ตัวร้ายข้ามมิติ​

ตอนที่ 32 : คำเตือนจากผอ.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,142 ครั้ง
    18 มี.ค. 62

16:45น.

  ตอนนี้ บุคคลที่เพิ่งจะได้รับรู้สถานะที่แท้จริงของตนเองกำลังยืนอยู่หน้าประตูมิติในมิติส่วนตัวของพวกเขาอีกทีหนึ่ง ประตูมิติที่พวกเขาเพิ่งจะได้รับ ไม่สิ! สร้างมันขึ้นมาจากพลังของตัวเองที่พึ่งจะได้รับกลับคืนมา 

 " ไปกันเถอะ" โรสพูดก่อนจะเดินนำเข้าไปในประตูตรงหน้าพวกเขาก่อนที่ราฟจะเดินตามไปเธอไป


อาณาจักรเวทมนต์​

 " อืม ใช้ได้" ​เป็นราฟที่พึมพำ

  พวกเขาลองสร้างประตูมิติที่เชื่อมต่อกับประตูมิติในห้องหวงห้ามหรือก็คือห้องที่พวกเขามาปลดปล่อยชาวเมืองที่อยู่ชั้นบนสุดของปราสาทในอาณาจักร​เวทมนต์​ และประตูมิติที่สร้างขึ้นก็ใช้ได้ แสดงว่าพลังของพวกเขาเริ่มกลับมาแล้ว แต่ปัญหา​คือเรื่องความทรงจำ พวกเขายังปรับตัวกับมันไม่ได้ อาจจะต้องใช้เวลาอย่างที่ลีออนว่า

 " ไปข้างล่างกัน" โรสบอกก่อนจะเดินนำลงไปชั้นล่างของปราสาท เพราะอย่างที่เคยบอกว่าห้องนี้เป็นห้องต้องห้าม ไม่อนุญาต​ให้ใครเข้ามาแถมห้องนี้ยังอยู่ชั้นบนสุดของปราสาท จึงมีแค่ทหารเฝ้าหน้าห้องเพียงไม่กี่คน

 " องค์​จักรพรรดิ​ องค์​จักรพรรดิ​นี" เมื่ออกมาหน้าห้อง ทหารที่อยู่ตรงนั้นก็โค้งตัวลงเพื่อทำความเคารพองค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองของตน

 " ลุกขึ้นเถอะ แล้วพอจะรู้มั้ยว่าคาลอยู่ที่ไหน?" ราฟบอกให้พวกเขาลุกขึ้นก่อนจะถามหาคนที่เขาต้องการจะเจอ

 " น่าจะอยู่ที่ชั้นล่างสุดพ่ะย่ะค่ะ" ทหารคนหนึ่งตอบออกมา และเมื่อได้รับคำตอบ คนทั้งสองก็รีบเดินไปชั้นล่างสุดของปราสาทตามคำของทหารทันที

ห้องโถงปราสาทชั้นล่างสุด

 " เตรียมของให้พร้อม อย่าให้ขาดแม้แต่ชิ้นเดียว" ชายคนหนึ่งที่อยู่ในชุดพ่อบ้านกำลังสั่งการให้คนอื่น​ๆทำงานอย่างเป็นระบบ

 " คาล" เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เขาก็หันไปมองทันทีก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาทันที

 " องค์​จักรพรรดิ​ องค์​จักรพรรดิ​นี" ภาพที่เกิดขึ้นไม่ผิดจากที่คนทั้งสองคิดเอาไว้มากนัก เพราะเมื่อทุกคนหันมาเห็นพวกเขา ก็พากันหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วย่อตัวและโค้งคำนับให้กับพวกเขาทันที

  เห้อ นี่ถ้าไม่ได้ความทรงจำบางส่วนกลับมาแล้วหนึ่งในนั้นมีภาพที่มีแต่คนทำความเคารพตนเองแบบนี้ พวกเขาก็คงจะเกร็งจนทำอะไรไม่ถูกเลยล่ะมั้ง?

 " ลุกขึ้น คนอื่นๆทำงานกันต่อไป" โรสบอกก่อนจะหันมามองคาลเวิร์ด​มี่ตอนนี้เดินมาอยู่ต่อหน้าคนทั้งสองแล้ว

 " มีอะไรจะรับสั่งหรือพ่ะย่ะค่ะ" คาลเวิร์ด​ถามยิ้มๆ

 " การส่งทูตไปเฟอร์​เดีย" ราฟเอ่ยสั้นๆ

 " เชิญที่ห้องนั่งเล่นก่อนพ่ะย่ะค่ะ" คาลเวิร์ด​บอกและทั้งสองก็ทำตามอย่างว่าง่ายแต่ก่อนจะเดินตามองค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองไป เขาก็หันไปกำชับให้ค​นอื่นๆทำงานให้ดีๆและสั่งให้คนไปนำชากับของว่างมาให้องค์จักรพรรดิ​ด้วย

 " พระองค์​ไม่ต้องห่วงพ่ะย่ะค่ะ จุดประสงค์​ในการไปอาณาจักรเฟอร์​เดียใยในครั้งนี้ คือการสร้างสัมพันธไมตรี​ระหว่างอาณาจักรเฟอร์​เดียกับอาณาจักรเวทมนต์​ เพราะอาณาจักรนี้เป็นหนึ่งในอาณาจักรที่ไม่ตามล่าชาวเมืองชาวเมืองอาณาจักรเรา จึงดีที่จะเชื่อมสัมพันธ์​ด้วย" เมื่อองค์จักรพรรดิทั้งสองนั่งลงเรียบร้อย คาลเวิร์ดก็เล่าทันที

  อันที่จริง อาณาจักรเวทมนต์​เป็นอาณาจักรที่แข็งแกร่งและค่อยข้างตัดขาดจากโลกภายนอก ถ้าไม่นับเรื่องที่ชาวเมืองบางส่วนออกไปอยู่ที่โลกภายนอก ไม่จำเป็นต้องเชื่อมสัมพันธ์​กับใครก็ได้ แต่ถ้าเชื่อมเอาไว้ก่อนก็จะเป็นเรื่องที่ดี

 " ส่วนที่กำลังขนย้ายกันที่ห้องโถงคือของในปราสาทพ่ะย่ะค่ะ ต้องนำออกมาตรวจสอบดูสักหน่อย และพวกกระหม่อมก็กำลังจัดหาของขวัญ​วันเกิดให้อง​ค์ราชาแห่งเฟอร์​เดียด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรดี พระองค์​ก็เลือกเถอะพ่ะย่ะค่ะ" คาลเวิร์ด​รายงาน

 " นอกจากนี้การไปของทูตก็ยังมีมีจุดประสงค์​อื่นอีกมั้ย?" โรสถามต่อ

 " มีพ่ะย่ะค่ะ จุดประสงค์​นั้นคือการประกาศการกลับมาของ​พระองค์​ทั้งสอง แต่เรื่องนี้กระหม่อมก็กำลังจะถามพระองค์​อยู่พอดี ถ้าพระองค์​อนุญาต​ กระหม่อมจะประกาศแต่ถ้าไม่ กระหม่อมก็จะไม่ขัดพระองค์​" คาลเวิร์ด​ตอบ

 " ได้ พวกเราอนุญาต​" พวกเขาเงียบและมองหน้ากันสักพักก่อนที่ราฟจะตอบออกมา

 " ขอบ​พระทัย​พ่ะย่ะค่ะ"

 " แต่มีข้อแม้ว่า..."



 "​ ได้พ่ะย่ะค่ะ" เขายิ้มรับหลังจากได้ฟังข้อแม้จบ

 " จริงสิ! พระองค์​อย่าลืมเรื่องของขวัญ​ของราชาแห่งเฟอร์​เดียนะพ่ะย่ะค่ะ" คาลเตือน

 " ราฟฉันให้นายเลือก" โรสหันไปโยนให้คนด้านข้าง

 " ฉันไม่ค่อยสนิทกับราชาแห่งเฟอร์​เดีย ไม่รู้ว่าเขาชอบอะไร เธอเลือกดีกว่า" เขาโยนกลับไปให้อีกฝ่าย

 " ฉันก็ไม่รู้ว่าท่านลุงชอบอะไร" เธอเถียง

  เมื่อเห็นว่าเจ้านายทั้งสองของตนกำลังปรึกษา? กันอยู่ คาลเวิร์ด​จึงลุกขึ้นแล้วเดินจากไปอย่างเงียบๆพร้อมรอยยิ้ม บริเวณ​นั้นจึงเหลือเพียงองค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองที่กำลังปรึกษา​กันอยู่ และทหารกับเมดอีกบางส่วน

30นาทีผ่านไป

 " คาลเวิร์ด​ พวกเรากลับล่ะ" ราฟพูดกับคนที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงาน พวกเขากำลังจะกลับและทางเดียวที่จะไปถึงหอพักเร็วที่สุดคือต้องใช้ประตูมิติที่พวกเขาใช้ตอนมาที่นี่ในวันนี้ พวกเขาจึงต้องขึ้นบันไดไปที่ห้องหวงห้าม และบันไดก็อยู่แถวกับห้องโถงของปราสาทที่คาลเวิร์ด​กำลังทำงานอยู่พอดี พวกเขาจึงมาบอกคาลเวิร์ดด้วยตัวเองแทนที่จะให้คนมาบอกแทน

 " อ้าว จะไม่อยู่ค้างหรือพ่ะย่ะค่ะ" จริงด้วยสิ คาลเวิร์ด​ยังไม่รู้จักตัวตนในโลกภายนอกของพวกเขา

 " ไม่ล่ะ พวกเราในโลกนี้พึ่งจะอายุ16ปี ยังเรียนอยู่" โรสบอก

 " อ่อ พ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นกระหม่อมทูลลา" เขาพยักหน้าเข้าใจก่อนจะโค้งตัวคำนับ

 " อืม" พวกเขาเพียงพยักหน้ารับก่อนจะกลับไปยังหอพักของตน


หอพักA
17:30น.

 " ไปล่ะ" ราฟบอกคนด้านข้างก่อนจะกลับห้องของตนไป

 " 5โมงครึ่งแล้วสิ" เธอหันไปมองนาฬิกาก่อนจะพึมพำออกมา

 " เห้อ​" เธอถอนหายใจก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงก่อนจะหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาดู มันคือรายการของขวัญ​ที่จะมอบให้ท่านลุง คาลเห็นว่าเธอกับราฟคิดเรื่องของขวัญกันไม่ออก​ ก็เลยเอารายการมาให้ดูแล้วเลือกแทน เห้อ ปกติเรื่องแค่นี้คาลจะเป็นคนจัดการ แต่ทำไมคราวนี้ถึงเป็นเธอกับราฟล่ะ?

  และดูเหมือนความคิดของเธอจะไม่ต่างจากคนข้างห้องมากนัก...

ห​้​องพักด้านข้าง

 " เห้อ" เขาถอนหายใจออกมา เขาไม่ค่อยจะให้ของใครสักเท่าไหร่แล้วจะให้มาเลือกของขวัญ​ให้คนที่ไม่ค่อยสนิท​กันเนี่ยนะ? เห้อ ทั้งๆที่เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคาลแท้ๆ

  ถึงความทรงจำของเขากับโรสจะกลับมาแค่บางส่วน และในนั้นยังไม่มีเรื่องในตอนที่พวกเขาคิดอะไรพิเรนท์​ๆอย่างการให้ลีออนนำเอาความทรงจำครึ่งหนึ่งไปซ่อน เห้อ ก็ไม่เข้าใจตัวเองนักหรอกแต่รู้แค่ว่าตอนนี้ พวกเขาไม่มีข้อมูลอะไรในตอนนั้นเลย แต่ถึงอย่างนั้นกลับมีอยู่อย่างหนึ่งที่พวกเขาจำได้ นั่นคือระบบการปกครองในอาณาจักรเวทมนต์

  การปกครองของที่นั่นไม่เหมือนกับการปกครองของอาณาจักรอื่นๆ เพราะชาวเมืองทุกคนนั้นรักสงบ จึงไม่ค่อยจะมีเรื่องวุ่นวายใหญ่โตจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีขุนนางเพื่อแก้ปัญหาภายในอาณาจักร ชาวเมืองทุกคนจึงมีฐานะเท่าเทียมกัน จะมีแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะไปเป็นทหาร เมด และพ่อบ้านในปราสาทเพื่อรับใช้องค์จักรพรรดิทั้งสอง

  แต่ถึงอย่างนั้นอาณาจักรเวทมนต์ก็ยังคงเป็นอาณาจักร ยังคงต้องติดต่อกับโลกภายนอก จึงต้องมีบ้างที่จะส่งทูตไปยัง3เผ่า อย่างเช่นการส่งทูตไปอาณาจักรเฟอร์เดียเพื่อร่วมแสดงความยินดีในงานวันเกิดขององค์ราชาที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน และเพราะอย่างนี้ จึงต้องมีคนเข้ามาจัดการเตรียมงาน แต่เพราะองค์จักรพรรดิทั้งสองไม่ค่อยจะสนใจเรื่องพวกนี้และไม่มีขุนนาง องค์จักรพรรดิทั้งสองจึงต้องแต่งตั้งบุคคลไว้คอยจัดการเรื่องพวกนี้อย่างเป็นทางการ

  และคนคนนั้นก็คือคาลเวิร์ด นอกจากนี้ งานของคาลเวิร์ดก็คือการจัดการสิ่งต่างๆในปราสาทจึงมีฐานะเป็นหัวหน้าพ่อบ้านด้วย คาลเวิร์ดจึงกลายเป็นคนที่คอยจัดการงานเกือบทุกอย่างในอาณาจักรเวทมนต์ แต่ถ้าเรื่องไหนที่เป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องสำคัญ เขาจะต้องรายงานหรือให้องค์จักรพรรดทั้งสองทราบและตัดสินใจ

  กลับมาที่เรื่องเดิม การเลือกของขวัญให้กับราชาแห่งเฟอร์เดียนั้นนับเป็นเรื่องที่สำคัญ​ระดับกลางๆ และเรื่องการเลือกของขวัญ​ก็ไม่ใช่เรื่องที่องค์​จักรพรรดิ​อย่างพวกเขาจะให้ความสนใจนัก มันจึงควรตกเป็นหน้าที่ของคาลเวิร์ด​ แต่ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นพวกเขาไปได้ล่ะ...

 " เห้อ" เมื่อคิดได้ เขาก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง



1เดือนผ่านไป

  เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและแน่นอนว่าเหล่านักเรียนแห่งอควาเรสก็ไม่ได้ปล่อยให้มันสูญเปล่า เพราะอีกแค่ครึ่งเดือนก็จะถึงการสอบเก็บคะแนนครั้งใหญ่แล้ว นักเรียนทุกคนจึงตั้งใจอ่านหนังสือเป็นพิเศษ

 " วันนี้จะไปอ่านหนังสือกับพวกเราที่ห้องสมุดมั้ย?" เกรเทลหันหลังมาพูดกับอีกสองคนที่นั่งด้านหลังสุด ตอนนี้พวกเขาเพิ่งจะเลิกเรียน ยังอยู่ในห้องเรียนอยู่เลย

 " ไป แต่คงจะไปช้าหน่อย จะไปทำธุระ" โรสตอบแทนคนด้านข้าง

 " ได้" เกรเทลตอบรับ

 " ฉันไปก่อนนะ" โรสบอกก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับราฟ

 " ท่านพี่ไปไหนน่ะ?" ลิลลี่ที่เพิ่งจะเดินมาถึงโต๊ะที่พวกเกรเทลนั่งอยู่ถามขึ้น

 " เห็นบอกว่าไปทำธุระ แล้วก็..."

 " จะตามไปที่ห้องสมุดช้าหน่อย" ซีน่อนกับซีเวลตอบ

 " งั้นพวกเราไปรอที่ห้องสมุดกันเลยดีมั้ยครับ?" มาร์ติน​ถามทุกคน

 " ไปกันเลยล่ะกัน" อลันกับวิลล์​ที่เพิ่งจะเดินมาพูดขึ้น หลังจากนั้นพวกเขาทุกคนก็ตรงไปยังห้องสมุดทันที

อีกด้านหนึ่ง

 " ผอ.มีธุระอะไรนะ?" โรสบ่นพึมพำ ตอนเรียนคาบสุดท้าย อาจารย์​ประจำวิชาบอกเธอกับราฟว่าพอเลิกเรียนให้ไปหาผอ.ที่ห้อง

 " ไม้รู้สิ" ถึงเธอจะพูดเสียงเบาแต่เขาก็ได้ยิน แต่เขาก็เดาไม่ออกเลยจริงๆว่าถูกเรียกตัวไปเพราะเรื่องอะไร เพราะตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ก็ไม่เคยสร้างเรื่องอะไรเอาไว้เลยส่วนราฟคนก่อนนั้นไม่ต้องพูดถึง หมอนั่นอยู่คนเดียว ไม่มีเพื่อน แล้วก็ไม่เคยสร้างเรื่องวุ่นวายเลย

 " เสียเวลาไปห้องสมุดอีกด้วยสิ" โรสบ่น เพราะตั้งแต่เมื่อครึ่งเดือนก่อน เธอกับราฟแล้วก็ค​นอื่นๆในกลุ่มมักจะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดหลังเงิกเรัยนเพื่อเตรียมสอบ ไม่สิ ที่อ่านหนังสือน่ะมีแต่คนอื่นๆต่างหาก ส่วนเธอกับราฟที่ไปก็เพราะไปหาที่สงบๆเฉยๆ

  ก็อย่างที่เคยบอกว่าพวกเขาอ่านหนังสือมาหมดแล้ว จะให้ไปอ่านอีกก็ไม่ใช่เรื่อง น่าเบื่อจะตาย

 " ถึงแล้ว" ราฟบอกก่อนจะเคาะประตู

 " เข้ามา" เมื่อเสียงด้านในเอ่ย พวกเขาก็เปิดประตูเข้าไปทันที

 " ขออนุญาต​ครับ/ค่ะ" พวกเขาบอกตามมารยาทเมื่อเข้ามาในห้องและพบกับชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานและดูเหมือนกำลังรอพวกเขาอยู่

 " อืม นั่งก่อน" เขาบอกก่อนจะผายมือเชิญผู้มาใหม่ทั้งสองให้นั่งลงที่โซฟาตัวยาวในห้อง

 " มีธุระอะไรกับพวกเราเหรอครับ?" ราฟถามเข้าประเด็นทันที

 " วัยรุ่นใจร้อนสะจริง" ผอ.แกล้งเย้า

 "..." เขาไม่ได้ตอบโต้อะไร

 " เอาล่ะ ฉันชื่อติเซียโน่ โรเจอร์​ " เขาแนะนำตัวทำเอาอีกสองคนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ

คิดว่าพวกเขาจำชื่อผอ.โรงเรียนตัวเองไม่ได้รึไง?

 " ก็แค่แนะนำไว้ก่อน ส่วนที่ฉันเรียกตัวพวกเธอมาวันนี้ก็เพราะอยากจะเตือน" เขาพูดเข้าประเด็น ในเมื่อเด็กสองคนนี้ไม่อยากอ้อมค้อม เขาเองก็จะไม่อ้อมค้อมเช่นกัน

 " เตือน?" โรสทวนคำอย่างสงสัย

 " เรื่องอะไรล่ะครับ?" แปลกใจนิดๆแหะ

 " เรื่องคะแนนสอบของพวกเธอ" เขาพูดอย่างคลุมเครือ

 " หมายถึงเรื่องที่พวกเราแกล้งทำคะแนนสอบให้ได้น้อยๆเหรอคะ?" ยังไงคนคนนี้ก็คืผอ.จะดูข้อสอบของนักเรียนตอนไหนก็ได้ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องรู้เรื่องที่เธอแกล้งทำข้อสอบผิด เห้อ ก็คิดอยู่แล้ว ว่าต้องมีคนสงสัยที่จู่ๆเธอก็สอบได้คะแนนดีขึ้นมา ส่วนราฟไม่ต้องพูดก็รู้ เพราะก่อนหน้านั้นเธอก็เคยพูดแล้วว่าเขาสอบได้230-235คะแนนทุกครั้ง จึงถือเป็นเรื่องที่น่าสงสัยอยู่แล้ว

 " ในเมื่อพวกเธอรู้ก็ดี ฉันอยากให้พวกเธอทำคะแนนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเธอรู้ใช่มั้ย? ว่าคะแนนในการสอบแต่ละครั้งสำคัญ​มาก เพราะมันจะส่งผลต่อชื่อเสียงของพวกเธอที่จะแพร่ออกไปด้วย ถ้าทำคะแนนได้น้อย พวกเธออาจจะมีข่าวลือว่าเรียนไม่ดีก็ได้ ไม่ใช่ทุกคนที่รู้เรื่องคะแนนจริงๆของพวกเธอหรอกนะ" เขาร่ายยาว

 " ก็ช่างสิครับ" ราฟพูดอย่างที่ไม่ต้องสังเกตุก็รู้ว่าเขาไม่สนใจเรื่องนี้

 " ชื่อเสียงของพวกเราแทบจะไม่เหลือให้ทำลายแล้วล่ะค่ะ แล้วผอ.ไม่เคยได้ยินเหรอคะ?" โรสพูดด้วยท่าทางที่ไม่ต่างจากอีกคนมากนักก่อนจะเว้นช่วงเอาไว้

 " ได้ยินอะไร?" เขาถามอย่างสงสัย

 "​ ยิ่งเด่นก็ยิ่งดับไงครับ" ราฟเฉลย

 "..."

 " ผอ.ก็เป็นเพื่อนกับท่านพ่อใช่มั้ยล่ะคะ?" โรสถามและติเซียโน่ก็พยักหน้า "ฉันรู้ว่าคุณ​เป็นห่วงชื่อเสียงของพวกเรา แต่บางครั้งการเด่นมากไปก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีนะค่ะ" เธอบอกพร้อมยิ้มบางๆ ถึงเธอจะไม่เคยเห็นผอ.คนนี้ในความทรงจำของโรสแต่เธอก็เคยได้ยินเรื่องที่ผอ.คนนี้เป็นเพื่อนกับท่านพ่อมาจากเซบาสเตียน ท่านพ่อของเธอมีเพื่อนที่ดีแหะ

 " ถ้าไม่ทีธุระอะไรแล้ว พวกเราขอตัวนะครับ" ราฟบอกทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปจากห้องพร้อมกับโรสทิ้งให้อีกคนได้คิดเรื่องที่พวกเขาพึ่งจะพูดไป

  ถ้าถามว่าพวกเขาจะเลิกแกล้งทำข้อสอบผิดมั้ย? แน่นอนว่าไม่ เพราะอย่างที่พวกเขาพูดกับผอ. 'ยิ่งเด่นก็ยิ่งดับ'​ คำคำนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแต่เป็นเรื่องจริง ยิ่งมีชื่อเสียงมากก็ยิ่งมีโอกาสตกเป็นเป้าในการถูกใช้เป็นเครื่องมือได้มาก

  อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้พวกเขามีชื่อเสียงจากการช่วยอาจารย์​เดวิดปรุงยาเพิ่มพลังเวทย์​มาแล้ว ถ้าจะให้สอบได้คะแนนเต็มก็จะยิ่งตกเป็นเป้าเข้าไปใหญ่ ถึงการแกล้งทำข้อสอบผิดจะช่วยลดชื่อเสียงไปได้ไม่มากก็เถอะ และพวกเขาก็ได้แต่หวังว่าผอ.คนนี้จะเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาพูดไป

 " ฉันไม่อยากไปห้องสมุดแล้ว กลับหอพักก่อนนะ" เธอบอกอีกคนในขณะที่กำลังเดินอยู่ พอโดนเรียกไปพูดเรื่องนั้น เธอก็หมดอารมณ์​จะไปไหนแล้ว

 " ไปด้วย" เขาบอกเสียงเรียบติดจะขุ่นมัว

 " เป็นอะไรรึเปล่า?" เธอรู้สึกถึงความไม่พอใจในนํ้าเสียงของเขา แต่เขาไม่พอใจอะไรล่ะ?

 " เปล่า" เขาตอบนํ้าเสียงห้วน เขากำลังไม่พอใจจริงด้วย แต่อะไรล่ะ? เธอพยายามนึกแล้วจู่ๆก็มีเหตุการณ์​หนึ่งปรากฏ​ขึ้นในสมอง

  อา...เธอเคยสัญญาเอาไว้ว่าจะยิ้มใหเขาคนเดียวนี่นา แล้วเธอก็ดันเผลอไปยิ้มบางๆตอนพูดกับผอ. อา...หาเรื่องใส่ตัวแล้วมั้ยล่ะ?

 " ขอโทษ" เธอพูดออกไปหลังจากนึกได้

 " อะไร?" เขาถามแต่กลับไม่หันมามองหน้าเธอ

 " ฉันแค่เผลอเฉยๆ ขอโทษนะ" เธอพูดนํ้าเสียงรู้สึกผิด

 " หึ!" เขาเพียงแค่หยุดเดินแล้วหันมามองหน้าเธอ

 "..." เธอไม่ตอบแต่มองเขาอย่างรู้สึกผิด

 " เห้อ อย่าผิดสัญญา​อีก เข้าใจมั้ย?" ใจอ่อนอีกแล้วสิ เขารู้ดีว่าคนตรงหน้ารักษาสัญญา​แค่ไหนและที่ผิดสัญญา​ก็เพราะเผลอแถมคนตรงหน้ายังไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยด้วย

 " ยกเว้นท่านพ่อกับท่านพี่ได้มั้ย?" เธอต่อรอง

 " อย่าทำต่อหน้าฉันล่ะกัน" เขานิ่งไปสักพักก่อนจะตอบออกมา

 " ขอบคุณ​นะ" เธอตอบพลางยิ้มเมื่อคิดได้ว่าเขาก็มีมุมที่ขี้น้อยใจเหมือนเด็กเหมือนกัน แต่แล้วความคิดของเธอก็เป็นอันสะดุดลงเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอันแผ่วเบาที่แก้ม...

เขาหอมแก้มเธอ!!

อีกแล้ว!!

แถมคราวนี้มันใกล้กับริมฝีปากเธอจนแทบจะจูบกันอยู่แล้ว!!

 " ราฟาเอล ทาทารอส!!" เมื่อรู้สึกตัวเธอก็เรียกชื่อเขาเสียงดังทันที

 " ครับ!!" ตัวการของเรื่องตอบรับอย่างอารมณ์ดี​พร้อมกับวิ่งหนีอย่างรวดเร็วและแน่นอนว่าอีกคนก็รีบวิ่งไล่ตามเขาไปอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

  ยังดีที่บริเวณ​นั้นไม่มีคนอยู่ ไม่อย่างนั้นคนที่ได้เห็นภาพตรงหน้าที่ท่านหญิงและเจ้าชายผู้เย็นชาแห่งอควาเรสกำลังวิ่งไล่กันอยู่คล้ายเด็กๆ คงจะได้ขยี้ตากันหลายๆรอบเพื่อดูว่ามันคือเรื่องจริงรึเปล่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.142K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,314 ความคิดเห็น

  1. #1174 Amarry (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 08:51
    ขยับเข้าไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ปรับองศาถนัดพอดีสินะราฟาเอลลลล
    #1,174
    0
  2. #950 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 22:07
    จูบไปเลยสิขนาดนี้แล้ว
    #950
    0
  3. #178 sevenroses (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 06:01

    น่ารักมากมาย

    #178
    0
  4. #177 first prft (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:43
    งุ้ยยยยย~~น่ารักกกก
    >////<
    #177
    0
  5. #176 รัชเชอร์ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:27
    โง้ยยย น่ารัก จีบกันอีกสิคะ

    >///<
    #176
    0
  6. #175 Just7the7devil (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:48
    ชอบอ่าาา
    #175
    0
  7. #174 N_ing (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:56
    ฮือ หนูอยากให้เขาจีบกันติดเอาให้หวานจนน้ำตาลขึ้นเลย
    #174
    0
  8. #173 65h56 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:48
    ชอบแบบบ
    #173
    0
  9. #172 raabporn2016 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:27
    ต่อๆ สนุกอ่าาาาา
    #172
    0