ผั ว ( ลั บ ) : SWEET so HOT

ตอนที่ 3 : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 386
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

โหลด eBook ⏩ ที่นี่

แต่พอร้องจบ … ก็ไม่รู้จะโกรธหรือจะอะไรดี
คือ … คืนนี้มันเป็นธีมลูกทุ่งสไตล์คาวบอยก็จริง แต่มีเพื่อนๆ ก็ลงความเห็นว่า ที่นี่มันชนบทนิดๆ ที่ร้านจึงเน้นให้มีการเล่นเพลงแนวคันทรีโฟล์คซองเป็นหลัก คืนนี้ที่นี่จึงมีจัดธีมให้ทิปนักร้อง โดยการซื้อดอกทานตะวันมาให้นักร้องแทนการคล้องพวงมาลัยแบบชนบทจัดเต็ม เพราะนอกจากเมรีที่แค่มาแวะเป็นนักร้องช่วยเพื่อนเล่นๆ แล้ว ที่นี่ก็ยังจะมีนักร้องคนอื่นที่เป็นตัวจริงประจำอยู่สองคน ซึ่งที่จริงดอกไม้พวกนี้ถ้าใครได้จะเอามาใส่แจกันรวมกล่องทิปกลางที่พอเลิกงานแล้วจะมีการนำมาหารแบ่ง ยกเว้นแต่ถ้าเป็นดอกไม้ที่แขกคนไหนส่งมาให้ หรือนำมามอบให้นักร้องคนนั้นๆ เองโดยตรงก็จะถือว่าเป็นการทิปโดนเสน่หากันไป
ค่ำคืนนี้เมรีก็ได้ทานตะวันแบบนี้มาตั้งหลายดอก แต่หญิงสาวก็ตั้งใจว่าจะเอาทิปส่วนตัวพวกนี้ไปใส่กล่องรวมไว้หารแจกพวกน้องๆ เขาโน่น เธอคงไม่รับ แต่ทำไมมันมารู้สึกกระดากๆ ใจแปลกๆ เพราะทานตะวันที่เธอถืออยู่ตอนนี้นั้นมันมาจากโต๊ะของเหล่าลุงๆ กลุ่มนั้น เพราะน้องที่เดินเอาดอกไม้มาให้น้องเดินตรงมาจากโต๊ะนั้นนี่ไง เธอเลยไม่รู้ว่าทานตะวันช่อนี้มันเป็นของลุงคนไหนกันแน่ 
เอาน่า ช่างมัน!! 
พอคิดแบบนี้ก็ขี้เกียจคิดต่อ เลิกใส่ใจ พอถึงเวลาจะกลับที่พักเธอก็เอาดอกไม่เหล่านั้นใส่แจกัน จะได้ให้น้องๆ ไปหารตังค์แบ่งกัน
เมรีตั้งใจจะมาอยู่ช่วยงานเพื่อนและเที่ยวเล่นที่นี่สักหนึ่งสัปดาห์ คืนที่สองเธอไม่ได้เข้าร้าน เพราะไปเที่ยวกับเพื่อนอีกก๊วน แต่คืนที่สามก็แวะเข้ามาช่วยร้านอีกคืน ก็พอดีมีแขกคืนแรกมาเที่ยวอีกครั้งก็จำเธอได้ว่าร้องเพลงเพราะมาก เลยรีเควสขอให้เธอขึ้นไปร้องเพลงคันทรี่สากลให้ฟังอีกครั้ง ซึ่งเธอก็ยินดี 
ก้าวขึ้นไปร้องได้เพียงสักช่วงๆ กลางเพลง กวาดสายตาไปหน้าร้าน 
อ้าว? .. คุณลุงคนนั้นนี่นา … 
เธอจำเขาได้ทันทีเพราะชายคนนี้จะรูปร่างสูงใหญ่กว่าใครในกลุ่ม ใบหน้านิ่ง แต่ตาคม พูดน้อย ฟังมาก ซึ่งบุคลิกเขามันขัดๆ กับการแต่งกายคล้ายคนงานนิดๆ ของเขาดีชะมัดเลย?
คนหน้านิ่ง ตัวใหญ่ คืนนี้เขาขับมอเตอร์ไซค์เก่าๆ เข้ามาจอดหน้าร้าน ซึ่งที่เธอเห็นเขาได้ชัดและทันทีที่ก็ต้องเล่าเสริมต่อตรงนี้อีกนิดว่า ที่นี่นั้นจริงๆ แล้ว เหล่าเพื่อนๆ เจ้าของร้านนั้นตัวจริงนั้นพวกนางๆ ก็นับลูกเศรษฐีมีตังค์ในพื้นที่ตรงนี้กันนั่นแหละ แต่แค่ตั้งใจมาทดลองลงหุ้นเปิดผับกันเล่นๆ ซ้อมมือก่อนลงสนามใหญ่ ดังนั้นที่นี่มันก็เลยเป็นแค่ร้านเล็กๆ ริมทุ่งนาที่น่านั่ง ไม่กว้างขวางอะไรมาก บรรยากาศจึงเป็นกันเอง ที่จอดรถเลยไม่มากและคนก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไร ซึ่งมันก็เป็นวันที่สามแล้วไง และเพราะพรุ่งนี้เช้าคนส่วนใหญ่ต้องไปทำงาน
แต่คืนนี้เขาเดินเข้ามาคนเดียว 
มีน้องสาวหน้าตาสวยน่ารักคนหนึ่งเดินออกไปต้อนรับ 
แต่คุณลุงหน้ายักษ์นั่นกลับมองตรงมาที่เธอ ที่กำลังนั่งร้องเพลงอยู่กับมือกีตาร์โปร่งของร้าน ดูท่าทางเขาจะจดจำเธอได้ดี … เจอแบบนี้ พอจบเพลงเมรีก็เลยเดินไปทักทายเขา
วันนี้เขาแต่งตัว .. เอ่อ .. ดูดีขึ้นมานิดหน่อยด้วยเสื้อยืดสีขาวคอกลมกระชับตัว เธอไม่รู้ แต่เคยได้ยินเพื่อนๆ คุยกันว่าเสื้อขาวคอกลมโหลๆ แบบนั้นเขาซื้อกันยกโหล
ราคาคงไม่ได้แพงเท่าไหร่ แต่พอเขาใส่แล้วมันดันพอดีตัว อกผาย ตึง แถมเขาก็แลดูแต่งกายสุภาพดี เพราะสอดชายเสื้อนั้นไว้ใต้เข็มขัดหนังเส้นเก่าๆ กับกางเกงยีนสีซีด ที่ไม่ใช่ตัวเดิมที่เขาเคยใส่มาครั้งก่อน แถมมีรองเท้าบู๊ทหนังๆ ยางๆ สีดำห่อเท้ามาหรือเปล่า? มองไม่ชัดเพราะผับมันหรี่ไฟอยู่สลัวๆ แต่ดูรู้แหละว่าเขาคงจะใส่ไปลุยอะไรในที่รกๆ แบบพงหญ้า ป่า หรืออะไรคล้ายนี้มาละมัง … 
และเธอเดาเอาทันทีว่าเขานี่ .. ถ้าจะไม่คนงานก็อาจจะเป็นภารโรงมัง?
เพราะตอนเรียน เธอเคยเห็นพวกนักการภารโรงก็แต่งกายคล้ายๆ นี้เวลาทำงานภาคสนาม ทาสี ตัดหญ้า ขนของ … แต่แค่ลุงคนนี้เขาดูหล่อกว่า สะอาดกว่านิดหน่อย 
เอ่อ … อาจแต่มีรอยชื้นเหงื่อ … นี่เขาต้องทำงานถึงค่ำมืดขนาดนี้หรือ?
อาจจะมัง .. ได้ยินอยู่ว่าคนชนชั้นหาเช้ากินค่ำ ปากกัดตีนถีบเหน็ดเหนื่อย ผิดกับคนชนชั้นบิดาของเธอ ที่แค่หาเช้า แต่ได้เล็มคาร์เวียจิบไวน์กันได้วันยันค่ำ
แต่ตอนนี้ที่ตรงนั้น รอบข้างเขามีเด็กเสิร์ฟคนอื่นๆ รวมถึงเด็กนั่งดริ้งคนอื่นเข้าไปรายล้อมเทคแคร์อยู่เมื่อตอนก่อนหน้า เพราะว่าวันนี้แขกน้อย บางตากว่าวันแรกแล้วไง เด็กเสิร์ฟเด็กดริ้งทั้งหลายเลยมีเวลาสนใจแขกเยอะหน่อย แต่ตอนเธอก้าวเท้าเข้าไปหาก็ทันได้ยินเขาปฏิเสธเด็กสาวเหล่านั้นเสียงเรียบๆ ว่า
“ฉันอยากนั่งคนเดียว” 
ได้ยินแบบนี้แล้วเธอดันนึกพิลึกพิลั่นมันเขี้ยว หมั่นไส้เขาโดยไม่รู้สาเหตุ เลยเดินเถเข้าไปทักทายเขาแบบหน้าตาเฉยๆ ไม่รู้ไม่ชี้
ตาลุงที่กำลังหย่อนตัวจะนั่ง พอเงยหน้ามาเห็นเมรีเข้าลูกนัยน์ตาเขาก็มีประกายวิบวับ
ไม่รู้แสงไฟมันหลอกตาเธอไหม .. ไม่แน่ใจแหะ?
ทักเสร็จก็หยุดรออยู่ดูก่อนว่าเขาได้รับอาหารตามที่สั่งเรียบร้อยแล้วหรือยัง จากนั้นจึงก็เดินกลับไปนั่งหลังเคาน์เตอร์คิดเงินของเพื่อน ซึ่งมันก็ดันหันหน้าตรงไปยังโต๊ะที่เขามานั่งพอดี
ทำโน้นทำนี้ เช็คนั่นเช็คนี้ช่วยแก้มใสผู้จัดการตัวยืนพื้นเฝ้าร้านที่ทำงานอยู่ก่อนแล้วง่วนๆ เพลินๆ แต่หางตาเธอมันอดแอบเหลือบไปมองเขาอยู่บ่อยๆ ไม่ได้ … จนเพื่อนอีกคน ชื่อพราวรุ้ง คนนี้นี่ก็ดีกรีลูกสาวคนสวยคนเดียวของพ่อเลี้ยงชานนท์ มหาเศรษฐีไร่ชารวยเวอร์วังที่วันนี้ก็ยังแวะมาช่วยเพื่อนที่ร้าน แล้วแม่เพื่อนสาวคนสวย หัวสูง ขาวีนคนนี้ดันสังเกตเห็นกิริยาเธอแล้วเลยแกล้งแซว
“นั่นแน่ะๆ อย่าบอกนร้า...ว่าคุณหนูเมรีนี่แอบปิ๊งคนแก่เข้าให้แล้ว”
“ปิ๊งเปิ๊งอะไรกัน อย่าพูดเลอะซี่ .. ก็วันนี้ลุงเขามาคนเดียว .. เราเลยแปลกใจ”
“สงสัยลุงเขาก็คงปิ๊งเมแล้วมัง .. เลยมาแอบนั่งฟังเมร้องเพลงอีก”
“เพ้อเจ้อละรุ้งนี่ อย่างนี้พี่หล้ามาเราจะฟ้อง” 
“หือออ.. เกี่ยวไรกับนายคนเถื่อนหล้านั่นด้วยล่ะ เมเขินแล้วทำไมต้องพาล”
อุบอิบบ่น .. และดูเหมือนคนแซวจะเพลี่ยงพล้ำ เมื่อเพื่อนเอ่ยชื่อถึงนายคู่อริสุดหล่อ ร่วมบ้านที่ยังไม่มีใครรู้ว่าเธอกับเขาสถานะมันเปลี่ยนไปแล้วแต่เปิดเผยใครไม่ได้
“อุ้ย! ไม่พาลนะไม่พาล เราคนสุภาพ .. แค่จะบอกว่า .. เรากับลุงพูดก็ไม่ค่อยพูดกันนะ .. เราถามสิบคำ ลุงตอบคำเดียว”
เส้นแนวนอน
cr.pics (just for image) via as : google
♥ นิยายสายอ่อย..อร่อยทุกเรื่อง .. โหลดเค้าหน่อย..เค้าอ่อยนานแล้ว~♥
ขอฝากนิยายใน Set : ผั ว ลั บ : ด้วยนะคะ
??”?โหลด E-Book คลิกตรงนี้คร้า~*??”?
หากอ่านนิยายแล้วถูกใจ..โปรดกด Like ให้ด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น