[Short fic] Curse Of Blood 2 [Bona,Xuanyi,Luda] fet.Exseol,Meixiao

ตอนที่ 1 : New Life

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    17 ม.ค. 61

 ปีต่อมา


University of the Philippines


     เจ้าของร่างบางเรือนผมสั้นสีดำเดินถือสมุดเข้ามาในมหาวิทยาลัยในช่วงเช้าตรู่ของวัน ดวงตาสวยภายใต้คอนแทคเลนส์สีน้ำตาลมองไปยังรอบๆ บรรยากาศยังคงสงบเพราะยังเช้าอยู่มาก เธอมักจะมาในเวลานี้เสมอแม้วันไหนจะมีเรียนบ่ายก็ตาม เหตุเพราะเวลานี้เป็นเวลาที่มีแสงแดดอ่อนที่สุด อากาศกำลังเย็นสบายที่สำคัญไม่ค่อยมีนักศึกษาพลุกพล่านให้รำคาญใจ  


     ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่สองที่โบนามาเรียนหลังจากอยู่เรียนที่โรมาเนียมาหนึ่งปีเต็ม เธอเบื่ออากาศหนาวจัดเลยลองกลับมาอยู่ในแถบเอเซียบ้าง ยิ่งได้รู้ว่าที่นี่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์มันก็ยิ่งน่าสนใจ เธอคอยสังเกตุและเรียนรู้การใช้ชีวิตของผู้คนที่นี่อยู่เสมอ เธอจดบันทึกทุกอย่างที่ตัวเองพบเจอและก็พยายามไม่พาตัวเองไปเข้าใกล้พวกเขาจนเกินไปเช่นกัน


     การใช้ชีวิตของเธอไม่ได้ง่ายนักหลายครั้งที่เธอต้องทนหิวเพราะหาเลือดดื่มไม่ได้ จนบางทีก็ต้องแอบปลอมตัวเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อขโมยเลือดที่เขาบริจาคมา แต่มันก็ไม่ได้แย่ถึงขั้นอยู่ไม่ได้เธอเรียนรู้จนชินเสียแล้ว อย่างน้อยเธอก็ภูมิใจที่ไม่ได้เที่ยวไปกัดคอใครไปทั่วเหมือนแต่ก่อน ร่างบางเดินหาที่ร่มแถวนั้นนั่งรอให้ถึงเวลาเรียน เธอเปิดหนังสือเล่มโปรดขึ้นมาอ่านก่อนที่มือถือในกระเป๋าเสื้อโค๊ทจะสั่นขึ้นมา


ย่าห์ คิม โบนา หายไปอีกแล้วนะ ถ้าไม่ติดต่อมาฉันจะไปตามหาเธอถึงที่แน่ๆ อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน


ข้อความจากชื่อที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นบนหน้าจอ โบนายิ้มออกมาน้อยๆแต่ก็ไม่ได้พิมพ์ตอบกลับไปนอกจากกดล็อคหน้าจอแล้วเก็บมันใส่กระเป๋าเช่นเดิม ครั้งล่าสุดที่เธอติดต่อกับเอ็กซี่ก็คือตอนที่เธอกำลังจะเดินทางมาฟิลิปปินส์ เธอบอกเขาแค่ว่าเบื่อโรมาเนียแล้วและจะหาที่อยู่ใหม่แต่ไม่ได้บอกเขาว่าที่ไหน  ไม่ใช่ว่าเธอโกรธเขาหรืออะไรแต่เธอคิดว่านานๆทีค่อยติดต่อกันมันคงดีกว่า แม้จะผ่านมานานแต่เธอก็ยังคงรู้สึกผิดส่วนความรู้สึกรักมันก็ยังมีแต่ก็เจือจางลงมากจนอาจจะเรียกว่าความรู้สึกดีๆแทนก็ได้ เธอยังคงรู้สึกดีใจที่เอ็กซี่ยังคงห่วงเธอเสมอ


ตุบ!


อ๊ะ ขอโทษค่ะโบนานั่งอ่านหนังสือจนไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าไหร่  เธอเงยหน้ามาอีกทีก็ตอนทีได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินไปชนกับผู้ชายร่างสูงสามคนเข้า เธอล้มลงพร้อมกับแซนวิสในมือที่ตกพื้นในขณะที่ซอสบางส่วนเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของผู้ชายหนึ่งในนั้น


เฮ้ ยัยเด็กเซ่อ ตาบอดเหรอ เห็นไหมว่าเธอทำเสื้อฉันเปื้อนชายหนุ่มโวยวายอย่างไม่พอใจ


ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ด เดี๋ยวฉันเช็ดให้นะคะเด็กสาวที่โบนาคิดว่าน่าจะไม่ใช่คนฟิลิปปินส์โดยแท้รีบลุกขึ้นใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองเข้าไปเช็ดให้คู่กรณี


อย่ามาแตะต้องฉันนะ!”


โอ้ย!”ร่างเล็กโดนผลักให้ล้มลง โบนาที่นั่งอยู่พยายามจะไม่สนใจ เพราะไม่อยากจะเข้าไปข้องเกี่ยวกับพวกมนุษย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว


เอ้ะ นี่มันยัยเด็กทุนจากประเทศจีนนี่ผู้ชายอีกคนชี้เมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาว่าเคยเรียนคลาสเดียวกัน


ฉ ฉัน ขอตัวก่อนนะเธอพยายามลุกหนีเพราะก็จำได้แล้วเหมือนกันว่าผู้ชายกลุ่มนี้คือพวกลูกผู้ดีมีเงินที่ชอบรังแกชาวบ้านไปทั่ว โดยเฉพาะกับนักศึกษาที่มาจากประเทศอื่นโดยการได้รับทุน พวกเขาคงคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของประเทศที่จะทำยังไงกับผู้ที่มาอาศัยก็ได้  ซึ่งเธอเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด


จะไปไหน  เธอทำเสื้อฉันเปื้อนเธอก็ต้องชดใช้ก่อนซี้ร่างสูงคว้าแขนเธอไว้


ฉันก็ขอโทษแล้วไง


ไม่พอ


แล้วจะให้ฉันทำยังไงถึงจะปล่อยฉันไป


กราบเท้าฉันสิ ไม่ก็ ยอมนอนกับพวกฉันซักคืนเป็นไงทั้งสามคนหัวเราะแล้วมองร่างของหญิงสาวอย่างหยาบโลน


ฉ ฉันไม่ทำเธอปฏิเสธเสียงสั่นเพราะไม่ว่าเลือกอย่างไหนมันก็เป็นการทำลายความเป็นคนของเธอทั้งนั้น ดวงตาสีเข้มมีน้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อคลออยู่ มันไม่ใช่ครั้งแรกแต่หลายครั้งแล้วที่เธอมักจะถูกคนที่นี่รังแกพวกเขาทำอย่างกับเธอเป็นหนูสกปรกไร้ค่าตัวหนึ่ง


งั้นก็อย่าหวังว่าเธอจะได้เรียนที่นี่อย่างสงบสุข เลือกเอาแล้วกัน หรือจะให้ฉันเลือกให้เป็นอย่างหลัง นอนกับพวกฉันสนุกนะจะบอกให้


หยุดหยาบคายซักทีเถอะถึงจะเป็นแวมไพร์แต่ยังไงโบนาก็เคยเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สุดท้ายก็ไม่อาจทนดูกริยาต่ำทรามนั้นได้ เธอลุกขึ้นดึงแขนเด็กสาวคนนั้นออกจากมือชายหนุ่มแล้วไปยืนขวางเอาไว้


เธอเป็นใคร


เป็นคนที่พวกนายควรถอยไปให้ห่างๆซะในตอนนี้ร่างบางจดจ้องหนุ่มฟิลิปปินส์ด้วยสายตาเยือกเย็น


ฮ่าๆ น่ากลัวจังเลยว่ะพวกมึงพวกนั้นหันไปหัวเราะด้วยกันอีกครั้ง เมื่อโบนาก็ตัวเล็กพอๆกับสาวชาวจีนที่หลบอยู่หลังเธอ


ไหน ดูซิจะน่ากลัวขนาดไหน อ๊ากกกชายหนุ่มยื่นมือเข้ามาจะจับใบหน้าของโบนาแต่แล้วก็ต้องร้องดังลั่นเมื่อถูกโบนาจับมือหนาแล้วหักขึ้นจนชายหนุ่มร้องลั่นแล้วทรุดตัวนั่งลงเมื่อโบนาออกแรงดันเพียงนิดแต่กลับสร้างความเจ็บปวดมหาศาลราวกับกระดูกของเขาจะหักในไม่ช้า  ทำให้เพื่อนของชายหนุ่มเข้ามาช่วยแต่ก็ถูกโบนาใช้มืออีกข้างบีบคอไว้จนหน้าแดงก่ำแล้วผลักออกให้ทั้งสองกระเด็นไปล้มลงนอนอยู่บนพื้นไม่ไกล


อย่าคิดว่าตัวเองเป็นเทวดา เพราะมากกว่าเทวดาฉันก็ฆ่ามาแล้วเธอขู่เสียงเรียบก่อนจะคว้าข้อมือเด็กสาวแล้วออกไปทิ้งให้พวกนั้นร้องโอดโอยหมดสภาพอยู่ตรงนั้น มันเป็นจริงอย่างที่เธอพูดเพราะขนาดซาตานแบบอึนซอเธอยังฆ่ามาแล้วเลย


ข ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะพอเดินมาได้ไกลระยะหนึ่งเด็กสาวร่างเล็กก็รีบหันมาโค้งขอบคุณโบนาไปหลายทีที่หล่อนช่วยเธอเอาไว้


อืม เธอไปเถอะโบนาตอบรับนิ่งๆก่อนเตรียมตัวจะหันกลับไปตามทางของเธอ


เดี๋ยวค่ะ พี่ชื่ออะไรเหรอคะร่างเล็กเรียกเอาไว้ อย่างน้อยเธอก็ควรได้รู้ชื่อของผู้มีพระคุณเพราะตั้งแต่เข้ามหาลัยมาหนึ่งปีเธอไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากใครที่นี่เลย


...........


ฉันชื่อลูดานะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบลูดาเลยรู้ตัวว่าเจ้าหล่อนคงไม่อยากตอบ เธอเลยแนะนำตัวเองแทนก่อนจะโค้งให้อีกครั้งแล้วเดินจากไป

 

 


Greenwich ,London


ลิซ่า เร็วๆสิ เดี๋ยวก็ไปไม่ทันหรอกเสียงเร่งเร้าดังมาจากร่างสูงที่กำลังก้าวขายาวๆอย่างเร่งรีบไปตามทางเดินของตัวตึกในมหาวิทยาลัยกรีนิซ โดยมีเด็กร่างสูงอีกคนเดินตามมาด้วยสภาพเหนื่อยหอบ


ให้ตายเถอะพี่เอ็กซี่ ถึงฉันจะเป็นแวมไพร์แต่ฉันก็เหนื่อยเป็นนะ วิ่งฝ่าแสงจากหน้ามหาลัยมาเนี่ยลิซ่าบ่นออกมา เหตุเกิดจากสองชั่วโมงก่อนหน้านี่เธอโดนเอ็กซี่พาโดดเรียนแล้วลากไปดูการแข่งสเก็ตบอร์ด กว่าจะนึกขึ้นได้ว่ามีคลาสต่อไปนั้นสำคัญแค่ไหนก็เหลือเวลาอีกไม่ถึง 20 นาทีทำให้ทั้งเธอและเอ็กซี่ต้องวิ่งเอาเป็นตายฝ่าแสงแดดมาแบบนี้


แกตะโกนบอกให้คนอื่นรู้รึไงว่าเป็นอะไร คิดว่าฉันไม่เหนื่อยรึไงเล่า แต่ถ้าเข้าเรียนไม่ทันล่ะก็คอขาดแน่เอ็กซี่หยุดพูดด้วยท่าทางสยดสยองเพราะคลาสเรียนประวัติศาสตร์นั้นอาจารย์ค่อนข้างหน้ากลัวสำหรับเขาเลยทีเดียว


ก็ใครสั่งให้พี่อยากไปข้างนอกเล่า


พูดมากน่า เร็วๆร่างสูงเข้าไปคว้าคอเสื้อลิซ่าแล้ววิ่งไปด้วยกัน ใจอยากวิ่งแบบแวมไพร์อยู่หรอกแต่เดี๋ยวคนอื่นจะผวากันเอา  ทั้งสองวิ่งมาหยุดอยู่หน้าห้องแต่เสียงอาจารย์ที่ดังอยู่ด้านในก็ทำเอาพวกเขาแทบจะหลั่งน้ำตาเพราะมันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า มาไม่ทัน


เอาไงดีพี่ เข้าไปดีมั้ย


เข้าก็ตาย ไม่เข้าก็ตาย เพราะงั้นเข้าไปละกันเผื่อลดโทษได้เอ็กซี่ตัดสินใจก่อนจะค่อยๆเปิดประตูแล้วเดินก้มตัวเต็มที่เพื่อไม่ให้คนที่กำลังสอนอยู่ด้านหน้าห้องเห็น และดูเหมือนจะไปได้ด้วยดีจนกระทั่งทั้งสองเกือบจะได้นั่งบนเก้าอี้ด้านหลังสุดแล้ว


คุณแม็กลาส  คุณมอร์แกน ไปไหนมาเหรอคะเสียงนุ่มของอาจารย์สอนประวัติศาสตร์เอ่ยทักให้ทั้งลิซ่าและเอ็กซี่ต้องสะดุ้งยืนหลังตรง สายตาของทุกคนทั้งหมดในห้องจึงหันมาจ้องทั้งสองคนเป็นตาเดียว


เอ่อ  ไป ไปห้องน้ำมาค่ะ แหะๆเอ็กซี่แก้ตัวออกไปน้ำขุ่นๆเหมือนที่เคยทำไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนก็ตาม


เหรอคะ งั้นเชิญนั่งค่ะอาจารย์สาวคนสวยยิ้มอย่างมีนัยยะแอบแฝงแล้วยอมผายมือให้ทั้งสองนั่นแต่โดยดีหากแต่


แต่ตอนเลิกคลาสไปพบดิฉันที่ห้องพักด้วยนะคะร่างสูงที่คิดว่าจะรอดหลับตาลงอย่างรับชะตากรม ในขณะที่นักศึกษาภายในห้องต่างพากันหัวเราะรวมไปถึงคนข้างๆอย่างลิซ่าด้วย


หัวเราะอะไร ฉันโดนแล้วอย่าคิดว่าแกจะรอดเขาหันไปแหวใส่คู่หูคนใหม่ก่อนจะหันกลับมาตั้งใจเรียนไปคิดไปว่าจะแก้ตัวยังไงดี


 

ก๊อกๆ


เอ็กซี่เข้ามาพบอาจารย์ตามคำสั่ง เขารออยู่ซักพักก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องพักอาจารย์ที่ดูเหมือนจะมีอาจารย์อยู่แค่คนเดียว เรียวปากบางจึงอมยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นลู่ทางเอาตัวรอดแล้ว ในตอนนี้อาจารย์คนสวยของเขากำลังนั่งตรวจงานอยู่บนโต๊ะ เรือนผมดำขลับและเรียวปากแดงอิ่มนั่นยังขับใบหน้าของเจ้าหล่อนให้ดูสวยสง่าไม่เสื่อมคลาย


ตอนกลางวันไปไหนมาเธอเอ่ยถามเสียงนิ่งโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเขา


ไป ไปกินข้าวมาค่ะ


คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอร่างบางเงยหน้าขึ้นมาจ้องดวงตาสีฟ้าของเขาอย่างรู้ทัน ต่อให้จะโตขึ้นจะเป็นแวมไพร์หรือมนุษย์ เอ็กซี่ แม็กลาส ก็ยังคงดื้อไม่เปลี่ยนแปลง


รู้แล้วจะถามทำไมอีกล่ะคะเขาพูดเสียงอ้อมแอ้มในลำคอ


อยากโดนลงโทษใช่มั้ย ทำผิดทำไมไม่ยอมสำนึกผิด คิดว่าเป็นฉันแล้วจะทำตัวยังไงก็ได้รึไงแวมไพร์สาวที่พึ่งผันตัวมาเป็นอาจารย์ดุลูกศิษย์คนพิเศษ ก็เพราะเขาเป็นซะอย่างนี้เธอถึงต้องยอมตามมาคุมไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าจะเรียนจบรึเปล่า


ลงโทษแบบไหนดีล่ะคะคนผิดก็ยังหาได้สำนึกผิดไม่ ซ้ำยังยื่นหน้าทะเล้นไปหาอาจารย์สุดที่รักอีกต่างหาก


เอ็กซี่ ฉันจริงจังซอลอาทำหน้าดุเข้าข่ม


โธ่ ออนนี่ยา  ฉันแค่แวะไปดูแข่งสเก็ตบอร์ดแป๊บเดียวเอง อย่างน้อยก็มาทันเรียนนี่นาร่างสูงเปลี่ยนเป็นใช้ลูกไม้อ้อน เขาเดินอ้อมไปข้างหลังแล้วใช้มือโอบรอบคอร่างบางเอาไว้พร้อมกับแนบแก้มนุ่มเข้ากับแก้มของเจ้าหล่อน


มาทันเรียนแต่ก่อนหน้านั้นโดดเรียนเนี่ยนะ


อ่า ลิซ่า เดี๋ยวโดนแน่เขาบ่นพึมพำเมื่อพอจะเดาได้ไม่ยากว่าซอลอารู้ได้ยังไง ลิซ่าคงจะยอมสารภาพบาปเพื่อเอาตัวเองรอดไว้ก่อนแน่ๆเพราะเจ้าเด็กนั่นคงจะคิดว่ายังไงเขาก็เอาตัวรอดได้เหมือนผ่านๆมา


ไม่ต้องไปโทษคนอื่น ถ้ายังทำตัวแบบนี้กลับไปที่บ้านไม่ต้องคุยกันซอลอาขู่บ้างเพื่อไม่ให้เขาได้ใจจนเกินไป


โอเคๆ ยอมแล้วค่ะ ฉันขอโทษ ต่อไปจะไม่โดดเรียนอีกแล้วค่ะอาจารย์เอ็กซี่ยอมผละออกมาแล้วชูนิ้วสาบานในขณะที่มืออีกข้างนิ้วไขว้กันอยู่

เป็นการสื่อว่าถ้ามีครั้งต่อไปจะไม่ให้เจ้าหล่อนได้รู้เด็ดขาด


ทำให้ได้อย่างที่พูดแล้วกัน


“ทำได้แน่ค่ะ แต่...อาจารย์ต้องให้รางวัลฉันก่อนนะคะร่างสูงยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเข้าไปยกตัวซอลอาขึ้นไปนั่งบนโต๊ะ


เอ็กซี่จะทำอะไรนี่มันห้องพักอาจารย์นะอาจารย์ผู้ควบตำแหน่งคู่ชีวิตตกใจแต่ก็ยังพยายามคุมสีหน้าให้ดุเข้าไว้เผื่อว่าเด็กตัวแสบจะกลัว แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์อยู่ดี ตั้งแต่ผ่านเรื่องร้ายมาก็ดูเหมือนว่าเธอแทบไม่เคยชนะเอ็กซี่เลย


แล้วไงคะ ฉันล็อคประตูแล้ว  พี่ก็รู้นี่นาว่าฉันจะเป็นเด็กดีก็ต่อเมื่อมีรางวัล


เอาไว้ให้ที่บ้านได้มั้ย  ที่นี่มันไม่เหมาะ อ๊ะ เอ็กซี่!เธอฟาดมือใส่ไหล่เด็กเอาแต่ใจที่ใช้มือลูบเรียวขาเธอขึ้นไปยังโคนขาจนขนลุกไปทั้งร่าง โดยสัญชาติญาณแวมไพร์เรื่องแบบนี้ถูกจุดได้ไม่ยากอยู่แล้ว ซึ่งเอ็กซี่ก็ดันรู้ข้อนี้ดี


"พี่นี่ชักจะทำตัวเหมือนมนุษย์เข้าไปทุกวันแล้วนะคะ จำเป็นต้องแคร์ด้วยรึไง จับได้ก็แค่ย้ายมหาลัยแค่นั้นเอง ฉันมีเวลาเรียนทั้งชีวิตน่า"เขาเกลี้ยกล่อมในขณะที่มือก็เลื้อยขึ้นสูงเรื่อยๆ การมีชีวิตอมตะทำให้เอ็กซี่ยิ่งชอบความท้าทาย


"เธอก็มีเวลาอยู่กับฉันทั้งชีวิตเหมือนกัน"


“ใครบอก ฉันอาจจะไปอยู่กับคนอื่นก็ได้นะ"


"อยากสลายไปก็เอาสิ"คนสวยตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้านกับคำพูดยียวนของเขา


"อ่า มาดามซอลนี่น่ากลัวไม่มีเปลี่ยนเลยนะ จะไม่ให้ฉันจริงๆเหรอคะ  ไม่ชอบเหรอที่ฉันต้องการพี่แบบนี้ร่างสูงส่งริมฝีปากไปคลอเคลียอย่างออดอ้อนพร้อมกับสายตาที่แสดงความรักความต้องการอย่างเปิดเผย ซอลอาไม่ว่าจะอยู่ในคราบมาดามเจ้าของร้านเพชรหรืออาจารย์สอนประวัติศาสตร์เจ้าหล่อนก็สวยจนชวนให้เขาคลั่งใคล้ได้อยู่ตลอด 


"เด็กเอาแต่ใจ"เจ้าหล่อนบ่นก่อนจะรั้งคอเขาให้ริมฝีปากนั่นเข้ามาแนบชิดกับเธอ ไม่ว่ายังไงเธอก็แพ้สายตาแบบนั้นของเอ็กซี่เพราะมันก็ทำให้เธอต้องการเขาไม่แพ้กัน สุดท้ายเธอก็เลยปล่อยให้นักศึกษาตัวแสบเอารางวัลจากเธอไปในขณะที่ลุ้นไปด้วยว่าจะมีใครมาเห็นหรือเปล่า เธอก็ใช่ว่าอยากจะเปลี่ยนมหาลัยบ่อยๆหรอกนะ


 

มิกิ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ซอลอาเอ่ยทักเจ้าของร่างโปร่งที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาภายในบ้านของเธอ หลังจากที่เธอกับเอ็กซี่พึ่งกลับจากมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน


ชั่วโมงนึงเห็นจะได้


มาทำไมไอ้น้ำแข็งร่างสูงแยกเขี้ยวใส่คู่หูคู่กัดของตัวเองแล้วทิ้งตัวลงไปนั่งบนโซฟาตัวใกล้ๆ ถึงปากจะคอยหาเรื่องกันแต่จริงๆแล้วเขาก็คิดถึงมิกิไม่น้อย เพราะหลังจากที่เข้าไปอยู่ในสภามิกิก็ย้ายไปอยู่กับซองโซอีกบ้าน ไม่ค่อยมีเวลาได้มาทะเลาะกับเขาซักเท่าไหร่


ไม่ได้มาหาแกแล้วกันไอ้บ้ากามมิกิกัดคืนบ้าง


ย๊า ใครบ้ากาม


ก็ใครล่ะ ห้องพักอาจารย์ก็ไม่เว้น เบาๆหน่อยเถอะพี่ฉันจะหมดความน่านับถือก็เพราะแกเนี่ยแหละ


มิกิ รู้ได้ไงแทนที่คนตกใจจะเป็นเอ็กซี่แต่กลับเป็นซอลอาแทน ร่างบางเบิกตาโพลงมองน้องสาวอย่างอยากจะได้คำตอบ


ก็ตอนเย็นฉันแวะไปหาพี่พอดี ควรจะขอบคุณฉันนะที่ยืนเฝ้าให้มิกิตอบด้วยรอยยิ้มขบขัน นานๆทีจะมีเวลาว่างเขาเลยลองแวะไปหาซอลอาดูแต่ใครจะคิดว่าจะแวะได้เหมาะเจาะขนาดนั้น  สุดท้ายเลยยืนเฝ้าข้างหน้าให้เผื่อว่าจะมีอาจารย์คนอื่นมา  จนคิดว่าเหตุการณ์สงบแล้วเขาถึงได้กลับมารอคุยที่บ้านเพราะยังไงก็ต้องรอรับซองโซที่ทำงานโรงพยาบาลเดียวกันกับดาวอนอยู่ดี


ขอบใจเอ็กซี่ขอบคุณอย่างหน้าตาเฉย ไม่ได้ดูเลยว่ากำลังจะโดนแวมไพร์คู่ชีวิตทึ้งคอเอา


เอ็กซี่ แมกลาส ต่อจากนี้ไปห้ามเข้าใกล้ฉันที่มหาลัยอีกคำสั่งเด็ดขาดออกมาจากปากซอลอาต่อจากนั้นดวงตาสีอำพันจ้องมองเอ็กซี่อย่างเอาจริงเอาจังบ่งบอกว่าคราวนี้ลูกอ้อนใดใดของเขาก็ไม่มีทางช่วยให้เธอใจอ่อนได้อีกแล้ว


อ่า ออนนี่ ฉันขอโทษ ขำอะไรเล่าไอ้น้ำแข็ง เพราะแกเลยร่างสูงรีบกระโดดไปนั่งโซฟาตัวเดียวกันกัเบจ้าหล่อนแล้วพยายามออดอ้อนในขณะที่ชี้นิ้วด่ามิกิไปด้วย


ฉันผิดอะไร ทำตัวเองเถอะไอ้บื้อ


เมื่อเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาของวันนี้มีการพบศพชายนิรนามสองคนในตึกร้างแห่งหนึ่งในกรุงมะนิลาประเทศฟิลิปปินส์  สภาพศพมีบาดแผลเล็กน้อยบริเวณศีรษะ และรอยแผลลึกสองจุดบริเวณลำคอ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพบศพในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหนึ่งราย เบื่องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นการฆาตรกรรมต่อเนื่องที่เลียนแบบการดูดเลือดของแวมไพร์เพื่อสร้างความแตกตื่น.....


เสียงรายงานข่าวจากในทีวีเรียกให้ทั้งสามแวมไพร์ที่กำลังงอนง้อและทะเลาะกันอยู่ให้หันกลับมามองเมื่อได้ยินคำว่าแวมไพร์


หืมฟิลิปปินส์มีแวมไพร์ด้วยเหรอเอ็กซี่เลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ จากรูปที่เห็นเขาค่อนข้างมั่นใจว่านั่นคือฝีมือแวมไพร์จริงๆ


แวมไพร์มีทุกที่นั่นแหละ อยู่ที่ว่าจะเปิดเผยตัวตนมากน้อยแค่ไหน แต่นี่ฉันว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆมิกิ สันนิษฐานด้วยใบหน้าจริงจัง


ทางตำรวจได้เปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขณะที่ชาวเมืองมะนิลาส่วนหนึ่งคิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝีมือของแวมไพร์จริงๆพร้อมพากันออกมาล่าแวมไพร์....


โอ๊ะ! นั่นมัน นั่นทั้งหมดเงียบแล้วตั้งใจฟังรายงานข่าวต่อจนกระทั่งนักข่าวเปิดภาพของผู้ต้องสงสัยเป็นผู้หญิงผมสั้นใส่หมวกสีดำ และแม้เพียงจะเห็นแค่นั้นเอ็กซี่ก็จำได้ว่าเป็นใคร เขาชี้ไปที่หน้าจอด้วยความตกใจ


โบนา!!!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #28 chubakie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:13
    อูยยยยยย อ่านตอนนี้จบละอุทาน เหมือนเปิดซีรี่ย์มาดูความรู้สึกแบบนั้นเลย>< โบนาคงไม่ได้เป็นคนทำหรอกไหม พึ่งตอนแรกบทตัวละครใหม่ๆคงยังไม่ชัดเจน แต่ตัวละครเดิมทำให้รู้สึกเหมือนเจอคนที่ไม่ได้เจอมานาน โดนเฉพาะเอ็กซี่ นี่หลุดขำจริงๆ เนื้อเรื่องยังสมูทเหมือนๆเคยเลยคิดถึงงงเรื่องนี้ รู้สึกไปเองว่าคำอ่านง่ายขึ้นหรือเปล่าไม่รู้ หรือเพราะพึ่งเริ่ม แต่เมื่อภาคก่อนตอนช่วงสงครามอ่านเหนื่อย เป็นมนุษย์ที่บางที่ต้องอ่านย่อหน้านั้นๆวนๆ มาภาคนี้ตัวโบนาน่าจะน่าสนใจมาก
    #28
    0
  2. #2 Mandeejingjing (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 15:48
    มาตอนแรก ก็เอาเลยนะเอ็กซี่55555
    #2
    0