[Short fic] Curse Of Blood 2 [Bona,Xuanyi,Luda] fet.Exseol,Meixiao

ตอนที่ 2 : Nice to meet you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    6 ม.ค. 61

*หมายเหตุ ตัวหนังสือสีเทาคือเหตุการณที่เกิดในอดีตนะคะ ทั้งพาร์ทก่อนด้วย



วันต่อมา

     โบนากลับมาจากหอสมุดของมหาลัยในช่วงเวลาประมาณสองทุ่มของวัน เธอเดินไปตามท้องถนนยามค่ำคืนอย่างไม่เร่งรีบนักแม้สองข้างทางจะค่อนข้างมืดก็ตาม ดวงตากลมสวยมองทางข้างหน้าอย่างไร้ความรู้สึกแต่ถ้าลองมองดูลึกๆก็จะเห็นความเศร้าแฝงอยู่ในนั้น  ความจริงแล้วเธอมีเงินมากพอที่จะซื้อรถหรูๆไว้ขับซักคันหรือมากกว่านั้นก็ยังได้แต่เธอก็ชอบที่จะใช้ชีวิตเหมือนเด็กมหาลัยทั่วไปมากกว่าชีวิตหรูๆเหมือนอย่างที่พวกแวมไพร์ส่วนใหญ่ทำกัน เพราะในบางทีเธอก็รู้สึกคิดถึงความเป็นมนุษย์ขึ้นมา ยอมรับว่าเธอเหงา เธออยากมีใครซักคนอยู่เคียงข้างจะในฐานะเพื่อน คนรักหรือครอบครัวก็ได้ ซึ่งเธอเคยมีแต่เธอก็ได้ทำลายคำพวกนั้นไปจนหมดสิ้นด้วยตัวของเธอเอง การที่ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีจุดจบมันก็ใช่ว่าจะสนุกนัก


ทำไมพวกแกต้องไปจัดการยัยตัวเล็กนั่นวันนี้ด้วยวะ วันอื่นไม่ได้รึไงเดินไปได้ซักระยะโบนาก็เห็นรถสปอร์ตคันหนึ่งจอดอยู่ข้างทางพร้อมกับผู้ชายร่างสูงที่ยืนคุยโทรศัพท์ด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสบอารมณ์ซักเท่าไหร่


เออๆ งั้นก็ถ่ายคลิปมาให้ด้วยแล้วกัน ฉันอยากเห็นว่าตัวเล็กๆท่าทางซื่อๆแบบนั้นจะแซ่บรึเปล่าร่างบางหยุดยืนฟังอยู่ไม่ไกลด้วยความที่เป็นแวมไพร์เธอสามารถได้ยินทุกคำพูดที่ออกมาจากความคิดของผู้ชายคนนั้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องพยายามเข้าไปแอบฟัง และคำพูดที่ได้ยินก็ทำให้เรียวคิ้วของเธอต้องขมวดเข้าหากัน เธอจำหน้าผู้ชายคนนี้ได้ว่าเป็นหนึ่งในแก๊งพวกลูกคนรวยแต่จิตใจต่ำทรามนั่น และที่สะกิดใจเธอที่สุดคงเป็นคำว่า ยัยตัวเล็ก เพราะภาพของเด็กผู้หญิงคนนั้นมันโผล่เข้ามาในหัวแทบจะทันทีที่ได้ยิน  โบนาเองก็ไม่อยากจะสนใจเรื่องของคนอื่นเท่าไหร่ แต่พอลองคิดถึงเด็กซื่อๆคนหนึ่งที่ต้องมาเจอกับความเลวร้ายแบบนั้น มันอาจจะทำให้เธอมีชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็น สุดท้ายแวมไพร์สาวจึงพาตัวเองพุ่งมาบีบคอชายหนุ่มเพื่อเค้นเอาสถานที่ที่เพื่อนชั่วๆของมันจะใช้กระทำเรื่องเลวทราม


ตอบฉันมาว่าพวกเพื่อนเดนนรกของแกของอยู่ไหน


อึกธ เธอ เธอชายพนุ่มพยายามพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาของเขาเบิกโพลงเล็กน้อยด้วยความที่เริ่มจำหน้าโบนาได้แล้ว เขาพยายามจะสะบัดตัวออกแต่ผู้หญิงร่างบอบบางคนนี้กลับมีแรงเยอะมากกว่าเขาหลายเท่าตัวเลยทีเดียว ทำให้เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยแม้จะออกแรงอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม


ตอบมาร่างบางเค้นเสียงต่ำ ดวงตาสีนิลจ้องมองอีกฝ่ายราวกับจะแช่แข็ง

 



     คิม โบนาวิ่งด้วยความเร็วผ่านเงามายังตึกร้างที่ผู้ชายคนนั้นบอก หลังจากที่ได้คำตอบเธอก็จัดการทำลายโทรศัพท์เขารวมถึงทิ้งกุญแจรถเขาลงน้ำไปด้วย คาดว่ากว่าจะหาทางติดต่อเพื่อตัวเองเจอเธอคงเจอเป้าหมายก่อน ร่างบางหยุดแหงนมองตึกสูงสิบชั้นที่ถูกปล่อยให้รกร้างไม่มีแสงไฟ แต่วันนี้เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเลยทำให้พอมองเห็นในสายตามนุษย์ เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มไปทางไหนและไม่รู้ว่าพวกนั้นมาที่นี่จริงหรือไม่หรือแค่โกหก แต่หางตาเธอก็เหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้ เธอเดินเข้าไปสำรวจเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าใช่รถของพวกนั้นหรือไม่โดยไม่ได้สังเกตกล้องหน้ารถที่กำลังจับภาพของเธอ


กรี๊ดดด!!”เสียงกรี๊ดดังขึ้นต่อจากนั้น ทำให้โบนาเลิกสนใจรถ เธอวิ่งขึ้นไปบนตึกร้างตามเสียงทันที แต่ด้วยความที่ตึกแห่งนี้น่าจะเป็นอพาร์ทเม้นเก่าเลยทำให้มันมีหลายห้อง โบนาจึงจำต้องหยุดความเร็วเพื่อมองหาทุกซอกทุกมุมเพราะเสียงกรี๊ดนั้นเงียบลงไปแล้ว


แกร็บ


เธอรีบหันไปทางห้องๆหนึ่งทันทีที่ได้ยินเหมือนเสียงเท้าคนเหยียบลงบนเศษหินหรืออะไรซักอย่าง ดวงตาที่มองภาพทุกอย่างในสีเทาสว่างกวาดมองอย่างระมัดระวัง มือเล็กค่อยๆเลื่อนไปดันบานประตูให้เปิดออกอย่างเงียบเชียบ


ลูดาเธอเรียกชื่อที่เธอจำได้จากการแนะนำตัวของเด็กสาว แต่ภาพที่เห็นภายในห้องทำให้เธอได้แต่ยืนมองตกตะลึงปนแปลกใจ ข้างในไม่มีร่างของลูดาที่โดนทำร้ายอย่างที่เธอคิดแต่เป็นร่างของนักศึกษาชายสองคนที่นอนแน่นิ่งดวงตาเบิกโพลง ที่ลำคอมีรอยเลือดไหลออกมาเป็นทางรวมถึงกระเด็นไปโดนฝาผนังหลายจุด


ที่นี่มีพวกแวมไพร์จรจัดอยู่จริงๆสินะโบนาเดินเข้าเช็คตรงบริเวณลำคอว่าจะใช่อย่างที่เธอคิดหรือไม่ เธอรู้มาว่าที่ฟิลิปปินส์พอจะมีแวมไพร์อยู่บ้างแต่มีไม่มากนักและที่นี่ก็ถูกสภาแวมไพร์ดูแลอย่างเข้มงวด เท่าที่ทราบพวกเขาอยู่ในความปกครองมาตลอด ทำให้ที่ฟิลิปปินส์ไม่ค่อยเชื่อในเรื่องนี้เหตุเพราะไม่เคยมีแวมไพร์ออกล่ามนุษย์เป็นอาหาร จนเมื่ออาทิตย์ก่อนเธอได้ยินข่าวมาว่ามีการพบศพคนตายปริศนาคล้ายถูกสัตว์ร้ายกัด ทีแรกเธอก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะคิดว่าคงไม่ใช่แต่เมื่อเห็นกับตาในตอนนี้แล้วเธอคงปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป


ฟึบฟึบ!


แต่แล้วจู่ๆโบนาก็รู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลัง เธอจึงรีบเบี่ยงตัวหลบออกทำให้ใครคนนั้นพลาดที่จะจับตัวเธอ แต่พอเธอจะเข้าไปล็อคตัวเขา เขาก็ก้มตัวหลบราวกับคนมีฝีมือและเขาก็ไวพอที่จะใช้มือจับคอเธอแล้วดันมาจนชิดขอบหน้าต่าง  เขาเปลี่ยนจากใช้มือจับคอเธอเป็นใช้แขนดันเธอเอาไว้ โบนาจะขยับตัวให้หลุดก็ย่อมได้ถ้าหากว่ามือข้างขวาของเขาจะไม่ถือมีดจ่อคอเธออยู่ซ้ำยังเป็นมีดที่ทำจากเงินแท้เสียด้วย


คุณเป็นใครเธอถาม แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างทำให้ภาพใบหน้าของเขาที่อยู่ในระยะใกล้ยิ่งปรากฏชัดเจนในสายตาเธอ เขาเป็นผู้หญิงใบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมโตแต่หางตาดูเฉี่ยวเหมือนคนจีนจากที่มองเธอรู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ใช่แวมไพร์แต่ก็เป็นมนุษย์ที่มีฝีมือพอสมควร


ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าคุณเป็นใคร คุณฆ่าพวกนั้นใช่มั้ยสาวร่างเพรียวปรายสายตาไปยังศพผู้ชายสองคนที่อยู่ใกล้ๆ


ฉันไม่ได้ฆ่า


งั้นก็แปลว่าคุณเป็นพวกเดียวกับมัน คุณจะตามมาทำร้ายน้องสาวฉันอีกคนใช่มั้ย!”


น้องสาวคุณ?”


เมื่อกี้ฉันได้ยินคุณเรียกชื่อลูดาเขาพูดด้วยน้ำเสียงแสนโกรธเคือง ก่อนหน้านี้เขาได้รับโทรศัพท์จากน้องสาวที่โทรมาบอกด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวว่ากำลังถูกพวกนักศึกษาที่มหาลัยสองคนหลอกมาทำร้ายและน้องของเขาก็กำลังซ่อนตัวอยู่ เขาจึงรีบมาช่วย แต่พอมาถึงเขาก็เห็นผู้หญิงคนนี้เสียก่อนจึงแอบตามมาเลยคิดว่าถ้าหล่อนไม่ใช่คนฆ่าสองคนนี้ก็ต้องเป็นหนึ่งในคนที่หลอกให้ลูดามาที่นี่


คุณเป็นพี่สาวของเด็กคนนั้นเหรอ


ฉันไม่ได้มาเพื่อให้คุณซักถาม ตอบมาลูดาอยู่ที่ไหน


นี่คุณ ฟังนะ ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะทำร้ายใคร ฉันเคยเจอกับน้องสาวคุณและที่เสียเวลามาที่นี่ก็เพื่อจะตามมาช่วย กรุณาเอามีดออกไปห่างๆจากฉันซักทีได้มั้ยคนสวยตอกกลับด้วยความที่เริ่มไม่สบอารมณ์เมื่อถูกใส่ร้ายทั้งที่เธอมาดี ถ้าไม่ติดที่มีดในมือเขาทำมาจากเงินแท้เธอคงไม่ยินนิ่งๆให้ถูกอีกฝ่ายต่อว่าแบบนี้เป็นแน่


ฉันจะเชื่อคุณได้ยังไง


แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงคุณถึงจะเชื่อโบนาจ้องตาเขากลับเพื่อให้เขาเห็นว่าเธอไม่ได้โกหก รวมถึงพยายามอ่านความคิดของเขาไปด้วย ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าทั้งคู่กำลังจ้องตากันในระยะประชิดแบบไม่มีใครยอมใคร ต่างฝ่ายต่างต้องการค้นหาความจริงของอีกคน 

โบนารู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อยที่ไม่สามารถอ่านความคิดของคนตรงหน้าได้แต่พอสลัดสมาธิที่กำลังจดจ่อเรื่องนั้นออก หัวใจของเธอกลับเต้นตึกตักขึ้นมาเสียดื้อๆเมื่อพึ่งรู้ตัวว่ากำลังจ้องตาอยู่กับเขา แสงจันทร์ที่สะท้อนมาทำให้เธอเห็นดวงตากลมสีน้ำตาลอ่อนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกแม้เขาจะไม่ได้แสดงความเป็นมิตรใดใดออกมาเลย  เช่นเดียวกันกับเจ้าของร่างเพรียวที่จู่ๆก็ไม่สามารถละสายตาออกมาจากใบหน้างดงามแม้จะอยู่ในที่แสงสลัวได้ เขาพึ่งเห็นว่าผู้หญิงตรงหน้าสวยมากเพียงใด สวยซะจนแม้เขาจะเป็นผู้หญิงก็ยังอดใจเต้นไม่ได้


พี่คะ ช่วยฉันด้วย


ลูดา!”แต่แล้วเสียงความคิดที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของลูดาก็ดังเข้ามาในโสตประสาทการรับรู้ของโบนา เธอกำลังจะเตรียมตัวออกไปช่วยแต่ก็ต้องชะงักไปอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามีดที่จ่ออยู่ตรงคอเธอมันยังอยู่ที่เดิม ความรู้สึกใจเต้นเมื่อกี้จึงหายไปเป็นปลิดทิ้ง


คุณปล่อยฉันซักทีได้มั้ย ไม่อยากช่วยน้องสาวคุณรึยังไง


คุณรู้เหรอว่าลูดาอยู่ที่ไหน


รู้ แต่ถ้าคุณยังไม่ปล่อยก็อย่าหวังว่าฉันจะบอก


ก็ได้ แต่ถ้าคุณเล่นตุกติกล่ะก็ ฉันไม่ปล่อยคุณไว้แน่เขายอมปล่อยโบนาออกด้วยอาการกระอั่กกระอ่วนเล็กน้อยเนื่องด้วยเมื่อกี้เผลอชื่นชมเจ้าหล่อนอยู่ในใจตั้งนานสองนาน ทำให้ร่างบางผลักเขาออกอย่างหงุดหงิดแล้วเตรียมจะเดินไปตามเสียง


หมับ!


กรี๊ดดดแวมไพร์สาวร้องลั่นเมื่อตอนที่กำลังจะก้าวผ่านศพของสองคนนั้นแล้วมือของร่างหนึ่งก็เอื้อมมาจับข้อเท้าเธอ ร่างบางจึงหันกลับไปกอดหญิงสาวแปลกหน้าโดยอัตโนมัติ ถึงเธอจะเป็นแวมไพร์แต่ถ้าลองทำให้ตกใจแบบนี้เธอก็เผลอกรี๊ดลั่นได้เหมือนกัน


ช ช่วย ด้วยผู้ชายคนนั้นพูดเสียงแผ่วเบาก่อนจะแน่นิ่งไปอีกครั้งเมื่อหมดลมหายใจอย่างแท้จริง มือที่กำข้อเท้าโบนาอยู่จึงค่อยๆคลายออก


คุณนี่ก็ขี้กลัวเหมือนกันนะคนถูกกอดเอ่ยล้อด้วยรอยยิ้มน้อยๆตรงมุมปาก เพราะท่าทางดุดันของเจ้าหล่อนทำให้เขาไม่ได้คาดหวังเอาไว้ว่าหล่อนจะกลัวอะไรอย่างที่ผู้หญิงทั่วไปเขากลัว


คุณก็พูดมากเหมือนกันพอรู้ตัวร่างบางก็รีบดันตัวออกมาแล้วมองเขาอย่างเคืองๆ ก่อนจะรีบเดินนำออกจากห้องไปเพื่อกลบความอายของตัวเอง

 


โบนาเดินตามเสียงความคิดนั้นขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้า ข้างบนเงียบสงัดไม่แพ้ด้านล่าง มีเพียงแทงค์น้ำอันใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วอยู่สองแทงค์ตั้งอยู่ไร้ซึ่งร่างเล็กของลูดา


คุณไม่ได้โกหกฉันจริงๆใช่มั้ยสาวจีนร่างเพรียวหันมาถามโบนาทันทีอย่างไม่ไว้วางใจ


ถ้าคุณไม่เชื่อแล้วตามฉันมาทำไม ฉันว่าลูดาอยู่ข้างบนนี่แหละ คุณลองเรียกชื่อน้องคุณดูสิ บางทีเธออาจจะกลัวจนไม่กล้าออกมาเธอเสนอเพราะเสียงความคิดของลูดาที่เธอได้ยินนั้นบ่งบอกว่าเจ้าหล่อนกำลังหวาดกลัวและหวาดระแวง  ร่างเล็กอาจจะซ่อนตัวอยู่ซักที่ข้างบนนี้เพียงแต่พวกเธอไม่เห็น


ลูดา อยู่ที่นี่รึเปล่า นี่พี่ซวนอี๋เองนะอู๋ ซวนอี๋จ้องมองใบหน้าจริงจังของสาวสวยอย่างพิจารณาเพียงชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆก้าวออกไปข้างหน้าแล้วเรียกชื่อน้องสาวสุดที่รักของเขา แต่ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเสียงใดใดตอบรับ


ตัวเล็ก พี่มาช่วยเธอแล้วนะ เธอปลอดภัยแล้ว ออกมาหาพี่ได้มั้ยเขาก้าวเข้าไปใกล้แทงค์น้ำอีกนิด ก่อนที่จะมีมือหนึ่งยื่นมาจับขาเขาเอาไว้ ซวนอี๋ตกใจเล็กน้อยก่อนจะก้มลงมองแล้วพบว่าเป็นลูดาที่กำลังนั่งขดตัวร้องไห้อยู่


ลูดา!”


พี่คะฮึกๆ พี่คะ ฉันกลัวสาวตัวเล็กโผเข้ากอดพี่สาวตัวเองทันทีที่เขานั่งลงคุยกับเธอ


ไม่เป็นไรแล้วนะคนเก่ง พี่อยู่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัวนะคนพี่ลูบหลังปลอบอย่างอ่อนโยนทำให้โบนาที่ยืนมองอยู่เกิดรอยยิ้มจางๆขึ้นบนใบหน้า เธอรู้สึกโล่งใจที่เห็นลูดาปลอดภัยรวมถึงประหลาดใจอยู่นิดๆกับท่าทางน้ำเสียงอ่อนโยนของซวนอี๋


 

     หลังจากที่พากันออกมาจากตึกร้างได้แล้ว โบนาก็ตามสองพี่น้องมาที่บ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่งในเขต Intramuros พวกเธอรอให้ลูดาคลายอาการหวาดกลัวก่อนที่ปล่อยให้เจ้าตัวเล่าเหตุการณ์ที่ได้พบเจอมา เรื่องมันเกิดจากที่ลูดาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมคลาสว่าจะนัดทำงานกันแถวๆตึกร้างนั้นเพราะงานที่ต้องทำคือการทำคลิปหนังสั้นเธอจึงเชื่อเพราะคิดว่าเพื่อนๆคงอยากได้โลเคชั่นที่ดูลึกลับตามคอนเซ็ปต์ที่คิดกันเอาไว้ แต่พอมาถึงเธอกลับไม่พบใครนอกจากผู้ชายสองคนที่เธอเคยมีเรื่องด้วยคราวก่อน


พ พวกเขาจะข่มขืนฉัน ฉันเลยใช้ขวดแก้วที่ตกอยู่แถวนั้นฟาดใส่พวกเขาแล้ววิ่งขึ้นไปหลบบนดาดฟ้า จู่ๆฉันก็ได้ยินเสียงร้องแต่ฉันกลัวมากเลยไม่กล้าออกไป ฉัน ฉันไม่ได้ฆ่าพวกเขานะคะร่างเล็กที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงภายในห้องเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอใจตกหลังจากที่รู้ว่าผู้ชายสองคนนั้นถูกฆ่าตาย ถึงแม้เธอจะเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำก่อนแต่เธอก็ไม่อยากถูกมองว่าฆ่าคนและอาจจะโดนจับ


พี่รู้ ไม่ต้องกลัวไปนะซวนอี๋ที่นั่งอยู่ข้างๆน้องสาวพูดปลอบ แม้จะโกรธมากแค่ไหนแต่เขาก็เห็นแล้วว่าสองคนนั้นได้รับกรรมแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เขากับลูดามักจะถูกคนอื่นรังแกอยู่เสมอนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องฝึกวิชาป้องกันตัวและไม่ค่อยไว้ใจใคร


ถึงเธอจะเป็นฝ่ายฆ่าสองคนนั้นจริงมันก็ไม่ผิดหรอก สมควรแล้วด้วยซ้ำโบนาที่ยืนอยู่ออกความเห็น


ฉันขอบคุณพี่….”


โบนา คิม โบนาเธอเอ่ยแนะนำตัวกับลูดาหลังจากที่รู้แต่ชื่อของสาวเจ้าอยู่ฝ่ายเดียวเพราะไหนๆเธอก็มายืนอยู่ในบ้านพวกหล่อนแล้ว


ค่ะ พี่โบนา ขอบคุณมากนะคะที่มาช่วย พี่ช่วยฉันมาถึงสองครั้งแล้วลูดาส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจไปให้ เธอไม่ได้คาดคิดเอาไว้ว่าโบนาจะยอมลงทุนตามมาช่วยเธอแบบนี้จากที่เห็นท่าทีเฉยเมยของเจ้าหล่อนที่มีต่อเธอคราวก่อน


อืม ไม่เป็นไร ฉันแค่บังเอิญได้ยินจะทำเป็นไม่รู้ก็คงไม่ได้ ทีหลังงเธอก็ควรจะระวังตัวเองให้มากกว่านี้ ไม่ควรจะไปเชื่อคำพูดใครง่ายๆ


ค่ะ ฉันจะทำตามที่พี่บอก


อะไรกัน ทีพี่บอกอยู่เช้าค่ำไม่เห็นจะทำตามบ้างเลยคนเป็นพี่ที่นั่งอยู่ข้างๆออกอาการน้อยอกน้อยใจทันทีที่น้องสาวดูเหมือนจะเชื่อฟังคนที่พึ่งรู้จักกันมากกว่าตน แต่เขาก็เข้าใจและรู้สึกขอบคุณโบนาอยู่ลึกๆหลังจากที่รู้ว่าเจ้าหล่อนเคยช่วยลูดาไว้แล้วหนนึง ดูท่าตัวเล็กของเขาก็คงจะชอบพี่สาวคนนี้ของเจ้าตัวมากเลยทีเดียว


ก็เพราะพี่บอกอยู่เช้าค่ำฉันก็เลยเบื่อน่ะสิคะร่างเล็กพูดด้วยรอยยิ้มที่เริ่มกลับมาปรากฏบนใบหน้า แม้ดวงตาจะยังแดงก่ำและสะอื้นอยู่น้อยๆ


เด็กคนนี้หนิ พักผ่อนได้แล้ว เดี๋ยวพี่ไปส่งคุณโบนาเองซวนอี๋ลุกขึ้นยีผมน้องสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะสั่งให้พักผ่อน


ค่ะ แต่พี่โบนาคะ ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยบอกได้เลยนะคะ ฉันอยากตอบแทนที่พี่ช่วยเหลือฉัน


ช่วยอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกก็พอร่างบางตอบอย่างไม่จริงจังนัก เธอก็ใช่ว่าอยากจะเข้ามายุ่งเรื่องพวกนี้เสียเมื่อไหร่แต่เธอก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นคนๆนึงต้องตกอยู่ในอันตรายทั้งๆที่เธอเองก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิด


 


ฉันขอโทษคุณด้วยนะคะที่เสียมารยาทกับคุณ แล้วก็ขอบคุณมากๆที่ช่วยน้องสาวฉันพอออกมาหน้าบ้านซวนอี๋ก็โค้งขอโทษโบนาทันทีที่เขาเข้าใจเจ้าหล่อนผิดและเผลอพูดจาไม่ดีกับหล่อน


รู้ตัวก็ดีแล้วค่ะ แต่ถ้าจะขอบคุณช่วยเปลี่ยนเป็นทำตัวเหมือนก่อนหน้านี้จะดีกว่านะคะ แบบนี้ฉันว่าฉันไม่ชินร่างบางกอดอกมองอีกฝ่ายอย่างคนต้องการเอาคืนแต่ก็ไม่ได้จะเอาคืนอย่างจริงจัง เพราะเจอซวนอี๋ในลุคแบบนั้นมาในคราแรกแล้วมันเลยทำให้เธอรู้สึกไม่ชินเวลาที่เขามาทำตัวมีมารยาทจ๋ากับเธอแบบนี้


เอาแบบนั้นเหรอคะเขาเงยหน้าขึ้นมองโบนาทั้งที่ยังโค้งตัวอยู่


ค่ะ


ก็โอเคนะ ความจริงฉันก็ไม่ใช่คนมีมารยาทอะไรขนาดนั้น


แต่ช่วยมีซักนิดก็ดีเหมือนกัน นะ คะเธอประชดอย่างหมั่นไส้เมื่อเห็นว่าเขาดูทำตัวสบายเกินไป


ล้อเล่นค่ะ  ให้ฉันไปส่งคุณที่บ้านมั้ย


ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองดีกว่า เอ่อ แต่ว่าฉันมีเรื่องอยากจะถามคุณซักเล็กน้อยได้มั้ยคะ


อะไรเหรอคะ


ทำไมคุณถึงใช้มีดที่ทำจากเงินแท้แบบนั้นล่ะคะแวมไพร์คนสวยตัดสินใจถามสิ่งที่คาใจออกไป เท่าที่ดูลักษณะความเป็นอยู่ของซวนอี๋และลูดาแล้ว เธอคิดว่าพวกเขาก็เป็นแค่คนธรรมดา ดูอ่อนแอในสังคมด้วยซ้ำดูไม่น่ามีเหตุจำเป็นอะไรถึงกับต้องใช้มีดราคาสูงขนาดนั้น ซ้ำยังดูเก่าแก่มากอีกด้วย หากเอาไปให้พวกแวมไพร์ตีราคาแล้วล่ะก็สองพี่น้องคู่นี้อาจกลายเป็นเศรษฐีขึ้นมาได้ในพริบตาถ้าหากว่าพวกนั้นจะยอมปล่อยให้เขามีชีวิตล่ะก็นะ


อ่า อันนั้นฉันได้มาจากคนที่เคยเลี้ยงดูฉันมาน่ะค่ะ เขามีความเชื่อเรื่องแวมไพร์แล้วบอกว่าซักวันมีดเล่มนี้จะปกป้องฉันได้ ฉันเลยเก็บเอาไว้ใช้ยามจำเป็น ทำไมเหรอคะ


ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่สงสัย ไม่ค่อยเห็นคนทั่วไปใช้มีดแบบนี้ ว่าแต่คุณเชื่อเรื่องแวมไพร์ด้วยเหรอ


ฉันเชื่อว่าเคยมีค่ะ แต่ตอนนี้โลกก็เปลี่ยนไปเยอะแล้ว พวกเขาคงจะสูญพันธุ์เหมือนไดโนเสาร์ไปแล้วล่ะมั้งเจ้าของบ้านตอบด้วยรอยยิ้ม อาจเป็นเพราะเคยถูกเลี้ยงดูจากคนที่มีความเชื่อแบบนั้นเขาจึงพลอยเชื่อไปด้วยว่าแวมไพร์อาจจะเคยมีอยู่จริงเพียงแต่ในตอนนี้คงไม่มีอยู่แล้ว มิเช่นนั้นพวกมนุษย์ก็คงถูกกัดคอตายเป็นเบือเหมือนอย่างหนัง


ก็ อาจจะอย่างนั้น งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะโบนาพยักหน้าพลางซ่อนรอยยิ้มขบขันในความคิดของอีกฝ่าย ถ้าหากซวนอี๋รู้ว่าสิ่งที่เขาคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้วกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาจะตกใจไหมนะ และเธอก็อยากบอกเหลือเกินว่าบางทีแวมไพร์ก็ไม่ได้เกิดจากการสืบพันธุ์เพราะฉะนั้นจะให้สูญพันธุ์ไปก็คงจะยาก


ขอบคุณอีกครั้งนะคะ หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกร่างเพรียวบอกลาเพราะการเจอกันครั้งแรกไม่ค่อยจะน่าประทับใจนักเขาจึงหวังว่าเขาจะได้แก้ตัว เพราะเขาชักจะเริ่มประทับใจในตัวเจ้าหล่อนขึ้นมาแล้ว


อย่าเจอฉันเลยจะดีกว่าค่ะคนสวยตอบด้วยรอยยิ้มจางๆก่อนจะหันหลังเดินกลับไปเพราะยังไงเสีย เธอก็ไม่ใช่คนที่เขาควรจะรู้จักไปมากกว่านี้

 

 

 

แวมไพร์ตนนั้นทำการอุกอาจจนเกินไป หากพวกมนุษย์กลับมาเชื่อว่ามีพวกแวมไพร์อยู่จริงแล้วล่ะก็ พวกเราคงจะไม่สามารถอยู่อย่างสงบสุขกันได้อีกในห้องประชุมขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วยความหรูหราห้องหนึ่งเกิดการโต้เถียงอย่างเคร่งเครียดกันขึ้นระหว่างชายร่างสูงสี่คน สองคนมีรูปร่างสูงใหญ่ผมสีอ่อนสไตล์ชาวยุโรป ส่วนอีกสองคนเป็นผู้ชายผมดำสลับขาวประปรายดวงตาเรียวเล็กบ่งบอกลักษณะของคนแถบเอเชีย


แวมไพร์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของพวกเราไม่เคยกระทำการใดใดอกเหนือไปจากกฏที่เรามี และยังไม่มีการพิสูจน์ได้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นใช่แวมไพร์จริงหรือไม่ เพราะหล่อนไม่ใช่แวมไพร์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเราหัวหน้าสภาแวมไพร์ของฟิลิปปินส์พยายามแก้ต่างหลังจากที่ถูกกล่าวหาว่าพวกเขาไม่ดูแลคนของตัวเองให้ดี หากเขาไปจับตัวผิดมาแล้วเกิดหล่อนเป็นแค่มนุษย์เรื่องมันก็อาจจะแย่ลงไปอีก


แล้วท่านจะรอให้พวกมนุษย์พิสูจน์ได้เองอย่างนั้นหรือ ท่านควรจะรีบจัดการก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา คงไม่ต้องรอให้ถึงมือพวกเราหรอกใช่หรือไม่ หรือสภาแวมไพร์ที่นี่ไม่มีความสามารถพอที่จะจับตัวหล่อนมาสืบสวนตัวแทนแห่งสภาแวมไพร์กลางพูดราวกับดูถูกเพื่อกดดันให้อีกฝ่ายลงมืออย่างเร่งด่วน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆปกติหากมีแวมไพร์จรจัดออกอาละวาดพวกนั้นก็ไม่เคยกระทำอย่างโจ่งแจ้งและทำลายหลักฐานเสมอแต่คราวนี้มันเหมือนจงใจให้มนุษย์รู้ ราวกับกำลังอยากจะทำให้ทั้งพวกแวมไพร์และมนุษย์อยู่ไม่สุขจนสุดท้ายต้องเกิดการตามล่ากัน เหมือนในอดีตที่มีการออกตามล่าแวมไพร์มาเผาทั้งเป็นเกิดขึ้น มีทั้งมนุษย์ที่ถูกฆ่าโดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิดรวมถึงแวมไพร์ที่เกือบจะสูญสลายทั้งเผ่าพันธุ์


ฉันเห็นด้วยที่พวกท่านควรจะเร่งสืบสวน แต่ไม่ใช่การตามจับหล่อนราวกับหล่อนเป็นนักโทษทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดการโต้เถียง หญิงสาวร่างบางในเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวก้าวเข้ามาภายในห้อง ผมของเธอถูกรวบไปข้างหลังปล่อยปรอยผมด้านหน้าให้ตกลงมา เรียวปากแดงอิ่มยังคงเป็นจุดน่ามองที่สุดบนใบหน้าสวย


ท่านเซียร์น่าเหล่าหัวหน้าแวมไพร์ต่างพากันลุกขึ้นทันทีหลังจากที่ได้เห็นแวมไพร์ที่เกือบจะได้ขึ้นเป็นผู้นำของแวมไพร์ทั่วโลก ที่ถึงจะปฏิเสธการรับตำแหน่งแต่พวกเขาก็ให้ความเคารพเซียร์น่า ซาเวียร์น่าไม่ต่างไปจากผู้นำที่แท้จริง


ท่านเซียร์น่ามาทำอะไรที่นี่หรือครับ


นั่งลงเถอะค่ะ ฉันต้องขอโทษด้วยถ้าหากเข้ามารบกวน แต่ฉันมีความจำเป็นที่ต้องเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้พอสมควรซอลอาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ตอนที่เห็นข่าวเธอเองก็แปลกใจพอสมควรเธอไม่ได้เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าโบนาไม่ได้ทำ และก็ไม่สามารถเชื่อได้เกินครึ่งเหมือนกันว่าหล่อนทำจริงๆ  ที่เธอมาก็ใช่ว่าเธอเองจะเป็นแวมไพร์ที่ดีมีเมตตาถึงขนาดจะยอมกลับเข้ามายุ่งกับสภาแวมไพร์อีกเพื่อล้างมลทินให้โบนาหากไม่ใช่ว่าเด็กบางคนมาขอร้องเอาไว้


ความจำเป็นอะไรหรือครับ  ผมว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องถึงมือท่านเซียร์น่าเลยด้วยซ้ำ


ฉันรู้จักกับผู้หญิงคนนั้นค่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้จะมาบอกว่าหล่อนไม่ได้เป็นคนทำ ฉันมาก็เพื่ออยากจะขอจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง หากหล่อนทำผิดจริงฉันจะลงโทษหล่อนตามที่พวกท่านเห็นสมควรเธอบอกจุดประสงค์ที่เธอเข้ามาขอรับเรื่องนี้ไว้เองเพราะการสอบสวนของแวมไพร์นั้นมันไม่ใช่แค่มานั่งซักถามธรรมดา แค่ถูกจับไปก็เท่ากับว่าพวกเขาเชื่อว่าแวมไพร์ตนนั้นเป็นนักโทษไปแล้วเกินครึ่ง และถ้าไม่ยอมรับก็อาจจะถูกทรมานเหมือนอย่างที่แม่ของเอ็กซี่เคยโดนมาก่อน เพราะแบบนี้เธอถึงได้ยอมเข้ามาช่วย


 

 

วันนี้เป็นวันที่โบนากลับเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยอีกครั้งในรอบห้าวันนับตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง เธอรู้ตัวว่าเธอกำลังถูกจับตามองแต่ถ้าเธอหลบนั่นก็เท่ากับว่าเธอกำลังยอมรับว่าตัวเองเป็นคนฆ่าผู้ชายสองคนนั้นจริง เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงถูกกล่าวหา ทั้งที่วันนั้นเธอก็แค่ไปปรากฏอยู่หน้ารถที่มีกล้องติดเอาไว้ แต่ที่เรื่องมันใหญ่ขนาดนี้ก็อาจจะเป็นเพราะ


เห้ย นั่นไง นังแวมไพร์ที่ฆ่าคริสกับเลโอโผล่มาแล้วผู้ชายคนที่โบนาบีบคอเค้นเอาความจริงวันนั้นชี้มาที่โบนาทันทีหลังจากที่เห็นเจ้าหล่อน เขาเป็นคนที่ไปให้ปากความกับตำรวจรวมถึงเอาแต่ป่าวประกาศว่าแท้จริงแล้วโบนาคือแวมไพร์ ความไม่ยุติธรรมอีกเรื่องที่เกิดขึ้นคือทุกคนเชื่อเขา และลืมเรื่องที่พวกเพื่อนของเขากระทำต่อลูดาแล้วหันมาสนใจเธอแทน 


อย่ามากล่าวหาฉันนะ ฉันไม่ได้ฆ่าใครร่างบางหยุดพูดด้วยดวงตาแข็งกร้าว เธออยากจะพุ่งไปฉีกปากผู้ชายคนนี้ให้ซะรู้แล้วรู้รอดแต่เธอก็ทำไม่ได้


ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะใคร รู้มั้ยว่าวันนั้นยัยนี่พุ่งเข้ามาบีบคอฉันเพื่อถามว่าคริสกับเลโออยู่ที่ไหน หล่อนเป็นคนเดียวที่ไปที่นั่นแล้วพวกแกรู้มั้ย เห็นตัวเล็กๆแบบนี้แต่แรงหล่อนเยอะกว่าผู้ชายตั้งหลายเท่า คิดเอาเถอะว่าถ้าหล่อนไม่ใช่แวมไพร์อย่างที่เขาว่าแล้วจะเป็นอะไรเจสันตะโกนให้คนที่อยู่แถวนั้นเริ่มเข้ามาดูอย่างสนใจ


ฉันไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่พวกนายพูดทั้งนั้น หลีกไป


ไม่ได้เป็นงั้นก็ลองมาพิสูจน์มั้ยพวกเรา เห้ย จับมันไปมัดไว้กลางแดดดูซิเขาสั่งเพื่อนอีกคนให้เข้ามาช่วยจับตัวโบนา  ส่วนคนอื่นๆก็ไม่มีใครคิดห้ามด้วยความอยากรู้เช่นกัน  หากมนุษย์เกิดความสงสัยต่อสิ่งใดแล้ว พวกเขาจะทำทุกทางเพื่อคลายความสงสัยนั้นโดยไม่คิดว่าสิ่งที่กระทำจะทำลายชีวิตใครไปบ้าง


ปล่อยฉันนะ ฉันบอกให้ปล่อย!!”ร่างบางพยายามดิ้นและตะโกนไปด้วย เธอไม่สามารถออกแรงได้อย่างแวมไพร์มิเช่นนั้นคนอื่นก็จะรู้ได้ในทันที แต่ในขณะเดียวกันถ้าเธอปล่อยให้พวกนั้นจับไปอยู่กลางแสงแดดในเวลานี้ เธอก็มีอาจจะสลายไปเช่นกัน


เฮ้ๆ ไอ้พวกหนูสกปรก ปล่อยเธอไปดีกว่าน่าทั้งหมดชะงักลงเมื่อมีร่างของคนสองคนที่กำลังยืนขวางทางอยู่ คนหนึ่งมีเรือนผมสั้นประบ่าสีดำดัดลอนในเสื้อหนังสีเดียวกัน ส่วนอีกคนผมยาวสีแดงสวมหมวกใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีขาวดำ ทำให้คนถูกจับอย่างโบนาได้แต่มองอย่างแปลกใจที่เห็นพวกเขา


อันยอง ชินกูยาเอ็กซี่ยกมือขึ้นทักทายร่างบางอย่างอารมณ์ดีราวกับสถานการณ์ตึงเครียดอะไร


พูดบ้าอะไรวะ หลบไป!!”


ไม่หลบ พวกแกนั่นแหละที่ต้องปล่อยเธอมิกิชี้มือขู่ไปบ้าง


ไม่ปล่อยโว้ย


“โอเค งั้นมาดูกันว่าแกจะจับไปได้อีกกี่วิพูดจบทั้งเอ็กซี่และมิกิก็เดินอาดๆเข้าไปหาผู้ชายพวกนั้นทันที ถึงจะใช้พลังในแบบแวมไพร์ไม่ได้แต่พวกเขาก็พอมีวิชาป้องกันตัวอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #56 WS212 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 13:33

    มาอย่างเท่เลยนะเอ็กซี่ มิกิ

    พี่โบนาของน้องงงงง

    #56
    0
  2. #32 chubakie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:14
    ง่ากกกกกกกก ><
    เอ็กซี่กับมิกิมาแล้ว คิดถึงบทกวนๆของเอ็กซี่จริงๆเลยนะ ตอนไม่อยู่กับมาดามก็ไม่กากนิ!! โบนาพอเป็นแวมไพร์แบบนี้แล้ว ยิ่งสุขุมเข้าไปใหญ่ แต่ก็ยังติดรู้สึกความเป็นมนุษย์อ่ะเนาะ ก็ว่าโบนามาอย่างเท่แล้ว สองคนที่มาใหม่นิอย่างเก๋า ไม่ใช่ว่าจบเรื่องแล้วตีกันเองอีกนะ
    #32
    0