†Night Hunt † : ล่าล้างรัตติกาล

ตอนที่ 12 : ราตรี x - คนสุดท้าย...เหล่าตัวเอ้แห่งเซนต์ลูซิเฟอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 มิ.ย. 52

ราตรี X

- คนสุดท้าย...เหล่าตัวเอ้แห่งเซนต์ลูซิเฟอร์ -

 

        มะ...มารร้าย ชาระทวนคำ  รู้สึกกระอักกระอ่วนแบบแปลกๆเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของทุกคน หรือว่าเค้าเป็น...ของโบสถ์คะ?

                ใช่... เซลาฟตอบ

                แล้วทำไม...เป็นมารร้ายล่ะคะ ชาระถามต่อทำให้เซลาฟช้อนสายตามองเพราะเธอสงสัยมากซะเหลือเกิน

                ถ้าอยากรู้...ก็ลองเรียกดูสิ

                ชาระอ้ำอึ้ง  คิดว่าคงไม่เป็นการดีที่จะเอ่ยออกมา  จึงนิ่งเงียบไม่ขอพูดอะไรดีกว่า  เธอหันหลังเตรียมจะออกเดินพลางบ่นพึมพำเบาๆคิดว่าคงไม่มีใครได้ยินหรอกเพราะแทบจะไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา หมอ...งั้นเหรอ

                ตึ่กตึ่กตึ่กตึ่ก....

                เสียงอะไรน่ะ ชาระเลิกคิ้วสูงแล้วหันกลับมาทางเซลาฟที่อยากจะเบือนหน้าหนีซะจริงๆ

                เธอพูดสินะ...ชาระ เซลาฟเปรยถามเสียงอ่อน 

                บรรดาคนในห้องต่างพากันหันไปจ้องที่ประตูเป็นตาเดียวด้วยท่าทีระแวดระวังกับบางสิ่งที่เข้ามาใกล้

                มาแล้ว... เซลาฟเอ่ย

                โครม!!

                ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรงทำให้ชาระรีบหันควับไปมองแล้วก็ต้องมุ่นหัวคิ้วอย่างประหลาดใจกับอาคันตุกะผู้มาเยือน

                ชายวัยกลางคนในชุดทักซิโด้ที่มีหมวกกับไม้เท้าเข้ากันกับชุดยืนจ้องมองชาระอยู่  ดวงตาสีแดงและผิวขาวซีดบ่งบอกได้ว่าเขาเองก็เป็นเป็นแวมไพร์

                ไหน... เขาเอ่ย

                คะ? ชาระเลิกคิ้วสูง

                ใครต้องการหมอ!! เขาวิ่งตรงรี่เข้าไปหาชาระแล้วรีบอุ้มเธอขึ้นพาดบ่า ต้องผ่าตัด! ต้องผ่าตัดสินะ! มีด- -กรรไกร- -เข็ม- -ด้าย- -น้ำเกลือ- -เตียงล่ะไปเตรียมเลย!!ว้ากลั่นห้องพลางสอดสายตามองทุกคน

                ความเอือมระอาฉายชัดอาบดวงหน้าด้วยบุรุษวัยกลางคนที่ออกอาการโอเวอร์จัด  แก้ยังไงก็ไม่เคยหาย  หมอประจำโบสถ์ที่เอะอะก็คิดจะผ่าตัดตลอดแม้แผลจะแค่เท่าเข็มตำ

                คะ คะ คะ คุณ ชาระตะกุกตะกักพูดอะไรไม่ออก  นี่เขาเพี้ยนไปแล้วงั้นหรือนี่?

                มีอะไร!? ปวดหัว- -ตัวร้อน- -แน่นหน้าอก- -หายใจไม่ออก- -ปวดท้อง- -ช้ำภายใน!!” ชายวัยกลางคนรัวคำพูดเป็นชุดโดยไม่เว้นช่องว่างให้ชาระได้ตอบอะไร แบบนี้- -ต้องผ่าตัดแน่!! คิดเองเออเองเสร็จสรรพก็เตรียมเลื่อนกายออกจากห้อง

                นาธาน เซลาฟเอ่ยเรียกทำให้เขาหยุดกึกหันมามอง

                เธอก็บาดเจ็บด้วยงั้นเหรอ!?

                เปล่าแต่กรุณาวางเจ้าหล่อนลง เซลาฟบอกเสียงเรียบ  แต่แววตากร้าวเล็กน้อยส่งให้

                นาธานคลี่ยิ้มมุมปากก่อนจะค่อยๆวางร่างบางลงแต่ยังคงรวบเอวไว้ราวกับจะไม่ให้เธอหลุดไปไหน แค่แกล้งนิดหน่อยเอง  ไม่เห็นต้องทำเสียงกร้าวเลยนี่เซลาฟ

                อย่างนายมันไม่นิดหน่อยนี่สิ เซลาฟว่าอย่างรู้ทันคนตรงหน้า  ขอให้มีโอกาสเป็นคิดจะสรรหาทุกอย่างมาผ่าตัด

                เห็นว่าเป็นเด็กใหม่เลยอยากรับขวัญก็เท่านั้นเอง

                จะรับขวัญหรือทำให้ขวัญเสียกันยะนาธาน เซสได้ทีแขวะ  เขาเองก็เกือบจะโดนลากไปผ่าตัดหลายครั้งแล้วเหมือนกัน

                ขำๆน่าเซส

                มีหมอก็เหมือนไม่มี เซสบ่นอุบอิบ

                จริงสิ  ฉันคงต้องแนะนำตัวสินะ ชายวัยกลางคนปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขนก่อนจะจับตัวเธอให้หันมาทางตนเองแล้วถอดหมวกโค้งให้อย่างสุภาพชน ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์นาธาน อาร์ค โคลอม  แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ประจำโบสถ์แห่งนี้  มีศักดิ์เป็นหลวงพ่อเช่นเดียวกับไบรอัน  ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะซิสเตอร์ชาระ เขาส่งยิ้มหวานพิมพ์ใจให้

                อะค่ะซิสเตอร์ฝึกหัด ชาระ คุเรนจิค่ะ ชาระรีบโค้งตอบ

                ถ้ามีปัญหา บาดเจ็บ ช้ำเลือดช้ำหนอง เป็นไข้  อะไรต่างๆปรึกษาฉันได้นะ  โบสถ์เดียวกันรักษาให้อยู่แล้ว

                คำกล่าวจากนาธานที่บรรดาคนฟังกลืนน้ำลายดังเอื๊อก  เพราะมีหอมแบบเขาน่ะสิคนในโบสถ์ถึงพยายามจะเซฟร่างกายตัวเองให้ดีที่สุดเวลาออกไปปฏิบัติภารกิจ

                ค่ะ ชาระรับคำยิ้มๆ  แต่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ คุณนาธาร

                โอยอย่าเรียกคุณเลย  มันดูแปลกๆชอบกล  เรียกนาธานเฉยๆก็พอ นาธานโบกมือปัดไปมา

                ถ้าอย่างนั้น…” ชาระนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเรียกใหม่ ท่านสาธุคุณนาธาน

                นะน่ารัก นาธานโพล่งออกมาด้วยใบหน้าปลื้มปีติแล้วดึงชาระเข้ามากอดแน่น หาเด็กรับใช้ได้น่ารักดีนี่เซลาฟ

                ซิสเตอร์ฝึกหัดค่ะ ชาระรีบแย้ง

                เฮอะ เซลาฟพ่นคำพูดออกมาอย่างระอาชายวัยกลางคน

                ปล่อยเถอะฮะนาธาน  กอดไปก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก ริคกุส่งลูกยั่วกวนๆให้เด็กสาวที่ถลึงตามองเขาอย่างไม่พอใจ

                นาย!” ขบกรามแน่นแทบอยากจะหาอะไรปาใส่หน้าเด็กหนุ่มเสียจริงๆ

                มีสมาชิกใหม่เพิ่มแบบนี้  น่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับนะเซลาฟ นาธานออกความคิดเห็นพลางลูบหัวชาระอย่างเอ็นดู

                นั่นสิๆ  อย่างนี้ต้องปาร์ตี้ เซสสนับสนุนความคิด  เพราะเขาเองชอบงานสังสรรค์เป็นที่สุด

                ก็ได้แต่ใครคนใดคนหนึ่งต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดนะ คำกล่าวต่อมาจากเซลาฟทำเอาทั้งหมดเงียบกริบ  ลืมเรื่องงานเลี้ยงในบัดดล

                เอ่อท่านสาธุคุณนาธานคะ ชาระเอ่ยเรียกสายตานาธานให้ทอดลงมอง

                อะไรเหรอ?

                ปล่อยได้รึยังคะ  ดิฉันหายใจไม่ออกน่ะค่ะ

                โทษที นาธานปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน  ชาระรู้สึกราวกับรอดตายก็ไม่ปาน(ขืนกอดนานกว่านี้เธอหายใจไม่ออกแน่)

                ชายวัยกลางคนเปรยสายตาไปรอบๆผ่านสมาชิกทุกคนจนมาหยุดลงที่นางพญาเบื้องหน้า

                นานๆจะอยู่กันครบซะทีนะ

                ก็เพราะนายเอาแต่หมกอยู่ใต้ดินทดลองบ้าบอคอแตกอยู่นั่นแหละ เซสทำเสียงกึ่งประชดประชันทั้งที่ความจริงแล้วรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ

                ดีใจสินะคะ อลิธเสริมอย่างรู้ทัน

                จะบ้าเหรออลิธ  ฉันไม่ได้ดีใจซะหน่อย!” แหวใส่หญิงสาวที่ยืนอมยิ้มอยู่ ก็เพราะแม่นางพญานั่นแหละสั่งงานทียาวเป็นหางว่าว  กว่าจะได้กลับมาเล่นเอาแทบตาย หันไปโบ้ยความผิดให้หญิงสาวที่นั่งอยู่เป็นการแก้เก้อ

                มาโทษอะไรฉันล่ะ  จะเอามั้ยเงินนะ

                คิดว่าขู่แล้วฉันจะกลัวรึไงยะ!” ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้างามยืนกอดอกมองผู้เป็นนายเหนือหัวด้วยท่าทีเอาเรื่อง

                เดี๋ยวก็ได้กินน้ำมนตร์แทนเลือดหรอก เซลาฟแสยะแยกเขี้ยวส่งให้

                พอทีน่าทั้ง 2 คน ไบรอันที่อ่อนใจยกมือห้ามทัพ

                ปล่อยไปเหอะไบรอัน  เดี๋ยวก็เลิกบ้ากันเองแหละ อากัสที่นิ่งมานานหาวหวอดด้วยท่าทีเกียจคร้าน

                ถ้าใครบาดเจ็บฉันจะรักษาให้เอง นาธานรีบเสริมด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ทำเอาทุกคนหน้าแหยไปตามๆกัน

                ชาระยืนอมยิ้มมองภาพที่เธอคิดว่าดูอบอุ่นเสียเหลือเกิน  เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาที่นี่ก็ว่าได้  อยากจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆเพราะรู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกิน  แต่อีกใจก็อยากยืนดูต่อไป

                จดจำใส่สมองเพี้ยนๆของเธอซะ ริคกุเอ่ยด้วยคำพูดกวนโอ๊ยแต่น้ำเสียงนั้นนิ่งเรียบ

                อะไรของนาย!” หันไปทำเสียงเขียวใส่เด็กหนุ่มด้านข้าง

                ที่เธอเห็นอยู่เบื้องหน้านั่นน่ะ  เป็นเหล่าบุคคลสำคัญทั้งนั้น คำกล่าวจากริคกุที่ชาระมุ่นหัวคิ้วอย่างงงๆ  ที่ว่าบุคคลสำคัญมันหมายถึงพวกเขามียศสูงอย่างนั้นหรือ?

                ไม่ต้องบอกก็รู้ย่ะ! โบสถ์นี้มีแต่คนไม่ธรรมดาทั้งนั้น  ทั้งพระคาร์ดินัล อาร์คบิชอป บรรดาศักดิ์เน้นหนักในตอนท้ายแฝงแววประชดประชันนิดๆ  ทำไมเธอต้องจดจำด้วย? ใช่ว่าเธอจะไม่เคยพบนักบวชชั้นสูงซะหน่อย

                ประสาทจริงๆเลยเธอเนี่ย ริคกุทำหน้าเซ็งออกมาอย่างเด่นชัด

                ไม่เห็นต้องว่ากันเลยนี่  ฉันพูดอะไรผิดไปงั้นรึไง? ชาระพยายามสะกดข่มอารมณ์ของตนเอง  เขาชอบว่าเธอเสียงจริง

                รู้ไว้ซะ  บรรดาคนที่เธอเห็นอยู่เนี่ยเป็นบุคคลสำคัญเมื่อครั้งศึกกับราชาแวมไพร์

                ชาระหันไปมองทุกคนด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ  เธอรู้แค่ว่าราชาแวมไพร์สิ้นบุญลงด้วยฝีมือของทางวาติกันเพียงเท่านั้น  แต่ไม่เคยมีใครบอกเธอถึงเหล่าวีระบุรุษในครานั้นเลย  หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่ทำให้เหล่าปีศาจต่างพากันหมายหัวโบสถ์นี้ไว้กันนะ?

                คิดแล้วก็รู้สึกปวดหัวพยายามจัดเรียงเรื่องราวต่างๆที่พันกันยุ่งเหยิง  เธอควรจะโพล่งถามเรื่องที่อยากรู้ออกไปคงดีกว่าเก็บงำไว้คนเดียว

                เป็นอะไรไปซิสเตอร์ชาระ? เซลาฟที่สังเกตเห็นเอ่ยถามขึ้นทำให้ชาระชะงักเล็กน้อย  กลัวอะไรอยู่สินะ?

                พระคาร์ดินัลโซเนลาสรู้?

                ฉันบอกแล้วไงเมื่อใดที่เธอเหยียบย่ำเข้าสู่โลกแห่งความมืด  โลกแห่งแสงสว่างก็ไม่ต้อนรับเธออีกแล้ว

                หมายความว่าดิฉันโดนพวกแวมไพร์เหมารวมไปด้วยใช่มั้ยคะ? เพราะเจ้าแวมไพร์ที่โจมตีดิฉันมันพูดไว้ ชาระเอ่ยถามด้วยสีหน้าหวาด  กับแค่ซิสเตอร์ฝึกหัดไม่เห็นต้องหมายหัวก็ได้นี่

                ไม่เห็นจะต้องกลัว  ตราบใดที่มีพวกบ้านี่อยู่  ไม่มีใครทำอะไรเธอได้หรอก เซลาฟพยักเพยิดไปทางพวกบ้าที่ยืนมองอย่างไม่พอใจกับสรรพนามแทนตัวนั้น

                ฉันไม่ปล่อยให้พวกมันทำอะไรเด็กสาวน่ารักๆอย่างเธอหรอกน่ะ นาธานพูดยิ้มๆ  แต่ชาระรู้สึกสยองกับรอยยิ้มนั้นซะมากกว่า

                ตั้งใจทำหน้าที่ของเธอต่อไปก็พอ เซลาฟว่าอย่างไม่ใส่ใจและหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดผ่านๆราวกับว่าเธอจะเบี่ยงเบนเรื่องที่คุยอยู่ จะสิ้นเดือนแล้วสินะฉันอยู่เคลียร์บัญชีเงียบๆกับอลิธ 2 คน  พวกนายก็ไปพักผ่อนหรือจะทำอะไรตามอัธยาศัยก็เชิญ เธอโบกมือไล่ทันควัน  อลิธที่รู้งานตรงเข้ามาช่วยจัดแจงเอกสารให้เช่นเคย

                อย่าหักผมมากนะฮะแม่ ริคกุรีบดักทางผู้เป็นแม่ทันที

                ไม่ต้องกลัวเพราะฉันหักตามจริง

                หน้าเลือด บ่นอุบอิบพลางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เพราะสายตาดุส่งมาให้

                ถ้าอย่างนั้นฉันไปนอนก่อนนะยะ เซสบอกด้วยน้ำเสียงเชิดๆเช่นเคยแล้วก็หายลับไปจากสายตา

                อย่าหักโหมล่ะเซลาฟ ไบรอันบอกด้วยสีหน้าเป็นห่วง  เขานั้นรู้ดีว่าใกล้สิ้นเดือนทีไรเซลาฟมักจะเคลียร์งานจนแทบไม่ได้นอน ไปรอที่ห้องนะ

                เซลาฟพยักหน้ารับเล็กน้อยและยังคงจดจ่อกับเอกสารต่อ  นาธานและอากัสเองก็เดินออกจากห้องไปอย่างปกติ  ชาระรู้สึกว่ามันช่างรวดเร็วซะเหลือเกินกับการตัดบทที่เธอไม่แม้แต่จะได้เอ่ยอะไรอีก  หันไปหาริคกุเขาก็ไหวไหล่แล้วออกเดิน

                ทำแผลซะด้วยล่ะ ริคกุพึมพำเบาๆแต่เป็นเสียงที่เธอได้ยินชัด

                ดวงตาสีฟ้าลอบมองสตรีผู้เป็นนายเหนือหัวอีกครั้ง  แต่เมื่อเห็นว่าไม่คิดจะสนใจตนเองเลยจึงต้องจำใจเดินคอตกออกจากห้องไป  โดยไม่รู้เลยว่า  อากัปกิริยาของเธอนั้นไม่สามารถรอดพ้นความช่างสังเกตของคนที่มองอยู่ไปได้

                จะดีเหรอคะท่านเซลาฟ? อลิธเอ่ยถามพลางมองตามหลังร่างบางไปด้วยความเป็นห่วง

                ทุกอย่างเด็กนั่นเลือกเองนี่ เซลาฟว่าราวกับไม่ใช่เรื่องน่าสนใจ

                ถึงอย่างไรเธอก็เป็นเพียงเด็กสาวอายุ 15 เองนะคะ

                “15 แล้วไง? ตัวฉันเองคลุกคลีกับความมืดมาตั้งแต่แรกเกิดแล้ว  ยัยนั่นเลือกเองก็ต้องทำใจยอมรับสิ่งที่จะตามมาให้ได้  ฉันไม่ได้บังคับเสียหน่อย

                แต่…”

                อลิธตั้งท่าจะพูดต่อแต่ก็ต้องนิ่งเงียบเมื่อเห็นแววตาเย็นเยียบของเซลาฟเป็นเชิงบอกว่าอย่าสอดปากกับเรื่องนี้

                เรื่องวุ่นวายน่ะมันมักจะเข้ามาหาเราเร็วเสมอนะ

 

 

                แค่ไม่ถึงสัปดาห์เราก็รู้สึกว่ามันเหนื่อยมากแล้ว  เจอแต่เรื่องที่ทำให้ตกใจทั้งนั้นพ่อจ๋าแม่จ๋า  ชาระจะพยายามสู้ต่อไปค่ะ!

                เด็กสาวนอนกลิ้งตัวไปมาบนเตียงเล็กๆของเธอ  ในแต่ละวันมันช่างยาวนานซะเหลือเกิน  เรื่องวุ่นวายประดังเข้ามาไม่ขาดสาย  คงต้องใช้เวลานานกว่าเธอจะชินกับชีวิตที่ไม่ธรรมดาในโบสถ์แห่งนี้

                ไว้ชาระจะกลับไปหาพ่อกับแม่นะคะ  แต่นี่เพิ่งเข้ามาได้ไม่นานขอลาไม่ได้แหงๆ เธอบ่นพึมพำลอยๆ  คิดไพล่ไปถึงคนทางบ้านที่ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ?

                แพขนตาหนาค่อยๆปรือลงช้าๆด้วยเจ้าของมันรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเสียเหลือเกินในยามนี้

                หนู…” คำพูดกลืนหายพร้อมกับร่างบางที่ผล็อยหลับไป  มีเพียงความเงียบของรัตติกาลเท่านั้นที่โอบอุ้มเธอไว้  ภายใต้ใบหน้าใสซื่อราวเด็กๆที่หลับอย่างไร้ความกังวลนี้  ไม่มีใครรู้เลยว่ามันจะถูกทำให้มัวหมองด้วยเรื่องราวอันแสนโหดร้ายที่กำลังจะตามมาในภายหลัง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #51 Evil (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2552 / 18:36
    หมอโรคจิต

    อ่า

    มีพวกพิลึกโผล่มากอีกละ

    เหอะๆ
    #51
    0
  2. #50 SaiiZunG (@saii19) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 18:05
    ชักจะสนุกใหญ่แล้ว  อัพเร็วนะคะ ^^
    #50
    0
  3. #49 Black Majician (@satanackia) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2552 / 21:33
    เย้ๆ อัพแว้ว หนุกๆๆ  มาอัพต่อเรื่อยๆนะที่จริงน่าจะให้ชำระเป็นพวกเดียวกันไปเลยนะ ว้าว น่าสนุกชะมัด หึหึ
    #49
    0