†Night Hunt † : ล่าล้างรัตติกาล

ตอนที่ 5 : ราตรี IV - ออกปฏิบัติการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ธ.ค. 51

ราตรี IV

- ออกปฏิบัติการ -        

               

                ภายในห้องทำงานใหญ่ของโบสถ์ซึ่งมีโต๊ะและเก้าอี้เรียงรายเพียงไม่กี่ตัว  มันเป็นห้องที่เด็กสาวนามชาระเคยเข้ามาเพียงครั้งเดียวในวันที่มารายงานตัว

                เจ้าหล่อนย่างเท้าเข้ามาอีกครั้งตามคำสั่งของพระคาร์ดินัลโซลเนลาส  นายเหนือหัวที่ตอนนี้นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานโดยที่มือหนึ่งถือเอกสารหนาปึก  ส่วนอีกมือควงแม็กนั่มเล่น

                มาแล้วเหรอ..ยัยเด็กรับใช้ เซลาฟเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าชาระเดินเข้ามาในห้องแล้ว

                ซิสเตอร์ฝึกหัดค่ะ ชาระตอบด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ  ไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วที่เธอต้องแก้ต่างสถานะของตนเอง

                เด็กรับใช้ก็คือเด็กรับใช้ เซลาฟลอยหน้าลอยตาไม่สนคำทัดทานของเจ้าหล่อนแม้แต่น้อย  ส่วนชาระหน้าหมองลงกว่าเดิม

                เรียกดิฉันมามีอะไรให้รับใช้เหรอคะ? เด็กสาวเอ่ยถามอย่างนอบน้อม  แต่ใบหน้านั้นสุดแสนจะเหนื่อยใจ

โอ๊ะ..เรียกยัยเบ๊นี่มาทำไมน่ะแม่

                เสียงกวนๆมาจากเด็กหนุ่มในชุดโทนสีดำดุทะมัดทะแมงที่เดินตามเข้ามาติดๆ  เขาขยี้หัวอันเปียกชื้นที่เพิ่งผ่านการชำระล้างก่อนจะจิบกาแฟในมือ

                ฟิ้~..

                ผลั่ก!!

                โอ้ย! ทำอะไรน่ะฮะแม่!”

                แฟ้มงานหนาเตอะถูกประเคนโดนหัวริคกุเข้าอย่างจังจนเขาแทบจะหัวคะมำ  แววตาไม่พอใจถูกส่งให้ผู้เป็นมารดาที่ตอนนี้ขึ้นลำปืนในมือ

                พระคาร์ดินัล..” เซลาฟเน้นย้ำตำแหน่งของตนเอง  เพราะตอนนี้อยู่ในเวลางาน

                นี่ถ้าผมเป็นคน  หัวแตกไปหลายรอบแล้วนะเนี่ย ริคกุไม่ใส่ใจกับคำบอก  แต่ลูบหัวตัวเองป้อยๆ

                เพราะแกไม่ใช่คนฉันถึงทำได้ไง..ไอ้คุณอาร์คบิชอป เซลาฟแสยะปากอย่างไม่พอใจ

                อ้าว- - ไอ้ที่ไม่ใช่คนก็ออกมาจากตรงนั้นไม่ใช่รึไง? ริคกุจะชี้นิ้วที่จุดเกิดเหตุแต่ก็ต้องเบี่ยงออกไปด้านข้าง

                แล้วแกอยากกลับคืนสู่ธุลีมั้ยล่ะ? เซลาฟวางแม็กนั่มลงข้างตัวก่อนจะเปลี่ยนเป็นหยิบลูกซองมาขึ้นลำแล้วเล็ง

                2 นิ้วจากมือใหญ่ที่ปรากฏคีบปากกระบอกปืนไปด้านข้าง  ใบหน้าที่ประจัญบ่งบอกว่าละเหี่ยใจกับคนทั้งคู่เหลือเกิน

                หยุดทะเลาะกันซะทีน่าแม่ลูกคู่นี้ ไบรอันเอ่ยห้ามอย่างใจเย็น

                ก็บอกมันกี่ทีแล้วว่าในเวลางานให้เรียกพระคาร์ดินัลไม่ก็ท่านเซลาฟ เซลาฟรีบฟ้องชายหนุ่มทันทีเพราะเธอเริ่มจะเหลืออดกับเจ้าลูกตัวดี

                ริคกุทำท่าทางกวนประสาทส่งให้  ปากก็บ่นพึมพำว่าพระคาร์ดินัลโซลเนลาส  ท่านเซลาฟ เซลาฟ เซลาฟบวกกับสายตาชวนหาเรื่องที่หยิบยื่น  ทำเอาเซลาฟอยากจะปาลูกซองใส่หัวแทนที่จะยิงห่ากระสุน

                อ๊ะ..อ๊ะ  อ๊ะ..อย่านะ  คิดอยู่ล่ะสิว่าจะปาลูกซอง ริคกุชี้ที่ลูกซองในมือเจ้าหล่อนและทำหน้าเจ้าเล่ห์ พังไม่มียิงนะ  เนอะ..เซส

                นามเอ่ยเรียกแปลกหูที่ชาระหันไปมองรอบๆแต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากม่านหมอกที่ค่อยๆก่อรูปร่างขึ้นข้างๆริคกุ

                เรือนผมสีทองหยักศกสีทองยาวสลวย  ดวงหน้าเรียวได้รูป  ขนตางอนยาวเป็นแพหนาที่เสริมให้ดวงตาสีแดงชาดดูมีเสน่ห์  ผิวขาวซีดที่เข้ากันกับชุดคว้านลึกสีดำสนิท  ร่างกายผอมแต่แฝงไว้ด้วยกล้ามเนื้อ  ส่วนสูงของเขาเลยริคกุไปเกือบศอกเห็นจะได้

                มาสายนะเซส เซลาฟเอ่ยเสียงเข้ม  แต่แววตาพราวระริกอย่างถูกใจกับการมาถึงของบุรุษตรงหน้า

                ฉันเองก็ต้องไปประทินความงามมั่งสิยะ  ไม่ใช่ยัยแก่สองพันปีแบบเธอนี่ เซสยืนเท้าสะเอวพูดกวนๆ

                ชาระที่มองอยู่นั้นอึ้งไปกับอากัปกิริยาของชายหนุ่มที่เธอคิดว่าเป็นชายแน่งั้นเหรออันนั้นจะยังไงก็ช่าง  แต่ดวงตาสีแดงที่ทอประกายอยู่นั้นมันบ่งบอกได้ดีว่าเขาเป็นอะไร

                มาถึงก็ปากหมาๆเลยนะนายน่ะ  แต่ก็ช่างเถอะ..นายจะไม่แนะนำตัวหน่อยเหรอ? เซลาฟพยักเพยิดไปทางชาระที่ยืนอยู่

                เด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อยแทบอยากจะทำตัวลีบหายเข้าซอกหลืบ  ช่วยๆลืมเธอไปหน่อยไม่ได้รึไงนะ?

                เซสเปรยสายตามองชาระแว่บหนึ่งก่อนจะเชิดสะบัดหนีไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจทำเอาชาระที่ยิ้มให้ต้องยิ้มเจื่อนลง

                ฉันรู้จักยัยเบ๊นี่แล้ว..เอามาทำตำแหน่งอะไรล่ะ? คนทำความสะอาดเหรอ? หรือเด็กเดินเอกสาร?

                ซิสเตอร์ฝึกหัดค่ะ อีกครั้งที่ชาระต้องแก้ตัว  นี่ถ้าเจ้าหน้าที่ของโบสถ์อยู่ครบทุกคน  เธอมิต้องแก้ตัวหมดเลยหรือ

                พนักงานจับฉ่าย..เด็กรับใช้เจ้าริคมัน เซลาฟเอ่ยขำๆส่วนริคกุยักคิ้วส่งให้เซส

                เซลาฟ  วันนี้คนอื่นๆหายไปไหนกันหมด  เหลือแค่ฉัน ริคและก็ไบรอันงั้นเหรอ? เซสว่าพลางสอดส่ายสายตามองหาบรรดาเพื่อนร่วมงาน

                เรื่องส่วนตัว..ช่างหัวพวกมัน  มีแค่พวกนายอย่าบอกนะว่าทำงานไม่ได้ เซลาฟเปรยไล่มองตั้งแต่ไบรอันไปจรดเซส(ข้ามหัวชาระไป)

                ไม่มีปัญหา เซสผายมือออกข้างลำตัว

                ยังไงก็ได้ ไบรอันไหวไหล่

                หรือจะเอายัยจับฉ่ายนี่ไปล่ะ? ริคกุชี้ไปที่ชาระที่ยืนทำหน้าเหรอหราอย่างงงๆก่อนจะตวัดสายตาดุให้ริคกุ

                ใช้การไม่ได้จะเอาไปทำไม? เซสทำสายตาเหยียดๆส่งให้ชาระ  เธอรู้สึกว่าเขาไม่เป็นมิตรและดูน่ากลัว

                แค่ยังใช้การไม่ได้ ไบรอันแก้ต่างให้ซึ่งเซสไม่คิดจะใส่ใจ

                นี่ก็ทุ่มกว่าแล้วนะ  จะพล่ามน้ำลายก็เอาไว้เสร็จงานก่อน เซลาฟตัดบทการสนทนาพร้อมกับคัดเลือกเอกสารในมือ นี่รายละเอียดของงาน สิ้นคำ  เธอก็ยื่นส่งมันให้กับไบรอันที่รับมันไปอย่างว่าง่าย

                ลูกซองถูกวางพาดไหล่มนของหญิงสาว  แววตาสีฟ้าเขียวแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบและแฝงไว้ด้วยอำนาจ  สิ่งที่ปรากฏขึ้นในหัวของชาระเป็นคำแรกนั้นคือ..นางพญามาดของเธอช่างดูน่าเกรงขามซะเหลือเกิน

                ผู้ล่าในคืนนี้คือไบรอัน  ริคกุและเซส

                เซลาฟประกาศเสียงดังก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วมองไล่ไปตามรายชื่อที่ละคน

                คำสั่งของฉันมีเพียงอย่างเดียวเจอศัตรูต้องฆ่า!!

                รับบัญชา..เจ้านาย ริคกุแสยะยิ้มเย็นก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะโค้งให้กับหญิงสาวตรงหน้า

                ได้เวลาส่งความหวานแล้วสินะ เซสพูดอย่างนึกสนุก  แววตาพราวระริกอย่างถูกใจก่อนจะเรียกห่อผ้ายาวเข้ามาไว้ในมือ

                ทั้งคู่เดินออกตรงไปที่ประตูทันทีอย่างไม่รอช้า  เหลือก็เพียงแต่ไบรอันที่หันมาทางเซลาฟ

                ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ซึ่งเซลาฟก็รู้หน้าที่ดี  เธอแตะสัมผัสที่ริมฝีปากเขาเบาๆเป็นเหมือนการอวยพรก่อนเข้าสู่สมรภูมิ

                ไปนะ ไบรอันเอ่ยเบาๆ

                อืม เซลาฟรับคำด้วยรอยยิ้ม

                เขาหันหลังออกเดินหมายจะตรงไปที่ประตูแต่ก็ต้องหยุดกึกเมื่อจะเลยผ่านเด็กสาวที่เหมือนถูกลืม

                ฝากดูแลเซลาฟด้วยนะ ไบรอันลูบหัวชาระอย่างเอ็นดู 

                ค่ะ ชาระรับคำพร้อมกับโค้งให้อย่างลนลาน  อย่างน้อยก็ยังมีเขาคนหนึ่งที่ยังมองเห็นว่าเธออยู่ตรงนี้

                ไบรอันส่งยิ้มให้เธอแล้วก็หายลับไปโดยที่เจ้าหล่อนยังไม่ทันได้กระพริบตาด้วยซ้ำ

                จะเคลิ้มก็ไม่ว่าหรอกนะ  เพราะหมอนั่นเป็นคนแบบนั้น เซลาฟโพล่งขึ้นทำลายความเงียบที่ก่อเกิดทำเอาชาะรีบหันมาแก้ต่างทันที

                มะ- -ไม่ใช่นะคะท่านคาร์ดินัลโซลเนลาส! ดิฉันไม่ได้คิดอะไรกับหลวงพ่อไบรอันเลยนะคะ

                หวา~ทำไงดี! โดนเขม่นซะแล้ว..ถึงเราจะหลงรักเขาจนถึงเมื่อตอนบ่ายก็เถอะ  แต่เราไม่ได้อยากแย่งสามีใครนะ

                อย่าคิดมากน่ะ  ฉันไม่ได้ว่าเธอซะหน่อย เซลาฟไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้โต๊ะทำงาน ก็หมอนั่น..เท่ห์ใช่มั้ยล่ะ?

                ค่ะ- -เอ้ย! ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!” ชาระรีบแก้ตัวทันทีเมื่อเห็นแววตาของเซลาฟหรี่มองตัวเอง

                เหลือแค่เธอกับฉัน..คงต้องมาตกลงอะไรกันหน่อยแล้วมั้ง..สาวน้อย หญิงสาวแสยะยิ้มเย็นทำให้เด็กสาวถึงกับผวา

                อะ..อะไร..เหรอคะ? ชาระก้าวถอยหลังอย่างนึกหวาด  ไม่รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะทำอะไรกับเธอบ้าง  หรือเจ้าหล่อนจะโกรธที่ไปใช้สายตาแทะโลมกับสามีของตน

                อย่างแรก..เครื่องแบบของเธอผิดระเบียบนะ เซลาฟใช้ลูกซองชี้ไล่ชาระตั้งแต่หัวจรดเท้า

                เธอมีสีหน้างงๆและมองตัวเอง  เครื่องแบบที่เธอใส่นั้นเป็นมาตรฐานที่ซิสเตอร์ทั่วไปใส่กันเชียวนะ  แล้วยังไงถึงว่าเธอผิดระเบียบล่ะเนี่ย

                เอ่อ..ผิดยังไงเหรอคะพระคาร์ดินัลโซลเนลาส? ชาระเอ่ยถามด้วยใบหน้าจริงจัง  ถ้าเธอผิดจริงก็อยากจะขอแก้ตัว

                เครื่องแบบของเธอมันเรียบร้อยดูรุ่มร่ามเกินไป  ที่สำคัญ..เซนต์ลูซิเฟอร์ทุกคนแต่งกายด้วยชุดสีดำแดง  ไม่ใช่สีขาว เซลาฟหรี่นัยน์ตาลงขณะที่อธิบายทำเอาชาระแทบจะอ้าปากค้าง

                แบบนั้นมันผิดจารีตนะคะพระคาร์ดินัล! การสวมอาภรณ์สีขาวนั้นมันหมายถึงสัญลักษณ์แห่งพรหมาจารีย์  ความบริสุทธิ์ผุดผ่อง! และสีดำเป็นสีอัปมงคลจะให้ผู้รับใช้พระเจ้าแต่งแบบนั้นไม่ได้!!” ชาระเถียงเสียงกร้าวแต่เซลาฟไม่ใส่ใจ 

                หญิงสาวหยิบเอกสารเย็บมือมาเล่มหนึ่งก่อนจะโยนส่งให้เด็กสาวเบื้องหน้าที่เกือบรับแทบไม่ทัน

                กฎและข้อปฏิบัติต่างๆเมื่ออยู่ในเซนต์ลูซิเฟอร์ เซลาฟบอกพลางฮัมเพลงในลำคอ

                ชาระค่อยๆเปิดมันอ่านทีละหน้าๆ  และคิ้วเธอก็เริ่มย่นทีละนิดจนเกือบจะผูกติดกันเมื่อได้อ่านข้อความในเอกสารคร่าวๆ

                นี่มันอะไรกันคะ! หันหลังให้กฎของวาติกันทั้งหมด  ไหนจะยังเปิดโบสถ์ทุกวันเสาร์- -มีพิธีทางศาสนาทุกวันศุกร์ที่ 13และวันฮาโลวีนกับคืนเดือนมืด- -กฎแบบนี้ทางวาติกันและองค์โป๊บไม่มีทางยอมแน่!! ชาระว้ากลั่นจนเสียงก้องไปทั่วห้อง  แต่เซลาฟกลับแคะขี้หูอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะกระแทกปืนลงกับโต๊ะเสียงดัง

                เธอบอกว่ารับใช้พระเจ้าใช่มั้ย? ฉันไม่เคยบอกว่าจะรับใช้พระเจ้า..พวกเราเซนต์ลูซิเฟอร์ถูกชังโดยพระผู้เป็นเจ้า เซลาฟแสยะยิ้มเย็นยะเยือกทำเอาชาระหนาวสันหลังวาบ พวกเราทำธุรกิจกับโลกแห่งรัตติกาล  เป็นผู้ล่าที่แฝงกายยามค่ำคืน  เฉือนเนื้อเถือหนังเหล่าซากศพเพื่อขุดหาเศษเงินอันน้อยนิดที่จะประทังชีวิต

                ทะ..ทะ..ทำไมองค์โป๊บถึงยอมให้มีโบสถ์แบบนี้  เราเป็นผู้บำเพ็ญตนเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์  เพื่อไถ่บาปให้กับมวลมนุษย์

                พวกเราไม่ได้เป็นผู้ช่วยเหลือ  แต่เป็นผู้ฉุดคร่า  ไม่ได้ทำการกุศล  ไม่รับใช้ใคร  เป็นนายของตัวเราเอง

                ว่าถึงตรงนี้  เซลาฟลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่ชาระรู้สึกว่าเธอนั้นดูสมกับเป็นมองซินญอร่า(นักบวชชั้นสูง) เสียแต่ว่า..กลับสวมอารมณ์สีนิลกาฬที่ขัดกันกับฐานะ

                แววตาสีฟ้าเขียวคมดั่งนางพญาเหยี่ยวที่จ้องมองเหมือนกับจะจิกทะลุอกทำเอาชาระสะดุ้งเฮือกอยากจะหลบสายตาแต่ก็ทำไม่ได้

                ทุกก้าวย่างที่น่าเกรงขามนั้นกำลังมุ่งตรงมาที่ร่างบางที่กำลังสั่นระริก  มือเรียวสวยกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ  สัมผัสที่ปอยผมด้านหน้าไล่จรดลงตรงจมูกที่เชิดรั้นก่อนจะสิ้นสุดกับปลายคางมนของเด็กสาว

                “ฉันเป็นหลัก..พวกเธอเป็นรอง...ฉันเป็นหัว..พวกเธอเป็นแขนขา..ฉันเป็นทั้งหัวหน้าและไม่ใช่หัวหน้า  แต่ที่นี่..”

                ถึงตรงนี้  เซลาฟสะบัดมือของตนออกก่อนจะเดินมาดมั่นไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองแล้วทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทีที่เชิดหยิ่งอย่างชัดเจน  ดวงตาคมกริบหรี่มองอิสตรีร่างบางอีกครั้งก่อนจะแสยะเหยียดริมฝีปากบางคนอย่างเด่นชัด

                ที่นี่ฉันคือกฎ..คำสั่งของฉัน..คือนายของพวกแก

                เฮือก!!

                ดั่งกับว่าร่างกายนี้ถูกตรึงไว้ด้วยจิตอันแสนน่าเกรงขาม  จิตที่สะกดทุกอย่างให้หยุดนิ่งเมื่อได้สบประสานกับดวงตาคู่สวยนั้น...นี่หรือคาร์ดินัลโซลเนลาสแห่งเซนต์ลูซิเฟอร์  นางพญาจอมเย่อหยิ่งที่เค้าล่ำลือกัน  มันอาจจะยิ่งกว่าที่ได้ยินอีกก็ได้

                คนๆนี้...เป็นมองซินญอร่าแน่เหรอ..?  ทั้งความคิด..ทั้งการกระทำ..มันนอกรีตทั้งนั้น..ทำไมคนแบบนี้ถึงเป็นพระคาร์ดินัลได้  หรือเพราะเป็นบุตรตรีขององค์โป๊บ...น่ากลัว..น่ากลัวเหลือเกิน  นี่เรามาอยู่ในที่แบบไหนกันเนี่ย..ชาระ

                “ทำหน้าแบบนั้น..คงเคลือบแคลงในตัวฉันสินะ..ชาระ คุเรนจิ..ฉันจะบอกให้เธอรู้ไว้อีกอย่างนะ  ราตรีน่ะเป็นมิตรกับพวกเรา..การที่เธอเหยียบย่างเข้าสู่โลกแห่งความมืดแล้วนั้น..เธอจะไม่สามารถกลับสู่โลกแห่งแสงสว่างได้อีก..เธอเตรียมใจเรื่องนั้นแล้วรึยังล่ะ?” หญิงสาวนั่งไขว่ห้างมองร่างที่ดูจะนิ่งเหวอไปเรียบร้อยแล้วอย่างพราวระริกกับอะไรบางอย่าง

                “มะ..หมายความว่าไงคะ?”

                “ไว้เธอจะรู้เอง..แต่ว่า...การที่เธอมาทำงานที่นี่เพราะอยากได้เงินส่งไปให้กับครอบครัวที่ยากจนของเธอใช่มั้ยล่ะ?”

                “ระ..เรื่องนั้น?” ชาระอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก  นี่เจ้าหล่อนรู้เกี่ยวกับกับครอบครัวของเธอด้วยเหรอ..ทั้งที่เธอไม่เคยปริปากบอกใครเนี่ยนะ?

                “การจะให้ใครซักคนที่เป็นมนุษย์มาทำงานที่นี่  ฉันเองก็ต้องตรวจสอบประวัติคนๆนั้นอย่างละเอียดมั่งล่ะ”

                “ฉะ...ฉัน..” ชาระแทบจะพูดอะไรไม่ออกแล้ว  แค่สู้สายตาที่มองอยู่ก็เต็มกลืนแล้ว...หรือนี่จะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเธอในการเลือกทำงานที่นี่

                เซลาฟที่เห็นท่าทางเก้ๆกังๆแลดูขัดใจถึงกับถบทอุบเบาๆอย่างไม่สมเป็นนักบวช  เธอเหมือนพยายามข่มใจตัวเองกับอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อ

                “นักพักไปซะ..หาที่สงบๆในห้องนี้แหละ..ถ้าเธอยังรับกับคำพูดของฉันแค่นี้ไม่ได้  อีกเดี๋ยว..เธออาจจะแย่ยิ่งกว่านี้”

                จบคำพูด  เซลาฟก็จดจ่อกับกองเอกสารของตนเองต่ออย่างไม่ใส่ใจเด็กสาวประหนึ่งว่า..เธอเป็นอะไรซักอย่างที่ไม่น่าสนใจหรือไร้ตัวตน

                ชาระมองเซลาฟอยู่ครู่หนึ่งอย่างลังเล  แต่เมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนไม่ได้สนใจ  เธอจึงเลือกไปนั่งมุมห้องเบื้องหลังของสตรีสูงศักดิ์..เพราะไม่อยากอยู่ในครรลองสายตาอันแสนน่ากลัวนั้นอีก

 

 

                เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้วที่ชาระยังคงนั่งขุดอยู่ที่เดิมไปไม่ขยับไปไหน  ไม่แม้แต่จะส่งเสียงออกมา  มีแต่เสียงของเซลาฟที่บ่นกับกองเอกสารอย่างหัวเสียเป็นเรื่องปกติ

                ถ้าทำได้เธออยากจะผล็อยหลับไปให้รู้แล้วรู้รอด..แต่ก็ทำไม่ได้  เมื่อมันไม่ใช่ห้องนอนรูหนูของเธอ  อะไรจะเกิดขึ้นบ้างเธอนั้นไม่สามารถรู้ตัวได้เลย  แค่เสียงเซลาฟเลื่อนเก้าอี้ก็ทำเอาสะดุ้งโหยงแล้ว..

                “มาแล้ว..สินะ”

                เฮือก!!
                อะไรมา
! ใครมากัน!! หรือว่าพวกปีศาจ!! ชาระ- -ลุกสิ! เธอต้องลุกนะ!

                ยังไม่ทันที่ชาระจะได้ขยับเขยื้อนร่างกาย  เธอก็ต้องเบิกนัยน์ตากว้างอย่างตกใจกับสิ่งที่พุ่งเลยผ่านด้านข้างของพระคาร์ดินัลไปกระทบกำแพงเบื้องหลังก่อนจะกลิ้งขลุกๆอยู่ที่พื้น

                หัวที่บ่งบอกว่าเป็นของแวมไพร์...รอบๆคอมีรอยถูกตัดอย่างเรียบเนียนไร้รอยขรุขระหรือเปื่อยยุ่ยจากการฉีกกระชาก..เลือดสีแดงชาดจับตัวกลายเป็นก้อนลิ่มร่วงลงสู่พื้น  ดวงตาโปนที่แทบจะถลนยออกมาจากเบ้า..สร้างความตื่นตระหนกและหวาดผวาให้กับเด็กสาวที่มองอยู่ไม่น้อย

                กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!

                ชาระเปล่งเสียงร้องออกมาดังลั่นทำเอาเซลาฟต้องหันไปมองอย่างติดจะหัวเสีย  ส่วนเจ้าของการแรงเหวี่ยงพร้อมด้วยพลพรรคต้องรีบวิ่งเข้ามาดูภายในห้องทันที

                “เกิดอะไรขึ้นฮะแม่!!” ริคกุวิ่งนำเข้ามาก่อนใครเพื่อนพร้อมกับมุ่งตรงไปที่ผู้เป็นมารดาที่นั่งเอามือกุมขมับไปเรียบร้อยแล้ว

                นิ้วเรียวชี้ไปไพล่ไปด้านหลังทำให้ริคหันไปมองตาม  เขาเองถึงกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด...

                กับแค่หัวของแวมไพร์..จะอะไรกันนักหนาฟะ!!

                ไบรอันและเซสเองก็มาหยุดยืนข้างๆเซลาฟ  ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างเหนื่อยอ่อน..นี่เจ้าริคคงลืมไปแล้วว่ามีมนุษย์ธรรมดาอยู่ในโบสถ์นี้..ถึงได้โยนหัวของเหยื่อเข้ามาในห้องเหมือนปกติ

                ริคกุเดินตรงเข้าไปหาชาระที่กำลังหวาดผวาอยู่..มือใหญ่ยื่นส่งหมายจะสัมผัสไหล่มนของร่างนั้น  ทว่า...

                กรี๊ดดดด!! อย่าเข้ามานะไอ้ฆาตกร!!

                ริคกุชะงักไปเล็กน้อยกับคำกล่าวของเธอ..เขาแค่จัดการแวมไพร์ตามหน้าที่  ถึงกับต้องเรียกว่าฆาตกรเชียวหรือ?

                “หึ..อย่ามาทำเป็นคุณหนูผู้อ่อนต่อโลกหน่อยเลย  กับแค่หัวแวมไพร์หัวสองหัวเนี่ย..อะไรมันจะต้องกรี๊ดกร๊าดขนาดนั้น” ริคกุพูดแกมเหยียดๆแต่ชาระนั่งเอาหน้าซบกับหัวเข่า 

                แววตาที่ตวัดช้อนมองริคนั้นมันแสดงถึงความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างชัดเจน  ซ้ำยังความหวาดกลัวที่ผสมปนเปกำลังเอ่อล้นออกมากับหยาดน้ำตาที่พรั่งพรู

                “ฮึก..ฮือ...แม่..พ่อ..หนูกลัว..หนูไม่อยากอยู่ที่นี่...ชาระไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว..” 

                เสียงสะอื้นดังติดๆขัดๆ  ร่างบางที่สั่นระริกอยู่มุมห้องสร้างความอนาถใจแก่ผู้ที่มองดูอยู่เป็นอย่างมาก

                “เลิกสำออยซะทีได้มั้ยเนี่ย” น้ำเสียงตวาดถูกส่งให้จากร่างที่ยืนเกาหัวแกรกๆอย่างติดจะเซ็ง

                “พอเถอะน่ะริคกุ..ชาระ..ไม่ต้องกลัวนะ..ไม่มีใครทำอะไรเธอหรอก” ไบรอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนใจดีเช่นเคย  เขาเดินตรงเข้าไปใกล้กับชาระและทิ้งตัวลงนั่งยองๆข้างๆเธอ

                ไม่! ไปให้พ้น!” ชาระใช้ 2 มือพยายามปัดเขาออกห่าง  จนกระทั่ง...

                พรึ่บ..

                ร่างบางฟุบสลบไสลไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขนของไบรอัน  ริคกุที่เห็นดังนั้นดึงร่างของเจ้าหล่อนออกจากเขาพร้อมกับช้อนขึ้นมาพาดบ่า

                “ไม่จำเป็นต้องให้ไบรอันจัดการหรอกฮะ  เดี๋ยวผมพายัยนี่กลับห้องเอง..ไบรอันน่ะ..ไปอยู่กับแม่เถอะ”

                ริคกุพยักเพยิดหน้าไปทางเซลาฟที่ดูจะหัวเสียแกมเซ็งไม่น้อยซึ่งไบรอันก็เข้าใจได้ในทันที

                “ฝากทางนี้ด้วยนะฮะ  ไบรอัน  เซส” 

               

 

       

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #14 nania (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2551 / 18:14
    อัพน้า หนุกดี

    ชอบชาระอ่ะ
    #14
    0
  2. #12 SaiiZunG (@saii19) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2551 / 19:16
    เซลาฟโห๊ดโหดอ้ะ

    เหอะๆ
    #12
    0