Biohazard2 : RE - Evolution

ตอนที่ 26 : Part.2 Episode 3 : เตรียมตัวสู่ภารกิจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.ย. 61

Episode  3

- เตรียมตัวสู่ภารกิจ -

 

               กลิ้ง...แล้วก็กลิ้ง...กลิ้งไปกลิ้งมา

               ไอซ์นอนกลิ้งไปมาอยู่บนที่นอนปิกนิกภายในร้านด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย บางครั้งเธอก็หยิบมือถือขึ้นมาสักพักก็วางลง

               [มาสเตอร์เป็นบ้าอะไรอะ]

               คาร์ถามขึ้นลอยๆเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย ตอนนี้เด็กหนุ่มได้รับการโอนถ่ายข้อมูลเข้าสู่แท็ปเล็ตเครื่องใหม่เอี่ยมที่คาร์ลอสซื้อให้หญิงสาวด้วยความที่เธอบ่นว่า pc นาฬิกานั้นเก่าและใกล้จะพังแล้ว จึงต้องการโอนย้ายโปรแกรมอรรถประโยชน์เข้าสู่อุปกรณ์ใหม่ หากแต่ในยามจำเป็นที่อาจจะต้องพกพาเจ้าตัวไปด้วยเธอจึงได้รับสมาร์ทว็อชมาจากนิโคลัส

               “ไม่มีอะไรทำ”

               [ตีป้อมกันมั้ยมาสเตอร์]

               เด็กหนุ่มเสนอ แต่อีกฝ่ายดูจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่

               “วันนี้ไม่ทำงานรึไง” คาร์ลอสนอนทอดตัวยาวบนโซฟาพลางเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยๆ

               “ร้านหยุด 1 วัน” เธอตอบแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบมือถือมากดเล่น เธอเปิดไล่ดูบรรดาชื่อเพื่อนสนิทอันแสนคิดถึงแต่ก็ไม่อาจโทรหาได้  อีกนานเท่าไหร่ที่พวกเธอจะได้กลับมาเจอกันอีกนะ

               คาร์ลอสรู้สึกสงสารและเป็นห่วงเธออยู่ไม่น้อย บ่อยครั้งที่เจ้าหล่อนมักจะนั่งเหม่อลอยหรือทำหน้าเศร้าออกมา แต่เพราะไม่อยากให้เขาเห็นเธอจึงมักจะไปนั่งหลบมุมเงียบๆ

               [มาสเตอร์]

               “อะไร”

               [ผมอยากมีน้อง]

               สิ้นคำกล่าวของคาร์ ไอซ์ก็แทบจะทำมือถือตกใส่หน้าตัวเอง เธอหันไปหยิบแท็ปเล็ตที่ปรากฏภาพของเด็กหนุ่มซึ่งพยายามทำหน้าตาใสซื่อ

               “โดนไวรัสเหรอแก” เธอบีบขอบจอแน่นราวกับว่ามันจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บได้ “ช่วยล้างให้เอามั้ย” ไอซ์ว่าพลางเปิดโปรแกรมบางอย่างขึ้นมา

               [พ่อฮะแม่รังแกผม]

               คาร์พูดเสียงอ้อนที่ไอซ์รู้สึกหมั่นไส้จนแทบอยากจะปาแท็ปเล็ตทิ้ง หากเพียงแต่เธอคงจะโดนคนที่นั่งห่างออกไปไม่ไกลแหวใส่แน่นอน

               “อยากได้...น้องชายหรือน้องสาวล่ะ” คำกล่าวจากคาร์ลอสทำเอาไอซ์ชะงัก เธอไม่กล้าหันไปมองสบตากับอีกฝ่าย

               ชายหนุ่มแย้มรอยยิ้มพรายรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งเจ้าหล่อน เขาลุกขึ้นยืนอย่างเงียบที่สุดและค่อยๆเดินตรงเข้าไปหาเธอ

               อะไรหว่า...ความรู้สึกหนาวสันหลังแบบนี้...คงไม่มั้ง...

               พลันความคิด ร่างสูงก็ทิ้งตัวลงนอนข้างๆเธอ มือใหญ่ของเขาพาดโอบไหล่ของหญิงสาวไว้ทำเอาเธอสะดุ้งเฮือก ยิ่งพยายามจะเขยิบตัวออก เขาก็ยิ่งโอบแน่นกว่าเดิม

               “พะ...พี่คาร์ลอส”  ไอซ์หลุบสายตาไปทางอื่น เธอกลัวที่จะหันไปมองจ้องหน้าเขาตอนนี้เสียเหลือเกิน

               “คาร์ พ่อกับแม่มีเรื่องต้องคุยกันหน่อย” คาร์ลอสบอกกับคอมพิวเตอร์หนุ่มตรงหน้าก่อนจะหันไปทางหญิงสาว “แบบสองต่อสอง” เขากระซิบเสียงนุ่ม

               [อยากมีเวลาส่วนตัวกันสินะ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีด็อกเตอร์ดีบอกว่าดาวน์โหลดหนังมาใหม่ละชวนผมให้ไปดูด้วยกัน แล้วเจอกันนะครับมาสเตอร์ คุณพ่อ]

จบคำพูด หน้าจอก็กลับกลายเป็นเมนูปกติของแท็ปเล็ต ไอซ์ค่อยๆวางมันลง เธอรู้สึกว่าน้ำลายช่างเหนียวหนืดคอเสียเหลือเกิน เธอยอมกลับไปนอนเบื่อแบบก่อนหน้าเสียดีกว่าจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนอึดอัดและระทึกแบบนี้

“ไปข้างนอกกันมั้ย” เจ้าตัวดีหันไปฉีกยิ้มกว้างถาม ทว่าอีกฝ่ายกลับมีรอยยิ้มพราวระยับ

เขาหอมแก้มเธอก่อนจะไล่ไปที่ซอกคอทำเอาเธอขนลุกอย่างบอกไม่ถูก เสื้อเชิ้ตถูกดึงออกเผยให้เห็นไหล่มน เขาจูบที่ไหล่หญิงสาวเบาๆ

“ยัยบ๊อง” ชายหนุ่มขยี้หัวเธออย่างแรง “นึกว่าจะแน่” เขาพูดกลั้วหัวเราะและหันไปนอนแผ่หราข้างๆเธอ

ไอซ์รู้สึกหน้าร้อนผ่าว นี่เธอปล่อยให้เขาแกล้งได้อย่างไรกันนี่ ป้ายยี่ห้อว่าเกรียนและปากปีเอ๋งของเธอคงจะร้องไห้เป็นแน่

แน่นอนว่าคาร์ลอสไม่คิดจะฉวยโอกาสในขณะที่เธอกำลังเหงาและเศร้าแน่นอน เขาต้องการที่จะให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นไปอย่างช้าๆ จนบางทีก็คิดว่าควรจะหักดิบยัยตัวแสบไปเลยดีหรือไม่ เพราะความบื้อของเธอพัฒนาขึ้นพอๆกับความกวนโอ้ยทีเดียว

“ป๋าบอกว่าเร็วๆนี้จะมีภารกิจต้องไปต่างประเทศ”

คำพูดของคาร์ลอสเรียกดวงหน้ามนให้หันมามองได้ชะงัด แววตาเธอเบิกกว้างเล็กน้อยอย่างสนใจ

“เจ๋งเป้ง” เธอดีดนิ้วถูกใจ นึกจินตนาการถึงภารกิจระห่ำเสี่ยงตายเต็มไปด้วยสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กแบบในหนัง หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะพยายามหลีกหนีความวุ่นวายที่ถาโถมเข้ามา แต่ปัจจุบันเธอแทบอยากจะพุ่งเข้าใส่เสียเหลือเกิน เพราะเพื่อทั้ง 2 ต่างมีงานที่ต้องรับผิดชอบ แต่เธอเองทำได้แค่นอนกลิ้งไปมาหรือทำงานจิปาถะทั่วไป

“ไปประเทศไทยนะ”

ประโยคต่อมาของคาร์ลอสทำเอาคนฟังหัวใจหล่นวูบ น้ำลายเหนียวหนืดคอจนแทบจะกลืนไม่ลง

“ล้อเล่นน่ะ” คาร์ลอสกลั้นหัวเราะกับท่าทางของเธอที่แสดงออกถึงความเฟลอย่างชัดเจน “ป๋าเรียกเราไปฟังภารกิจวันพรุ่งนี้ ฉะนั้นก็เตรียมตัวให้พร้อมละกัน”

“งั้นพรุ่งนี้ฉันก็ต้องหยุดงานอีกดิ”

“ถูก”

“โหย โดนไล่ออกแหงๆ” เธอทำหน้าบอกบุญไม่รับ หลายครั้งที่ต้องลางานจนนึกแปลกใจที่เจ้าของร้านใจกว้างพอที่จะยังคงจ้างเธอทำงาน

“ก็ลาออกซะเลยสิ” คาร์ลอสเสนอ ความจริงแล้วเขาอยากจะให้เธอลาออกใจแทบขาด

“โนวเวย์ ฝันไปเหอะ” เธอแยกเขี้ยวใส่ชายหนุ่มจนเขานึกหมั่นไส้

“กลัวจะไม่ได้เจอเพื่อนหนุ่มผมทองรึไง” เขาส่งลูกยั่วให้อีกฝ่ายที่ตวัดสายตามอง

“แน่นอน” ไอซ์ไหวไหล่กวนๆ ในเมื่อเขาชงมาซะขนาดนี้เธอจะไม่สนองเกรียนกลับก็กระไรอยู่ “ก็แหม อาหารตาทั้งนั้นนี่นา” เจ้าตัวดียักคิ้วหลิ่วตาให้ เธอรู้สึกสนุกที่ได้ทดสอบความอดทนของอีกฝ่าย (แน่ล่ะ เอาคืนเมื่อกี้ไง)

คาร์ลอสถอนหายใจยาวอยากจะเขกหัวเบาๆสักทีสองทีเสียเหลือเกิน เขาเรียนรู้ที่จะใจเย็นกับคำยั่วของอีกฝ่ายตราบเท่าที่ไม่เกินลิมิตที่เขาตั้งไว้ เมื่อเห็นว่าไม่สามารถทำอะไรชายหนุ่มได้ หญิงสาวก็ถบทเบาๆและหันไปจดจ่อกับเกมส์ในมือถือของตนแทน

 

เช้าวันรุ่งขึ้น คาร์ลอสและไอซ์มุ่งหน้าสู่ฐานลับตามหมายเรียกตัว ทั้งสองจะต้องรับภารกิจโดยตรงกับนิโคลัสเหมือนกับสองคู่ก่อนหน้า และเมื่อพวกเขามาถึงห้องทำงานของชายวัยกลางคนก็พบว่ามีแขกที่ได้รับเชิญก่อนหน้าพวกเขาอยู่แล้ว

งานดีนะนั่น...อย่างแจ่ม

คือความคิดของไอซ์ที่มองสำรวจอีกฝ่าย คนตรงหน้าเธอเป็นชายหนุ่มที่อายุน่าจะไม่ต่างจากเธอเสียเท่าไหร่ เขามีผมสั้นสีแดง นัยน์ตาสีฟ้า เตี้ยกว่าคาร์ลอสเล็กน้อย แต่งกายด้วยชุดเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงลายพรางทหารสีเขียว ใบหน้าของเขาเรียบเฉยเมื่อมองคนทั้งสองที่ก้าวเข้ามา

“ใครอะพี่คาร์ลอส” ไอซ์กระซิบถาม

“ไม่รู้” เขาตอบสั้นๆ

แล้วความสนใจของทั้งห้องก็ถูกเรียกโดยชายวัยกลางคนที่เดินเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ

“อรุณสวัสดิ์นะคาร์ลอส ลอเลนซ์” นิโคลัสทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

“หวัดดีป๋า”

“ดีค่ะ”

นิโคลัสเดินไปที่โต๊ะทำงานของตนเอง เขาส่งยิ้มน้อยๆให้ชายหนุ่มอีกคนที่โค้งให้อย่างสุภาพ เขาหยิบบรรดาเอกสารในลิ้นชักขึ้นมาวางบนโต๊ะพลางไล่อ่านอย่างรวดเร็วแล้วพูดขึ้น

“ที่ฉันเรียกพวกนายมาวันนี้ก็ด้วยเรื่องภารกิจ” เขายังคงไม่ละสายตาจากกองเอกสาร ใบหน้าเริ่มตึงเครียดจนคิ้วแทบจะผูกปม “พวกนายทั้งสามคน”

“ป๋าหมายความว่ายังไง” คาร์ลอสคิ้วขมวดตาม เขาเปรยหางตาไปมองชายหนุ่มชั่วครู่ก่อนจะหันกลับมามองนิโคลัส “ไม่ใช่แค่ผมกับยัยนี่เหรอ”

“โอ้ ไม่-ไม่ ของพวกนายทั้งสาม” ในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้นมองคนถาม “แต่เดิมนะ...หรือบางที ฉันก็จะให้พวกนายสองคนไปจัดการนั่นแหละ แต่เผอิญพ่อหนุ่มไฟแรงคนนี้อยากจะขอเข้าร่วมด้วย” ชายวัยกลางคนผายมือไปทางชายหนุ่มที่ยืนนิ่ง

ไอซ์ลอบมองชายหนุ่มแปลกหน้าก็พอดีกับที่เข้าหันมาสบประสานสายตากับเธอ หญิงสาวส่งยิ้มบางให้ทว่าอีกฝ่ายหรี่นัยน์ตามองราวกับพิจารณาเธอ

หยิ่งชิบ...คิดว่าหล่อแล้วจะหยิ่งได้รึไง

“ฉันต้องแนะนำก่อนสินะ” นิโคลัสเปรยหยั่งเชิงก่อนจะพูดต่อ “วินเซ้นต์ สไตร์ค เป็นเจ้าหน้าที่ระดับ1 ที่พึ่งถูกบรรจุเข้ามาไม่นาน เขามีความกระตือรือร้นที่จะร่วมงานกับพวกเธอในครั้งนี้มาก”

การแนะนำของนิโคลัสที่ไอซ์ทำหน้าปั้นยากกับคำว่า กระตือรือร้น ที่มองยังไงเธอก็ไม่เห็นแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว

“วินเซ้นต์ นี่คาร์ลอส โอลิเวียร่า เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง กับลอเรนซ์ ไคล์ เจ้าหน้าที่บรรจุใหม่ก่อนหน้าเธอไม่นาน”

คาร์ลอสยื่นมือส่งให้อีกฝ่ายที่ยื่นมือมาจับแต่โดยดี ส่วนไอซ์มีท่าทีลังเล แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มดูจะไม่สนใจอยากจะจับมือด้วยเธอจึงเบือนหน้าไปมองทางอื่น

“ภารกิจของเราคืออะไร” คาร์ลอสถามเข้าประเด็นทันที

นิโคลัสเปรยสายตามองไล่ไปทีละคนและพูดขึ้น

“ค้นหาข้อมูลการวิจัยของอัมเบรลล่า รวมถึงแผนการต่างๆเพื่อเปิดโปงความชั่วของพวกมัน”

“เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเลยแฮะ” ไอซ์แอบบ่นเบาๆพอให้คาร์ลอสได้ยิน

ภารกิจของเธอไม่ต่างจากอีกสองคู่เท่าไหร่ ในเมื่ออัมเบรลล่ามีฐานอำนาจมากมายแทรกซึมอยู่ทั่วโลก การจะรวบรวมข้อมูลต่างๆจึงต้องใช้เวลาและกำลังคนจำนวนไม่น้อย

“มีบางประเทศที่เริ่มระแคะระคายในตัวของอัมเบรลล่าแล้ว เราจะใช้โอกาสนี้รวบรวมหลักให้มากขึ้นเพื่อเปิดโปงแผนการของพวกมัน”

“และเราต้องเดินทางไปที่ไหนล่ะ”

ถึงตรงนี้ นิโคลัสชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่กับหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้อง

“ประเทศไทย”

จบคำพูดของเขา ไอซ์ก็ยืนนิ่งค้างไปในทันที คาร์ลอสหันไปมองเธอด้วยสีหน้าเป็นห่วงและจับกุมมือเธอไว้แน่น

“ฉันเข้าใจ” นิโคลัสแสดงสีหน้าเศร้าออกมาเด่นชัด “แต่อยากให้ช่วยฟังสักหน่อยได้มั้ย”

ไอซ์ไม่ตอบอะไร เธอกำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต เมื่อพวกเธอต้องถูกผลักไสออกนอกประเทศ ถูกทำให้ไร้ตัวตน เปลี่ยนแปลงชื่อใหม่ โดยที่ไม่มีใครให้คำตอบพวกเธอได้ว่าเพราะอะไร ถึงตอนนี้เธอจะไม่ได้คิดมากอะไรแล้ว แต่ถ้าจะให้กลับไปในประเทศที่มีความทรงจำเก่าๆอีกครั้ง เธอคงจะถอนตัวเป็นแน่

“ไทยน่ะ เริ่มระแคะระคายในตัวของอัมเบรลล่าตั้งแต่เรื่องที่เกิดขึ้นในจังหวัดเพชรบุรี ยิ่งล่าสุดมาเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันในจังหวัดชลบุรีด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความไว้วางในใจอัมเบรลล่าต่ำลงไปเยอะ”

“ท่านว่าอะไรนะคะ” ไอซ์เบิกนัยน์ตาโพลงกับสิ่งทีได้ยิน “ชลบุรี...ตอนนี้”

“ใช่-แต่โชคยังดีที่อพยพคนส่วนมากและทำการปิดจังหวัดได้ทัน การสูญเสียจึงน้อยกว่าครั้งเพชรบุรี” ชายวัยกลางคนคอยสังเกตอากัปกิริยาอีกฝ่ายขณะที่ร่ายยาว “ตอนนี้ทางการไทยกันอัมเบรลล่าให้ออกห่างจากเรื่องในครั้งนี้แล้ว พวกเขาต้องการที่จะแก้ปัญหาเอง ในขณะเดียวกันก็ได้แอบติดต่อลับๆกับทางเราเพื่อขอความช่วยเหลือ”

“งั้นก็คงเหมือนกับคราวเพชรบุรีสินะ ที่ให้พวกเราไปหาหลักฐานที่จะเอาผิดพวกมัน” คาร์ลอสสรุป เขายังคงมองร่างบางกว่าข้างกาย

“ทางการไทยเชื่อว่าอัมเบรลล่าต้องพยายามแทรกซึมเพื่อลบหลักฐานที่จะเอาผิดพวกมันไว้แน่นอน ในขณะที่ทางการไทยทำการค้นหาผู้รอดชีวิตที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ทางเราก็จะลอบเข้าไปที่ห้องทดลองของพวกมันซึ่งอยู่ใจกลางเมืองชลบุรี”

ทดลองอย่างนั้นเหรอ...คงไม่ใช่ว่าแบบพวกเรานะ...

“ป๋า-จะเป็นไปได้มั้ยที่งานนี้ ยัยนี่ไม่ต้องไปด้วย” คาร์ลอสเสนออย่างมีความหวัง อีกฝ่ายส่ายหัว

“ก็อยากจะให้ตามคำขอหรอกนะ แต่ในเมื่อลอเรนซ์เองก็เป็นเจ้าหน้าที่ของเราคนหนึ่งและเพื่อนๆของเธอเองต่างก็รับงานกันหมดแล้ว มันคงยากที่จะให้เธอหลีกเลี่ยงได้” ว่าถึงตรงนี้ นิโคลัสแย้มรอยยิ้มพรายเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “นอกเสียจากว่า ฉันอาจจะหาคนอื่นได้ และให้ใครสักคนมาดูแลเธอแทนนายระหว่างที่ไปทำภารกิจ ถ้าแบบนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ”

“ไม่มีทาง!” คาร์ลอสคำรามอย่างไม่พอใจ ขืนเขาปล่อยปลาย่างไว้กับแมว แทนที่แมวจะขโมยปลาไปกิน จะกลายเป็นปลาประเคนตัวเองให้แมวง่ายๆเสียมากกว่า

ไอซ์กำมือคาร์ลอสแน่น เธอดึงสติออกจากโลกแห่งความคิดเรียบร้อย นัยน์สีน้ำตาลเข้มจ้องมองนิโคลัสแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงมุ่งมั่น

ฉันจะทำภารกิจนี้



120 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 9 กันยายน 2561 / 03:33

    ขอกรี้ดก่อนเลย นึกว่าตาฝาดอ่านชื่อเรื่องผิดพี่เขามาอัพแล้วโว้ยยยยยย ไอซ์สู้ๆนะกลับมาถิ่นเก่าแบบนี้
    #117
    0