ตัวร้ายข้ามมิติ​

ตอนที่ 30 : ความกังวลของอลัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,232 ครั้ง
    19 ก.พ. 62

16:00น.

 " ฉันจะไปทำธุระสักหน่อย" เธอหันไปบอกคนด้านข้างในขณะที่​กำลังเดินกลับหอพักหลังจากเรียนคาบบ่ายเสร็จ

 " ไปด้วย!" คนอื่นๆพูดออกมาพร้อมกัน

 " ตามใจ แต่ฉันจำได้ว่าพวกนายสองคนต้องไปซ้อมดนตรีนี่" เธอหันไปพูดกับซีน่อนและซีเวล เจ้าสองคนนี้โดนอาจารย์วิชาดนตรีรบเร้าให้ไปแข่ง แล้วเจ้าสองคนนี้ก็ตกลงเลยต้องไปซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียนยกเว้นวันหยุด

 " ส่วนนายก็ต้องไปช่วยอาจารย์เดวิดหลังเปลี่ยนชุดเสร็จ" คราวนี้เธอหันมาพูดกับฮานส์ คนที่อาจารย์เดวิดเรียกให้มาช่วยเป็นประจำ หนึ่งในนั้นคือฮานส์

 " และนายก็ต้องไปจัดการกับเอกสารของอาณาจักรต่อ" คนต่อมาคือเกรเทล หมอนี่มีงานของอาณาจักรตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว

  ส่วนพี่อลันกับวิลล์​ก็แยกกับพวกเธอไปตั้งแต่หลังเรียนเสร็จแล้ว เห็นว่าเรื่องงานในอาณาจักรมีปัญหา​อะไรสักอย่าง ท่านลุงเลยเรียกตัวเข้าวังกะทันหัน​ ส่วนราฟ หมอนี่ก็แยกออกไปพร้อมกับพี่อลัน เพราะต้องไปจัดการอะไรสักอย่าง เธอเดาว่าเป็นเรื่องงานที่แดนปีศาจ

 "..."

 " ผมไม่มีงานครับ"

 " ลิลลี่ก็ไม่มีค่ะ" เมื่อโรสหันไปมองอีกสองคนที่เหลือ ลิลลี่และมาร์ตินก็ชิงพูดตัดหน้าเธอทันที

 " อืม" เธอตอบรับ ทำเอาคนที่ไม่ได้ไปหน้ามุ่ยไปตามๆกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะตนยังมีงานที่ต้องทำอยู่

  เมื่อกลับไปถึงหอพัก พวกเขาก็เปลี่ยนชุดแล้วแยกกันเพื่อไปทำธุระของตน ส่วนโรสกับลิลลี่และมาร์ติน​ก็ไปขึ้นรถม้าเพื่อไปที่ห้าง ธุระที่เธอว่าคือการนำแบบเครื่องประดับไปส่งให้เจ๊ลิส อย่างที่เคยบอกว่าถ้าเธอว่าง เธอจะนำแบบเครื่องประดับไปส่งด้วยตัวเอง


 " อ้าว! ท่านหญิง นำแบบเครื่องประดับมาส่งเหรอค่ะ?" พนักงานที่เคาเตอร์​ถามขึ้นเมื่อเธอเดินเข้าไปในร้าน ทุกคนในร้านนี้รู้จักกันทุกคน แล้วก็ดูจะชอบเธอมากเพราะโรสเป็นชนชั้นสูงไม่กี่คนที่จะมีมารยาทกับสามัญชน​ ถึงจะเย็นชาไปบ้างแต่ทุกคนในร้านก็รักและดูแลเธอเป็นอย่างดี

 " ค่ะ แล้วเจ๊ลิสอยู่มั้ยค่ะ?" เธอตอบก่อนจะถามหาเจ๊ลิส

 " เจ๊ลิสไม่อยู่ค่ะ ไปตรวจดูร้านสาขาอื่น" พนักงานอีกคนตอบ อืม...มิน่าล่ะ​ เพราะถ้าเธอมาถึงร้านทีไร เจ๊ลิสก็จะออกมาต้อนรับเธอคนแรก แต่เหตุการณ์​แบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก เพราะถึงยังไง ร้านsnowdew ก็ไม่ได้มีแค่สาขาเดียว เจ๊ลิสก็ต้องไปตรวจสอบสาขาอื่นอยู่บ่อยๆ แถมร้านที่อยู่ใกล้อควาเรสอย่างร้านนี้ก็เป็นสาขาย่อย อันที่จริง เจ๊ลิสอยู่ที่สาขานี้มากกว่าสาขาหลักสะอีก

 " ถ้างั้นฝากนี่ไว้ให้เจ๊ลิสด้วยนะค่ะ" เธอยื่นแบบเครื่องประดับส่งให้พนักงานอย่างทุกทีที่เจ๊ลิสไม่อยู่ เธอก็จะฝากไว้กับพนักงานตลอด ซึ่งอีกฝ่ายก็รับมาด้วยรอยยิ้ม

  หลังจากที่ฝากของไว้กับพนักงานเสร็จ โรสก็เดินเข้าไปในร้านเพื่อตามหาลิลลี่กับมาร์ติน ตอนเข้ามาในร้าน ลิลลี่บอกว่าขอเดินดูสักหน่อยก่อนจะลากมาร์ติน​ไปด้วย ซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะยังไง ผู้หญิงก็คงอยากจะเดินดูเครื่องประดับหรือชุดบ้าง ยิ่งพวกเธอที่อยู่ห้องAก็มีงานมากจึงไม่ค่อยได้ออกมานอกโรงเรียน

 " อ๊ะ! ท่านพี่ มาพอดีเลย ชุดนี้เป็นยังไงบ้างคะ?" เมื่อเดินลึกเข้าไปในร้านได้สักพัก เธอก็ได้ยินเสียงเรียกมาจากด้านหนึ่ง และเมื่อมองไป เธอก็พบกับลิลลี่ที่กำลังเลือกชุดอยู่ ส่วนมาร์ตินก็ยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก

 " ชุดมันฟูไปหน่อยมั้ย?" เธอพูดพลางเดินเข้าไปหา ชุดที่อยู่ในมือของลิลลี่เป็นชุดกระโปรงสีแดงที่ออกจะฟูไปหน่อย เห็นแล้วทำเอาเธอนึกถึงชุดที่ฟูฟ่องของลิลลี่ในวันที่ย้ายของมาไว้ที่หอพักก่อนจะเปิดเทอม

 " งั้นเหรอค่ะ" ลิลลี่พูดก่อนจะมองดูชุดในมืออย่างพิจารณา​อีกครั้ง

 " ลิลลี่จะซื้อไปใส่ที่ไหนเหรอครับ?" มาร์ติน​ถามขึ้น

 " อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดขององค์​ราชาแล้ว ฉันเลยหาชุดใส่ไปวันนั้นน่ะ" ลิลลี่ตอบ นั่นสิ อีกหนึ่งเดือนก็จะถึงวันเกิดของท่านลุงแล้วนี่

 " มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอครับ?" มาร์ติน​ถาม เพราะถึงยังไงมันก็ยังเหลือเวลาอีกตั้งเดือนกว่า

 " ไม่หรอก เพราะงานก่อนหน้านี้ ฉันก็จะเตรียมตัวล่วงหน้าสักหนึ่งเดือนตลอด ผู้หญิงคนอื่นๆก็เหมือนกัน" นับถือ เธอนับถือผู้หญิงในยุคนี้เลยจริงๆ

 " ลิลลี่ เธอชอบชุดฟูๆเหรอ?" โรสถาม

 " ไม่รู้สิค่ะ เพราะผู้หญิงชนชั้นสูงส่วนมากก็ใส่ชุดแบบนี้กัน ลิลลี่ก็ติดมาจากท่านแม่เหมือนกัน" ลิลลี่หยุดคิดไปสักพักก่อนจะตอบออกมา

  อ่อ แบบนี้นี่เอง ในงานวันเกิดของลูเซียนเมื่อหลายเดือนก่อน เธอก็เห็นว่าผู้หญิงส่วนมากใส่ชุดแบบฟูๆเหมือนกัน อันที่จริงมันฟูเพราะมันเป็นชุดแบบสุ่มไก่ต่างหาก ยังดีที่ชุดของลิลลี่มันฟูเพราะผ้าไม่ใช่สุ่มไก่ และส่วนน้อยก็ใส่ชุดราตรีแบบเธอ ว่าแต่...ผู้หญิงพวกนั้นทนใส่สุ่มไก่ไปได้ยังไงกันนะ? เป็นเธอถึงตายก็ไม่ใส่หรอก

 " ลิลลี่ ถ้าฉันทำชุด ไม่สิ เครื่องประดับให้ด้วย เธอจะว่ายังไง?" ยังไงซะ ลิลลี่ก็ไม่ใช่คนอื่น อีกอย่างคือเธอไม่อยากให้เพื่อนคนนี้ต้องใส่ชุดฟูๆที่มันออกจะดูแปลกๆหรอกนะ

  แล้วการจะทำชุดสักชุดก็ไม่ได้ยากเกินไปสำหรับเธอ เพราะถึงยังไงซะ ในมิติของเธอก็มีอุปกรณ์​กับผ้าชั้นดีอยู่แล้ว

 " ท่านพี่พูดจริงเหรอคะ?!" ลิลลี่ถามออกมาด้วยความตกใจ เพราะเธอรู้ว่าโรสออกแบบเครื่องประดับกับชุดให้ร้านsnowdew ซึ่งเป็นร้านที่ชนชั้นสูงมักจะมาตัดชุดกันที่นี่ และการที่จะเป็นนักออกแบบของที่นี่ได้ก็ต้องมีความสามารถสูง​ อีกอย่างคือเธอเคยเห็นชุดที่โรสออกแบบและมันก็สวยมากๆ

  แล้วถ้ายิ่งคนที่ออกแบบชุดให้เธอใส่เป็นคนที่ร้านsnowdewให้การยอมรับ แถมยังเป็นท่านพี่ที่เธอเคารพรักอีกจะไม่ดีได้ยังไงล่ะ?

 " ฉันเหมือนคนชอบโกหกรึไง?" เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าตกใจ โรสจึงอดจะพูดเย้าแหย่ไปไม่ได้

 " โธ่ ท่านพี่ล่ะก็ ลิลลี่แค่ดีใจมากเกินไปนิดเดียวเองนะ" ลิลลี่พูดเสียงอ่อน

 " แล้วสรุปจะให้ฉันทำชุดให้มั้ย?" เธอถามยํ้า

 " แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ท่านพี่นี่ทั้งเก่งทั้งสวยทั้งมีความสามารถ ลิลลี่ดีใจจริงๆเลยที่มีท่านพี่แบบนี้" ลิลลี่พูดอย่างเอาใจแต่สิ่งที่เธอพูดมาก็ไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด

 " เอาล่ะ ในเมื่อเสร็จธุระแล้ว ก็กลับกันเถอะ" โรสพูดตัดบท

 " เดี๋ยวสิค่ะ พวกเราไปเดินห้างกันสักหน่อยดีกว่า จริงมั้ย?" ลิลลี่พูดขึ้นก่อนจะหันไปหาแนวร่วมอย่างมาร์ติน

 " ก็ดีนะครับ พวกเราไม่ได้มาห้างนานแล้วด้วย จะได้ซื้อของฝากไปให้คนที่หอพักด้วย" คนที่เงียบมานานเสนอความคิด

 " ไปนะค่ะ" เมื่อได้แนวร่วม ลิลลี่ก็หันไปพูดกับโรสอีกครั้ง

 " เห้อ ก็ได้" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทางร่าเริง เธอจึงไม่อยากจะขัด ถือซะว่าพักผ่อนจากการเรียนล่ะกัน

 " ถ้างั้นไปที่ไหนก่อนดีครับ?" มาร์ติน​ถามขึ้น

 " อืม...ไปที่ไหนก่อนดีล่ะ?" ลิลลี่ทำท่าครุ่นคิด

 " เดินไปเรื่อยๆก่อนล่ะกัน" โรสเสนอและอีกสองคนก็เห็นด้วย ทั้งสามคนจึงมากันออกจากร้านและเดินดูในห้างไปเรื่อยๆ เมื่อเจอร้านที่น่าสนใจก็แวะเข้าไปดูและซื้อของฝากให้กับคนอื่นๆด้วย ถึงระหว่างทางจะตกเป็นป้าสายตาของคนอื่นๆในห้าง ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกของการเที่ยวครั้งนี้ลดลงไปเลย และเมื่อมาดูอีกที ของฝากก็เต็มมือของทั้งสามคนแล้ว พวกเขาจึงหยุดการเที่ยวห้างไว้เพียงเท่านี้ ก่อนจะกลับไปที่รถม้าเพื่อเดินทางกลับอควาเรส



19.15น.
หอพักA

 " กลับมาแล้วครับ" มาร์ติน​พูดขึ้นเมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่น ปรากฏ​ว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าและก็มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน

 " เป็นอะไรไป? ทำไมหน้าบูดกันขนาดนี้?" โรสถามและเธอคิดว่าตัวเองน่าจะพอรู้คำตอบ...คงงอนที่ไม่ได้ไปด้วยล่ะสิ

 " หึ!" พวกเขาแค่นเสียงอย่องงอนๆ ถึงพวกเขาจะมีงานแต่ก็อยากไปด้วยนี่นา

 " เห้อ ไม่มีคนพูดด้วยแบบนี้ก็คงไม่มีคนทานเค้กที่ซื้อมาแล้วสิ ไปทานเค้กกันสามคนดีกว่านะ มาร์ติน​ ลิลลี่" เธอแกล้งพูดออกมาอย่างเสียดายพลางหยิบของกินในมือที่ซื้อมาฝากคนอื่นๆขึ้นชูสูงๆ ก่อนจะหันไปพูดกับอีกสองคนในตอนท้าย แล้วทำท่าจะเดินไปในครัวจริงๆ

 " เดี๋ยว! ซื้อมาเยอะขนาดนี้เดี๋ยวก็กินไม่หมดกันพอดี"

 " นั่นสิ กินไม่หมดก็เสียดายของ"

 " เดี๋ยวพวกเราช่วยกินเอง"

 " พวกเราเอาไปจัดใส่จานเอง พวกเธอไปอาบนํ้าเถอะ"

  หลังจากที่เะอทำท่าจะเดินไป เจ้าพวกคนที่กำลังทำเหมือนงอนเธออยู่ก็รีบเข้ามารับของในมือเธอแล้วเดินหายเข้าไปในครัวทันที เหลือเพียงแค่พี่อลันกับวิลล์​เท่านั้น

เจ้าพวกเห็นแก่กินเอ๊ย!!

  หลังจากนั้นเธอกับมาร์ตินและลิลลี่ก็ขึ้นมาอาบนํ้าเปลี่ยนชุดอีกครั้ง ก่อนจะลงไปทานข้าวพร้อมกันที่ห้องนั่งเล่นแต่ก่อนที่โรสจะได้ลงไปก็พบคนบางคนเสียก่อน...

 " งานเป็นไงบ้าง?" เธอถามราฟ ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งกลับมาเพราะชุดที่เขาใส่อยู่ตอนนี้ยังคงเป็นชุดนักเรียนอยู่

 " ก็เหมือนเดิม น่าเบื่อ" เขาไม่แปลกใจที่เธอจะรู้ว่าที่เขาหายไปเพราะมีงานจากแดนปีศาจ เพราะมีไม่กี่เหตุผลเท่านั้นที่จะทำให้เขาห่างจากคนตรงหน้า และเรื่องงานก็เป็นเหตุผลที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด

 " นายไปอาบนํ้าแล้วค่อยลงไปทานข้าวข้างล่างล่ะกัน ฉันซื้อของกินมาจากห้าง" เธอบอกเขาก่อนจะเดินลงไปข้างล่าง

 " ไม่เลวนี่" เมื่อลงมาข้างล่างเธอก็พบว่าอาหารถูกจัดใส่จานเรียบร้อยแล้ว และฝีมือการจัดจานของเจ้าพวก​นี้ก็นับว่าดีอยู่

 " เมื่อกี๊คุณ​ราฟพึ่งกลับมาน่ะครับ" มาร์ติน​หันมาบอกเธอ

 " เจอแล้ว เดินสวนกันพอดีน่ะ" เธอตอบ

 " รอราฟมาก่อนแล้วค่อยทานล่ะกัน" เกรเทลพูดขึ้นและทุกคนก็เห็นด้วย


15นาทีผ่านไป

 " ทำไมไม่ทานล่ะ?" เขาถามขึ้นมาอย่างแปลกใจหลังจากเดินลงมาจากห้องพัก

 " พวกเรารอนายอยู่น่ะ" อลันตอบแทน

 " อืม วันหลังพวกนายไม่ต้องรอก็ได้" เขาพูด

 " เอาเถอะ ทานกันได้แล้ว" โรสพูดตัดบทก่อนที่ทั้งกลุ่มจะเริ่มทานอาหารร่วมกัน ทำให้คนบางคนหวนนึกไปถึงเพื่อนของตนอีก4คน

  ลีออนบอกว่าอีกไม่นานเธอจะได้เจอกับเพื่อน แต่พอมาคิดๆดูอีกที เธอก็มีเรื่องอยากจะถามหมอนั่นอีกเรื่อง นั่นคือเรื่องตำแหน่งจักรพรรดิ​ของเธอกับราฟ เราสองคนลองเรียกหมอนั่นดูแล้วแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา ทั้งๆที่ปกติก็ชอบแวะมาทั้งๆที่ไม่มีใครเรียกแท้ๆ

 " อลัน วันนี้มีเรื่องอะไรรึเปล่า? ฉันเห็นนายทำหน้าเหมือนคิดอะไรมาตั้งแต่เมื่อกี๊ แล้วไหนจะเรื่องที่นายต้องเข้าวังกะทันหันพร้อมๆกับช่วงที่ราฟหายไปอีก" เกรเทลพูดขึ้นหลังจากที่พวกเขาทานข้าวเสร็จ

 " เห้อ ฉันดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?" อลันถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ

 "..."

 "​ คุยตรงนี้ไม่ได้" อลันพูดต่อ เรื่องที่เขากำลังจะพูดยังไม่อาจให้ใครรู้ได้ แถมตอนนี้พวกเขาก็อยู่ที่ห้องนั่งเล่นที่มีคนมากสะด้วย

 " ไปที่ห้องฉันก็ได้" เกรเทลเสนอก่อนที่ทั้งกลุ่มจะเดินขึ้นไปที่ชั้น3ของหอพักตามเจ้าของห้องไป


 " บอกได้รึยัง?" ฝาแฝดถามขึ้นเมื่อทุกคนอยู่ในห้องของเกรเทลเรียบร้อยแล้ว ห้องที่เคยใหญ่โตเมื่อมีคนจำนวนมากมาอยู่รวมกันก็ดูจะเล็กลงไปถนัดตา

 " มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นน่ะสิ ราฟ นายเองที่หายไปก็เพราะทางแดนปีศาจติดต่อมาใช่มั้ย?" เขาพูดต่อด้วยนํ้าเสียงเคร่งเครียดพลางหันไปถามคนที่นั่งข้างน้องสาวไม่แท้ของเขาอยู่

 " อืม ก็น่าจะเรื่องเดียวกับนายนั่นแหละ" ราฟตอบด้วยนํ้าเสียงเบื่อหน่าย​

 " ช่วยอธิบายให้มันชัดเจนกว่านี้หน่อย" ฮานส์​พูดขึ้น

 " พวกนายรู้ใช่มั้ยว่าศิลาเวทมนต์​คืออะไร?" อลันไม่ตอบแต่ถามต่อ

 " รู้จัก"

  ศิลาเวทมนต์ ​คือหินพิเศษที่ทุกอาณาจักรและทุกเผ่าจะต้องมีอยู่ที่ละหนึ่งก้อน มันเป็นหินขนาดเล็กสีรุ้ง แต่หินขนาดล็กนั้นเป็นแค่ศิลาย่อย ศิลาหลักที่เป็นแท่นหินจะอยู่ที่อาณาจักรแห่งเวทมนต์​ และศิลาย่อยกับศิลาหลักนั้นจะเชื่อมต่อกัน โดยศิลาหลักนั้นจะแสดงถึงเวทมนต์​ของอาณาจักรแห่งเวทย์มนตร์​ ยิ่งทั้งเมืองมีพลังมาก แท่นศิลาก็จะมีพลังมากขึ้นไปด้วยโดยจะแสดงผ่านแสงที่ส่องออกมาจากแท่นหิน แสงมากพลังก็มาก

  แต่ประเด็นมันอยู่ที่ ถ้าแท่นหินหลักส่องแสงมากหรือน้อย ศิลาย่อยก็จะมีแสงส่องออกมามากน้อยตามไปด้วย และนั่นทำให้อาณาจักร​ต่างๆรู้ถึงพลังเวทมนตร์​ของอาณาจักรที่ไม่มีใครย่างกรายเข้าไปได้ และเมื่อชาวเมืองได้หลับใหลไปเมื่อหลายปีก่อน พลังของอาณาจักรก็ได้หมดไปด้วย ทำให้แท่นศิลาหลักไม่ส่องแสงอีกต่อไป ศิลาย่อยจึงพลอยหมดแสงตามไปด้วย

 " แต่เมื่อวานตอนเย็นน่ะสิ ศิลาย่อยของอาณาจักรเฟอร์​เดียจู่ๆส่องแสงออกมา และนั่นแสดงว่าอาณาจักรแห่งเวทมนตร์​ได้กลับมาสู่สภาวะปกติแล้ว" อลันเล่าต่อ

 " อาณาจักร​เวทมนต์?"

 " อาณาจักรที่สาปสูญ​นั่นน่ะนะ?" ทั้งห้องพูดขึ้นมาพร้อมกันยกเว้นคนที่รู้ข่าวอยู่ก่อนแล้ว

 " ใช่ ตอนแรกเสด็จพ่อก็คิดว่ามันคงเป็นเรื่องบังเอิญ​แต่ยังไงก็ปล่อยผ่านไม่ได้ เลยเรียกตัวฉันเข้าวังด่วน ราฟ นายก็เป็นใช่มั้ย?"

 " อืม แต่ของฉันแค่ส่งคนมาบอกข่าวเรื่องนี้กับสั่งงานเรื่องส่วนตัวนิดหน่อย" ราฟพูดอย่างเบื่อหน่าย ยิ่งนึกถึงตอนที่ได้รับข่าวนี้มาจากคนส่งสารก็ยิ่งเบื่อ เหอะ! เจ้าชายหัวแก้วหัวแหวนทำงานไม่สำเร็จก็เลยโยนงานมาให้เขาทำ แถมยังให้ทำเสร็จภายในเย็นนี้อีก ถ้าไม่เพราะเห็นแก่ประชาชนชาวเมืองแดนปีศาจ เขาไม่มีทางเสียเวลาอันมีค่าไปทำงานอันน่าเบื่อแบบนั้นหรอกนะ คิดแล้วก็ให้สงสัยว่าราฟคนก่อนทนเรื่องแบบนี้ไปได้ยังไง

 " แล้วไงต่อคะ?" โรสถามต่อด้วยนํ้าเสียงเบื่อหน่าย

 " เสด็จพ่อของฉันบอกว่าถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ไม่แน่ว่าอีกไม่นานทางฝั่งอาณาจักรเวทมนต์​จะส่งราชทูตมาที่นี่" อลันพูดต่อ

  อันที่จริง มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซํ้าในความคิดของทุกคนในห้อง อย่าลืมว่าเหตุผลที่ชาวเมืองของอาณาจักร​เวทมนต์​ต้องหลับใหลไป ก็เป็นเพราะถูกตามล่าจากทั้ง3เผ่า แล้วจะให้ส่งราชทูตมาเจรจาด้วยก็แทบจะเป็นไปไม่ได้

  แต่ทว่า...ในขณะที่​ทั้ง3เผ่าต่างตามล่าชาวเมืองของอาณาจักรที่เร้นลับ กลับมีเพียงไม่กี่อาณาจักรเท่านั้นที่ไม่ได้ทำ ตั้งแต่นานมาแล้ว องค์​ราชาของอาณาจักรเหล่านั้นได้ออกกฎหมาย​ห้ามทำร้าย ฆ่า หรืออะไรก็แล้วแต่กับชาวเมืองเวทมนต์​ที่ออกมานอกอาณาจักรของตน ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นที่รู้กันดีในอาณาจักรเวทมนต์​ และหนึ่งในเมืองเหล่านั้นก็มีอาณาจักรเฟอร์​เดียรวมอยู่ด้วย

  ดังนั้นในความคิดของโรสกับราฟ จึงออกไปในทำนองที่ว่า ก็ไม่แปลกที่ทางอาณาจักรเวทมนต์​จะส่งราชฑูตมาที่อาณาจักรเฟอร์​เดีย

 " แล้วมันก็จริง เพราะเมื่อเช้านี้มีจดหมายปริศนาส่งมาที่ราชวัง มันมีตราของอาณาจักรเวทมนต์​ประทับอยู่ด้วย" คราวนี้เป็นวิลล์​ที่เล่า

 "..." พวกเขาเงียบเพื่อให้เล่าต่อ

 " ในนั้นเขียนไว้ว่าจะส่งราชทูต​มาร่วมงานวันเกิดขององค์​ราชาในอีกหนึ่งเดือน เรื่องนี้คนที่รู้ยังมีแค่ฉัน เสด็จพ่อ ดยุคทั้ง5 กับขุนนางอีกไม่กี่คน แล้วก็พวกนายนี่แหละ" อลันพูดเป็นนัย​ให้คนที่เหลือเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก่อน แต่ที่เขายอมบอกเรื่องนี้กับทุกคนก็เพราะยังไงทุกคนตรงนี้ก็ต้องรู้เรื่องอยู่แล้ว

  อย่างโรส ซีน่อน ซีเวล กับลิลลี่ ก็ป็นลูกของดยุคที่รู้เรื่องนี้แล้วทั้งนั้น ฮานส์​ก็เป็นลูกของราชทูตของเผ่าสวรรค์​ เกรเทลกับราฟ ก็ป็นเจ้าชายคนสำคัญ​ของอาณาจักร ส่วนมาร์ตินที่ถึงจะเป็นสามัญ​ชนแต่พ่อของเขาก็ป็นเศรษฐ​ีที่ทำการค้ากับราชวังแถมยังเป็นเพื่อนคนหนึ่งอีก

  แต่ถ้าสิ่งที่อยู่ในจดหมายปริศนาเป็นจริง ทุกคนก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดีเพราะคนที่จะมาร่วมงานวันเกิดของเสด็จพ่อของเขาก็มีมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนต้องเห็นว่ามีราชทูตจากอาณาจักรเวทมนต์​มาร่วมงานอด้วยอยู่แล้ว และดูเหมือนข่าวในจดหมายปริศนาก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นจริง เพราะจดหมายนั่นมีตราประทับของอาณาจักรเวทมนต์​อยู่ ซึ่งตราประทับนั่นก็ไม่ใช่ว่าจะทำเลียนแบบได้ซะด้วยสิ

  มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรให้เครียด แต่เบื้องลึกของมันต่างหากล่ะที่น่ากลัว ถ้าเอาเข้าจริงๆ ชาวเมืองอาณาจักรเวทมนต์​1คนสามารถเอาชนะคนของทั้ง3เผ่าได้ แต่ก็เอาชนะได้ถ้าอีกฝ่ายมีจำนวนน้อยเท่านั้น และการที่ชาวเมืองเหล่านั้นออกมาอยู่ที่โลกภายนอก ส่วนมากก็จะอยู่ตัวคนเดียวจึงไม่แปลกที่3เผ่าจะจับชาวเมืองเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย

  และการที่ราชทูตจะมาที่นี่ แน่นอนว่าต้องมากันหลายคนแน่นอน สิ่งที่น่ากังวลก็คือว่าการมาของราชทูตเหล่านั้น มีจุดประสงค์​เพื่ออะไร? จะมาเพื่อแก้แค้นที่ชาวเมืองโดนจับไปเมื่อหลายปีก่อนโดยเริ่มแก้แค้นจากอาณาจักรเฟอร์​เดียรึเปล่า?

 " นายกังวลว่าทูตที่จะมามีจุดประสงค์​ร้ายในการมาครั้งนี้ใช่มั้ย?" ราฟมองความกังวลของอลันออก

 " ใช่ คนของอาณาจักรเวทมนต์​ไม่เหมือนกับอาณาจักรหรือเผ่าอื่นๆ เพราะเราแทบจะไม่มีข้อมูลของพวกเขาเลย การจะเดาความคิดของพวกนั้นจึงไม่ง่าย"

 " ถ้างั้นพี่อลันก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลหรอกค่ะ" โรสพูดออกไป ถ้าลองคิดๆดูแล้ว ก็มีแค่เธอกับราฟที่รู้จักนิสัยของชาวเมืองอาณาจักรเวทมนต์​ พวกเขารู้ดีว่าชาวเมืองนั้นรักสงบแค่ไหนและไม่มีทางที่จะทำร้ายคนอื่นแน่นอน ดังนั้นจึงไม่มีอะไรให้ต้องห่วง

 " ก็อย่างที่โรสว่านั่นแหละ ฉันจะกลับห้องแล้ว เธอล่ะ?" ราฟลุกขึ้นก่อนจะหันมาถามคนด้านข้าง

 " ฉันไปก่อนล่ะ ราตรีสวัสดิ์" เธอไม่ตอบแต่หันไปบอกคนอื่นๆก่อนจะตามเขาไป

ตึง

 " สองคนนั้นแปลกๆแหะ" วิลล์​พูดกับคน​อื่นๆเมื่อเสียงปิดประตูดังขึ้น ซึ่งทุกคนรู้ดีว่า แปลก ของวิลล์​นั้นหมายถึงเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องที่ทั้งสองพูดไว้ก่อนจะไป

 " ก็คงจะเป็นความสัมพันธ์​แบบพี่น้องธรรมดาละมั้ง?" ลิลลี่ตอบ

 " เห้อ พวกเราก็แยกกันบ้างเถอะ" เจ้าของห้องอย่างเกรเทลเสนอ

 " อลัน นายก็อย่าไปเครียดมากเลย" เกรเทลที่ออกมาส่งทุกคนที่หน้าห้องพูดกับอลันที่ด้านข้างมีวิลล์​ยืนอยู่ข้างๆ ยังดีที่ตอนนี้ไม่มีใครเดินผ่านทางเดิน พวกเขาจึงพูดเรื่องนี​ได้

 " อืม" ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังมีความกังวลอยู่ดี

 " เห้อ ถึงจะแปลกไปหน่อย แต่ฉันเชื่อว่าที่โรสกับราฟพูดอาจจะเป็นความจริง" คราวนี้เขาลองยกสิ่งที่โรสกับราฟพูดขึ้นมาบ้าง

 " เห้อ นั่นสิ กังวลตอนนี้ก็ยังเร็วไป ราตรีสวัสดิ์" อลันยอมคลายความกังวลลง ดูเหมือนว่ากุหลาบน้อยจะมีอิทธิพล​ต่อเขามากขึ้นนะ

อีกด้านหนึ่ง

 " นายคิดยังไง?" โรสถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งราฟก็รู้ดีว่าเรื่องที่เธอพูดคือเรื่องอะไร

 " พวกเราคงจะต้องกลับไปที่อาณาจักรเวทมนต์​อีกครั้ง" เรื่องการมาครั้งนี้แน่นอนว่าไม่ได้มีจุดประสงค์​ไม่ดี แต่พวกเขาก็ยังไม่รู้จุดประสงค์​จริงๆเสียหน่อย

 " แต่ก่อนไปคงต้องไปถามเรื่องทั้งหมดกับลีออนก่อน" จะให้ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลยก็คงไม่ได้ หนังสือในมิติก็ไม่มีข้อมูลอะไรเลยด้วย พวกเขาถึงต้องรอเค้นความจริงจากปากของลีออน

 " ถึงแล้ว ราตรีสวัสดิ์" พอดีกับที่พวกเขาเดินมาถึงห้องพอดี โรสจึงหันมาพูดกับอีกคนก่อนจะเดินเข้าห้องไป แต่แล้ว

 " เดี๋ยวสิ" เขาจับแขนข้างหนึ่งของเธอไว้ก่อนจะออกแรงดึงให้เธอตกเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด

 " อะไร?" เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ถ้าเป็นคนอื่นที่ทำแบบนี้กับเธอ ไม่ต้องรอให้จับแขนเธอได้ก็ตายไปแล้ว แต่นี้คือเขา เธอถึงยอมให้ขนาดนี้

 " ฝันดี" เขาพูดก่อนจะก้มหน้าลงมาหอมแก้มเธอเร็วๆก่อนจะหนีเข้าห้องของตัวเองไปด้วยรอยยิ้ม

 " อะ ไอ้..." โรสที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าโดนขโมยหอมแก้ม ก็ได้แต่ยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่หน้าห้องของคนฉวยโอกาส ทั้งยังสาปแช่งก่นด่าอยู่ในใจ เพราะชาติที่แล้วเธอไม่เคยเจอผู้ชายที่กล้าทำแบบนี้กับตัวเองมาก่อน การตอบสนองจึงค่อนข้างจะช้า แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอคิดได้

หมอนี่...ยิ่งรู้จักยิ่งน่าหมั่นไส้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.232K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,314 ความคิดเห็น

  1. #1286 J-U-N (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 15:22
    ไม่อันตรายหรอกจ้าาเพราะเขาทั้งสองคือจักรพรรดิกับจักรพรรดินี
    #1,286
    0
  2. #948 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 21:10
    ลีออนหายไปไหน
    #948
    0
  3. #811 jamema (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 12:46

    ตตอนแรกก็ว่าจะปล่อยผ่าน


    แต่อยากให้ไรท์แก้คำ คะ ค่ะ นะคะ


    ให้ถูกต้องดีกว่า

    ผิดเยอะมากกกแทบทุกประโยคที่มีเลย


    พยายามปล่อยผ่านๆมาทุกตอนแต่คืออ่านแล้วมันอึดอัดจริงๆค่ะ


    ติเพื่อก่อนะไรท์

    สู้ๆก่อนพิมพ์ก็ลองอ่านเสียงตามอ่ะจะช่วยได้ค่ะ

    #811
    0
  4. #574 Mirenna (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 10:52
    งือ~ ทำไมน้องเขาถึงได้น่ารักกันขนาดนี้
    #574
    0
  5. #165 first prft (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:37
    รอๆตอนนี้เค้ารอให้โรสรูว่า คนที่คิดถึงที่สุด คือคนที่อยู่ข้างกายไม่หายไปไหน//มือจับแก้มแล้วบิดไปมา
    #165
    0
  6. #164 65h56 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:41
    มาแล้ววววววอยากกริ๊ดลั่รบ้าน
    #164
    0
  7. #163 Three_E (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:06

    ในที่สุด
    จะความแตกตอนไหนน้อราฟเนี่ย
    #163
    0