Soul BreaKer ศึกเหนือฟ้า คนเหนือคน

ตอนที่ 2 : Fate 2: ศึกแรกกลางวันแสกๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 81
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.ค. 54







                “ดูท่านายจะไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องพวกนี้เลยนะ” แพมถามขณะเดินไปกับลูทตรงทางเดินบนอาคารเรียน

                “ก็อย่างที่เธอพูดนั่นแหละเพราะผมเห็นมาหมดแล้วน่ะสิ ถึงได้เชื่อ” ลูทตอบกลับพลางมองลงไปยังสนามกีฬาที่พวกนักเรียนหญิงกำลังยืดตัวให้กันอยู่ “นายนี่ก็ลามกใช้เล่นนะ”

                “เปล่านะ แค่บังเอิญเหลือบเห็นและอยากบรรลุถึงแก่นแท้สัจธรรมบนเรือนร่างสาวงามเท่านั้น อะ” ครั้นจะหยุดปากก็ไม่ทันเสียแล้ว แพมมองหน้าลูทด้วยสีหน้าสมเพชเวทนาและเดินถอยห่างแบบคนไม่รู้จักกัน “จะทันมั้ยถ้าผมบอกว่าพูดเล่น”

                “ถ้านายไม่ทำหน้าหื่นน้ำลายไหลแบบนั้นอาจจะทัน”

                “ก็งั้นแหละครับ” ลูทยิ้มแห้งๆก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง

                ตรู๊ด

                แพมคว้าโทรศัพท์ที่เปิดระบบสั่นไว้ในกระเป๋ากระโปรงมาแนบหู ไม่นานสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนที่ลูทเห็นเมื่อครู่ เด็กสาวเก็บโทรศัพท์พลางทำสีหน้าเบื่อโลกอย่างสุดขีด

                “นั่นใครครับ” ลูทถามอย่างนึกสงสัยในกลุ่มคนที่ทำลับๆล่อๆอยู่แถวเตาเผาขยะ ชุดนักเรียนของพวกนั้นดูไม่เหมือนชุดฟอร์มของโรงเรียนเขาเลยทั้งเสื้อนอกกางเกงและเน็กไทที่หลุดลุ่ยบ่งบอกความชุ่ยสุดขีดของพวกนั้นด้วย

                “ถามได้ พวกเกรียนเซย์อิไง” แพมตอบแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวเดินเลี้ยวลงทางเดินที่มุ่งตรงไปยังเตาเผาขยะ “นายเองก็ตามมาสิ”

                ลูทตัวแข็งทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก เขาทำหูทวนลมไม่ได้ยินคำพูดนั้นก่อนจะสาวเท้าวิ่งแบบไม่คิดชีวิต เรื่องอะไรเขาจะต้องไปเผชิญกับพวกหน้าตาน่ากลัวพวกนั้นด้วย

                แต่ดูเหมือนข้างตัวเขาจะมีสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นเยอะ

                “ก็บอกให้มาด้วยกันยังไงเล่า” แพมกระชากคอเสื้อลูทและจับเหวี่ยงออกไปนอกระเบียงชั้น 3 ที่สูง 14 เมตร ลูทเบิกตาโพลงก่อนจะกรีดร้องโหยหวน ในวินาทีต่อมาเขาก็พบว่าร่างของเขากำลังอยู่บนมือของเด็กสาวผู้ที่เจตนาฆาตกรรมเขาเมื่อครู่ แพมมองดูลูทด้วยสายตาสมเพชอีกครั้งก่อนจะโยนเขาลงพื้น

                “เฮ้ย แกเป็นใคร” นักเรียนชายหน้าโหดแบบคิงคองชี้หน้าถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นเด็กสาวกระโดดอุ้มเด็กหนุ่มในท่าเจ้าหญิงอุ้มเจ้าชายลงมาจากชั้นสามโดยไม่บาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น

                “ยังต้องถามอีกเหรอ” แพมดีดนิ้วซึ่งพริบตานั้นเปลวเพลิงสีน้ำเงินก็ลุกโชนขึ้นทั่วรอบตัวเธอ ชุดนักเรียนของเธอถูกเปลวเพลิงแผดเผาและถูกแทนที่ด้วยชุดรัดรูปสีดำและกางเกงขาสั้นที่ทำให้เธอเคลื่อนไหวได้คล่องตัว แพมบิดคอไปมาพลางสวมถุงมือหนังหุ้มเหล็กตรงสันหมัดที่ทำให้คนตรงหน้าไม่อยากจะจินตนาการว่าถ้าโดนเข้าไปจะเป็นยังไง

                “ยัยนี่! โซลเบรกเกอร์” แพมยิ้มหวานพลางกระดิกนิ้วส่งเสียงเรียกเหมือนหมา แหงล่ะพวกนั้นก็คงต้องโกรธเป็นธรรมดา พอโดนท้าทายแบบนี้มีหรือบุรุษล่ำบึกแมนทั้งแท่งหน้าอย่างเถื่อนเหล่านี้จะยอม พวกเขาเข้ารุมสกรัมหรือแถวบ้านเรียกว่าหมาหมู่เด็กสาวอย่างไม่อายฟ้าดิน แพมแสยะยิ้มกระชาข้อมือของเหยื่อคนแรกตีเข่าเข้าที่สีข้างใส่ศอกที่สันดั้งส้นเท้าที่ปลายคางมีหรือจะเหลือ

                นี่เหรอผู้หญิงลูทนึกในใจอย่างหวาดๆ ตอนนี้เขานั่งหลบอยู่หลังพุ่มไม้ห่างจากจุดปะทะประมาณหกเมตร เขานั่งดูการต่อสู้อย่างระทึกใจและพึ่งจะสังเกตว่าตรงหน้าเขามีมือที่ยื่นถุงมันฝรั่งให้

                “ขอบใจ” ลูทคว้ามาหนึ่งกำกินไปดูไปอย่างตื่นเต้นก่อนจะทันสะดุ้งหันไปมองเด็กหนุ่มตรงข้ามที่กำลังนั่นกินมันฝรั่งถุงเมื่อครู่อยู่ข้างเขา

                “หวัดดี” นั่นเป็นคำทักง่ายๆของคนที่พึ่งพบกันครั้งแรก ลูทก็ไม่ได้สนใจอะไรมากจึงหันกลับไปมองการต่อสู้ในชุดรัดรูปของเด็กสาวต่อ

                แพมกระโดดหมุนตัวกลางอากาศแบบไอ้มดแดงประทับรองเท้าเบอร์ 36 บนหน้างามๆของเด็กโรงเรียนสาธิตคนหนึ่งก่อนจะตีลังกาพลิกตัวล็อคคออีกคนที่เข้ามาด้านหลังและบิดเบาๆจนเกิดอาการเคลื่อนเล็กน้อยของกระดูกไม่ใช่หักนะ - -*

                “หนอยยัยนี่” หนุ่มน้อยหน้าคิงคองสบถพลางดึงดาบไม้ที่อยู่ในถุงข้างตัวออกมา ตอนนี้ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นป้าแก่ๆคนหนึ่งกำลังถือถุงขยะมาเพื่อจะเผาและถ้าสังเกตอีกทีจะเห็นว่าป้าแกกำลังเดินเข้าไปในดงบาทา ลูทที่เห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นตั้งท่าจะเข้าไปช่วยแต่โดนเด็กหนุ่มข้างตัวห้ามไว้

                “ใจเย็นสู นั่งดูต่อไป” ลูทมองภาพดาบไม้ที่กำลังเหวี่ยงเข้าใส่แพมซึ่งมันจะดีกว่านี้ถ้าป้าคนนั้นไม่มายืนขวางหน้าวิถีดาบไม้ต่อให้เด็กมาดูก็รู้ว่าถ้าโดนไปกระบานแยกแน่นอน ลูทหลับตาลงไม่อยากมองภาพหวาดเสียว

                “นั่นไง” ลูทลืมตาขึ้นและเห็นภาพป้าแกกำลังเอาถุงขยะเข้าเตาเผาโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นในขณะที่แพมกำลังวิ่งไต่กำแพงพลิกตัวหลบดาบไม้อยู่

                “เธอไม่ได้บอกนายเหรอว่าเวลาต่อสู้จะอยู่ในมิติทับซ้อน” ก็เคยบอกอยู่หรอกนะแต่เห็นแบบนั้นมันก็อดตื่นเต้วไม่ได้

                “ไม่คิดจะไปช่วยเธอหน่อยเหรอ” ลูทถามเด็กหนุ่มข้างตัวซึ่งตอนนี้เปลี่ยนจากขนมมันฝรั่งเป็นข้าวเกรียบแล้ว

                “ไม่อ่ะ พวกนั้นมันยังกระจอกอยู่ไม่มีทางเอาชนะพวกที่พูดคุยกับระลึกชาติได้แบบเธอหรอก”

                “นายชื่ออะไร” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองและตอบ “นิล”

                เด็กสาวจับดาบไม้และเหวี่ยงทั้งคนทั้งดาบอัดเข้ากับกำแพงก่อนจะใช้เท้ายันเข้าหน้าอก “บอกมาว่าพวกแกมาทำอะไรที่นี่” แพมถามพลางบี้หน้าอกจนได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นใต้กล้ามเนื้อนั่น

                “ไม่บอกโว้ย” คิงคองคุงยังคงไม่ยอมแพ้และแทงดาบไม้เข้าใส่คนตรงหน้า แพมยอมลดราวาศอกถอยออกมาอย่างคนใจดีก่อนพุ่งเข้าไปย้ำหมัดที่แผลเดิมจนคนโดนน้ำลายฟูมปาก “ให้ตอบใหม่” เธอพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเสียงที่หวานหยดย้อยเหมือนน้ำผึ้งอาบยาพิษก็ไม่ปาน นี่ถ้าคนอื่นมาได้ยินนี่คงได้ใจละลายกับความน่ารักของเธอแต่ถ้าเป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ในตอนนี้บอกได้คำเดียวว่าเธอมันปีศาจชัดๆ

                พรึ่บ

                แพมกระโดดหลบใบไม้ที่พุ่งเข้าใส่เธอและปักตรงต้นไม้ด้านหลัง พร้อมกันนั้นก็ได้มีกลุ่มคนกลุ่มใหม่ปรากฏตัวขึ้นและแน่นอนเป็นพวกโรงเรียนสาธิตเซย์อิ

                “ขอรับตัวพวกนี้คืนล่ะนะ” เด็กหนุ่มหัวโล้นหน้าบากปากห้อยหูแหว่งพูดพลางสั่ง ลูกน้องสองคนคนที่ตามมาไปแบกศพวกของตัวเอง

                “โฮ่ มารับลูกน้องกลับเหรอ” แพมยืนเท้าเอวมองหน้าตาอันไม่ค่อยสมเป็นนักเรียนสักเท่าไหร่ “แล้วพวกลูกน้องของนายมาทำอะไรกันที่นี่”

                “คิดว่าน่าจะบังเอิญเดินเข้าโรงเรียนผิดล่ะมั้ง” สาบานได้ว่านั่นเหรอคือมุข!

                “เหรอ เชื่อก็ควายแล้ว” แพมยิ้มกวนๆพลางสะบัดคอเสียงดังอย่างคันไม้คันมือ

                “พวกเรามาอย่างสันติ” พูดจบเขาก็ขว้างใบไม้ที่คมเหมือนมีดเข้าใส่แพม เด็กสาวเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดายแต่พอมารู้ตัวอีกทีกลับโดนล็อคแขนสองข้างจากลูกน้องร่างยักษ์ของโรงเรียนเซย์อิ

                “ยินดีที่ได้รู้จักผมบิ๊ก เค” พี่บากหน้าโหดแนะนำตัวอย่างสุภาพไม่เข้ากับหน้าตา “ส่วนคนที่อยู่ด้านหลังคุณคือ ออเตอ เค” ชายผิวดำกล้ามเป็นมัดเป็นมันแบบซิลเวสเตอร์สโตนพยักหน้าและยิงฟันขาวกระทบแสงเสียงดังเหมือนที่เห็นในการ์ตูน

                “และที่กำลังแบกลูกน้องของผมชื่อ มัสเซิล เคและฮาร์ท เค” เจ้าของชื่อสองคนหลังจากที่ได้รับการแนะนำตัว พวกเขาทิ้งซากของเพื่อนลงพื้นและเบ่งกล้ามโชว์ทันทีก่อนจะเก็บศพของพวกที่โดนอัดมาไว้บนบ่าเหมือนเดิม แพมเหงื่อตกมองดูพวกรอบตัวอย่างขนลุก หรือว่านี่คือที่เขาร่ำลือกัน

                พวกเขาคือ K-Brother!!!

           

                “เดี๋ยวก่อนไอ้พวกพลังเค แกจะทำอะไรหล่อนน่ะ” ลูทรีบวิ่งตารีตาเหลือกออกมาจากพุ่มไม้เมื่อเห็นแพมกำลังจนมุม

                “หือ มีคนมาขัดจังหวะซะแล้ว” บิ๊ก เค จ้องหน้าลูทอยู่ครู่หนึ่ง เขาสะบัดมือเป็นสัญญาณให้ฮาร์ทเคพุ่งเข้าโจมตีลูท กำปั้นยักษ์แบบต่อยรถยังบุบได้อัดเข้าหน้าท้องของลูทจนเขากระเด็นเกลือกกลิ้งไปกับพื้น ลูทกุมท้องนอนร้องครวญคราง

                แรงคนหรือแรงช้างวะ

                “ให้ตายเถอะ” แพมถอนหายใจให้ลูทอย่างเวทนา เธอกระทืบลงบนส้นเท้าของออเตอ เค จนสะดุ้งปล่อยตัวเธอซึ่งแพมไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เธอหันหลังกลับและต่อยใต้เข็มขัดเต็มแรงจนคนโดนหน้าเปลี่ยนสีลงไปนอนกุมอวัยวะใต้แทบเท้าเธอ ถึงจะเป็นบุรุษเหนือบุรุษแต่จุดอ่อนก็มีเพียงหนึ่ง...ที่อาจทำให้มนุษย์ชาติสูญพันธุ์ไปเลยทีเดียว

                “โหดฉิบ” นิลที่หลบหลังพุ่มไม้มองดูแล้วรู้สึกเสียวแทน กับแพมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่อารมณ์แปรปรวนง่ายที่สุดบวกกับอาการแอบจิตนิดๆทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าใกล้เธอนักถ้าไม่ติดที่หน้าตาสวยนั่นคอยดึงดูดผู้ชายมาให้เธอเป็นกระสอบทรายซ้อมเล่นไม่เว้นแต่ละวันล่ะก็นะ

                “บราเธอร์!!!” ฮาร์ทดีดตัวพุ่งเข้าหาแพม เด็กสาวกระโดดถอยหลังทิ้งช่วงห่างแต่ก็ไม่ทันความเร็วของฮาร์ทที่พุ่งเข้าใส่เธอ มือกร้านจับข้อมือเรียวกระชากจนลากไปกับพื้น แพมกัดฟันใช้แรงพญาช้างสารชักข้อมือกลับแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของคนตรงหน้าได้

                “ข้างข้าง” ลูทร้องเตือนแต่แพมหันกลับมามองด้วยความงุนงง

                “ข้างอะไร” เธอถามอย่างหงุดหงิด

                “ข้างตัวเธอนั่นแหละ” แพมหันกลับแต่ก็สายเกินไป เมื่อมัสเซิล เค หมุนตัวสามตลบตีลังกาแปดรอบกระโดดสูงสองเมตรพุ่งเข้าเตะตรงสีข้างของเด็กสาวเต็มแรงจนกระเด็น

                “หนอย” แพมดีดตัวขึ้นใช้มือข้างหนึ่งกุมซี่โครงด้านขวาไว้ “จะนอนไปถึงเมื่อไหร่ รีบมาช่วยกันสิ”

                ลูทลุกขึ้นอย่างยากลำบากเดินมายืนข้างแพม เขาไม่เข้าใจว่าเธอต้องการให้เขาช่วยอะไรขนาดเธอยังทำอะไรพวกบ้ากล้ามตรงหน้าไม่ได้แล้วเขาจะเอาอะไรไปสู้

                “เอาแหวนมารึเปล่า” ก็เพิ่งให้มาเมื่อกี้ไม่อยู่นี่แล้วมันจะไปอยู่ไหน

                “เกี่ยวอะไรกับแหวน” ลูทถามเสียงแห้งมองพวกเคบราเธอกำลังดูอาการของออเตอ เค

                “อยากสู้กับเจ้าพวกนั้นไหม” แพมถามกลางนวดสีข้างซึ่งลูทก็ตอบกลับมาทันควัน “ไม่”

                “นี่นายเป็นลูกผู้ชายแน่รึ” เธอถลึงตามองคนตรงหน้าแต่ก็โดนสวนกลับมาอย่างเจ็บแสบ “ถ้าไม่เชื่อว่าฉันเป็นผู้ชายเธอจะดูไอ้นั่นของฉันไหมล่ะ”

                “พะ พูดอะไรอีตาบ้า” แพมหน้าขึ้นสี ลูทถลกกางเกงขายาวขึ้นโชว์ไอ้นั้นที่ว่า “นี่ไง ขนหน้าแข้ง”

                ผัวะ!

                “นี่แหวน” ลูทหยิบแหวนขึ้นมาแล้วลูบแก้มที่บวมปูดออกมาอย่างน่ากลัว

                “สวมมันสิ” แพมพูดเสียงเย็น เขานึกสงสัยว่าไอ้แหวนวงนี้มันมีดีอะไรนักหนาหรือเจ้าของเก่ามันจะเป็นพวกบ้าแหวนประมาณว่าของรักของข้าหรือยังไง แต่เมื่อแพมมองมาด้วยสายตาถมึงทึงทำให้ลูทต้องรีบสวมมันทันที

                พริบตานั้นเขาเหมือนหลุดมาอยู่ในโลกอื่น โลกที่กระแสเวลาพัดผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองไปยังคนตรงหน้าที่อยู่ใต้ผ้าคลุมสามคน พายุหมอกสีขุ่นพัดกระหน่ำเสียงอื้ออึงจนลูทไม่ได้ยินเสียงอะไร เขาพยายามจ้องลึกเข้าไปตรงส่วนใบหน้าที่ถูกผ้าคลุมปกปิดไว้ บางสิ่งบางอย่างในนั้นกำลังพูดและเขากำลังอ่านมัน

                “เอ็ง...มา...ผิดเรื่องแล้ว” นั่นคือคำพูดที่เขาอ่านได้และเมื่อรู้สึกตัวอีกทีแพมก็มองเขาด้วยแววตาอ่านยากก่อนจะโดนตบหน้าเบาๆ

                “คงไม่ได้จินตนาการอะไรบ้าๆหรอกนะ” ลูทยิ้มแห้งๆก้มลงมองแหวน ตัวเลขโรมันที่สลักไว้หายไปเหลือเพียงเลข 1 ตัวเดียว เพชรสีดำเรืองแสงเปลี่ยนเป็นโซ่คล้องกับปืนลูกโม่สีดำติดประกับสีขาวที่มีอักษรสีเงินเขียนไว้ว่า Kaiser

                “นี่มัน” ลูทมองอาวุธในมือด้วยความแปลกใจแต่ที่แปลกกว่านั้นคือผ้าคลุมนักเดินทางโกโรโกโสสีน้ำตาลไหม้ได้ถูกเพิ่มเข้ามาปิดบังเครื่องแต่งกายของเขา เมื่อเปรียบเทียบกับแพมถึงจะไม่แย่มากแต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอาวุธของเขาต้องเป็นปืน

                “จะทำก็ทำได้นี่” แพมปรบมือให้ด้วยสีหน้า...เหนื่อยใจ ถ้าจะชมก็ขอเป็นสีหน้ายิ้มแย้มหน่อยจะได้ไหม

                “เจ้านี่” บิ๊ก เค กวาดตามองดูลูทด้วยสายตาเป็นกังวล จริงอยู่ที่พวกเขาได้เปรียบด้านจำนวนแต่ถ้าว่ากันด้านฝีมือ พวกเขาก็ประจักษ์แล้วว่าแพมมีฝีมือขนาดไหนอีกทั้งลูทที่ยังไม่ได้แสดงความสามารถออกมาทำให้ชักเป็นกังวลว่าศึกครั้งนี้พวกเขาจะเอาชนะได้รึเปล่า

                “หยุดแค่นั้นดีกว่า” สายลมพัดผ่านดอกหญ้าปลิวไสวผงฝุ่นพัดกระจายพร้อมกับการมาของบุรุษสุดหล่อเจ้าของทรงผมโด่เด่ชี้ฟูไม่เป็นทรงมาจากที่ใดไม่มีใครทราบ เขาก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างามเป็นจังหวะ รอยยิ้มของเขากระชากใจคนจนนึกหมั่นไส้อยากกระทืบให้รู้แล้วรู้รอดและในตอนนั้นเอง!

                โครม

                “เธอทำอะไรเนี่ย” เด็กสาว ต่อว่าเพื่อนที่ทำกระถางต้นไม้ตกจากระเบียงชั้น 4 เมื่อครู่

                “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ แถมเมื่อกี้เหมือนจะไปโดนใครด้วย” คนทำพูดเสียงสั่นอย่างหวาดเสียวจะติดคุก

                “แย่ล่ะสิ มัวทำอะไรอยู่” เด็กสาวคนเดิมกระชากแขนเพื่อนพากันวิ่งลงจากอาคารไปโดยทิ้งให้ผู้เคราะห์ร้ายนอนชักดิ้นชักงอที่พื้น

                “มาทำซากอะไรตอนนี้” แพมเท้าเอวบ่นอย่างหงุดหงิดพลางมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยสายตาสมเพชเวทนา

                “ก่อนจะด่าอะไรมาช่วยกันก่อนได้ไหม” ชายหนุ่มเอามือกุมหัวด้วยท่าทางเจ็บปวดเหลือคณาแล้วลุกขึ้นยืนปล่อยให้เลือดไหลออกมาเป็นโลหิตจนย้อมสีแดงไปทั้งหน้า

                “นี่ใคร” ลูทถามปรายตามองหางคิ้วกระตุก ชายปริศนาผู้มาเยือนใหม่หยิบผ้าขนหนูที่เอามาจากไหนไม่รู้เช็ดหน้าจนสะอาดหมดจดและอีกไม่กี่นาทีต่อมาหน้าของเขากลับเป็นสีแดงอย่างเดิม

                “ไอ้บ้าฆ่าไม่ตายคนหนึ่ง” แพมบอกปัดเป็นเชิงอย่าใส่ใจ

                “แกเป็นใครน่ะ” พวกเคบราเธอร์ถามพลางคิดตรงกันว่าไอ้นี่มันต้องหลุดมาจากโรงพยาบาลบ้าที่ไหนสักแห่งแน่

                “หากต้องการจะรู้เรื่องราวให้กระจ่าง พวกเราก็พร้อม...” ชายหนุ่มกวาดมือไปพร้อมกับโพสต์เต็มที่ไปในแบล็คกราวอวกาศ

                เปรี้ยง!

                “เดี๋ยวแม่ซัดเข้าให้” ในวินาทีที่ทุกคนตรงนั้นต่างก็คิดเหมือนกัน

อย่าพูดหลังทำสิ

                “ดีๆก็ได้ ฉันชื่ออาร์ท แค่นี้แหละ” อันนี้สั้นไปโว้ย!

                ลูทเอามือก่ายหน้าผากอย่างหน่ายใจ ที่เขาจินตนาการเอาไว้เกี่ยวกับโลกเหนือจินตนาการในด้านนี้คือการต่อสู้สุดมันชนิดหาดูไม่ได้ในโลก3Dแต่นี่อะไร นี่มันเหมือนกับเอาคนไข้ในโรงพยาบาลบ้ามาจับกลุ่มรวมตัวกันกลายเป็นขบวนการอะไรเอาฮาไม่มีสาระงั้นแหละ

                “เฮ้ พี่ล่ำทั้งหลายถ้าพวกนายยังมัวแต่โอ้เอ้ ระวังพวกกำลังเสริมของฉันจะมานะ” อาร์ทพูดด้วยรอยยิ้มสดใสแต่แฝงความนัยน์ว่าถ้าไม่รีบไปเอ็งตาย พวกเคบราเธอร์มองหน้ากันสักแปปเพื่อขอคำตอบก่อนที่บิ๊กเคจะสั่งให้ถอย

                “แล้วเราจะมาใหม่” พูดจบพวกพลังเคก็กระโดดข้ามรั้วโรงเรียนที่สูงกว่า 2 เมตรไป อาร์ทโบกมือลาและตะโกนตามหลังไป “วันหลังจะมาเข้าประตูหน้านะ”

                “เรามีกำลังเสริมด้วยเหรอ” ลูทหรี่ตานึกทบทวนคำพูดของคนตรงหน้า เท่าที่จำได้เห็นบอกในโรงเรียนนี้มีพวกผิดมนุษย์อยู่แค่ 10 คนไม่รวมเขาแล้วนี่จะไปเอากำลังเสริมมาจากไหน

                “ฉันนี่ไงกำลังเสริม ที่เหลือโดดเรียนไปเดินห้างหมดแล้ว” อาร์ทตอบกลับหน้าตายเล่นเอาคนถามเหงื่อแตกพลั่ก นี่ถ้าพวกนั้นไม่บ้าจี้เชื่อคำขู่ของหมอนี่สงสัยพวกเขาคงเน่าเป็นขี้ไปแล้ว “ไอ้นิล มานี่ดิ๊”

                อาร์ทกวักมือเรียกคนที่นั่งกินขนมอยู่หลังพุ่มไม้เหมือนเรียกหมา ซึ่งคนโดนเรียกก็ลุกขึ้นชูนิ้วกลางให้ ช่างเป็นการทักทายกันที่อบอุ่นจริงๆ “ไงไอ้เกลอไม่ได้เจอกันตั้งนาน”

                “นานของแกนี่นับเป็นกี่นาทีกัน เมื่อกี้ฉันกับแกเพิ่งเดินเฉียดกันหน้าห้องส้วม”

                “ไอ้ตรงห้องน้ำหญิงอ่ะนะ” แพมหันไปมองสองคนตาเขียว “อะไรก็แค่เดินผ่าน”

                “เหรอ” แพมลากเสียงยาวบ่งบอกถึงความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจอย่างสุดซึ้งและตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงประกาศจากห้องโสตดังไปทั่วโรงเรียน

                ประกาศ...มีคนเก็บบัตรประจำตัวนักเรียนได้ในห้องน้ำหญิง เจ้าของบัตรคือนายศรากร ชั้นม.5/13 กรุณามาติดต่อรับคือที่ห้องโสตด้วย

                ทุกคนหันไปมองอาร์ทเป็นตาเดียวซึ่งอาร์ทก็หลบหน้าหลบตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่บอกก็รู้ว่าเจ้าของบัตรต้องเป็นไอ้นี่แน่ๆ แพมคิ้วกระตุกหักนิ้วเดินเข้าไปหาอาร์ทพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อย

                “เมื่อกี้มันหมายความว่ายังไงคะไอ้คุณมึง”

                “หมายความว่างั้นแหละ” อาร์ทยิ้มร่าแต่เปิดไปไกลไม่เห็นฝุ่นชนิดนักวิ่งโอลิมปิกยังอาย

                “ชิ วันนี้มีแต่เรื่องยุ่งยากจริงๆ” แพมบ่นอิดออดพลางเรียกเปลวเพลิงชำระสีฟ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าของเธอให้กลับไปเป็นชุดนักเรียนเหมือนเดิม

                “เอาไงต่อ” นิลถามเอามือล้วงกระเป๋า เท่าที่ดูกันมาผมว่าหมอนี่น่าจะปกติที่สุดในกลุ่ม

                “เดี๋ยวก็จะเที่ยงแล้วไปหาข้าวกินกันเถอะ” แพมบิดขี้เกียจก่อนจะเดินนำไป

                “เห้ย แล้วจะทำยังไงกับเจ้านี่เนี่ย ลูทจับเสื้อคลุมโบกไปมา แพมพ่นลมทางจมูกอย่างรำคาญใจถอดแหวนออกจากนิ้วเรียวโยนให้เจ้าของพร้อมกับผ้าคลุมและปืนที่หายไป

                วันหลังทำเองนะ พูดจบสาวเจ้าก็เดินไปกับนิลปล่อยให้ลูทเดินตามมาทีหลังโดยที่หลังจากนี้เรื่องวุ่นๆคงจะตามมาให้เขาปวดหัวอีกเยอะ




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น