[Short Fic] My Lovely Soul [Yeonjung x Soobin] Fet. WJSN

ตอนที่ 8 : โชคชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    6 ต.ค. 60





มันเป็นสัญญาณเตือนว่าแกเหลือเวลาอีกไม่นานแล้วเซจองบอกกับผีหมีผู้ไร้เดียงสาขณะกำลังยืนกันอยู่บนดาดฟ้าของตึก เขาเหม่อมองไปยังโลกกว้างยามราตรี คุณยมทูตในเวลานี้ดูมีท่าทีสุขุมมากว่าทุกวัน


ทำไมพี่ไม่เห็นเคยบอกว่าฉันมีเวลาจำกัดด้วยยอนจองทำหน้ายุ่ง ในอดีตเขาเคยถามเซจองว่าอีกนานแค่ไหนกว่าที่เขาจะได้ไปเกิดใหม่ แต่เซจองก็ตอบเพียงแค่ว่าไม่รู้ เขาจึงคิดเอาเองว่าเขาอาจจะมีเรื่องที่ยังค้างคาเลยไม่ได้ไปเกิดเสียที ถึงได้ทำนั่นทำนี่แม้จะไม่เคยประสบผลสำเร็จ โดยไม่รู้ว่ายังไงวันนึงเขาจะหายจากโลกนี้ไปเอง


ถ้าฉันบอกแกก็จะอยู่เฉยๆรอวันที่แกหายไปเองน่ะเหรอ


...........คนถูกยิงคำถามใส่เงียบไปเมื่อเถียงอะไรไม่ได้ เพราะในตอนนั้นเขาก็คิดอย่างที่เซจองพูดจริงๆว่าเมื่อไหร่จะหายไปจากการมีอยู่แต่ไร้ตัวตนเช่นนี้ หากรู้ว่ายังไงก็ต้องหายไปเขาก็คงเลือกที่จะอยู่เฉยๆแล้วปล่อยเวลาให้เลยผ่านไปเอง และเขาก็คงไม่คิดที่จะตามซูบินไปในวันนั้น


ทำไมดูไม่ดีใจล่ะ แกรอเวลานี้อยู่ไม่ใช่รึไงเซจองเพิ่มคำถามเข้าไปอีกหนึ่งข้อแม้ว่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว


นั่นสิ ทำไมฉันไม่ดีใจล่ะร่างสูงก้มหน้าลงพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้น้ำตาร่วงหล่นมา มือข้างซ้ายที่กำลังกำหมัดอยู่เริ่มจางลงอีกครั้ง ความจริงเขาไม่ควรจะเดือดร้อนใดใดเลยด้วยซ้ำเพราะต่อให้รู้ล่วงหน้าหรือไม่รู้ หากสิ่งนั้นมันเป็นโชคชะตาไม่ว่าจะเลือกเดินในทางไหนมันก็จะนำพาเราไปสู่ปลายทางเดียวกันอยู่ดี และพัค ซูบินก็คืออีกหนึ่งโชคชะตาของเขา


 คิดอะไรอยู่เหรอคุณหมีเสียงใสของซูบินทำให้วิญญาณที่เดินอยู่ข้างๆหลุดออกมาจากห้วงความคิดของตน ยอนจองพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนถนนสายเล็กๆริมแม่น้ำฮันในช่วงดึกของวันต่อ โดยมีมนุษย์อีกสองคนอย่างเอ็กซี่กับซอลอาเดินตามมาอยู่ห่างๆ


ก็...กำลังคิดว่า ฉันควรทำแบบนี้ดีมั้ยเขาหันไปยิ้มให้ซูบิน ก่อนจะก้มลงมองมือของเขากับเธอที่ได้แต่แกว่งเฉียดกันไปมา ยอนจองตัดสินใจกอบกุมมือเล็กนั้นไว้ให้มือของเขากับเธอแกว่งไปในทิศทางเดียวกัน เป็นผลให้คนตัวเล็กต้องก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเคอะเขินของตัวเอง


มันอาจจะเย็นหน่อยนะ คงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยเขาถามด้วยความกังวลใจเล็กๆเพราะมือเขาไม่ได้มีความอบอุ่นเช่นมนุษย์มันอาจจะทำให้ซูบินรู้สึกไม่ดีได้


ถ้าว่า จะปล่อยให้จับอยู่แบบนี้มั้ยล่ะเธอตอบโดยที่สายตากำลังมองนั่นมองนี่ไปเรื่อย ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ใช่ มือยอนจองไม่ได้ทำให้มือเธอรู้สึกอุ่นแต่มันทำให้ใจเธออุ่นต่างหาก


นั่นสิเนอะ แต่ถึงว่า ฉันก็ไม่ปล่อยหรอก


ชิ ถามเพื่อร่างเล็กหันมาเบ้ปากใส่เขาอย่างหมั่นไส้


ถึงฉันเป็นผี ฉันก็เป็นผีที่มีมารยาทนา


ถ้ามีมารยาทก็ควรจะขอก่อนจับไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่จับแล้วถึงมาขอ


งั้นเวลาเรารักใครเราก็ต้องขออนุญาตรักเขาก่อนเหรอ แล้วถ้าเขาไม่อนุญาตเราจะตัดใจได้เหรอยอนจองถามในขณะที่กำลังทอดมองหนทางเบื้องหน้า แต่คำถามนั้นกลับทำเอาคนข้างกายต้องหันขวับกลับมาจ้องมองใบหน้าขาวซีดนั่น


...........


งั้นฉันก็คงไร้มารยาทตั้งแต่ตกหลุมรักใครคนหนึ่ง โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตแม้แต่จะได้เห็นหน้าแล้วล่ะร่างสูงหันกลับมามองคนข้างกาย เขากระชับมือที่กุมอยู่แน่นขึ้นผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในหัวใจเขานับตั้งแต่ที่ได้ยินเสียง เสียงอันไพเราะที่ยังดังก้องในความฝันของเขาอยู่ทุกคืน  เขาเดินตามเสียงนั้นผ่านม่านหมอกจนระยะเวลาทำให้เขาหลงทางเมื่อเสียงนั้นค่อยๆจางลง ภายฝันเริ่มบิดเบือนและในยามที่เขาตกลงสู่ความมืดมิดเสียงนั้นก็เรียกเขาไว้อีกครั้ง หากแต่มันกลับเป็นครั้งที่เขากำลังจะกลายเป็นแค่ความฝันสำหรับเธอ


เปล่าหรอก คุณไม่ได้ไร้มารยาท เพราะถ้าคุณย้อนกลับไปถามเธอในตอนนั้นฉันเชื่อว่าเธอก็คงอนุญาต เหมือนอย่างในตอนนี้ซูบินส่งยิ้มให้กับร่างสูง ดวงตาสดใสหยาดคลอไปด้วยหยดน้ำ เธอรู้ว่าคนที่เขาพูดถึงมันคือเธอมันทั้งสุขใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน เราต่างอนุญาตให้อีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในหัวใจแต่โชคชะตาไม่ได้อนุญาตให้เข้ามาอยู่ในชีวิตของกันและกัน เราจึงทำได้แค่จับมือกันไว้และรับรู้มันได้ผ่านทางสายตาโดยปราศจากคำว่ารัก


ขอบคุณนะยอนจองยิ้มรับ นานนับนาทีที่ทั้งคู่ทำเพียงแค่จ้องมองกันอยู่อย่างนั้น แต่แล้วก็มีเงามืดครึ้มขนาดใหญ่คืบคลานเข้ามา สายลมพัดแรงขึ้นและมันก็ช่างหนาวเหน็บราวกับกำลังจะกรีดเข้าไปในเนื้อ ซูบินกับยอนจองกระชับมือกันแน่นทันทีแล้วมองสิ่งที่กำลังเกิดตรงหน้าด้วยหัวใจเต้นระทึก หรือว่านี่มันจะถึงเวลาที่ยอนจองต้องไปแล้ว


อย่านะ! อย่าพึ่งพาเขาไปเป็นซูบินที่รวบรวมความกล้าก้าวออกมากางแขนบังร่างของยอนจองไว้ เมื่อเงาใหญ่นั้นหมุนวนแล้วปรากฏขึ้นเป็นร่างของมนุษย์ในชุดสีดำสนิท เธอยังไม่อยากให้เขาไปในตอนนี้ อยากจะขอใช้เวลากับเขาอีกซักนิดแม้เพียงหนึ่งชั่วโมงก็ยังดี


มันถึงเวลาแล้ว เจ้าไม่มีสิทธิ์มาขวางเรา มนุษย์ จงหลีกทางไปเสีย


ม ไม่! ฉันไม่ไป แล้วก็จะไม่ให้คุณพาเขาไปด้วย  ฮึก ฉ ฉันขอร้อง อย่าพึ่งพาไปเขาเลยนะ ขอเวลาให้ฉันได้อยู่กับเขาอีกซักหน่อย แค่ไม่นาน ได้โปรดร่างเล็กโต้กลับเสียงแข็งแต่พอเห็นท่าทางนิ่งขรึมของอีกฝ่ายแล้ว สุดท้ายก็ทำได้แค่ปล่อยน้ำตาออกมาแทนอย่างหมดหนทางเพราะรู้ดีว่าเธอไม่อาจจะขัดขวางกฏแห่งชีวิตได้ มนุษย์ล้วนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ยอนจองตายไปแล้วและเขาก็ควรจะได้ไปสู่ภพภูมิใหม่ไม่ใช่ติดอยู่ในวังวนนี้


พี่เล่นอะไรของพี่เนี่ยแต่ในจังหวะที่ซูบินกำลังจะลงไปคุกเข่าอ้อนวอนอยู่นั้นยอนจองก็พูดขึ้นมาเสียก่อน มวลพายุเลือนหายไปในพริบตาเมื่อยมทูตตรงหน้าฉีกยิ้ม


ไง เท่ห์ป่ะ เหมือนในก็อบลินเลยมั้ย เสียดายไม่ได้พกหมวกมาด้วยเซจองเลิกเก็กแล้วปัดตามเสื้อสูทของตัวเองพร้อมกับบ่นเสียงลุงแก่ๆออกมา โดยไม่ได้ดูเลยว่ามนุษย์ตัวหนึ่งคนหน้าเหวอไปแล้ว


น นี่มันอะไรกันซูบินได้แต่กระพริบตาปริบๆทั้งที่น้ำตาเปรอะเปื้อนหน้า


อันยอง คุณก้อน


อะแฮ่ม! นั่นฉันเรียกได้คนเดียวยอนจองกระแอมขึ้นเมื่อเซจองเรียกซูบินด้วยชื่อที่เขาเป็นคนตั้งและจดลิขสิทธิ์ให้ตัวเองแล้วว่าเขาสามรถเรียกได้แค่คนเดียว ไม่พอผีจอมลามกยังยื่นมือไปจะจับทักทายอีก ไม่รู้ว่าพ่อเป็นฝรั่งรึยังไง


เป็นผีกากแล้วยังขี้หวงอีกนะ  งั้นแกก็แนะนำสิ แนะนำดีๆด้วย”เซจองกอดอกเชิดหน้าอย่างเก็กๆ แต่ความเก็กนั้นก็พลันแตกสลายไปเมื่อเจอประโยคแนะนำสุดคูลจากยอนจอง


เฮ้อ คุณก้อน นี่พี่เซจอง เป็นผีลุงเรร่อน


ยมทูตเว้ย เรียกให้มันดีๆ ฉันไม่ปราณีขึ้นมาแล้วจะรู้สึก


นั่นแหละ เขาเป็นยมทูตดูแลวิญญาณฉันน่ะร่างสูงได้แต่เบ้ปากตอบ เขาเองก็พึ่งรู้ได้ไม่นานมานี้ว่าเซจองเป็นยมทูตหาได้ใช่ผีเร่ร่อนอย่างที่เขาเข้าใจมาตลอด แต่ก็นะเพราะความที่เซจองทำตัวน่าเชื่อถือมาตลอดเขาเลยไม่ค่อยอยากจะกลัวเท่าไหร่ ความรู้สึกที่มีก็ยังเหมือนเห็นผีตัวเดิม


แล้วทำไมไม่บอกฉันล่ะ เล่นมาซะน่ากลัวฉันก็นึกว่า...มนุษย์ผู้โดนหลอกบ่นออกมาพร้อมกับปาดน้ำตาไปด้วย เธอหันไปมองค้อนยอนจองหนึ่งทีที่ไม่บอกให้เร็วๆ ทำเอาเธอเสียน้ำตาไปฟรีๆ


ก็ตั้งใจทำให้คิดแบบนั้นนี่เซจองสารภาพออกมาดื้อๆแบบไม่มีความรู้สึกผิดใดใด เขาก็แค่ผ่านมาแล้วเห็นกำลังซึ้งกันอยู่เลยขอเพิ่มความซึ้งให้อีกซักหน่อย


อ่า พี่นี่ให้ตายเถอะ


เอ้า ไม่ดีเหรอ จะได้รู้ไงว่าหล่อนเป็นห่วงแกมากกกกกก ขนาดไหนยมทูตเจ้าเล่ห์ลอยไปรอบๆตัวทั้งสองคนเหมือนกับจะเอาคำว่ามากไปพันเอาไว้ให้ครบรอบ ทำให้ซูบินต้องเกิดอาการเคอะเขินขึ้นมา


ใช้เวลาให้คุ้มค่าล่ะ  ในความโชคร้ายมักจะมีความโชคดีเสมอ เชื่อฉันเซจองตบไหล่ยอนจองไปสองสามทีพร้อมกับขยิบตาให้แล้วหายวับไป ตามระเบียบ


ทุกทีร่างสูงได้แต่บ่นไล่หลังอย่างปลงตก กับการทำตัวผลุบๆโผล่ๆแล้วแต่อารมณ์ของเซจอง และทุกครั้งก็ชอบมาพูดอะไรชวนคิดอยู่ตลอด ถามอะไรก็ไม่เคยบอกตรงๆจนเขาเหนื่อยที่จะถาม


ขอโทษนะที่ทำให้ตกใจเขาหันมาขอโทษคนข้างกายเพราะคิดว่าหล่อนคงจะเสียขวัญไม่น้อยแต่อีกใจเขากลับรู้สึกดีตอนที่ซูบินออกมากางแขนปกป้องเขาทั้งที่ตัวแค่นี้ไม่มีอำนาจอะไรจะไปต่อกรกับยมทูตเช่นเซจอง


ไม่เป็นไรหรอก ฉันอาจจะขี้กลัวไปเองสาวตัวเล็กก้มหน้าลงพูดเสียงเบา เธอไม่ได้กลัวที่เซจองไม่ใช่คนแต่ที่เธอกลัวคือกลัวว่าเซจองจะมาเอายอนจองไปต่างหากถึงได้ตกใจขนาดนั้น

 

 

ย่าห์ โซจอง เธอก็นำหน้าไปสิซอลอาพยายามดึงตัวเอ็กซี่ให้มาอยู่ตรงหน้าเธอ ในขณะที่กำลังชั่งใจกันอยู่ว่าจะเข้าไปหาซูบินดีหรือไม่ เหตุเพราะเมื่อกี้จู่ๆก็มีลมพัดแรงขึ้นมาพร้อมกับม่านหมอกทำให้พวกเธอไม่สามารถเห็นตัวของซูบินได้ แต่ก็ยังไม่กล้าจะเข้าไปหาอยู่ดี


อะไรเล่าพี่อะแหละนำร่างสูงขืนตัวไว้ไม่ยอมเดินไป ห่วงน้องก็ห่วงกลัวก็กลัว ใครมาเห็นท่านลีดเดอร์ในตอนนี้คงหัวเราะเยาะกันน่าดู แต่มุมแบบนี้เขาแสดงให้แค่พี่ใหย่เห็นเท่านั้นแหละ


ได้ไงเธอเป็นสามีเธอก็ต้องเป็นคนนำสิยะ


ใครเป็นสามี ฉันเป็นเมียพี่ต่างหาก พี่แหละนำ


ย่าห์ ทุกทีไม่เห็นจะยอม ทีอย่างงี้อยากเป็นเมีย


อย่าบ่นน่าไม่เป็นห่วงน้องรึไง เร็วๆเอ็กซี่ตัดบทโดยการดันตัวซอลอาเดินนำตัวเองไปก่อน เรื่องกลัวผีใช่ว่าจะเข้าใครออกใคร ดูเอาแล้วกันจากแมนๆอยู่ก็ยอมพร้อมจะเมียขึ้นมา

 

ซ ซูบิน มีอะไรรึเปล่า โอเคใช่มั้ยซอลอาถามน้องสาวคนสนิทเมื่อโนดันตัวมายืนต่อหน้าซูบินแล้ว  เพียงแค่เข้ามาขนกายเธอก็ลุกซู่อย่างไร้สาเหตุจากที่หนาวอยู่แล้วยิ่งหนาวขึ้นกว่าเดิมแล้วแบบนี้จะไม่ให้เสียงเธอสั่นได้ยังไง


อื้อ ฉันโอเค ที่จริงพวกพี่ไม่ต้องตามมาก็ได้ สงสารร่างเล็กพูดน้ำเสียงขบขันเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของพี่ทั้งสอง ก่อนออกมาเธอก็บอกกับเอ็กซี่และซอลอาแล้วว่าไม่ต้องตามมา แต่ทั้งสองคนก็ยืนกรานเพราะถึงจะมียอนจองแต่คนอื่นก็ไม่สามารถมองเห็น มันเสี่ยงที่จะมีคนใช้โอกาสนี้ทำมิดีมิร้ายได้ ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งเธอรู้ว่าทั้งเอ็กซี่และซอลอาก็ต่างอยากมีเวลามาเดทกันบ้าง เพียงแค่พูดกันตรงๆไม่เป็นเธอถึงได้ยอมเพราะข้อนี้มากกว่า


โอ้ย สงสารอะไร ฉันสบายดีจะตายเอ็กซี่ยืดอกขึ้นทำเหมือนไม่ได้กลัวเพราะไม่อยากให้น้องต้องมาสงสาร บอกแล้วว่ากับน้องๆเขาต้องดูเป็นผู้นำเสมอ


เหรอออ


ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ฉันว่าพวกพี่น่าจะเห็นยอนจองนะคะ เผื่อจะได้เลิกกลัวกัน เขาไม่ได้น่ากลัวเลยจริงๆนะซูบินเสนอ ซึ่งยอนจองเองก็พยักหน้าเห็นด้วย


ห เห็นได้จริงๆเหรอ แน่ใจนะว่าจะไม่มาเหมือนในหนังลีดเดอร์ถามอย่างกล้าๆกลัวๆ เขาเป็นคนกลัวผีที่ชอบดูหนังผีแล้วทุกครั้งผีที่โผล่มาก็ไม่เคยมีสภาพดีๆกันซักตัว


ถ้ามาเหมือนในหนังฉันก็จิตแข็งสุดๆแล้วค่ะ


เอางั้นก็ได้ มาถึงขั้นนี้แล้วนี่เป็นซอลอาที่ตอบตกลงและแน่นอนว่าคำตอบของเธอก็คือการตัดสินใจให้เอ็กซี่ไปแล้วเรียบร้อย


แต่ฉันว่า…”


จะขัดใจ?”


ทำไงล่ะถึงจะมองเห็น จัดมาเลยฉันพร้อมเอ็กซี่กำลังจะขัดแต่พอเจอสาตาพิฆาตที่จิกมามีหรือที่จะต่อปากต่อคำใดใดได้อีก เขาจึงหันไปถามซูบินแล้วสูดหายใจเข้าเต็มปอด


พี่สองหลับตาแล้วจับไดอารี่นี่ไว้นะ ตั้งสมาธิให้ดีพอฉันนับหนึ่งถึงสามแล้วค่อยลืมซูบินหันไปพยักหน้ากับยอนจองก่อนที่จะยื่นเอาสมุดไดอารี่ในมือให้กับพี่ทั้งสองคน เธอเองก็อยากจะรู้เหมือนว่าถ้าใครได้จับไดอารี่นี้แล้วจะสามารถมองเห็นยอนจองได้จริงมั้ย


1


2


3


ลืมตาได้ค่ะเธอบอกในขณะที่กำลังกลั้นขำเมื่อคุณผีขี้แกล้งก็ยังคงขี้แกล้งวันยันค่ำ ยอนจองเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเอ็กซี่ชนิดที่ใกล้มากๆจนแทบจะสิง


เฮ้ย!! ไอ่ผี ไอ่บ้า โว้ยย!!”ทันทีที่ลืมตาตามที่ซูบินบอกเอ็กซี่ก็ผงะจนเสียหลักลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น เขาโวยวายดังลั่นพร้อมกับชี้หน้ายอนจองไปด้วย ถึงจะมาแบบคนปกติแต่ลองมาซึ่งๆหน้าแบบนี้ต่อให้เป็นคนก็กลัว


ทำไมฉันไม่เห็นใครเลยอะผิดกันกับซอลอาที่มองอย่างไร้ทิศทาง เธอลืมตาขึ้นมาแล้วก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครอยู่นอกจากเอ็กซี่กับซูบิน


ไม่เห็นได้ไง ยืนทนโท่อยู่เนี่ย!”ร่างสูงชี้ไปที่ยอนจองอย่างหัวเสียพอเห็นแล้วก็รู้สึกหายกลัวขึ้นมาจริงๆแต่เปลี่ยนเป็นหงุดหงิดแทนตอนเห็นยอนจองยืนขำอยู่


ฉันไม่เห็นอะไรเลยจริงๆนะ ไหนอะ


อ่า มันคงขึ้นอยู่กับจิตของคนๆนั้นจริงด้วยสินะยอนจองนึกถึงคำพูดของเซจองที่เคยบอกเอาไว้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จับไดอารี่แล้วจะเห็น มันขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นๆมีเซนส์มากน้อยแค่ไหนด้วย


สงสัยพี่ซอลอาจะจิตแข็งไปน่ะค่ะเลยมองไม่เห็นซูบินอาสาอธิบาย


จะบอกว่าฉันจิตอ่อนงั้นเหรอเอ็กซี่ลุกขึ้นพูดอย่างไม่พอใจเล็กๆ


ไม่ต้องบอกก็รู้มั้ยล่ะว่าอ่อน  แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันเองก็ไม่ใคร่จะอยากเห็นอะไรแบบนี้เท่าไหร่ร่างบางหันไปเบ้ปากคนข้างกายที่เอาแต่ปากดีในขณะที่มือกำลังกอดเอวเธอไว้ซะแน่น ส่วนหนึ่งเธอก็ดีใจที่ไม่ต้องมองเห็นอะไรแบบเขา แหงล่ะ ใครกันจะอยากมองเห็นผี


งั้น ฉันขอแนะนำตัวอีกครั้งแล้วกันนะคะ ฉัน ยู ยอนจองค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเมื่อเห็นว่าเอ็กซี่เริ่มคุ้นชินแล้วยอนจองจึงใช้โอกาสนี้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ เขาโค้งให้เอ็กซี่หนึ่งทีแล้วส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้


ฉันว่าฉันไม่ยินดีเท่าไหร่นะ


พี่โซจองคะซูบินพูดเชิงดุเบาๆที่คนพี่ตั้งแง่กับคุณหมีของเธอ


ก็เออ จริงๆก็ไม่เลวหรอก ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าเป็นผี แล้วนี่เมื่อไหร่จะไป


พี่โซจอง!”


ฉันหมายถึงเหลือเวลาอีกนานมั้ย เข้มแข็งกันเข้าไว้ล่ะ โชคชะตามันก็ชอบเล่นตลกแบบนี้แหละ ดูอย่างฉันสิยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงยังอยู่กับยัยพี่โหดนี่ได้นานขนาดนี้ลีดเดอร์ขยายความให้เข้าใจว่าเขาไม่ได้มีเจตนาคิดร้ายแต่แค่เป็นห่วง มันคงเจ็บไม่น้อยที่เรากำลังรักในสิ่งที่ไม่มีตัวตนรักคนที่รู้ดีว่าวันหนึ่งเขาจะหายไป ถึงอย่างนั้นก็ยังอดพาดพิงไปถึงอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ได้  ไม่รู้อะไรนำพาให้มาเจอซอลอาและตามกันมาอยู่วงเดียวกันได้ทั้งๆก็มีคนตั้งมากมายที่เข้ามาและออกไปจากชีวิตยกเว้นก็แต่หล่อน ไปๆมาๆชีวิตเขาก็มีแต่พี่คนนี้มาเกือบครึ่งชีวิตแล้ว


ย่าห์ ถ้ามันแย่ขนาดนั้นก็ลาออกไปสิยะ ตามฉันมาอยู่นี่ทำไมคนโดนกล่าวหาหันมาทำหน้ายักษ์ใส่


ฉันว่าคุณสองคนน่าอิจฉานะ ได้ทำตามความฝันด้วยกัน คอยอยู่ข้างๆกัน เป็นฉันถ้ามีคนแบบนี้ในชีวิตฉันจะรักษาเอาไว้ให้ดีที่สุดเลยล่ะยอนจองพูดด้วยแววตาที่ฉายความเศร้าออกมา เขาอิจฉาเอ็กซี่กับซอลอาที่คอยจับมือกันเดินทางตามหาฝันจนทำสำเร็จ ไม่เหมือนเขากับซูบินที่เดินกันคนละทางกว่าจะรู้ว่าเรามีความฝันเดียวกันก็ตอนที่สายไปแล้ว


เขาพูดว่าอะไรเหรอซอลอาถามเมื่อเห็นทั้งเอ็กซี่และซูบินต่างเงียบลงไปพร้อมกับสีหน้าที่ดูเจื่อนลง


เดี๋ยวฉันกลับไปบอกที่ห้องแล้วกันเนอะ ไปเถอะ


อะไรเล่าก็บอกตรงนี้ไม่ได้รึไง!”


"เออ ไว้ค่อยบอก เดี๋ยวยอมเป็นเมียให้วันนึงอะ"เอ็กซี่พยายามเปลี่ยนบรรยากาศ ถ้าหากต้องย้ำประโยคนั้นมันก็จะเหมือนการย้ำความรู้สึกยอนจอง เขาจึงลากซอลอาออกมาก่อนเพื่อให้ซูบินกับยอนจองได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันต่อ


 "เฮ้! ยอนจอง เธอก็รักษามันได้นะ ตรงนี้น่ะแต่ก่อนจะเดินไปเขาก็ไม่ลืมพูดให้กำลังใจยอนจองโดยการชี้ตรงหัวใจ เขาเชื่อว่ายอนจองจะสามารถรักษาซูบินเอาไว้ได้แม้จะแค่ในหัวใจก็ตาม




ตอนหน้าจบละเน้อ มีอะไรจะบอกก็รีบบอก อิอิ 

กำลังคิดอยู่ว่าจะจบยังไงดี ยังไงก็ช่วยเชียร์กันด้วยนะ

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

109 ความคิดเห็น

  1. #107 WS212 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 23:04

    หมีอย่าหายไปได้ไหม

    ไม่อยากนึกถึงตอบจบเลย

    #107
    0
  2. #98 kkarioz_p (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 10:36
    แค่นึกแล้วก็ใจหาย ไม่อยากให้จากกันเลย แต่มันก็ต้องจากกันอยู่ดีค่ะ เก็บเกี่ยวเวลาดีดีกันไว้
    #98
    0
  3. #63 ALERT__ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 14:36
    ทันจะจบยังไงนะสงสารหมีTT
    #63
    0
  4. #62 กานต์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 12:06
    เราก็มาทำใจไปพร้อมกับคุณก้อนกันเลย

    ยังไงๆคุณหมีก็ต้องไป เฮ้ออ สงสารรรรร
    #62
    0
  5. #61 bbyn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 02:13
    ไม่เอาา ไม่ต้องหายไป ขอให้เค้าได้อยู่ด้วยกันต่อนะคะไรท์ สาธุ รออ่านตอนจบนะคะ สู้ๆ!!
    #61
    0
  6. #60 supakan2547 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 22:11
    ไรท์ตอนหน้าขอจัดลีดอยู่ล่างได้มั้ยคะ55555555โอ๊ยยขำกลัวถึงขั้นยอมเป็นเมีย
    #60
    0
  7. #59 LoveToon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 21:08
    โหหหหหห ต้องหายไปจริงๆหรอ แต่คุณยมก็มีคำใบ้ตลอดเลยนะ มันต้องจบแบบแฮปปี้เนอะไรท์เนอะ ฮิฮิ
    #59
    0
  8. #58 ทาสอูจู (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 20:34
    โอ้ย!!! เหมือนจะซึ้งนะแต่ ไม่สุดจริงๆกับตาโซจองจะยอมเป็นเมียอ่ะ หรือเป็นอยู่แล้ว555555
    #58
    0
  9. #57 Piano0327 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 19:33
    สงสารคุณหมี สงสารซูบิน😭😭
    คุกเข่าอ้อนวอนไรท์🙇 พลีส🙏 ได้โปรดให้เค้าทั้งคู่ได้สมหวังกัน ไรท์รู้ใช่มั้ยว่าเราหมายถึงอะไร ไหนๆโชคชะตาก็นำพาให้เค้าทั้งคู่ได้มาพบเจอกันแล้วแต่จะมาพรากเค้าไปแบบนี้ไม่ดีนะ เราเชื่อว่าไรท์ยังซ่อนปมอะไรอยู่ คุณยมฑูตต้องมีอะไรดีๆอีกแน่ ถ้าเราคิดไม่ผิด เป็นกำลังใจให้นะคะ จะคอยอ่านตอนจบค่ะ😊
    #57
    0