[Short fic] Curse Of Blood 2 [Bona,Xuanyi,Luda] fet.Exseol,Meixiao

ตอนที่ 5 : Behind the fog

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    3 ก.พ. 61





ซวนอี๋ค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดสลัว เขาค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งก่อนจะเอื้อมไปจับท้ายทอยที่รู้สึกเจ็บนิดๆฉันอยู่ที่ไหน นั่นคือความคิดเพียงอย่างเดียวที่แล่นเข้ามาในหัวที่ยังรู้สึกมึนงง ร่างสูงสะบัดศีรษะเบาๆแล้วมองไปรอบๆพร้อมกับพยายามนึกย้อนไปว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เขามานอนอยู่กลางป่าแบบนี้


 เหตุการณ์ล่าสุดที่พอจะจำได้คือเขากำลังจะไปรับลูดาที่มหาลัยแล้วจะไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจต่อจากนั้น แต่พอเดินมาเกือบจะถึงเขากลับเห็นร่างใครคนหนึ่งที่คุ้นตาเสียก่อน หล่อนสวมหมวกใบเดียวกับวันแรกที่เราได้เจอกัน หมวกนั้นคือหมวกของคิม โบนา เขาจำได้ดี แต่พอมองทิศทางที่หล่อนเดินไปทางด้านหลังมหาลัยแล้วเขาก็เลยนึกสงสัยจึงตามไป แต่คลาดสายตาไปไม่เท่าไหร่เขาก็รู้สึกแรงที่ทุบลงมายังท้ายทอยของเขาจนสติดับวูบไป


ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนแล้วล้วงเอามือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตมาเปิดดู เพราะไม่รู้ว่าลูดาจะเป็นห่วงหรือพยายามติดต่อเขาอยู่รึเปล่าแต่ก็พบว่ามันเปิดไม่ติดอาจจะเป็นเพราะว่ามันไม่มีแบตเหลืออยู่แล้วเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่านอนอยู่ตรงนี้มานานเท่าไหร่


อ่า มาหมดทำไมตอนนี้นะเขาจับมันยัดกลับที่เดิมอย่างหัวเสียเล็กน้อยก่อนจะมองดูรอบๆอีกครั้ง  แล้วความกลัวก็เริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจเมื่อรอบด้านมีเพียงต้นไม้สูงใหญ่และเงียบสงัดเงียบจนได้ยินเสียงร้องของนกฮูกได้ชัดเจน แม้จะมีพระจันทร์ดวงใหญ่คอยให้แสงแต่เงาของต้นไม้ที่เอนไปมาเบาๆตามกระแสลมก็ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าขนลุกเข้าไปใหญ่


ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกน่าซวนอี๋พยายามข่มความกลัวของตัวเองเอาไว้เพื่อที่จะได้หาทางออกไปจากที่นี่ เขาค่อนข้างแน่ใจว่ามันคงเป็นด้านหลังมหาวิทยาลัยที่ลูดาเรียนอยู่แต่ที่กังวลตอนนี้ก็คือเขาไม่รู้ทิศทาง รอบข้างเหมือนกันแทบทั้งหมด

 

กรี๊ดดด!!

 

แต่จู่ๆเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นให้ซวนอี๋ต้องหันขวับไปตามที่มาของเสียง หากจะให้คาดเดาเขาคิดว่าคงอยู่ไม่ห่างจากที่นี่มากนัก ร่างโปร่งยืนคิดอยู่ชั่วครู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นและใครที่มาส่งเสียงร้องในป่าเวลาแบบนี้


โบนา แต่พอคิดไปถึงคนที่เดินตามมาเมื่อตอนเย็นแล้ว เขาก็รีบวิ่งไปตามเสียงนั้นทันที

 

โบนา นั่นคุณรึเปล่า โบนา!”ซวนอี๋เดินลึกเข้าไปในป่ามากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เขาเพียงแต่ตะโกนเรียกชื่อสาวเจ้าด้วยความเป็นห่วงแม้จะยังไม่รู้ว่านั่นใช่โบนาหรือไม่ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไหร่ก็เริ่มมีหมอกขึ้นปกคลุมจางๆบวกกับอากาศที่เริ่มเย็นขึ้น แสงสว่างจากดวงจันทร์ที่สว่างเต็มดวงในคืนนี้เริ่มไม่ช่วยอะไร ซวนอี๋หรี่ตามองภาพข้างหน้าอีกครั้งเมื่อด้านหลังกลุ่มหมอกนั่นเขาเห็นเงาคล้ายคนเคลื่อนไหวอยู่


อย่าเข้ามาเสียงเตือนดังมาจากด้านหลังกลุ่มหมอก ให้สองเท้าของซวนอี๋ต้องชะงัก


โบนา คุณใช่มั้ย คุณเป็นอะไรรึเปล่า


หนีไป ซวนอี๋ หนีไปเสียงของเจ้าหล่อนดูสั่นเครือ ยิ่งทำให้ซวนอี๋ยิ่งเป็นกังวล เขาไม่ได้ฟังคำเตือนนั่นซ้ำยังเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น และจู่ๆสายลมเย็นจัดก็พัดผ่านเข้ามาทำให้ม่านหมอกเริ่มจางลง ภาพของโบนาค่อยๆปรากฏแจ่มชัดขึ้นในสายตาของซวนอี๋แต่มันกลับเป็นภาพที่เขาแทบไม่เคยจินตาการถึง 


 เฮือก!! บ โบนา คุณเขาตกใจจนล้มไปนั่งกับพื้นแล้วถอยตัวออกอย่างหวาดกลัว สิ่งที่เขาเห็นคือโบนาจริงๆแต่ก็เหมือนไม่ใช่โบนาเพราะเขี้ยวที่งอกยาวออกมาบวกกับดวงตาสีแดงฉานนั่น ไหนจะเลือดที่เปื้อนตามเนื้อตัวเจ้าหล่อน ยิ่งไปกว่านั้นคือข้างๆหล่อนยังมีผู้หญิงอีกคนนอนแน่นิ่งอยู่สภาพศพเหมือนกับศพของนักศึกษาที่เขาเจอตรงตึกร้างไม่มีผิด


ฉันบอกให้หนีไป!”โบนากัดฟันพูด เธอหลับตาลงแน่นสองแขนกอดตัวเองเอาไว้และบีบแขนจนเล็บแทบยาวจะจิกเข้าไปในเนื้อ เธอกำลังต่อสู้กับความกระหายของตัวเองเลือดมนุษย์สดๆที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าดื่มไปตอนไหนกำลังทำให้เธอคลั่ง การที่ต้องตื่นขึ้นมาแล้วเจอตัวเองในสภาพนี้มันก็น่าตกใจพอแล้ว เธอไม่คิดว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือการได้เห็นซวนอี๋อยู่ที่นี่ และต้องมาเห็นเธอในสภาพแบบนี้


โบนา ค คุณ คุณเป็นแวมไพร์อย่างนั้นเหรอร่างโปร่งยังคงมองคนตรงหน้าด้วยความตกตะลึง  และเสียใจอยู่ลึกๆเพราะเท่ากับว่าสิ่งที่คนอื่นพูดว่าเจ้าหล่อนคือแวมไพร์เป็นเรื่องจริง ทั้งๆที่เขาเชื่ออย่างสนิทใจไปแล้วว่าหล่อนคือมนุษย์ธรรมดา คือผู้หญิงจิตใจดีคนหนึ่งที่คงไม่มีวันฆ่าใครได้ลง


อย่าพึ่งถามอะไร แค่ออกไปให้ห่างจากฉัน ได้โปรดดวงตาสีเลือดเริ่มมีหยาดน้ำใสเอ่อคลอเมื่อได้เห็นท่าทางหวาดกลัวจากซวนอี๋ เธอไม่รู้ว่าทำไมต้องเสียใจพอๆกับที่ไม่รู้ว่าจะสามารถห้ามตัวเองไว้ได้นานอีกแค่ไหน ยิ่งหัวใจซวนอี๋เต้นแรงด้วยความหวาดกลัวมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งได้ยินเสียงเต้นของหลอดเลือดบริเวณลำคอของเขาชัดเจนยิ่งขึ้น ชัดจนอยากจะรู้เหลือเกินว่าของเหลวที่ไหลเวียนอยู่นั่นจะมีรสหวานซักแค่ไหน  ใจเธออยากจะวิ่งหนีไปแต่ร่างกายเธอกลับสั่งให้พุ่งเข้าไปหาเขา  มันจึงทำให้เธอยังคงยืนตัวสั่นอยู่แบบนี้


 แต่ว่าคุณ...ซวนอี๋เองก็ไม่รู้จะทำยังไงเช่นกันสองความคิดกำลังแตกแยกไม่ต่างจากโบนา ใจหนึ่งอยากจะหนีไปตามที่เธอบอกแต่พอเห็นท่าทางทรมานของโบนาและคำพูดที่หล่อนดูเหมือนจะกำลังเป็นห่วงเขาแล้ว ความกลัวในใจของซวนอี๋ก็เริ่มลดน้อยลงและแปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใย เขาค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับเจ้าหล่อน


 ฟึ่บ!


บอกให้หนีไป ทำไมไม่ฟังแต่ยังไม่ทันลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพียงพริบตาโบนาก็พุ่งเข้ามาบีบคอเขาแล้วยกให้เขาลุกขึ้นมาจ้องตากับเธอ ดวงตาแดงฉานตอนนี้ดูแข็งกร้าว น้ำเสียงถูกกดต่ำเหมือนคนหมดแล้วซึ่งความอดทน โบนากำลังถูกปีศาจในร่างกลืนกิน


เพราะฉันเชื่อคุณ โบนา คุณจะไม่ทำแบบนั้น  กับฉันร่างโปร่งจ้องอีกคนกลับด้วยสายตาเชื่อมั่นต่างจากสองมือที่บีบเข้าหากันแน่น  แม้จะผิดหวังหรือหวาดกลัวมากเพียงใดแต่บางสิ่งทำให้เขาเชื่อว่าโบนาไม่ใช่ปีศาจที่เลวร้าย ไม่เช่นนั้นหล่อนคงกระโจนใส่เขาตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ว่าเขามา


โบนามีแววตาที่อ่อนลงหลังจากได้เห็นแววตาเชื่อมั่นจากคนตรงหน้า แต่ยังไม่ทันไรก็มีร่างของใครบางคนพุ่งเข้าใส่เจ้าหล่อนอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นแค่เงาลางๆแล้วหายเข้าไปในความมืดทั้งคู่


ฟึ่บ!


ตุบ!!


เป็นอะไรรึเปล่าคุณร่างระหงส์ของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าซวนอี๋ต่อจากนั้น ร่างโปร่งผงะออกไปเล็กน้อยเมื่อเห็นดวงตาสีอำพันนั่น เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าที่นี่มีแวมไพร์อยู่มากกว่าที่เขาคิดเพราะนอกจากผู้หญิงคนนี้แล้วก็ยังมีอีกสองคนที่ตามมาด้วย


ฉ ฉันไม่เป็นอะไรเขาตอบอย่างกล้าๆกลัวๆ


ฝีมือโบนาจริงๆอย่างนั้นเหรอมิกิพูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังศพของหญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้น ภพที่เห็นทำให้ความสงสัยในตัวโบนากลับเข้ามาในใจของพวกเขาอีกครั้ง


ไม่น่าจะใช่นะ ดูรอยแผลนี่สิเหมือนกับศพสองคนนั้นเลยคุณหมอแวมไพร์สันนิฐานหลังจากตรวจดูบริเวณลำคอของศพแล้ว


พวกคุณเป็นใครกันซวนอี๋อดถามขึ้นมาไม่ได้ อย่างน้อยคนพวกนี้ก็น่าจะบอกให้เขารู้ว่าตัวเองเป็นใคร เผื่อจะได้ลดความหวั่นใจลงไปบ้าง


ฉันควรต้องถามมากกว่าว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเสียงเอ็กซี่ดังขึ้นเขาก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับพยุงร่างของโบนาออกมาด้วยหลังจากจัดการกรีดเลือดป้อนเลือดให้เจ้าหล่อนเพื่อให้เจ้าหล่อนยอมสงบลง ด้วยความที่ถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์แล้วเลือดของเอ็กซี่จึงไม่เป็นพิษกับแวมไพร์ด้วยกันอีกต่อไป ซ้ำยังเป็นยารักษาได้ด้วย แม้โบนาจะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่เลือดมนุษย์ที่เจ้าหล่อนดื่มเข้าไปก็มีผลกับร่างกายไม่น้อยเช่นกัน ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัวสำหรับแวมไพร์แบบพวกเขาแต่ความกระหายที่ไม่สิ้นสุดต่างหากที่น่ากลัว


ฉัน ก็ไม่รู้เหมือนกัน  พอตื่นขึ้นมาฉันก็มาอยู่ในป่านี่แล้ว


มีคนจงใจทำซอลอาสันนิฐาน


วิ้งงง


อ๊ะ!”แต่แล้วร่างบางก็ต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะ เมื่อคลื่นกระแสจิตรุนแรงบางอย่างกำลังกรีดเข้าไปในโสตประสาท ราวกับเสียงแหลมที่บาดหูจนปวดหนึบ ซึ่งอาการก็ไม่ต่างไปจากมิกิ


ออนนี่!”เอ็กซี่เรียกชื่อซอลอาอย่างตกใจเมื่อเห็นอาการของเจ้าหล่อน เขาหันไปมองโบนา ซึ่งโบนาก็พยักหน้าเป็นการบอกให้ปล่อยเธอ ก่อนที่เขาจะเข้าไปพยุงร่างของคนรักเอาไว้แทน


มิกิ! เป็นอะไรไปเช่นเดียวกันกับซองโซที่เข้าไปถามมิกิอย่างห่วงใย


มันอยู่แถวนี้ อ๊า!”ซอลอาบอกก่อนจะทรุดตัวลงไปด้วยความทรมาน เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนพลังของบางสิ่งที่มองไม่เห็นช่างรุนแรง และเธอค่อนข้างมั่นใจว่ามันต้องอยู่แถวนี้


ฝากดูออนนี่ด้วยนะเอ็กซี่หันไปฝากซอลอาไว้กับโบนาที่เริ่มดีขึ้นแล้ว ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวหายไปในความมืดอีกครั้งเพื่อตามหาต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้


เอ็กซี่ อย่าไปซอลอาเอ่ยห้ามแต่ก็ไม่ทัน เธอกลัวว่าเขาอาจจะเป็นอันตรายเพราะไม่รู้เลยว่าสิ่งปริศนานั้นคืออะไรและทำอะไรได้บ้าง เพราะขนาดกับเธอเองยังเจ็บปวดได้โดยที่ฝ่ายนั้นไม่ได้เข้ามาใกล้เลยด้วยซ้ำ แม้จะกำลังสงสัยว่าทำไมมีแค่เธอกับมิกิที่เป็น



 

เอ็กซี่หายเข้ามาอยู่กลางป่าอีกด้านหนึ่ง เขาหยุดยืนอยู่นิ่งๆแล้วหลับตาลงฟังเสียงการเคลื่อนไหว สาบานได้ว่าถ้าเขาจับไอ้เจ้าตัวปัญหานี่ได้ละก็เขาจะซัดให้เดี้ยงเลย


ฟิ้ว!!


หมับ!!


กิ่งไม้แหลมกิ่งหนึ่งพุ่งด้วยความเร็วตรงมายังเอ็กซี่แต่เขาก็รับมันไว้ได้ทันในระยะที่อยู่ตรงหน้าแบบพอดิบพอดี


แน่จริงก็อย่าทำตัวเป็นหมาลอบกัดสิเขาตะโกนท้า ก่อนจะเห็นพุ่มไม้ที่ขยับอยู่ไม่ไกลเอ็กซี่เตรียมตัวจะพุ่งเข้าไปหา หากแต่ เสียงลมตัดผ่านเหมือนการเคลื่อนไหวของแวมไพร์นั่นทำให้เขาจำต้องหยุด


สภาแวมไพร์ร่างสูงรีบกลับไปหาซอลอาทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่ากลุ่มแวมไพร์ที่กำลังมาเป็นใคร หากพวกเขามาเห็นโบนากับศพนั่นแล้วล่ะก็โบนาคงถูกจับตัวไปแน่ๆ ที่แย่ไปกว่านั้นคือซอลอาอาจจะถูกคาดโทษไปด้วยเนื่องจากหล่อนเป็นคนรับปากจะรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยตนเอง

 


เราต้องรีบไป สภาแวมไพร์กำลังมาที่นี่เขากลับมาเตือนทุกคนที่ยังคงรอการกลับมาของเขา ซอลอากับมิกิอาการดีขึ้นเนื่องจากคนกระทำไม่ได้อยู่แถวนี้แล้ว


แล้วซวนอี๋ล่ะโบนาพูดขึ้น ลำพังพวกเธอหนีกันได้ทันอยู่แล้ว แต่ซวนอี๋เป็นมนุษย์ยังไงก็ไม่มีทางทันหากเขาถูกพวกสภาแวมไพร์จับได้ก็คงโดนลากไปสอบสวนเหมือนกันแต่ร้อยเปอร์เซ็นต์คือไม่มีทางรอดกลับมาแน่นอน


หลับตาเอ็กซี่เดินเข้ามาสั่งซวนอี๋


ฮะ!”


อยากตายเหรอ บอกให้หลับตาเขาขู่อีกครั้งเมื่อซวนอี๋ยังคงทำหน้าไม่เข้าใจ  ทำให้มนุษย์เพียงหนึ่งเดียวยอมหลับตาลงแต่โดยดี ไม่นานเขาก็รู้สึกถึงแรงกระชากตรงคอเสื้อและลมเย็นที่เข้ามาปะทะใบหน้าราวกับกำลังนั่งรถไฟเหาะความเร็วสูงจนรู้สึกปั่นป่วนในท้อง พอลืมตาขึ้นมาอีกทีเขาก็ถูกทิ้งลงบนถนนหน้ามหาวิทยาลัยแล้ว


แค่กๆ น นี่ เบาๆหน่อยไม่ได้เหรอเขาไอจนหน้าแดงก่ำเพราะคอเสื้อรอดคอมาตลอดทาง แวมไพร์พวกนี้ทำอย่างกับเขาเป็นตุ๊กตาที่จะหิ้วคอไปทิ้งไว้ตรงไหนก็ได้


นี่เบาสุดแล้วนะ แล้วก็จำเอาไว้เลยว่าวันนี้เธอไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ถ้าเกิดว่าเธอเอาไปป่าวประกาศเหมือนไอ่พวกลูกแหง่นั่นแล้วล่ะก็ เตรียมตัวกลายเป็นศพเหมือนผู้หญิงที่เธอเห็นได้เลยเอ็กซี่เข้ามาขู่ซวนอี๋อีกครั้ง


พอเถอะเอ็กซี่ แค่นี้เขาก็กลัวมากพอแล้วโบนาปรามเพื่อนสนิทเอาไว้ เพราะเพียงแค่นี้ซวนอี๋ก็คงขวัญเสียไปไม่น้อยแล้ว


คุณรีบกลับไปเถอะซวนอี๋ ลูดาคงกำลังเป็นห่วงคุณ และฉันจะขอบคุณมากถ้าคุณลืมเรื่องในวันนี้ไปซะร่างบางหันมาพูดกับซวนอี๋ เธอแทบไม่กล้ามองหน้าเขาโดยตรงเพราะรู้สึกผิดที่เกือบทำร้ายเขา รวมถึงโกหกเขาเอาไว้ด้วย


พวกคุณเป็นแวมไพร์จริงๆสินะซวนอี๋คลายสีหน้าหวาดกลัวลงกลายเป็นใบหน้าเรียบนิ่ง


ก็เห็นแล้วหนิ


งั้นมีดเล่มนี้ก็คงใช้ฆ่าพวกคุณได้ใช่มั้ยเขาดึงเอาซองโซที่ยืนอยู่ใกล้ๆมาใช้แขนล็อคคอเอาไว้พร้อมกับใช้มีดหรือกริซเงินโบราณที่เขาพกติดตัวอยู่เสมอมาจ่อตรงลำคอของเจ้าหล่อน


"ซองโซ!! อย่าคิดที่จะทำอะไรเธอ ไม่งั้นฉันจะฉีกแกเป็นชิ้นๆแน่”มิกิแยกเขี้ยวขู่อย่างโมโหทันทีที่จู่ๆซวนอี๋ก็จับซองโซเอาไว้แบบนั้น


ฉันว่าพวกเรามีเรื่องต้องคุยกัน

 

 


 

ซวนอี๋เดินกลับเข้ามาในบ้านหลังเล็ก สมองเขายังเอาแต่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้  แต่พอเดินมาในห้องเขาก็พบกับลูดาที่นอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะกินข้าว ตรงหน้าของเจ้าหล่อนมีมือถือวางอยู่คิดว่าคงจะรอให้เขาติดต่อกลับไป ร่างโปรงลืมเรื่องที่คิดเอาไว้ไปจนหมดแล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆที่ส่งไปให้เด็กน้อยของเขา มือเรียวส่งไปเกลี่ยแก้มใส ทำให้คนถูกรบกวนเริ่มรู้สึกตัว ลูดาค่อยๆงัวเงียตื่นขึ้นและเพียงแค่เห็นว่าเป็นใครเจ้าหล่อนก็ลุกพรวดขึ้นกอดอีกฝ่ายทันที


พี่คะ! ไปไหนมา ฉันเป็นห่วงแทบแย่


ทำไมไม่เข้าไปนอนในห้องดีๆร่างโปร่งไม่ตอบเขาเพียงแค่ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเหมือนเคย


ก็รอพี่นั่นแหละ ฉันโทรไปตั้งร้อยสายก็ไม่ติดคนน้องบ่นอุบอิบแล้วส่งสายตาเคืองๆไปให้


แบตพี่หมดน่ะ ไปไป ไปนอนได้แล้ว


พี่ยังไม่ได้บอกเลยนะคะว่าไปไหนมา ไหนบอกว่าจะมารับฉัน


ขอโทษด้วยนะ แต่พอดีพี่ไปเจอคุณโบนามาแล้วก็คุยกันเรื่องคดียาวไปหน่อย ข่าวดีก็คือ พี่ไม่ต้องไปให้ปากคำแล้วล่ะร่างโปร่งยิ้มพร้อมกับลูบผมน้องสาวเพื่อให้เจ้าหล่อนได้สบายใจ


จริงเหรอคะ แล้วพี่โบนาจะไม่โดนจับใช่มั้ย


ไม่หรอก เดี๋ยวทุกอย่างก็คงดีขึ้นเอง นี่ตกลงเป็นห่วงพี่โบนาหรือเป็นห่วงพี่กันแน่


ห่วงงงง ทั้งคู่แหละค่ะลูดาทำทีเป็นคิดนานเพื่อแกล้งอีกฝ่าย


เฮ้ออ โดนแย่งความรักซะละซวนอี๋เองก็แกล้งทำหน้าน้อยใจใส่บ้าง แม้ลึกๆแล้วเขาเองก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่เหมือนกัน


เปล่าซะหน่อย ฉันก็รักพี่อยู่ดีแหละน่า ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ ไปคุยกับพี่โบนาที่ไหนเนี่ย ดูสภาพสิมอมแมมอย่างกับไปนอนกลางป่ามา


ทำไมถึงคิดงั้นร่างโปร่งสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อลูดาพูดเหมือนรู้ว่าเขาไปนอนอยู่กลางป่ามาจริงๆ


ก็มีแต่เศษดิน เศษใบไม้นี่คะ ไม่ดูตัวเองเลยสาวตัวเล็กเอื้อมมือไปหยิบเศษใบไม้บนผมของซวนอี๋มาให้เขาดู


อ่า งั้นพี่ไปอาบน้ำดีกว่า เราก็ไปนอนได้แล้วนะเขาเลือกที่จะหยุดการสนทนาไว้แค่นั้นแล้วเตรียมตัวไปอาบน้ำก่อนที่จะเป็นที่น่าสงสัยไปมากกว่านี้


ฉันไม่มีทางรักใครไปมากกว่าพี่หรอก พี่ซวนอี๋ลูดาพูดเบาๆกับตัวเอง ในขณะที่จ้องมองแผ่นหลังของคนเป็นพี่ที่หายเข้าไปในห้องน้ำ





พอจะเดาอะไรได้บ้างรึยังเอ่ย  ดูเรื่องจะยิ่งยุ่งเยิงไงไม่รู้ 

ตอนนี้ไรท์เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นไงต่อ 5555 วานรีดคอมเม้นหน่อยนะคะว่าคิดว่าจะเป็นไง

ไรท์จะได้แต่งต่อออก 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #35 chubakie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:23
    werewolf??? แต่ถ้าใช่ก็ต้องมีกลิ่นอะไรแล้วมะ ถ้าใช่เอ็กซี่น่าจะสงสัยด้วยนิสัย น่าจะมีคนจัดฉากแล้วโป้ยความผิดให้โบนา แล้วมีเหตุผลอะไรที่ต้องเป็นโบนารึเปล่าล่ะ ลูดาแอบน่าสงสัย หรือนี่คือการแก้แค้น 55555555555 ขอหวีดเอ็กซี่หน่อย >< เขามาอย่างเท่
    #35
    0
  2. #20 KanisttaPanika (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:03
    รักนะค่ะ รอตอนต่อไป
    #20
    0
  3. #19 fasaiwrpc (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:48
    งงแซ๊ะงงแซ๊ะแซ๊ะงงตะลุมตุมโม๊งงง5555555 รอไรท์ต่อนะคะะะ
    #19
    0
  4. #18 bbyn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:56
    ตอนนี้พีคไปอีกกก คาดไม่ถึงว่าลูดาจะชอบซวนอี๋อ่านจบสตั๊นไป5วิ ตอนนี้ทิ้งคำถามไว้เต็มไปหมดเลย อะไรทำให้มาดามกับมิกิเป็นแบบนั้น ไหนจะทำไมพิโบไปกินเลือดคนอีก สงสัยไปหมดแร้วว เนื้อเรื่องน่าติดตามอ่านทุกตอนเลย ลุ้นว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์ สู้ๆ <3
    #18
    0
  5. #17 LoveToon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:30
    ตอนแรกเราก็เข้าใจว่า สามพีแบบ ลูดากับซอนอี๋ชอบโบนา แต่ตอนนี้ไม่ใช่ละ ลูดาชอบซอนอี๋ เกินพี่น้องหรอเนี้ย แปลว่าที่ทำท่าจะจีบพิโบก็เพื่อกันไม่ให้ซอนอี๋สนใจพิโบสินะ หุหุ ลูดาแผนเยอะจริงๆ ลูดาต้องไม่ธรรมดา เชื่อดิ
    #17
    0
  6. #16 อูจูลูกรัก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:59
    ยังไงนี่ ลูดาชอบซวนอี๋ ซวนอี๋ชอบโบนา โบนาชอบซวนอี๋ วนเวียนไปอี๊ก 55555

    ลุ้นทุกตอนเลย โบนาไม่ได้ทำใช่มั๊ย แล้วมันเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเป็นแบบนั้น ตัวที่ทำไม่ใช่แวมไพร์ใช่มั๊ย เอ๊ะหรือยังไง

    สนุกมาเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ >_<
    #16
    0