Soul BreaKer ศึกเหนือฟ้า คนเหนือคน

ตอนที่ 4 : Fate 4: มิโกะ ค้อน โล่ ปืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ค. 54

 

 

 

ไม่คึดไม่คิดไม่ติ๊งไม่ฝันว่าเด็กสาวตรงหน้าผมจะเป็นโซลเบรกเกอร์กับเขาด้วย แนนคลี่ยิ้มกระโดดเข้าใส่บีมพร้อมกับหวดค้อนยักษ์ในมือนั่นเข้าใส่ จังหวะนั้นกระดาษยันต์รอบตัวเธอกลายสภาพเป็นน้ำแข็งและช่วยป้องกันเธอไว้จากแรงทุบของค้อน บีมคลี่ผ้ายันต์ออกเป็นพัดสะบัดมือเรียกวายลมกรรโชกพัดแนนปลิวไปจนติดกำแพงอีกฟากหนึ่ง แถมด้วยการเปลี่ยนสภาพยันต์ให้กลายเป็นห่วงน้ำแข็งเข้าล็อคตัวแนนไว้กับกำแพง

เก่งชิบหายผมตาค้างนึกในใจมองสาวเล็กพริกขี้หนูตรงหน้า เธอส่ายหัวเล็กน้อยสะบัดผมให้เข้ารูปก่อนจะหันมาจ้องหน้าผมด้วยสายตาเย็นชา ดวงตาสวยคู่นั้นมันเสียดแทงเข้าไปในหัวใจของผมในความหมายที่ว่า ไอ้กระจอก ไอ้กาก ไอ้โง่ ไอ้สัตว์สี่เท้ากินหญ้าไถนาอะไรเทือกนั้น ทำเอาผมแทบร้องไห้เลยทีเดียว

ตูม!

แต่เรื่องนี้เอาไว้ทีหลังเพราะเรื่องที่ต้องสนตอนนี้คือยัยแนนนั่นหลุดออกมาจากห่วงน้ำแข็งแล้ว

ฝีมือไม่เลวนี่ยัยจิ๋ว แนนปัดเศษน้ำแข็งออกจากเสื้อเสยผมให้เข้ารูปประมาณแบบชิลๆ เมื่อกี้แค่มดกัด ทำได้แค่นี้เหรอ

เด็กสาวยิ้มเหยียดมองแนนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีสมเพชเล็กน้อยยกมือปิดปากหัวเราะแบบผู้ดีโฮะๆๆ ดูท่าสมองยังไม่ค่อยพัฒนาสินะคะ ถึงได้เอ่ยคำพูดสิ้นคิดเหมือนเจ้าคนข้างหลังดิฉันออกมาได้

“….” ดูเหมือนคนที่ถูกพาดพิงว่า สิ้นคิดจะเป็นใครไม่ได้นอกจากผมสินะ

บีมเปลี่ยนยันต์เป็นห่วงน้ำแข็งอีกครั้งแต่มากกว่าเดิมเป็นสามสี่ห่วง แนนเกาหัวเบาๆก่อนจะขยับค้อนในมือ ชั่วพริบตานั้นห่วงกักกันที่อยู่รอบตัวบีมก็แหลกเละไม่มีชิ้นดีราวกับมันโดนทุบจนแหลกละเอียดด้วยบางสิ่งบางอย่างรวดเร็ว

อาวุธของฉันคือค้อนและความสามารถของฉันคือการควบคุมแรงทุบมหาศาลให้ไปในทิศทางใดก็ได้ตามใจนึก แนนขยิบตาให้ทีหนึ่งหมุนค้อนยักษ์ในมือไปมาราวกับมันเป็นของเบา บีมมุ่นคิ้วเหมือนพยายามจะนึกอะไรบางอย่าง

ตอนที่ฉันใช้โล่น้ำแข็งป้องกันตอนแรกสินะ เธอเอ่ยพร้อมกับแนนที่ทำท่าเป็นคุณตายภพชี้แจงคำตอบให้เธอฟัง

ถูกต้องนะคะ! เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอร่ายบทสวดนั่นแหละ พวกเธอกำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่หนอ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่คนธรรมดาอย่างผมไม่สามารถทำความเข้าใจได้ แหงล่ะก็ไอ้การต่อสู้เหนือหลักเหตุผลทางฟิสิกส์ของป๋าไอสไตน์นี่ผมคงไม่ตรัสรู้หรอก

ไม่เลวนี่สำหรับมือใหม่ คำพูดของบีมทำให้แนนยิ้มคิ้วกระตุก อยากจะลองไหมล่ะ

I am The Core oF  Erë (ตัวข้าไซร้ดั่งแก่นแห่งสายลม) แนนเอ่ยคำพูดที่ผมฟังไม่รู้เรื่องออกมาเช่นเดียวกันกับบีมที่พูดออกมาเป็นภาษาอะไรสักอย่างสวนกับแนน I am Lover of Perëndisë.(ข้าเปรียบดั่งที่รักของพระผู้เป็นเจ้า)

หลังจากพูดภาษาต่างดาวสวนกันจู่ๆผมก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ผ่านหน้าผมไปซึ่งมันบี้กำแพงด้านหลังผมจนแหลกเละไม่มีชิ้นดี จะมีก็แต่ตรงที่ผมกับบีมยืนอยู่เท่านั้นที่ไม่เป็นอะไรเพราะยันต์ที่เข้ามาขวางไว้และมันก็แหลกเป็นผงทันทีที่สัมผัสกับแรงปะทะนั่น

ขนาดเปลี่ยนให้เป็นเหล็กกล้าแล้วนะบีมขมวดคิ้วยืนนิ่งคิดในใจปล่อยให้ผมยืนเป็นหมาหัวเน่าใบ้รับประทานอยู่คนเดียว

ไปล่ะนะยัยจิ๋ว คลื่นปะทะรอบสองพุ่งออกมาจากการหวดค้อนยักษ์ เช่นเดิมบีมเรียกแผ่นยันต์พวกนั้นขึ้นมาป้องกันไว้แต่สิ่งที่ผิดสังเกตก็คือรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของแนน

พรึ่บ

เสี้ยววินาทีนั้นเปลวไฟสีแดงฉานก็ได้ลุกไหม้ยันต์ทั้งหมดก่อนที่มันจะเปลี่ยนคุณสมบัติทำให้บีมกับลูทไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ บีมเบิกตากว้างอย่างตื่นตกใจไม่นึกว่าเธอจะติดกับอุบายของแนนและตอนนี้ก็สายเกินกว่าจะเรียกยันต์ชุดใหม่ออกมา เด็กสาวหลับตาปี๋ยออมรับการโจมตีหนักหนารุนแรงพอจะขยี้รถบรรทุกเป็นคันได้อย่างสบาย

ตูม!

อ้าก ลูทที่เอาตัวเข้ามาขวางไว้กระเด็นทะลุจนเข้าไปในตัวอาคารล้างที่อยู่ด้านหลัง ภายในอ้อมแขนของเขามีเด็กสาวที่บาดเจ็บเพียงเลกน้อยเท่านั้น

คาไซ(ไฟ) คาเซ(ลม) โฮไค(ทลาย) บีมสะบัดมือรูปดาวแปดแฉกสร้างพายุเพลิงเข้าโจมตีแนน แต่กลับไร้ผลเมื่ออยู่ต่อหน้าแรงอัดมหาศาล แนนตีสวนพายุจนสายลมอ่อนแรงและสลายไปด้วยหารสะบัดค้อนเพียงครั้งเดียว

ชิ หนีงั้นเหรอ แนนร้องอย่างไม่พอใจเมื่อไม่พบร่างของทั้งสอง ข้าตัวเธอปรากฏร่างเด็กสาวขึ้นอีกคนดูจากชุดฟอร์มน่าจะมาจากโรงเรียนเดียวกัน พวกมันคงหนีไปไม่ได้ไกลหรอก

นั่นสินะ ยัยออมตามฉันมาเราจะไปล่ากัน แนนเดินเนิบๆขึ้นบันไดไปขณะที่ออมเดินตามหลังต้อยๆในท่าทีคุณหนูแสนสุภาพแตกต่างจากแนนโดยสิ้นเชิง

กะแล้วว่าต้องมีสองคนบีมที่ชะโงกหน้าจากชั้นสี่ลงไปดูชั้นล่างคิดในใจก่อนจะหันมามองลูทที่นั่งกัดฟันทนความเจ็บปวดอยู่ข้างหลัง สภาพแบบนี้คงไปไหนไม่ได้ต่อให้หาที่ซ่อนก็เดาได้เลยว่าอีกไม่เกินสิบนาทีพวกเธอถูกพบตัวแน่ สถานการณ์คับขันแบบนี้ถ้าเธอไม่ลืมเอาโทรศัพท์มือถือมาก็คงดี

ด้านล่างตึกร้างที่หยุดการก่อสร้างกลางคัน ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสวนขวักไขว่ไปมาเป็นปกติของย่านการค้า เด็กหนุ่มนักเรียนในชุดเครื่องแบบที่แต่งกายแบบไม่ค่อยมีความเคารพสถาบันสักเท่าไหร่ นัยย์ตาสีดำดูเหม่อลอยหากแต่จับจ้องไปยังกลุ่มคนที่ยืนล้อมตึกอยู่และแน่นอนที่คนธรรมดาไม่มีทางที่จะเห็นพวกเขา เด็กหนุ่มยืนนึกใบหน้าของเด็กสาวที่เมื่อครู่หายเข้าไปในซอกตึกก่อนจะหยิบมือถือมากด

ตรู้ด

น่าแปลกใจนะที่นายเป็นโทรมา

“……” เด็กหนุ่มเงียบก่อนแหงนหน้ามองชั้นสามของตึกที่เริ่มลุกเป็นไฟ ตึกร้างตรงถนนใหญ่ พูดจบก็ตัดสายเก็บมือถือเข้ากระเป๋าและเดินจากไปอย่างไม่สนใจใยดี มันไม่ใช่เรื่องของเขา

จะหลบไปอีกนานแค่ไหนยัยจิ๋ว แนนเดินเอามือป้องปากเรียกบีมอย่างสบายใจขณะที่ออมเรียกเปลวเพลิงออกมาจากกำไรยิงจำกัดพื้นที่การหนีของฝ่ายตรงข้าม บีมนั่งหลังเสาต้นหนึ่งมองดูแนนกับออมในระยะที่ไม่ใกล้เกินไปไม่ไกลเกินไป สองต่อหนึ่งใช่ว่าเธอจะสู้ไม่ได้แต่พอหันมามองลูทที่อยู่ข้างหลังเขาเป็นตัวแปรที่ทำให้โอกาสชนะของเธอเท่ากับศูนย์

ไม่มีประโยชน์แล้วยังเป็นตัวถ่วงอีกไม่คิดเปล่ายังส่งสายตาจิกกัดไปยังลูทที่อยู่ในสภาพอาการล่อแล่แต่ยังหันมามองเธอยิ้มและชูสองนิ้วให้

เจอแล้ว แนนยิ้มแสยะเมื่อบีมหันกลับมามองด้านหลัง ค้อนยักษ์ถูกง้างขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่สัญลักษณ์ตรงไหล่ซ้ายของบีมเปล่งแสง กว่าจะเสด็จ

เคร้ง!

ใครที่แตะต้องบีมฉันไม่ปล่อยไว้แน่ ค้อนยักษ์ถูกดีดกลับหลังจากกระทบโลหะสีเงิน บุรุษผู้มาใหม่พร้อมกับโล่ยักษ์อันเขื่องโพสต์ท่าเหมือนขบวนการหลายสีดูแล้วหน้าเตะยิ้มอย่างมั่นใจ แนนพ่นลมหายใจเบาๆนึกสังเวชใจที่มีคนบ้าโผล่มาอีกเช่นเดียวกับบีมที่ส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ

แล้วคนที่แตะต้องผมจะเป็นยังไง ลูทยิ้มแห้งนั่งโบกมือให้โดยมีออมที่ยืนค่อมหัวชี้กำไรที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงใส่เป็นเชิงบอกว่าไอ้นี่คือตัวประกันนะ

โง่เง่า บีมพูดด้วยน้เสียงเย็นชา

ปัญญาอ่อน แนนพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

นี่ผมมาช่วยบีมนะ เด็กหนุ่มหันมามองบีมร้องขอความเป็นธรรม ช่วยทำให้แย่ลงน่ะสิ

แม่นี่กัดได้เจ็บจริงๆลูทกลืนน้ำลายดังเอื้อกอย่างนึกหวาดเสียว ถ้าให้เลือกเป็นศัตรูกับเธอเขาขอยอมเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกดีกว่าที่จะถูกวาจาอันคมกริบแทงทะลุเชือดเฉือนจนตาย

ตึง!

เล่นทีเผลอเหรอ เด็กหนุ่มคนนั้นพูดด้วยท่าทางไม่พอใจหลังจากใช้โล่กันค้อนที่เข้าโจมตีจากด้านหลัง แนนยิ้มหวานเตะขัดขาคนตรงหน้าและทุบซ้ำอีกที ไม่เคยได้ยินเหรอว่าใส่ก่อนได้เปรียบ

แต่ดูเหมือนหัวเราะทีหลังจะดังกว่านะ บีมพูดหัวเราะนิดๆใช้ยันต์ที่เปลี่ยนเป็นไม้พลองฟาดใส่โหนกแก้มแนนจากด้านหลังจนล้มไปกองกับพื้น แนนหันกลับมามองบีมอย่างเดือดดาลพลางเอามือเช็ดเลืดที่ซึมออกมาจากริมฝีปาก ลอบกัดเหรอ ยัยเตี้ย บีมยิ้มแสยะอย่างถูกใจแสร้งหันหน้าหนีไปทางอื่น

แส่นักนะออมสร้างเปลวไฟขึ้นที่มือเหวี่ยงเข้าใส่บีม เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครทันคิดว่ายังมีผู้ใช้เปลวไฟอยู่ วินาทีนั้นกระดาษยันต์นับสิบได้รวมตัวกันยุ่ยขาดเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำพัดดับไฟจนหมดสิ้น บีมเอานิ้วชี้สะกิดที่หัวตัวเองมองหน้าออมที่อยู่ในอาการอึ้ง ลูกไม้เดิมๆใช้ไม่ได้ผลหรอก เอาสมองไปคิดหาวิธีอื่นเถอะ

หนอย แนนใช้แรงเหนือมนุษย์พุ่งตัวเข้าใส่บีมแต่กลับโดนโล่สีเงินขวางไว้ บีมเสยผมเปลี่ยนน้ำที่เจิ่งนองตรงพื้นเป็นกระสุนน้ำพุ่งเข้าโจมตีและเยือกแข็งหยดน้ำให้ฝังทั่วร่างแนน พริบตานั้นลูทได้ประจักษ์ว่าเด็กสาวตรงหน้าเขานั้นแข็งแกร่งขนาดไหน การต่อสู้ที่แปรผันไปตามสถานการณ์และเลือกใช้อาวุธได้อย่างชาญฉลาด นอกจากต้องต้องมีไหวพริบในการตัดสินใจยังต้องมีความเยือกเย็นอีกด้วย

ตอนนี้แหละ ลูทรีบอาศัยจังหวะชุลมุนหยิบแหวนสวมเข้าที่นิ้ว เปลวเพลิงสีฟ้าระเบิดออกมาจากร่างของเขาและผลักออมกระเด็นออกไป ผ้าคลุมเก่าโกโรโกโสโบกสะบัดพร้อมกับปืนลูกโม่รีโรเวอร์ติดประกับขาววาวแสงเพลิง ความเจ็บปวดทั้งหมดหายเป็นปลิดทิ้งและยังเหมือนเรี่ยวแรงที่กลับมาจะมากขึ้นกว่าเดิมซะด้วย

มันจบแล้ว ยอมแพ้ซะเถอะ ทันทีที่ได้ยินคำพูดของบีมแนนกับแสยะยิ้มและหัวเราอย่างคนบ้า พูดอะไรยัยเตี้ย มันเพิ่งจะเริ่มต่างหาก

คิดว่าเธอคงรู้สินะว่าถ้าเสาที่ค้ำจุนตึกพังจะเป็นยังไง บีมเบิกตาโพลงเมื่อเห็นแนนกำลังจะเหวี่ยงค้อนใส่เสาต้นหนึ่ง ความสามารถของแนนคือการควบคุมแรงทุบ นั่นหมายความว่าเธอสามารถถ่ายโอนแรงนั้นไปยังเสาทุกต้นที่อยู่ในตึกนี้ได้ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมออมถึงเผาปิดชั้นสามไว้เพื่อไม่ให้พวกเธอหนีไปได้

ก้อง หยุดเธอไว้ บีมร้องสั่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ก้องพุ่งตัวเข้าใส่แนนแต่กลับโดนลูกไฟของออมยิงใส่กระเด็นกลับมา เมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะสายไปกลับเป็นลูทที่ยืนสงบนิ่งหันเล็งปืนไปที่แนนด้วยสายตาเย็นยะเยือกราวกับเป็นคนละคน นิ้วชี้ค่อยบรรจงเหนี่ยวไกปืนอย่างอำมหิตพร้อมกับรอยยิ้มเยาะของปีศาจ

เปรี้ยง!

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น