ตัวร้ายข้ามมิติ​

ตอนที่ 27 : มิติแห่งเวทย์​มนต์2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,491 ครั้ง
    23 ม.ค. 62

 " ฮึ่ม! เจ้าสองคนนั้นยังไม่กลับมาเลย" วิลล์​ที่นั่งอยู่ตรงห้องนั่งเล่นของหอพักพูดขึ้นอย่างหัวเสีย

 " ในจดหมายคุณ​โรสบอกว่าจะกลับมาภายใน2วันนี่ครับ แล้วตอนนี้ก็พึ่งจะผ่านไปครึ่งวันเองนะครับ" มาร์ติน​พูดขึ้น

 " ทำไมนายดูไม่ร้อนใจเลยสักนิด?"

 " นั่นสิ เพื่อนหายไปทั้งคนเลยนะ" ซีน่อนกับซีเวลท้วง

 " คุณ​โรสก็ไปกับคุณ​ราฟนี่ครับ ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก" มาร์ติน​พูดพลางยิ้มออกมา ถึงคุณราฟจะดูเย็นชา แต่ก็คอยช่วยเหลือเขาเหมือนกับคุณ​โรส เขาจึงคิดว่าถ้าคุณ​โรสหายไปกับคุณ​ราฟก็ไม่มีอะไรให้ลำบากอยู่ดี เพราะคุณ​ราฟก็พึ่งพาได้มาก

 " ก็เพราะหายไปกับราฟไง ถึงได้น่าห่วง" วิลล์​สวนทันที เจ้าหมอนั่นดูเหมือนจะคิดอะไรกับน้องสาว(ไม่แท้)​ของเขาอยู่ เขาถึงได้ห่วงที่โรสหายไปกับหมอนั่นแค่สองต่อสอง

  เมื่อวิลล์​พูดแบบนั้นออกมา มาร์ติน​ก็เข้าใจทันทีว่าเรื่องที่วิลล์​ห่วงโรสนั้น คือการห่วงว่า​ราฟจะทำอะไรโรส ไม่ได้ห่วงเรื่องที่เกี่ยวกับลำบากอย่างที่เขาเข้าใจ เพราะวิลล์​รู้ดีว่าโรสโตแล้วและดูแลตัวเองได้ เขาจึงไม่ได้ห่วงว่าเธอจะลำบาก

 " ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณ​ราฟเขาเป็นสุภาพบุรุษ​มากพอที่จะไม่ทำอะไรแบบนั้น ยิ่งกับคุณ​โรสด้วยแล้ว...ยิ่งไม่มีทางหรอกครับ" มาร์ติน​พูดออกมาอย่างมีเหตุผล

 " ฉันเห็นด้วยกับมาร์ติน ฉันเคยทำงานกับราฟ หมอนั่นไม่มีทางทำอะไรแบบนั้น กลับกัน หมอนั่นจะดูแลโรสอย่างดีเพราะยังไงหมอนั่นก็เป็น พี่ชาย ของโรส" คราวนี้เป็นอลันที่เสนอความเห็น

 " แล้วชื่อเสียงล่ะ?" วิลล์​พูดขึ้นทันที ถึงตอนนี้โรสจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่คนส่วนมากก็ยังมองเธอในแง่ร้ายอยู่ แล้วมาตอนนี้ที่หายไปกับผู้ชายอีก ถึงชายคนนั้นจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ แต่คนภายนอกมันไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น

 " ก่อนที่สองคนนั้นจะทำอะไรก็ต้องคิดไว้อย่างดีแล้ว และการที่พวกนั้นทำแบบนี้ ก็เเสดงว่ามีวิธีรับมือกับเรื่องแบบนี้แน่ เพราะฉะนั้น​ก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วง" เป็นอลันที่ทำให้คนอื่นๆสงบลง...แต่ก็ยังไม่ทั้งหมด

 " แล้วเจ้าพวกนั้นไปที่ไหนกันเนี่ย? จะไปไหนก็ควรจะบอกกันซะบ้างสิ!! ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ? จะลำบากรึเปล่าเนี่ย?" คราวนี้คุณ​พี่(ไม่แท้)​ก็หันมาห่วงเรื่องอื่นของคุณน้องสาวแทน

 " เอาน่า นายก็รู้ว่าโรสกับราฟเอาตัวรอดเก่งขนาดไหน แล้วเจ้าสองคนนั้นก็ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองลำนากแน่ๆ เพราะฉะนั้น​ ใจเย็นๆ แล้วก็ดูฮานส์​เป็นตัวอย่างซะ" เกรเทลที่เงียบมานานพูดขึ้น พร้อมบอกให้คนใจร้อนห่วงน้องสาว ห่วงเพื่อนใจเย็นๆแล้วยกตัวอย่างให้ดู เเละเมื่อมองไปยังตัวอย่างที่เกรเทลพูดขึ้น...

  พวกเขาก็พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเทยาจากขวดหนึ่งลงสู่อีกขวดหนึ่งอย่างใจเย็น และนั่นทำให้คนที่มองใจเย็นตามไปด้วย แต่แล้ว...

เพล้ง!

  ขวดยาในมือของฮานส์​ก็ตกลงสู่พื้นและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ยาในขวดไหลเจิ่งนองบนพื้น ส่วนเจ้าตัวน่ะเหรอ?

 " โรสจะเป็นยังไงบ้าง? จะลำบากรึเปล่า?" เขาพึมพำพร้อมกับยกมือขึ้นมาแล้วกัดเล็บอย่างเคร่งเครียด ไม่สนใจยาสุดที่รักบนพื้นเลยสักนิด

 " เอ่อ..." เกรเทลถึงกับพูดไม่ออกก่อนจะค่อยๆหันหน้าไปมองคนที่ต้องการตัวอย่างเพื่อปฏิบัติ​ตาม

 " ม่ายยยย โรส! เธออยู่ที่ไหน!!" 

 " กลับมาเถอะนะ!!"

  ต่างคนต่างสติหลุดพร้อมปลดปล่อยด้านที่ไม่เคยมีใครได้เห็นออกมา ทำให้เกรเทลกับอลันได้แต่มองหน้ากัน ก่อนจะส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจแล้วก็คิดว่า...

โรส! กลับมาเร็วๆเถอะ!! พวกฉันจะบ้าตายแล้ว!!!



อีกด้านหนึ่ง

 "ฝ่าบาท พระองค์​กลับมาแล้ว" ก่อนที่พวกเขาจะได้ทันคิดอะไรต่อ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาพวกเขาตกใจจนสะดุ้งและหันกลับไปมองด้านหลังทันที และพวกเขาก็พบกับชายคนหนึ่งที่อายุน่าจะราวๆ30ต้นๆในชุดพ่อบ้าน ด้านหลังมีผู้หญิงที่คล้ายเมดกับทหารอีกจำนวนหนึ่ง

 " พวกนายเป็นใคร?" ราฟถามออกไปหลังจากควานหาเาียงตัวเองเจอ พวกเขารู้สึกบ้าใบ้และไม่รู้จะพูดยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ทุกอย่างมันเริ่ม เขาก็ทำได้เพียงแค่มองมันอย่างสงบและพยายามไม่ตื่นตระหนก และดูเหมือนคนด้านข้างก็เป็นแบบเขา

 " พวกกระหม่อมคือผู้รับใช้ของพระองค์​ไงพ่ะย่ะค่ะ พระองค์​จำไม่ได้หรือ?" อีกฝ่ายตอบด้วยนํ้าเสียงแปลกใจ

 " จำไม่ได้? พวกเราไม่เคยมาที่นี่ จะจำอะไรเกี่ยวกับที่นี่ได้ยังไง" โรสพูดออกไปและราฟก็พยักหน้าเห็นด้วย

 " อา...การเกิดใหม่อาจทำให้พระองค์​ทั้งสองสูญเสียความทรงจำ" ชายคนนั้นพูดขึ้นแต่คล้ายจะพูดกับตัวเองมากกว่า

 " แล้วพระองค์​ทั้งสองรู้สึกคุ้นเคย หรือจำอะไรเกี่ยวกับที่นี่ได้มั้ยพ่ะย่ะค่ะ?" คราวนี้เขาถามออกมา

 " คุ้นเคยนิดหน่อย"

 " แต่จำอะไรไม่ได้" คนถูกถามทั้งสองตอบออกมาตามความรู้สึก

 " ถ้างั้นเชิญ​พระองค์​เสด็จมาทางนี้ก่อนพ่ะย่ะค่ะ" เขาพูดพร้อมหลีกทางและผายมือไปทางประตู

  คนถูกเชิญ​มองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะเดินตามคนกลุ้มนั้นไป ยังไงซะ สำหรับพวกเขาก็คงจะไม่มีอะไรให้กลัวอยู่​แล้ว เคยตายแล้วกลับมาเกิดใหม่แล้ว ยังมีอะไรให้ต้องกลัวอีกรึไง? ถึงต้องตายอีกครั้งก็ไม่เป็นไรอยู่ดี

  พวกเขาเดินตามกลุ่มคนเหล่านั้นไปจนถึงห้องห้องหนึ่ง ภายในตกแต่งคล้ายเป็นห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มที่นำทางพวกเขาบอกให้ทั้งสองคนนั่งลงที่โซฟากลางห้อง และหันไปสั่งเมดด้านหลังเล็กน้อย แล้วก็มีคนยกนํ้าชากับของว่างมาให้พวกเขา ก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดขึ้น

 " กระหม่อมชื่อ คาลเวิร์ด​ กราเวียนโน่ แต่เมื่อก่อนพระองค์​ชอบเรียกกระหม่อมว่า คาล และกระหม่อมก็เป็นหัวหน้าพ่อบ้านของปราสาทแห่งนี้" เฮลสันพูดขึ้น

 " เมื่อก่อน? หมายความว่าไง?" ราฟพูดขึ้นด้วยความสงสัย

 " อา...พวกท่านเคยได้ยินตำนานของอาณาจักร​เเห่งเวทย์​หรือไม่?" คาลเวิร์ดไม่ตอบ แต่กลับเป็นฝ่ายถามแทน

 " เคยได้ยินมานิดหน่อย" โรสตอบและราฟก็พยักหน้า ตำนานอาณาจักรแห่งเวทย์มนต์​ เป็นตำนานที่เก่าแก่ที่สุดและมีข้อมูลน้อยที่สุด เท่าที่เธอรู้คือมันเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่​และเต็มไปด้วยเวทย์​มนต์​ และไม่มีใครรู้ทางไปอาณาจักรเวทย์​มนต์​นอกจากชาวเมืองของอาณาจักร​นั้น

 " ที่นี่คืออาณาจักรแห่งเวทย์​มนต์​ในตำนาน คนส่วนมากก็เชื่อว่ามันมีจริง ผู้ปกครองที่นี่คือองค์​จักรพรรดิ​ และจักรพรรดิ​นี ทั้งสองพระองค์​ช่วยกันปกครองอาณาจักรแห่งนี้ ทั้งสองพระองค์​ปกครองอาณาจักรได้ดี​ยิ่ง และทั้งสองยังเป็นผู้สร้างอาณาจักรเวทย์​มนต์​แห่งนี้ด้วย

  ผ่านไปเนิ่นนานหลายหมื่นปีหรืออาจจะเข้าแสนปี ทั้งสองพระองค์​เกิดความเบื่อหน่าย จึงลงไปเกิดในโลกอื่นและเมื่อพระองค์​จากไป เหล่ามนุษย์​ เทพ ปีศาจ ก็เหิมเกริมและเริ่มที่จะรุกรานชาวอาณาจักรเวทย์​มนต์​ พวกเราจึงรวมตัวกันและกลับสู่บ้านเกิดคืออาณาจักรเวทย์​มนต์​ เพราะไม่ต้องการจะต่อสู้และไม่อยากจะให้เกิดสงครามขึ้น

  และเมื่อชาวอาณาจักร​เวทย์​มนต์​กลับมา พวกเราต่างเสียใจที่เหล่ามนุษย์​ เทพ และปีศาจ ต้องการจะรุกรานพวกเรา บวกกับการที่องค์จักรพรรดิ​ทั้งสองหายไป พวกเราจึงทำดวงจิตให้หลับใหล​ไปหลายหมื่นปี จนกระทั่งท่านทั้งสองปลุกพวกเราขึ้นมา หรือก็คือตอนนี้" คาลเวิร์ดเล่าเรื่องคร่าวๆ

 " คาล ที่นายบอกว่าชาวเมืองกลับคืนสู่อาณาจักรก่อนจะหลับใหลเนี่ย หมายความว่าไง?" เธอสงสัยตั้งแต่ที่มนุษย์​ ปีศาจ เเละเทพเริ่มรุกรานอาณาจักรเวทย์​มนต์​ แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง? ในเมื่อไม่มีคนนอกรู้จักทางเข้าอาณาจักรนอกจากชาวเมืองของอาณาจักรนี้

 " เดิมที มนุษย์​ ปีศาจ เทพ ทั้ง3เผ่านี้ องค์​จักรพรรดิ​เป็นผู้สร้างขึ้นมา ไม่สิ พระองค์ทั้ง​สองสร้างทุกอย่าง ตั้งแต่โลกไปจนถึงสิ่งมีชีวิต และอาณาจักร​เวทย์​มนต์​กับอีก3เผ่าก็ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกัน แต่ถึงอย่างนั้น องค์​จักรพรรดิ​ก็เลือกจะอยู่ที่อาณาจักรเวทย์​มนต์​ ส่วนอีก3เผ่าก็ให้ปกครองกันเอง

  และที่ไม่มีใครหาอาณาจักรเวทย์​มนต์​เจอก็เพราะที่แห่งนี้เป็นมิติ ไม่ได้อยู่ในโลกภายนอกแบบอีก3เผ่า และการจะเข้ามาในมิตินี้ได้ก็ต้องใช้พลังที่มีเฉพาะชาวเมืองอาณาจักรเวทย์​มนต์​เท่านั้น ซึ่งหมายถึงคนนอกไม่สามารถ​ที่จะเข้ามาได้ แต่พวกเรานั้นสามารถ​ออกไปนอกมิติได้ตลอดเวลา

  ดังนั้นพวกเราบางส่วนจะเข้าไปปะปนอาศัยอยู่กับคนในโลกภายนอก และการทำแบบนี้ก็มีมาตั้งแต่สมัยที่องค์​จักรพรรดิ​ยังอยู่จนถึงตอนที่พระองค์​ไม่อยู่ และไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎ จึงมีชาวเมืองส่วนมากที่ทำแบบนั้น

  แต่เพราะพลังของชาวเวทย์​มนต์​นั้นแตกต่างจากอีก3เผ่าและหายาก อีก3เผ่าจึงตามล่าตัวพวกเรา จริงๆแล้วในสมัยที่องค์​จักรพรรดิ​ยังอยู่ก็ยังไม่มีการตามล่าพวกเรา แต่เมื่อองค์​จักรพรรดิ​ไม่อยู่ อีก3เผ่าก็เหิมเกริมจนตามล่าพวกเรา

  และชาวเมืองอาณาจักรเวทย์​มนต์​กรักสงบและไม่ชอบสงคราม ก็ไม่ได้ต่อกรแต่เลือกที่จะกลับคืนสู่อาณาจักรนี้แทน"

 " ถ้าจำไม่ผิด นายคิดว่าพวกเราคือองค์​จักรพรรดิ​สินะ?" โรสถามออกไปแล้วคาลเวิร์ด​ก็พยักหน้า

 " ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น?" คราวนี้เป็นราฟที่ถามขึ้น

 " พวกท่านทั้งสองหยดเลือดลงไปในอ่างนํ้าใช่มั้ย?" คาลเวิร์ด​ไม่ตอบแต่เป็นฝ่ายถามแทน และพวกเขาก็พยักหน้าพร้อมกัน

 " ถ้างั้นก็ถูกแล้ว การจะปลุกพวกเราให้ตื่นจากการหลับใหลได้ ก็มีแต่ต้องใช้เลือดขององค์จักรพรรดิ​ทั้งสองพระองค์เท่านั้น และเลือดของท่านทั้งสองก็ปลุกพวกเราขึ้นมาได้" คาลเวิร์ด​อธิบาย ส่วนคนฟังก็ได้แต่มองหน้ากันเล็กน้อย

  เมื่อก่อนพวกเขาสองคนไม่เคยเชื่อเรื่องการเกิดใหม่หรือเรื่องของพระเจ้า แต่ก็ได้เจอกับพระเจ้าแถมได้พรพร้อมกับมาเกิดในโลกใหม่ มาตอนนี้ได้กลายเป็นองค์​จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่​ของอาณาจักรที่เกรียงไกร

พวกเขาควรเชื่อมั้ย?

 " ไม่เป็นไรหรอกพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ตอนนี้ความทรงจำของทั้งสองพระองค์ยังไม่กลับมา ไว้พระองค์​ค่อยคิดทีหลังก็ได้ ไหนๆก็กลับมาแล้ว อยู่พักที่นี่สักหน่อยสิพ่ะย่ะค่ะ" คาลเวิร์ดพูดขึ้นพร้อมยิ้มออกมา ได้เจอนายเหนือหัวอีกครั้ง ทำไมเขาจะไม่ดีใจล่ะ?

 ราฟหันไปมองคนด้านข้างพร้อมส่งสายตาถามว่าจะเอายังไงต่อ "ก็ดีนะ" เธอตอบเขา ไหนๆก็ทิ้งจดหมายไว้แล้วว่าจะไม่อยู่สัก2วัน ตอนแรกเธอคิดว่าทางมาที่นี่มันจะลำบาก แต่ที่ไหนได้ ตอนแีกก็เข้ามาในเทือกเขามังกรโดยผ่านบาเรียมาได้ ต่อมาก็แค่อ่านอักษรโบราณ​จนมิติเปิดออก พอเข้ามาก็หยดเลือดลงไปในอ่างไม่กี่หยด ก็ดันกลายเป็นจักรพรรดิของอาณาจักร อืม...ง่ายจริงๆ

 " ทำไมการเข้ามาที่นี่ถึงง่ายนักล่ะ?" ดูเหมือนจะมีใครบางคนคิดเหมือนกับเธอนะ

 " ต่อให้คนที่จะเข้ามาในมิติได้ต้องเป็นชาวเมืองของอาณาจักร องค์​จักรพรรดิ​ก็ยังคงสร้างเกราะป้องกันเอาไว้อีกชั้น นั่นคือบาเรียที่คอยล้อมรอบเทือกเขามังกรของโลกภายนอก ที่เป็นทางเข้ามิติเพียงทางเดียว บาเรียนั้นสำหรับอีก3เผ่าจะเข้ามาได้เฉพาะคนที่มีพลังมากๆเท่านั้น แต่ถ้าเป็นชาวเมืองของอาณาจักรเวทย์มนตร์​จะเข้าออกได้อย่างง่ายดาย

  แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีคนของ3เผ่าที่เข้ามาในบาเรียได้ และจุดต่อมาคือแท่นหินที่อยู่บนจุดสูงสุดของเทือกเขามังกร ซึ่งถ้าผ่านเเท่นหินเข้ามาได้ ก็จะเข้าสู่อาณาจักรแห่งนี้ องค์​จักรพรรดิ​จึงได้ให้มังกรเป็นผู้ปกป้องแท่นหินเอาไว้ และมังกรก็เป็นหนึ่งในชาวเมืองของอาณาจักรเวทย์​มนต์​ด้วย" และเมื่อคาลเสิร์ดพูดอย่างนี้พ​วกเขาก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้

 " ถ้างั้นหนึ่งในชาวเมืองที่กลับคืนสู่อาณาจักร ก็มีมังกรทุกตัวเลยด้วยน่ะสิ" โรสถามแล้วคาลเวิร์ด​ก็พยักหน้ายืนยัน

 " มิหน้า ทำไมมังกรถึงหายไป" ราฟพูดต่อ

 " แล้วนายรู้มั้ย ว่าทำไมหลังจากที่พวกนายหลับไป บาเรียถึงได้อ่อนแอลง" ราฟถามต่อ

 " อาจเป็นเพราะต้นกำเนิดพลังบาเรียอ่อนกำลังลง พลังของบาเรียนั้นจะขึ้นอยู่กับชาวเมืองและองค์​จักรพรรดิ​  หลังจากที่องค์​จักรพรรดิ​ไม่อยู่ ต้นกำเนิดพลังของมันก็มาตกอยู่ที่พวกเราที่เป็นชาวเมือง และหลังจากที่พวกเราหลับไป พวกเราก็คิดว่าบาเรียคงจะหายไป แต่ฟังจากที่พวกท่านบอกมา พลังบาเรียมัยก็คงจะแค่อ่อนกำลังลงใช่มั้ยพ่ะย่ะค่ะ?"

 " ใช่/อืม" พวกเขาตอบออกไป

 " ถ้างั้นก็แสดงว่าพลังมันหายไปแค่ส่วนรอง แต่ส่วนหลักหรือก็คือส่วนโครงสร้างยังคงอยู่ เดิมทีบาเรียก็ถูกสร้างขึ้นโดยองค์​จักรพรรดิ​ แสดงว่าพลังที่ใช้สร้างบาเรียตอนพวกเราหลับไป ก็คือพลังจากองค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองที่ยังคงหลงเหลืออยู่

  ดังนั้นสำหรับพวกท่านและชาวเมืองของอาณาจักนี้แล้ว การจะเข้ามาในมิติแห่งนี้จะถือเป็นเรื่อง่ายดาย แต่สำหรับคนภายนอกอย่างอีก3เผ่า การจะเข้ามานั้นก็ยากลำบากมาก

  อา...องค์​จักรพรรดิทั้งสองยังคงเป็นห่วงพวกเราเสมอ ถึงตัวจะไม่อยู่แต่ก็ยังคงทำเพื่อพวกเรา พระองค์​ทรงดีมากจริงๆ" ประโยคสุดท้ายคาลเวิร์ด​พูดด้วยความภาคภูมิใจ​และซาบซึ้ง แถมยังหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหางตาคล้ายร้องไห้ ทั้งๆที่มันไม่ได้มีนํ้าตาเลยสักหยด ทำเอาคนฟังได้แต่มองหน้ากันพร้อมส่ายหัวอย่างเอือมระอา

 " อะแฮ่ม! กระหม่อมจะให้คนไปจัดห้องและจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย พวกเราหลับใหลไปนาน มีเรื่องต้องให้จัดการอีกมาก เชิญทั้งสองพระองค์​เดินดูรอบๆปราสาทหรือจะทรงไปเดินในเมืองก็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะให้คนนำทาง" คาลเวิร์ด​หยุด(แกล้ง)​ร้องไห้แล้วหันมาพูดกับพวกเขา

 " ขอบคุณ​" โรสตอบออกไป

 " เป็นสิ่งที่กระหม่อมสมควรทำพ่ะย่ะค่ะ" คาลเวิร์ด​ตอบพร้อมยิ้มออกมา จะว่าไป คาลเวิร์ด​กับเซบาสเตียนก็เหมือนๆกันอยู่ แต่เซบาสเตียนจะเย็นชามากกว่านิดหน่อย

  " กระหม่อมขอตัว" คาลเวิร์ด​พูดขึ้นพร้อมโค้งตัวคำนับแล้วเดินจากไปพร้อมเมดกับทหารบางส่วน ทิ้งอีกส่วนไว้ให้เธอกับราฟ

 " เมื่อก่อนพวกเรามีที่ที่ชอบไปรึเปล่า" เธอหันไปถามเมด

 " เมื่อก่อนฝ่าบาททั้งสองชอบไปเดินเล่นที่สวนเพคะ" เมดคนหนึ่งตอบออกมา

 " ฉันไป นายล่ะ?" เธอหันไปพูดกับคนด้านข้าง

 " ไป" เขาตอบเสียงเรียบ จะให้เขาไปไหนก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่มีคนตรงหน้าก็พอ

 " เชิญทางนี้เพคะ" เมดคนเดิมพูดก่อนจะนำทางพวกเขาไปที่สวน

  อันที่จริง พวกเขาก็ไม่ค่อยจะชินสักเท่าไหร่หรอกนะ ที่จู่ๆก็มีคนมาเรียกว่าองค์​จักรพรรดิ​ แถมยังใช้คำราชาศัพท์อีก สำหรับราฟคงไม่เท่าไหร่ เพราะเขาเข้ามาอยู่ในร่างของเจ้าชายราฟาเอลได้หลายเดือนแล้ว พอมาเจอแบบนี้ก็แค่เปลี่ยนจากคำเรียกว่าเจ้าชายเป็นองค์จักรพรรดิ​ก็เท่านั้น แต่โรสเนี่ยสิ

  ชาติก่อนเธอก็เป็นนักธุรกิจ เป็นนักฆ่า เคยโดนเรียกก็แค่บอส อลิเซีย หรือถ้าเป็นเพื่อนก็เรียกว่าอลิส พอมาชาตินี้ก็เป็นท่านหญิง โดนเรียกว่าท่านหญิงโรซาเรีย โรส คนจะพูดด้วยก็มีหางเสียงว่าค่ะ/ครับ เคยโดนใช้คำราชาศัพท์​ด้วยซะที่ไหน มันก็อดจะเกร็งๆนิดหน่อยไม่ได้ ยังดีที่เธอเป็นคนปรับตัวง่าย พอโดนเรียกไปสักพักก็เริ่มชิน

 " ถึงแล้วเพคะ" ความคิดของเธอหยุดลงเมื่อมาถึงสวนที่อยู่ชั้น1ของปราสาท

 " อา...ยังเหมือนเดิม​เลยแฮะ" เธอเผลอพูดพึมพำออกมา ก็ไม่รู้หรอกว่ายังไง แต่รู้สึกเหมือนจะมีภาพบางอย่างซ้อนทับขึ้นมาในหัว

  ภาพที่ปรากฏ​ในหัวเธอ คือสวนสีเขียวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ดอกไม้หลากสีเต็มสวน มีบ่อนํ้าพุแกะสลักเป็นลายหงส์​2ตัว มีตนไม้ต้นใหญ่อยู่ใจกลางสวน และใต้ต้นไม้นั่นก็มีชิงช้าอยุ่ตัวหนึ่ง เป็นภาพที่สวยงามมากจริงๆ และภาพที่ผุดขึ้นในหัวของเธอก็เหมือนกับภาพที่ปรากฏ​อยู่ตรงหน้า ราวกับมันเป็นที่เดียวกัน

 " มันน่าคุ้นเคยเหมือนเคยมาที่นี่เลยนะ" เธอพูดขึ้นกับคนด้านข้างแต่ไม่ได้หันหน้าไปมองเขา

 " ดูเหมือนเรื่องที่คาลบอกว่าเราเป็นจักรพรรดิ​จะเป็นจริง" เขาตอบอีกฝ่าย มันก็คล้ายกับมีภาพบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวและคุ้นเคยกับที่นี่เหมือนอย่างที่เธอว่า

 " เหมือนจะโทรมลงไปนิดหน่อยแฮะ" เธอค่อยๆเดินเข้าไปภายในสวน ภาพในหัวของเธอกับความเป็นจริงค่อนข้างจะต่างกันเล็กน้อย เพราะสวนในตอนนี้มันทรุดโทรม​ลงไปนิดหน่อย แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ คนดูแลหายไปตั้งหลายหมื่นปีนี่ ทรุดโทรมน้อยแค่นี้ก็ถือว่าน่าอัศจรรย์​แล้วล่ะ

  เมื่อเธอเดินเข้าไปในสวน บางอย่างก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น ทุกก้าวที่เธอเดินจะมีแสงสว่างวาบออกมา และเเสงนั้นก็ค่อยๆกระจายไปทั่ว ซึ่งบริเวณ​ที่แสงนั้นสว่างไปถึงจะค่อยๆกลับมาสมบูรณ์​เหมือนเดิม เเละไม่นานนัก จากสวนที่มีบางส่วนทรุดโทรม ก็กลับกลายมาเป็นสวนที่งดงามเหมือนตอนที่เจ้าของของที่นี่เคยอยู่อีกครั้ง

  และมันก็สร้างความแปลกใจให้กับคนบางคนเล็กน้อย

 ' องค์​จักรพรรดิ​นีกลับมาแล้ว!'​ ฉับพลัน หูของเธอก็ได้ยินเสียงของบางอย่าง

 ' องค์​จักรพรรดิ​ก็กลับมาด้วยนี่!'​ หูของเธอยังคงได้ยินเสียงเหมือนเดิม แต่เมื่อหันกลับไปมองที่กลุ่มเมดซึ่งติดตามเธอมา ก็ไม่เห็นจะมีใครพูดอะไรเลยสักนิด

 " มองอะไร เสียงมาจากตรงนั้นต่างหาก" ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ ก็มีเสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือหัวของเธอ เมื่อหันกลับไปเธอก็พบคนที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเธอ และเมื่อเธอหันหน้าไปมองตามทางที่เขาชี้ให้ดู เธอก็พบกับพุ่มดอกไม้

เขาจะบอกว่าต้นไม้คือคนที่พูดประโยคเมื่อกี๊?

 " พวกเราคุยกับพืชแล้วก็สัตว์​ได้ อย่าลืมสิ" เขาพูดต่อเมื่อเห็นเธอทำหน้าไม่เข้าใจ จะว่าไปแล้ว เธอไม่เคยใช้พรข้อนี้ตั้งแต่ได้มาเกิดในโลกใหม่

 ' องค์​จักรพรรดิ​นี พระองค์​กลับมาแล้ว'​ ดอกกุหลาบส่งเสียงขึ้นเมื่อเธอเดินเข้าไปหาพุ่มไม้ที่ส่งเสียงตอนแรก

 " อืม กลับมาแล้ว" เธอเผลอตอบออกไป

 ' พระองค์​หายไปนานมาก พวกเราคิดถึงพระองค์'​ ดอกลิลลี่ใกล้ๆพูดบ้าง

 ' ฝ่าบาท พระองค์​ดูแปลกๆนะ'​ ดอกทิวลิปอีกฝั่งส่งเสียง

 '​ ใช่ๆ พระองค์​ดูเหมือนเกร็งๆ'​ ต้นไม้ใกล้ๆพูดสนับสนุน

 ' อย่าลืมสิ ว่าฝ่าบาทไปเกิดในโลกใหม่ ข้าได้ยินมาว่าองค์​จักรพรรดิ​ทั้งสองสูญเสียความทรงจำไป ก็ไม่แปลกที่จะเกร็งๆไปบ้าง' นกตัวหนึ่งพูดขึ้น

 '​ ฝ่าบาทพระองค์​เป็นอย่างไรบ้าง นอกจากสูญเสียความทรงจำก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรอีกนะ'

 '​ พระองค์​ต้องรีบกลับมาจำเรื่องต่างๆให้ได้เร็วๆนะ'​

 '​ ใช่ พวกเราอยากคุยกับท่านเหมือนเมื่อก่อนอีก' เมื่อได้ยินนกน้อยพูดแบบนั้น เหล่าสิ่งมีชีวิตสีเขียวก็พูดขึ้น

 " อะ อืม" พอได้ยินแบบนั้นเธอก็ได้แต่ตอบรับไปย่างงงๆ

 '​ พวกเจ้าก็อย่าไปเซ้าซี้ให้มากนัก ถ้าไปเร่งพระองค์​ให้จำได้เข้ามากๆ เดี๋ยวพระองค์​จะป่วยเอา' นกตัวเดิมพูดขึ้น

 '​ จริงด้วย' เหล่าพืชพูดขึ่นเมื่อคิดได้

 ' ฝ่าบาท พวกเราคิดถึงท่านมากจริงๆ'​ นกน้อยที่บินมาจากต้นไม้อีกต้นพูดขึ้น

 ' พวกเราทนรอเจอท่านไม่ไหว จนต้องหลับใหลไปพร้อมกับชาวเมืองเชียวนะ' นกตัวแรกพูดขึ้น

 " แล้วพวกนายไม่ใช่ชาวเมืองของอาณาจักรนี้เหรอ?" เป็นราฟที่พูดขึ้น

 ' พวกเราเป็นแค่สัตว์​ธรรมดาจากโลกภายนอกเท่านั้น ตอนที่องค์​จักรพรรดิ​สร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาใหม่ๆ ก็อนุญาต​ให้สัตว์ธรรมดาอย่างพวกเราเข้ามาอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ได้ ดังนั้นพวกเราจึงเป็นคล้ายกับชาวเมืองคนหนึ่งของอาณาจักร

  ชาวเมืองของอาณาจักรแห่งนี้ จะมีหลายๆเผ่า ดังนั้นทุกคนจะมีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายคล้ายสัตว์​หรือก็คือมีร่างกายแบบกึ่งสัตว์​กึ่งคน และชาวเมืองของอาณาจักรนี้ยังมีอายุยืนยาวมากๆ ประมาณ​ร้อยปีได้

  ซึ่งต่างจากพวกเราที่เป็นสัตว์​ธรรมดาที่มีอายุสั้น แต่องค์​จักรพรรดิ​ก็เมตตาพวกเรา พระองค์​ได้ทำให้สัตว์​ธรรมดาตัวใดก็ตามที่มาอยู่ในมิติแห่งนี้มีอายุไขนานพอๆกับชาวเมือง และเมื่อกลับไปอยู่ที่โลกภายนอกก็จะมีอายุไขสั่นๆเหมือนเดิม

  และเมื่อถึงตอนที่ชาวเมืองจะหลับใหลไป พวกเราก็ได้หลับใหลไปด้วยเช่นกัน แล้วก็พึ่งจะตื่นพร้อมกับชาวเมืองเมื่อครู่นี้เอง' เป็นนกน้อยตัวเเรกที่เล่า

 '​ แต่พวกเรานั้นมีวิธีการที่หลับใหลต่างจากชาวเมืองนิดหน่อย ชาวเมืองนั้นสามารถถอดจิตแล้วนำจิตของตนเข้าไปอยู่รวมกันในอ่างผลึกหินได้ แต่พวกเราที่เป็นเพียงสัตว์​และพืชธรรมดาไม่มีพลังใดๆนั้นไม่สามารถทำได้ ดังนั้นพวกเราจึงต้องหาที่เหมาะๆ แล้วให้พวกชาวเมืองช่วยกันเสกนํ้าแข็งล้อมรอบตัวพวกเราเอาไว้ ทำให้เหมือนกับการจำศีลนั่นแหละ

  และที่ต้องทำแบบนั้นก็เพราะพวกเราอดทนรอที่จะเจอพวกท่านอีกครั้งไม่ได้ เมื่อได้ยินมาว่าพวกชาวเมืองจะให้ดวงจิตหลับใหล พวกเราทั้งสัตว์​และพืชบางส่วนก็อยากจะทำด้วย แต่บางส่วนที่ไม่อยากหลับใหลไปก็พากันกลับสู่โลกภายนอก

  เพราะสภาพของอาณาจักรแห่งนี้นั้นขึ้นอยู่กับชาวเมืองและองค์​จักรพรรดิ ดังนั้นเมื่อทุกคนพากันหลับใหล สภาพของที่นี่จึงมีนํ้าแข็งปกคลุมไปทั่วทุกที่ สัตว์​กับพืชธรรมดาจึงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ พวกที่ไม่ต้องการหลับใหลจึงพากันจากไป' ต้นไม้ต้นหนึ่งอธิบายต่อ

  มิหน้า ทำไมตอนที่พวกเขาเห็นที่นี่ครั้งแรก ทุกอย่างถึงเต็มไปด้วยนํ้าแข็ง

 '​ องค์​จักรพรรดิ​นียังคงงดงามเหมือนเดิม' แมลงปอที่บังเอิญ​ได้ยินบทสนทนาทั้งหมดหยุดบินอยู่กับที่แล้วพูดขึ้น

 '​ องค์​จักรพรรดิ​ก็ยังคงงดงามเช่นเดียวกับองค์​จักรพรรดินี'​ แมลงอีกตัวสนับสนุน

 ' ต้องเรียกว่าพระองค์​ทั้งสองงดงามทุกร่างต่างหาก'​ ต้นไม้อีกต้นพูดในสิ่งที่ทำให้คนบางคนเกิดความสงสัย

 " ทุกร่าง? หมายความว่าไง?" โรสถามออกไป วันนี้มีหลายเรื่องที่ทำให้เธอสงสัย

 '​ สมัยก่อน องค์​จักรพรรดิทั้งสองมักจะเผาร่างตัวเองเมื่ออายุครบ 1,000ปี และสร้างร่างกายใหม่ขึ้น และทุกๆร่างของพระองค์​นั้นก็งดงามยิ่งกว่าสิ่งใด'

  อา...เจ้าพวกนี้บรรยายซะจนพวกเขาอยากเห็นร่างของตัวเอง แต่มันคงจะดีกว่านี้ถ้าพวกเขาได้รับความทรงจำกลับคืนมา เห้อ แต่พวกเขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองเป็นองค์​จักรพรรดิของอาณาจักรนี้จริงๆ จบจากตรงนี้ก็คงต้องไปเค้นถามความจริงจากพระเจ้าแล้วล่ะมั้ง?

 " ฝ่าบาท" เสียงคุ้นๆของใครบางคนดังขึ้นหลังจากที่พวกเขาอยู่ที่สวนมาสักพัก

 " คาลเวิร์ด?" ผู้ถูกเรียกหันไปมองอย่างสงสัย

 " กระหม่อมจะมาเชิญ​พระองค์​สองไปรับประทานอาหารเย็นพ่ะย่ะค่ะ" คาลเวิร์ด​พูดจุดประสงค์​ของการมา

 " อืม" พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก็พบว่าเป็นเวลาเย็นแล้ว นี่พวกเขาอยู่ตรงนี้นานจนลืมเวลาเลยเหรอ

  หลังจากนั้นพวกเขาก็ตามคาลเวิร์ดไปทานอาหารเย็นที่ห้องอาหาร แน่นอนว่าทุกอย่างอลังการสมกับการอยู่ในวัง และคาลเวิร์ดก็บอกเล่าสิ่งต่างๆของอาณาจักที่พวกเขายังไม่รู้ เเละในบรรดาเรื่องที่คาลเวิร์ดเล่ามา พวกเขารู้มาอีกว่า ก่อนที่ชาวเมืองจะหลับใหลไป ทุกคนก็เตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมหมดแล้ว ทำให้ตอนตื่นมาก็ไม่มีเรื่องวุ่นวายมากนัก

  และพวกเขายังได้ฟังเรื่องต่างๆของตัวเองอีกต่างหาก มันก็แปลกๆอยู่นะ ที่ต้องมานั่งฟังเรื่องเล่าของตัวเอง แถมเท่าที่ฟังมาก็รู้ได้ทันทีว่าตัวพวกเขาเองสมัยที่เป็นองค์จักรพรรดิของที่นี่นั้นช่างเห็นแก่ส่วนรวม ใจกว้าง ทำทุกอย่างเพื่อชาวเมือง มันช่างต่างกับพวกเขาในตอนนี้สิ้นดี

  เห็นแก่ส่วนรวม? ไม่หรอก พวกเขาชอบเห็นแก่ตัวมากกว่า ทำทุกอย่างเพื่อคนอื่น ไม่หรอก พวกเขาจะทำให้ก็เฉพาะคนที่รักเท่านั้น เห้อ เห็นแบบนี้แล้วพวกเขาก็ยิ่งไม่อยากเชื่อว่าตัวเองเคยเป็นองค์​จักรพรรดิเข้าไปใหญ่

 " ฝ่าบาท ถึงเวลานอนของพระองค์​แล้วนี่พ่ะย่ะค่ะ" คาลเวิร์ด​พูดขึ้นเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

  ตอนนี้ก็3ทุ่มแล้ว และเป็นเวลาเข้านอนตามปกติของพวกเขาจริงๆ ก่อนหน้านี้คาลเวิร์ด​ก็ดูจะรู้ดีว่าพวกเขาชอบอะไร พอพวกเขาถามว่ารู้ได้ยังไง เขาก็ตอบมาว่า จัดทุกอย่างตามที่องค์​จักรพรรดิ​คนก่อนชอบ ถ้าไม่ใช่เพราะแบบนี้พวกเขาคงไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าตัวเองเป็นจักรพรรดิ​ของที่นี่

 " ถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ" พวกเขาคิดอะไรเพลินๆจนไม่ทันรู้ตัวว่ามาถึงห้องนอนแล้ว

 " ห้องนี้เหรอ?" โรสถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะเธอกับราฟมีกันสองคน แต่บริเวณนี้มันมีแค่ห้องเดียว

 " พ่ะย่ะค่ะ ห้องนี้ ห้องเดียว" คาลเวิร์ด​พูดยํ้าๆพลางอมยิ้ม ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าฝ่าบาทสงสัยว่าทำไมถึงมีแค่ห้องเดียว

 " เมื่อก่อนฝ่าบาททั้งสองก็นอนด้วยกันอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ และพระองค์​ยังไม่ชอบให้ใครเข้าไปวุ่นวายในห้องทั้งตอนตื่นนอนและก่อนนอนด้วยพ่ะย่ะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมจะส่งเมดมาเฝ้าหน้าห้องเอาไว้ กระหม่อมทูลลา" กล่าวจบก็เดินจากไป ทิ้งให้คนอีกสองคนมองตามตาปริบๆ

 " เข้าห้องเถอะ" ไม่พูดเปล่า เขาจับมือแล้วลากเธอเข้าไปในห้อง

 " เห้อ อยากรู้นิสัยตังเองสมัยก่อนจนถึงแก่นจริงๆ" เธอบ่นอุบอิบ นิสัยเรื่องใจกว้างก็ไม่เหมือน แล้วไหนจะตอนนี้ที่ยอมนอนกับผู้ชายที่ไม่ได้แต่งงานกันอีก ถ้าเป็นเธอ เธอไม่ยอมนอนกับผู้ชายคนไหนทั้งนั้นแหละ

  เจ้าคาลเวิร์ด​ก็เหมือนกัน เรื่องที่องค์​จักรพรรดิทั้งสองอย่างตัวเธอกับราฟเมื่อก่อนที่ชอบนอนด้วยกัน แต่นั่นมันเมื่อก่อน! ไม่ใช่ตอนนี้! ถ้าความทรงจำของพวกเธอกลับมาแล้วก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันยังไม่กลับมา เพราะฉะนั้น​นิสัยและการกระทำต่างๆก็ยังคงต้องเป็นของตัวเธอที่ติดมาจากโลกก่อน สมัยที่เธอยังเป็นอลิเซีย

ขนาดเพื่อนของเธออีก4คน เธอยังเคยนอนด้วยก็แค่ไม่เกิน8ครั้ง แล้วนับประสาอะไรกับ...

...กับคนที่เธอไว้ใจ และดูเหมือนจะไว้ใจมากกว่าเพื่อนของตัวเองซะด้วย

  มันเกิดบ้าอะไรขึ้น? 

  เมื่อก่อนเธอไว้ใจคนยาก ขนาดเพื่อนทั้ง4คนเธอยังใช้เวลาสังเกตุตั้ง1ปี กว่าจะคบเจ้าพวกนั้นเป็นเพื่อน แต่นี่...ราฟ เธอพึ่งรู้จักเขาได้แค่ไม่กี่เดือน ไม่ถึงครึ่งปีได้ซํ้า เธอกลับรู้สึกว่าไว้ใจเขาได้มากกว่าคนอื่นๆ

  เห้อ สงสัยว่าในโลกนี้คงจะไม่มีเรื่องให้เธอต้องระวังตัว ก็เลยไว้ใจคนอื่นได้ง่ายเป็นพิเศษ อืม...ใช่ ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ ไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าเธอเหมือนกับเขาคนนั้น

  เจ้าบ้า! ขนาดเธอมาอยู่ต่างโลกยังทำให้เธอคิดถึงได้อีก มันน่าฆ่าให้ตายจริงๆ วันๆเอาแต่ทำหน้าเย็นชาจนน่าหมั่นไส้ แต่พออยู่กับเธอดันกลายเป็นคนที่สนุกกับทุกเรื่อง เหอะ! เจ้าคนสองหน้าเอ๊ย!

 " โรส เธอไปอาบนํ้าก่อนเลย เดี๋ยวฉันค่อยอาบทีหลัง" เสียงของอีกบุคคลที่อยู่ในห้อง และถูกเธอนำไปเปรียบเทียบกับคนที่อยู่ในอีกโลกหนึ่งดังขึ้น

 " เดี๋ยวฉันไปเอาเสื้อผ้าในมิติก่อน" เธอตั้งสติอยู่นิดหน่อยก่อนจะตอบออกไป ตอนจะมาที่นี่เธอก็ไม่ได้เอาอะไรมาเพราของทุกอย่างก็มีในมิติอยู่แล้ว

 " ไม่ต้อง ในนั้นมี" เขาห้ามเธอเอาไว้ก่อนจะอธิบายพร้อมชี้นิ้วไปทางตู้เสื้อผ้าตู้เพียงตัวเดียวในห้อง ซึ่งเขาไปดูมาแล้วว่ามันมีเสื้อผ้าที่เขาและเธอน่าจะใส่ได้ คงเป็นของสมัยที่พวกเขาเป็นองค์​จักรพรรดิ​ล่ะมั้ง?

 " อืม น่าจะได้อยู่" เธอพูดพึมพำ ในตู้มันแบ่งไว้2ฝั่งชัดเจน ฝั่งนึงน่าจะของผู้ชายส่วนอีกฝั่งเป็นของผู้หญิง จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปในห้องนํ้าพร้อมชุดนอนอีกชุด

20นาทีต่อมา

  เธอออกมาจากห้องนํ้าพร้อมชุดนอนกางเกงสีขาวขายาว ดูเหมือนนี่จะเป็นอีกเรื่องที่ตัวเธอในตอนนี้กับเมื่อก่อนชอบสีขาวกับสีดำเหมือนกัน

 " นายเข้าไปอาบได้แล้ว" เธอบอกคนที่กำลังยืนดูอ่านหนังสืออยู่ใกล้ชั้นวาง แล้วเขาก็เข้าไปอาบนํ้าต่อจากเธอ

  ตอนเข้ามาในห้องเธอยังไม่ทันจะสังเกตุดีๆ ห้องนี้ส่วนมากก็เน้นตกแต่งด้วยสีดำกับขาว แต่จะมีสีทองเข้ามาเพิ่มด้วยนิดหน่อย ทำให้ดูเรียบหรูขึ้น แถมห้องยังใหญ่มากซะด้วย มีชั้นที่เต็มไปด้วยสมุดหนังสือมากมาย แถมยังมีระเบียงยื่นออกไปอีก แต่มีแค่อย่างเดียวที่เธอไม่เข้าใจ

  ห้องออกจะใหญ่โตแต่ทำไมมีเตียงแค่เตียงเดียว? ถึงเตียงมันจะใหญ่ขนาดคิงไซส์​ก็เถอะ แบบนี้ไม่เท่ากับว่าเธอต้องนอนร่วมเตียงกับคนอีกคนเหรอ? ตอนแรกเธอก็ยังพอทำใจได้ว่ามันคงจะมีเตียง2ตัว แต่มันกลับมีแค่ตัวเดียว เห้อ เอาเถอะ

แอ๊ด~

 " จะนอนเลยมั้ย?" ราฟเดินออกมาจากห้องนํ้าพลางถามขึ้น

 " อืม นอนเลย" นี่ก็3ทุ่มเกือบจะ4ทุมแล้ว เลยเวลานอนของเธอมามากแล้วด้วย

 " เธอจะนอนฝั่งไหน?" ราฟพูด เพราะเขาเชื่อว่ายังไงคนตรงหน้าก็ไม่มีทางมาเขินอายกับเรื่องแบบนี้แน่

 " ฝั่งนี้ล่ะกัน" แล้วมันก็จริงอย่างที่เขาคิด เธอไม่ได้มีปฏิกิริยา​เจินอายใดๆทั้งสิ้น และล้มตัวลงนอนบนเตียง

ฟุบ

  เตียงอีกฝั่งยุบลงเมื่อมีคนอีกคนขึ้นมานอนหลังจากที่ปิดไฟเรียบร้อยแล้ว ถึงมันจะมืดมาก แต่ต่างฝ่ายต่างก็ยังมองเห็นว่าอีกคนยังไม่หลับ

 " ไม่ง่วงเหรอ?" เป็นราฟที่พูดขึ้น ในโลกก่อนสมัยเรียน เขามักจะไปรบกวนอีกฝ่ายเวลาดึกบางครั้ง เลยรู้ว่าเธอมักจะนอนตอน3ทุ่มเสมอ และมาโลกนี้เธอก็ยังคงนอนเวลาเดิมเสมอ แต่ตอนนี้กลับมานอนจ้องเขาทั้งๆที่จะ4ทุ่มแล้ว

 " แล้วนายล่ะ?" เธอไม่ตอบแต่ถามเขากลับ

 " ง่วง แต่นอนไม่หลับ" ได้มานอนกับเธออีกครั้ง จะหลับลงได้ยังไง เขาอยากจะมองเธอต่ออีกสักนิด

 " อืม" เธอตอบรับในลำคอก่อนจะหันหน้าไปอีกฝั่ง เธอเริ่มง่วงแล้วสิ...



 " โซ..." หลังจากที่ใครบางคนหลับได้สักพัก ก็เผลอละเมอออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะได้ยินชัดเจน

 "..." เธอฝันถึงเขาเหรอ? นี่ขนาดเธอหลับยังฝันถึงเขา แล้วเขาคิดคิดเข้าข้างตัวเองสักหน่อยได้มั้ย? ว่าเธอคิดถึงเขาน่ะ

  เอาเถอะ เธอจะคิดถึงเขามั้ยก็แล้วเเต่ แต่ที่แน่ๆคือเขาคิดถึงเธอ ต่อให้รู้ว่าเธอข้ามมิติมาด้วยแล้ว เขาก็ยังคิดถึงเธออยู่ดี แล้วมันก็คงจะไม่ผิดนักที่เขาจะขออยู่กับความสุขของตัวเองสักครู่

  เมื่อคิดได้ เขาก็เอื้อมมือไปดึงตัวอีกคนที่อยู่บนเตียงเข้ามาหาตัวแล้วกอดอีกฝ่ายเอาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะหลับตาลงแล้วเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันตามอีกคนไป

อืม...ได้แค่นี้เขาก็มีความสุขมากแล้วแล้ว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.491K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,314 ความคิดเห็น

  1. #945 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 21:45

    ชวยโอกาส​ที่สุดจ้าาา55
    #945
    0
  2. #664 B2SKA (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 12:41

    รออออเธออออยู่
    #664
    0
  3. #573 Mirenna (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 10:06

    ลูกๆค่ะ....เมื่อไหร่จะคบกัน งือ~มันน่ารักเกินไปเเล้วววว
    #573
    0
  4. #568 num no (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 08:04
    แม่คะ! เมื่อไหร่เขาจะได้กัน??
    #568
    0
  5. #497 miyumiyu (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 22:52
    #ราฟคนฉวยโอกาส
    #497
    0
  6. #190 MasterNitiphum (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 15:15
    ร้ายกาจ
    #190
    0
  7. #137 oommkbb346794 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 21:00
    ฟินอ่ะ ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #137
    0
  8. #136 FANG_426 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 21:40

    รอออออ
    #136
    0
  9. #135 Lis33 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 23:15

    มากกว่านี้ได้ไหมไรท์5555


    #135
    0
  10. #134 yume2005 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 22:46

    >\\\\\<..มีความฟิน...สุดยอดเลยคะ..เราชอบมากเลยละ
    #134
    0
  11. #132 Panlalita (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 21:34

    รอออออ
    #132
    0
  12. #131 Three_E (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 19:48
    ต่อด่วนนน
    #131
    0
  13. #125 FANG_426 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 12:39

    ค้างงงงงงง
    #125
    0
  14. #124 Arisanuch (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 12:06
    รอยุ่น๊ามาเถอะอยากอ่านต่อแล้วน๊า
    #124
    0
  15. #123 LazySan (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 19:00
    มาต่อด่วนๆเลยค่ะ ค้างมากๆๆ
    #123
    0
  16. #122 Dar699699 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:48

    ต่อด่วนเลยนะคะค้างมากๆๆๆๆๆๆ
    #122
    0
  17. #121 raabporn2016 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:35

    มาต่อเถอะไรท์ ด่วนๆเลย จะค้างตายแล้ววววว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด*ดิ้นๆ*
    #121
    0
  18. #120 kirino88 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:30
    ต่อเร็วๆเด้อ
    #120
    0
  19. #119 o0-Nakito-0o (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:29

    อะรอตอ่ไป
    #119
    0