†Night Hunt † : ล่าล้างรัตติกาล

ตอนที่ 2 : ราตรีแรก - เซนต์ลูซิเฟอร์? (Saint Lucifer)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ก.ย. 61

ราตรีแรก

- เซนต์ลูซิเฟอร์? -    

 

เสียงระฆังดังเหง่งหง่างระงมก้องไปทั่ว  สายลมอ่อนๆผัดผ่านพาเสียงโหยหวนของต้นไม้ใบหญ้าให้แตกฮือ  ฝูงนกสยายปีกหอบพาร่างอันเหนื่อยล้ากลับสู่มาตุภูมิ

                “ที่นี่น่ะเหรอ?..โบสถ์เซนต์ลูซิเฟอร์” เด็กสาวผมสีดำขลับในชุดซิสเตอร์เอ่ยขึ้นขณะที่เงยหน้ามองโบสถ์หินอ่อนสีดำสนิท 

เบื้องหน้ามีรูปสลักเทพลูซิเฟอร์นั่งเกยอยู่บนไม้กางเขนกลับหัวที่สลักเลข XIII พร้อมกับชื่อโบสถ์  ในมือถือดาบหักๆเล่มหนึ่ง 

“คง..ไม่มีอะไรหรอก..มั้ง” เด็กสาวหลุบนัยน์ตาสีฟ้าสว่างลงต่ำและกลืนน้ำลายเสียงดัง  2 ขาค่อยๆก้าวเดินตรงไปที่ประตู  มือเรียวเล็กเอื้อมไปสัมผัสประตูและผลักมันเปิดออก

เก้าอี้หินอ่อนสีดำที่เรียงรายเหมือนโบสถ์ธรรมดา  กระจกสเตนกราสสีขาวดำที่เรียงร้อยเป็นรูปภาพ  เสียแต่ว่า..มันเป็นภาพของเหล่าปีศาจทั้งหมด...ซึ่งเกือบครึ่งก็เป็นรูปลูซิเฟอร์

เทียนสีขาวดำถูกจุดสลับไปมาภายในห้อง  สิ่งที่เห็นจะสะดุดตาที่สุดคือเบื้องหน้า...ไม้กางเขนกลับหัวและภาพวาดของเทพปีศาจลูซิเฟอร์ในชุดสีดำ

เด็กสาวผงะกับสิ่งที่เห็นรอบๆตัว  เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน  ทั้งที่ปกติแล้วโบสถ์ต้องเป็นสีขาวบริสุทธิ์สัมผัสได้ถึงความใสสะอาดและการชำระล้างจิตใจที่ดำมืด 

แล้วสายตาของเธอก็ไปชะงักกึกกับโต๊ะไม้สักเบื้องหน้าที่มีเท้าคู่ใหญ่วางพาดอยู่  เธอค่อยๆก้าวอย่างระมัดระวังเพราะกลัวจะทำให้แขกตรงหน้ารู้ตัว  จนเมื่อเธอมาถึง..ก็พบว่า..หนังสือเล่มหนาที่เขียนว่าลัทธิซาตานและการทรมานพาดปิดหน้าอยู่

“เอ่อ..อาร์คบิชอปของโบสถ์นี้..ยะ..อยู่ที่ไหน..คะ?” เจ้าหล่อนถามอย่างกล้าๆกลัวๆ “คือ..เอ่อ..”

ตึง!!

                “ว้าย!” เจ้าหล่อนอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อขาคู่ใหญ่นั้นยกสลับด้านกระแทกลงกับโต๊ะ

                ยังไม่การตอบรับ...มีเพียงแค่ความเงียบเป็นคำตอบ..

                “ที่นี่ใช่..โบสถ์..เซนต์..ลูซิเฟอร์..มั้ยคะ?”

                ร่างที่นอนอยู่เริ่มขยุกขยิกตัว  มือหนาเอื้อมมาหยิบหนังสือที่พาดอยู่ก่อนจะปิดลงและกระแทกกับโต๊ะเสียงดังทำเอาเด็กสาวสะดุ้งเฮือกแข็งค้างไปเรียบร้อยแล้ว

                เรือนผมสั้นสีเงินแซมชมพู  ดวงตาสีฟ้าเขียวบนดวงหน้าที่กำลังหงุดหงิด  รูปร่างสมส่วน  กล้ามเนื้อได้รูปที่เผยโชว์ให้เห็นเมื่อเขามีเพียงแค่กางเกงหนังสีดำไม่ติดกระดุมตัวเดียว..ที่เด่นอีกอย่างเห็นจะเป็นต่างหูยาวที่ใบหูขวาที่แป้นเป็นรูปกางเขนกลับหัว  ส่วนที่ห้อยอยู่เป็นเลข XIII

                “กรี๊ดดด! โรคจิต!” เด็กสาวเอามือปิดหน้าตัวเองแล้วหันหลังให้กับเด็กหนุ่มที่มองเธออย่างงงๆ

                “กาแฟ..” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเนิบขณะที่เอามือเสยผมไปด้านบนทำเอามันยุ่งเหยิงกว่าเดิม

                “หา?” เด็กสาวโพล่งออกมาอย่างงงๆและค่อยๆหันมามองเด็กหนุ่มที่เธอคิดว่าเป็นโรคจิต

                กา..แฟ” เขาทวนคำอีกครั้ง  น้ำเสียงเริ่มแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม

                “ฉันเหรอ?” เจ้าหล่อนชี้มาที่ตนเองอย่างงงๆ  แต่คนตรงหน้านิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีกเลย “เอ่อ..ค่ะ”

                เธอน้อมรับคำอย่างว่าง่ายแต่ก็เลิ่กลั่กมองหาที่สำหรับชงกาแฟ  เด็กหนุ่มพยักเพยิดหน้าไปด้านข้างที่ติดกับริมหน้าต่าง  ซึ่งมันทำเอาเธอมุ่นหัวคิ้วเมื่อเห็นเครื่องทำกาแฟครบเซ็ตที่ไม่น่าจะมีในโบสถ์ได้เลย

                “อะไรวะ..?” เด็กสาวบ่นอุบอิบและเดินตรงเข้าไปจัดแจงชงกาแฟด้วยใบหน้างงๆ

                เด็กหนุ่มมองตามเธอไปและมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย  เมื่อเธอชงเสร็จก็เดินเก้ๆกังๆเอามาวางตรงหน้าของเขาที่ยกมันขึ้นมาซด

                “ถุย! น้ำล้างตีนรึไงฟะ” เขาถบทพรืดและโยนแก้วทิ้งไปด้านข้างจนมันแตกกระจายกับพื้น

                “นายทำแบบนี้ได้ยังไง! กาแฟของฉันมันไม่อร่อยตรงไหนไม่ทราบ!” เด็กสาวตวาดลั่นแววตาเอาเรื่องแต็มที่

                That’s all” เขาตอบอย่างหงุดหงิดเบือนหน้าไปทางอื่น

                “นาย!

                “มีเรื่องอะไรกันเหรอ?”

                เสียงหวานดังขึ้นจากประตูไม้สักเก่าๆเบื้องหลังพร้อมร่างของหญิงสาวในชุดเสื้อคลุมเก่าๆติดจะโกโรโกโสเล็กน้อย

                เจ้าหล่อนมีดวงตาสีฟ้าเขียวสุกสว่าง  เรือนผมยาวสลวยสีชมพู  ริมฝีปากเอิบอิ่มชมพูระเรื่อ  ใบหน้าเรียวได้รูป  ผิวขาวเนียนรูปร่างสมส่วนจัดว่าเป็นสาวงามที่อายุน่าจะไม่เกิน 30

                แต่ท่วงท่าของเธอสง่าองอาจเกินที่จะเป็นชาวบ้าน...ยิ่งเมื่อแววตาสีฟ้าคู่สวยนั้นตวัดมามอง  มันดูเย็นเยียบและมีเสน่ห์แบบแปลกๆ

                “ริคกุ..เกิดอะไรขึ้น?” หญิงสาวเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่ส่ายหัวอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์

                “กาแฟ..ชงไม่ได้เรื่อง” เด็กหนุ่มนามว่าริคกุตอบและมองเด็กสาวอย่างติดจะเหยียดเล็กน้อย

                “หือ? เธอเป็นใคร?” หญิงสาวถามอย่างสุภาพและมองเด็กสาวอย่างพิจารณา

                “คุณคงเป็นชาวบ้านแถวนี้สินะ  ค่อยยังชั่ว..เจอคนคุยรู้เรื่องหน่อยคือว่า..”

                โครม!!

                ประตูโบสถ์ถูกถีบออกอย่างแรงพร้อมร่างของอาคันตุกะผู้มาเยือนประมาณ 5 คนที่ก้าวเข้ามาภายใน

                “วันนี้แหละจะเป็นวันตายของพวกแกเซนต์ลูซิเฟอร์!” ชายหนุ่มหน้าตาซีดเซียวในชุดสีดำสนิทแสยะแยกเขี้ยว  เบื้องหลังของเขามีสมุนอีก 4 คนที่บ่งบอกได้ว่า  ทุกคน..เป็นแวมไพร์  รวมถึงตัวเขาเอง

                “กรี๊ดดดดดดดดด!! แวมไพร์!!” เด็กสาวกรีดร้องออกมาสุดเสียงและผงะถอยหลัง

                “โฮ่..มีสาวบริสุทธิ์อยู่ด้วย! ขอเลือดสดๆของเธอหน่อยนะจ๊ะสาวน้อย!

                สิ้นคำกล่าว  แวมไพร์ก็ใช้ความเร็วที่สายตาของมนุษย์ตามไม่ทันพุ่งเข้าใส่เด็กสาว  แต่จู่ๆเท้าลุ่นๆของริคก็พุ่งหวือผ่านหน้าด้านข้างเธอและพาดที่ไหล่ยันแวมไพร์ตนนั้นจนกระเด็นไปกระแทกกับเก้าอี้ที่เรียงรายอยู่

                “อย่ามาทำน้ำลายหกในนี้” ริคกุว่าพลางยกมือขึ้นปิดปากที่กำลังหาวหวอดโดยที่ขายังค้างอยู่บนไหล่ของเด็กสาว

                “นี่นาย! เอาออกไปนะ!” เด็กสาวผลักขาเขาลงและจ้องมองอย่างไม่พอใจ

                “พวกแก! งั้นเล่นคนที่อ่อนแอที่สุดเลยก็แล้วกัน!” แวมๆไพร์อีก 2 ตัวพุ่งเข้าไปที่หญิงสาวชาวบ้านที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ “ขอเลือดของเธอละนะ!

                ฟรึ่บ!

                กระโปรงยาวถูกเลิกสูงขึ้นเผยให้เห็นต้นขาขาวที่มีสายรัดปืนพันไว้  ลูกซองถูกชักออกมาควงและยิงเข้าที่กลางหน้าผากอย่างแม่นยำ

                “กระสุนธรรมดาทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก..! หือ..เฮ้ย!

จู่ๆร่างของแวมๆไพร์ทั้ง 2 ค่อยๆซีดลงและเริ่มละลายอย่างไม่ทราบสาเหตุ

                “แล้วใครบอกว่ากระสุนธรรมดา...เงินแท้ไม่มีเจือปน” หญิงสาวแสยะยิ้มและยืนเอาลูกซองพาดบ่า

                ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเด็กสาวที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง  นี่มันอะไรกันนี่! หญิงสาวคนนั้นเป็นใครกันแน่!

                “ขอแบบเดิมนะฮะแม่  แล้วจะรีบจัดการให้เสร็จ” ริคกุหันไปพูดกับหญิงสาวและเกาหัวยุ่งๆของเขาก่อนจะชักกล็อกธรรมดาออกมา

                แม่? เฮ้ย! เมื่อกี้เขาเรียกว่าแม่งั้นเหรอ? ดูยังไงหล่อนก็น่าจะอายุไม่เกิน 30 นี่หว่า  แล้วไอ้หัวเหล็กนี่อายุเท่าไหร่เนี่ย!

                “สายันห์สวัสดิ์  ขอให้เอ็นจอยในอเวจี!” สิ้นคำกล่าว  ความรวดเร็วจากเด็กหนุ่มธรรมดาตรงหน้า..ร่างของเขาหายเข้าไปประชิดกับเหล่าแวมไพร์  กระสุนถูกปล่อยเจาะเข้าที่หน้าผากโดยที่พวกมันไม่ทันได้ทำอะไร

                ริคกุเตะร่างของพวกมันลอยหวือออกจากนอกโบสถ์ไปก่อนที่จะละลายกลายเป็นขี้เถ้า  เขาแสยะยิ้มเย็นและหันกลับมาทางเด็กสาวที่ยืนนิ่งอึ้งกับฝีมืออันน่าเหลือเชื่อ

                กาแฟ หญิงสาวเอ่ยเสียงนุ่มและยื่นถ้วยกาแฟส่งให้ริคกุ

                แต๊งค์ เขารับมันมาซดด้วยใบหน้าติดจะอารมณ์ดี อืม..นี่สิ..กาแฟ

                พะ..พวกคุณเป็นใครกัน? แล้วอาร์คบิชอปของที่นี่อยู่ไหน!? เด็กสาวโพล่งร้องออกมาและมองสับหว่างระหว่างคนทั้งคู่เพื่อขอคำตอบ

                หือ?..เธอเป็นใคร? ริคที่ตื่นจากภวังค์หงุดหงิดหันไปถามเด็กสาวด้วยแววตาสงสัย

                เป็นซิสเตอร์ที่อาร์คบิชอปของโบสถ์นี้เชิญมาน่ะสิยะ เด็กสาวยืนเท้าสะเอวมองริคอย่างไม่ค่อยพอใจ แล้วนายเป็นใครเนี่ย?

                ริคกุหันไปมองหน้าผู้เป็นมารดาอย่างงงๆ  เธอไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะพยักเพยิดหน้าไปทางประตูด้านหลัง

                ตามมาสิสาวน้อย  ถ้าเธอเป็นผู้ได้รับเชิญจริงๆนะ หญิงสาวว่าพลางเดินตรงไปที่ประตูไม้ใหญ่เก่าๆก่อนใครเพื่อน

                ริคกุหยิบเสื้อคลุมของเขาที่พาดเก้าอี้ไว้อยู่ก่อนจะเดินตามเจ้าหล่อนไป

                เดี๋ยวสิ! จะไปไหนกัน!” เด็กสาวตะโกนถามแต่ไม่มีคำตอบ  ประตูไม้ถูกเปิดรอรับการมาเยือนของเธอโดยที่บุคคลทั้ง 2 ได้ลาลับไปจากสายตาเรียบร้อยแล้ว

 

 

                ทางเดินพื้นหินขัดสีดำสนิท  ประตูห้องหับที่เรียงรายทั่ว  รูปปั้นและปติมากรรมของเหล่าปีศาจและซาตาน  กระจกสเตนกราสสีขาวดำสลับไปมาที่หน้าต่าง  บรรยากาศทึมๆแลดูน่ากลัว  แต่กระนั้น..เด็กสาวก็ยังคงเดินต่อไปโดยไร้คำพูดใดๆจนมาถึงประตูไม้โอ๊กบานใหญ่สลักเป็นรูปหมายเลข XIII และกางเขนกลับหัวอยู่ตรงหน้า 

                แอ๊ด..

                ประตูไม้ใหญ่ถูกเปิดออกเผยให้เห็นห้องกว้างโทนสีดำสนิทที่ทำด้วยหินอ่อน  โต๊ะทำงานเรียงรายอยู่เพียงไม่กี่ตัว  เบื้องหน้ามีโต๊ะใหญ่สุดเหมือนกับเป็นดั่งโต๊ะของผู้นำแห่งโบสถ์นี้

                ทันทีที่ทั้งคู่ก้าวเข้ามา  บรรยากาศก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกดดันขึ้น

                ริคกุและผู้เป็นมารดาสาวเท้าก้าวเข้ามาอย่างไม่ยี่หระ  แต่เด็กสาวกลับยืนนิ่งอึ้งที่ประตู  เพราะดวงตาสีแดงหลายคู่จับจ้องอยู่ที่เธอจากบนเพดาน

                เหล่าค้างคาวที่ต่างพากันกระพือปีกเสียงดังและจ้องเขม็ง  บางตัวก็ใส่กำไล  บางตัวก็เจาะหู  บางตัวมีสร้อยคอและเครื่องประดับ  ยิ่งกว่านั้นถึงขั้นมีนาฬิกายี่ห้อดังอยู่ด้วย  แต่ที่น่าตกใจกว่าคือตรงโต๊ะทำงานตัวแรกสุดที่ห่างออกไปไม่ไกล  มีหมาป่าตัวหนึ่งตวัดสายตาสีเหลืองอันแสนน่ากลัวมองเธออยู่

                เด็กสาวเริ่มถอยก้าวเล็กๆและเลิกลั่กมองไปทั่วห้องก่อนจะฉีกยิ้มกว้างส่งให้พวกมันทุกตัว

                มานี่..สาวน้อย หญิงสาวเอ่ยเรียกและกวักมือให้

                เด็กสาวค่อยๆสืบเท้าเข้ามาและระวังทุกฝีก้าว  กลัวว่าพวกที่เธอคิดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงจะพุ่งเข้ามาหมายปองซอกคองามๆของเธอหรือเนื้อสาวบริสุทธิ์ของเธอก็ได้

                ริคกุมองเธออย่างขำๆก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูบานเล็กมุมห้องและหายเข้าไป

                เฮ้อ..เอกสาร..ชิ หญิงสาวถบทอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเอาลูกซองที่พาดอยู่บนไหล่กวาดเอกสารทั้งหลายทั้งมวลบนโต๊ะทำงานลงไปกองอยู่กับพื้น  แล้วเจ้าหล่อนก็กระโดดขึ้นไปนั่งไขว่ห้างทอดสายตามองเด็กสาวที่กำลังเดินเข้ามาใกล้

                ชื่อของเธอล่ะสาวน้อย? หญิงสาวเอ่ยถามด้วยมาดดั่งนางพญา  แต่ไม่มีคำตอบจากคนที่ยื่นหวั่นอยู่แม้แต่น้อย

                เธอมองหญิงสาวด้วยแววตาเว้าวอนแกมขอร้องว่าช่วยทำอะไรกับไอ้สายตาทุกคู่ที่จับจ้องมองเธออยู่

                สัตว์เลี้ยงน่ะ  อย่าไปถือสาเลย หญิงสาวแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาติดจะพราวระริกอย่างนึกสนุก

                อ่ะ..ค่ะ..ว่าแต่..คุณ..เป็นใครคะ?

                หา..เอ้อ..ลืมแนะนำตัว..ชื่อของฉันเซลาฟ  คาร์ดินัล  โซลเนลาส หญิงสาวแนะนำตัวพลางโคลงหัวไปมาแล้วก็สะบัดเสื้อคลุมโกโรโกโสออกเผยให้เห็นชุดด้านใน

                เด็กสาวเบิกนัยน์ตากว้างอย่างตกใจกับชื่อและตำแหน่งของเธอที่ไม่มีใครไม่รู้จัก

                คาร์ดินัล โซลเนลาส..บุตรีของโป๊บองค์ปัจจุบัน!” เด็กสาวโพล่งออกมาและกลืนน้ำลายเสียงดัง  นี่หรือพระคาร์ดินัลอันเลื่องชื่อของโบสถ์เซนต์ลูซิเฟอร์แห่งนี้

                โครม!!

                ประตูเล็กมุมห้องถูกเปิดออกพร้อมร่างของริคกุในชุดคลุมสีดำแถบแดงมีสัญลักษณ์หมายเลข XIII ซึ่งเป็นเลขประจำของโบสถ์แห่งนี้

                เขาเดินตรงรี่เข้ามาใกล้เซลาฟและเหลือบสายตาไปมองเด็กสาวที่ยืนนิ่งอ้าปากเหวออยู่

                ยินดีต้อนรับสู่เซนต์ลูซิเฟอร์นะ ริคส่งยิ้มหวานแบบแปลกๆให้ผิดกับเด็กหนุ่มหน้าถมึงทึงคนเมื่อครู่

                สร้างภาพ..” เซลาฟถบทเบาๆและเอาลูกซองฟาดที่หัวริคอย่างแรง

                แม่..บอกกี่ครั้งแล้ว  ถ้าเป็นเด็กธรรมดา..หัวแตกไปหลายรอบแล้วนะ ริคกุยืนชี้หน้าเอาเรื่องผู้เป็นมารดาที่ลอยหน้าลอยตา

                ก็เพราะแกไม่ใช่เด็กธรรมดา  ฉันถึงใส่ได้ไม่ยั้งไง  ขอแค่ไม่ใช่กระสุนเงินกับน้ำมนตร์เป็นพอ เซลาฟยักคิ้วกวนๆอย่างเหนือชั้นกว่า

                มะ..ไม่ใช่เด็กธรรมดา? หมายความว่า? เด็กสาวทำสีหน้าปั้นยากและมองริคอย่างหวาดหวั่น

                อ้อ..ฉันลืมบอกเธอไปรึเปล่า? ในโบสถ์นี้..ถ้าไม่นับเธอ..นอกจากยัยแก่นี่แล้ว..ทุกคน..ไม่ใช่คน ริคกุยิ้มหวานและแสยะปากเผยให้เห็นคมเขี้ยวสีขาว ฉัน..เป็นแดมพีล

                กะกรี๊ดดดดดดดดดดดด!!! เด็กสาวกรีดร้องออกมาสุดเสียง

                เหล่าค้างคาวที่ไวต่อเสียงแตกฮือบินว่อน  ส่วนหมาป่าที่นั่งอยู่ถึงกับยกขาหน้าขึ้นมาปิดหู

                เซลาฟขึ้นลำลูกซองเตรียมส่องเพื่อทำให้เจ้าหล่อนชะงัก  แต่ริคกุเดินเนิบๆเข้าไปใกล้เธอก่อนจะจับคางให้เชิดขึ้นมาและ

                ริมฝีปากของเด็กหนุ่มประทับเข้ากับกลีบปากบางสีระเรื่อของเด็กสาวอย่างจาบจ้วง  ปลายลิ้นตวัดรุกล้ำเข้าไปในโพรงปากของสาวเจ้า  ดีพคิสที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวความหอมหวานจากลิ้นอุ่นที่เย้าแย่หยอกล้ออย่างสนุกสนาน

                ผู้เป็นมารดาเบือนหน้าไปทางอื่นพลางเชิดลูกซองพาดบ่าเช่นเคย  เหล่าค้างคาวบินกลับเข้าที่และมองทั้งคู่ตาปริบๆ  ส่วนเจ้าหมาที่เอาขาหน้าออกส่ายหางดิ๊กๆไปมาอย่างชอบใจ

                ร่างของเด็กสาวทรุดฮวบลงไปแต่มือใหญ่ของเด็กหนุ่มก็คว้าเอวไว้ได้ทัน  รอยยิ้มพราวระริกปรากฏบนใบหน้าของริคกุและแววตาเจ้าเล่ห์ที่ทอดมองร่างบางที่อ่อนระทวย

                จูบแรก..สินะ ริคกุยิ้มกรุ้มกริ่มและดึงเด็กสาวเข้ามาแนบชิดกับแผ่นอก

                เพียะ!!

                ฝ่ามือลุ่นๆตบเข้าที่หน้าของริคอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว  ริคกุตวัดสายตาเย็นไปมอง  เพราะนอกจากแม่แล้ว..ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนตบเขาได้เลยซักคน

                เฟิร์สเพียะ..หึ..” เซลาฟถบทออกมาอย่างถูกใจ  เธอพยายามกลั้นยิ้มของตัวเองด้วยการกลอกสายตาไปทางอื่น

                ไอ้หัวดีบุก! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” เด็กสาวผลักริคออกอย่างแรงและยื่นมือไปที่หน้าเขา เอาจูบแรกฉันคืนมา! เอาคืนมา!”

                นอกจากแม่..ไม่เคยมีใครตบฉันได้มาก่อน…” ริคกุส่งแววตาอาฆาตให้และใช้น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมกับเธอ

                เหรอ..” เด็กสาวยิ้มแย้มก่อนจะยกมือซ้ายขึ้นมาตบฉาดเข้าที่หน้าของริคกุอีกครั้ง

                เพียะ!!

                เซคันเพียะ..น็อตหลุดแน่งานนี้ เซลาฟเอามือปิดปากอย่างสุดจะกลั้นแล้วกับเรื่องตลกขบขันเบื้องหน้า

                ริคกุกระชากเด็กสาวเข้ามาในอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขาและยื่นหน้าเข้าไปใกล้

                อยากได้คืนนักใช่มั้ย?..ได้! เอาคืนไป!”

                สิ้นคำกล่าว  ริคกุก็ประเคนจูบใส่ริมฝีปากระเรื่อนั้นอีกครั้ง  คราวนี้เขารุกรุนแรงกว่าเดิม  เมื่อมือทั้ง 2 ของเด็กสาวถูกรวบไว้แน่น

                ค้างคาวที่ใส่ต่างหูเด่นหราบินโฉบเข้ามาเกาะที่ไหล่เซลาฟ  ดูเหมือนกับมันกำลังกระซิบเบาๆที่ข้างหูเธอ

                โอเค..” เซลาฟรับคำพลางฟาดลูกซองลงกับโต๊ะทำงานเสียงดัง

                ริคกุผงะออกห่างจากเธอทันทีเพราะคนที่นั่งอยู่เริ่มไม่สนุกไปกับเขาแล้ว  ยิ่งเมื่อค้างคาวสีดำสนิทที่เกาะอยู่บนไหล่ของเซลาฟส่งสายตาปรามให้  มันทำให้เขาถึงกับนิ่งเงียบและสุภาพขึ้นมาทันที

                การหยอกล้อจบเพียงเท่านี้...ว่าธุระของเธอมาสาวน้อย เซลาฟพูดด้วยน้ำเสียงกังวานพลางเอามือลูบหัวค้างคาวที่ไหล่

                เด็กสาวเอามือปาดที่ริมฝีปากพลางถบทพึมพำและมองริคกุด้วยแววตาไม่เป็นมิตร

                อาร์คบิชอปที่นี่รับดิฉันมาฝึกงาน 3 เดือน..”

                เหรอ..งั้น..คุณอาร์คบิชอป..ก็ช่วยจัดการอะไรๆให้เจ้าหล่อนด้วยนะคะ เซลาฟยิ้มหวานส่งให้ริคกุที่ยืนหน้าบูดอยู่

                อาร์คบิชอป? ไอ้หัวดีบุกเนี่ยนะ!” เด็กสาวชี้หน้าริคอย่างไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน  แววตาเธอเบิกกว้างกลมโตอย่างตกใจ ฉันเลิกเป็นซิสเตอร์แหง

                ไอ้เราก็นึกว่าซิสเตอร์ที่ส่งมาจะเป็นสาวสวยหมวยอึ๋มกว่านี้..เฮ้อ..ที่แท้..ก็แค่..ยัยจืดอกแฟ่บ ริคมองไล่เด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าและส่ายหัวอย่างนึกปลง

                ฉันก็ไม่นึกเหมือนกัน  ว่าผู้ชายเฮงซวยอย่างนายจะเป็นถึงอาร์คบิชอป  มีดีแค่หน้าตา..แต่นิสัย..ย่ำแย่ระดับศูนย์ เด็กสาวทำน้ำเสียงประชดประชันและมองไล่ริคตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นกัน

                พอๆ..ริค..แนะนำตัวซะ เซลาฟสั่งตัดบท

                ริคกุ..โซเนลาส..อาร์บิชอป เขาพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆและเบือนหน้าไปทางอื่น

                แล้วเธอล่ะสาวน้อย..ชื่อ?เซลาฟเอ่ยถามอย่างใจเย็นเพราะริคกุส่งเสียงจึ๊กจั๊กไม่พอใจอยู่

                ชาระ  คุเรนจิ  ซิสเตอร์ฝึกหัด..ที่ถูกส่งมาที่นี่..และ..กำลังจะยกเลิกคำขอนั้น สาวน้อยนามชาระไหวไหล่และเบือนหน้าไปทางอื่นเช่นกัน

                อะไรนะ? ชำระ? ริคกุพูดหน้าตายและมองจ้องเด็กสาว

                ชาระย่ะ! ชาระ!” ชาระแหวใส่แต่ริคกุเอามือแคะหู

                ชำระก็คือชำระ เขาทวนคำและพยักหน้ากับความคิดของตนเอง

                ฉันชื่อชาระย่ะไอ้หัวดีบุก!”

                ฝากตัวด้วยนะชำระ เด็กหนุ่มแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์และยักคิ้วกวนๆส่งให้

                ฉัน..ไอ้!”

                ตึง!!

                ลูกซองถูกกระแทกลงกับโต๊ะอีกครั้ง  ทั้งริคกุและชาระหันมามองที่เซลาฟซึ่งยกลูกซองขึ้นมาพาดบ่าแล้วลุกขึ้นยืน

                เซนต์ลูซิเฟอร์ยินดีต้อนรับเธอเป็นเด็กฝึกงานชั่วคราวที่นี่..อาร์คบิชอปริคกุจะเป็นผู้ดูแลเธอเอง เซลาฟประกาศเสียงเข้มและมองจ้องดวงตาสีฟ้าคู่สวยนั้น

                ไม่! ดิฉันลาออกค่ะ!” ชาระบอกและเตรียมหันหลังจะเดินจากไป

                ใครก็ตามที่ก้าวย่างสู่เซนต์ลูซิเฟอร์  ชีวิตปกติจะลาลับก้าวสู่ชีวิตใหม่  รับใช้ให้กับยามราตรี  พวกมันที่เห็นหน้าค่าตาเธอแล้ว..คงส่งภาพของเธอไปทั่วอาณาจักรรัตติกาลแล้วแหละ..เซนต์ลูซิเฟอร์ไม่เหมือนโบสถ์ทั่วไปนะชาระ.. แล้วเธอจะได้รู้..ในเร็ววัน สิ้นคำ  เซลาฟก็ออกเดินผ่านหน้าชาระไป  เจ้าหล่อนโบกมือน้อยๆส่งให้ก่อนจะหันมาแสยะยิ้มส่งท้าย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #21 kikiaw_sang (@kikiaw_karate) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2552 / 21:28
    หนุกดีอ่ะ
    #21
    0
  2. #4 SaiiZunG (@saii19) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2551 / 22:13
    จะติดตามเรื่อยนะคะ

    :)
    #4
    0