[Short fic] Curse Of Blood 2 [Bona,Xuanyi,Luda] fet.Exseol,Meixiao

ตอนที่ 8 : Triangle

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    21 ก.พ. 61

ลูดากำลังนั่งชันเข่าจ้องมองทีวีเครื่องเล็กอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าตัวเดียวกับที่ใช้นั่งทานข้าวอยู่ทุกวัน ดวงตาสีอ่อนทอดมองดูตัวละครที่กำลังเล่นไปตามบทแน่นิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดใดแม้ละครตรงหน้าจะน่าขันมากแค่ไหนก็ตาม จนกระทั่งมีรายงานข่าวด่วนที่ฉายแทรกขึ้นมาถึงทำให้ริมฝีปากเล็กยกยิ้มขึ้นมาได้ ราวกับว่าข่าวตรงหน้ามันน่าสนุกและทำให้พึงพอใจมากกว่าละครไร้สาระที่จำใจดูเมื่อครู่นี้


ก๊อกๆๆ


เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ร่างเล็กต้องยอมละสายตาจากทีวีแล้วมองไปยังประตูหน้าบ้านที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แววตาที่ดูไร้ซึ่งความรู้สึกกลับมามีประกายสดใสเมื่อคิดว่าใครบางคนที่รอคงกลับมาจากที่ทำงานแล้ว เธอลุกขึ้นไปเปิดประตูอย่างไม่มีลังเลทิ้งให้เสียงรายงานข่าวดังต่อไปอย่างไร้ซึ่งความสำคัญ


เมื่อเวลาประมาณสองทุ่มนายจอร์น แอชลี่นายกเทศมนตรีเมืองมากาติ ได้กระโดดลงมาจากดาดฟ้าของตึก20ชั้นกลางเมืองเสียชีวิต ก่อนหน้านี่นายแอชลี่พึ่งสูญเสียลูกชายไปจากเหตุฆาตกรรม คาดสาเหตุอาจเกิดจากการซึมเศร้าจนทำให้คิดสั้น.........

 

พี่.....โบนาลูดาเปิดประตูออกด้วยรอยยิ้ม เธอกำลังจะเรียกชื่อพี่สาวสุดที่รักหากแต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนที่มาไม่ใช่ซวนอี๋แต่เป็นผู้หญิงที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าอยากเจอหรือเปล่า


เอ่อ คือว่าฉันมีเรื่องจำเป็นที่ต้องมาน่ะโบนาพูดขึ้นโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายถามเพราะแค่เห็นใบหน้าฉงนของลูดาเธอก็พอจะรู้แล้ว


“Hi มนุษย์จิ๋ว ขอเข้าไปข้างในหน่อยสิเอ็กซี่โผล่ใบหน้าทะเล้นมาเหนือไหล่ของโบนาต่อจากนั้น  เขายกมือทักทายลูดาราวกับคนสนิทกันมาเนิ่นนานผิดกับลูดาที่พอเห็นเอ็กซี่เธอก็ผงะถอยหลังออกไปอย่างคนที่กำลังหวาดกลัว


เอ็กซี่! เธอกำลังทำให้หล่อนตกใจนะร่างบางกระทุ้งศอกใส่ท้องเพื่อนรักเมื่อเห็นลูดาออกอาการตกใจจนหน้าซีด


ไม่ต้องกลัวนะลูดา พวกเขาเป็นเพื่อนฉันเอง


ค่ะร่างเล็กรับคำเสียงแผ่วเบา แล้วก้มหน้าหลบตาแขกยามวิกาลทั้งสามคน ทำให้แพทย์หญิงที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลังมองอาการเด็กสาวด้วยความแปลกใจ แต่ก็พยายามไม่คิดอะไรมากเพราะโบนาก็บอกเองว่าลูดากับซวนอี๋ค่อนข้างหวาดกลัวและระแวงผู้คนเนื่องจากโดนทำร้ายมาค่อนข้างบ่อย


พวกคุณมาทำอะไรกันในขณะที่ลูดากำลังลังเลว่าจะให้ทั้งสามคนเข้าไปในบ้านดีหรือไม่เสียงของซวนอี๋ก็ดังขึ้น ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ๊ตขาวมีสายกระเป๋ายาวพาดไหล่เดินมาหยุดอยู่ฝั่งซ้ายมือของแวมไพร์ทั้งสามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามว่าพวกเขามาทำอะไรที่นี่ในเวลานี้


มาก็ดีละ ฉันมาเอาสมุด..


ลูดา เข้าไปข้างในบ้านก่อนนะซวนอี๋พูดขัดเอ็กซี่ เขาหันไปมองลูดาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเป็นการบอกน้องไปด้วยว่าไม่มีอะไรที่น่ากังวล ซึ่งลูดาเองก็ยอมกลับเข้าไปในบ้านอย่างว่าง่ายเพราะไม่อยากจะเผชิญหน้ากับคนพวกนี้เท่าไหร่อยู่แล้ว


ฉันบอกแล้วไงว่าจะหาให้ พวกคุณไม่จำเป็นต้องมาที่นี่หลังจากรอให้ลูดาเข้าบ้านไป ร่างโปร่งก็กลับมาคุยกับเอ็กซี่อย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก


แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้ เห็นๆอยู่ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจหา ยังออกไปข้างนอกอยู่เลย


เฮ้ ฉันเป็นคนปกติต้องหาเงินกินข้าวนะ ไม่ได้อยู่เฉยๆอย่างพวกคุณแล้วก็อิ่มซวนอี๋พูดประชดกลับไปแต่คงลืมไปว่าคำว่าพวกคุณนั้นมันก็เหมารวมโบนาไปด้วยจึงเป็นเหตุให้ใจกระตุกเล็กน้อยเมื่อหันไปเจอแววตาวูบไหวของเจ้าหล่อนก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาภายในเสี้ยววินาที


ฉันรู้ซวนอี๋ แต่ว่าฉันไม่มีเวลาแล้ว สมุดนั่นอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ตอบคำถามพวกเราได้ ฉันสัญญาว่าถ้าเจอมันแล้วฉันจะไม่มายุ่งกับพวกคุณอีกโบนาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคนฟังรู้สึกโหวงในหัวใจ มันก็ไม่แน่ว่าบางทีที่เขาไม่พยายามหาอย่างจริงจังในตอนนี้ก็อาจจะเป็นเพราะว่ากำลังถ่วงเวลาไม่ให้ตนต้องได้ยินคำนี้ก็เป็นได้


ฉันแค่กลัวลูดาไม่สบายใจเขายอมรับออกไปตรงๆ


ไม่ต้องห่วงเราจะไม่สร้างความวุ่นวาย ค่อยๆหากันไปเงียบๆก็ได้ ใช่มั้ยคุณแม็กลาสซองโซช่วยยืนยันอีกเสียง แต่เสียงของเธอก็คงไม่ทำให้น่าเชื่อถือได้เท่าแวมไพร์หัวดื้อแถวนี้ เพราะถ้าจะมีอะไรวุ่นวายก็คงเกิดจากเอ็กซี่ แม็กลาสแค่คนเดียว


ฮะ อ่อ แน่นอนอยู่แล้วสิร่างสูงพยักหน้าตอบส่งๆไป ไม่รับปากจริงจังว่าจะอยู่นิ่งๆเฉยๆได้มั้ย ก็รู้อยู่ว่าเขาไม่ชอบอะไรที่มัน น่าเบื่อ

 

 


เป็นเวลาห้าทุ่ม ที่ซวนอี๋ต้องเปิดประตูให้แขกเข้ามาในบ้าน ซึ่งบ้านเขาเองก็ใช่ว่าจะใหญ่โตอะไร ลำพังแค่อยู่กันสองคนกับลูดาก็ยังรู้สึกว่ามันคับแคบแล้วแต่พอยัดคนเข้ามาอีกสามก็ยิ่งดูแคบเข้าไปใหญ่ แต่ถึงบ้านจะเล็กยังไงซวนอี๋ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงหาสมุดเล่มนั้นไม่เจอ ทั้งๆที่ตอนกลางวันก็พยายามหามาทั่วบ้านแล้วก็ตาม


อ่า นี่มันบ้านคนแคระรึไงกันพอเข้ามาได้ คนที่อยู่แต่คฤหาสน์มาตลอดชีวิตอย่างเอ็กซี่ก็ออกอาการบ่นพื้นที่ใช้สอยอันน้อยนิดภายในบ้านทันที ข้างในมีเพียงห้องนอนหนึ่งห้อง ข้างห้องนอนเป็นพื้นที่ทำครัวและถัดออกมาก็เป็นโต๊ะทานข้าวและตู้ตั้งทีวีเล็กๆเพียงแค่นั้น ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เรียกว่าห้องเช่าน่าจะถูกกว่าคำว่าบ้าน


ฉันจะขอบคุณมากถ้าคุณหมอจะช่วยเย็บปากยัยนี่ให้หน่อยโบนาบอกกับซองโซพร้อมกับปรายตาไปมองคุณหนูจอมปากเสียที่เมื่อกี้ยังรับปากซะดิบดีว่าจะอยู่อย่างสงบ


ลูดา พวกพี่ต้องหาของกันซักพักนะ น้องเข้าไปอยู่ในห้องก่อนก็ได้ซวนอี๋พูดกับน้องสาวที่เข้ามากอดแขนเขาทันทีที่เข้ามาให้บ้าน


แต่ในห้องก็ต้องค้นนะคำพูดของคนที่กำลังเดินดูนั่นดูนี่อย่างเอ็กซี่ทำเอาซวนอี๋ได้แต่ถอนหายใจ บางทีเขาก็ชักอยากจะเอากริซแทงแวมไพร์จอมกวนนั่นซักครั้ง ถ้าไม่ติดที่ว่าสิ่งที่เอ็กซี่พูดมันคือความจริงถ้าจะหาก็ต้องหาให้ทั่วบ้าน ซึ่งถ้าทำแบบนั้นลูดาจะไปอยู่ตรงไหนในเวลานี้


ฉันหิวอะ ลูดา พาไปหาอะไรกินหน่อยสิเป็นโบนาที่พูดแทรกขึ้นเมื่อเห็นสถานการณ์ชวนอึดอัด เธอมาค้นบ้านเขายามดึกก็รู้สึกผิดจะแย่ แล้วนี่ยังจะมายึดพื้นที่ให้เจ้าของบ้านไม่มีที่อยู่อีก ดังนั้นวิธีนี้น่าจะดีที่สุด


คะ? ตอนนี้น่ะเหรอร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองโบนาอย่างงงๆ ไม่ต่างจากซวนอี๋แต่ไม่นานเขาก็เข้าใจว่าทำไมเจ้าหล่อนถึงต้องพูดแบบนั้น


อื้ม ทำไม เขาไม่ขายกันแล้วเหรอ


ยังพอมีอยู่ค่ะ แต่ฉันไม่มีเงินหรอกนะคะ


มาพูดเรื่องเงินกับฉันทำไมกัน ฉันชวนฉันก็ต้องเลี้ยงสิ ไปกันเถอะโบนาส่งยิ้มใจดีไปให้อีกฝ่าย ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กพาเดินออกไป  ให้ซวนอี๋ได้แต่มองตามด้วยความรู้สึกหน่วงตรงหัวใจเล็กๆกับรอยยิ้มที่โบนามอบให้ลูดาผิดกับเขาที่แทบไม่เคยรับมันเลย


ยืนมองอะไรล่ะ หาสิแล้วความรู้สึกหน่วงทั้งหลายทั้งปวงก็โดนเอ็กซี่ทำให้มลายหายไปในพริบตา ไม่รู้จะขอบคุณดีมั้ยแต่ตอนนี้แวมไพร์สองตนก็เริ่มรื้อบ้านเขาอย่างจริงจังประหนึ่งเป็นบ้านของตัวเองเสียแล้ว


สมุดนั่นเล่มสีอะไรซองโซถามขณะเปิดลิ้นชักตู้ใต้ทีวีดู


สีน้ำตาล ตรงนั้นฉันหาแล้วไม่มีหรอก


แล้วครั้งล่าสุดจำได้รึเปล่าว่าเอาไปไว้ที่ไหนเอ็กซี่ถามบ้าง


ฉันจำได้คร่าวๆว่าเอาใส่กระเป๋ามาด้วยตอนย้ายมาจากจีนแล้วก็ เฮ้! ฉันยังไม่อนุญาตให้เข้าห้องนั้นเลยนะเจ้าของบ้านพยายามนึกก่อนจะโวยวายเมื่อเห็นว่าเอ็กซี่เดินเข้าห้องนอนของเขากับลูดาไปแล้ว


เดี๋ยวก่อนซวนอี๋ คุณเคยอยู่จีนงั้นเหรอคุณหมอคนสวยเดินเข้ามาถามในขณะที่ซวนอี๋กำลังจะเดินตามเอ็กซี่เข้าไป


หน้าฉันไม่เหมือนคนจีนเหรอคะ


เอ่อ ฉันคิดว่าบางทีฉันก็ไม่ควรถามพอเจอเจ้าของบ้านพูดเหมือนกำลังตัดรำคาญซองโซก็เกิดอาการไปไม่เป็นทันที


โอ้ ขอโทษทีค่ะ คือฉันแค่หมายถึง...ฉันเป็นคนจีนแหละค่ะ พึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่สี่ปีเห็นจะได้เมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอพูดไม่ดีกับซองโซไปเพราะกำลังหงุดหงิดใจจากเอ็กซี่ ซวนอี๋จึงรีบหันมาขอโทษอีกฝ่ายพร้อมคำอธิบายที่ก็ไม่รู้ว่ามันพอจะทำให้รู้สึกดีได้บ้างหรือเปล่า


แบบนี้นี่เอง แล้วคุณลุงของคุณเป็นคนจีนด้วยรึเปล่า


ไม่ค่ะ ท่านบอกว่าเคยอยู่อังกฤษ


แสดงว่าเขาไม่ใช่ลุงแท้ๆของคุณ


ค่ะ


อ่า แล้วเขาชื่ออะไรเหรอคะ ตอนนี้เขาอยู่ทีไหนร่างเพรียวไม่ได้รู้สึกว่ามันผิดจากที่คาดเท่าไหร่ เพราะถ้าหากว่าลุงของซวนอี๋เป็นคนฟิลิปปินส์หรือคนจีนจริงๆบางทีเขาก็อาจจะเป็นแค่คนที่บังเอิญไปเก็บสมุดเล่มนี้มาจากไหนซักแห่งหรือไม่ก็คงเป็นผู้หยั่งรู้อะไรแบบนั้น แต่ถ้าไม่ คนที่รู้เรื่องของเอ็กซี่ก็มีแค่พวกแวมไพร์ในแถบอังกฤษซึ่งถ้าเอ่ยชื่ออาจจะตามหาได้ไม่ยาก


อู๋ จวี๋ชิง แต่ชื่ออังกฤษของท่านฉันไม่ทราบหรอกค่ะ เพราะท่านไม่เคยเอ่ยถึงเลยแล้วท่านก็เสียไปตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้วคำตอบของซวนอี๋ทำให้ซองโซรู้สึกเสียดาย สุดท้ายแล้วสมุดบันทึกนั่นก็คงเป็นคำตอบเพียงหนึ่งเดียว


เฮ้ๆ มาดูอะไรนี่สิเอ็กซี่ส่งเสียงดังออกมาจากห้องนอนของซวนอี๋ทำให้ทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างนอกมองหน้ากันด้วยความลุ้นระทึกเพราะคิดว่าบางทีเอ็กซี่อาจจะเจอสมุดแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปดู


เจอแล้วเหรอเอ็กซี่!”


เปล่า ฉันแค่จะถามว่านี่ใช่หมวกโบนามั้ย หรือฉันจำผิดไปร่างสูงชูหมวกสีดำแบรนด์ดังขึ้นมาถามเอาความเห็น


นึกว่าเจอแล้วซะอีก


ฉันคิดว่าใช่นะ แต่มันมาอยู่นี่ได้ยังไงซวนอี๋มองสภาพห้องพลางถอนหายใจแต่ก็ไม่มีเวลามาบ่นเพราะกำลังสงสัยกับหมวกในมือเอ็กซี่มากกว่า


ฉันควรต้องถามมากว่ามั้ยว่ายังไง หรือว่าแอบมากินกันแล้วทำหล่น เพราะฉันเจอมันใต้เตียงเอ็กซี่หรี่ตาจับผิดพร้อมกับชี้นิ้วลงข้างล่างจุดที่ตัวเองเจอ


จะบ้ารึไงล่ะ ฉันไม่ได้นอนที่นี่คนเดียวเสียหน่อย ที่นอนของฉันอยู่นี่ซวนอี๋ชี้ไปที่ฟูกนอนของเขาข้างๆเตียงนอนหกฟุตของลูดาที่บัดนี้ถูกเอ็กซี่รื้อมากองเหมือนเบาะขี้ริ้วไปแล้ว


งั้นก็ลูดา ถึงว่าชวนกันออกไปกินข้าว


แวมไพร์เขาคิดอกุศลแบบนี้ทุกตัวเลยรึไง


ไม่ใช่ฉันคนนึงล่ะซองโซรีบส่ายหน้า


เอาแบบจริงจังเลยนะ โบนาเคยมาที่นี่แค่ครั้งเดียว ฉันไม่แน่ใจว่าหล่อนทำหล่นไว้หรือเปล่า แต่วันก่อนที่ฉันตามหล่อนเข้าไปในป่าก็ใส่อยู่นะซวนอี๋พูดด้วยสีหน้าจริงจังพลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันก่อน เขาจำได้ว่าคนที่เขาตามไปใส่หมวกใบนี้และรูปร่างก็คล้ายกันกับโบนา


แต่วันนั้นโบนาไม่ได้ใส่หมวกนี่ฉันจำได้เพราะเป็นคนที่คอยสังเกตทุกคนอยู่ด้านหลังตลอด ซองโซเลยจำได้ดีว่าวันนั้นโบนาไม่ได้ใส่หมวกและไม่มีหมวกตกอยู่บริเวณนั้นด้วย


หมายความว่ายังไง แล้วนี่หมวกใคร ไม่ได้จะดูถูกนะแต่น้องสาวเธอคงไม่ใส่หมวกแพงแบบนี้หรอกใช่มั้ยจากที่กะว่าจะเล่นเอ็กซี่ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นตึงเครียดขึ้นมา เมื่อเริ่มคิดว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากลหรือว่าสองพี่น้องนี่จะมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่พวกเขาคิด


พูดถูกแล้ว ลูดาไม่เคยมีหมวกแบบนี้แต่คนที่กำลังเครียดกว่าคงเป็นซวนอี๋ เพราะถ้าไม่ใช่เขาเอามายังไงก็เป็นลูดาแน่นอน แต่น้องของเขาเอามาจากไหนและเอามาทำไม


งั้นก็ต้องรอสองคนนั้นกลับมา แต่ที่แน่ๆสมุดบันทึกนั่นวันนี้จะหาไม่เจอแล้วใช่มั้ยคุณหมอท้วงถึงความตั้งใจแรกของพวกเขา ยังไงเสียหมวกใบนี้ก็ยังไม่สำคัญเท่าบันทึกอยู่ดี


นั่นสิ แน่ใจนะว่ามันมีอยู่จริง ฉันหาจนเหนื่อยแล้วนะ ร้อนก็ร้อน


เปรี้ยง!!


ดูเหมือนฟ้าค่อนข้างตามใจเธอนะแม็กลาส บ่นว่าร้อนก็หาอะไรมาดับร้อนให้เลยร่างเพรียวกึ่งประชดกึ่งขำเพราะดูท่าว่าฝนกำลังจะตกมาในไม่ช้านี่แล้ว และตกในตอนที่เอ็กซี่บ่นว่าร้อนพอดิบพอดี


เอาจริงๆนะ ฉันไม่ชอบประเทศนี้เลยให้ตาย คิดถึงหิมะจะแย่แล้วเนี่ยเอ็กซี่ยังคงบ่นเพราะตอนนี้แวมไพร์ผู้เกลียดความร้อนอย่างเขากำลังจะละลายกับห้องที่ไม่มีแอร์แถมยังต้องค้นนั้นค้นนี่ขยับเคลื่อนตัวตลอดเวลา ถ้าเขามีเหงื่อได้คงเปียกชุ่มไปทั้งตัวแล้ว เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมโบนาถึงต้องมาอยู่ประเทศเขตร้อนแบบนี้ด้วย


ซ่า ~ 


เดี๋ยวฉันมานะเสียงฝนที่สาดเทลงมากระทบกับหลังคาทำให้ซวนอี๋นึกขึ้นได้ว่าโบนากับลูดาไม่ได้เอาร่มไป บางทีพวกหล่อนอาจจะกลับมาไม่ได้ ร่างโปร่งจึงวิ่งออกจากห้องไปแล้วคว้าเอาร่มที่หน้าประตูไปสองอัน


เฮ้!! จะไปไหน ยัยมนุษย์นี่อู้ตลอดเลย แล้วเมื่อไหร่จะเจอวะเนี่ย




ซวนอี๋เดินกางร่มออกมานอกบ้าน ฝนไม่ได้ตกหนักถึงขั้นมองไม่เห็นทางแต่ก็มากพอที่จะทำให้ตัวเปียกปอนหากไม่มีร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวเอาไว้  อากาศที่นี่ก็เป็นแบบนี้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจนพยากรณ์อากาศยังตามไม่ทัน ดวงตากลมพยายามสอดส่องมองหาร้านที่คิดว่าสองคนนั้นจะไป ฝนที่ตกด้วยความแรงสม่ำเสมอแบบนี้ย่อมมีทีท่าว่าจะตกนาน ขืนรอให้หยุดอาจจะไม่ได้นอนกันพอดี


 



กึก.....


สองขายาวหยุดเดินฉับพลันเมื่อเจอคนที่ตามหา แทนที่จะดีใจแต่ภาพตรงหน้ากลับเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะมอง   ตรงที่รอรถบัสริมถนนสายเล็กปรากฏภาพลูดาที่กำลังยืดตัวขึ้นไปจูบโบนา ก่อนที่จะซุกตัวกอดเอาไว้โดยที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ปฏิเสธ หัวใจของซวนอี๋เกิดปวดร้าวขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่ตอนนี้เขาควรยิ้มดีใจหากลูดาจะสมหวัง แต่น้ำตากลับรื้นขึ้นมาอย่างไม่ยอมเชื่อฟัง


ฉันชอบพี่โบนานะคะลูดาพูดกับโบนาในตอนที่ยังกอดเจ้าหล่อนเอาไว้อยู่เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นว่าสายตาของเธอตอนที่พูดนั้นมันออกมาจากใจจริงหรือเปล่า


เธอจะชอบฉันได้ยังไงกันลูดา เราเจอกันไม่กี่ครั้งเองนะร่างบางยังคงยืนนิ่งด้วยความตกใจที่จู่ๆลูดาก็เข้ามาจูบแล้วสารภาพรักกับเธอ แต่ที่เธอไม่ผลักออกก็เพราะเธอเอ็นดูเจ้าหล่อนเหมือนน้องสาว จึงคิดว่าควรคุยกันดีๆจะดีกว่าเธอรู้ดีว่าการถูกปฏิเสธมันเจ็บยังไง


งั้นก็มาเจอกันบ่อยๆสิคะ พี่จะได้ชอบฉัน


ฉันชอบเธอไม่ได้หรอก และฉันก็ไม่ใช่คนที่เธอควรจะชอบด้วยโบนาดึงเอาร่างเล็กออกมาสบตาเพื่อที่จะได้อธิบายให้เจ้าหล่อนได้เข้าใจ


แล้วพี่มาวนเวียนอยู่กับพวกฉันทำไมล่ะคะน้ำเสียงของลูดาแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อพูดประโยคที่ออกมาจากใจของเธอจริงๆ เธอซึ้งใจที่โบนาคอยช่วยเธอ แต่มันก็เป็นเพราะหล่อนไม่ใช่เหรอที่ทำให้เรื่องมันต้องเป็นแบบนี้ หล่อนไม่ควรเข้ามาแตะต้องหัวใจเธอ ไม่ควรเลย


ฉัน....


บางทีฉันก็รู้สึกผิดนะคะที่ฉันชอบพี่มาก พอพี่ซวนอี๋รู้เลยยอมช่วยเหลือพี่กับฉันจนตัวเองต้องเหนื่อยคำพูดของลูดาทำให้หัวใจโบนาต้องหล่นวูบ ซวนอี๋รู้ว่าลูดาชอบเธอ ทั้งหมดที่เขาทำดีกับเธอก็คงจะเพื่อน้องสาวไม่ได้เกี่ยวกับเธอเลย เธอเองต่างหากที่เผลอคิดไปเองอีกแล้ว


ถ้าที่พี่ทำเพราะไม่ได้ชอบฉัน ถ้าอย่างนั้นพี่ชอบพี่ซวนอี๋งั้นเหรอคะเสียงฝนเริ่มซาลง ทำให้ใครบางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเริ่มได้ยินการสนทนา ในขณะที่คนถูกถามก็ยังสับสนเกินไปที่จะกล้าบอกความจริง ยิ่งสายตาของเธอมองสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวเธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังจะตายเป็นครั้งที่สอง เธอเป็นคนพูดกับลูดาแท้ๆว่าคนที่เจอกันไม่กี่ครั้งจะรักกันได้ยังไง บางทีเธอควรจะถามคำถามนี้กับตัวเอง ว่าให้ใจเขาไปได้ยังไงในเมื่อสุดท้ายเธอกับเขาก็อยู่คนละโลกกันอยู่ดี


ทั้งคู่มองกันและกันด้วยสายตาเจ็บปวด คนนึงรอฟังด้วยความหวังเพียงนิด อีกคนรอความกล้าที่จะพูดเพื่อให้มันจบ จบในตอนที่เรายังไม่เริ่ม


ฉัน....ไม่ได้ชอบซวนอี๋ และฉัน....ก็ไม่มีหัวใจ รักใครไม่ได้หรอกโบนาสูดหายใจเข้าเล็กน้อยก่อนจะพูดย้ำทีละคำอย่างชัดเจนในขณะที่ยังจ้องดวงตาคู่ที่เธอคิดว่ามันอบอุ่นยิ่งกว่าแสงแดดยามเช้า เธอเหมือนพูดกับเขามากกว่าคนตรงหน้าอย่างลูดา หากแต่เปล่า เธอกำลังพูดย้ำกับตัวเองต่างหาก


ลูดา พี่มารับ”คนฟังยอมรับแต่โดยดีว่าสิ่งที่เขาหวังมันไม่เคยมีอยู่จริง เขาเพียงแค่ขยับริมฝีปากพูดเหมือนคนไม่มีชีวิต คำพูดของหล่อนเขาได้ยินมันชัดเจน แม้จะรู้ว่าหล่อนไม่ได้ชอบลูดาแต่สิ่งที่ได้ยินมันทำให้เจ็บยิ่งกว่า โบนาไม่มีหัวใจเขาควรท่องเอาไว้ให้ดี แต่มันคงสายเกินไปที่จะจำในเมื่อเขาเผลอปล่อยให้ใจตัวเองหลุดหายไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน


พี่คะร่างเล็กเดินเข้ามากอดพี่สาวแล้วทำเหมือนกำลังร้องไห้เสียใจที่โดนโบนาปฏิเสธ หารู้ไม่ว่าคนที่กำลังกอดปลอบเธอกำลังเจ็บปวดกว่าไม่รู้ตั้งกี่เท่า หรือไม่ก็อาจจะรู้แต่ยินดีที่จะทำเป็นไม่รู้ เพราะไม่ว่าเขาจะเจ็บซักแค่ไหนเธอก็จะเป็นคนเยียวยาให้เขาเองอย่างที่เป็นมาแล้วมันก็จะเป็นไปอย่างนั้นชั่วนิรันดิ์


ฉันขอโทษแวมไพร์สาวพูดขอโทษกับลูดา แล้วเดินผ่านซวนอี๋ไป แม้จะอยากยื่นมือไปจับกันแค่ไหนแต่ที่ทำได้คือแค่ปล่อยให้มันเฉียดผ่านกันไป เหมือนเข็มของนาฬิกาที่แม้จะเดินอยู่ในห้วงเวลาเดียวกัน แต่ก็ทำได้แค่เดินเฉียดกันไปมา มีเพียงแค่นาทีเดียวจริงๆที่เราสองคนเคยรู้สึกว่าได้อยู่ด้วยกัน




ช้านก็รักของช้านเข้าใจบ้างม้ายยยย   สามพีที่แท้ทรู ตอนหน้าจะเริ่มไขปมอย่างที่จริงแล้ว

ใครเป็นใครได้รู้กัน มั้งนะ 555 ก็เผื่อจะอยากยื้อเวลาอยู่กับรีดเดอร์อีกซักนิด 

ขอบคุณทุกๆกำลังใจนะคะ และก็อยากได้แบบนี้ไปจนจบเลย อิอิ  ไว้เจอกันค่ะ


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #60 WS212 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 14:47

    บีบหัวใจมากเลยไรท์




    #60
    0
  2. #44 chubakie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 07:23
    ปวดตับ ถ้าโบนายังไม่เปลี่ยนก็ไม่รู้ว่าจะเจ็บขนาดไหน โปเจ็บมาเย๊อะ โปเจอมาเย๊อะแล้ววววว ถ้ารู้ตัวตนจริงๆของลูดาคงจะโกรธมาก นึกถึงตอนร้ายๆแล้ว ลูดาไม่น่าเทียบได้ถ้าไม่นับรวมเรื่องพลัง ตอนหน้าคงได้รู้แบ้วว่าลูดาเป็นใคร
    เอ็กซี่นี่เหมือนติดเล่นแต่ก็เล่นจนได้เรื่องตลอดเนาะ ยอมใจ นี่ว่ามันต้องมีเบื้อลึกเบื้องหลังอีกแน่ๆใช่ไม่ใช่ หรือไม่มี555555 เอ็กซี่คงไม่ได้ไปมีญาติที่ไหนอีกใช่ไหม สงสัยตัวตนของลูดามากพอๆกับอาการเหม็นการกระทำเลย ร้ายลึกตัวแค่นี้
    #44
    0
  3. #43 อูจูลูกรัก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:01
    ลูดาไม่ได้ชอบโบนาไม่ใช่หรอ แล้วทำแบบนั้นทำไมอ่า หรือเพื่อจงใจให้ซอนยีมาเห็น???
    #43
    0
  4. #42 bbyn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:11
    ฮืออออ เจ็บปวดหัวใจอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้ไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไงเลย สงสารซวนโบรู้สึกต่อกันยังไงแต่ก็พูดออกมาไม่ได้ เป็นซีนที่อ่านแล้วหน่วงใจมากๆ ลูดานี่ก็ร้ายกาจมากเป็นคนอยู่เบื้องหลังทุกอย่างนี่เอง เดาว่าข่าวโดดตึกฝีมือลูดาชัวๆ คาแรคเตอร์ลูดาเรื่องนี้สุดยอดมาก อยากรู้ต่อเลยว่าลูดาร้ายจะเป็นยังไง แต่แอบเสียดายโบลูนิดๆนะเนี่ยตอนแรกน่ารักกันมากเลย ตอนต่อไปต้องมีเรื่องให้เซอร์ไพรส์อีกแน่ๆ เตรียมใจรอเลย สู้ๆนะคะไรท์เตอร์นิม <3
    #42
    0
  5. #41 KanisttaPanika (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:59
    เอ่อ...แล้วพี่ซอลบทหายหรอค่ะ?...ล้อเล่นค่ะ
    #รอค่ะ
    #41
    0
  6. #40 LoveToon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:02
    ฮือออ ทำไมจะรักไม่ได้ละ ลองก่อนสิ ลูดาจะเอายังไงตามไม่ทันแล้ว
    #40
    0
  7. #39 Mandeejingjing (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:24
    โอ้ยมันเจ็บกระดองใจ~~
    #39
    0