†Night Hunt † : ล่าล้างรัตติกาล

ตอนที่ 9 : ราตรี VII - หมาป่าสีดำแห่งโบสถ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 เม.ย. 52

ราตรี VII

- หมาป่าสีดำแห่งโบสถ์ -

 

        ฟู่~ทำความสะอาดของวันนี้เสร็จซะที ชาระยกมือปาดเหงื่อพลางทอดมองผลงานของตนเอง  เมื่อพื้นโบสถ์เงาแวววาวด้วยฝีมือของตน เฮ้อ...ทำทั้งวันก็ได้เป็นส่วนๆเท่านั้น

                ชาระ เสียงเรียกทักจากด้านหลังทำให้ร่างบางรีบหันไปมอง

                อ๊ะ...พระคาร์ดินัลโซลเนลาส ชาระตัวแข็งเกร็งขึ้นมาทันที ทำความสะอาดเสร็จแล้วค่ะ  แล้วนี่...จะไปไหนเหรอคะ? เธอจ้องมองหญิงสาวที่อยู่ในชุดเดรสสีดำยาว  เข้ากันด้วยหมวกใหญ่ติดกุหลาบสีดำสนิท

                ไปงานศพใกล้ๆนี่น่ะ  หลวงพ่อที่นั่นเชิญไป เธอตอบด้วยสีหน้าแกมเบื่อหน่าย
               
จริงสิคะ...ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ดิฉันยังไม่เคยเห็นการจัดงานศพเลย  ห้ามเหรอคะ? ชาระถามอย่างสงสัย

                ที่นี่ไม่ใช่โบสถ์สำหรับการกุศลหรือทำพิธีสำคัญทางศาสนา  ว่าง่ายๆคือหน่วย 13 ที่ทำหน้าที่กวาดล้างพวกเดนมนุษย์

                ตะ...แต่อีก 12 โบสถ์ก็มีการทำพิธีไม่ใช่เหรอคะ?

                ก็ช่างพวกนั้นปะไร  เซนต์ลูซิเฟอร์ไม่จำเป็นต้องทำตามแบบอย่างใครหรือทำตามคำสั่งใคร  นอกจากฉันเพียงเท่านั้น เซลาฟว่าเสียงเข้ม  มาดดั่งนางพญาทำเอาชาระสะดุ้งไม่น้อย

                นี่มันก็บ่ายจนจะเย็นอยู่แล้ว  ท่านเซลาฟจะกลับเมื่อไหร่เหรอคะ? เธอรีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันที

                ม่ายรุ  เดี๋ยวก็ต้องไปทานมื้อค่ำกับพวกหลวงพ่อนั่นอีก  เฮอะ...อยากจะฟังคำสอน  ได้- -คาร์ดินัลคนนี้จะจัดให้เอง เซลาฟแสยะปากพร้อมใบหน้าเหยียด 

ชาระกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดคออย่างยากลำบาก  แล้วนี่พวกหลวงพ่อจะเป็นอย่างไรล่ะนี่  ถ้าเจอคำสอนของเจ้าหล่อนเข้าไป  ไม่อยากจะคิดซะเลย...!

ดูแลโบสถ์ให้ดีๆล่ะชาระ  ฉันคงกลับดึก  ถ้ายังไงก็จะปิดโบสถ์เลยก็ได้ เซลาฟสั่งน้ำเสียงแฝงความเป็นห่วงเล็กน้อย

แล้ว- -คืนนี้ใครจะสั่งงานละคะ? ความสงสัยยังคงบังเกิดในใจของเด็กสาว

ฉันสั่งล่วงหน้าไปแล้ว  คืนนี้งานเยอะกว่าปกติด้วย  คงดึกหรือไม่ก็เกือบเช้าพวกนั้นถึงจะกลับ  ล็อคโบสถ์ให้ดีถ้าเป็นไปได้เธอเก็บตัวเงียบในห้องเลยยิ่งดี เซลาฟพูดเน้นเสียง  มันช่างดูจริงจังซะเหลือเกินสำหรับเด็กสาวที่ได้ฟัง

เอ๋? ทำไมเหรอคะ? เธอเอียงคอมองเล็กน้อย

จำไว้- -ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามเปิดประตูโบสถ์เด็ดขาด  นอกจากจะมีพวกเราคนใดคนหนึ่งอยู่ใกล้ๆ

พระคาร์ดินัลโซลเนลาสพูดยังกับว่าจะมีใครมาโจมตีโบสถ์อย่างนั้นแหละ ชาระพูดยิ้มๆแล้วก็ต้องค่อยๆเจื่อนลง  เมื่อเห็นสีหน้านิ่งของสตรีเบื้องหน้า

เซลาฟถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ เอาเถอะ..คงไม่เป็นอะไรมั้ง  เริ่มทยอยกลับกันมาแล้วนี่นะ

ทยอยกลับ? ชาระมุ่นหัวคิ้วมากขึ้นกว่าเดิมจนแทบจะผูกติดกัน  ตั้งแต่อยู่ที่นี่มาเธอไม่ค่อยจะเข้าใจคำพูดของเซลาฟซักเท่าไหร่  ทั้งกำกวม  แฝงเลศนัย  และอะไรอีกเพียบ

ฉันไปก่อนนะ เซลาฟบอกแล้วออกเดินต่อ

อ๊ะ  ค่ะ ชาระรีบโค้งให้ทันที  เธอมองตามหลังผู้เป็นนายไปจนลับสายตาก่อนจะชะงักกับความคิดของตน ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า...จะมีแวมไพร์มาบุกที่นี่น่ะสิ! ว่าแล้วก็อยากจะเป็นลมสลบไสลไปกับพื้น  เวรกรรมอะไรของเธอที่ต้องมาอยู่ในโบสถ์วันที่ไม่มีใครกันนี่

 

 

ไปก่อนนะชาระ  ดูแลโบสถ์ดีๆล่ะ ไบรอันเอ่ยเสียงใจดีเช่นเคย  เขายิ้มส่งให้ร่างเล็กที่ถ้าเป็นปกติคงเคลิบเคลิ้ม  แต่ในยามนี้ใจมันกังวลซะมากกว่า

ค่ะ... เธอตอบรับเสียงอ่อย

ถ้ากลับมาเห็นโบสถ์เละเธอโดนฉันลงโทษแน่ยัยชำระ ริคกุยิ้มพรายเพราะสนุกที่ได้แหย่เธอเช่นเคย  ทว่า...เธอยืนหน้าจ๋องเหมือนคนหมดเรี่ยวแรง เป็นอะไรของเธอ?

ถ้าเป็นปกตินายจะไปตายที่ไหนก็ช่าง  แต่วันนี้...ถ้าเป็นไปได้ช่วยกลับมาเร็วๆหน่อยได้มั้ย? ชาระทำหน้าเหมือนอ้อนวอนทำเอาริคกุหน้าเหยหันไปมองไบรอันเพื่อขอคำตอบ

จริงสินะ...วันนี้ไม่เหลือใครเลยแม้แต่อลิธ ไบรอันว่าอย่างใช้ความคิด ระวังตัวหน่อยนะ  ถ้าจะให้ดีเก็บตัวอยู่ในห้องดีกว่านะ เขาว่าอย่างเป็นห่วง

อ๋อย...ว่าเหมือนกันเลย น้ำเสียงเริ่มเบาลงกว่าเดิม

พ่อฮะ  ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนยัยอกแปบนี่ดีกว่ามั้ย? ริคกุเสนอความคิดทำเอาเด็กสาวใจชื้นขึ้นมาอย่างมีความหวัง

คงไม่ได้หรอก  คืนนี้งานเยอะกว่าปกติ  เซลาฟก็แบ่งให้เป็นส่วนๆแล้วด้วย ไบรอันว่าอย่างหนักใจเล็กน้อย ถ้าอยู่ในโบสถ์น่ะปลอดภัยอยู่แล้ว

แน่ใจเหรอคะ...ตอนดิฉันมาที่นี่วันแรกโบสถ์ก็ถูกโจมตีซะแล้ว ชาระนึกไพล่ไปถึงครั้งแรกที่เธอมาโบสถ์  ตอนนั้นเจ้าแวมไพร์หาญกล้าเข้ามาเหยียบถึงภายใน  แล้วแบบนี้จะให้เธอวางใจได้อย่างนั้นเหรอ?

ปกติสุขน่ะ  เพราะมีพวกเราทุกคนอยู่ไง

คิดจะทำงานที่นี่อย่าขี้ขลาดไปหน่อยเลยน่าแม่เด็กฝึกงาน เซสเปรยเสียงเซ็งในอารมณ์

ปิดประตูหน้าต่างให้สนิททุกบานนะคะซิสเตอร์ชาระ  เธอจะปลอดภัยเมื่ออยู่ในนี้ อลิธบอก

ค่ะ... ตอบรับอย่างจำนน จะปิดแน่นไม่ยอมเปิดแม้แต่พระคาร์ดินัลมาเรียกก็ตามค่ะ ก้มหน้ามลงอย่างสิ้นหวัง

ขืนทำแบบนั้นได้โดนอาก้ากราดใส่แหงๆ ริคกุหัวเราะแห้งๆ เอาเป็นว่าจะรับกลับมาละกัน

ไปก่อนนะชาระ ไบรอันลูบหัวเด็กสาวอย่างเอ็นดู  ส่วนเซสนั้นเดินนำออกไปก่อนเรียบร้อยแล้วเพราะไม่อยากเสียเวลา

ชงกาแฟรอด้วยล่ะ ริคกุบอกพร้อมกับยักไหล่เล็กน้อย

ถ้ากลัว...เธอจะเก็บสิ่งนี้ไว้ป้องกันตัวก็ได้นะคะ อลิธยื่นปืนพกเล็กให้กับเด็กสาวที่มองมันด้วยท่าทางหวาดๆ

ปืนธรรมดา  จะทำอะไรมันได้เหรอคะ? เอื้อมมือไปสัมผัสแต่ยังไม่ยอมดึงมา

ถ้าเป็นปืนธรรมดาคงทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ  แต่กระสุนนั้นเป็นเงินแท้ไม่เจือปน  คงพอป้องกันตัวเองได้บ้าง

แล้วยิงปืนเป็นรึเปล่าเนี่ย? ริคกุมองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างกวนๆเรียกสายตาค้อนจากเจ้าหล่อนได้ชะงัดนัก

แค่เหนี่ยวไกใครๆก็ทำได้ย่ะ ว่าพลางคว้ามับเข้ามาทันที

อ๋อ~เหรอ  แล้วจะคอยดูละกันนะ เด็กหนุ่มแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์  แววตาเป็นประกายพราวระริกอย่างถูกใจ ไปกันเถอะฮะพ่อ  อลิธ  คงไม่จำเป็นต้องห่วงเธอแล้วมั้ง  ก็เก่งซะขนาดนี้ ได้ทีแขวะ

ถึงไม่ต้องมีนาย  ฉันก็อยู่ได้หรอกย่ะ!” เชิดใส่อย่างไว้เชิง

ขอตัวก่อนนะคะ อลิธบอกแล้วหันหลังออกเดิน

ไบรอันมองเธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง  แต่เมื่อเห็นยังยืนยิ้มอยู่ได้ก็เบาใจลงกว่าเดิม  ฉับพลัน...ทั้ง 3 ก็หายลับไปจากสายตาทันที

ไป...กันหมดแล้วเหรอ? เปรยถามลอยๆ  แต่สิ่งที่ได้รับคือความเงียบและภาพเบื้องหน้าที่ว่างเปล่า

ชาระทิ้งตัวนั่งแบะลงกับพื้น  แสยะปากราวกับจะร้องไห้ออกมา  แต่ก็ไม่อยากทำเสียงดังเพราะกลัวจะมีใครไม่พึงประสงค์ได้ยิน

ฉันล้อเล่นอ่า~กลับมาอยู่เป็นเพื่อนซักคนไม่ได้เหรอ? ใครก็ได้อ่า!” พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา  กวาดมองไปรอบๆห้องด้วยนึกหาใครซักคนมาอยู่เป็นเพื่อนก่อนจะซบหน้าลงกับเข่าที่ตั้งขึ้นมา

ตึก...

เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือก  ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามอง...คงไม่ใช่ใครซักคนที่เธอร้องขอหรอกนะ

แอ๊ด...

ประตูห้องโถงที่เธออยู่เปิดออกยิ่งทำให้ทั่วร่างสะท้าน  ถ้าไม่ขยับจากตรงนี้หรือมองหาที่มาของเสียงล่ะก็  เธอคงจะหวาดวิตกอยู่อย่างนี้เป็นแน่  ว่าแล้วก็ค่อยๆช้อนหน้าตัวเองขึ้นมาจ้องไปที่ประตู  มืออันติดจะสั่นเล็กน้อยตั้งปืนขึ้นมาพร้อมกัน

อย่าขยับ!” โพล่งร้องออกไปแล้วก็ต้องชะงัก  ปั้นสีหน้าไม่ถูก

อาคันตุกะ 4 ขา  ผู้มีร่างกายใหญ่โตและขนหนาฟูสีดำทมิฬ  แววตาสีเหลืองยืนมองเธอเหมือนรออะไรบางอย่าง

โธ่...หมานี่เอง ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วเก็บปืนลง จะว่าไป...ก็คุ้นๆหน้าเจ้าแฮะ พยายามใช้ความคิดในการนึกถึงอดีต

เจ้าหมายังยืนอยู่ที่เดิม  หรือมันกำลังรอเธออนุญาตให้เข้ามาในห้องกันนะ  เมื่อเห็นมันไม่ยอมขยับจึงกวักมือเรียก มานี่สิ

มันจดๆจ้องๆเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะย่ำเท้าเข้ามาหาแล้วนั่งลงข้างกาย

เจ้าหมาตัวนี้...จำได้แล้ว! เคยเห็นในห้องทำงานวันแรกที่เข้ามานี่เอง เผลอปรบมืออย่างลืมตัว สงสัยพระคาร์ดินัลเลี้ยงไว้เฝ้าโบสถ์แหง

เหมือนมันจะรู้ความ  พยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วยืนหัวไปถูไถกับไหล่เรียวเล็กของชาระ  เธออดไม่ได้ที่จะไม่กอดมัน  ก็แหม...มันทำตัวน่ารักขนาดนี้นี่นา

ขนนุ๊ม~นุ่มจังเลย...คงจะอาบน้ำแปรงขนทุกวันสิเนี่ย ชาระมองหน้าเจ้าหมาแล้วก็ทำหน้าเคลิ้ม อ๊า- -อยากเลี้ยงหมามานานแล้ว  แต่บ้านจนไม่มีปัญญานี่สิ

คิดแล้วก็โผเข้ากอดรัดมันอย่างลืมตัว  ขนอันแสนอ่อนนุ่มที่เธออยากจะนอนซบทั้งคืน  คงหลับสบายเป็นแน่

หลับซักงีบคงไม่เป็นไรนะ ว่าเสร็จสรรพก็หลับตาลง  เจ้าหมาไม่คิดจะขยับกายไปไหนปล่อยให้เธอนอนซบแต่โดยดี

 

 

ท่านเซลาฟ...คิดอะไรอยู่หรือครับ? เสียงแหบต่ำของชายวัยกลางคนเอ่ยถามหญิงสาวที่เดินติดจะเหม่อลอย

นิดหน่อย...ช่างมันเถอะ เธอตอบปัดอย่างไม่ใส่ใจ

ว่าแต่หลังจากนี้...เชิญท่านเซลาฟไปร่วมรับประทานอาหารเย็นกับพวกเราซักมื้อ  พวกเราอยากจะฟังคำสอนของท่าน เขาพูดอย่างสุภาพ ถ้าท่านไม่รังเกียจโบสถ์เล็กๆนี้ล่ะก็

เซลาฟนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแย้มรอยยิ้มเย็นที่มุมปาก ได้สิ  ถ้าพวกท่าน...อยากจะฟังกันนัก

 

 

                ภายในโบสถ์อันเงียบงัน  ร่างบางยังคงนอนหลับตาพริ้มอย่างไร้กังวลโดยมีผู้เฝ้ายามมือเยี่ยมข้างกาย  แต่แล้ว...มันก็ขยับร่างลุกพรวดทำเอาเจ้าหล่อนหน้าคะมำไปกับพื้น

                โอ๊ย! เจ็บจัง เธอเอามือลูบหน้าผากป้อยๆ

                ก๊อก...ก๊อก...

                เสียงเคาะประตูที่ทำเอาชาระสะดุ้งเฮือก  ขยับกายเบียดเสียดเจ้าขนฟูที่ตอนนี้ขนตั้งชันส่งเสียงขู่ระวังภัย

                เป็นอะไรไปเจ้าขนฟู  ระ- -หรือว่า.. ชาระเกาะเจ้าหมาแน่น  แววตาสีฟ้าตวัดมองไปที่ประตูโบสถ์อย่างหวาดระแวง

                เจ้าหมากระโจนตรงไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว  ยืนตั้งท่าราวกับจะกางอาณาเขตของตน  ชาระมองมันอย่างสงสัยก่อนจะค่อยๆย่างสามขุมเข้าไปใกล้  ยังคงจ้องมองที่ประตูใหญ่เช่นเคย

                คงแค่เสียง...ลมพัด...ละมั้ง...

                มีใคร...อยู่มั้ย... เสียงแหบต่ำเอ่ยลอดผ่านเข้ามาทำเอาชาระสะดุดกึก

                เธอนิ่งเงียบไม่คิดจะเอ่ยตอบ  เมื่อนึกถึงคำเตือนของบรรดาคนในโบสถ์  แต่เสียงที่ได้ยินนั้นเป็นของหญิงชราที่ฟังดูอิดโรยซะเหลือเกิน

                ช่วย...ฉัน...ด้วย...ได้โปรดเถอะ

                ขอให้ช่วย? ใจเย็นๆชาระ  มุขตื้นๆของพวกอธรรม  แกล้งทำเป็นคนแก่หลอกให้ตายใจ

                หลาน...หลานของฉัน...ถูกแวมไพร์ทำร้าย...แล้วมันกำลังตาม...ฉันมา

                น้ำเสียงเริ่มเบาลงจนเกือบจะจางหาย  ชาระก้าวอย่างระแวดระวังจนขืนชิดกับประตู  เธอค่อยๆเอาหูแนบติด  เจ้าหมาพยายามใช้ขาหน้าเขี่ยเธอแต่ก็ไร้ผล

                อย่างน้อย...ช่วยเด็กคนนี้ด้วย...แกกำลังจะตาย...แค่กแค่ก

                มีลูกเล่นด้วยแฮะ  ไอตบท้าย...แต่ทำไมเหมือนจริงจังเลย  ไม่หรอกชาระ! เธอกำลังถูกทำให้ไขว้เขว  อย่าหลงเชื่อนะ!!

                ทันใดนั้น  ชาระก็ได้ยินเสียงเหมือนเด็กร้องอย่างทรมานคลอกับเสียงของหญิงชราที่กำลังปลอบอยู่  เธอรู้สึกสงสารและเวทนาจับใจ  นี่เธอจะปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ 2 คนเป็นเหยื่อของแวมไพร์อย่างนั้นหรือ? ไม่ได้! ต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว!!

                พลันสิ้นความคิด  ชาระก็เปิดประตูโบสถ์โดยไม่สนใจเสียงคำรามทัดทานของเจ้าหมา  เธอกวาดสายตามองหาร่างของหญิงชราและเด็กน้อยก็พบว่าทั้งคู่นั่งห่างออกไปจากรูปปั้นลูซิเฟอร์ไม่ไกลนัก  ในใจนึกสงสัยความผิดปกติบางอย่าง  แต่คุณธรรมบวกความสงสารทำให้เธอสลัดความคิดทิ้งไป

                เข้ามาในนี้สิคะคุณยาย!” ชาระตะโกนบอก

                หญิงชราค่อยๆเงยหน้าอันเหี่ยวย่นและหยาบกร้านขึ้นมามอง  ในอ้อมแขนของเธอมีหลานชายตัวเล็กนอนร้องโอดโอยกับบาดแผลเลือดอาบที่ท้อง

                ยายไปไม่ได้ เธอบอกเสียงต่ำ

                ทำไมละคะ?

                ยายไม่มีแรง...ช่วยยายที

                ชาระยืนมองอย่างลังเล  เธอเผลอจินตนาการถึงสภาพทั้งคู่ที่โดนแวมไพร์เล่นงานแล้วก็ต้องรีบสลัดไล่ความคิดหมายจะออกเดิน  ทว่าเจ้าหมาเบื้องหลังนั้นงับชายกระโปรงดึงเธอไว้ก่อน

                ปล่อยนะเจ้าหมา- -ฉันต้องไปช่วยยายเค้า เธอจับกระชากกระโปรงตัวเองให้หลุดจากปากมันก่อนจะออกวิ่งไปโดยมีเจ้าหมาร้องเสียงหลงไล่หลัง

                เธอสาวเท้ารัวเดินตรงรี่ไปที่คนทั้งคู่อย่างรวดเร็ว  หันรีหันขวางมองรอบด้านอย่างระวังภัยก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งยองๆ

                ไปกันเถอะค่ะคุณยาย ว่าพลางยื่นมือส่งให้

                หญิงชราแย้มรอยยิ้มบางแล้วส่งหลานชายให้กับชาระที่รับเข้ามาสู่อ้อมแขน ไม่เป็นไรนะหนู บอกด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

                ออกมา...แล้วสินะ ร่างเล็กในอ้อมแขนเอ่ยพร้อมด้วยยิ้มที่แสยะให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคม

                วะ- -แวม

                ขอสูบเลือดที่ต้นคอขาวๆของเธอหน่อยนะ

                ก...กรี๊ดดดดดด กรีดร้องออกมาอย่างตกใจคิดจะสลัดทิ้งแต่ก็ไม่หลุด

                แวมไพร์ในคาบเด็กน้อยคว้าคอชาระหมายจะขย้ำลำคอ  ทันใดนั้น- -มันก็ถูกกระชากออกจากอ้อมแขนของเจ้าหล่อนด้วยคมเขี้ยวสีเงินที่งับเข้ากับเรียวขาก่อนจะเหวี่ยงกระเด็นไถลไปกับพื้น

                จะ- -เจ้าหมา!” ชาระอุทานออกมาอย่างตกใจกับร่างมหึมาที่ยืนกันเธอไว้อยู่

                ไอ้หมาเวร!” แวมไพร์ร่างเด็กถบทพรืดก่อนจะตั้งตัวลุกขึ้นยืน

                พลันร่างเล็กมหายหายกลับกลายเป็นร่างสูงผอมซีดของแวมไพร์หน้าตาน่าเกลียด  แววตาปูดโปนจ้องมองเจ้าหมาอย่างจะกินเลือดเนื้อ

                ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยแท็ป? หญิงชราเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

                ไม่เป็นอะไรกะผีน่ะสิโดนขย้ำขาจนเลือดอาบแบบนี้  แล้วจะอยู่ในร่างยัยแก่หนังเหี่ยวไปถึงไหนน่ะโรส!” ชายนามแท็ปตวาดเสียงดัง

                หึหึ...โทษที...อยู่ในร่างนี้มันหรอกคนง่ายน่ะ น้ำเสียงแหลมสูงผิดกับร่างหญิงคนชราภายนอก  เรียวปากเหี่ยวย่นแสยะยิ้มราวคนโรคจิต  ผิวกายเต้นเร่าดั่งบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ภายในก่อนเนื้อร่างจะแปรเปลี่ยนสู่รูปโฉมของหญิงสาวหน้าตางดงามแต่ชวนขนลุกกับแววตาสีแดงก่ำขัดกับความซีดแห้งของผิว

                พะ...พวกแก... ชาระเอามือปิดปากแทบจะเอ่ยคำพูดอะไรไม่ออก  นี่เธอทำพลาดไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย?

                หึ...ตกใจอะไรกัน..ก็พวกเรา...เป็นแวมไพร์นี่นา

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #39 SaiiZunG (@saii19) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2552 / 10:51

    นางเอกนี่นะ อิอิ

    ริคกุจะมาช่วยทันมั้ยเนี่ย???

    #39
    0
  2. #38 nania (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 / 22:34
    ว้ากกกก หนุกมากมาย

    อัพเรวนะจ๊ะรออยุ
    #38
    0
  3. #37 Evil (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2552 / 13:18
    หาเรื่องใส่ตัวอ่ะ

    เหอะๆ
    #37
    0