[Short Fic] My Lovely Soul [Yeonjung x Soobin] Fet. WJSN

ตอนที่ 2 : ไดอารี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    30 ก.ค. 60

     วันนี้เป็นวันแรกและครั้งแรกที่ พัคซูบิน ได้เข้ามาอัดรายการเพลงในฐานะสมาชิกรุกกี้น้องใหม่อย่างวงอูจูโซนยอ ในที่สุดเธอก็ได้ก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความฝันได้สำเร็จหลังจากต้องอดทนเป็นเด็กฝึกมาเป็นเวลานานเกือบเจ็ดปี สาวตัวเล็กในเสื้อแขนยาวสีฟ้าก้าวลงมาจากรถแวนคันใหญ่พร้อมด้วยสมาชิกอีก 11 คน เธอมองตึกใหญ่ตรงหน้าและเหล่าแฟนคลับมากมายที่มารอพบศิลปินคนอื่นด้วยความตื่นเต้นเล็กๆ นี่แหละสิ่งที่เธอฝันการได้เดินผ่านกล้องนับร้อยที่พากันโฟกัสมายังพวกเธอ มันทำให้รู้สึกเหมือนหัวใจพองโตแต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังยิ้มด้วยท่าทางเก้ๆกังๆอยู่เล็กน้อยมือก็คอยจับมือบัดดี้ของตัวเองอย่างมิกิไว้แน่น 

     สุดท้ายเธอก็เดินมาถึงทางเข้าจนได้ แต่ในจังหวะที่กำลังจะเดินเข้าไปนั้นซูบินเห็นสตาฟคนหนึ่งกำลังถือกล่องสองชั้นที่บรรจุหนังสือและแฟ้มเอกสารเต็มจนล้นออกมาเดินสวนเธอผ่านประตูด้วยท่าทางดูทุลักทุเลเพราะความสูงที่มันเกือบเลยศีรษะเขา และด้วยความมีน้ำใจเธอจึงไม่อยากจะปล่อยผ่านเลยเข้าไปอาสาที่จะช่วย


ให้ฉันช่วยมั้ยคะ


ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับสตาฟหนุ่มตอบอย่างเร่งรีบแล้วเบี่ยงตัวเดินออกไป


ตุบ!


โอ๊ะ!คุณสตาฟคะแต่เพราะแรงเหวี่ยงนั้นทำให้สมุดเล่มเล็กเก่าๆเล่มหนึ่งบนกล่องหล่นลงมา ซูบินก้มลงเก็บแล้วพยายามเรียกสตาฟคนนั้นไว้ แต่ดูเหมือนความหนักจะทำให้เขาเร่งรีบจนไม่อยากจะหยุดฟังเสียงคนที่กำลังร้องท้วงเลยซักเท่าไหร่ไอดอลสาวตัวเล็กเลยเตรียมจะวิ่งเอาไปให้แทน


ซูบิน ทำอะไรอยู่ คนอื่นเดินกันไปหมดแล้วนะเสียงเรียกของเมเนเจอร์ทำให้ซูบินต้องชะงักความตั้งใจนั้นเอาไว้กอปรกับสตาฟหนุ่มเดินไปไกลแล้วด้วย เธอจึงตัดสินใจเก็บสมุดนั้นเอาไว้กับตัวแล้วรีบวิ่งตามเมมเบอร์คนอื่นๆไป


 

     พอเข้ามาร่างเล็กก็ต้องคอยโค้งทักทายรุ่นพี่และบรรดาสตาฟทุกคนที่เดินผ่านจนแทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองใครตามมารยาทของน้องใหม่ของวงการ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากเด็กที่คอยมองพวกไอดอลผ่านทีวีวันนี้เธอได้มาอยู่ด้านหลังเวทีกับพวกเขาแล้วและเธอก็จะได้ไปยืนอยู่หน้าเวทีเช่นกัน หากแต่เดินไปจนเกือบถึงห้องแต่งตัวซูบินรู้สึกเหมือนจะมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่อยู่ใกล้เธอจนแทบจะเดินชน 

     เธอจึงรีบหยุดฝีเท้าแล้วโค้งแนะนำตัวตามมารยาท แล้วเบี่ยงตัวเดินออกไปด้วยความที่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองจนเดินเลยไปแล้วเธอถึงได้มีโอกาสหันมาดูใครคนนั้น จากด้านหลังเขาเป็นผู้หญิงตัวสูงกว่าเธอไปเล็กน้อยอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้าขาวกับกางเกงขาสั้น ผมสีน้ำตาลแดงยาวถึงกลางหลังผิวของเขาขาวเนียนในแบบที่ไอดอลควรจะมี ซูบินหยุดมองไปชั่วครู่เรียวคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนดอกไม้ชนิดหนึ่งจากตัวผู้หญิงคนนั้น ความเยือกเย็นเหมือนสาวลมหนาวพัดผ่านเมื่อกี้ทำให้เธอแปลกใจ แต่เธอก็ทำได้เพียงสั่นศีรษะเบาๆแล้วเดินเข้าห้องแต่งตัวไปก่อนที่จะโดนเมเนเจอร์ออนนี่มาตามอีก

 



เฮ้ เจ้าผีไม่มีที่ไป มายืนทำหน้ามึนอะไรอยู่ตรงนี้ยอนจองที่กำลังยืนตกตะลึงกับเหตุการณ์เมื่อกี้อยู่สะดุ้งเบาๆเมื่อถูกเพื่อนผีเพียงหนึ่งเดียวเข้ามาทัก จะเรียกว่าเพื่อนก็คงไม่ถูกเรียกว่าจำใจต้องคบหาสมาคมด้วยน่าจะดีกว่า


พูดอย่างกับพี่มีที่ให้ไปเลยเนอะร่างสูงหันไปพูดกับผีจอมทะเล้นตรงหน้านามว่าคิม เซจอง หางคิ้วของเขากระตุกเบาๆด้วยความเอือม ว่าเขาไม่มีที่ไปผุดไปเกิดเซจองก็คงไม่ต่างจากเจ้าไม่มีศาล วันๆก็เห็นลอยไปลอยมาแกล้งคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย


อย่างน้อยฉันก็มีที่ให้ไปเยอะกว่าแกละกัน โอ้ ตรงนี้งานดีเซจองยักคิ้วใส่ก่อนจะลอยไปยื่นหน้ามองหน้าอกไอดอลคนหนึ่งที่เดินผ่านไป

เหอะ ก็จริงยอนจองจำต้องยอมรับข้อเท็จจริงที่เซจองพูด ใช่ เขาติดแหงกอยู่แต่ที่นี่ออกไปไหนมาไหนไกลๆแบบเซจองไม่ได้มาสองปีแล้ว นั่นเป็นเหตุที่เขาต้องคอยทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ทุกวัน


สรุปแล้ว มายืนเอ๋อทำไมตรงนี้ วันนี้ไม่ไปนั่งมองคนอื่นร้องเพลงอีกเหรอ


ย่าห์ พี่ลุงเมื่อกี้ฉันว่ามีคนมองเห็นฉันด้วยล่ะพอพูดถึงตรงนี้ดวงตาหม่นๆของยอนจองก็ดูมีประกายแห่งความหวังขึ้นเขาพยายามเรียนรู้วิชาผี เพื่อหลอกมนุษย์มาตลอดแต่ก็ไม่เคยทำได้ เขาจับต้องสิ่งใดไม่ได้ ปรากฏตัวให้ใครเห็นไม่ได้ จึงไม่มีใครช่วยเขาให้หลุดพ้นไปจากที่แห่งนี้ได้เสียที เขาเองก็ไม่รู้ว่ากำลังติดบ่วงอะไรอยู่ อาจจะยังมีสิ่งคั่งค้างที่เขายังไม่ได้ทำ หากมีคนมองเห็นก็อาจจะมีทางช่วยเขาให้หลุดพ้นไปได้


แน่ใจ ไหนเล่ามาซิ


ก็เมื่อกี้ มีไอดอลกลุ่มหนึ่งเดินผ่านฉันไป แต่มีอยู่คนหนึ่งในนั้นไม่ได้เดินผ่านฉัน เธอหยุดเดินแล้วก็โค้งให้ฉันด้วย


หล่อนอาจจะโค้งให้คนอื่นก็ได้ม้างงผีรุ่นพี่ลอยตัวนอนตะแคงแล้วคิดวิเคราะห์ให้ผีรุ่นน้องได้ฟัง


แต่เมื่อกี้ไม่มีใครอยู่ข้างหลังฉันเลยนะ ฉันว่าเธอต้องเห็นฉันแน่ๆเลยพี่


ก็ถ้าแกคิดแบบนั้นแล้วทำไมไม่ตามหล่อนไปล่ะ ยืนรอความหวังอะไรอยู่มิทราบพูดจบเซจองก็หายวับไปในทันที ทำให้ยอนจองพึ่งนึกได้ว่าเขาควรจะตามผู้หญิงคนนั้นไปเพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจว่าเธอเห็นเขาจริง ก่อนที่เขาอาจจะไม่ได้เจอเธออีก

 


 

ซูบินอัดการแสดงเสร็จไปแล้วหนึ่งรอบ พวกเธอเช็ควีดีโอของตัวเองก่อนจะตกลงกันว่าขออัดอีกครั้ง ซึ่งจะต้องรอวงอื่นอัดจนครบอีกประมาณสองชั่วโมง ร่างเล็กจึงมีเวลาพัก เธอนอนเล่นอยู่บนพื้นในขณะที่เมมเบอร์คนอื่นก็พากันเล่นไอแพดบ้าง นอนงีบบ้าง กระทั่งสายตาของเธอเหลือบไปเห็นสมุดที่เก็บมาเมื่อชั่วโมงก่อนในกระเป๋า เธอส่งมือเล็กไปหยิบมันขึ้นมาดูเมื่อจู่ๆก็รู้สึกสนใจขึ้นมาราวกับมันมีแรงดึงดูด ดูผ่านๆแล้วน่าจะเป็นไดอารี่ของใครซักคน มันดูไม่เก่ามากแต่ความซีดของหมึกปากกาบนปกก็ทำให้รู้ว่าถูกเขียนมานานแล้วเช่นกัน


บันทึกลับ ฉบับหมีๆ?”ซูบินเผลอหลุดขำออกมาน้อยๆเมื่ออ่านตัวหนังสือจางๆบนหน้าปกนั่น เธอชั่งใจอยู่ซักพักว่าควรเปิดอ่านด้านในดีหรือไม่เพราะดูเหมือนจะเป็นการเสียมารยาทอยู่เล็กน้อยถ้าหากเจ้าของเขาหาเจอ


ไม่เป็นไรหรอกมั้งเธอพูดกับตัวเองเบาๆถ้าเจ้าของเขาอยากเก็บไว้มันคงไม่ไปกองไว้กับพวกเอกสารพวกนั้น บางทีเขาจะลืมไปแล้วก็ได้เผื่อเธออ่านข้างในแล้วได้รู้ว่าเขาเป็นใครจะได้เอาไปคืนถูก


22 มกราคม 2014

อันยอง ~ คุณพระอาทิตย์ที่แสนสดใส สายลมที่เป็นใจและท้องฟ้าสีพาสเทล

อีกไม่นานฉันก็จะมีเพลงเป็นของตัวเองแล้วนะ ไว้ฉันจะมาร้องให้คุณสายลมพัดพา

เสียงของฉันไปให้ทุกคนได้ฟังล่ะ  คึคึ


 

ท้องฟ้าสีพาสเทล? ฉันหวังว่าเขาคงไม่อยู่ในทุ่งโพนี่หรอกนะคนอ่านพูดออกมาอย่างขำๆกับบันทึกที่กำลังอ่าน เพียงแค่นี้เธอก็รู้สึกแล้วว่าคุณเจ้าของต้องเป็นคนที่สดใสมากแน่ๆ เธอเปิดอ่านมันต่อไปด้วยรอยยิ้มราวกับเธอได้หลุดเข้าไปในโลกของเขาที่ดูเหมือนความโศกเศร้าแทบจะไม่มีอยู่เลย จนกระทั่ง


 

02 กุมภาพันธ์ 2014

ท้องฟ้าต่อให้สีสวยแค่ไหนมันก็ต้องมีวันที่หมองหม่นสินะ

วันนี้ฉันรู้สึกเหมือนทางกลับบ้านของฉันจะทอดยาวไปไกลมากกว่าทุกวัน

เป็นอีกครั้งที่มันถูกเลื่อนออกไป อีกนานแค่ไหนกันนะที่ฉันจะได้ใช้เสียงมอบความสุขให้คนอื่น


 

น่าแปลกที่มันเป็นแค่ตัวหนังสือแต่ซูบินกลับรู้สึกเศร้าใจตามไปด้วย เธอว่าเธอเข้าใจความรู้สึกพวกนี้ดีและจะหาว่าเธอบ้ามั้ยที่เธออยากจะปลอบใจเขา ยิ่งอ่านเธอก็ยิ่งอยากรู้ว่าเขาก้าวผ่านมันไปได้มั้ยแต่ยังไม่ทันจะได้อ่านต่อเธอก็ถูกรบกวนเสียก่อน


ยอโบ ทำอะไรอยู่คะ ยอโบคิม ซอลอาพี่ใหญ่ผู้ไม่รู้จักโต(ในบางเรื่อง)เข้ามานั่งเบียดเธอแล้วกอดเธอเอาไว้ซะแน่นราวกับเธอเป็นตุ๊กตาของเล่นของหล่อน เสียงแบ๊วๆนั่นมันทำให้เธออยากจะตัดหูตัวเองทิ้งวันละหลายรอบ


อะไรของพี่เนี่ย อย่าบอกนะว่าทะเลาะกับพี่โซจองมาอีกซูบินกลอกตาหนึ่งทีแล้วถอนหายใจ อาการของซอลอาแบบนี้ไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าประชดใครอยู่ งอนกันทีไรก็เป็นเธอนี่แหละที่ลำบากทุกที


เปล่านี่ ทำไมฉันจะต้องไปทะเลาะกับคนแบบนั้นด้วย ในหัวสมองฉันเนี่ยมีแต่ยอโบคนเดียวเลยนะซอลอายังไม่เลิกวอแวในขณะที่เหลือบมองคนแบบนั้นของเธอ ที่กำลังยืนจัดผมอยู่หน้ากระจกแต่สายตากลับไม่ได้จ้องอยู่ที่เงาของตัวเอง


คนแบบนั้นของพี่นี่เป็นคนแบบไหนมิทราบชู โซจอง หันกลับมากอดอกจ้องพี่ใหญ่อย่างเอาเรื่อง


ก็คนเอาแต่ใจ ไร้เหตุผล


ใครไร้เหตุผล พี่ต่างหาก


โอ้ย หยุดเลยทั้งคู่ ตกลงทะเลาะอะไรกันมาคะ เมื่อกี้ตอนออกไปยังดีๆอยู่เลยนี่ร่างเล็กเอ่ยห้ามศึก ในขณะที่น้องๆคนอื่นพากันหัวเราะคิกคักเหมือนได้ดูมวยคู่เอก ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนยังนั่งซบกันหลับอยู่เลยพอไปเข้าห้องน้ำมาแป๊บเดียว เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือกันอีกแล้ว


ก็ยอโบของเธอน่ะสิ ไปยืนคุยกับผู้ชายตั้งนานลีดเดอร์คนเก่งแต่ขี้หวงเอ่ยฟ้อง พร้อมกับทำปากยื่นใส่


เขาเป็นรุ่นพี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยเข้าไปทัก เธอก็รู้จักนี่ จะโกรธทำไมล่ะ หึงรึไงซอลอาเถียงกลับด้วยใบหน้ายั่วโมโหมากกว่าจะจริงจัง เมื่อกี้เธอก็แค่เข้าไปทักทายรุ่นพี่คนหนึ่งที่รู้จักกันสมัยเธออยู่ค่ายเก่า แต่เอ็กซี่ก็เข้ามาดึงเธอออกมาซะเฉยๆจนเธอแทบไม่มีโอกาสโค้งขอโทษรุ่นพี่ ประเด็นที่ต้องมานั่งทะเลาะคือถ้าเขาแค่พูดออกมาว่าหึงแค่นั้นเธอก็จบแล้ว เธอจะได้ไม่ต้องคอยไปวแวคนอื่นให้เหนื่อย


ก็….เปล่า ฉันก็แค่กลัวว่าเดี๋ยวจะเป็นข่าวเอาแต่เอ็กซี่ก็คือเอ็กซี่ต่อให้จะแสดงอาการออกมาว่าหึงหรือหวงแค่ไหน ก็อย่าได้หวังว่าจะได้พูดออกไปจากปากตรงๆ


แค่กลัวเป็นข่าว? งั้นก็อย่ามาเสียเวลากังวลเลย ฉันจะไปยืนคุยกับใครอยู่กับใครที่ไหนมันก็เรื่องของฉัน ใช่มั้ยยอย่าห์ พัค ซูบิน หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยร่างบางกำลังจะหันไปทำตัวหวานกับซูบินเป็นการประชดต่อ แต่พอหันไปเธอก็พบเพียงพื้นที่ว่างเปล่า เมื่อซูบินหนีออกไปตั้งแต่ตอนไหนแล้วก็ไม่รู้

 


 

เจ้าของร่างเล็กเดินออกมานอกห้องพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายที่ต้องคอยเป็นกรรมการให้พี่ใหญ่กับลีดเดอร์ที่ชอบทำตัวเหมือนเด็กๆเถียงกันในเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ได้อยู่ทุกวันคนหนึ่งก็ปากแข็งอีกคนก็ขี้ประชด สามวันดีสี่วันไข้วันไหนดีกันก็ไม่เห็นหัวเธอแล้ว ที่ออกมานอกจากขี้เกียจถูกซอลอาใช้เป็นตัวประชดเอ็กซี่แล้ว เธอแค่อยากอ่านไดอารี่ต่ออย่างสงบเลยถือมันหนีมาปล่อยให้สองคนนั้นเคลียร์กันเอาเองหรือถ้าเถียงกันมากๆเดี๋ยวก็โดนมินจีออนนี่ดุเข้าให้เงียบกันไปเองนั่นแหละ


กึก!


ซูบินกำลังจะเดินไปแถวๆหน้าบันไดหนีไฟเพราะคนไม่พลุกพล่านนักแต่เธอก็ต้องชะงักฝีเท้าลงเมื่อเจอใครบางคนอยู่ตรงหน้าเธอ ทั้งชุดทั้งลักษณะท่าทางเขาดูคุ้นๆโดยเฉพาะสัมผัสเหมือนสายลมฤดูหนาวที่ทำให้เธอแน่ใจว่าเขาคือคนๆเดียวกันกับผู้หญิงที่เธอโค้งให้ก่อนหน้านี้


คุณ…”ไอดอลสาวดูตกใจนิดๆจนเผลอยกมือขึ้นชี้อีกฝ่าย


ดูจากทิศทางแล้ว  คุณหมายถึงฉันใช่มั้ย  คุณมองเห็นฉันจริงๆใช่มั้ยยอนจองลองโยกตัวไปซ้ายขวาแล้วซูบินก็ชี้ตามเขา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่มั่นใจเลยยื่นหน้าไปถามเจ้าหล่อนใกล้ๆซ้ำอีกที


นี่คุณ ฉันไม่ได้สายตาสั้นนะคะ ไม่ต้องยื่นหน้ามาใกล้ขนาดนั้นก็ได้ร่างเล็กเอนตัวออกห่างแทบไม่ทัน ขนาดเอนตัวจนจะล้มแล้วคนประหลาดก็ยังยื่นหน้าขาวๆของเขาตามมาจนเธอต้องใช้นิ้วที่ชี้ค้างไว้ดันตรงเหนืออกให้เขาออกห่างจากเธอ มีคนแปลกหน้ามายื่นหน้าใกล้ๆแบบนี้เธอย่อมรู้สึกประหม่าเป็นธรรมดา


“Whaa! คุณเห็นฉันจริงๆด้วย ขอบคุณพระเจ้า!”ร่างสูงพูดอย่างตื่นเต้นดีใจ ในที่สุดก็มีคนมองเห็นเขาเสียทีหลังจากทนรอมานานถึงสองปี เขาไม่รู้หรอกว่าหล่อนจะช่วยได้มากแค่ไหนแต่ตอนนี้ก็ขอดีใจไว้ก่อน อย่างน้อยเขาก็คงเหงาน้อยลง


ทำไมต้องดีใจขนาดนั้นด้วยคะ คุณคิดว่าฉันตาบอดรึยังไง


โอ๊ะ เปล่าๆ  คุณไม่ได้ตาบอดคุณน่ะตาดีมากๆเลยต่างหาก เพราะนอกจากคุณก็ไม่มีใครมองเห็นฉันแล้วเขารีบแก้ตัวเมื่อเห็นเจ้าหล่อนทำหน้าเหมือนจะไม่ค่อยพอใจ


ไม่มีใครเห็นคุณ? หมายความว่ายังไงซูบินยังคงไม่เข้าใจท่าทางและคำพูดของคนตรงหน้า ตอนนี้เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาใช่ไอดอลจริงๆรึเปล่า ดูเหมือนเด็กมัธยมที่หนีเรียนมาซะมากกว่า จากที่มองข้างหลังเมื่อกี้เธอนึกว่าเขาจะเป็นคนนิ่งๆเสียอีก


ถ้าฉันบอกไปแล้วอย่าตกใจนะยอนจองพูดเตือนเอาไว้ก่อนด้วยกลัวว่าถ้าหล่อนรู้แล้วจะตกใจจนหนีเตลิดไป ซึ่งซูบินก็พยักหน้ารับอย่างงงๆ


ฉันเป็นผี


ผี? อ่า ฉันเข้าใจแล้ว งั้นขอตัวก่อนนะพอได้ยินคำตอบซูบินก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเธอไม่ควรจะเสียเวลาสนทนากับเขาต่อ เขาคงจะเป็นเด็กที่ชอบเที่ยวแกล้งคนอื่นอย่างที่เธอคิดจริงๆ


เดี๋ยวๆ เดี๋ยวสิ คุณไม่ตกใจเหรอผีกระจอกรีบวิ่งมาดักหน้าอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าหล่อนไม่มีท่าทีตกใจกลัวเลยแม้แต่น้อย ท่าทางต่างจากที่เขาคิดไว้ลิบลับ ไม่รู้ว่าเธอชินหรือเขาไม่เหมือนผี


ตกใจสิคะ ฉันตกใจจนตัวสั่นเลยล่ะเธอตอบด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดใดอกมาเหมือนอย่างที่พูด


ย่าห์ แต่ฉันเป็นผีจริงๆนะ ช่วยกลัวฉันซักนิดได้มั้ยยอนจองพอจะรู้ว่าสาวตัวเล็กกำลังไม่เชื่อเขา ทำให้เขารู้สึกเสียเซลฟ์ของความเป็นผีชอบกลที่ทำให้คนกลัวไม่ได้ ใบหน้าขาวใสเลยเริ่มหงิกงอ


พูดตามตรงเลยนะคะ คุณไม่มีตรงไหนที่น่ากลัวซักนิดเลยค่ะ คุณหมี


ห๊ะ ม หมี ไม่ใช่หมีสิ ฉันเป็นผี ไม่เชื่อเดี๋ยวฉันหายตัวให้ดูคุณหมีที่ซูบินว่ายังคงดักทางไม่ยอมให้เธอเดินหนี แน่นอนว่าเขาคงไม่ยอมปล่อยให้เธอจากไปโดยที่ยังเข้าใจผิด ร่างสูงจึงพยายามพิสูจน์ให้ดูโดยการหายตัวไปโผล่นู่นโผล่นี่เหมือนที่ทำอยู่ทุกวัน 


 ฮึบ! ฮึบ! แฮร่! เห? ทำไมถึงแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่วันนี้ เพราะไม่ว่ายอนจองจะพยายามฮึบให้ตัวเองหายไปหรือแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ซูบินยังไงเขาก็ยังเหมือนคนปกติอยู่ตามเดิม ความฉงนเกิดขึ้นมาในความคิดทันที เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน


แสดงจบรึยังคะ  ฉันจะได้กลับห้องพักร่างเล็กได้แต่มองอย่างละเหี่ยเพลียใจ เธอโค้งตัวนิดๆอย่างมีมารยาทแล้วเดินผ่านยอนจองไป อุตส่าห์หนีจากสนามมวยมาแล้วยังต้องมาเจอคนไม่ปกติอีก นี่ก็ใกล้เวลาที่จะต้องไปอัดต่อแล้วด้วย สงสัยเธอคงต้องเก็บไดอารี่เอาไว้อ่านที่หอน่าจะดีกว่า


ด เดี๋ยวสิคุณ


อ้อ ฉันจะบอกว่า ไอดอลก็จำเป็นต้องไปพบจิตแพทย์เหมือนกันนะคะ



ตอนหนึ่งมาแว้ว คิดว่าพอจะเดาเรื่องราวคร่าวๆได้ อ้อ ไรท์ลืมบอกไปว่าเรื่องนี้

เคยเป็นพล็อตของเซแชนะคะ คิดว่าน่าจะมีคนเคยอ่านแต่ไรท์แต่งไม่จบเลยลบไป

เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าไรท์ไปก็อบมา ถึงอย่างนั้นสตอรี่ค่อนข้างต่างด้วยคาแรกเตอร์

ของพระนางที่ไม่เหมือนกันเลย 55 ตอนหน้าค่อยมาดูกันว่าน้องหมีจะทำให้ซูบินเชื่อได้มั้ยว่าเป็นผี

ฝากติดตามและคอมเม้นด้วยเน้อ หรือไม่ก็ไปหวีดกันได้ที่ #ฟิคผีน้อยยอนจอง



 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

109 ความคิดเห็น

  1. #101 WS212 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 19:51

    55555555 เจ้าหมี

    #101
    0
  2. #92 kkarioz_p (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 01:15
    เจ้าหมีเอ๊ย ทำไมเป็นผีกากเบอร์นี้ ซูบินยังไม่เชื่อเลยว่าแกเป็นผี
    #92
    0
  3. #89 BtheK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 04:48
    555555 เจ้าผีหมีน้อพยายามจะหายตัวแต่ก็ทำไม่ได้
    #89
    0
  4. #73 benjaponploy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 19:23
    เห็นในทวิตไรท์ท้อมากเป็นกำลังใจให้นะคะ. สู้ๆค่าาาาา
    #73
    0
  5. #12 LoveToon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 20:51
    หมีเป็นผี ที่ไม่มีความน่ากลัวใดๆทั้งสิ้น 5555
    #12
    0
  6. #11 Piano0327 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 18:44
    หมีเอ้ยแกเป็นหมี เอ้ย! ผีที่กากจริงๆ  แค่เริ่มมาก็สนุกแล้ว หวังว่าซูบินจะช่วยเจ้าหมีให้หายกากได้ และหวังที่สุดคือขอให้สมหวัง
    คอยตามอ่านนะคะไรท์
    ปกติแล้วไม่ค่อยเม้นท์แต่เพราะเป็นฟิคคู่ที่ชอบเลยมาให้กำลังใจไรท์สักหน่อย ไรท์จะได้มีพลังในการเขียนต่อ 😊
    #11
    0
  7. #10 Wiriya Lawansathian (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 12:30
    โถ น้องหมี ในวันที่เป็นผีไม่ได้ดั่งใจ ซูบินก็ไม่เชื่ออีก ลองตามไปห้องพักสิ จะมีแค่ซูบินที่เห็นนะ
    #10
    0
  8. #9 Brightc (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 08:33
    หมีน่ารักกมากเลยย มีความพยายามให้เชื่อจริงจังมาก ทำไมหมีไม่เห็นไดอารี่ รออ่านตอนต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆค่า
    #9
    0
  9. #8 mwithyu. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 00:11
    เอ็นดูในความพยายาม ฮึบ หายตัวของผีหมีมากๆเลยค่ะ น่าเอ็นดู๊วววน่าเอ็นดู ผีเก๊ ป่ะคะเนี่ย ทำไมซูบินไม่กลัวเลย55555555555555555555
    #8
    0
  10. #7 Darkness_S11 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:20
    เจ้าหมีจะทำให้ซูบินเชื่อได้มั้ยน๊า แล้วซูบินจะช่วยเจ้าหมีได้ยังไง แค่ตอนที่ 2 ก็สนุกและน่าลุ้นมากแล้ว รออ่านตอนต่อไปเลย 😂/สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ 
    #7
    0