Soul BreaKer ศึกเหนือฟ้า คนเหนือคน

ตอนที่ 5 : Fate 5: พลังอันยิ่งใหญ่กับความชิบหายอันใหญ่กว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.ค. 54

 

 

 

ตัวอาคารเริ่มเกิดการสั่นไหวก่อนจะเกิดการทรุดตัวพังทลาย ก้องรีบคว้าตัวบีมกระโดดลงจากชั้นสี่ที่มีความสูงจากพื้นดินสามสิบเมตรอย่างไม่กลัวตาย ลูทเบิกตามองมือขวาที่กำลังสั่นถือปืนด้วยสายตาตื่นตกใจ เขายิงพลาดแต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเขาไม่ได้เป็นคนยิง

ครืน

ตึกสิบชั้นถล่มใจกลางเมืองกรุงเทพ ไม่มีรถกู้ภัย ไม่มีรถตำรวจ ไม่มีแม้แต่ผู้คนสนใจจะมุงดู ก้องกับบีมเดินออกมาจากมุมตึกในสภาพชุดนักเรียนเรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหันไปมองตึกสูงตระหง่านด้านหลังที่เมื่อครู่เพิ่งถล่มลงมาในโลกทับซ้อนพลางนึกไปถึงลูทที่หนีออกมาไม่ทัน

ถึงแม้จะเป็นตัวถ่วงตั้งแต่ต้นจนจบ แถมตอนตายยังไม่เห็นศพแต่ก็ขอให้ไปดีนะ บีมพูดพนมมือแหงนหน้ามองดาวตกบนฟ้าเหมือนบ่งบอกถึงผู้ที่ล่วงลับไป เขาจะอยู่ในใจของเธอไปอีกสองนาทีหลังจากนั้นก็จะถูกดีลีทลงรีไซเคิลบินซะเพราะมันรกสมอง

จะเสียใจไหมถ้าบอกผมยังไม่ตาย ลูทเดินขาลากแบกแนนกับออมออกมาจากตึกในสภาพเละตุ้มเป๊ะ บีมเลิกเอามือจับแก้มสะอื้นทำหน้าเศร้า คิดว่าแผ่นดินนี้จะสูงขึ้นกว่านี้แล้วเชียว ถ้าเขาตีความหมายไม่ผิดรู้สึกเหมือนเขากำลังโดนหลอกด่าว่าเป็นคนหนักแผ่นดินอยู่รึเปล่า

มานี่ ฉันช่วย ก้องช่วยลูทยกร่างที่ไร้สติของออมขึ้น เท่าที่ดูก้องเป็นผู้ชายที่ดูเหมือนเด็กนักเรียนธรรมดาทั่วไป ผิวขาวผมสั้นหน้าตาบ่งบอกถึงความขี้เล่นไม่มีอะไรโดดเด่นมากแต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ช่วยปกปิดฐานะที่แท้จริงของเขาได้เป็นอย่างดี

เอายังไงกับสองคนนี้ดี ดึกแบบนี้น่าจะให้ไปนอนบ้านผมนะ เดี๋ยวจะเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดีเลยทีเดียวเชียว

พาไปโรงเรียนก็แล้วกัน บีมจ้องหน้าผมด้วยสายตาอ่านยากก่อนจะพูดกับผม ดูท่านายจะไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องนี้เลยนะ เหมือนกับว่าสำหรับนายมันเป็นเรื่องที่ชินชางั้นแหละ

จริงอย่างเธอพูดจะว่าไปเรื่องพวกนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผมงั้นแหละหรืออาจจะเพราะดูการ์ตูนมากไปมันเลยซึมซาบเข้าแก่นซีลีบลัมของผมไปแล้ว

พวกผมใช้เวลากว่าสิบนาทีในการเดินบวกเวลาปีนรั้วโรงเรียน บีมเดินนำอย่างเชี่ยวทางผ่านโรงอาหารห้องน้ำและบ่อขี้ไปยังโรงเก็บของซึ่งที่นั่นมีประตูลับอยู่ ตามทางเดินยังคงเปิดไฟอยู่และสุดนั้นมีประตูไม้สลักบานงามตั้งอยู่และในตอนที่ก้องกำลังจะเปิดประตูก็ได้มีเสียงคนคุยกันดังออกมาจากข้างในทำให้เขาชะงักมือไว้

พวกนั้นมันตามราวีเราไม่เลิกตั้งแต่ตอนนั้นแถมตอนนี้ยังมีสตรีชลกันยาอีก งานนี้พวกเราเจอศึกสองด้าน เสียงนั้นถ้าจำไม่ผิดเป็นเสียงของพี่หล่อหน้ากากเหล็ก ก้องกับบีมมองหน้ากันก่อนจะเงี่ยหูฟังต่อ

สตรีชลกันยางั้นเหรอ นายก็ไปสืบหาเบื้องหลังเองสิ

เราไม่มีเวลามากขนาดนั้น ฉันอยากให้นายช่วย คู่สนทนาของพี่หล่อเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบกลับ ขอปฏิเสธ

บีมแทบจะบิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไปแต่ถูกก้องห้ามเอาไว้ มาขอให้คนไร้พลังอย่างฉันช่วยมันก็ไม่มีประโยชน์หรอก

จำได้รึเปล่าว่าตอนนั้นใครกันที่เป็นคนบุกเดี่ยวเข้าไปช่วยเธอในรังเซย์อิ เสียงของชายใส่หน้ากากดุดันขึ้นเหมือนจะพยายามเตือนให้คู่สนทนานึกออกถึงความกล้าหาญเมื่อกาลก่อน คู่สนทนาของเขาเชิดเสียงหึก่อนจะตอกกลับ

แล้วจำได้รึเปล่าว่าใครเป็นหมาขี้แพ้ผิดคำพูดตอนที่สู้กับจิน

ปัง!

เสียงเปิดประตูดังจนผมสะท้านไปทั้งตัว บีมที่เหลืออดกับบทสนทนาเมื่อครู่จ้องหาคู่สนทนากับชายสวมหน้ากากที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ซึ่งมีดาบญี่ปุ่นเล่มหนึ่งวางอยู่ ความยาวของดาบแม้อยู่ในฝักแต่ความยาวเกือบสองเมตรนั้นมากเกินกว่าจะเป็นดาบธรรมดาได้อีกทั้งฝักยังมีรูปร่างคล้ายกระดูกสันหลังเป็นท่อนหลอนๆยังไงชอบกล

ช่วยทะนุถนอมประตูหน่อยจะได้ไหมมิสกิตติกานต์

หมอนั่นอยู่ไหน บีมถามเรียบๆพลางมองไปรอบห้องแต่ก็ไม่พบใคร ก้องกับลูทวางร่างไร้สติของเด็กสาวสองคนไว้ที่โซฟากลางห้องและนั่งลงฟังอย่างเงียบๆ

ไม่มีใครอยู่ที่ห้องนี้ตั้งแต่แรก

เจอา เด็กสาวพูดชื่อคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นพยายามที่จะกดดันให้เขาคายสิ่งที่เธออยากจะรู้ออกมา หมอนั่นอยู่ที่ไหน

ฉันไม่รู้หรอก ก็เหมือนกับพวกเธอที่ไม่มีใครรู้ เจอาพูดจบทั้งห้องก็เงียบกริบราวกับป่าช้า แรงกดดันเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆจนลูทนั่งขยับไปมาอย่างไม่เป็นสุขขณะที่ก้องเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันจึงพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ ทำไมเขาถึงมาที่นี่

ดาราปฐพี เจอาจับดาบและยกมันขึ้นซึ่งดูเหมือนทุกคนในห้องจะเข้าใจความหมายนั้นดียกเว้นผม

ฉันกลับล่ะ บีมลุกพรวดเดินออกไปจากห้องจนก้องเดินแทบจะลุกตามไปไม่ทันทิ้งลูทเอาไว้ในห้องให้อยู่กับเจอาสองต่อสอง เหตุการณ์เมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ้น อะไรทำให้บีมหัวเสียขนาดนั้น คำถามเหล่านี้ค้างคาอยู่ในใจของลูทและอยากจะให้ใครสักคนมาทำให้มันกระจ่าง

มีอะไรจะถามไหมมิสเตอร์ลูท ลูทสะดุ้งเฮือกหันไปมองเจอา เขานั่งลุกลี้ลุกลนคิดคำถามที่ตัวเองสงสัย คือพวกเรา เอ่อ โซลเบรกเกอร์คืออะไรกันแน่

วนกลับไปอ่านหน้ากลับไปอ่านหน้าที่ 3 วรรคที่ 7 บรรทัดที่ 16 ระยะห่างขี้แมงสาบสองเม็ด มีอะไรสงสัยอีกไหม ลูทรีบหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดตามนับบรรทัดตามที่เจอาบอกอ่านไปพยยักหน้าก่อนจะโยนหนังสือทิ้ง

คนละเรื่องแล้วโว้ย!!!’

คือที่ผมอยากรู้มันละเอียดกว่านี้ ทำไมในตอนต่อสู้บีมถึงใช้ภาษาแปลกๆ แล้วไอ้พวกอาวุธแปลกๆอาทิเช่น ค้อนยักษ์ โล่อันเท่าบ้านหรือปืนของผมเนี่ยมันมาจากไหน ขอช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยจะได้ไหมครับ เจอาถอนหายใจและถึงไม่ถอดหน้ากากนั่นก็ดูออกว่าหมอนั่นกำลังทำหน้าเซ็งสุดขีด เรื่องมากจังนะ

ก็มันเป็นเรื่องที่เอ็งควรบอกข้าพกูไม่ใช่เรอะ!’

ก็อย่างที่แพมพูดไปพวกเราคือผู้ที่ควบคุมขีดจำกัดทางวิญญาณ โดยจะมีสิ่งที่เรียกว่าละลึกชาติหรืออีกนัยย์หนึ่งคือวิญญาณของเราเมื่อปางที่แล้วติดตามอยู่ ภาษาแปลกๆที่คุณได้ยินคือบทสวด บทสวดจะได้มาก็ต่อเมื่อเราฝันถึงอดีตในชาติที่แล้ว นั่นเป็นสิ่งที่จะทำให้เราดึงความสามารถจากอดีตกาลมาใช้ในปัจจุบันได้ หนึ่งบทสวดต่อหนึ่งความฝัน ผมพยักหน้าหงึก เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องเรียกเจ้ากรรมนายเวรว่าระลึกชาติ การที่เราจะฝันได้นั้นจำเป็นต้องต่อสู้กับคนอื่นเพื่อพัฒนาความสามารถให้มากพอที่จะใช้บทสวดได้ พูดง่ายๆคือหากฝีมือยังด้อยอยู่เราก็จะไม่ได้รับบทสวดบทถัดไป ส่วนละลึกชาติต่อไปนี้จะขอเรียกว่าโซลเพื่อความสะดวก โซลคือวิญญาณอีกดวงที่สถิตอยู่ในร่างของเราในเวลาต่อสู้พวกเขาจะรับหน้าที่ต่อสู้โดยการเชนซึ่งมีหลายกรณี เช่นการสลับดวงวิญญาณควบคุมร่าง การโอเวอร์มูฟ  การแบ่งครึ่งประสาน หรือแม้แต่สองวิญญาณควบคุมร่างไปพร้อมกัน ผมส่ายหัวพยายามไม่มึนกับคำพูดของเจอา โอเค ก่อนสู้ต้องเชน เชนเสร็จพูดบทสวด บลาๆ โอ๊ยปวดหัวทำไมมันซับซ้อนแบบนี้

การสลับดวงวิญญาณก็เหมือนกับที่บีมทำ การที่เครื่องแต่งกายเปลี่ยนบุคลิกเปลี่ยนแต่สำหรับหล่อนพิเศษหน่อยตรงที่ว่าหล่อนกับโซลใช้บุคลิกเดียวกัน เจอาว่าพลางกดรีโมตทีวีจอแอลซีดีหกสิบนิ้วอันเบ่อเร่อซึ่งมันถ่ายทอดภาพตอนที่บีมใส่ชุดมิโกะ ว่าแต่ไปถ่ายมาตอนไหนฟะ โอเวอร์มูฟคือการนำสมรรถภาพรวมทั้งอาวุธทุกอย่างของโซลมาใช้โดยไม่มีการสลับการควบคุมร่าง ภาพในจอทีวีเปลี่ยนเป็นรูปของก้องตอนถือโล่โดยที่ยังใส่ชุดนักเรียนธรรมดาอยู่ ส่วนการแบ่งครึ่งประสานและสองวิญญาณเป็นกรณีพิเศษซึ่งคุณยังไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ การเชนแต่ละครั้งจะพาเราไปสู่โลกทับซ้อนสนามรบของโซลเบรกเกอร์ ตรงนี้ต้องขออธิบายความหมายของโลกทับซ้อนก่อน มันคือช่วงเวลาที่อยู่ระหว่างกลางอดีตกับอนาคตแต่ไม่ใช่ปัจจุบัน อ้าว งงสิครับยิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่ยิ่งกว่ารายการเรื่องจริงผ่านจออีก ผมรู้สึกได้ทันทีว่ายิ่งฟังแรมในสมองของผมก็ยิ่งทำงานช้าลงจนระบบประมวลผลแสดงอักษร Error ตัวบักใหญ่ขึ้นในหัวผม เจอาที่น่าจะมองออกว่าผมอยู่ในอาการโง่นะแต่ไม่แสดงออกจึงได้เปรียบง่ายๆเพื่อให้ผมเข้าใจ ง่ายๆก็เหมือนกระจกที่มีสองด้านนั่นแหละ แต่โลกทับซ้อนคือการที่เอากระจกสองบานมาวางวางใส่กันและเกิดมิติไม่จำกัดขึ้นพูดเท่านี้คงพอเข้าใจสินะ ผมชูนิ้วโป้งให้เป็นเชิงให้เจอารับรู้ว่าตรูเข้าใจแล้ว ถึงจะไม่ชัดแต่ก็พอเห็นภาพ ถึงไหนแล้วเนี่ย อ้าวชิบหาย อธิบายมากจนลืมเองซะงั้น

อ๋อใช่ พูดถึงการเชนโซลเบรคเกอร์อย่างพวกเราจะมีสัญลักษณ์อยู่ไม่ส่วนใดก็ส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยแต่ละคนจะมีรูปร่างที่แตกต่างกันไปและจะเรืองแสงก็ต่อเมื่อเข้าใกล้โซลเบรกเกอร์ด้วยกัน อนึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับจิตอาฆาตของคู่ต่อสู้ด้วย ยิ่งคนที่มีจิตกระหายการต่อสู้มากเท่าไหร่มันก็จะสว่างมากเท่านั้น พอเจอาพูดจบผมก็รีบลูบๆคลำๆหาสัญลักษณ์ที่ว่าพลางนึกไปตอนอาบน้ำกินข้าว มีชีวิตดูโลกมาตั้งสิบแปดปีแต่ไม่เคยพบสิ่งแปลกปลอมบนร่างกาย อย่าบอกนะว่ามันอยู่ที่ตูดน่ะ ผมไม่เห็นมีสัญลักษณ์ที่ว่าเลย

อืม เพราะงั้นเราเลยไม่รู้ว่าคุณเป็นพวกของเรานั่นอาจเป็นเพราะโซลของคุณยังไม่ตื่นขึ้นมาทำให้ยังไม่มีสัญลักษณ์ แต่นั่นเป็นข้อเสียอย่างรุนแรง นั่นไงเกิดมาเป็นคนบกพร่องไม่สมบูรณ์ชีวิตหนอชีวิต ถ้าจะให้พูดก็ประมาณว่าตัวของคุณเหลื่อมล้ำเข้าไปในโลกทับซ้อนแต่ยังอยู่ในโลกมนุษย์ สภาพแบบนี้เหมือนอยู่ในสภาวะเชนตลอดเวลาขณะเดียวกันก็อยู่ในโลกฝั่งนี้กึ่งกับฝั่งนู้นทำให้คุณสามารถโดนโซลเบรคเกอร์ที่ไม่สามารถโจมตีมนุษย์ธรรมดาจู่โจมได้แม้ไม่อยู่ในสภาวะเชนก็ตาม อ้าวแบบนี้ก็ซวยสิ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับผมเชียวนะเห้ย ถึงว่าทำไมตอนไปช่วยแพมครั้งแรกเราถึงได้ถูกไอ้บ้านั่นเล่นงานได้ เดี๋ยวนะยังมีอีกเรื่อง

แหวนนี่ล่ะ ผมหยิบแหวนสองชั้นที่สามารถหมุนผลึกเพชรชั้นบนให้ลงล็อคเลขโรมันเป็นล็อคได้ ผมไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรและทำไมผมถึงใช้มันได้ แหวนนั่นก็เหมือนกับอาวุธของเธอ ทางเราก็ไม่รู้ที่มาที่ไปเหมือนกันเพยงแค่ เจอาว่าพลางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งพับเป็นจรวดและเจิดมาทางลูท

ฉึก

จรวดน้อยร่อนตามลมแทงเข้าตาซ้ายของลูทจนเกือบบอด เจ้าตัวเก็บอาการเจ็บปวดสุดชีวิตอายจนแทบอยากจะเอาหน้าซุกโถวส้วมหนี เจอาที่แม้แต่จะใส่หน้ากากอยู่แต่เดาได้ว่าเขาคงอยู่ในอาการอึ้ง ทึ่งและงง

มันเป็นมุขครับมันเป็นมุข อย่าใส่ใจเลย แต่หน้าตาที่แสดงความเจ็บปวดสุดจะทานทนนั่นไม่ได้บอกเลยสักนิดว่ามันกำลังเล่นมุข ลูทบรรจงคลี่กระดาษออกซึ่งภายในมีข้อความตัวเล็กเขียนอยู่ว่า

ส่งมอบให้ลูท อาติเคิล

ยามใดที่เขาพบเขาพบโซลเบรกเกอร์ ขอให้มอบมิสทรี่อาร์มวงนี้ให้กับเขาด้วย มีข้อสงสัยโปรดติดต่อสอบถามมาที่เบอร์ 0XX-XXXXXXX ถ้าหาเบอร์เจอแสดงว่านายเก่งมาก

ปล.คนที่ได้รับมองสิ่งนี้ในอนาคตจะได้เป็นศาสดาแห่งนิกายยาราไนก้า ระวังตูดไว้

พรวด!

อ่านจบผมแทบจะขยำกระดาษทิ้ง ใครกันที่จะไปเป็นไอ้ผู้นำนิกายแทงข้างหลังถึงกับขี้หักในนั่นกัน  คิดแล้วก็เคืองต้องหันไปมองเจอาที่นั่งสั่นเป็นเจ้าเข้าไม่ต้องบอกก็รู้ว่านายกำลังหัวเราะฉันอยู่ ฮะ ฮะ โทษทีแต่จะอ่านกี่ทีก็ฮา มาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่า

รู้รึเปล่าว่าพวกเราต่อสู้ไปเพื่ออะไร ผมส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ไอ้ที่ไล่เอาชีวิตกันตั้งแต่ตอนแรกยันตอนนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำกันไปทำไม

ทุกอย่างก็เพื่อความปรารถนา พริบตานั้นทั่วทั้งห้องก็ลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้า ผมสะดุ้งตัวหยิบแหวนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ด้านหลังเจอาปรากฏเงาของสิ่งหนึ่งที่พูดได้เต็มปากว่าไม่ใช่มนุษย์ท่ามกลางกองไฟนั่น มันสลัดแขนทีหนึ่งไฟทั้งที่ลุกไหม้อยู่ทั่วห้องก็ดับ

นี่คือความปรารถนาของผม เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงเข้าร่วมการต่อสู้นี่ ความละโมบอันไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ได้ชักนำพวกเราให้เข้าสู่วังวนนี่และผู้ที่ยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายจะได้รับสิ่งที่เรียกว่า บรรญัติแห่งพระเจ้าที่ว่ากันว่าจะทำให้ความปรารถนาของผู้ครอบครองเป็นจริง

งั้นทำไมผมที่ไม่มีความปรารถนาอะไรถึงได้อยู่ในวังวนนี่ล่ะ

อีกไม่นานมิสเตอร์ลูท ไม่นานสิ่งนั้นต้องปรากฏขึ้นต่อหน้าคุณแน่นอนใช่ไหม มิสอาทิตยา ผมหันขวับกลับมามองแนนที่ดูเหมือนจะตื่นขึ้นมาฟังเรื่องที่เจอาพูดอยู่พักหนึ่งแล้ว ช่วยบอกเหตุผลหน่อยได้ไหมว่าทำไมฝั่งนั้นถึงฉีกสัญญาพันธมิตรของเรา

“….ไม่จำเป็นต้องบอกพวกนาย แนนนั่งกอดอกไขว่ห้างหัวเราะหึอย่างกวนบาทา นี่ถ้าไม่ติดที่ว่าหล่อนเป็นหญิงนี่ผมถอดรองเท้าตบหัวทิ่มไปแล้วนะเนี่ย

แปลว่านี่ยังไม่รู้สถานการณ์ของตัวเองสินะ เจอาถอนหายใจเบาๆ คงต้องขอกักตัวเธอไว้ที่นี่สักพักล่ะนะ ออมที่แกล้งทำเป็นหลับลุกพรวดขึ้นมาจับหน้าลูทอัดลงโซฟาส่วนแนนพุ่งเข้าหาเจอาและจ่อคอเขาด้วยมีดคัตเตอร์อันใหญ่

ใครกันแน่ที่ไม่รู้จักสถานการณ์ของตัวเอง แนนแสยะยิ้ม

แกร๊ก

ถึงจะพูดว่ากักตัวแต่ก็หมายถึงในฐานะแขก แนนสบถในลำคอยอมทิ้งมีดโดยดุษดีเมื่อคมมีดงามล่อแสงวาววับจ่ออยู่ที่คอเรียวของเธอ อาร์ทอ้าปากหาวหมุนเคียวที่อยู่บนไหล่อย่างคล่องมือก่อนจะตั้งลงกับพื้น ก็แค่นั้นแหละน้องสาว

พอได้แล้วมั้ง แพมพูดเสียงหวานมองดูมือของออมที่พยายามจะบีบคอของเธอแต่มือของเธอกลับกระชากคอของออมจนร่างลอยสูงจากพื้น เด็กสาวที่เห็นว่าแพ้เต็มประตูจึงพยักหน้าก่อนจะโดนแพมปล่อยให้ไปนั่งไอบนโซฟา

ในเมื่อไม่บอกพวกเราก็มีวิธีของเรา เจอาประสานมือพูดเสียงทุ้มต่ำเยี่ยงผู้มีอำนาจจนแนนและออมสะท้านไปทั้งตัวรู้สึกถึงลางหายนะลางๆ อาร์ทหัวเราะเสียงยิ้มอย่างชั่วร้ายขณะที่แพมเอามือป้องปากหัวเราะเสียงสูงมองดูแล้วพวกนี้มันพวกตัวร้ายชัดๆ

แล้ววิธีที่ว่านี่มันอะไร อาร์ทหันขวับไปถามเจอาที่แทบจะเอาหน้าทิ่มโต๊ะ ช่วยไม่ได้ก็คนเพิ่งมายังไม่รู้มุขกัน

เราจะไปทัศนาโรงเรียนสตรีชลกันยากัน ทุกคนบิดหน้าอย่างรวดเร็วอย่างไม่กลัวคอหักก่อนจะถามพร้อมกัน ตอนไหน

พรุ่งนี้

หะ!!!

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น