†Night Hunt † : ล่าล้างรัตติกาล

ตอนที่ 10 : ราตรี VIII - ดินเนอร์สีเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 พ.ค. 52

ราตรี VIII

- ดินเนอร์สีเลือด -

 

        วะ...แวมไพร์... ชาระก้าวขาแทบไม่ออก  นี่เธอต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่เหนือการบรรยายอีกแล้วงั้นเหรอ?  โดยที่...มีแค่เธอกับหมาตัวหนึ่งเท่านั้น!

                เป็นฤกษ์ดีจริงๆที่วันนี้ไม่มีใคร แท็ปเยาะเสียงเย็น

                ดีตรงไหน? ที่เราต้องจัดการคือพระคาร์ดินัลนะ โรสมุ่นหัวคิ้วอย่างไม่พอใจเล็กน้อย

                เอาน่า...อย่างน้อยๆ  ก็เชือดไก่ให้ลิงดูซะหน่อยเป็นไง? แท็ปแสยะแยกเขี้ยวที่เยิ้มไปด้วยน้ำลายอันน่าขยะแขยง  แววตาสีแดงจ้องมองร่างบางอย่างหื่นกระหาย

                ชาระสะดุ้งเฮือก  ความกลัวเริ่มอาบร่างรู้สึกวาบชาไปทั้งตัว  พยายามยกขาอันหนักอึ้งให้ก้าวถอยแต่ก็ดูยากซะเหลือเกิน

                จะไปไหนเหรอจ๊ะ? โรสเอ่ยถามเสียงหวานเมื่อเธอมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังชาระเรียบร้อยแล้ว  มือขาวซีดลูบไล้ปอยผมเด็กสาวอย่างถือดี

                เจ้าหมารีบหันไปหมายจะเข้าขย้ำ  ทว่ากลับถูกแวมไพร์หนุ่มพุ่งเข้าใส่จนมันกระเด็นไถลไปกับพื้นก่อนจะโดนจับหัวกดแนบทำเอาครางออกมา

                เอาคืนเมื่อกี้ไง แท็ปยิ้มเย็น

                กรร

                โอ๊ะโอ๋  ขู่ซะด้วย เขาทำหน้าทะเล้นส่งให้ก่อนจะหัวเราะร่วน

                พวกแกต้องการอะไร ทำไมต้องจ้องเล่นงานพระคาร์ดินัลโซลเนลาส!? ชาระถาม  เธอพยายามตั้งสติและรวบรวมความกล้า

                ความจริงแล้วก็ไม่ใช่แค่ยัยคาร์ดินัลนั่นหรอกนะ  แต่รวมถึงทุกคนในโบสถ์เซนต์ลูซิเฟอร์ทั้งหมด แท็ปบอกด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรี้ยม

                เพราะพวกเขาล่าแวมไพร์อย่างนั้นเหรอ? สีหน้าของชาระเริ่มบิดเบี้ยว  เธอไม่รู้จะหนีไปจากสถานการณ์นี้อย่างไร

                ฮะฮะฮะ  กับอีแค่พวกล่าแวมไพร์  พวกฉันคงไม่ถ่อจากโรมมาที่ไอร์แลนด์เหนือนี้หรอก

                หรือพวกในโบสถ์ไปทำอะไรให้พวกแกไม่พอใจ!”

                จะว่าไปพวกเรากับพวกนักล่าก็เป็นศัตรูกันตามชะตากรรมอยู่แล้ว  ถ้าประจันหน้าก็ต้องสู้  แต่ถ้าอยากมีชื่อเสียงก็ต้องเสี่ยงกันหน่อย

                ชื่อเสียง? ชาระเลิกคิ้วสูงเล็กน้อย 

                อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้อะไรเลย? โรสมองหน้าชาระเป็นเชิงดูแคลน

                รู้อะไร? เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเปิ่นขึ้นทุกที

                ให้ตายสิ  นี่เธอมาอยู่ในโบสถ์นี่ได้ยังไงเนี่ย? ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงมีซิสเตอร์อยู่ที่นี่ได้  หรือจะไม่ใช่ซิสเตอร์ธรรมดา โรสถอนหายใจก่อนจะจะจ้องชาระเขม็ง  เธอกำลังระแวดระวังบางอย่าง

                พวกแกพูดอะไรฉันชักงงแล้วนะ ชาระแสดงสีหน้าสงสัยออกมาอย่างเด่นชัด  นี่เธอถูกปิดบังเรื่องอะไรไว้อย่างนั้นเหรอ?

                เอาเหอะ...ถ้าว่ากันง่ายๆ  โบสถ์เซนต์ลูซิเฟอร์แห่งนี้สำหรับพวกเราแล้วนอกจากจะเป็นศัตรูยังเป็นสถานที่สร้างชื่อเสียงอีกสำหรับอาณาจักรรัตติกาล  โดยเฉพาะคาร์ดินัลของพวกเธอไงแม่สาวน้อย แท็ปแสยะปากกว้างจนน้ำลายแทบจะหกรดเจ้าหมาที่ถูกกดอยู่

                ละ...แล้วฉันมาเกี่ยวอะไรด้วย? ชาระตะกุกตะกักถาม  เธอต้องมาเผชิญเรื่องอันตรายโดยที่ไม่ได้ก่อไว้อย่างนั้นหรือ?

                แค่เธอเป็นคนของเซนต์ลูซิเฟอร์  ก็เท่ากับเป็นคนที่ควรถูกกำจัดแล้วยังไงล่ะ ไม่ว่าเปล่า  แท็ปกระแทกแรงใส่ฝ่ามือ  หัวของเจ้าหมาอัดจมลงสู่พื้นดิน  มันดิ้นพล่านอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแน่นิ่ง

                จะ- -เจ้าหมา!” ชาระยกมือขึ้นมาป้องปากอย่างหวาดกลัว  เหลือแค่เธอคนเดียวจะไปทำอะไรได้

                เอาล่ะ...เหลือแค่เธอคนเดียวแล้วสาวน้อย  วิ่งหนีเข้าสิ  ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสิ  สวดมนตร์รึยังล่ะ?  เพราะอีกไม่นาน...ร่างอันแสนบริสุทธิ์นั้นจะอาบย้อมไปด้วยเลือด...เธอจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆกลายเป็นอาหารอันโอชะของพวกข้า 

                พวกข้าจะให้โอกาสเจ้า...วิ่งหนีไปสิ- -สาวน้อย                              

 

 

                เงียบ.....ฉี่

                เอ่อ...ท่านเซลาฟ บาทหลวงชราที่นั่งอยู่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้น  เรียกสายตาทุกคู่ให้หันมามองยกเว้นก็เพียงแต่คนถูกเรียกเท่านั้น

                มีอะไร? น้ำเสียงถามห้วนๆ  ใบหน้าจดจ้องอาหารในจานแม้จะไม่คิดแตะต้องก็ตาม

                อาหารไม่ถูกปากท่านหรือ?

                ฉันแค่ไม่อยากกินมันผิดนักรึไง?  แววตาสีฟ้าเขียวตวัดมอง  มันดูด้านชาซะเหลือเกิน

                ถ้ามันไม่ถูกปากท่านก็ขออภัย บาทหลวงชรากล่าวอย่างสุภาพก่อนจะยกมือโบกเป็นสัญญาณให้เด็กรับใช้เคลียร์จานทั้งหมดออกไป

                ฉันมีการมีงานต้องทำ  มีอะไรก็รีบๆว่ามา เซลาฟเปรยเสียงเรียบก่อนจะนั่งไขว่ห้างมองชายตรงหน้า  มาดดั่งนางพญาทำเอาบรรดาผู้ร่วมโต๊ะนั่งเกร็งกันไปหมด

                นางพญาผู้เอาแต่ใจและหัวแข็ง...

                อย่างที่ท่านทราบดี  พวกเราอยากจะฟังคำเทศนาของท่านซักครั้ง  ท่านที่ได้ชื่อว่ามองซินญอร่าที่สง่างามและสูงศักดิ์  สำหรับพวกเราแล้วนั้น...เปรียบได้ว่าท่านคือผู้รับใช้ที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาเพื่อนำคำสั่งสอนมาเผยแพร่แก่พวกเรา  พวกเราอยากจะเป็นเหมือนท่านจริงๆ บาทหลวงชราพูดอย่างชื่นชม  ถึงอย่างนั้นเซลาฟก็ยังคงเฉยเมยเช่นเคย

                คำเทศนาของฉัน? หึ เซลาฟหัวเราะในลำคอด้วยท่าทีดูแคลน  เธอกวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะมาหยุดที่บาทหลวงเบื้องหน้า

                มีอะไรน่าหัวเราะเหรอท่าน? หรือว่าข้าพูดอะไรผิดไป

                ขอฉันพูดอะไรหน่อยได้มั้ย? เซลาฟยกมือขึ้นกวนๆ

                ตามแต่ท่านต้องการ เขาบอก

                บอกตามตรงนะ...อายุก็ปูนนี้แล้วยังจะพูดเอาแต่ใจอยู่อีก...ตาลุงนี่ เชิดหน้าเล็กน้อยพร้อมกับมองด้วยแววตาเหยียดหยามไม่สมกุลสตรีสูงศักดิ์ที่ควรจะเป็น

                ท่าน!” บาทหลวงหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นยืนแล้วก็ต้องหน้าถอดสีพูดอะไรไม่ออกเมื่อเธอเปรยหางตามามอง

                ท่านพูดอะไรของท่านน่ะ บาทหลวงชราหน้าหมอง  มองคนพูดอย่างหวั่นเกรง คำพูดแบบนี้สำหรับผู้ใกล้ชิดพระเจ้าอย่างพวกเรานั้น  มันไม่สมควร

                เฮอะ...ใครบอกล่ะว่าฉันเป็นผู้ใกล้ชิดพระเจ้า  น้ำหน้าอย่างฉันน่ะพระองค์คงเหม็นขี้หน้าแย่ ไม่ว่าเปล่า  เซลาฟหอบโยนร่างของตัวเองให้ขึ้นไปยืนบนโต๊ะ

                ส้นสูงย่ำไปตามทางจนเกิดเสียงดังท่ามกลางเหล่าสายตาที่จับจ้องอย่างนิ่งอึ้ง  นี่เจ้าหล่อนกล้าทำถึงขนาดนี้เชียวหรือ  เธอไม่สำนึกตัวเองเลยรึไงว่าเป็นถึงพระคาร์ดินัลผู้สูงศักดิ์

                เซลาฟเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของบาทหลวงชราก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งชันเข่าเบื้องหน้า  มือเรียวเลิกกระโปรงพลิ้วไหวให้สูงเผยให้เห็นต้นขาอ่อนทำเอาเหล่าบาทหลวงหนุ่มเผลอใจเต้นไปตามๆกัน  เธอแสยะยิ้มเย็นแล้วหยิบแม็กนั่มออกมาจ่อเล็งไปที่หน้าผากรอยเหี่ยวย่น

                ถ้าอยากใกล้ชิดพระเจ้าขนาดนั้นล่ะก็...รีบตายๆไปซะ

                เปรี้ยง!!

                สิ้นคำกล่าว  นิ้วเรียวเหนี่ยวไกทันควัน  ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่มองอย่างตกตะลึงพรึงเพริด  กระสุนเจาะทะลุเข้ากลางหน้าผากบาทหลวงจน ร่างเขาแน่นิ่งไหวติง  แววตาเบิกค้างหมดสิ้นซึ่งลมหายใจ  เลือดสดๆกระเซ็นสาดไปทั่ว  แต่โชคดีที่มืออีกข้างเธอเอาปิดหน้าไว้ก่อนจึงมีแค่ชุดสีดำที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำเหนียวเหม็นคาวที่ถูกดูดกลืนจากสีที่เข้มกว่า

                ว้า...เหม็นคาวชิบ เซลาฟถบทอย่างหัวเสีย

                ฆะ- -ฆาตกร!” แม่ชีคนหนึ่งอุทานออกมาเสียงดัง  เธอกรีดร้องก่อนจะร่ำไห้กับการกระทำอันแสนโหดร้ายนี้

                ไม่เพียงแค่เธอ  แต่รวมถึงทุกคนในโต๊ะอาหาร  พวกเขาต่างพากันลุกฮือถอยห่างเซลาฟ  ทั้งหวาดกลัว  ทั้งโมโห  แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเธอมีอาวุธในมือ

                ฉลาดมากที่ถอยห่าง เซลาฟเอ่ยชมก่อนจะผลักร่างอันไร้วิญญาณนั้นให้ล้มลงไปนอนกองกับพื้นด้วยปืนในมือ หวา...เหม็นคาวจริงๆนั่นแหละ

                ทำไมท่านต้องทำแบบนี้ด้วยพระคาร์ดินัลโซลเนลาส! แค่หลวงพ่อขอให้ท่านเทศนาแค่นี้ทำไมต้องฆ่าแกงกันด้วย!!” บาทหลวงคนสนิทของชายชราโพล่งถามแม้ตอนนี้ทั่วร่างจะสั่นเครืออย่างผวาก็ตาม

                ฆาตกร  ไอ้ฆาตกร!” แม่ชีคนเดิมยังคงด่าประณามเซลาฟ

                นี่.. เซลาฟเอ่ยทำเอาทั้งห้องสะดุ้งเฮือก  นิ่งงันไร้คำพูดใดๆ จะให้ฉัน...เล่นกับศพไปถึงไหน...รู้มั้ยว่ามันเหม็นคาวตั้งแต่เจอหน้ากันแล้ว

                คำกล่าวที่หลายๆคนพากันมุ่นหัวคิ้ว  นี่เธอพูดอยู่กับใครในเมื่อตรงหน้ามีแค่ศพของบาทหลวงชราที่นอนแน่นิ่งอยู่

                เมื่อกี้ผมได้ยินเสียงปืน  มีอะไรกันหรือ!? เด็กรับใช้คนหนึ่งวิ่งเข้ามาข้างในแล้วก็ต้องตกใจกับร่างของผู้เป็นนายแห่งโบสถ์ นี่มันอะไรกันครับ- -ใครเป็นคนทำ!?

                เซลาฟหันไปมองร่างของเด็กหนุ่มที่ยืนเหวออยู่พลางแสยะยิ้ม รูปลักษณ์น่าสนใจดีนี่ เล็งปืนใส่อย่างไม่รอช้า

                จะ- -จะทำอะไรผมน่ะ!”

                หยุดนะพระคาร์ดินัล  มันจะเกินไปแล้วนะครับ!” บาทหลวงคนเดิมกระโจนเข้ามาขวางทางปืน  ใบหน้าของเขาเอาเรื่องเต็มที่

                หลบไป.. เซลาฟเอ่ยเสียงต่ำ

                ไม่!”

                ฉันบอกให้หลบ

                ไม่มีทาง!”

                งั้น...ตาย... เซลาฟเตรียมเหนี่ยวไกท่ามกลางแววตาตื่นและเสียงหวีดร้อง

                ฉับพลัน! บาทหลวงหนุ่มก็ต้องกรีดเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวด  เมื่อโดนฝังคมเขี้ยวลงกับต้นคออย่างรวดเร็วสูบฉีดเลือดจนเกือบหมดร่าง

                ไม่ต้องห่วง  ฉันไม่ได้สร้างแวมไพร์หรือผีดิบเพิ่มขึ้นมาหรอกนะ เด็กหนุ่มที่เคยตัวสั่นงันงกผวากับทางปืนกลับยืนแสยะปากเผยให้เห็นคมเขี้ยวสีขาวก่อนดวงตาสีดำจะแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด

                วะ- -แวมไพร์!”

                กรี๊ดดดดดดด   ไม่นะ!!”

                น่ารำคาญจริง- -นางชี แวมไพร์หนุ่มถบทพลางจะพุ่งตรงเข้าไปหาแม่ชีที่ยืนอยู่  แต่ก็ต้องดีดตัวถอยห่างเมื่อกระสุนนัดหนึ่งมุ่งตรงมาที่ตนเอง เล็งได้ไม่เลว เฉี่ยวถากแก้มไปจนเลือดซึม

                ไม่ได้เล็งให้โดนซะหน่อย เซลาฟยักคิ้วกวนๆ  สีหน้าตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                รู้ตัวว่าไอ้เฒ่านั่นไม่มีชีวิตอยู่ตั้งแต่ตอนไหน?

                ก็บอกแล้วว่าตั้งแต่เจอหน้า...กลิ่นซากศพเหม็นเน่าซะขนาดนั้น  แมวมันยังรู้เลย ควงปืนในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะก้าวลงจากโต๊ะด้วยมาดนางพญาเช่นเคย

                แล้วยังไง? เพราะเดี๋ยวเจ้าก็จะต้องตายอยู่ที่นี่แล้ว เจ้าแวมไพร์ยิ้มพราย  แววตาที่จับจ้องมองเซลาฟนั้นราวกับเหยื่ออันแสนโอชะ แต่ก่อนอื่น  ข้าจะกินพวกบาทหลวงและนางชีในนี้ให้หมดก่อน  เจ้าเป็นรายสุดท้าย

                โอ๊ะโอ๋...บอกว่าจะกินฉันอย่างนั้นเหรอ? เซลาฟเลิกคิ้วทำหน้าติดจะล้อเลียน ผอมกระหร่องและเหม็นหืนอย่างแกน่ะนะ?

                ปากดีได้ก็แค่ตอนนี้- -ข้าเปลี่ยนใจแล้ว  จะฆ่าแกก่อนแล้วข่มขืน  จากนั้นก็ค่อยสูบเลือดและข่มขืนศพแกต่ออีกทีคำพูดน่ารังเกียจกับท่าทีอันน่าขยะแขยงที่แสดงออกมาทำเอาเซลาฟรู้สึกดูแคลนจนทำหน้าเอือมออกมามากกว่าจะเป็นหวาดกลัว

                เฮ้อ... เธอถอนหายใจเสียงดัง ฉันไม่แปลกใจเลยที่ความคิดของแกจะอุบาทว์พอๆกับหน้าตา เธอส่ายหน้าด้วยความปลงอนิจจา  รู้สึกว่าศัตรูตรงหน้างี่เง่ายังไงก็ไม่รู้จนต้องเอามือคลึงขมับ

                แววตาเธอเบิกขึ้นเล็กก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นยืนเท้าสะเอวมองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังให้ราวกับท้าทาย

                หลังว่างแบบนี้ก็เสร็จข้าน่ะสิ!” แวมไพร์หนุ่มพูดอย่างพอใจพลางกระโจนเข้ามาหาเซลาฟ

                เหรอ...นายก็ว่าง...แน่ะ เธอแสยะยิ้มโดยไม่หันไปมอง 

                ทันใดนั้นเจ้าแวมไพร์ก็ต้องหยุดชะงักห่างออกไปจากตัวหญิงสาวเพียง 1 เมตร  เพราะสัญชาติญาณมันบ่งบอกว่าอันตรายกำลังมาเยือน  เมื่อปืน 2 กระบอกจ่อเข้าที่ด้านหลังหัวของเขา

                พอเถอะถ้าจะกินยัยป้าคาร์ดินัลเหม็นเหี่ยวนี่  เลือดเหม็นหืนแบบนั้นนายกินไปท้องเสียตายแหง น้ำเสียงกวนๆส่งให้จากคนด้านซ้าย

                ใครบอก...หวานอร่อยดีออก อีกเสียงหนึ่งพูดกลั้วหัวเราะ

                ก็คงมีแต่พ่อเท่านั้นแหละฮะที่ชอบแบบนั้น

                ตั้งแต่เมื่อไหร่? พวกมันเข้ามาประชิดตัวเราตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?

                เจ้าแวมไพร์ค่อยๆหันหลังกลับไปมองเจ้าของเสียงทั้ง 2...ซึ่งคนหนึ่งเป็นเด็กหนุ่มหน้าตายียวนผู้มีเรือนผมสีเงินแซมชมพู  ส่วนอีกคนเป็นชายหนุ่มผมสีทอง

                ขอให้เอ็นจอยในอเวจีนะพวก

                สิ้นคำกล่าวของเด็กหนุ่ม  ปืนถูกร่นลงมาที่กลางร่างก่นอที่เสียงลั่นไกจะดังขึ้นจากปืนในมือคนทั้งคู่  กระสุนเงินเจาะภายในตามด้วยเลือดที่พุ่งไหลออกมา

                ไม่ฆ่าในทันที...แต่ให้รู้สึกทรมาน

อะ- -อ๊ากกกกกกกกกก!!” เจ้าแวมไพร์กรีดร้องด้วยความทรมานกับเงินบริสุทธิ์ที่กำลังก่อฤทธิ์ภายใน  ร่างของมันกำลังค่อยๆสลายไป

ถ้าทำเสื้อฉันเลอะจะหักเงินเดือนจากทั้งคู่ เซลาฟบ่นอุบ  โชคดีที่เธอยืนห่างออกมาตั้ง 1 เมตร

ขี้งก..ถ้าเลอะก็ให้ยัยชำระซักดิ ริคกุว่าอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน

ฉันจะให้แกซักเองคงจะดีกว่ามั้ง เซลาฟว่าทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

เดี๋ยวฉันซักให้ก็ได้ ไบรอันเสนอตัว แล้วเธอค่อยจ่ายด้วยอย่างอื่นก็แล้วกัน คำพูดเจ้าเล่ห์ที่เซลาฟแทบอยากจะหันมาเหนี่ยวไกใส่แต่เหนืออื่นใดอยากจะส่งลูกตบให้เจ้าลูกชายตัวดีที่ยืนผิวปากแซว

พะ....พวกแก...ยิ้มร่ากันได้  ก็แค่ตอนนี้...พะ...เพราะเพื่อนข้าอยู่ที่โบสถ์...จะ  จะพวกนั้นส่งข่าวมาว่า...มะ...มีแค่หมา...กับซิสเตอร์...คืนนี้...เซนต์...ลูซิ...เฟอร์...จะถูกย้อม...ไปด้วยเลือด มันพยายามเค้นเสียงพูดด้วยแรงใจที่มี  แววตาสีแดงพราวระริกกำลังจ้องมองทั้ง 3 ด้วยความปีติเพราะคิดว่าทั้งหมดคงจะมีสีหน้าตื่นตระหนกเป็นแน่...

เหร~ เซลาฟลากเสียงอย่างเบื่อหน่าย... แค่หมาตัวเดียวก็พอแล้ว...เฮ้อ...หิวจัง

แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่ทานละฮะ ริคกุเองก็ดูจะไม่ร้อนลนซักเท่าไหร่

เหม็นคาวศพซะขนาดนั้น  ใครจะทานลง เซลาฟบ่นอุบ

เดี๋ยวกลับค่อยหาอะไรกินกันก็ได้ ไบรอันบอกติดจะขำกับท่าทางของหญิงสาว

โดยไม่มีใครคิดจะใส่ใจร่างที่กำลังจะสลายจนคนถูกเมินกัดฟันกรอดอย่างมีโทสะ  ก่อนจะบรรดาลคำพูดชุดสุดท้าย

เซนต์ลูซิเฟอร์จะต้องพินาศ- -

เปรี้ยง!!

หนวกขู...ฟ่ะ เซลาฟควงปืนในมือเก็บลงที่ซองตรงตนข้าก่อนจะมองไบรอันกับริคกุ ต้องให้หัวหน้าลงมือนี่ยังเป็นลูกน้องที่ใช้ไม่ได้นะ

ริคกุไหวไหล่ด้วยท่าทียียวน  ส่วนไบรอันเลิกคิ้วสูงเล็กน้อยไม่คิดจะเถียงอะไรกับสตรีตรงหน้า

กลับกันเถอะ เซลาฟพูดเชิงสั่งแล้วหันหลังออกก้าวเดิน

ดะ- -เดี๋ยวครับ!”

เสียงตะโกนเรียกมาจากเด็กหนุ่มที่ดูจะใจกล้ากว่าเพื่อน  แม้เขาจะยืนเนื้อตัวสั่นเทาก็ตามที

ละ...แล้วหลวงพ่อล่ะครับ...หลวงพ่อไปไหนแล้ว?

ไบรอันจะเอ่ยตอบแต่เซลาฟยกมือห้ามไว้ก่อน พวกนายก็เห็นแล้วนี่  หลวงพ่อของพวกนายน่ะตายไปนานแล้ว  ที่ยังเห็นอยู่นั่นก็แค่ศพที่ถูกบังคับเท่านั้น

ละ- -แล้วพวกเราจะทำยังไงกันต่อไป  ไม่มีหลวงพ่อแล้วแบบนี้ เขาหน้าเสียทำอะไรไม่ถูก  ซึ่งคนอื่นๆก็เช่นกัน

เรื่องพรรค์นั้น  ก็คิดเอาเองเด้  พวกนายไม่มีหัวสมองกันรึไง? หรือถ้าอาลัยอาวรณ์กันนัก... ว่าถึงตรงนี้เซลาฟหรี่นัยน์ลง จะช่วยส่งไปให้รับใช้กันเอามั้ยล่ะ?

เซลาฟ ไบรอันเอ่ยปราอย่างละเหี่ยใจแต่หญิงาสาวนั้นไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืด  เธอออกเดินด้วยมาดเชิดอย่างเคยโดยมีริคกุลอยหน้าลอยตาตามไปติดๆ

ชายหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อยแล้วก้าวเดิน  แว่บหนึ่งเขาได้ยินเสียงอันแผ่วเบาเอ่ยบอกว่าขอบคุณส่งท้าย

 

 

 

 



By : BlackTail

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #57 SHIEN (@6SAMURAI) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 23:40
       มันส์แฮะตอนนี้

       ฉากบู๊มันส์ ๆ นี่ชอบจังแฮะ ขอฉากแบบนี้เยอะ ๆ น่อ... ^^
    #57
    0
  2. #45 ๛I N F I N I T Y _ @๛ (@almvjk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2552 / 16:12

    เซลาฟฟฟฟฟฟ
    เท่ค่า~~~

    #45
    0
  3. #44 Evil (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 19:58
    เซลาฟ

    ท่านเป็นปีศาจชัดๆ -*-

    #44
    0
  4. #43 Black Majician (@satanackia) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2552 / 12:06
    เซลาฟ เธอเป็นหนึ่งในร้อยมากเลย ไอนิสัยอย่างงี้เนี่ย       ชำระ เอ๊ย ชาระ จะรอดมั้ยหว่า  มาไม่กี่วันก็งานเข้าแล้ว
    #43
    0
  5. #42 SaiiZunG (@saii19) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2552 / 09:44
    ชาระจะเปนยังไงมั่งเนี่ย =[]=
    #42
    0
  6. #40 1112 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 / 17:03
    สนุกมาก ^-^V
    #40
    0