ที่แดนมนุษย์​ ที่อาณาจักรเฟอร์​เดีย แล้วพอพี่ชายทั้งสองของโรสเกิดมา ท่านพ่อและท่านแม่ก็มักจะพาทั้งสองเดินทางไปมาระหว่างดินแดนเทพและแดนปีศาจ ก่อนจะกลับมาอยู่ที่อาณาจักรเฟอร์​เดียหรือก็คือแดนมนุษย์​

  แต่แล้วท่านแม่หรือก็คือท่านดัชเช​สวาเรนเซียก็เสียชีวิตลงหลังจากที่ให้กำเนิดโรส และนั่นก็สร้างความเสียใจให้กับท่านดยุควาเรนเซียและแดนกับคริสที่ตอนนั้นยังเด็กอยู่เป็นอย่างมาก ท่านดยุควาเรนเซียจึงดูแลโรสและลูกชายทั้งสองด้วยตัวคนเดียวเป็นอย่างดี และถ้ามีโอกาส เขาก็จะพอโรสคนก่อนกับแดนและคริสไปเที่ยวที่แดนเทพและแดนปีศาจ แต่เมื่อพวกเขาโตขึ้นก็ไม่ได้ไปที่แดนเทพและแดนปีศาจอีกเลยจนตอนนี้ก็เป็นเวลาหลายปีแล้ว

  แต่มีบางอย่างที่ทำให้เธอสงสัย...ท่านแม่ของเธอตายเพราะป่วย นั่นเป็นสิ่งที่คนอื่นๆรู้กันว่าทำไมท่านแม่ของเธอถึงตาย แต่เมื่อเธอลองดูจากความทรงจำของโรส อาการของท่านแม่ดูเหมือนว่าจะเป็นการถูกพิษมากกว่า และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ใครกันล่ะ? ที่เป็นคนวางยาพิษท่านแม่ของเธอ

 " ฉันคิดถึงตอนที่พวกเราไปขี่ม้ากัน สนุกมากจริงๆ" คริสพูกขึ้นทำให้โรสหลุดจากภวังค์

 " ถ้าจำไม่ผิด มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พี่ตกม้าหัวทิ่มไม่ใช่เหรอครับ?" แดนพูดแซวพี่ชายของตน

 " โรส! แดนแกล้งพี่อ่ะ!" คริสหันหน้าไปหาโรสพลางทำเสียงออดอ้อน

 " พี่คริส! โรงเป็นของผมนะ!" แดนที่เห็นก็เข้า​มานั่งข้างโรสพลางเอื้อมมือเข้ามากอดเธอเองไว้หลวมๆ

 " โรสก็ป็นน้องของพี่เหมือนกันนะ!" คริสเถียงกลับพลางลุกขึ้นมานั่งด้านข้างโรสด้วยเช่นก่อนจะกอดแขนข้างหนึ่งของโรสเอาไว้หลวมๆ

 " เล่นอะไรกันน่ะ?" เสียงปริศนา​ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันมามองหน้ากัน

 " ข้าอยู่นี่" เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ทุกคนหันไปมองที่โซฟาตัวหนึ่งซึ่งตอนนี้กำลังมีชีต้าร์​ตัวสีรุ้งนอนหมอบอยู่

 " อเดล!" คริสกับแดนพูดออกมาพร้อมกันส่วนโรสทำเพียงแค่มองสัตว์​ผู้มาใหม่ด้วยสายตานิ่งๆ

  เธอจับสัมผัสได้ว่าชีต้าร์​ตัวนี้คือสัตว์​เวทย์​ สัตว์​เวทย์​คือสัตว์​ที่มีพลังและนั่นทำให้มันต่างจากสัตว์​ทั่วๆไป ถ้าสัตว์เวทย์​ตัวไหนหายากก็จะยิ่งมีพลังมาก ตัวไหนที่หายากมากๆก็จะเรียกได้ว่าเป็นตำนานเลยทีเดียว แถมเรายังสามารถทำให้สัญญาเพื่อให้มันกลายมาเป็นของเราได้ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องทำให้มันยอมรับเสียก่อน

  กลับมาที่ชีต้าร์​สีรุ้งที่กำลังนอนหมอบอยู่ ชีต้าร์​ตัวนี้เองก็เป็นตัวที่หายาก ถ้าเป็นชีต้าร์​ทั่วไปจะมีลำตัวสีเหลืองและมีลายตามตัว แต่ชีต้าร์​ตัวนี้ต่างออกไปตรงที่ว่าพวกมันจะมีลำตัวสีรุ้งเป็นประกายสวยงาม แน่นอนว่าพวกมันมีพลังมากเช่นกัน ตามหนังสือก็บอกว่ามันมีความเร็วที่สุดยอดมาก ได้เปรียบเรื่องการซุ่มโจมตีและการพรางตัว แถมยังมีกรงเล็บอันแหลมคมอีก

 " สัตว์​เวทย์​ของพวกพี่เหรอคะ?" โรสถามออกไป

 " อ๊ะ! ใช่ ของพี่เองแหละ" คริสหันไปตอบโรส

 " ตอนที่พวกพี่ไปสอบที่วาซีรอส เขาจะมีการให้อัญเชิญ​สัตว์​เวทย์​แล้วก็ให้เราทำยังไงก็ได้ให้มันกลายมาเป็นของเรา จะพูดเจรจาหรือว่าต่อสู้ก็ได้" แดนอธิบาย

 " อ่อ" โรสพยักหน้าเข้าใจ

 " ไง! ท่านหญิง" ชีต้าร์​ตัวเดิมพูดทักทายโรสด้วยท่าทางเป็นมิตร

 " ไง ชื่ออเดลสินะ" เธอก็ทักกลับไป

 " อื้ม น้องของนายน่ารักจังนะ" อเดลหันไปพูดกับคริสต่อ

 " ใช่มั้ยล่ะ น้องของฉันน่ารักที่สุดแล้ว" คริสพูดพลางกอดโรสแน่นกว่าเดิม

 " พี่แดนค่ะ สัตว์​เวทย์​ของพี่ล่ะ?" โรสหันไปถามพี่ชายอีกคนของเธอ

 " ของพี่เป็นงูน่ะ" สิ้นสุดคำพูดของแดนก็มีงูตัวใหญ่กว่าปกติ2เท่าสีม่วงเข้มมีเกล็ดบางส่วนสีดำปรากฏ​ออกมา มันเลื้อยขึ้นมาพาดอยู่บนตัวของแดนก่อนที่มันจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้โรส

 " ท่านงดงามจริงๆ ข้าชื่อซานนะ" งูตัวนั้นแนะนำตัว

  ส่วนโรสเองก็รู้ได้ทันทีว่าซานเป็นสัตว์​เวทย์​หายาก เพราะงูจำพวกนี้จะถนัดเรื่องความว่องไวแถมยังเปลี่ยนเกล็ดของมันให้กลายเป็นพิษชนิดร้ายแรงเพื่อป้องกันตัวเองได้ แถมเกล็ดนั่นยังสามารถถอดออกมาจากหนังเพื่อใช้โจมตีได้อีกด้วย เรียกได้ว่าหายากพอๆกับชีต้าร์​สีรุ้งของคริสเลยทีเดียว

 " โรซาเรีย หรือจะเรียกว่าโรสก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก" เธอพยักหน้าน้อยๆ

 " พวกเรารู้ชื่อท่านอยู่แล้วล่ะ" อเดลพูดขึ้นพลางกระโดดเข้าไปคลอเคลียอยู่ที่ตักของโรส

 " เจ้าสองคนนี้ชอบพูดถึงท่านให้ฟังบ่อยๆน่ะ" ซานพูดต่อก่อนจะเลื้อยขึ้นมาอยู่ใกล้ๆกับโรส

 " นี่! โรสเป็นน้องของฉันนะ!" คริสที่เห็นสัตว์​เวทย์​ของตนเข้าไปคลอเคลียกับน้องสุดที่รักก็พูดออกมาอย่างไม่ชอบใจ

 " ซาน นายเองก็ออกมาจากโรสด้วย" แดนพูดพลางจ้องสัตว์​เวทย์​ของตนนิ่งๆ

 " ชิ! ขอเล่นด้วยหน่อยก็ไม่ได้" อเดลพูดต่อแต่ก็ยังคงคลอเคลียอยู่ที่ตักของโรส

 " แสดงอารมณ์​ชัดเจนไม่เหมือนที่โรงเรียนเลยนะ" ซานพูดแซวเจ้านายของตนแต่ก็ยังไม่ยอมผละออกจากโรสเหมือนกับอเดล

  และแล้ว สองสัตว์​เวทย์​กับอีกหนึ่งปีศาจแล้วก็หนึ่งเทพกำสงครามประสาทกัน ส่วนโรสก็ทำเพียงแค่เฝ้ามองด้วยความขบขัน...พอมาลองดูดีๆ พี่คริสกับอเดลก็มีนิสัยขี้เล่นเหมือนกัน ส่วนพี่แกนกับซานก็มีนิสัยเจ้าเล่ห์​คล้ายๆกัน คงต้องเรียกว่า สัตว์เลี้ยง​ได้นิสัยมาจากเจ้าของล่ะมั้ง?




_________ตัด

อธิบายนิยายเพิ่มเติม

  ถ้าลองดูดีๆ เว้นวรรสุดท้ายที่บอกว่า 'สองสัตว์​เวทย์​กับอีกหนึ่งเทพแล้วก็หนึ่งปีศาจ'​ สองสัตว์​เวทย์​ทุกคนคงรู้ว่าผมหมายถึงซานกับอเดล ส่วนหนึ่งเทพกับอีกหนึ่งปีศาจเนี่ย ผมไม่ได้พิมพ์​ผิดนะ แต่มันหมายถึงแดนกับคริส

  สำหรับโลกนี้ เด็กที่เกิดจากปีศาจและเทพ เมื่อเกิดมาจะมีสายเลือดเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง(ยกเว้นว่าจะกลายเป็นเทพปีศาจแบบโรสกับราฟ)​ มันจะมีสองทางก็คือเทพกับปีศาจ ไม่มีทางที่จะกลายเป็นมนุษ​ย์เลย โดยคริสจะมีสายเลือดเป็นเทพ ส่วนแดนจะไปทางปีศาจ

  ส่วนโรส(คนเก่า)​เนี่ย เธอไม่มีสายเลือดเอนเอียงไปทางไหนเลย เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เด็กที่มีพ่อแม่เป็นเทพและปีศาจจะเกิดมาแล้วมีสายเลือดเป็นมนุษย์ เนื่องจากไม่ได้มีพ่อแม่เป็นมนุษย์​เลยสักคนเดียว แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว โรสจึงเป็นมนุษย์​แถมยังไม่มีพลังเวทย์​อีก ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...แถมมันอาจจะมีส่วนเกี่ยวกับการตายของท่านแม่ของโรสอีกด้วย...เอ๊ะ! หรือว่าจะมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องการตายของท่านแม่ของราฟหรือองค์​ราชินีองค์​แรกของราชาแดนปีศาจด้วย?

  และนี่ก็คือเรื่องของโรสคนก่อนนะครับ แต่พออลิสกับโซระมาเข้าสิงร่างของโรสกับราฟก็จะมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆอย่างเกิดขึ้น

  เรื่องที่โรสเปลี่ยนไปเนี่ย พวกเราก็คงจะรู้กันไปบ้างแล้ว เช่นเรื่องที่กลายมาเป็นเทพปีศาจแล้วก็มีพลังเวทย์​ ส่วนของราฟเนี่ย...ความจริงแล้วราฟ(คนเก่า)เนี่ย เป็นปีศาจแท้ๆเลยแถมยังมีพลังเวทย์​อีกด้วย...ตอนที่ลีออนต้องการจะพาโซระกับอลิสมาที่โลกนี้ ลีออนก็ต้องหาร่างให้เจ้านายทั้งสองมาอยู่ ซึ่งตอนนั้นเนี่ย ราฟคนเก่าก็กำลังเบื่อชีวิตพอดี ลีออนที่รู้แล้วก็เห็นว่าร่างนี้น่าจะเหมาะกับโซระก็เลยให้วิญญาณ​ของราฟคนเก่ามาอยู่กับตัวเอง แล้วให้โซระไปอยู่ในร่างของราฟแทน

  แล้วพอโซระมาอยู่ในร่างของราฟเนี่ย เขาก็กลายเป็นเทพปีศาจเช่นเดียวกับโรสทันที และนั่นหมายความว่าพ่อแม่ของราฟจะต้องเป็นเทพกับปีศาจ ซึ่งแน่นอนว่าพ่อของเขาที่เป็นราชาแดนปีศาจจะต้องเป็นปีศาจอย่างแน่นอน ดังนั้นแม่ของเขาก็จะต้องเป็นทพ แล้วมันจะเป็นยังไงต่อล่ะ?. ..

  ทุกอย่างก็คงจะประมาณ​นี้

  สำหรับใครที่รอให้โรสกับราฟแสดงว่าตัวเองมีพลังเวทย์​ ก็ต้องขอบอกว่าให้รอหน่อย และขอสปอยล์​ว่าจะมาในตอนที่โรสไปสอบเข้าชั้นปลายที่... (คงรู้กัน)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 734 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,314 ความคิดเห็น

  1. #1290 J-U-N (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 17:42
    สงครามของสัตว์และเจ้านาย5555
    #1,290
    0
  2. #1191 ChaTzar (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 16:32
    แม้แต่แฟนตาซีก็ยังมีการวางยาพิษแบบในหนังจีนไปอี๊ก โลกนี้มันอยู่ยาก แบบนี้จะต้องมีคนอยู่เบื้องหลังก็น่าจะเป็นพวกเทพด้วยกันรึเปล่า
    #1,191
    0
  3. #963 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 13:33
    สงคราม​ย่อม555
    #963
    0
  4. #400 Black area (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:43
    สนุกค่าาาา
    #400
    0
  5. #399 first prft (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 07:30
    อาการห่วงน้องสาวกำเริบ55
    #399
    0
  6. #398 nuknikdod (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 22:29
    คำถามคะ โลกนี้สายเลือดเดียวกันสามารถรักกันได้ใช่มั้ยคะ เช่นพวกโรสกับราฟเป็นต้น สามารถรักกันได้โดยไม่โดนมองว่าวิปรัตใช่ปะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 เมษายน 2562 / 22:48
    #398
    1
    • #398-1 65h56(จากตอนที่ 45)
      13 เมษายน 2562 / 00:37
      ทั้ง2คนเป็นจักรพรรดิถ้าเปิดเผยมาว่าเป็นใครจะว่าได้??
      #398-1
  7. #397 _GRIMER PP_ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 21:58
    ขอบคุณมากค่ะ สนุกมาก มาต่อเร็วๆนะะ
    #397
    0
  8. #396 Ployomg (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 21:47

    จะรอนะคะ สู้ๆคะ
    #396
    0
  9. #395 Amujan (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 21:29
    ถ้าแม่ของราฟกับโรสตายใกล้กันนี้น่าจะมีอะไรแล้วละ คิดว่าคนที่ว่างยาแม่ของโรสน่าจะคนใกล้ตัวนะ จริงๆเรายังสงสัยตังของแม่ของลอร่าอยู่เลยอ่ะไม่รู้ว่านางดีหรือนางร้าย แต่ถ้านางดีเนี้ยนิสัยของลอร่าน่าจะดีนะ?
    ปล.สู้ๆนะคะไรท์เป็นกำลังใจให้ ถ้าไม่สบายก็อย่าฟืนนะ
    #395
    0
  10. #394 phutthawadee (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 21:22

    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #394
    1
    • #394-1 mamamoo4(จากตอนที่ 45)
      29 ธันวาคม 2563 / 05:06
      ้เ90้, เออน😘🖤🖤🖤🖤🖤นจ้90้แอ9อ้อ9อต้อ้รอแ้เ🔥สวัสดี🧡🔥🔥🔥🧡
      #394-1