[Short fic] Curse Of Blood 2 [Bona,Xuanyi,Luda] fet.Exseol,Meixiao

ตอนที่ 7 : Forbidden Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    15 ก.พ. 61

“ฉันบอกให้ปล่อย”ลูดาพูดเสียงทุ้มต่ำอยู่ในลำคอ และเพียงแค่สิ้นเสียงของเจ้าหล่อน ชายร่างใหญ่สองคนที่กำลังลากตัวซวนอี๋ออกไปขึ้นรถก็หยุดนิ่ง พวกเขาปล่อยแขนซวนอี๋ออกด้วยดวงตาเลื่อนลอย

“ตายซะ”คำสั่งที่สองดังขึ้น ในขณะที่เจ้าของคำสั่งยังคงนั่งจดจ้องหยดเลือดของตัวเองบนพื้นแน่นิ่ง มีเพียงเรียวปากที่ขยับพูดแผ่วเบา แต่กลับสามารถทำให้คนที่อยู่ห่างออกไปเกือบสามสิบเมตรยอมเดินออกจากถนนสายเล็กไปยังถนนใหญ่เบื้องหน้า ราวกับว่าถูกยมทูตกำลังกระซิบข้างหูให้ลงไปสู่ขุมนรก

เอี๊ยดดดด!!

โครม!!!

ร่างใหญ่ของทั้งสองคนปลิวไปตกบนพื้นถนนห่างออกไปสิบเมตรจากการถูกรถบรรทุกพุ่งเข้ามาชนอย่างแรง เลือดสีแดงสดไหล่เจิ่งนองเต็มพื้นถนน ในขณะเลือดที่หยดอยู่บนพื้นตรงหน้าลูดาค่อยๆเลือนหายไปไม่เว้นแม้แต่แผลบนศีรษะของเธอที่จางลงเหมือนว่ามันไม่เคยมีอยู่

“ลูดา!! เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่า”ซวนอี๋พึ่งได้สติจากการยืนช็อคกับภาพชวนสยองตรงหน้าไปหลายนาที เขารีบวิ่งกลับเข้ามาในบ้าน แล้วประคองร่างของลูดาให้ลุกขึ้นก่อนจะดูตามร่างกายเจ้าหล่อนว่ามีบาดแผลตรงไหนหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าลูดาถูกผลักอย่างแรงถึงสองครั้ง

“ฉ ฉันไม่เป็นอะไร พี่ล่ะคะ”ลูดาสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ดวงตาของเธอกลับมาเป็นสีน้ำตาลอีกครั้ง ก่อนจะหันมามองซวนอี๋แล้วเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงแม้จิตใจของเธอจะยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่นัก

“พี่ไม่เป็นไรแต่ว่า....ช่างเถอะ อย่าพึ่งออกไปข้างนอกตอนนี้นะ”ซวนอี๋กำลังจะพูดถึงเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดให้น้องฟังจะดีกว่า เขาจึงทำแค่เพียงยกมือขึ้นลูบผมเจ้าหล่อนแล้วเตือนไม่ให้ออกไปเห็นเหตุการณ์วุ่นวายข้างนอกเดี๋ยวภาพที่ไม่น่าดูจะติดตาเสียเปล่าๆ

“คนพวกนั้นเป็นใครเหรอคะ ทำไมต้องมาจับตัวพี่ไป”ร่างเล็กจับชายเสื้อซวนอี๋เอาไว้แล้วช้อนสายตาที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำใสขึ้นมองเขา สื่อให้เขาได้รู้ว่าเธอกำลังหวาดกลัวมากแค่ไหน กลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไปกลัวว่าใครจะมาพาตัวเขาไปจากเธอ

“พี่ก็ยังไม่แน่ใจ แต่เราคงต้องระวังให้มากขึ้น”

“เป็นเพราะฉันเอง”เธอก้มหน้าลงอย่างคนรู้สึกผิด

“ไม่เลยลูดา น้องไม่ผิด คนพวกนั้นต่างหากที่ผิด ยังไงพี่ก็จะปกป้องน้องให้ถึงที่สุด”คนพี่ดึงเอาร่างน้องสาวเข้ามากอด ถึงเขากับลูดาจะไม่ใช่พี่น้องกันโดยสายเลือด แต่การอยู่ฝ่าฝันความลำบากมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็กทำให้ลูดากลายเป็นอีกครึ่งหนึ่งในชีวิตของเขา ลูดาทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยว เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขายังอยากมีชีวิตอยู่บนโลกแย่ๆใบนี้ 

“แปลว่าคนพวกนั้นสมควรจะต้องได้รับกรรมใช่มั้ยคะ”เธอถามในขณะที่กำลังเกยคางอยู่บนไหล่ของซวนอี๋ ทำให้คนที่กอดเธออยู่ไม่สามารถเห็นดวงตาเหม่อลอยที่แฝงไปด้วยความแข็งกระด้างของเธอได้

“พี่ก็หวังว่าอย่างนั้นนะ”ร่างโปร่งพูดอย่างไม่จริงจัง แม้พวกเขาจะไม่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเพราะไม่มีหลักฐาน แต่ดูเหมือนเขากำลังตกเป็นจำเลยให้พ่อแม่ของคนตายตามเอาคืนเพียงแค่คิดว่ายังไงก็ต้องหาคนรับผิดให้ได้เพื่อความสบายใจแม้คนๆนั้นจะกระทำผิดจริงหรือไม่ก็ตาม อำนาจทีมีล้นฟ้าบังคับให้คนธรรมดาไม่อาจมีปากเสียง เขาจึงทำได้แค่หวังว่าเรื่องนี้จะจบในเร็ววัน แต่ซวนอี๋คงไม่รู้ว่าคำพูดไม่จริงจังของเขามีผลกับใครบางคนมากขนาดไหน




“ให้ฉันไปด้วยมั้ย”เอ็กซี่ที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงเอ่ยถามคนสวยที่กำลังแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอกเพื่อไปพบกับหัวหน้าสภาแวมไพร์ของฟิลิปปินส์อีกครั้งโดยที่หล่อนไม่อนุญาตให้เขาไปด้วยตามระเบียบ

“ต้องให้ย้ำคำว่าไม่ต้องอีกกี่ครั้งกันคะคุณแม็กลาส”หล่อนหันกลับมาพูดเสียงนิ่งใส่เขาหลังจากที่ติดต่างหูเสร็จ เอ็กซี่ถามคำถามนี้กับเธอมาตั้งแต่เธอตื่นจนกระทั่งตอนนี้

“ออนนี่รำคาญฉัน”พอเจอสีหน้าและคำพูดเหมือนกับรำคาญกันจากคนโตกว่าเข้าหน่อยร่างสูงก็ยกมือขึ้นกอดอกฮึดฮัดทำหน้างอทันที

“เท่าที่จำได้ฉันยังไม่ได้พูดคำนั้นเลยนะ”ซอลอาเองก็กอดอกมองแวมไพร์ไม่รู้จักโตตรงหน้าอย่างเอาเรื่องเช่นกันที่ดันมางอแงเรื่องไม่เป็นเรื่องในเวลานี้

“แค่หน้าออนนี่ก็บอกหมดแล้ว ฉันผิดด้วยรึไงล่ะที่เป็นห่วง”ส่งผลให้คนที่นั่งบนเตียงออกอาการน้อยอกน้อยใจมากกว่าเดิม เขาแค่อยากช่วยซอลอา อย่างน้อยก็อยากไปอยู่ข้างๆให้ได้รู้ว่าหล่อนยังมีเขาที่คอยให้กำลังใจ ไม่อยากนั่งเฉยๆรอให้ความรู้สึกผิดเกาะกินใจมากไปกว่าเดิม

“เธอไม่ผิดที่เป็นห่วง แต่เธอผิดที่กำลังโทษตัวเอง”แวมไพร์สาวทอดถอนลมหายใจที่เย็นเฉียบของตัวเอง ก่อนจะเดินมายืนอยู่เหนือร่างของคนรักเธอก้มลงมองสบสายตาเขาพร้อมกับใช้นิ้วเรียวเคาะเบาๆตรงเหนืออกข้างซ้ายอย่างเข้าใจว่าเด็กน้อยของเธอกำลังโทษตัวเอง เมื่อคืนเธอว่าเธอคุยกับเขาเข้าใจแล้วว่าที่มันต้องเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะเขาดึงเธอมาจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงคืนนี้เอ็กซี่ก็ยังดูเหมือนไม่ยอมเข้าใจ

“ฉันไม่อยากอยู่เฉยๆในขณะที่ออนนี่ต้องไปรับแรงกดดันพวกนั้น”ร่างสูงรั้งเอวบางเข้ามากอดแล้วซบใบหน้าลงบนหน้าท้องของหล่อน

“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันมาดามเซียร์น่านะ ทำไมแค่นี้จะจัดการไม่ได้”

“หลงตัวเองเหมือนกันนี่นา”

“นี่....กวนแบบนี้แสดงว่าปล่อยฉันไปได้แล้วสินะ”เธอฟาดมือลงบนหลังเขาหนึ่งทีที่กลับมาล้อเธอ ใบหน้าสวยอมยิ้มเล็กๆเมื่อเห็นว่าเอ็กซี่คงสบายใจขึ้นแล้ว เพราะการที่เขาเอาแต่โทษตัวเองแบบนั้นมันยิ่งเพิ่มความกังวลให้แก่เธอ 

“ยัง.......ออนนี่ยา รู้ใช่มั้ยว่าเมื่อไหร่ที่ออนนี่เจ็บ ฉันก็เจ็บ ความรู้สึกของออนนี่ก็คือความรู้สึกของฉัน เราเป็นของกันและกันนะ ถ้าไม่ไหวก็บอกฉัน ฉันจะจบเรื่องทุกอย่างนี้เอง”เอ็กซี่ผละออกมาแล้วยื่นมือขึ้นไปจับตรงลำคอขาวของเจ้าหล่อนทำให้แสงสีอ่อนจากสัญลักษณ์คู่แวมไพร์ปรากฏขึ้นเหมือนกันกับที่คอเขาแล้วจางลงไปเพียงแค่เสี้ยววินาที เอ็กซี่รู้ว่าซอลอากำลังเครียดยิ่งเรื่องมันวนกลับมาเกี่ยวข้องกับเขาหล่อนก็ดูเหมือนยิ่งกังวล ซ้ำอาการปวดหัวของหล่อนเมื่อคืนมันยังทำให้เขาเป็นห่วง พวกเราต่างไม่มีใครรู้ว่ากำลังสู้อยู่กับอะไร

“เธอจะจบมันยังไง จะฆ่าทุกคนเหมือนอย่างในตอนนั้นไม่ได้หรอกนะ ถ้าอยากช่วยก็แค่ทำตัวเป็นเด็กดีของฉันก็พอ”ร่างบางเตือนด้วยรู้ดีว่าถ้าเอ็กซี่โมโหจะเป็นยังไง ถึงเลือดของเขาจะฆ่าแวมไพร์ไม่ได้แล้ว แต่พลังที่เขามีก็ยังถือว่าน่ากลัวถ้าไม่รู้จักควบคุม

“ว่าฉันดื้ออีกแล้ว ฉันดื้อตรงไหน ดื้อแล้วยังไง ดื้อแล้วออนนี่จะไม่รักรึ…”เด็กขี้น้อยใจเงียบไปทันทีเมื่อคนพี่ก้มหน้าลงมาทาบริมฝีปากลงบนเรียวปากของตัวเอง หล่อนจูบเม้มเบาๆเพื่อเร่งให้เขาจูบตอบ ซึ่งมันก็ได้ผลดีตามที่คาดหวังเมื่อตอนนี้ร่างสูงรั้งเอาตัวสาวเจ้าลงมานั่งตักเพื่อมอบจูบให้ลึกซึ้งมากกว่าเดิม จูบที่ต่อให้ผ่านไปเป็นพันปีก็ไม่มีวันที่จะเบื่อ 

“หายคิดมากรึยัง หรือต้องทำมากกว่านี้”ซอลอาผละออกมาถามด้วยสายตาเชิงล้อที่เขาไม่ได้มองเธอด้วยใบหน้าแสนงอนนั่นอีกแล้ว พร้อมกับใช้นิ้วโป้งเช็ดริมฝีปากเล็กที่เปื้อนลิปสติกสีแดงสดของเธอออกให้

“อยากให้ทำมากกว่านี้ แต่รู้ว่าออนนี่ต้องไปแล้ว”เอ็กซี่จำใจยอมแม้ว่าจะอยากจับพี่สาวขี้ยั่วกดลงเตียงมากแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าเขาทำแบบนั้นพวกสภาแวมไพร์ได้ตามมารังควานถึงนี่แน่ๆ

“แบบนี้สิเด็กดี ไว้จะกลับมาให้รางวัล”ร่างบางใช้นิ้วชี้แตะจมูกรั้นของเขาเบาๆก่อนจะลุกขึ้นยืน

“อ่า อีกตั้งหลายชั่วโมง”เด็กดีที่ว่าก้มลงนับนิ้วมือตัวเองด้วยใบหน้าที่เริ่มยุ่งเหยิงอีกรอบ ทำให้ซอลอาต้องขำออกมาน้อยๆเมื่อเห็นอาการนั้น      พอมองแล้วก็ชักจะไม่อยากจะออกไปเหมือนกัน แต่มันก็ช่วยไม่ได้เธอหวังว่าการพูดคุยจะไม่ใช้เวลานานเกินไปจนเด็กน้อยของเธอต้องงอแง





“แน่ใจนะว่าไม่ให้ฉันไปด้วย”อีกห้องหนึ่งใกล้ๆกัน ซองโซก็กำลังเอ่ยถามคำถามทำนองเดียวกันกับเอ็กซี่ ในขณะที่กำลังผูกโบว์ตรงคอเสื้อให้กับมิกิ

“อืม เธอพักผ่อนเถอะ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล”ร่างโปร่งตอบให้อีกฝ่ายสบายใจ สภาแวมไพร์ต้องการคำอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจึงเรียกให้ซอลอาไปพบ แต่การที่ซอลอาออกโรงปกป้องโบนาแต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ซ้ำๆมันอาจจะทำให้พวกสภาแวมไพร์เริ่มไม่ไว้ใจ คำพูดของหล่อนอาจจะมีน้ำหนักน้อยลง ดังนั้นเขาเลยอาสาที่จะไปด้วย อย่างน้อยเขาก็ทำงานในสภาแวมไพร์เหมือนกันแม้ที่นี่จะไม่ใช่เขตที่ต้องรับผิดชอบ แต่มันก็ถือเป็นหนึ่งในหน้าที่ที่แวมไพร์หัวหงอกพวกนั้นต้องยอมรับฟัง

“แต่คำว่าไม่ต้องกังวลของเธอมันยิ่งทำให้กังวลนะ”เธอก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวหลังจากที่ผูกโบว์ให้เขาเสร็จแล้ว ก่อนจะจ้องเข้าไปในดวงตาสีอ่อนของเขาอย่างรู้ทัน

“อ่า ฉันชักกลัวเธอแล้วสิ”มิกิยิ้ม ยิ่งนานวันซองโซก็เหมือนจะอ่านใจเขาง่ายมากยิ่งขึ้น หล่อนไม่จำเป็นต้องพยายามอ่านความคิดเขาเลยแม้แต่นิด

“เธอควรจะกลัวตั้งแต่แรกแล้วนะ”ร่างเพรียวยิ้มตอบ แล้วไปหยิบเอาเสื้อโค๊ทมาสวมให้เขา

“จะบอกพวกเขาว่ายังไงเหรอ”

“ตอนนี้เรามั่นใจแล้วว่าโบนาไม่ได้ทำ ที่ทำได้ก็คือบอกความจริง”

“แต่เราไม่มีหลักฐานยืนยัน เราระบุไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ทำคือตัวอะไร”ซองโซยังคงเป็นกังวลในเรื่องนี้ ถ้าหากว่าไม่มีหลักฐานเธอกลัวว่าพวกสภาแวมไพร์จะคิดว่าพวกเธอกุเรื่องขึ้นมาใช้แก้ตัว แต่ครั้นจะส่งตัวโบนาไปให้นั่นก็คงเป็นเรื่องสุดท้ายที่พวกเธอคิดจะทำ

“มันคือหน้าที่ของเราที่ต้องหาต่อไป ฉันหวังแค่ว่าพวกเขาจะให้เวลา”

“เธอทำได้อยู่แล้ว แมคคาเลน”

“แหงสิ มีเรื่องไหนที่แมคคาเลนทำไม่ได้บ้าง ขนาดหัวใจของคนที่เกลียดชังกัน ฉันยังคว้ามาได้เลย”มิกิพูดอย่างภูมิใจ ใครจะไปคิดว่าคนที่เกือบจะฆ่ากันตายทุกครั้งที่เจอหน้าในวันนั้น จะกลายมาเป็นคนรักแสนดีที่กำลังแต่งตัวให้เขาอยู่ในตอนนี้ ซองโซอ่อนโยนมากอย่างที่เขาคิดไว้ เธอไม่ได้เลวร้ายเหมือนครั้งแรกที่ได้เจอถือว่าเขาอ่านคนไม่ผิด

“นี่ จะพูดถึงอีกทำไมกัน รีบไปได้แล้วเดี๋ยวพี่เซียร์น่ารอ”คุณหมอคนสวยตีไหล่แวมไพร์คนรักเบาๆ เธอไม่ค่อยอยากจะนึกถึงเรื่องแย่ๆพวกนั้นเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะเรื่องพวกนั้นถึงทำให้เรามีกันและกันในวันนี้

“รับทราบค่ะคุณหมอ เดี๋ยวฉันกลับมานะ”ร่างโปร่งรับคำด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะจูบหน้าผากมนของเจ้าหล่อนเบาๆไปหนึ่งทีเรียกกำลังใจแล้วเดินออกไป





โบนากำลังนั่งจ้องโทรศัพท์  ที่ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนบาร์ใกล้แก้วไวน์สีแดงเข้ม เสียงดนตรีหรือผู้คนที่กำลังคุยกันแซงแซ่ไม่อาจเรียกร้องความสนใจของเธอไปจากเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมได้เลย เหตุเพราะว่าใจกำลังรอใครบางคนติดต่อมา ไม่รู้ว่าอยากได้ข่าวเรื่องสมุดบันทึกหรือว่าอยากได้ยินเสียงของเขากันแน่ เพราะความอบอุ่นของซวนอี๋แท้ๆที่ทำให้เธอต้องมานั่งคิดถึงเขาแบบนี้ แต่จะโทษเขาได้อย่างไรกันล่ะ ในเมื่อเธอต่างหากที่เรียกร้องหาความอบอุ่นที่แวมไพร์ไม่ควรเข่าใกล้

Rrr Rrr

และแล้วมือถือเครื่องบางก็สั่นขึ้นมาอย่างที่ใจคาดหวัง หน้าจอสว่างวาบขึ้นปรากฏเบอร์โทรที่ไม่ได้เมมไว้ ส่งผลให้มือบางรีบหยิบมันขึ้นมากดรับด้วยอาการตื่นเต้นทันที หากแต่..


“ว๊าว! คุณคิม ทำตัวเหมือนสาวน้อยแรกรุ่นที่กำลังรอโทรศัพท์แฟนอยู่เลยแฮะ”เสียงติดแหบเอ่ยล้อผ่านสายออกมาและโบนาก็รู้สึกได้ว่าเจ้าแวมไพร์นิสัยเสียนั่นอยู่ไม่ไกล ซึ่งเธอก็เดาไม่ผิดเมื่อหันกลับไปมองก็เจอเข้ากับร่างสูงในเสื้อลายสก็อตสีเข้มที่กำลังชูหน้าจอและหน้าอันกวนประสาทของเขาให้เธอเห็นอยู่

“อยู่แค่นี้โทรมาทำไม มันไม่ใช่เบอร์เธอนี่”ร่างบางถามด้วยอาการขุ่นเคืองเล็กๆเมื่อถูกแกล้ง เธอเมมเบอร์เอ็กซี่เอาไว้ถึงไม่ได้คิดว่าจะเป็นเขาโทรมา

“คำตอบคือใช่ นี่ไม่ใช่เบอร์ฉัน แต่เป็นเบอร์ซองโซ กะจะโทรมาให้เธอเมมไว้ไง”เอ็กซี่เดินหลบไปทางขวาเล็กน้อยเพื่อให้โบนาเห็นซองโซที่ยืนยักไหล่ให้อยู่ ความจริงเอ็กซี่ก็ไม่ได้ตัวใหญ่ถึงขนาดบังซองโซได้แต่เพราะข้างหลังมีคนยืนอยู่หลายคนโบนาจึงไม่สังเกตตั้งแต่แรกว่าซองโซก็มาด้วย เอาจริงๆเธอไม่คิดหรอกว่าหล่อนจะมา ในตอนนี้คุณหมอคอลลินดูมีความเป็นผู้ใหญ่กว่าเธอมากโขเลยทีเดียว

“เขายืมของฉันไปน่ะ สงสัยเห็นเธอเอาแต่จ้องโทรศัพท์”ร่างเพรียวเดินเข้ามาใกล้แล้วแอบยิ้มล้อบ้าง เพราะมิกิกับซอลอาไม่อยู่เธอกับเอ็กซี่เลยคิดว่าออกมาหาโบนาดีกว่านั่งเบื่ออยู่ที่ห้อง เผื่อจะได้ปรึกษาเรื่องสมุดบันทึกกันด้วย แต่มาถึงก็เห็นว่าโบนาเอาแต่จ้องมือถือไม่ยอมสนใจพวกเธอที่มาถึงกันแล้ว เอ็กซี่เลยหาเรื่องแกล้งอย่างที่เห็น

“รอสายมนุษย์หน้าปลาทองคนนั้นอยู่เหรอ”เอ็กซี่เข้ามานั่งข้างโบนา เขาสั่งเหล้ากับบาเทนเดอร์แล้วหันมาถามเพื่อนสนิท


“ยุ่ง”

"ชอบเขาใช่มั้ยล่ะ”

“ไม่ได้ชอบ!!”

“อ้อ แปลว่าชอบ”ร่างสูงพยักหน้าเข้าใจอยู่คนเดียว แล้วก็แอบอมยิ้มเมื่อเห็นโบนาปฏิเสธซะเสียงดัง ซึ่งปฏิกิริยาแบบนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันคือความจริงหรือโกหก

“ย่าห์ สนุก?”

“ก็มากอยู่”

"อยากตายใช่มั้ยเอ็กซี่

"เผื่อเธอจะลืมว่าฉันตายไม่ได้"

"ย๊าา"

“พอเถอะน่า จะตีกันให้ได้เลยรึไง”ซองโซห้ามการโต้เถียงของทั่งคู่ เมื่อเห็นว่าโบนาเตรียมจะแยกเขี้ยวใส่เอ็กซี่เสียแล้ว แต่มันก็น่าอยู่หรอกนะในเมื่อเอ็กซี่เล่นยิงคำพูดกวนประสาทวิต่อวิแบบไม่หยุดซะขนาดนั้น แต่มันก็เป็นภาพที่น่ารักดี ดูเหมือนมิตรภาพของทั้งคู่จะค่อยๆกลับมาเหมือนเดิมแล้ว

“ก็ดูไอ้แวมไพร์ปากเสียนี่สิ น่าเอาหมุดตอกอกซักร้อยที”คนสวยมองค้อนเพื่อนสนิทตัวเอง แต่ฝั่งคู่ครหาก็เอาแต่ขำอย่างสนุก ลึกๆแล้วเอ็กซี่ดีใจหากโบนาจะมีความรักอีกครั้งแต่อีกใจเขาก็ห่วงเพราะอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ เขาไม่อยากจะให้โบนาต้องมาเสียใจอีกเป็นครั้งที่สอง

“ชอบก็บอกว่าชอบเถอะน่า ฉันไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย ใช่มั้ยซองโซ”

“ฉันไม่เกี่ยวนะ”ซองโซสั่นนหน้าปฏิเสธเพราะไม่อยากจะถูกมองแรงจากโบนาตามไปด้วย

“ฉันไม่ชอบใครทั้งนั้นแหละ หุบปากไปเลย เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งนักนะ ทีเมื่อก่อนล่ะตามฉันต้อยๆ”โบนายื่นหน้าไปเถียงเหมือนเด็กที่ไม่อยากจะยอมแพ้  ก็เพราะเมื่อก่อนเอ็กซี่กล้าหือกับเธอเสียที่ไหน แต่ดูตอนนี้สิเอาแต่กวนประสาทเธอไม่หยุด

“โอ้โหแฮะ  นี่ถึงกับต้องขุดเรื่องในอดีตมาข่มเลยเหรอคะคุณคิม”

“แล้วจะทำไมคะคุณแมกลาส หรือจะเถียง”

“ก็ไม่ ว่าแต่แฟนเธอติดต่อมารึยังเรื่องสมุดบันทึก”

“เฮ้ นี่จะไม่จบจริงๆใช่มั้ย”ร่างบางโวยวายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อสุดท้ายเอ็กซี่ก็วกเข้ามาเรื่องเดิมอีกแล้ว ไม่รู้เขาจะย้ำเธอไปถึงไหน แค่นี้เธอก็สับสนกับตัวเองมากพอแล้ว

“โอเคๆ ไม่เล่นแล้ว ตกลงว่าไง”แวมไพร์จอมกวนยอมยกมือทั้งสองข้างขึ้นประกาศยกธงขาวสงบศึก เรื่องสมุดบันทึกยังคงกวนใจเขาอยู่มากพอสมควรจึงอยากให้ซวนอี๋หามันให้พบเร็วๆ เผื่อว่าสิ่งที่อยู่ข้างในจะช่วยให้พวกเขามองเห็นปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดนั่น

“ก็ถ้าติดต่อมา ฉันจะรออยู่แบบนี้เหรอ”เธอถอนหายใจ

“แล้วทำไมเราไม่ไปหาพวกเขาล่ะ ช่วยๆกันหาอาจจะเจอเร็วขึ้นก็ได้นะ”ซองโซเสนอความเห็นหลังจากปล่อยให้ทั้งคู่เถียงกันไปจนพอใจ

“เออ นั่นสิ ทำไมถึงคิดไม่ได้เนี่ย โบนาเธอรู้ใช่มั้ยว่าบ้านยัยนั่นอยู่ไหน พาฉันไปเดี๋ยวนี้เลย”เอ็กซี่ยังคงใจร้อนไม่เสื่อมคลาย เพราะเพียงแค่ได้ยินคำพูดของซองโซเขาก็ลุกพรวดพร้อมกับรั้งแขนโบนาขึ้นทันที

“เดี๋ยวสิ มันจะไม่เป็นการรบกวนเขาเหรอ”

“โบนา ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง แต่ในตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่ต้องมาเกรงใจพวกมนุษย์หรอกนะ พวกสภาแวมไพร์คงไม่ให้เวลาเรานานขนาดนั้นหรอก”คุณหมอส่งสายตาเห็นอกเห็นใจไปให้โบนา แต่เธอก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดออกไปตรงๆ พวกเธอจะอยู่นิ่งๆแล้วฝากความหวังไว้ที่ซอลอากับมิกิเพียงอย่างเดียวไม่ได้

“นั่นสินะ เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะฉันเองแท้ๆ แต่ยังมาถ่วงเวลาอีก”แวมไพร์สาวก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิดทันทีที่เอาความรู้สึกมาอยู่เหนือเหตุผลจนได้ เพราะแบบนี้เธอถึงได้เกลียดตัวเองเวลาที่มีความรัก แต่ใครไหนบ้างเล่าที่จะหนีความรักไปได้พ้น แม้แต่หัวใจที่หยุดเต้นก็ยังคงไว้ซึ่งความรู้สึก

“เอ่อ คือ ฉันไม่ได้อยากจะพูดให้เธอรู้สึกผิดนะ”

“ไม่เป็นไร ฉันต้องขอบใจเธอมากกว่าที่ช่วยเตือนสติฉัน ไปกันเถอะ”ร่างบางเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ซองโซ เธอควรจะตัดความรู้สึกบ้าๆนี่ออกไปเสียก่อนที่มันจะทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนไปมากกว่านี้






สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่าา ทันมั้ย 55 แต่ก็เอาความรักของแวมไพร์มาฝาก
ยกเว้นก็แต่พิโบ นี่ถ้าพิแกด่าได้คงด่าแล้วว่าจะทรมานอะไรชั้นนักหนา ตั้งแต่ภาคที่แล้วแล้วนะ!!
ต้องกราบขอโทษด้วย แต่ที่แน่ๆคือคุณลูไม่ธรรมดานะจ๊ะ แต่จะใช่ตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดมั้ย
อันนี้ต้องลุ้นกันต่อไป!! เอาล่ะ อ่านแล้วอย่าลืมให้กำลังใจไรท์ด้วยเน้อ รักรีดเดอร์ซาเหมอ จุ๊ฟ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #59 WS212 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 14:35

    ลูดาเธอคือใครรรรร?? เธอเป็นตัวอะไรกันแน่??

    เอ็กซี่โหมดเป็นห่วงน่ารักก


    #59
    0
  2. #38 bbyn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:25
    ชีวิตซวนอี๋นี่แฟนตาซีมากอ่ะ คนรอบตัวไม่มีใครเป็นคนธรรมดาเลย ถ้ารู้ความจริงคงช็อกเป็นลม เพิ่มปมเรื่องอีกแล้ว ลูดาเป็นครายยย สนุกแน่งานนี้ แวมไพร์สู้กับ.... ยังไม่รู้ แต่ดูแกร่งกว่าเยอะพอสมควรเลย
    เอ็กซี่ โบนา ซองโซ นี่ถ้ามีมิกิอยู่ด้วยอีกคน นึกถึงตอนอยู่โรงเรียนเลย ชอบมิตรภาพของเอ็กโบของเรื่องนี้มากๆ ชอบจนช่วงแรกๆแอบเชียร์คู่นี้5555 แต่ยังไงคงต้องหลีกทางให้มาดามของเรา ปล่อยให้สองคนนั้นเป็นเพื่อนกันไป เปลี่ยนจากเอ็กซี่ที่เดินตามต้อยๆมาเป็นคนกวนดีกว่าเยอะเลย เถียงกันน่ารักดี
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เดาทางตอนต่อไปไม่ได้เลย สตอรี่ดีมาก วางคาแรคเตอร์น่าสนใจ เป็นเรื่องที่เราชอบมากๆเลย รอติดตามตอนต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆ <3
    #38
    0
  3. #37 chubakie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:49
    อ๊ากกกกกกกก ลูดา จิตควบคุมจิตได้!!!!! งี้โบนาที่เกิดขึ้นเพราะลูดา??????
    ถ้าจะไม่ใช่คนอื่นก็คงเป็นลูดา หรือจะมีใครอยู่เบื้องหลังอีกมันยังไม่จบงี้
    เอ็กซี่ก็ยังคงเป็นเอ็กซี่อ่ะเนาะ เพื่อนซี้ เขากลับมาเป็นกันเหมือนแต่ก่อนเถียงกันสนุกดี สามคนนี้อยู่ด้วยกันลงตัวดี เพื่อนๆ มีซองโซคอยเตือนสติ อย่างน้อยโบนาก็คิดจะเบรคเอ็กซี่บ้างถถถถถถถถ
    #37
    0
  4. #31 ALERT__ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:44
    ลูดาโคตรม้ามืด ฮืออออสงสารพิโบ
    #31
    0
  5. #30 LoveToon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:03
    นอกจากลูดาไม่ธรรมดาแล้ว ยังมีพลังน่ากลัวไปอีกกก พิโบต้องเจ็บปวดกับความรักอีกกี่ครั้ง ฮืออออ
    #30
    0
  6. #29 Mandeejingjing (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:21
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่ะ แบบยิ่งอ่านยิ่งลุ้นยิ่งอยากรู้มากขึ้นเรื่อยๆ5555555
    #29
    0