ตัวร้ายข้ามมิติ​

ตอนที่ 11 : snow dew

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,141 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

  " อลิส นี่คืออันดับ2 อันดับ3 อันดับ4 และอันดับ5 ขององค์กร​เรา และนี่ลูกสาวฉัน อลิเซีย มาคารอฟ รู้จักกันไว้ล่ะ" วันนั้นเป็นวันที่คุณพ่อพาเธอไปที่องค์กร​ครั้งแรก

  เธอเป็นเด็กที่คุณพ่อรับมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ท่านก็รักและดูแลเธอเหมือนลูก คุณ​พ่อไม่เคยแต่งงานและรับเลี้ยงเธอคนเดียว จึงมีเธอเป็นลูกสาวคนเดียวคุณ​พ่อสอนเธอทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งเรื่องการบริหารงานในบริษัท​และเรื่องการต่อสู้

  ภายนอกคุณ​พ่อเป็นนักธุรกิจ​ที่น่าจับตามอง แต่ภายใน คุณ​พ่อเป็นหัวหน้าองค์กร​นักฆ่า และนั่นทำให้คุณพ่อฝึกให้เธอเป็นนักฆ่าไปด้วย

  หลังจากที่เธอเข้าไปในองค์กร ​เธอก็ได้เป็นอันดับ1ด้วยการประลองเพียงครั้งเดียวกับอันดับ1ของตอนนั้น และเธอก็ได้ทำงานเป็นนักฆ่าอย่างเต้มตัว ที่สำคัญ​ เธอก็ได้รู้จักและทำงานร่วมกับเพื่อนอีก4คน

  เชอร์​รี่ เป็นคนไทย ภายนอกเป็นนางเเบบ อายุ 25

  อเดล เป็นคนอังกฤษ​ ภายนอกเป็นนักแสดง อายุ27

  มาร์ค​ เป็นคนอิตาลี ภายนอกเป็นนายแบบ อายุ28

  ชองโฮ เป็นคนเกาหลี ภายนอกเป็นนักร้องไอดอล อายุ27

  เพื่อนของเธอล้วนเป็นบุคคลที่น่าจับตามอง เพราะเป็นคนดังแต่คนที่น่าจับตามองที่สุดคงหนีไม่พ้น เธอ นักธุรกิจ​สาวไฟแรงที่กำลังจะเข้ามาบริหารธุรกิจ​ของตระกูล​มาคารอฟอย่างเต็มตัว ทั้งที่เพิ่งจบจากมหาลัยเพียง2ปี และตอนนั้นเธอก็เพิ่งอายุ24ปี

  บางครั้งเธอถูกขอให้ไปเป็นนางแบบหรือแม้แต่ นักแสดงนำก็มี แต่ก็น้อยนักที่เธอจะรับงานพวกนั้น และนั่นทำให้ผลงานของเธอนั้นถือเป็นของมีค่าอย่างยิ่ง เพราะถึงเธอไม่ได้ถ่ายแบบหรือแสดงหนังบ่อยแต่เธอกลับทำได้ดีกว่า ทุกคนที่อยู่ในวงการมานานและนั่นรวมถึงเพื่อนของเธอด้วย 

  ถึงเธอจะเด็กที่สุดในกลุ่มแต่พวกนั้นก็ไม่เคยดูถูกเธอเลย กลับกันคือพวกเขามักจะไม่ประมาทเธอมากกว่า เห้อ พอไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วพวกนั้นอยู่ข้างหูแล้ว มันก็น่าเบื่อเกินไป ชีวิตเธอในตอนนั้นกับตอนนี้อาจจะดีพร้อมเหมือนกันก็จริง แต่ที่นี่นั้น ไม่มีเพื่อน คนที่เข้าหาเธอในชาตินี้ล้วนหวังผล​ประโยชน์​จากการเป็นลูกของดยุคผู้ยิ่งใหญ่ เช่นสนมเอกที่ต้องการให้เธอหมั้นกับลูเซียน

 หลังจากที่รำลึกอดีตและคิดถึงเรื่องเก่าๆมานาน มันก็ทำให้เธอง่วงขึ้นมา เธอจึงใช้เเรงเฮือกสุดท้ายพาตัวเองออกไปจากมิติ แล้วเข้านอน





เช้าวันต่อมา

  วันนี้เธอก็มาออกกำลังกายเหมือนทุกวัน ร่างนี้เกือบจะมีสมรรถภาพ​ด้านต่างๆเกือบเท่าร่างเก่าของเธอแล้วล่ะ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง หลังจากนั้นเธอก็ไปอาบนํ้าแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ยสีฟ้ากับกางเกงหนังขายาวสีดำทับด้วยเสื้อกันหนาวสีดำำ แล้วไปหยิบถุงมืออันเดิมมาใส่พร้อมมัดผมเป็นหางม้า

  วันนี้เธอต้องย้ายของไปที่หอพักปี3ที่อควาเรส หอพักจะมีแค่ของปี3เพราะปี3จะเริ่มมีงานเยอะและยังต้องเตรียมตัวเรียนชั้นปลายด้วย โดยจะแบ่งหอพักตามห้องที่เรียน ดังนั้นเธอต้องอยู่หอA

  เธแเก็บของใส่มิติเพราะของมีไม่มากและนั่งรถม้าไป จริงๆเธออยากจะขี่รถไปเองมากกว่า ข้างคฤหาสน์​ในมิติเธอเจอโรงรถ และในนั้นเต็มไปด้วยรถจากโลกเดิมของเธอมากมาย ทั้งรถยนต์​และมอเตอร์ไซค์​ แต่ถ้าเธอขับไปเองมีหวังคงได้วุ่นวายแน่

  ตอนนี้เธอกำลังเดินไปที่หอพักอยู่และพบนักเรียนมากมายกำลังย้ายของกันอยู่ ถ้าเป็นลูกขุนนางหน่อยก็มีคนช่วยยกของ แต่ถ้าเป็นสามัญชน​ก็คงต้องยกเอง จะว่าไปแล้ว...พวกปากหอยปากปูชอบนินทาคนอื่นก็สงบเสงี่ยม​ขึ้นนะ แต่แล้วยังไงล่ะ? เธอไม่สน เธอบอกแล้วว่า ตราบใดที่ไม่มายุ่งกับเธอก่อน เธอก็จะไม่ยุ่งกับอีกฝ่าย

  เธอเดินไปดูที่บอร์ดเพื่อหาว่าได้อยู่ห้องไหน หอพักAมี4ชั้น ชั้นแรกเป็นห้องนั่งเล่นและมีห้องหนังสือกับห้องเก็บของสำหรับอุปกรณ์​ที่ต้องใช้ในการเรียน ตั้งแต่ชั้น2จะเป็นห้องพักที่อควาเรสจัดไว้ให้นักเรียน

  เมื่อเธอเดินมาข้างในแล้วก็พบกับห้องนั่งเล่น และมีบันไดตรงชิดริมห้อง2ฝั่งและบันไดทั้งสองก็เชื่อมต่อกัน เพื่อขึ้นไปชั้นบน เธอเดินขึ้นไปที่ห้องพักที่อยู่ชั้น4 ห้องแบ่งเป็น2ฝั่งและมี5ห้องต่อหนึ่งฝั่ง ซึ่งทุกอย่างของหอAนั้นจะเป็นสีขาวทั้งหมด มีบางส่วนที่จะมีสีเหลืองทองมาเป็นลวดลาย และตรงทางเดินจะปูด้วยพรมสีแดง

  ทั้ง2ฝั่งของทางเดินจะมีห้องพักอยู่ ห้องของเธออยู่สุดริมทางเดินซึ่งอยู่ตรงมุมของหอพักพอดี ภายในห้องเป็นสีขาวโล่งๆเหมือนข้างนอกแล้วแต่เจ้าของห้องว่าจะตกแต่งยังไง และมันก็ดีที่ห้องเป็นสีขาวเพราะเธอจะได้ไม่ต้องไปเปลี่ยนอะไรมาก

  หลังจากนั้นเธอก็เอาของออกมาจากมิติและจัดให้เข้าที่ พอดูว่าทุกอย่างเข้าที่แล้วเธอก็ออกมาเดินดูไปเรื่อย และมันก็ไม่มีเรื่องสนุกๆให้ดูเลยซึ่งทำให้เธอเกิดความรู้สึกหนึ่ง

ความน่าเบื่อ

 " นี่ ยัยบ้า! เวลาเดินหัดดูทางซะบ้างสิ!" เสียงแหลมบาดแก้วหูดังขึ้น เรียกความสนใจจากโรสได้เป็นอย่างดี สงสัยพระเจ้าจะเริ่มทำหน้าด้วยการสร้างเรื่องสนุกให้เธอแล้วสิ ถึงปกติจะไม่ค่อยยุ่งเรื่องแบบนี้ แต่ถ้ามันช่วยลดความน่าเบื่อได้เธอก็ขอไปดู แต่จะไม่สอดมือเข้าไปยุ่งก็พอ

 " เมลโล เมลโลขอโทษค่ะ " เมื่อเธอเดินไปดูที่ต้นเสียงก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของเสียง บาดแก้วหูที่เธอได้ยิน กับผู้หญิง​อีก2คนที่ดูเหมือนจะเป็นลูกสมุน แต่ก็มีคนที่เธอไม่อยากเจออยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง คุณ​นางเอก

 " คิดว่าขอโทษแล้วมันจะหายเหรอ ดูชุดฉันสิ! รู้มั้ยว่ามันแพงแค่ไหน!" เธอตะคอกพร้อมกับจีบชายกระโปรงสุดฟูฟ่อง สีฟ้าสดใสที่แทบจะเรืองแสงซึ่งมีรอยเปื้อนอยู่นิดนึง​ขึ้นมา

  เมื่อก่อนมีทั้งคนที่ชอบยัยนี่และไม่ชอบ เพราะยัยนี่มักจะเกาะติดกับเจ้าชายลูเซียนและเหล่ายอดขวัญใจ​ ของหญิงสาวทั่วทั้งอควาเรสจนน่าหมั่นไส้ และยิ่งพอยัยโรสถอนหมั้นกับเจ้าชายลูเซียน ยัยนั่นก็ยิ่งเกาะติดเหล่าขวัญใจ​ของคนทั้งอควาเรสหนักกว่าเดิม และตอนนี้ยัยนี่ก็สร้างข้อหาให้เธอหาเรื่องยัยนี่ได้ ทำไมเธอจะไม่ฉวยโอกาสนี้ไว้ล่ะ

   ลิลลี่ รอเดอเรีย คือชื่อของเธอคนนั้นสินะ เมื่อก่อนตอนที่ยัยหนูโรสยัยอยู่ก็ไม่ค่อยลงรอยกับเธอคนนี้เท่าไหร่ เพราะโรสชอบกันไม่ให้ผู้หญิง​คนอื่นเข้าใกล้ลูเซียน และเธอคนนี้ก็ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ แต่ทั้งสองมีสิ่งที่เหมือนกัน เกลียดคุณนางเอก จะว่าไป ลิลลี่ รอเดอเรีย เป็นลูกสาวดยุคลำดับที่3สินะ ถึงจะมีตำแหน่งเดียวกันแต่พ่อของเธอก็มียศสูงกว่า

  แล้วนี่พวกคุณ​พระเอกไปไหนซะล่ะ ปกติหวงกันยิ่งกว่าอะไร

 " หยุดนะ! พวกเธอทำอะไรเมลโลน่ะ!" เสียงตะโกนดังขึ้นก่อนเจ้าของเสียงจะตามมา แถมยังมากันครบกลุ่มเลยซะด้วยสิ ลูเซียน มาร์ติน ไรเดอร์​ เกรเทล ขาดแค่คนเดียว คริสเตียน อดีตพี่ชายของเธอนั่นเอง

 " เจ้าชายลูเซียน! ก็ดูยัยเมลโลนี่สิคะ เดินมาชนฉันจนชุดเปื้อนหมดเลย" นํ้าเสียงตอนแรกนั้นตกใจ แต่ต่อมาเธอก็ปรับนํ้าเสียงเป็นปกติและพูดขึ้น ความสามารถในการปรับตัวไม่เลว ควาคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของโรส 

 " ชุดมันเปื้อนแค่นิดเดียวเอง! " คราวนี้เป็นไรเดอร์​พ่อหนุ่มเลือดร้อนพูดขึ้นบ้าง ถ้าจำไม่ผิดเขาเป็นลูกชายของหัวหน้าองครักษ์​ที่อยู่ข้างองค์​ราชาสินะ

 " แต่ชุดนี้ก็ถูกสร้างขึ้นจากช่างฝีมือหลายคนและมีค่ามากนะคะ" เธอตอบกลับไปด้วยนํ้าเสียงที่ยังคงสุภาพอยู่ เพราะถึงอีกฝ่ายจะเป็นลูก​ของหัวหน้าองครักษ์​ แต่องครักษ์​ที่ว่าก็คืออดีตแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่​ แต่กลับลาออกและมาเป็นเพียงหัวหน้า​องครักษ์​แทน และยังได้รับความไว้วางใจ​จากองค์​ราชาอยู่มาก

" มันก็แค่ชุด แต่ถ้าเมลโลเป็นอะไรไป ฉันเอาเรื่องเธอแน่ ไปได้แล้ว" ลูเซียนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่รอบๆเริ่มหันมามอง

  ใครกัน! ใครกันที่ยกให้เจ้าผู้ชายหน้าโง่พวกนั้นเป็นขวัญใจ​ของผู้หญิ​งทั้งอควาเรส​ ไม่จริงสักนิด! พวกเขามันก็ดีแต่หน้าตาแต่กลับโง่ไปชอบยัยนั่น ใครจะยังเทิดทูนพวกเขาก็ช่างแต่ในนั้นจะไม่มีเธอ เมื่อคิดได้ก็สะบัด​หน้าจากไปพร้อมกับลูกสมุนอีก2คน

ดูเหมือนจะมีคนฉลาดขึ้นอีกคนสินะ

  เมื่อทุกอย่างจบ คนที่มองอยู่รอบๆก็เริ่มกลับไปสนใจสิ่งที่ทำอยู่ และเธอก็กำลังจะไปด้วยเช่นกัน

 " เดี๋ยว!" เสียงไรเดอร์​ดังขึ้นในขณะที่​เธอกำลังจะหมุนตัวเดินจากไป

  เธอจึงหันกลับมาและรอให้พวกเขาพุดธุระออกมา

 " เธออยู่ตรงนั้นมาตลอดใช่มั้ย" ตรงนั้นที่เขาพูดถึงคือที่ๆเธอยืนดูละครแก้เบื่อ ซึ่งมันไม่มีอะไรให้เธอซ่อนตัวและแน่นอนว่าเธอไม่อยากซ่อนด้วย เธอจึงพยักหน้าที่เรียบเฉยเล็กน้อยเพื่อตอบอีกฝ่าย

 " แล้วทำไมเธอถึงไม่ห้ามเรื่องเมื่อกี้" ดุเหมือนว่าคำตอบของโรสจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ

 " แล้วทำไมฉันต้องห้าม"

 เพล้ง~

  ราวกับมีเสียงอะไรบางอย่างแตกกระทบพื้น เห้อ เธออุตส่าห์​เป็นผู้ชมที่ดีแล้วแท้ๆ ยังอยากให้เธอแสดงบทนางร้ายอีก

 " ถ้ามีคนแปลกหน้าที่ไม่รู้ว่าเป็นศัตรูรึเปล่ามาขอให้ช่วย นายจะช่วยมั้ย?"

 " ถ้าอยากหน้าแตกอีกก็บอก ฉันจะได้จัดให้ร้าวไปถึงกระดูก แล้วหน้าจะได้ไม่หนาอีก" คำพูดตอนแรกว่าแรงแล้ว แต่ประโยค​หลังนั้นแรงยิ่งกว่า

 " ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย? ฉันจะได้ไปสักที" เมื่อไม่มีเสียงตอบรับเธอจึงเดินจากมา

   เอาเถอะ อย่างน้อยก็ถือซะว่าเป็นสีสันชีวิตเธอจะได้ไม่น่าเบื่อเกินไป ตอนนี้เพิ่งจะ9โมงกว่า แล้วเธอจะไปไหนดีล่ะเนี่ย จู่ๆภาพบางอย่างก็ไหลผ่านสมองของเธอไป มันเป็นภาพความทรงจำของยัยหนูโรส เป็นสถานที่ที่หนึ่ง ห้าง เป็นห้างที่อยู่ใกล้กับอควาเรส เธอน่าจะลองไปที่นั่นดูแหะ เพื่อมีอะไรน่าสนใจ

  เพราะห้างอยู่ใกล้เธอจึงเดินไปได้ ที่นี่ต่างกับห้างอื่นตรงที่หรูกว่าและมีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนากว่า และคนที่มาส่วนมากก็มีแต่พวกนักเรียนเพราะอยู่ติดกับอควาเรียสที่เป็นโรงเรียน เธอจึงเดินดูไปเรื่อยๆ

ตุบ!

 " อ๊ะ" เธอยืนอยู่ที่ริมขอบชั้น2 เพื่อมองไปที่ชั้น1เพราะเธออยู่​ที่ชั้น2 ทำให้มองเห็นข้างล่างได้อย่างชัดเจน แต่ก็มีคนเดินมาชนเธอทำให้เธอเซไปเล็กน้อย

 " ขอโทษ​ครับ... โรส!" เขาพูดขอโทษพร้อมก้มหัวเล็กน้อย แต่ต่อมาเขาก็เรียกชื่อเธอขึ้นมา เขาคือ อลาโน่ เฟอร์เดีย เจ้าชายลำดับที่1เกิดจากราชินี เป็นพี่ของเจ้าชายลูเซียส ผู้ที่ไม่ฝักใฝ่ในอำนาจและบัลลังก์​ เพรียบพร้อมไปด้วยพลังที่มีถึง2ธาตุ และหนึ่งในนั้นเป็นธาตุที่หาได้ยาก ที่สำคัญ​คือ เขารักโรซาเรียเหมือนน้องสาวแท้ๆ ดีกับเธอมากยิ่งกว่าพี่ชายแท้ๆอย่างคริสอีก

 " สวัสดีค่ะ พี่อลัน" เธอตอบอีกฝ่ายไป นํ้าเสียงราบเรียบก็อ่อนลง เหมือนตอนที่พูดกับแดนและดยุควาเรนเซีย

 " สวัสดีครับ เป็นไงบ้าง ขอโทษนะที่พี่ไม่ได้ไปหาหลังจากที่น้องฟื้นแล้วน่ะ" นํ้าเสียงที่อบอุ่น อ่อนโยน ที่หาได้ยากถูกเอ่ยขึ้น และการแทนตัวว่าพี่กับน้อง ก็แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่​สนิทกันมากแค่ไหน

 " พี่อลันต้องช่วยท่านลุงทำงาน และทำงานในส่วนที่องค์​รัชทายาทไม่ทำ เพราะงั้นโรสไม่โกรธ​ค่ะ " อลาโน่น่ะ ทำงานขององ​ค์รัชทายาททั้งหมด 

  เพราะตัวรัชทายาทนั้นเอาแต่ไปเที่ยวกับผู้หญิง​จนไม่ทำงาน ทำให้พี่ชายแสนดีคนนี้ต้องมาทำงานแทนทั้งๆที่ไม่ใช่งานตัวเอง และทั้งๆที่เจ้าตัวปฏิเสธ​ที่จะทำงานนี้ก็ได้ แต่เขากลับรับงานมาทำด้วยความเต็มใจ และไม่เคยปริปากบ่น

 " กุหลาบน้อยไปรู้มาจากไหนเนี่ย" เขาพูดติดตลก ดูเหมือนว่าน้องของเขาจะโตขึ้นแล้วจริงๆสินะ ดีแล้วล่ะ จะได้ไม่ต้องโดนรังแก แต่การที่กุหลาบน้อยของเขาพูดจิกกัดลูเซียนอย่างนี้ แปลว่าเธอไม่เหลือเยื่อใยให้ลูเซียนแล้ว เหมือนที่ท่านแม่เล่าไม่มีผิด ว่าเธอมาขอถอนหมั้นด้วยตัวเอง

  ปกติเขาก็ไม่ค่อยอะไรมากกับน้องๆต่างแม่ ถึงจะมาสร้างเรื่องยุ่งยากหรือมาเยาะเย้ยกับการที่เขาไม่ได้เป็นรัชทายาท เขาก็ไม่ว่า แต่การที่โรสเย็นชาขึ้นแบบนี้แสดงว่าต่อไปเขาก็จะไม่มีน้องสาวตัวน้อยมาอ้อนเขาแล้วน่ะสิ อา...เจ้าลูเซียนนั่น เขาโกรธ​จัดตั้งแต่อีกฝ่ายผลักโรสตกบันไดแล้ว แต่ตอนนี้กลับทำให้เขาเสียน้องสาวสุดน่ารักไป เขาต้องทำอะไรสักหน่อยแล้ว

 " พี่อลันยังเก่งเหมือนเดิมนะค่ะ สอบได้ที่1อีกแล้ว" ไม่ว่าปีไหนหรือสอบอะไรเขาก็ได้ที่1ตลอด ช่างเหมาะกับตำแหน่งรัชทายาทมากจริงๆ

 " โรสก็เก่งขึ้นมากนะครับได้ตั้งที่2แน่ะ แล้วนี่ย้ายของไปที่หอพักรึยัง?" เขาตกใจมากตอนแรกที่เห็นคะแนนสอบ แต่ความรู้สึกต่อมาคือ ความดีใจและตื้นตัน

 " เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วพี่ล่ะ " ตอนนี้เธอคิดว่าเขาเป็นพี่ชายแท้ๆไปแล้วสิเนี่ย

 " พี่ให้คนย้ายไปให้น่ะ ตอนนี้ก็น่าจะเสร็จแล้ว "

 อะแฮ่ม!

 " สนใจกันหน่อยฉันก็อยู่ตรงนี้นะ " ชายคนที่เธอเห็นว่าอยู่ข้างๆพี่อลันมาตั้งแต่ต้นพูดขึ้น

 " ขอโทษที โรสยังจำ วิลล์​ ได้มั้ย?"

 " วิลล์​ องครักษ์​ส่วนตัวของพี่ เด็กกำพร้าที่ท่านลุงเลี้ยงมาพร้อมกับพี่ ไม่มีนามสกุล "

 " ไม่ต้องพูดประวัติฉันก็ได้ สาวน้อย"

 " เป็นยังไงบ้างล่ะ นายน่ะ? " 

 " ยัยเด็กนี่ เรียกอลันว่าพี่แต่ไม่ยอมเรียกฉันว่าพี่งั้นเหรอ?" วิลล์​แก่กว่าเธอแต่อ่อนกว่าพี่อลัน ถึงเขาจะเป็นพี่เธอแต่เขาชอบทำตัวเหมือนเพื่อนเธอมากกว่า

 " นายทำตัวไม่น่าเคารพ " ถึงเขาจะดูหงุดหงิด​แต่เธอก็ยังคงยั่วโมโห ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เขาทำตัวเหมือนเพื่อนเธอล่ะ

 " นี่เธอ! " เขาพูดขึ้นอย่างคนโมโห แต่เธอรู้ว่าเขาแกล้งแสดงเท่านั้น

 " พอแล้วน่า วิลล์​นายก็รู้ว่าโรสแกล้งยั่วนายก็ไม่ต้องไปแกล้งโกรธ​เลย โรสน้องก็อย่าไปแกล้งยั่ววิลล์​มากเลยน่า" เขาพูดติดตลก ถ้าไม่ห้ามตั้งแต่ตอนนี้ต่อไปคงได้ฆ่ากันตายแน่ๆ ถึงโรสจะไม่สดใสเหมือนเดิม แต่ถ้ายังคงทะเลาะกับวิลล์​ได้เหมือนเมื่อก่อนก็พอแล้ว

 " โรสทานอะไรมารึยัง? " เมื่อห้ามสงครามสำเร็จก็หันมาถามโรสแทน และคำตอบที่ได้คือการส่ายหน้า​ของอีกฝ่าย นอกจากจะเย็นชาและโตเป็นผู้ใหญ่​แล้ว น้องเขาก็พูดน้อยลงด้วยสิ

 " งั้นเราไปทานข้าวกันดีกว่า นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว" หลังจากนั้นทั้ง3คนก็ไปทานอาหารกัน แล้วก็แวะดูของต่างๆจนไปพบกับร้านร้านหนึ่ง ที่ดึงความสนใจจากโรสได้

  มันเป็นร้านเสื้อผ้าร้านเดียวกันกับที่เธอเคยมาซื้อตอนมาที่โลกนี้ครั้งแรก หลังจากที่ไปคุยเรื่องถอนหมั้นกับท่านลุง แต่ดูเหมือนที่นี่จะเป็นอีกสาขาหนึ่ง ร้านนี้ชื่อ snow dew หรือ หิมะที่โปรยปราย ก็เหมาะดีเพราะร้านนี้ดูจะเน้นสีขาวและสีฟ้าทุกสาขา

  เธอเดินมาดูในร้านพร้อมกับพี่อลันและวิลล์​ หลังจากนั้นพี่อลันก็พาเธอไปที่เคาเตอร์เเละคุยกับคนคนหนึ่ง

 " ว้าว วันนี้น้องอลันพาใครมาน่ะ" เธอได้ยินเสียงของผู้ชายที่คล้ายผู้หญิง​คนหนึ่งพูดขึ้น เธอจึงหันกลับ​ไป​ที่​เคาน์เตอร์​ และมันก็ทำให้เธอแปลกใจเพราะเจ้าของเสียงเมื่อกี้​ คือ เธอ ไม่สิ ดูเหมือนจะเป็น เขา เขาเป็นเจ้าของสายตาลึกลับที่ร้าน snow dew สาขาแรกที่เธอไป

  ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่แปลกใจ แต่อีกฝ่ายก็แปลกใจเช่นกัน ทำไมเด็กชั้นสูงนิสัยดีนั่นถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แต่ดูเหมือนใบหน้าที่เธอแสดงออกไป จะทำให้อลันคิดว่าเขารู้สึกสงสัยว่าโรสคือใคร

 " เจ๊ริสครับ นี่โรซาเรีย วาเรนเซีย ลูกสาวของดยุควาเรนเซียครับ โรส นี่ เจ๊ริส เจ้าของร้านsnow dew ทุกสาขา"

 " สวัสดี​จ๊ะ เจ๊ชื่อริส เป็นสามัญ​เลยไม่มีนามสกุล เรียกเจ๊ริสเหมือนอลันก็ได้" เธอเคยได้ยินข่าวลือเสียหายของเด็กคนนี้มาบ้าง แต่เธอดูไม่เหมือนกับข่าวลือสักนิด เมื่อรวมกับการที่เธอได้พบเด็กคนนี้ที่สาขาใหญ่แล้ว ก็ยิ่งทำให้เธอถูกใจเด็กคนนี้มากขึ้น น้อยจริงๆที่จะได้เจอเด็กชนชั้นสูงที่อ่อนน้อมถ่อมตนกับสามัญชน​อย่างพวกเธอ

  ริส เป็นสไตลิสต์​ชื่อดังที่คอยออกแบบและตัดชุดให้กับชนชั้นสูง และเป็นเจ้าของร้าน​snow dew ถึงร่างกายจะเป็นผู้ชายเเต่อีกฝ่ายกลับมีจิตใจเป็นผู้หญิง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาถูกเหยียดหยามเลย เพราะเขาเป็นที่ยอมรับของเหล่าเชื้อพระวงศ์​ และเขายังเคยได้รับสิทธิ์​ที่จะมีนามสกุลได้ทั้งๆที่เป็นสามัญชน​ แต่เขาก็เลือกไม่รับสิทธิ์​นั้น

 " สวัสดีค่ะเจ๊ริส เรียกหนูว่าโรสก็ได้ ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งค่ะ" แหม เด็กคนนี้นิสัยดีจริงเชียว

 " ทั้ง2คนเคยเจอกันมาก่อนเหรอ" อลันถามขึ้นด้วยความสงสัย

 " ใช่ เจ๊เคยเจอหนูโรสที่ร้านสาขาหลัก แต่ตอนนั้นไม่ได้เข้าไปทัก"

 " จริงสิ! ของที่อลันสั่งทำน่ะได้แล้วนะ จะดูเลยรึเปล่า? "

 " ไม่น่าเชื่อ! งานละเอียดขนาดนั้นเนี่ยนะ แถมยังเสร็จก่อนกำหนดตั้งครึ่งเดือน " คราวนี้เป็นวิลล์​ที่พูดขึ้นด้วยความตกใจ

 " ดูเลยครับ โรสรอพี่อยู่นี่ก่อนนะ พี่สั่งทำเครื่องประดับไว้น่ะ " เขาพูดก่อนจะเดินตามเจ๊ริสเข้าไปในห้องพิเศษ​อีกห้องโดยมีวิลล์​ตามเข้าไปด้วย

  เมื่อพวกเขาไปแล้วเธอก็มาเดินดูรอบๆร้าน ที่นี่มีเครื่องประดับและชุดที่ค่อนข้างจะไปทางของที่เหมาะกับนักเรียนและวัยรุ่น เพราะอยู่ติดกับทางโรงเรียนอควาเรส นับว่ามีหัวคิดทางการค้าไม่เบา และยังรับทำชุดและเครื่องประดับด้วย

  พอดูจนครบทั้งร้านทั้ง3คนก็ยังไม่ออกมา เธอจึงเดินไปขอกระดาษกับดินสอที่เคาน์เตอร์​มา และก็ยืนวาดรูปเครื่องประดับอยู่ตรงเคาน์เตอร์​ ตอนเดินรอบร้านเธอมีไอเดีย​เรื่องเครื่อง​ประดับขึ้นมาจึงอยากลองร่างแบบดูเล่นๆ เห็นเธอเป็นนักธุรกิจอย่างนี้​แต่เรื่องการออกแบบเธอก็ไม่แพ้ใครหรอกนะ โดยที่ไม่รู้​ตัว​พนักงาน​ที่อยู่รอบๆก็เริ่มมาดูเธอร่างเครื่องประดับ

 " โรสครับเรียบร้อยแล้วกลับกันเถอะ" หลังจากที่เธอวาดรูปเสร็จ​ไม่นาน ทั้ง3คนก็ออกมา

 " ค่ะ แล้วพบกันใหม่ค่ะเจ๊ริส" เธอหันไปลาเจ๊ริสก่อนจะออกมาจากร้าน โดยลืมไปแล้วว่าเธอทิ้งแบบเครื่องประดับไว้ที่นั่น และเธอก็ไม่รู้ว่าแค่แบบร่างเครื่องประดับเล็กๆใบนี้ จะสร้างเรื่องวุ่นวายตามมามากแค่ไหน

  หลังจากนั้นเธอก็กลับมาที่อควาเรสพร้อมกับวิลล์​และอลัน และแน่นอนว่าต้อง เดิน กลับกันเพราะวิลล์​และอลันก็เดินมาที่ห้างเหมือนกับโรซาเรีย แล้วเธอก็ขึ้นรถม้าเพื่อกลับคฤหาสน์​วาเรนเซียในตอนบ่ายโมงกว่าๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.141K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,314 ความคิดเห็น

  1. #1170 Amarry (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 18:46
    งงกับอายุของตัวละครจริงๆ

    - โรสอายุน้อยกว่าแดน 1 ปี อยู่ปี3
    - แดนอายุเท่าคริส เลยเรียนอยู่ปีเดียวกัน คนโลกนี้ไม่ได้ท้อง 9 เดือนหรอ หรืออายุห่างกันหลักเดือน เพราะเกิดหัวปีท้ายปี
    - อลันแก่กว่าโรส 1 ปี ทำไมไม่เรียนอยู่ที่เดียวกับแดนและคริส แต่มาเรียนชั้นปีเดียวกับโรส
    - วิลแก่กว่าอลันแต่ยังเรียนชั้นเดียวกับโรส
    - อลันเป็นพี่ลูเซียน คงห่างเดือนกันเพราะเกิดคนละแม่พอรับได้

    งงในงง งงไปหมด
    #1,170
    0
  2. #1163 PPruedee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 03:34
    นะค่ะ = ประหาร 5555555
    #1,163
    0
  3. #1162 PPruedee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 03:30
    เจอเรื่องนี้ตอนนี้ จะได้นอนตอนไหน เห้อ
    #1,162
    0
  4. #929 สายลมที่ผลิปลิว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 08:54
    เนื้อเรื่อง​ดีนะคะเพราะไม่รวบรัดมาก
    #929
    0
  5. #911 FA_かなめ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 09:50
    เนื้อหาดีเลยค่ะ แต่อยากขอให้ปรับเรื่องการใช้ คะ ค่ะ อีกนิดนะคะ
    #911
    0
  6. #657 Untilldone (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 16:44
    อลันอายุมากกว่า เเต่เรียนพร้อมกันหรอ เกิดเเบบต้นปีท้ายปีงี้ป่ะ งงอะ?
    #657
    0
  7. วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 00:26
    ขัดตรงดูมีห้างมีอะไรขายเยอะ แต่ดันเดินทางเป็นรถม้านี้แหล่ะ
    #53
    0
  8. #8 saitarn_pcy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 14:00
    เนื้อเรื่องสนุกมากค่ะ แต่อยากให้ไปปรับตรงคะ-ค่ะ อีกนิดนึง บางคำมันก็ใช้ผิดค่ะ แต่อย่างอื่นลื่นไหลดี ชอบค่ะ
    #8
    0