[Short fic] Curse Of Blood 2 [Bona,Xuanyi,Luda] fet.Exseol,Meixiao

ตอนที่ 6 : Suspect

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 304
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    9 ก.พ. 61

ถามดีๆไม่ได้รึไง หรือว่าอยากตายก่อนมิกิส่งน้ำเสียงสนขุ่นเคืองไปให้มนุษย์เพียงหนึ่งเดียวที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้อง ดวงตาสีอำพันยังคงจ้องซวนอี๋เขม็ง เหตุจากที่อีกฝ่ายบังอาจมาแตะต้องคนรักของตัวเองจนเกือบสติหลุดกุดคอมนุษย์ผู้ไม่เจียมตัว ยังดีที่โบนาห้ามเอาไว้เสียก่อนถือว่าอย่างน้อยซวนอี๋ก็ไม่ได้มีเจตนาฆ่าพวกเขาจริงๆ


ฉันก็แค่ต้องการแน่ใจว่าพวกคุณกลัวมันขนาดไหน ก็เห็นแล้วว่าค่อนข้างกลัวเลยทีเดียวร่างโปร่งชูมีดสีเงินวาวขึ้นมาราวกับคนยียวน แต่เขาก็ไม่ได้มีเจตนาจะก่อกวนอารมณ์แวมไพร์ขี้หงุดหงิดพวกนี้เลย เขาเพียงแค่อยากแน่ใจตามที่พูดจริงๆ


อย่าคิดว่ามีมีดเล่มแค่นั้นอยู่ในมือแล้วจะอยู่เหนือพวกฉันนะ


คุณอยากรู้อะไรคุณถามมาเลยดีกว่า ฉันไม่รับประกันหรอกนะว่าแวมไพร์เลือดนักเลงแถวนี้จะปล่อยให้คุณหายใจอยู่ที่นี่ได้นานซอลอาที่นั่งตรงข้ามซวนอี๋ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุม เธอปรายตามองไปยังเอ็กซี่ที่นั่งอยู่ที่พักแขนข้างซ้ายของเธอสลับกับมิกิที่นั่งข้างซองโซอีกฝั่ง  สองแวมไพร์นั้นเอาแต่นั่งกอดอกจ้องซวนอี๋ประหนึ่งว่าถ้าอีกฝ่ายขยับตัวแม้แต่นิดจะพุ่งเข้าไปทึ้งเส้นเลือดที่คอในทันที ซอลอาเองก็ใช่ว่าจะชอบใจนักที่ซวนอี๋เอามีดมาขู่คนของเธอ แต่ที่เธอยอมก็เพราะมีดนั่นอีกเหมือนกัน เธออยากจะรู้ว่าซวนอี๋ได้มันมายังไงและเขาเป็นใคร รู้เกี่ยวกับแวมไพร์มากน้อยแค่ไหน


เช่นเดียวกันกับโบนาที่นั่งเงียบเพื่อรอฟัง เมื่อกี้เธอยอมรับว่าค่อนข้างตกใจที่จู่ๆซวนอี๋ก็ดึงเอาตัวซองโซไปแบบนั้น การที่ได้ทำความรู้จักกับเขาทำให้เธอลืมไปเลยว่าครั้งแรกที่เจอกันซวนอี๋นั้นมีฝีมือต่างจากคนธรรมดาแค่ไหน บางทีก็อาจจะไม่ได้มีแค่เธอที่กำลังปิดบังตัวตนอยู่


เคยมีคนพูดเอาไว้ว่าในอนาคตฉันจะถูกทำร้ายจากบางสิ่งที่อยู่เหนือขอบเขตความตาย เขาเลยให้มีดเล่มนี้ฉันมาและบอกว่ามีดเล่มนี้จะสามารถใช้กำจัดมันได้ ฉันคิดว่ามันเป็นแค่นิทานหลอกเด็กมาโดยตลอดจนได้เห็นพวกคุณในวันนี้ และก็ยิ่งแน่ใจตอนที่ได้ยินชื่อ เอ็กซี่ ถ้าเกิดว่าคุณจะนามสกุลแมกลาสล่ะก็ ฉันว่าไม่น่าจะผิดตัวซวนอี๋จ้องดวงตากลมของตัวเองไปที่เอ็กซี่  ที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยเชื่อคำทำนายของคุณลุงนักเพราะคิดว่าคุณลุงคงพูดเพื่อให้เขาเรียนรู้ที่จะป้องกันตัว วันข้างหน้าจะได้ไม่มีใครมาทำร้ายเขาได้ ด้วยความที่เป็นเด็กผู้หญิงซ้ำยังกำพร้าไม่มีครอบครัว เขาถึงได้ฝึกศิลปะป้องกันตัวทุกอย่าง แต่ใครจะคิดว่าอยู่ๆวันหนึ่งคำทำนายนั่นก็ดูเหมือนจะเป็นจริงขึ้นมาเสียอย่างนั้น


รู้นามสกุลฉันได้ยังไง แกเป็นใครกันแน่ร่างสูงของเอ็กซี่พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อซวนอี๋เพื่อเค้นเอาคำตอบในทันทีที่ได้ยินชื่อและนามสกุลของเขาหลุดออกมาจากปากอีกฝ่ายได้ถูกต้อง ทั้งๆที่เขาไม่ได้รู้จักกับซวนอี๋มาก่อนเลย


ฉันจะบอกก็ต่อเมื่อคุณจะกรุณาปล่อยฉันลงคนถูกหิ้วคอตอบกลับแบบไปด้วยใบหน้าที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทั้งที่ในใจกำลังสั่น ซวนอี๋แค่ข่มความกลัวเอาไว้เพื่อไม่ให้พวกแวมไพร์เหล่านี้เห็นว่าเขาเป็นแค่แมลงตัวนึงที่จะตบให้ตายเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าหากทำให้รำคาญ


เอ็กซี่ ใจเย็นๆก่อนตามเคยที่มาดามคนสวยต้องเอ่ยเตือนอดีตเลือดต้องคำสาปที่ยังคงร้อนได้ทุกเมื่อ


คุณรู้จักเอ็กซี่งั้นเหรอซวนอี๋เป็นโบนาที่ถามขึ้นมาในขณะที่เอ็กซี่ปล่อยซวนอี๋ให้กลับไปนั่งตามเดิมแล้ว บางทีในนี้อาจจะมีแค่เธอที่คุยกับมนุษย์รู้เรื่องที่สุด


ไม่รู้จักหรอก แต่ฉันแค่เคยเห็นชื่อนี้ในสมุดบันทึกของคุณลุง


สมุดบันทึก? มันเขียนไว้ว่ายังไง


ฉันก็จำไม่ค่อยได้ แต่รู้สึกจะเขียนไว้ว่า เอ็กซี่ แมกลาส ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเลือด เลือด…”


เลือดต้องคำสาปซอลอาพูดต่อจากซวนอี๋เมื่อเห็นว่าเขาทำหน้านึกอยู่นาน


อ่า ใช่ แบบนั้นเลยคำตอบของซวนอี๋ทำเอาแวมไพร์ทั้ง 5 ต่างหันมามองหน้ากันด้วยความฉงน


หมายความว่าไง ยังมีเลือดต้องคำสาปคนอื่นอยู่อีกงั้นเหรอมิกิพูดขึ้นด้วยความหวั่นใจ เขารู้สึกไม่ดีเอาซะเลยที่ได้ยินแบบนี้ เพราะถ้าหากยังมีเลือดต้องคำสาปคนอื่นอยู่ก็เท่ากับว่าความสงบจะอยู่กับพวกแวมไพร์ได้อีกไม่นาน บางทีมันก็อาจจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ก็ได้


ก็อาจจะเป็นไปได้นะ ใช่ว่าจะมีแวมไพร์ตัวเดียวซะที่ไหนที่เข้าไปยุ่งกับมนุษย์ซองโซออกความเห็น


นี่พวกคุณช่วยพูดอะไรให้ฉันเข้าใจหน่อยได้มั้ยมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวได้แต่ทำหน้างง พอพูดถึงเรื่องนี้ก็ดูเหมือนพวกอมตะตรงหน้าจะลืมเรื่องของเขาไปเลย


บันทึกนั่นเขียนอะไรไว้อีกรึเปล่าซอลอาถาม เธอยังคงนั่งคิดวิเคราะห์อยู่เงียบๆคนเดียว


ฉันมาเพื่อเอาคำตอบจากพวกคุณ ไม่ใช่ให้พวกคุณมาถามฉันนะ


จะตอบหรือจะตายเลือกเอาเป็นอีกครั้งที่เอ็กซี่แยกเขี้ยวใส่ซวนอี๋ ดวงตาสีฟ้าของเขาบ่งบอกว่าคราวนี้เอาจริงถ้าหากเจ้ามนุษย์จอมเฉไฉนี่ยังไม่ยอมตอบคำถามให้จบ


ฉันจำไม่ค่อยได้แล้ว ไม่ได้เปิดอ่านนานแล้วด้วย


แล้วตอนนี้บันทึกนั่นอยู่ที่ไหน


ก็อย่างที่บอกฉันไม่ได้สนใจมันมานานแล้วเลยจำไม่ได้ว่ามันยังอยู่ที่บ้านรึเปล่า


อย่ามาเล่นลิ้น


เฮ้! มาดามคะ ช่วงนี้เอาอะไรให้เด็กคุณกินเหรอ ดุอย่างกับหมาโบนายกมือดันไหล่เอ็กซี่ไว้ในตอนที่เขาจะเข้ามาฟัดซวนอี๋อีกแล้ว เธอพูดประชดเลยไปยังคนเลี้ยงอย่างซอลอา ดูท่าช่วงนี้เจ้าเลือดศักดิ์สิทธิ์จะอารมณ์ร้อนเหลือเกินนับตั้งแต่ที่ไปซ้อมเจสันวันก่อนแล้ว


ไม่ได้กินอาหารมากกว่าฉันว่า ถึงได้พาลหงุดหงิดมิกิแอบล้อ เพราะตั้งแต่วันที่ไปฟัดกันกลางห้องพักอาจารย์เอ็กซี่ก็ถูกซอลอาสั่งห้าม ไม่รู้ว่าจนถึงตอนนี้จะได้แอ้มมาดามคนสวยหรือยังถึงได้ดูหงุดหงิดนัก เป็นผลทำให้เอ็กซี่เลิกแยกเขี้ยวใส่ซวนอี๋แล้วหันไปแยกใส่เพื่อนซี้แทน ก็เพราะว่านั่นเป็นคำตอบที่ถูกน่ะสิ!


เอาอย่างนี้ซวนอี๋ เรามาแลกเปลี่ยนกัน ไม่ว่าคำทำนายนั้นคืออะไรแต่ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ใช่พวกฉันแน่ที่จะฆ่าคุณ และพวกฉันก็จะปกป้องคุณถ้าคุณหาสมุดบันทึกนั่นมาให้พวกเรามาดามคนสวยไม่ได้สนใจเด็กๆที่กำลังทะเลาะกัน เธอยังคงสงบนิ่งเหมือนผืนน้ำเย็นเฉียบยามที่ต้องจริงจัง เธอมีความรู้สึกว่านี่ต้องไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ความบังเอิญที่พาพวกเธอมาเจอกับซวนอี๋เหมือนถูกเส้นด้ายแห่งโชคชะตากำหนดไว้เพื่อให้เผชิญกับใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ปลายเส้นด้ายนั่น หากใครที่ว่าเป็นคนๆเดียวกับที่ทำให้เธอและมิกิมีอาการเหมือนก่อนหน้านี้ได้ เธอก็เชื่อว่าบางทีเขาอาจจะสามารถเผาเส้นด้ายนี้ให้เป็นจุลได้เช่นกัน


ฉันจะมั่นใจได้ยังไง เท่าที่ฉันได้ยินมาพวกแวมไพร์ก็มีสัจจะไม่ต่างจากโจรดูเหมือนว่านิสัยหวาดระแวงของซวนอี๋จะยังคงทำหน้าที่ได้ดี เขายังคงไม่ไว้ใจยิ่งกับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ก็ยิ่งไม่น่าไว้ใจ จะให้เขาทำใจเชื่อได้ยังไงว่าเขาจะไม่ถูกกัดคอขาด ในเมื่อไอ้เจ้าตาฟ้านี่ยังขู่เขาฟ่อๆอยู่เลย ไหนจะหน้านิ่งๆของมิกิอีกอย่างกับจะแช่แข็งเขาอยู่ทุกวินาที


งั้นก็แปลว่าคุณคิดว่าโบนาจะฆ่าคุณงั้นสินะคะคุณหมอคนสวยมองไปยังโบนาแล้วยกยิ้มที่มุมปาก ในฐานะที่เธอเป็นแวมไพร์ที่เคยเจ็บหนักจากความรกมาก่อน เธอมองออกว่าซวนอี๋รู้สึกยังไงกับโบนา เพราะแม้จะรู้ว่าโบนาเป็นแวมไพร์แต่เขาก็ยังยอมนั่งข้างเจ้าหล่อนโดยไม่ขยับหนี และประโยคนั้นก็ทำเอาโบนาต้องหันไปมองคนข้างกาย น่าแปลกที่เธอกำลังลุ้นว่าเขาจะตอบออกมาว่ายังไง


ฉันจะลองหาดูแล้วกัน  แต่รู้ไว้เลยนะว่าฉันไม่ยอมให้พวกคุณทำอะไรฉันได้ง่ายๆหรอกซวนอี๋เลี่ยงคำตอบนั้นด้วยการจำยอมพร้อมกับถือมีดขึ้นมาเป็นสิ่งยืนยันว่าเขาไม่ใช่มนุษย์อ่อนแอ เขาไม่ควรรู้สึกอะไรกับโบนาและยิ่งเจ้าหล่อนไม่ใช่มนุษย์ เขาก็ยิ่งไม่ควรซึ่งนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เขากำลังหนักใจว่าจะบอกลูดายังไง เพราะเขาคิดว่าลูดาเองก็ควรจะรีบตัดใจจากโบนาเช่นกัน มันอันตรายเกินไป


เอาล่ะ ทีนี้ก็เรื่องเธอ โบนา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ซอลอาพยักหน้าพอใจในคำตอบของซวนอี๋ก่อนจะเปลี่ยนจำเลยเป็นโบนา ใจจริงเธออยากจะรู้เรื่องสมุดบันทึกนั่นไม่ต่างไปจากเอ็กซี่ แต่ก็ไม่ลืมว่ายังมีอีกเรื่องที่ยังต้องสะสาง


เอาจริงๆเลยนะ ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ฉันรู้แค่ว่าฉันไปที่หอสมุดแล้วก็หลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในป่าแล้ว ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าฆ่าผู้หญิงคนนั้นรึเปล่าโบนาถอนหายใจเมื่อต้องพูดถึงเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้น หลังจากที่กินข้าวกับลูดาแล้ว เธอก็เดินไปยังหอสมุดตามที่ตั้งใจไว้จากนั้นก็หลับไป เธอเข้าใจว่าเธอคงเพลียจากการอยู่กลางแสงจ้านานเกินเพราะรู้สึกหมดแรง ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นแบบนั้นแล้ว เธอยังคิดเลยว่าเธออาจจะฝันไปด้วยซ้ำ


ถ้าให้ฉันเดา ใครบางคนกำลังจงใจทำให้โบนาตกเป็นจำเลยของทั้งฝั่งมนุษย์และแวมไพร์ มันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าซวนอี๋เพราะรู้ว่าพวกสภาแวมไพร์กำลังจะมา ถ้าซวนอี๋หนีไปได้แล้วนำเรื่องเรื่องพวกนี้ไปพูดย้ำข่าวลือพวกมนุษย์ก็จะยิ่งสงสัย ในขณะที่สภาแวมไพร์ก็ยิ่งกดดันพวกเขาจะไม่ลังเลที่จะกำจัดโบนาอีกในเมื่อภาพต่างๆมันฟ้องออกมาชัดเจนแล้วแมคคาเลนพูดสรุปเหตุการณ์อย่างคร่าวๆตามที่เขาคิดซึ่งความคิดนี้ก็ไม่ต่างจากคนเป็นพี่สาวหรือคนรักเลย ถ้าหากว่าตอนที่ตื่นมาโบนาไม่ส่งกระแสจิตมาขอความช่วยเหลือจากเอ็กซี่เรื่องราวมันก็อาจจะเป็นไปตามที่เขาพูด


และยิ่งไปกว่านั้นก็คือมันอาจจะเป็นการจุดฉนวนสงครามระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์


ทำไมต้องเป็นฉัน ฉันไม่ได้ไปทำอะไรให้ใครเสียหน่อยโบนาพูดออกมาอย่างไม่เข้าใจ เธอยังอ่อนหัดเกินไปในโลกของแวมไพร์ถึงได้พยายามอยู่เงียบๆเสมอมา เธอถูกอึนซอหลอกใช้ก่อสงครามมาแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้ก็ยังมีคนมาใส่ร้ายอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ มันไม่เกินไปหน่อยรึยังไงกัน ตอนนี้เธอว่าเธอคิดผิดมหันต์แล้วที่ยอมถูกเปลี่ยน


ใครกันนะที่ทำซวนอี๋ก็อดเห็นใจโบนาไปด้วยไม่ได้ เขาอยากจะยื่นมือไปกอมกุมมือเธอไว้แต่ก็ไม่กล้า


คนที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างแวมไพร์กับมนุษย์ เหมือนอย่างฉันเอ็กซี่พูดขึ้นอย่างเหม่อลอย ถ้าใครซักคนจะได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้มันก็ต้องไม่ใช่ทั้งแวมไพร์แล้วก็มนุษย์  สิ่งก้ำกึ่งแบบพวกเขาถือเป็นตัวอันตราย เอ็กซี่เคยรู้สึกโล่งใจที่ว่าคนแบบเขาอาจจะไม่มีอยู่อีกแล้วแต่ตอนนี้มันกับตรงกันข้าม เขาเริ่มกลัวว่าจะต้องสูญเสียใครไปเหมือนที่เคยเกือบสูญเสียทั้งโบนาแล้วก็ซอลอา


ถ้าสิ่งที่ฉันรับรู้ได้ในวันนี้คือเขา ฉันคิดว่าเขาไม่เหมือนกับเอ็กซี่ พลังจิตรุนแรงนั่นฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลย และยิ่งเขาซ่อนอยู่ในเงามืดด้วยแล้ว เรายิ่งต้องระวังตัว แต่นี่ก็น่าระวังด้วยเหมือนกันแวมไพร์สาวผู้อาวุโสที่สุดชูมือถือขึ้นพลางถอนหายใจ เมื่อสายที่โทรมาก็คือพวกสภาแวมไพร์ แน่นอนว่าพวกเขามาคงไม่ได้โทรมาชวนเธอไปจิบไวน์เป็นแน่ เธอเลยจำใจหยุดพักเรื่องบุคคลลึกลับนั่นไปก่อนแล้วเตรียมคำพูดจาดีๆเพื่อที่จะได้ไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาให้ต้องปวดหัวเพิ่ม


ดูท่าท่านเซียร์น่าต้องรับศึกหนักเลยทีเดียวมิกิมองตามร่างพี่สาวที่หายเข้าไปในห้องนอนอย่างเห็นใจ เพราะซอลอาต้องคอยรับศึกสองด้านเลย เพื่อลดผลกระทบที่จะมาถึงพวกเขา


พวกเธอไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน ฉันจะไปดูแลออนนี่เอ็กซี่เองก็สีหน้าไม่ค่อยดีนักเมื่อเห็นคนรักต้องเหนื่อย มันเหมือนกับว่าเขาเป็นคนหาเรื่องมาให้เจ้าหล่อน แต่จะให้ถอนตัวในตอนนี้ก็เหมือนจะไม่ทันแล้ว เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของโบนาแต่มันยังมีชื่อของเขาเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย ซ้ำคำทำนายในสมุดบันทึกก็ดูท่าจะยังไม่จบเพียงแค่นั้น

 

 


โบนาเดินออกมาส่งซวนอี๋ที่ตกลงกันไว้ว่าจะมาส่งกันเพียงแค่ครึ่งทาง เนื่องจากซวนอี๋เอาแต่ปฏิเสธส่วนโบนาก็ไม่ยอมจะไปส่งให้ได้เพราะมันดึกมากแล้ว ส่งผลให้ทั้งคู่เลยได้แค่เดินห่างกันเงียบๆไปตามทางอยู่แบบนี้ ความอึดอัดจึงค่อยๆก่อตัวขึ้นมาโดยที่ทราบสาเหตุดี


คุณคงตกใจโบนาเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนาขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองอีกฝ่าย ทั้งสองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค๊ท ดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีนิลจดจ้องแต่ทางเท้าข้างหน้า


ถ้าพูดว่าไม่ตกใจก็คงดูแปลกซวนอี๋ยอมรับออกมาโดยตรง ริมฝีปากสวยยิ้มออกมาน้อยๆราวกับกำลังพยายามคิดว่ามันคือเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง มนุษย์ที่ทำทีเป็นเก่งทั้งๆที่อยู่กลางแวมไพร์ทั้งฝูง แต่เพราะมีโบนาเขาถึงได้อุ่นใจอยู่บ้างแม้ว่าภาพดวงตาสีแดงฉานและเขี้ยวคมเปื้อนเลือดนั่นจะยังติดตาอยู่ก็ตาม


แต่คุณดูเหมือนไม่กลัวเลยนะ


ก็แค่...ดูเหมือนคำพูดของซวนอี๋ทำให้ทั้งคู่หลุดยิ้มออกมา


ทีนี้ก็รู้แล้วใช่มั้ยคะว่าแวมไพร์ยังไม่สูญพันธุ์


นั่นสินะ ฉันก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่ากำลังคุยอยู่กับแวมไพร์ตัวเป็นๆอยู่


แต่พวกเราไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอกนะ อย่างเอ็กซี่เห็นแบบนั้นแต่ก็ฆ่าใครไม่ได้หรอก ถ้าไม่ไปแตะของรักของหวงของเจ้านั่นน่ะร่างบางพูดยิ้มๆเพื่อให้บรรยากาศอึดอัดดูคลายลงไป อย่างน้อยเธอก็อยากให้ซวนอี๋เข้าใจว่าพวกเธอไม่ได้น่ากลัวและคงไม่ใช่คนที่จะฆ่าเขาตามที่เขาคิดก่อนหน้านี้ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นเธอก็ไม่อยากจะคิดว่าถ้าซวนอี๋ได้เห็นภาพตอนเอ็กซี่โมโหจนกุดคอแวมไพร์ทั้งฝูงนั้นเขาจะเชื่อเธอลงมั้ย


เหมือนคนชื่อมิกินั่นน่ะเหรอคนฟังนึกไปถึงมิกิอีกคนในตอนที่เขาจับตัวซองโซเป็นตัวประกัน ตอนนั้นเขาเหมือนถูกมิกิฆ่าให้ตายไปแล้วด้วยสายตา จึงไม่อยากจะคิดว่าคนที่เขาดึงมาเป็นซอลอาเขาคงไม่ได้มาเดินคุยกับโบนาอยู่ตรงนี้เพราะอย่างน้อยมิกิก็ยังดูใจเย็นมากกว่าเอ็กซี่  รายนั้นพุ่งเข้าใส่ก่อนจะพูดเสียอีกแต่ต่อให้เป็นซอลอาที่อยู่ใกล้มือเขาก็คงไม่กล้าจับเจ้าหล่อนหรอกรายนี้แค่ยืนนิ่งๆก็น่ากลัวแล้ว


นั่นก็ใช่อีก สองคนนี้เหมือนน้ำกับไฟทางที่ดีอย่าไปแตะต้องหัวใจพวกนั้นเลยจะดีกว่า


แล้วคุณเป็นแวมไพร์มาตั้งแต่เกิดเลยเหรอ" ทั้งคู่เงียบไปซักพักเมื่อหมดประเด็นนั้น ก่อนที่ซวนอี๋จะเริ่มประเด็นใหม่ ด้วยไม่อยากให้ความเงียบกลับเข้ามาทำให้รู้สึกหายใจไม่ออกอีก


ไม่หรอก ฉันพึ่งเป็นได้ไม่นาน


“หือ มีแบบนี้ด้วยเหรอร่างโปร่งทำหน้าคิดอย่างสงสัย เขาไม่ค่อยจะเข้าใจหรอกว่าพวกแวมไพร์เกิดขึ้นมาจากอะไรบ้าง ถ้าพึ่งเป็นแล้วมันจะหายได้เหมือนคนป่วยหรือเปล่า


อื้ม ฉันก็แค่พวกปลายแถวที่ถูกพวกเลือดบริสุทธิ์เปลี่ยนแววตาโบนาดูอ่อนลง เธอก้มลงมองปลายเท้าตัวเองที่เลือกเดินผิดทางด้วยความโง่เง่าในอดีต


ฉันขอเดาว่ามันคงไม่ใช่เรื่องที่อยากจะถึงเท่าไหร่ซวนอี๋จับอาการนั้นได้ มองดูก็รู้ว่าสิ่งโบนาเคยเจอคงไม่ใช่เรื่องงดงามมากนักในความทรงจำของเจ้าหล่อน เขาจึงไม่คิดถามไปมากกว่านั้น


อืม มันค่อนข้างเป็นความทรงจำที่ดีน่ะหล่อนเงยหน้าขึ้นพูดประชด ประกายตาสีนิลดูมีความขี้เล่นอยู่ในนั้น การที่ได้อยู่กับซวนอี๋ทำให้โบนารู้สึกว่าเธอได้กลับไปเป็นคิม โบนา เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง


ฉันไม่รู้จะพูดยังไงแต่ ...คุณต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้แน่นอน โบนาซวนอี๋หยุดฝีเท้าลง เขาหันมาพูดกับโบนาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น พร้อมกับยกมือขึ้นลูบเรือนผมสั้นอย่างลืมตัวว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์ เขาเพียงแค่อยากปลอบใจและอยากให้กำลังใจเจ้าหล่อน 


ฉัน...ขอจับมือคุณหน่อยได้มั้ยจู่ๆหัวใจร่างบางก็สั่นไหวจนขอบตาร้อนผ่าว นานแล้วที่ไม่มีใครปลอบใจเธอแบบนี้ เธอรู้สึกว่ามันช่างแสนนานกับการทำตัวเป็นคนเข้มแข็ง ไม่เคยมีใครได้รู้ว่าเธอโหยหาความอบอุ่นมากแค่ไหน เธอเลยอยากสัมผัสมันอีกซักครั้ง ซวนอี๋ไม่ตอบแต่กลับเลื่อนมือไปกอบกุมมือบางของเจ้าหล่อนเอาไว้ส่งผ่านไออุ่นไปให้มือนุ่มที่เย็นเฉียบ 


อุ่นอย่างที่คิดไว้เลย”แวมไพร์สาวก้มลงมองมือติดหยาบเล็กๆเพราะทำงานหนักของเขาแต่มันก็อุ่นมากจนทำให้เธอน้ำตาซึม ทำให้อีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะดึงเจ้าหล่อนมากอดเอาไว้ให้ไออุ่นที่มากกว่าเดิม


แต่คุณไม่เหมือนที่ฉันคิดเอาไว้เลยนะ เพราะคุณเป็นแวมไพร์ที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ฉันเคยจินตนาการ

 

 


 

เช้าวันนี้ ซวนอี๋ลุกขึ้นมาเตรียมอาหารแต่เช้าเหมือนทุกวัน เขาตั้งใจว่าจะรีบทำงานจะได้มีเวลาไปค้นหาสมุดบันทึกนั่นที่ก็จำไม่ได้แล้วว่าไปเก็บไว้ตรงไหน เขาไม่รู้ว่าจะช่วยโบนายังไงที่ทำให้ได้คงมีเพียงแค่นี้ พอคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืน ซวนอี๋อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าเขาชอบแวมไพร์ตนนั้นมากขนาดไหนแต่ยิ่งรู้สึกก็ยิ่งรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขาทำได้แค่กอดเธอไว้แล้วก็ปล่อยเธอไปในที่สุด


ร่างโปร่งเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงที่ยังมีร่างเล็กของน้องสาวนอนหลับปุ๋ยอยู่เพื่อที่จะปลุกให้ไปอาบน้ำ ทานข้าว แต่ยิ่งมองไปที่ลูดาเขาก็ยิ่งลำบากใจ จะบอกน้องว่าโบนาเป็นแวมไพร์ก็ไม่ได้ บอกให้น้องเลิกชอบก็ไม่ได้อีกเพราะลูดาอาจจะคิดว่าเขาแย่งคนที่ตัวเองชอบไป ระหว่างโบนากับลูดา ยังไงเขาก็ต้องเลือกลูดาอยู่แล้ว เขาไม่อยากให้น้องเกลียดเขา


ลูดา  ตื่นได้แล้วนะคนพี่ตัดสินใจยื่นมือไปลูบใบหน้าใสเบาๆเพื่อเรียกให้ตื่น


อือ ตื่นแล้วค่ะปากบอกว่าตื่นแล้วแต่เจ้าหล่อนก็ยังพลิกตัวหนีไปอีกฝั่ง ทำให้คนปลุกได้แต่ส่ายหน้าอย่างยิ้มๆ


นี่เรียกว่าตื่นเหรอ ฮึ ตื่นเร็ว ไปอาบน้ำ วันนี้พี่ทำของโปรดเราไว้ให้ด้วยนะ


อีกแป๊บเดียวนะคนน้องยังคงดื้อเพราะเมื่อคืนรออีกฝ่ายค่อนข้างดึก


แป๊บเดียวใช่มั้ย ได้พูดจบซวนอี๋ก็จัดการนั่งลงข้างเตียงแล้วใช้มือจี้ที่เอวของน้องสาวทันที


กรี๊ดด พี่ซวนอี๋ ไม่เอา ฮ่าๆคนถูกจี้ดิ้นพล่านเหมือนโดนไฟลน เธอดิ้นขลุกขลักอยู่บนเตียง ทั้งกรี๊ดทั้งหัวเราะไปด้วยทั้งที่ไม่อยากจะหัวเราะเลยซักนิด อาการง่วงจึงพลอยหายไปในพริบตา แต่พอลืมตาขึ้นมาหัวใจของเธอก็เต้นตึกตักอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อได้เห็นใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกว้างของพี่สาวที่ก้มลงมาหา


ฉ ฉันตื่นแล้วเธอหยุดดิ้นทันที แล้วรีบลุกขึ้นซ่อนอาการหน้าแดงของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันมานานแค่ไหนเธอก้ไม่เคยชินเสียที ที่สำคัญเธอจะให้ซวนอี๋รู้ไม่ได้ว่าเธอคิดกับเขาเกินกว่าพี่สาวไปไกลขนาดไหน มันจึงเป็นความทรมานอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจ


พูดง่ายๆแบบนี้สิ รีบไปอาบน้ำนะคนที่ไม่รู้ตัวทำเพียงแค่จับศีรษะมนสั่นเบาๆแล้วลุกออกไปข้างนอก ทิ้งให้ลูดาได้แต่นั่งมองตามหลังเขาไป ด้วยแววตาที่เจือปนไปด้วยความรักและความเจ็บปวดในแบบที่เขาไม่มีทางได้เห็น


ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ไป บอกให้ปล่อยไงเล่า!”จู่ๆเสียงเสียงเอะอะของซวนอี๋ที่ดังมาจากข้างนอก เรียกให้ลูดาหลุดออกมาจากความคิดตัวเอง เธอรีบลุกพรวดไปออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น  และสิ่งที่เห็นคือผู้ชายร่างใหญ่สองคนกำลังหิ้วแขนซวนอี๋แล้วพยายามลากออกไปข้างนอก


ปล่อยพี่ฉันเดี๋ยวนี้นะ!! จับเขาทำไม!”ไม่รอช้า ร่างเล็กรีบเข้าไปฟาดมือใส่แขนแข็งแรงนั่นเพื่อให้เขายอมปล่อยซวนอี๋


โอ้ยย!!”แต่ก็ถูกสะบัดจนล้มลง


ลูดา!!”


นายของฉันแค่อยากคุยด้วย แต่ถ้าไม่ยอมไป ฉันไม่รับประกันว่าเด็กนี่จะปลอดภัยนะชายร่างใหญ่พูดขู่ทำให้ซวนอี๋ต้องยอมอยู่นิ่งๆ เขาไม่รู้เลยว่าคนพวกนี้ต้องการอะไรจากเขากันแน่ ถ้าให้เดาน่าจะเป็นพ่อของผู้ชายที่ทำร้ายลูดา


ลูดา อยู่ที่นี่รอพี่นะ พี่จะกลับมาร่างโปร่งมองน้องด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ


ไม่ ไม่ได้นะ ฉันไม่ให้พี่ไป โอ้ย!”ลูดาพยายามลุกขึ้นไปขวางอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ยังไงก็ไม่สามารถสู้แรงผู้ชายได้ เพียงแค่พวกเขาสะบัดแขนนิดเดียว ตัวเธอก็กระเด็นจนศีรษะไปกระแทกขอบโต๊ะ เลือดสีสดค่อยๆไหลซึมออกมา และราวกับว่ามันไหลเข้าไปในดวงตาที่เริ่มแข็งกร้าวคู่นั้นได้เพราะนัยน์ตาของเธอค่อยๆเปลี่ยนจากสีน้ำตาอ่อนกลายเป็นสีเลือดไม่ต่างกัน 


ฉันบอกให้ปล่อย

 

 

 อบอุ่นยิ่งกว่าแดดประเทศไทยก็อู๋ ซวนอี๋นี่แหละค่ะ ไม่แปกใจที่จะถูกแย่ง

แต่ก็นะถ้ารู้ว่าเป็นคู่แบบนี้แล้วต้องมีคนเลิกอ่านแน่เลย อย่าพึ่งด่วนตัดสินใจไปเลยนะคะ

ไม่แน่อาจจะไม่มีใครคู่ใครเลยก็ได้ อ่าว เลิกอ่านยิงกว่าเดิมอีก 555

อยู่ด้วยกันก่อนเน้อ อย่าพึ่งไปไหนถ้าชอบความตื่นเต้น แล้วเจอกันค้าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #58 WS212 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 14:21

    อย่าบอกนะว่าเป็นลูดา

    รู้สึกตะหงิดใจนิดๆ

    #58
    0
  2. #36 chubakie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:20
    ลูดา? แต่ตาแดง ให้เดาน่าจะมีแวมไพร์แบบเอ็กซี่อยู่อีกคนแต่ไม่ใช่เป็นแบบเอ็กซี่ หรือไงอ่ะ ลูดารู้ตัวเองไหม คงต้องรู้ก่อนว่าลูดามาอยู่กับซอนยีได้ยังไง เอ้อลุงของซอนยีเป็นนักล่าไรแบบนี้หรือเปล่า สองคนนี้ไม่ได้เป็นพี่น้องแท้ๆมะ แต่บั่บโบซวนอบอุ่น นี้มันสิ่งที่โบนาคู่ควร5555555 อาจมีการสูญเสียเกิดขึ้นอีก อันตรายอาจอยู่ใกล้มากกว่าที่เราคิด5555555 จะบ้า
    #36
    0
  3. #26 fasaiwrpc (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:41
    ลูดาเป็นเลือดคำสาปป่ะเนี่ยยยยยตัวเล็กกก
    #26
    0
  4. #25 bbyn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:21
    ซวนโบบบบบบบบบ คู่นี้ที่รอคอยเป็นคู่ที่แรร์จริงๆฟิคแทบไม่มีเลย กราบขอบคุณไรท์ค่ะ555 แต่ไม่แน่เรื่องอาจจะพลิกวางใจกับเรื่องนี้ไม่ได้เลยจริงๆ ไม่หนีไปไหนแน่นอนเนื้อเรื่องน่าลุ้นมากๆ วางคาแรคเตอร์ซวนอี๋น่าสนใจมาก แตกต่างกับตัวจริงอย่างสิ้นเชิง เพราะตัวจริงนั้นสติหายไปแล้ว55555 รอติดตามนะคะไรท์
    #25
    0
  5. #24 LoveToon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:06
    ซอนอี๋เราก็อบอุ่นให้กับทุกคนเลย แต่จะเกิดอะไรกับลูดานะ
    #24
    0
  6. #23 ทาสอูจู (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:26
    ไรท์ต้องบอกว่าอบอุ่นน้อยกว่าแดดประเทศไทยนะ 5555 ใครว่าจะเลิกอ่านกัน ซวนโบเป็นอะไรที่หาอ่านยากพอๆกับเอ็กซอลเลย 5555 ปกติเจอแต่โบลู ซอลบินงี้อ่ะ ไม่นี้ไปแน่นอนครับ
    #23
    0
  7. #22 ALERT__ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:46
    ซวนโบ เรือดำน้ำของเรา อยากจิกราบไรท์ถ้าเป็นคู่นี้😂
    #22
    0
  8. #21 ตะซอลูกรัก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:56
    ติดตามอยู่นะค้าบบบ สู้ๆฮะ ✌🏻
    #21
    0