[Short fic] Curse Of Blood 2 [Bona,Xuanyi,Luda] fet.Exseol,Meixiao

ตอนที่ 9 : Valycan

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    9 มี.ค. 61

“ขอบคุณพระเจ้า ในที่สุดเธอก็กลับมา”เอ็กซี่ปล่อยตุ๊กตาที่พึ่งหยิบขึ้นมาจากเตียงลูดาลงอย่างตื่นเต้นที่เห็นโบนาเดินกลับเข้ามาในบ้านราวกับไม่เจอกันมาเนิ่นนาน  ทั้งที่หล่อนพึ่งออกไปได้แค่ชั่วโมงเดียว


“แต่ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ตาแดงๆด้วย ร้องไห้เหรอ?”แต่พอมองดีๆแล้วก็พบว่าใบหน้าสาวเจ้าในเวลานี้ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ร่างสูงจึงต้องเอียงคอมองแล้วพยายามสบนัยน์ตาเจ้าหล่อนเพื่อหาคำตอบ


“เปล่า ฉันจะร้องทำไม  ว่าแต่เธอเถอะหาเจอรึยัง”หล่อนดันไหล่ของเขาให้ออกห่างและพยายามหลบตาด้วยขี้เกียจจะตอบคำถาม เพราะรู้ว่าถ้าลองได้ตอบหนึ่งคำถามแล้วล่ะก็เธอคงจะต้องตอบต่อจากนั้นไปอีกประมาณสิบคำถามเป็นอย่างต่ำ


“หาเจอฉันจะมายืนเหงื่อแตกอยู่นี่เหรอ”เอ็กซี่ยืดตัวตรงแล้วทำหน้าเซ็ง ถึงแม้สายฝนจะช่วยให้อากาศเย็นขึ้นมาบ้างแล้วต่ำสำหรับเอ็กซี่ในนี้มันก็ยังร้อนอยู่ดี เขาล่ะอยากจะกลับไปนอนตากแอร์ที่เพนเฮาส์จะแย่แต่ติดที่ถ้าวันนี้ยังหาไม่เจอก็ยังกลับไม่ได้


“อะไรกันฉันไปตั้งนานนะ บ้านก็หลังแค่นี้ จะกี่ทีก็ไม่เคยได้เรื่อง”


“เฮ้ คนสวย อย่ามาว่ากันนะ ทีเธอไปยืนแสดงละครรักสามเศร้าอยู่ข้างนอกฉันยังไม่ว่าเลย”


“เธอรู้?”ร่างบางสะดุ้งเปลี่ยนจากสีหน้าหงุดหงิดเป็นตกตะลึงภายในชั่วพริบตาด้วยไม่คิดว่าเอ็กซี่จะเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้


“มีอะไรที่เอ็กซี่ แม็กลาสไม่รู้บ้าง”คนหลงตัวเองกอดอกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“เยอะแยะไป”


“แค่ช่วยเงียบต่อไปไม่ได้เหรอคุณหมอ ฉันว่าหมออยู่กับไอ้น้ำแข็งมากไปแล้วนะ”ตาคมตวัดหันไปมองแรงใส่ซองโซที่ยืนขำอยู่มุมห้อง หล่อนค้นของอยู่เงียบๆมาตั้งนานแต่พอสบโอกาสเข้าหน่อยก็กัดเขาเสียมจมเขี้ยวจนเขานึกว่ามิกิมาเองเสียอีก สำหรับเจ้านั่นการหลอกด่าเขานั้นคือของหวาน


“ไม่เห็นจะเกี่ยวกับมิกิตรงไหน”ร่างเพรียวยักไหล่


“เกี่ยวสิ ชอบว่าฉันเหมือนกันเลย”


“ฉันว่าทฤษฎีนี้ใช่มั้ยได้ผลหรอกนะ เพราะถ้าอยู่กับใครมากๆแล้วจะเหมือนคนนั้น ทำไมเธอไม่เหมือนพี่ซอลอาของเธอเลยล่ะ”


“โบนากำลังบอกว่าเธอ ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่อยู่ซักนิดเลยน่ะเอ็กซี่”


“โอเค ถ้าอยากจะรุมกันนักก็เชิญ เฮ้อ ฉันคิดถึงพี่ซอลอาจัง ไม่มีใครรักฉันเท่าหล่อนเลย”ร่างสูงยกมือยอมแพ้ก่อนจะทำหน้างอบ่นอุบอิบคิดถึงคนที่ออกไปประชุมไม่รู้ว่ากลับมาหรือยัง พอไม่มีเจ้าหล่อนก็ไม่มีใครมาตามใจเขาเลย มีแต่พวกชอบซ้ำเติม


“สรุปว่าเธอรู้เรื่องของฉันกับสองคนนั้นได้ยังไง”โบนากอดอกจ้องเจ้าลูกแหง่ที่กำลังบ่นคิดถึงแม่ทูนหัวของตัวเอง


“ง่ายๆเลยคือเดินออกไปดู  พูดตามตรงเลยนะ ฉันว่ายัยมนุษย์ปลาทองก็ดูชอบเธอนี่” 


“เฮ้อ ฉันไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองอีกแล้วเอ็กซี่”โบนาก้มลงทอดถอนหายใจ  เพราะว่าการคิดเข้าข้างตัวเองทำให้เธอล้วนแล้วแต่ผิดหวัง จนทำให้ความมั่นใจในตัวเองที่เคยมีอยู่เกินร้อยค่อยๆถอยลงมาจนติดลบ บางทีเธอก็อาจเป็นคนบาปหนาคนหนึ่งที่ไม่ควรได้รับความรักจากพระเจ้า


“แต่ฉันว่า....”เอ็กซี่กำลังจะแย้งแต่ก็เงียบลงเมื่อได้ยินเสียงของเจ้าของบ้านเดินเข้ามา โบนาเลยส่ายหน้าเบาๆเป็นการบอกว่าให้เลิกพูดเรื่องนี้ ทำให้เขาได้แต่ยักไหล่แล้วปล่อยไปตามใจเจ้าหล่อน


“พวกคุณหาเจอรึยัง”ซวนอี๋เข้ามาถามด้วยสีหน้าซึมๆไม่ต่างไปจากโบนาเท่าไหร่


“ตอบแบบเดิมคือ ยัง   อ้อ เกือบลืม นี่ใช่หมวกเธอมั้ยโบนา”เอ็กซี่หยิบหมวกที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีข้อสงสัยใคร่ถามทั้งโบนาและลูดา


“โอ้ ใช่ของฉัน ฉันหาตั้งนาน เธอไปเอามาจากไหน”ร่างบางเดินเข้าไปคว้ามาด้วยความแปลกใจ เพราะมันเป็นหมวกใบโปรดของเธอที่เธอเองก็จำไม่ได้ว่าไปทำหล่นหายไว้ที่ไหน ไม่รู้ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้


“ข้างล่างเตียง เอาล่ะ ทีนี้คนที่ต้องตอบคำถามคือเธอ ยัยมนุษย์จิ๋ว เธอไปเอามันมาจากไหน แล้วเก็บเอาไว้ทำไม”พอหมดข้อสงสัยจากโบนา เอ็กซี่ก็หรี่ตามองลูดาอย่างจับผิด ถ้าไม่ใช่ซวนอี๋เอามาหรือโบนาทำหล่นไว้ อย่างนั้นคนๆเดียวที่จะตอบคำถามได้ก็คือลูดา


“ฉัน...ฉันเก็บมันมาจากข้างๆมหาวิทยาลัยค่ะ ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นของใครเลยเก็บไว้”คนถูกถามสะดุ้งน้อยๆแต่ก็ยอมตอบเสียงอ่อยอย่างกล้าๆกลัวๆเช่นทุกที มันเลยยากต่อการจับพิรุธเพราะลูดาเป็นคนพูดจาแบบนี้อยู่แล้ว


“ทีนี้ก็เข้าใจแล้วใช่มั้ยคะ ถ้าพวกคุณยังหาของไม่เจอก็ช่วยกลับไปก่อนเถอะค่ะ พวกเราอยากพัก”ซวนอี๋ชักสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย ในเวลานี้เขาเหนื่อยเต็มทีแล้วทั้งกายและใจจนไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแล้วทั้งนั้น


“ฉันคงต้องถามคุณอีกคำถามว่ามันมีอยู่จริงๆใช่มั้ยคะซวนอี๋”ซองโซถามขึ้นด้วยสีหน้าที่เริ่มจะหมดหวัง ดูเหมือนว่าวันนี้พวกเธอคงจะคว้าน้ำเหลวกันอีกแล้ว


“ถ้าพวกคุณไม่เชื่อ ก็ลืมมันไปซะเถอะค่ะ”ประโยคหลังดวงตากลมที่ฉายแววความเศร้าทอดมองมายังโบนา


“นั่นปากใช่มั้ยที่พูด”


“ฉันมีคำถามค่ะ! พวกพี่หาอะไรกันอยู่เหรอคะ”ในขณะที่เอ็กซี่เตรียมเดินเข้าไปหาเรื่องซวนอี๋ที่พูดจาไม่เข้าหู ลูดาก็เอาตัวเองมาขวางไว้ เธอก้มหน้าหลับตาปี๋แล้วถามออกไปเพื่อหยุดร่างสูงตรงหน้า


“สมุดบันทึกสีน้ำตาลเก่าๆ เธอพอจะเห็นบ้างรึเปล่าลูดา”โบนาเป็นฝ่ายตอบคำถามนั้นแทน โดยไม่ได้สนใจซวนอี๋อีกว่าเขาอยากให้ลากลูดาเข้ามาเกี่ยวหรือไม่ พวกเธอไม่มีทางเลือก ถ้ามันจะมีความหวังอีกเพียงน้อยนิดพวกเธอก็อยากจะหวัง   ลูดาเงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินไปหยิบกล่องทรงเตี้ยขนาดเท่ากระดาษเอสี่ออกมาจากใต้กองเสื้อผ้าที่พับวางไว้ในตู้


“หมายถึงเล่มนี้รึเปล่าคะ”ร่างเล็กชูสมุดสีน้ำตาลเข้มขึ้นมา มันมีลักษณะเหมือนกับที่ซวนอี๋เคยอธิบายให้ฟังทุกประการ


“ลูดา ทำไมน้องถึง....”ซวนอี๋มองน้องสาวอย่างทึ่งๆด้วยไม่คิดว่าสิ่งที่เขาหาแทบตายจะไปอยู่ที่น้องได้ เขาคิดว่าลูดาคงไม่เคยเห็นมันด้วยซ้ำ


“ฉันเก็บเอาไว้ให้ตอนย้ายเข้ามาใหม่ๆค่ะ เห็นพี่ยอมพกมันมาจากจีนเลยคิดว่าคงสำคัญกับพี่”คนน้องตอบเสียงแผ่ว ซวนอี๋ไม่มีเวลามานั่งเขียนไดอารี่ดังนั้นสมุดบันทึกเล่มเก่าเล่มนี้จึงเป็นเพียงเล่มเดียวที่มีอยู่ภายในบ้านที่เธอพอจะนึกออกได้ทันทีที่พูดถึง เธอเก็บมันเอาไว้รวมกับของๆเธอในตอนย้ายเข้ามาใหม่ๆด้วยเห็นว่าซวนอี๋ไม่มีเวลามาสนใจ แน่นอนว่าเธอเคยเปิดอ่านมันแล้วแต่เธอไม่สามารถรู้ความหมายได้เนื่องจากมันถูกเขียนด้วยภาษากรีก


“ใช่เล่มนี้จริงๆใช่มั้ยซวนอี๋”


“อืม เล่มนี้แหละ”ซวนอี๋ยืนยัน เขารู้สึกดีใจที่หาเจอกันได้เสียที แต่ลึกๆก็ใจหายที่เรื่องวุ่นวายกำลังจะจบลงและจางหายไปพร้อมกับใครบางคน


“ให้ตายเถอะ ที่พวกฉันหากันแทบตายเพื่ออะไรเนี่ย! ขอบใจมากมนุษย์จิ๋ว อ๊ะ!”เอ็กซี่บ่นเสียงดังก่อนจะเข้าไปคว้ามันมาไว้ที่ตัวเองแล้วดึงเอาลูดาเข้ามากอดเป็นการขอบคุณหนึ่งทีอย่างดีใจที่เจ้าหล่อนทำให้เขาได้กลับไปนอนตากแอร์แล้ว หากแต่พอสัมผัสตัวร่างเล็กเอ็กซี่กลับรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาเหมือนกับตอนที่ถูกช็อตด้วยไฟฟ้าเมื่อสองปีก่อน ภาพดวงตาแดงก่ำกลางเงามืดปรากฏขึ้นในความคิดเพียงครู่แล้วจางหายไป


“เอ็กซี่ เป็นอะไรไป”โบนาเข้ามาถามเพื่อนรักอย่างเป็นห่วง


“ป เปล่า ฉันว่าเราไปกันเถอะ”ใบหน้าคมสั่นไปมาเบาๆเพื่อปฏิเสธ เขาจ้องมองลูดาด้วยความแปลกใจแต่ก็เลือกที่จะกลับไปคุยกันที่เพนเฮาส์แทนเพราะยังชี้ชัดไม่ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่





“โบนา เดี๋ยว”หลังจากที่พากันออกมานอกบ้านและเตรียมจะขึ้นรถที่มีเอ็กซี่เป็นขับ ซวนอี๋ก็วิ่งตามออกมาแล้วเรียกโบนาเอาไว้ก่อนที่หล่อนจะเดินจากไปโดยที่ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกหรือไม่ อย่างน้อยเขาก็แค่อยากบอกลา


“มีอะไรเหรอ”เจ้าของชื่อหันมาถามด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ทั้งที่ใจก็กำลังสั่นไหวไม่ต่างจากคนตรงหน้า


“คือ...ฉัน คือ ลูดาฝากมาบอกว่า.....โชคดีนะ”ร่างโปร่งยิ้มจางๆออกมา เขาไม่กล้าแม้แต่จะใช้ชื่อตัวเองเพื่อประโยคนั้น 


“ค่ะ ฝากบอกลูดาว่าขอให้เธอโชคดีเหมือนกันนะคะ”โบนายิ้มเจื่อน เธอยอมรับว่าเธอแอบดีใจที่เห็นเขาออกมาหา แต่ประโยคที่ได้ฟังมันก็ช่างน่าผิดหวังเหลือเกิน


“หวังว่าเรื่องของคุณจะจบลงด้วยดีนะ”


“ไม่รู้สิคะ มันอาจจะไม่มีอะไรที่เรียกว่า ดี เลยก็ได้ ยังไงฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่รบกวนคุณกับน้อง”เธอได้แต่บีบมือตัวเองไว้แน่นเพื่อไม่ให้เผยมุมอ่อนแอออกมา ทั้งที่อยากจะเข้าไปกอดเขาอีกสักครั้ง แค่ครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้รับไออุ่นนั้นแต่ก็คิดว่ามันคงไม่ควร ที่ทำได้ก็มีเพียงแค่ก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นมารยาทแล้วเดินไปขึ้นรถโดยไม่รอฟังคำไหนจากเขาอีก ด้วยกลัวว่าจะห้ามตัวเองไว้ไม่ได้


“มันไม่…..มันไม่ได้รบกวนเลยโบนา ที่ฉันอยากบอกก็คือ ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเหนื่อยช่วยหันกลับมามองตรงนี้นะ”ซวนอี๋ได้แต่พูดกับตัวเองขณะจ้องมองรถคันหรูที่เคลื่อนตัวออกไปแล้ว มันช่วยไม่ได้ที่เราไม่อาจเดินไปบนเส้นทางเดียวกัน แต่อย่างน้อยเขาก็ดีใจที่ครั้งหนึ่งได้รู้จักกับเจ้าหล่อน ได้เจอกับหลายสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ แม้จะเป็นเพียงแค่เวลาสั้นๆก็ตาม





เอ็กซี่เดินเหม่อเข้ามาในห้อง ปากก็เอาแต่พึมพำประโยคเดิมว่า ‘มันคืออะไร’ ทำไมเขาถึงเห็นภาพนั้นในตอนที่จับตัวลูดา มันเป็นภาพหมาป่าดวงตาแดงก่ำตัวหนึ่งที่เดินออกมาจากเงามืด เท่าที่รู้พวกหมาป่าควรจะสูญพันธุ์ไปแล้ว  แต่ดูจากลักษณะของลูดาเขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าหล่อนไม่น่าจะใช่ปีศาจอะไร หล่อนใช้ชีวิตเหมือนคนปกติหรือถ้าหล่อนเป็น ซวนอี๋จะไม่รู้สึกเลยอย่างนั้นหรือ


“เอ็กซี่”เสียงเรียกของคนในห้องทำให้ร่างสูงที่เดินใจลอยมานั่งอยู่บนโซฟาหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเอง เขาเงยหน้าขึ้นไปก็พบกับใบหน้าสวยของซอลอาที่จ้องมองอยู่


“ออนนี่ กลับมาแล้วเหรอคะ”พูดเหมือนคนที่ใจยังไม่กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว 


“ก็กลับมาแล้วน่ะสิ  คิดอะไรอยู่เหรอ เห็นเดินใจลอยไม่สนใจฉันเลย”


“คิดถึงคนอื่นอยู่ค่ะ”แวมไพร์ขี้แกล้งยังคงไม่ทิ้งลายแม้จะกำลังเครียดแทบตายก็ตาม การก่อกวนให้ซอลอาทำหน้าดุเหมือนอย่างตอนนี้ถือเป็นยาคลายเครียดชั้นดีให้เขา


“อ้อ สงสัยไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้วสินะ”มาดามคนสวยกระตุกยิ้มเย็นๆส่งไปให้


“ฉันบอกออนนี่รึยังคะว่าเวลาออนนี่ทำหน้าดุมันเซ็กซี่มากๆ”ร่างสูงดึงเอาคนโตกว่าลงมานั่งข้างกายส่วนตัวเองก็ล้มตัวลงนอนตักจ้องมองใบหน้ายุ่งเหยิงของเจ้าหล่อนแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี


“โรคจิตรึไง  ตกลงว่าไปไหนมา แล้วเครียดเรื่องอะไร”เธอตีหน้าผากเขาเบาๆเมื่อรู้ตัวว่าโดนแกล้ง ก่อนจะถามออกไปอย่างเป็นห่วง ก็อย่างที่เห็นเอ็กซี่ แม็กลาสเคยมีเรื่องเครียดกับชาวบ้านเขากี่ครั้งกันและทุกครั้งที่เด็กคนนี้เครียดมักจะเกิดเรื่องใหญ่เสมอ


“ฉันเหนื่อยจังค่ะ ถ้าเผื่อว่าออนนี่จะให้กำลังใจซักนิดก็คงมีแรงพูด”เอ็กซี่กลอกตาพูดไปมาจนซอลอานึกหมั่นไส้เสียเหลือเกิน  เขาทำให้คนเย็นชาแบบเธอยิ่มง่ายเกินไปแล้ว


“ไม่ต้องให้หรอกพี่เซียร์น่า เดี๋ยวให้ซองโซกับโบนาบอกก็ได้”แต่เอ็กซี่ยังไม่ทันได้รางวัลเสียงระฆังนามว่าแมคคาเลนก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ร่างโปร่งเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับซองโซและโบนา ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาแล้วยักคิ้วใส่เอ็กซี่


“ถ้าฉันเป็นไฟ ฉันจะละลายแกไม่ให้เหลือแม้แต่น้ำเลยไอ้น้ำแข็ง”ร่างสูงลุกขึ้นนั่งแยกเขี้ยวใส่คู่หูคู่กัดที่มาขัดจังหวะได้พอดีทุกครั้งไป


“โทษนะแม็กลาส แต่คนที่จะละลายฉันได้เห็นทีจะมีแค่ซองโซ”


"แหวะ!"


“คุณอ่านภาษากรีกออกใช่มั้ย มาดามเซียร์น่า”ขณะที่สองแวมไพร์กำลังหมั่นไส้กันและกันอยู่นั้นโบนาก็ถามซอลอาขึ้นมาด้วยความอยากรู้เต็มแก่ เธอพึ่งรู้ตอนขึ้นรถมาแล้วว่าสมุดบันทึกนั้นถูกเขียนด้วยภาษากรีกทั้งหมดจนเธอแทบอยากลงเรียนภาษากรีกเพิ่ม เพราะพวกเธอไม่มีใครอ่านออกนอกจากซอลอา แต่เธอก็ยังแอบแปลกใจอยู่ว่าซวนอี๋อ่านมันได้อย่างไร


“ใช่”


“นี่เป็นสมุดบันทึกที่ซวนอี๋บอก มันจะดีมากถ้าคุณจะช่วยอ่านให้พวกเราฟัง”ร่างบางยื่นสมุดบันทึกในมือให้แวมไพร์ผู้อาวุโสที่สุดในกลุ่ม เธอไม่ได้ออกคำสั่งแต่เธอกำลังร้องขอด้วยสายตา มันคงจะดีไม่น้อยถ้าสมุดเล่มนี้จช่วยไขปริศนาที่คาใจให้พวกเธอได้ แล้วพวกเราจะได้หาทางจบมันเสียที


“Valycan”ซอลอารับเอาสมุดบันทึกนั้นมาเปิดอ่านอย่างไม่มีอิดออดเพราะเธอเองก็อยากรู้ หน้าแรกเป็นตัวอักษรกรีกที่เขียนลงกึ่งกลางหน้ากระดาษเพียงประโยคเดียวว่าวาไลแคนท์ มันเป็นคำที่เธอรู้สึกคุ้นหูเหมือนได้ยินมาเนิ่นนาน ผิดกับคนอื่นที่ไม่เคยได้ฟัง พวกเขาจึงเอาแต่จ้องซอลอาและนั่งฟังอย่างเงียบๆ


เนิ่นนานหลายทศวรรษที่แวมไพร์กับหมาป่าเป็นปรปักษ์ต่อกัน  พวกเขาก่อสงครามกันหลายครั้งต่อหลายครั้ง สาปแช่งกันและกันด้วยความเกลียดชังที่มีมาแต่บรรพบุรุษ ที่ใดมีหมาป่าที่นั่นต้องไม่มีแวมไพร์ จากคำสาปแช่งเล็กๆกลายเป็นคำสาปชั่วนิจนิรันดิ์ หากแวมไพร์หรือหมาป่าตัวไหนมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันพวกมันจะถูกคำสาปทำลายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  และหนึ่งในคำสาปนั้นก็คือ วาไลแคนท์   


“วาไลแคนท์คืออะไรคะออนนี่ ฉันไม่เข้าใจ”บันทึกหน้าถัดไปอธิบายเกี่ยวกับคำสาประหว่างหมาป่ากับแวมไพร์ที่มีมาเนิ่นนาน และหยุดตรงคำว่าวาไลแคนท์ ไม่มีคำอธิบายต่อจากนั้นทำให้เอ็กซี่ต้องถามซอลอาขึ้นมา และเขาก็เชื่อว่าคนที่เหลือก็อยากฟังเช่นกัน


“พวกครึ่งหมาป่าครึ่งแวมไพร์ ฉันเคยได้ยินมาบ้างแต่มันก็นานมาแล้ว อย่างที่บอกว่าแวมไพร์กับหมาป่าเกลียดชังกันมากดังนั้นการจะเข้ามาเป็นคู่ครองจึงเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่ามนุษย์กับแวมไพร์ มันเป็นคำสาปแช่งที่แรงกล้าไม่มีใครอยากฝ่าฝืน ถ้าจำไม่ผิดพวกนี้จะมีพลังจิตค่อนข้างแรงและลักษณะภายนอกเหมือนมนุษย์ทุกประการ”ร่างบางอธิบายด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เธอว่าตอนนี้เธอพอจะเดาได้แล้วว่าสิ่งที่พวกเธอกำลังเจอมันคืออะไร ที่เธอไม่เคยนึกถึงชื่อนี้มาก่อนก็เพราะนับตั้งแต่สงครามระหว่างแวมไพร์กับหมาป่าจบลงเมื่อหลายศตวรรษก่อน ชื่อนี้ก็ไม่เคยถูกกล่าวถึงอีกเลย  ยิ่งมีเรื่องเลือดต้องคำสาปแบบเอ็กซี่ขึ้นมาเหล่าแวมไพร์ก็ต่างพากันลืมเลือนแล้วมุ่งความสนใจมาที่เรื่องนี้แทน แม้กระทั่งกับเธอเอง 


“อย่าบอกนะว่าสิ่งที่เรากำลังเจอคือเจ้าลูกครึ่งน่ากลัวนี่”มิกิดูตกใจ พลังที่น่ากลัวที่สุดก็คือการควบคุมจิตใจคนอื่นได้ ถึงว่าทำไมเขากับซอลอาถึงปวดหัวอาจเป็นเพราะพลังหมาป่าที่อยู่ในตัวของวาไลเคนท์นั้นต่อต้านกับแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์โดยตรง ในขณะที่พลังของพวกเขาไม่มีผลต่อมันเพราะวาไลแคนท์ก็มีเลือดแวมไพร์ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้เขาถึงคิดว่ามันน่ากลัว


“ฉันไม่ได้มีความแค้นอะไรกับพวกหมาป่านะ”โบนาส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน เธอไม่มีอะไรโกรธแค้นกันกับพวกหมาป่าหรือวาไลแคนท์อะไรนี่เสียหน่อย แล้วทำไมมันถึงต้องจ้องเล่นงานเธอ


“เธออาจจะทำให้มันแค้นโดยไม่รู้ตัวก็ได้โบนา”ดูเหมือนสมมุตฐานที่เอ็กซี่ตั้งไว้แต่ปัดมันตกไปก่อนหน้านี้เริ่มเด่นชัดขึ้น เขาเอ่ยบอกกับโบนาในขณะจมอยู่กับความคิดตัวเองเมื่อเริ่มประติดประต่อทุกอย่างที่เจอในบ้านซวนอี๋เข้าด้วยกัน 


“เธอหมายความว่ายังไง”


“อย่าพึ่งคาดเดาอะไร  ฉันจะอ่านต่อนะ”ซอลอาไม่อยากให้คนอื่นเดากันไปต่างๆนานาเลยตัดสินใจอ่านต่อ เผื่อจะได้ข้อสรุปที่แท้จริง


“อะไรกันไม่มีแล้วงั้นเหรอ” แต่สมุดกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรต่อจากนั้นมันไม่เหมือนสมุกบันทึกแต่เหมือนตำราเรียนเสียมากกว่า เธอขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจพอๆกันกับคนอื่นๆจนกระทั่งเปิดไปจนเกือบหน้าสุดท้าย แล้วเจอข้อความอีกหนึ่งหน้ากระดาษ ข้อความที่ทำให้ทั้งหัวใจเธอและคนข้างกายต้องสั่นไหว


‘เอ็กซี่ลูกรัก พ่ออยากบอกพวกแวมไพร์เหล่านั้นเหลือเกินว่าลูกไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพวกเขา ใยพวกเขาจะต้องกำจัดเจ้า บัดนี้สิ่งที่น่ากลัวนั้นกำลังอยู่ใกล้ตัวพ่อและเด็กที่น่าสงสารอีกหนึ่งคนเขามีชะตาเป็นข้ารับใช้สัตว์ร้าย  พ่อรู้ว่าวันหนึ่งเจ้าจะได้เจอเขาหากเจ้ายังมีชีวิตอยู่ พ่อหวังเหลือเกินว่าเจ้าจะยังปลอดภัย หากเจ้าได้อ่านสมุดบันทึกนี้จริงๆพ่ออยากบอกเจ้า ว่าเจ้าเกิดจากความรักของพ่อ แม้จะเป็นความรักเพียงฝ่ายเดียวก็ตามที พ่อไม่เคยคิดอยากปกป้องแวมไพร์แต่เป็นเพราะแม่ของเจ้าพ่อจึงไม่อยากให้พวกเขาถึงจุดจบ พ่อกับแม่รักเจ้าและจงใช้ความรักนั้นปกป้องคนที่เจ้ารัก เอ็กซี่ แมกลาส เจ้าไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเลือดต้องคำสาป 
จงปกป้องสายเลือดบริสุทธิ์ที่กำลังจะอ่อนแอ’

                           
                                                           -แองเจลโล่ บาสเตียน -





“พ พ่อ อย่างนั้นเหรอ”








วาไลแคนท์เป็นชื่อเรียกที่ไรท์แต่งขึ้นมาใหม่นะคะ รายละเอียดจะค่อยๆลงลึกในตอนถัดๆไป
บอกหมดก็ไม่สนุกสิเนอะ ตอนนี้ขออนุญาตตัดจบไปก่อนเน้อ เพราะถ้าต่อได้ยาวมากแน่ๆ
แต่ก็คงพอจะทำให้รู้อะไรขึ้นเยอะแล้ว น้องลูอาจจะกลายเป็นตัวเด่นของเรื่องเลยก็ได้ 555
ยังไงก็ฝากติดตามจนจบด้วยนะคะ เริ่มแต่งยากขึ้นเรื่อยๆละ ต้องการกำลังชรัย 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #61 WS212 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 15:01

    กรี๊ดดดดดดดดรอเลยไรท์

    ตื่นเต้นไปหมดแล้ว ลูดาใช่มั้ยไรท์


    #61
    0
  2. #55 KanisttaPanika (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 11:41

    กรี๊ดดดด รอค่ะ
    #55
    0
  3. #54 อูจอง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 02:59

    ติดตามยุน่ะ เมื่อไหร่จะมาต่อสักที ชอบความขี้อ้อนของเจ้าตี้

    #54
    0
  4. #51 'MashmalloW -* (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 02:26
    เอ็กซี่ต่อให้เป็นมนุษย์หรือแวมไพร์ก็ไม่โตเหมือนที่มาดามซอลคิดตลอดจริงๆ55555555 ลดาเป็นครึ่งแวมไพร์ครึ่งหมาป่าจริงๆหรอ? งี้แสดงว่าต้องเกิดสงครามอีกแล้วสินะ ไม่อยากให้มีฝ่ายไหนเป็นอะไรไปเลย TT สงสารเจ้ซวนสุด ไม่รู้ว่าน้องตัวเองเป็นแบบนี้ ลึกๆแอบเชียร์โบลู แต่ดูจากเหตุการณ์แล้วซวนโบก็ดีย์~ 55555555 รอติดตามอยู่นะคะ ^^
    #51
    0
  5. #50 srijanza (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 10:07
    พึ่งมาอ่าน เนื้อเรื่องเข้มข้นมาก ค่ะอยากอ่านต่อแล้วค่ะ
    #50
    0
  6. #49 chubakie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 04:36
    เพราะเอ็กซี่ทำให้นึกไม่ถึงไปเลยว่าก็มีลูกครึ่งอะไรแบบนี้ได้ เรานั่งอึ้งตั้งนาน555555555 ซอลอาอ่อนโยงขึ้นยังไงก็ยังมีความนิ่งเย็นๆอยู่อะเนาะ เฉพาะตัวดี ต่างจากโบนาที่ยังอ่อนไหวเป็นมนุษย์อยู่เลย
    คนที่เปลี่ยนไปแต่ยังเป็นตัวของตัวเองได้นิคงมีแค่เอ็กซี่ ยังใส่ใจเรื่องรอบตัวเองอยู่เหมือนเดิมน่ารักกกกก อันนี้อวย555555555 ลุคบั้มนี้ก็ในเรื่องนี้อยู่เนาะ สวยคมๆเท่ๆ แต่ซอลอากับโบนานิทำตายไปเลย แล้วบังเอิญหรือไร ลดาผมสีนี้เหมาะกับการเป็นลูกครึ่งมาก ถ้าในเรื่องร้ายแล้วเหมือนจะทำหลงได้เลยTT
    #49
    0
  7. #48 shimpy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 15:25
    เอ็กซอลน่ารักแงงงง มาดามผู้เย็นชาเหมือนน้ำแข็งแต่โดนละลายด้วยลูกไฟตัวป่วนนามว่าเอ็กซี่ คือหวีดคู่นี้มากๆ555
    ชอบเนื้อเรื่องมากเลยค่ะ ชอบความแฟนซี คาแร็คเตอร์เหมาะกันมากเลย
    ติดตามนะคะ
    #48
    0
  8. #47 KanisttaPanika (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 11:03
    ชอบอะค่ะ รอตอนต่อไป หวังแค่ว่าภาคนี่จะไม่มีการสูญเสีย ตอนนี้อิ่มมาม่าอยู่คะ ไม่ต้องรีบต้มน้ำร้อนก็ได้นะคะ ยังไม่หิวคะ
    #90% ลูดาอาจเป็นคนอันตรายสินะคะ
    #...รอค่ะ
    #47
    0
  9. #46 LoveToon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 05:13
    อ่านแล้ว รู้สึกว่า วาไลแคนท์จะน่ากลัวกว่าเลือดต้องคำสาปอีกนะ เพราะเลือดจะมีผลแค่แวมไพร์ แต่สะกดจิตนี้สิ ใช้กะคนได้แล้วละหนึ่ง ใช้กะแวมไพร์ก็ได้ด้วยอะ ทำไมพิโบชั้นต้องมาเจออะไรแบบนี้ ภาคนี้พี่ต้องตายใช่มั้ยค่ะ ฮือออออ
    #46
    0
  10. #45 Mandeejingjing (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 23:46
    พออ่านแล้ว รู้สึกขนลุกเลยอ่ะ ลูกแวมไพร์ครึ่งหมาป่า โหย ตอนต่อไปคงจะมันส์น่าดู เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ รออ่านตอนหน้าอยู่ค่ะ^_^
    #45
    0