ผั ว ( ลั บ ) : SWEET so HOT

ตอนที่ 4 : 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 403
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

โหลด eBook ⏩ ที่นี่

“คุณลุงเค้าพูดน้อย .. แล้วเมคนช่างพูดก็เลยมายืนนอยย์อยู่นี่ .. ใช่ป่ะ?”
“บ่ะ บ้าสิ!! อย่ารุมมาล้อกัน” หันไปเถียงกับต้นเสียงใสๆ ของอีกคน
แก้มใสที่เช็คของในสต๊อคเครื่องดื่มเสร็จพอดีเห็นเพื่อนคุยกันสนุกก็เลยโดดมาร่วมวงโพงพางด้วย
“แต่คุณลุงเขาอะดูดีมากเลยนะ ถึงจะแต่งตัวเก่าปอนๆ แบบนั้น .. แต่ท่าทาง..เท่ สามาร์ท เหมือนพวกวิศวะเลย เอ๋? หรือว่าจะใช่” แก้มใสหันไปทางเพื่อนสาวอีกคน
“อื้ม … ใช่ๆ แวบแรกเราก็นึกว่าคิดเองคนเดียว รุ้งก็ว่าลุงเค้ามาดเหมือน” 
พราวรุ้งยังพยักหน้าเห็นด้วย ทีนี้เมรีเลยเผลอทำท่าจมูกย่น .. ไม่คิดจริงๆ นะว่าบรรดาเพื่อนๆ หัวสูงของเธอจะหันมาสนคนชนละชั้นกันแบบนี้ด้วย … งงนิดๆ
หืออออ ... วิศวกรอะไรล่ะ แต่งตัวเสื้อผ้าเก่าปอนแถมไร้ยี่ห้อขนาดนี้?
ชีวิตเธอเคยชินแต่กับคนที่ใช้เปลือกห่อหุ้มกาย โพสต์ของกินของใช้ล้วนแต่ต้องบ่งบอกยี่ห้อหรู ดูแพง ทั้งที่บางคนนี้มีเจ้าหนี้นั่งมองหน้าตาปริบๆ เพราะพอทุกครั้งเจ้าหนี้ขอเข้าทวงหนี้ ลูกหนี้กลับอุบอิบว่าไม่มีๆ แต่พอมีมือถือ มีรถ มีเสื้อผ้ายี่ห้อแพงโง่แพงเง่าเข้ามาเปิดตัวทีไร คนพวกนี้ก็กู่ก้องขอจับจอง...จ้องจะรูดการ์ดกู้หนี้ยืมสินเพื่อจะขอเป็นเจ้าของพวกมันทันที
“หื้อออออ พวกเธอนี่ .. เมาควันยากันยุงกันแล้วมังเนี้ย ... มองไงน่ะ” 
เกือบพลั้งปากไปแล้วว่า ...
อุปทานตาเหล่หมู่กันหรือไง มองเห็นภารโรงเป็นวิศวะกรไปได้ยังไงเนี้ย? 
แม้ปากจะดุเพื่อนปากเสียออกไปแต่สายตาไม่กล้าเหลือบไปมองคนถูกนินทาสักนิดเลย
คุยแหย่ คุยหยอกอยู่กับเพื่อนๆ ได้อีกสักเดี๋ยวก็มีโน๊ตจากโต๊ะอื่นมาขอให้เธอขึ้นไปร้องเพลงให้ฟังอีก
เมรีเลยก้าวขึ้นไปประจำที่เก้าอี้ทรงสูงยกพื้นเล็กๆ
มีดอกไม้สีแดงส่งจากโต๊ะคุณลุงคนนั้นอีก เมรีเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีนิดๆ ไม่รู้เพราะอะไรและสิทีนี้ จนจะจบเพลงมีโน๊ตพร้อมดอกไม้มาจากอีกโต๊ะถัดไป ขอเพลงอีกเพลง ก็พอร้องได้พอไหวจึงจัดไปจนจบ .. ไม่ล่มแหะ!
คืนนี้เป็นธีมดอกกุหลาบ ดังนั้นเพลงนี้เธอจึงมีกุหลาบรวมๆ แล้วสิบกว่าดอกแต่ที่รู้ๆ มันถูกส่งจากโต๊ะคุณลุงหน้านิ่งนั่นตั้งห้าดอกแน่ะ โต๊ะอื่นอย่างมากให้แค่สาม นอกนั้นหนึ่งบาง สองบ้าง
ร้องเพลงจบหญิงสาวก็เดินไปขอบคุณตามโต๊ะต่างๆ ที่แม้จะไม่ได้ให้กุหลาบแก่เธอ เธอก็แวะไปขอบคุณ ถามถึงรสชาติอาหาร บริการ จนกระทั่งมาหยุดที่โต๊ะเขาเป็นโต๊ะสุดท้าย คนหน้านิ่งชวนนั่ง จะปฏิเสธแต่ก็มาคิดได้ว่าเขาจ่ายค่ากุหลาบให้เธอหลายครั้ง ครั้งที่แล้วก็คงเขาด้วย และเมื่อคืนแรกนั้นเธอก็ไม่ได้เดินมาขอบคุณเขา เลยทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม … 
คนที่เธอแอบเรียกเขาในใจว่า ‘ลุง’ ก็ถาม
“กินอะไรหรือยัง สั่งได้นะ” 
“ขอบคุณค่ะ หนูขอชามะนาวเหมือนเดิมก็ได้” 
ตอบแล้วก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองนะว่าทำไมไม่ปฏิเสธเขาไปล่ะเนี่ย แต่เพราะเขาท่าทางสุภาพ พูดน้อย ใจดี แม้จะหน้าดุไปหน่อย แต่คืนที่แล้วเธอก็มาแอบใช้โต๊ะเขาเป็นโล่หลบภัยนี่นา ก็นั่งคุยเป็นเพื่อนเขานิดเดียวคงไม่เสียเวลาอะไร 
แต่แหม .. ก่อนหน้าเขาปฏิเสธเด็กเชียร์เครื่องดื่มไปนี่นา ทำไมมาชวนเธอนั่งด้วยล่ะนี่
อันนี้ก็งงๆ ทั้งที่ลอบแอบหมั่นไส้เขาในใจนิดๆ .. 
แต่งตัวก็ธรรมดา นาฬิกาก็ไม่ใส่ สร้อยก็ไม่มี แหวนก็ไม่เห็น โทรศัพท์ก็เก่าครึ หน้าจอก็มีแต่ร่องรอยขีดข่วน ขึ้นลายขนแมวหราเลยเชียว ดูท่าทางจะใช้มันมาอย่างสมบุกสมบันและนานโขและคุ้มค่าสุดๆ ไปเลยละมัง รุ่นนี้ยี่ห้ออะไรเธอก็ไม่รู้จักด้วยสิ แล้วดูซิ ยังจะริมาเที่ยวเปย์หญิงอีก ... 
เอ๋? หรือเธอเปลี่ยนใจสั่งมื้อแพงๆ มาแกล้งเขาดี?
ไม่เอาดีกว่า … ถ้าเกิดเขาไม่มีตังค์จ่ายขึ้นมา เดี๋ยวจะมีเรื่องมีราวกันไปใหญ่
สักเดี๋ยวก็แว็บคำเพื่อนขึ้นมาว่าท่าทางเขาเหมือนวิศวะกร แต่เธอปักใจนี่นาว่าเขาน่าจะแค่ภารโรง แล้วกะว่าอยู่คุยล้วงประวัติเขาเล่นดีกว่า จะได้เอาไปบลั๊ฟใส่เพื่อน
แต่ลักษณะเขาก็ไม่ค่อยช่างคุยช่างอวดอะไร ถามคำก็ตอบคำ .. แต่เธอก็ยังจะทำไม่รู้ไม่ซี้ถามเขา จะเอาความให้ได้
แล้วก็จริงอย่างที่คิดไว้เลยไง
เขาบอกว่าชื่อ ‘อิน’ ทำงานเป็นภารโรงในอยู่โรงเรียนของตำบลถัดไปนี้แหละ บอกชื่อโรงเรียนมาด้วย แต่เธอก็ไม่รู้จักหรอกเพราะไม่ใช่คนแถวนี้แม้จะเป็นอำเภอใกล้ๆ บ้าน .. แต่เมรีก็ถูกส่งไปเรียนที่กรุงเทพฯ อยู่กับญาติตั้งนานแล้วนี่นา ดีไม่ดีที่นี่เขาอาจจะมีโรงเรียนมาตั้งใหม่ 
แงะปากจนเขาบอกมาอีกว่า เป็นม่าย เมียตายนานแล้ว มีลูกชายลูกสาวอย่างละคน โตจนแต่งงานแยกไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว
อืมมมมม ... เป็นแค่ภารโรงจริงๆ ด้วยล่ะ รายได้ก็น่าจะน้อยจะตายไปนะ แล้วทำไมถึงยังจะชอบมาเที่ยวแบบนี้อีกเนี่ย!!
เธอนั่งเป็นเพื่อนเขาอยู่ได้พักหนึ่งเพราะแขกบางตาไปแล้ว งานเช็คสต๊อกโน่นนี่นั่น เธอกับเพื่อนก็ทำกันหมดแล้ว ตอนนี้ยัยแก้มใสเลยว่างมานั่งเท้าคางมองเธอกับลุงคุยกันด้วยลูกนัยน์ตายิกๆ จนเบียร์หมดขวดเขาก็บอกว่าจะกลับแล้วล่ะ เธอจึงเดินเลยไปส่งเขาที่หน้าร้าน
จบจากคืนนั้นเธอก็แยกไปเที่ยวพักผ่อนกับพราวรุ้งมากับแสงหล้า พี่ชายที่ทำตัวคล้ายบอดี้การ์ดคู่อริของพราวรุ้ง ที่พักนี้ก็ตัวติดกันแปลกๆ แล้วก็ .. เวียนนา สาวน้อยลูกครึ่งเพื่อนสนิทที่เคยเรียนในมหาวิทยาลัยจากกรุงเทพที่เรียนจบ พ่อเลี้ยงของเพื่อนสาวที่ตกอยู่ในโหมดพ่อม่ายอีกครั้งก็พาเธอกับน้องๆ ขึ้นมาเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศคลายความหม่นเศร้ากันพอดี เมรีเคยไปเที่ยวบ้านของครอบครัวอบอุ่นครอบครัวนี้บ่อยๆ เลยสนิทกันระดับหนึ่ง จนกระทั่งมารดาของเวียนนาป่วยตาย ครั้งนี้ เมรีมองดูเพื่อนซี้ที่มีสายตาและท่าทีห่วงใยพ่อเลี้ยงแบบแปลกๆ แต่สัญชาตญาณบอกเธอไว้ว่าให้เงียบไว้ อย่าถามอะไรรอเพื่อนพูดน่าจะดีกว่า ทั้งหมดนัดเจอกันเที่ยวกันแล้วแยกย้าย เธอจึงกลับมาช่วยที่ร้านอีกครั้งก็คือคืนสุดท้ายที่เธอจะกลับ แต่ถึงแม้จะไม่ได้มาที่ร้านแก้มใสเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่ก็โทรมาเล่าล่ะว่า ลุงคนที่ทั้งพร้าวรุ้งกับแก้มใสบอกกับเธอไว้ว่าเขาเป็นวิศวกร แล้วภายหลังเธอก็บลั๊ฟเพื่อนกลับไปว่าลุงเขาบอกเองนะว่าเป็นแค่ภารโรง 
เพื่อนๆ ยังร้อง
เส้นแนวนอน
cr.pics (just for image) via as : google
♥ นิยายสายอ่อย..อร่อยทุกเรื่อง .. โหลดเค้าหน่อย..เค้าอ่อยนานแล้ว~♥
ขอฝากนิยายใน Set : ผั ว ลั บ : ด้วยนะคะ
??”?โหลด E-Book คลิกตรงนี้คร้า~*??”?
หากอ่านนิยายแล้วถูกใจ..โปรดกด Like ให้ด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น