คัดลอกลิงก์เเล้ว

[One Shot] Winter Again [ExSeol&YeonBin]

โดย Summersnow​

เมื่อลมหนาวพัดเอาความอบอุ่นจากฉันไป

ยอดวิวรวม

866

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


866

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 เม.ย. 60 / 12:01 น.
[One Shot] Winter Again [ExSeol&YeonBin] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Winter Again





'โซจองอ่า ถ้าลมหนาวพัดมาอีกครั้ง เราจะได้เจอกันอีกใช่มั้ย'




ฟิคเรื่องนี้เกิดจากเห็นรูปพิซอลเซ็ตนี้แล้วอยากแต่ง
บวกกับฟีลขุ่นมัวในช่วงนี้ที่ทำให้แต่งเรื่องที่ค้างไว้ไม่ได้
เลยต้องมาระบายกับเรืื่องนี้ก่อนเผื่อดีขึ้น ชอบไม่ชอบยังไง
ติชมได้นะคะทั้งในนี้แล้วก็ #ฟิคwinter

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 เม.ย. 60 / 12:01

บันทึกเป็น Favorite



กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่อากาศหนาวจัด กรุงโซลถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวราวกับผ้าห่มผืนใหญ่ที่คลุมเมืองไว้ ปุยหิมะสีขาวกำลังร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าสีขุ่นมัว ดวงตะวันโผล่ขึ้นมาจากเบื้องหลังขอบฟ้าพยายามส่องแสงทะลุม่านหมอกแต่ก็ไม่อาจสู้ได้ มันทำได้เพียงส่องแสงเป็นประกายสีส้มเล็กๆให้แสงสว่างบ่งบอกยามเช้า เสียงประกาศข่าวยังคงดังออกมาตามสายทั่วทั้งเมือง ผิดกับสวนสวนธารณะสองข้างทางดูเงียบสงบ ต้นไม้สลัดใบเหลือแต่กิ่งก้านที่ถูกแต่งแต้มด้วยหิมะแทนใบไม้สีเขียว


ยู ยอนจอง เดินล้วงกระเป๋าเสื้อโค๊ทตัวหนามาตามทางเดินพื้นหินสีเทา มือข้างหนึ่งของเขาถือร่มสีเข้มเอาไว้เพื่อกันไม่ให้เจ้าปุยหิมะหล่นลงมากระทบศีรษะแล้วพาลทำให้ต้องนอนซมเป็นหวัดเอา ผ้าพันคอสีแดงถูกพันไว้รอบคอตามคำสั่งของใครบางคนที่เป็นคนถักให้เขาเองกับมือ แค่คิดก็ทำเอาเขาอดยิ้มไม่ได้กับคำบ่นเสียงแหลมของรุ่นพี่ที่รักที่มักจะบ่นเวลาที่เขาไม่สบายแล้วเสียงหายอยู่เสมอ ซึ่งในอีกหนึ่งไม่กี่นาทีข้างหน้าก็จะได้เจอกันเช่นทุกวัน 


ยอนจองเป็นเด็กฝึกของค่ายเพลงแห่งหนึ่ง นั่นเป็นเหตุผลที่เขาต้องเดินผ่านทางลัดซึ่งเป็นสวนสาธารณะนี้ทุกวัน เขามองดูบรรยากาศรอบๆด้วยรอยยิ้ม ยอนจองชอบหน้าหนาวพอๆกับที่เขาชอบเป็นหวัด แต่อย่างหลังนี่ไม่ได้หมายถึงว่าเขาจะชอบมันเพราะความรู้สึกหรอกนะ


สองฝีเท้าเดินไปตามทางก่อนจะหยุดชะงักเมื่อสายตาไปพบเข้ากับผู้หญิงคนนึงที่นั่งอยู่ตรงม้านั่งไม้ตัวเก่าใต้ต้นไม้ที่ไร้ซึ่งใบปกคลุม เธอสวมชุดเดรสสีขาวทับด้วยเสื้อสเวตเตอร์สีครีมตัวใหญ่ ในมือถือดอกกุหลาบสีแดง ใบหน้าเรียวสวยได้รูปของเธอนั่งจ้องมองดอกไม้ในมืออยู่แบบนั้นนานนับนาทีโดยไม่มีการขยับ 


ภาพเหล่านี้ยอนจองเห็นมันมานับตั้งแต่วันแรกที่เขาย้ายมาอยู่หอพักใกล้บริษัทประมาณเกือบอาทิตย์ เขาไม่รู้ว่าเธอกำลังรอใคร ทำไมถึงมารอได้ทุกวันและเป็นเวลาเดิม ดูแล้วคงจะหนาวน่าดูแถมยังไม่พกร่มมาด้วยอีกต่างหาก เขาหยุดมองซักพักก่อนจะดึงมือข้างซ้ายออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค๊ทเพื่อดูเวลาและเมื่อเห็นว่ายังมีเวลาอีกเหลือเฟือที่จะไปให้ทันการฝึกซ้อม สองขาเลยเลือกที่เดินไปหาพี่สาวคนนั้น


ร่มคันขนาดพอดีถูกยื่นไปบังหิมะที่ตกลงมากระทบเรือนผมสีดำสวยของเธอ เป็นเหตุให้หญิงสาวที่กำลังนั่งจ้องมองดูดอกไม้ต้องยอมเงยหน้าขึ้นมาดูเมื่อพบว่าเจ้าเกล็ดหิมะบางเบาไม่ตกกระทบลงบนดอกไม้และมือของเธอแล้ว


“นั่งตากหิมะแบบนี้เดี๋ยวไม่สบายนะคะ อากาศยิ่งหนาวๆอยู่”ยอนจองส่งยิ้มตาหยีไปให้คนที่เงยหน้ามองเขาอย่างงุนงง


“ใครว่าล่ะคะยิ่งหนาวก็ยิ่งอบอุ่นต่างหาก”เธอตอบสั้นๆก่อนจะก้มลงไปมองดอกไม้ต่อถ้ายอนจองตาไม่ฝาดเขาเห็นรอยยิ้มจางๆที่ริมฝีปากของเธอ


“อ้อ อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ว่าแต่ฉันเห็นคุณมานั่งตรงนี้หลายวันแล้ว รอใครอยู่เหรอคะ”ถึงจะไม่เข้าใจในคำตอบแต่ยอนจองก็พยายามชวนคุยต่อโดยการถามคำถามที่เขาสงสัยใคร่อยากจะถามมากที่สุด แต่ไม่ว่าเธอจะรอใครเขาก็ว่าคนๆนั้นต้องใจร้ายมากแน่ๆที่ปล่อยให้ผู้หญิงบอบบางหน้าตาสะสวยต้องมานั่งรอแบบนี้ นี่ไม่ใช่ว่าเขาตกหลุมรักเธอหรอกนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเขาอาจจะโดนรุ่นพี่ตัวเล็กจอมโวยวายบีบคอเข้าให้ก็ได้ เขาก็แค่เห็นใจในฐานะมนุษย์ด้วยกัน 


การรอคอยไม่ใช่เรื่องสนุกนักหรอก เวลาจะถูกแช่แข็ง เหมือนกับเข็มฬิกาเป็นขาของเราที่เดินฝ่าหิมะกองโต 
ต่อให้พยายามก้าวเร็วแค่ไหนมันก็ยังเชื่องช้าเกินไปเมื่อเทียบกับเวลาในหัวใจอยู่ดี



“ฉันมารอแฟนน่ะค่ะ ตอนนี้ยังไม่มาเลย”พี่สาวคนสวยตอบโดยไม่ได้มองหน้าเขาแต่เธอเลือกที่จะมองไปยังเบื้องหน้าซึ่งเป็นสนามเด็กเล่นเล็กๆ


“ขอบคุณนะคะ”เธอหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง  เป็นการขอบคุณที่เขาอุตส่าห์มีน้ำใจมาถามไถ่เธอ


“อ๋อ ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ งั้นเอางี้คุณถือร่มนี้ไว้นะ ฉันว่ากว่าแฟนคุณจะมาก็อาจจะอีกนาน เขาคงไม่อยากเห็นคุณป่วยหรอก”ยอนจองจับมือของเจ้าหล่อนขึ้นมาแล้วยัดคันร่มใส่ในมือเธอ ก่อนที่เขาจะโค้งให้น้อยๆด้วยรอยยิ้มแล้วเดินจากมาโดยไม่ได้หันไปมองเธออีก แม่ของเขาเคยสอนว่า กลิ่นดอกไม้ จะหอมติดมือผู้ให้เสมอ เวลาเราให้อะไรแล้วมันจะเป็นความรู้สึกดีที่จะติดตัวเราตลอดไป








“ร่มไปไหน ทำไมเดินตากหิมะมาแบบนี้ เดี๋ยวก็ป่วยอีกหรอก”ตามเคยที่พอกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาถึงบริเวณหน้าตึกของบริษัทยอนจองก็ต้องถูกคนที่ยืนรออยู่ดุเข้าให้ แต่ถึงจะดุแต่พัค ซูบินก็ยังเข้ามาปัดหิมะตามเนื้อตามตัวให้เขาพร้อมกับกระชับผ้าพันคอให้อยู่ดี


“เอาให้พี่สาวคนนึงไปที่สวนสาธารณะไปน่ะ ฉันเห็นว่าอีกนิดเดียวก็จะถึงบริษัทแล้วเลยเอาให้พี่เขาไปก่อน หยุดทำหน้าเป็นยักษ์ได้แล้วน่า มันน่ารักนะรู้ป่ะ”เขาแกล้งแซวคนที่ทำหน้ายุ่งเหยิงอยู่ ก่อนจะส่งมือไปกดตรงหัวคิ้วให้เจ้าหล่อนเลิกทำให้มันพันเข้าหากันเสียที 


“พี่สาว? พี่สาวไหนบอกมานะ”จากที่ทำหน้ายุ่งพอยอนจองพูดถึงผู้หญิงคนอื่นก็ทำให้ยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ ด้วยความสงสัยว่ามีผู้หญิงที่ไหนทำไมเขาต้องยอมสละร่มให้ด้วย


“นี่ หยุดคิดว่าฉันจะนอกใจพี่เลยนะ ฉันว่าจะเล่าให้ฟังหลายทีแล้วแต่ก็ลืม ก็ตั้งแต่ที่ฉันย้ายมาอยู่หอที่นี่ เวลาเดินผ่านสวนสาธาณะทีไรก็จะมีพี่สาวคนหนึ่งมานั่งตรงม้านั่งแถวนั้นทุกวันเลย วันนี้ฉันสงสัยเลยเดินเข้าไปถาม พี่เขาบอกว่ารอแฟนล่ะ แต่หิมะตกขนาดนั้นฉันสงสารก็เลยเอาร่มให้ไป ฉันไม่เคยเห็นแฟนพี่เขาเลยนะ สงสัยต้องเป็นพวกขี้เซาตื่นสายชอบปล่อยให้แฟนรอแน่ๆ”


“เหมือนเธอน่ะเหรอ”ซูบินอมยิ้มนิดๆเมื่อเห็นเขาเล่าระเอียดยิบเหมือนเด็กที่กำลังยืนอ่านรายงานให้คุณครูฟังคำไหนนึกไม่ออกเขาก็จะหยุดนึกแถมยังวิเคราะห์ไปด้วยทั้งที่เธอไม่ทันได้ถามอะไร ยอนจองก็น่ารักตรงนี้


“ฉันไม่ได้ขี้เซานะ ฉันแค่เป็นเด็กวัยกำลังโตต้องการการพักผ่อนต่างหาก”


“อ้อเหรอ แน่ใจนะว่าไม่ได้ไปตกหลุมรักสาวอื่นน่ะ”


“ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยล่ะ ไม่เชื่อคืนนี้พี่ก็ไปนอนกับฉันที่หอสิ ตอนเช้าจะได้มาด้วยกันพี่จะรู้ว่าฉันพูดจริง บางทีพี่เขาอาจจะอยู่บริษัทนี้ก็ได้นะ ฉันรู้สึกคุ้นหน้ายังไงก็ไม่รู้”เขาทำหน้านึก ที่จริงเขาจะไม่สะดุดตาผู้หญิงคนนั้นเลยถ้าหากว่าเขาจะไม่รู้สึกว่าเคยเห็นเจ้าหล่อนจากที่ไหนซักที่นึง


“หืม? นี่คงไม่หลอกให้ฉันไปนอนด้วยหรอกใช่มั้ย”คนพี่ที่ตัวเล็กกว่าแกล้งทำหน้าไม่ไว้ใจ บ้านของเธออยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากเลยไม่ต้องนอนที่หอพักเหมือนยอนจอง  แต่บางวันเธอก็จะแกล้งบอกพ่อกับแม่ว่าเลิกดึกแล้วขอไปนอนกับยอนจองแทน


“ถ้าหลอกให้ไปแล้วจะเชื่อมั้ยล่ะ”


“อืมม? ขอคิดดูก่อน”เจ้าหล่อนพูดด้วยรอยยิ้มตาปิดก่อนจะสะบัดตัวเดินออกไปด้วยอาการเขินที่ดูสะดิ้งไปเสียหน่อย แต่สำหรับยอนจองซูบินทำอะไรก็ยังน่ารักอยู่ดี
.






“ใครเอ่ย”ฝ่ามือนุ่มของใครบางคนเลื่อนเข้ามาปิดตาฮยอนจองที่กำลังนั่งบนม้านั่งจากด้านหลัง เสียงแหบอันเป็นอันลักษณ์และมีสเน่ห์ดังขึ้นทำให้เธอต้องฉีกยิ้มออกมา


“มนุษย์ขี้เซา”เธอตอบออกไปอย่างไม่ลังเล เรียวปากอมชมพูแย้มยิ้มออกมาเมื่อการรอคอยสำหรับเช้านี้สิ้นสุดลงแล้ว


“ตอบผิด!ต้องโดนทำโทษ”เขาแกล้งพูดเสียงหนักแน่นเหมือนทหารเวลาทำความเคารพก่อนจะจัดการก้มลงหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ไปทั้งซ้ายและขวา


“คิกๆ ไม่เอา โซจองไม่ต้องมาเนียนเลยนะ มาสาย ตัวเองต่างหากต้องโดนทำโทษ”ร่างบางเบี่ยงตัวหลบก่อนจะจับมือเขาเอาไว้แล้วดึงให้เขาเดินอ้อมลงมานั่งบนม้านั่งตัวเดียวกัน


“จะทำโทษตรงไหนดีล่ะ ตรงนี้มั้ยหรือตรงนี้ดี”คนขี้แกล้งยังไม่ยอมหยุดเขาชี้ไปยังแก้มตัวเองทีปากตัวเองทีด้วยความทะเล้น


“ตรงนี้ต่างหาก”ฮยอนจองจัดการดีดหน้าผากเขาไปหนึ่งทีอย่างหมั้นเขี้ยว เธอชังเขานักที่มักจะปล่อยให้เธอรอแต่ก็มีวิธีง้อที่ทำให้เธอลืมว่าตัวเองโกรธอยู่ทุกที


“ง่า เจ็บนะ ก็เนี่ยถ้าฮยอนจองไปอยู่กับฉันนะ ฉันก็จะมีคนปลุกทุกเช้า ฉันก็จะไม่ตื่นสายและก็จะได้มาซ้อมพร้อมกันเลย”เขาเสนอพรางเล่นมือของเธอไปด้วย โซจองกับฮยอนจองเป็นเด็กฝึกด้วยกันมาตั้งแต่อายุ 14 จนตอนนี้โซจองที่อายุน้อยกว่าหนึ่งปีจะ 21 แล้ว เขามาจากปูซานเลยต้องอยู่พักที่หอส่วนฮยอนจองเธออยู่ที่บ้าน พ่อแม่ของเธอบอกว่าถ้าได้เดบิวต์เมื่อไหร่ถึงจะยอมให้เธอออกมาใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านได้ เลยเป็นเหตุผลที่ให้อีกคนชอบงอแงอยู่เป็นประจำ ทุกเช้าเราจะนัดเจอกันที่นี่เพื่อเข้าบริษัทพร้อมกันและก็เป็นเธอที่ต้องนั่งรอทุกทีเพราะโซจองชอบตื่นสายเป็นชีวิตจิตใจ



“อดทนอีกนิดนะ เดี๋ยวพอได้เดก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว”


“รู้แล้วน่า บ่นไปงั้นแหละ ฮยอนจองก็รู้ว่าต่อให้ต้องอดทนทั้งชีวิตเพื่อฮยอนจองฉันก็อดทนได้อยู่แล้ว”


“ให้มันแน่เถอะ แล้วนี่ทานอะไรมารึยัง”


“ก็รู้คำตอบอยู่แล้วนี่นา”


“ทุกที เดี๋ยวค่อยไปทานในบริษัทเอาแล้วกัน”


“ใครบอกว่าฉันจะไป”ร่างสูงพูดขึ้นก่อนจะจัดการล้มตัวลงนอนบนตักสาวเจ้า เขาเปิดเสื้อโค๊ทสีเทาของเธอออกแล้วซุกใบหน้าฝังลงกับท้องอุ่นๆ มือข้างขวาโอบเอวเธอไว้ในขณะที่มือซ้ายซุกเข้าไปในแขนเสื้อของอีกคนแล้วจับมือบางที่หลบอยู่ในนั้น


“นี่ มานอนตรงนี้ได้ยังไงเดี๋ยวต้องไปซ้อมแล้วนะ ไม่หนาวรึไง”ฮยอนจองเอ่ยท้วงกับคนจอมดื้อ  ถึงตอนนี้หิมะไม่ได้ตกแล้วแต่อากาศก็ยังถือว่าค่อนข้างหนาวมากอยู่ดี แถมตอนนี้ก็ใกล้เวลาที่ต้องเข้าไปห้องซ้อมแล้วด้วย


“ไม่หนาวหรอก อุ่นจะตาย วันนี้เข้าสายๆหน่อยก็ได้ ฉันคิดถึงฮยอนจองนี่นา”เขาออดอ้อนเหมือนเด็กๆเพราะหยุดเสาร์อาทิตย์ไป ทำให้ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเขาเลยอยากอยู่กับเธอแบบนี้ให้นานๆ ที่ตรงนี้ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านเท่าใดนัก ยิ่งอากาศหนาวๆแบบนี้ก็ไม่มีคนออกมาเดินเล่นกันหรอก ตรงนี้มีแต่เขากับเธอ มีโลกของเราที่เขาสุดแสนจะหวงและไม่อยากให้ใครเข้ามาก้าวก่าย ถึงเข้าห้องซ้อมไปเราจะได้อยู่ด้วยกันแต่มันก็ไม่สามารถแสดงออกได้เท่ากับตอนนี้


“ทำไมชอบหน้าหนาวนักนะ”แค่คำว่าคิดถึงก็เป็นเหตุผลที่ชนะทุกอย่างแล้ว ร่างบางยอมอยู่นิ่งๆให้เขานอนตัก มือของเธอประสานกับมือของเขาในแขนเสื้อตัวอุ่น ใบหน้าสวยก้มลงมองเขาพร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดู โซจองชอบหน้าหนาวมาก เขาดูมีความสุขทุกครั้งเมื่อถึงฤดูนี้


“ก็เพราะยิ่งหนาวเราก็จะยิ่งรู้ไงว่าอยู่ใกล้ใครแล้วเราอบอุ่น เวลาฉันอยู่กับฮยอนจองนะยิ่งหนาวเท่าไหร่ตรงนี้ของฉันก็ยิ่งอุ่นขึ้นๆทุกทีเลยล่ะ”โซจองพลิกตัวนอนหงายก่อนจะดึงเอามือของเธอมาวางไว้ตรงเหนืออกข้างซ้ายของเขา พร้อมฉีกยิ้มจนตาหยี 


“แต่งเพลงอยู่รึไง ไปเรียนปากหวานมาจากไหนเนี่ยฮึ”เธอบีบจมูกรั้นของเขาอย่างหมั่นไส้แต่แท้จริงก็แค่อยากแก้อาการเขิน มันอาจจะจริงอย่างที่โซจองว่าเพราะตอนนี้ถึงอากาศจะหนาวมากแค่ไหนแต่ร่างสูงกลับทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าวขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด


“ของแบบนี้เขาต้องเรียนด้วยรึไง ถ้าเราได้เดบิวต์เมื่อไหร่นะฉันจะพยายามแต่งเพลงให้เก่งๆ วันนึงฉันจะให้ฮยอนจองร้องเพลงของฉันล่ะ”


“โซจองอ่า แล้วถ้าเกิดว่าเราไม่ได้เป็นนักร้อง เธออยากเป็นอะไรเหรอ”อยู่ๆเธอก็อยากรู้ขึ้นมา เราฝึกด้วยกันมาหลายปีแล้ว ต่ก็ยังไม่ได้เดบิวต์เสียที บางทีเธอก็นึกว่าถ้าเราสองคนไม่ได้เป็นนักร้องเราจะเป็นอย่างอื่นกันได้มั้ย เพราะตอนนี้เธอก็ยังคิดไม่ออกเลยจริงๆ ความฝันเดียวของเธอคือการเป็นนักร้องมาตลอด


“เป็นอะไรก็ได้ที่ได้อยู่กับเธอไง”คราวนี้ร่างสูงไม่ได้ใช้น้ำเสียงขี้เล่นอีก เขาจ้องมองเธออย่างอยากจะให้เธอรู้ว่าเขาพูดแบบนั้นออกมาจากใจจริงๆ โซจองไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร เขาแค่ลองมาออดิชั่นตามเพื่อนเล่นๆจนกระทั่งเจอกับฮยอนจอง พอลองฝึกไปซักระยะมันก็ทำให้เขารู้ว่าเขาไม่อยากจะทิ้งเธอไปไหนซะแล้ว เรากลายเป็นครึ่งหนึ่งของกันและกัน ม่ว่าฮยอนจองอยากจะเป็นอะไรเขาก็จะเป็นสิ่งนั้นเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเธอ


“…………”


“ฉันพูดจริงๆนะ ฉันอยากมีฝันร่วมกันกับเธอ แค่อดทนรอเหมือนที่เธอบอกฉัน  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ฉันเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วเราก็จะได้อยู่ด้วยกัน เหมือนที่เคยเป็นมา”ร่างสูงพูดย้ำเมื่อเห็นอีกคนเงียบและทำหน้าแปลกใจเหมือนกำลังคิดว่าเขาก็แค่พูดเล่นไปเหมือนทุกครั้ง


“อื้อ ก็ไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อซักหน่อย ขอบคุณนะโซจองอ่า”เธอไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดีนอกจากขอบคุณ โซจองคือคนที่อยู่ข้างเธอเสมอมา ไม่ว่าเธอจะเหนื่อยหรือท้อเธอก็ยังมีเขา เธอจะไม่กลัวอีกแล้วว่าเธอจะได้เดบิวต์รึเปล่า ถึงเธอจะเป็นอะไรแค่ขอให้ตรงนั้นมีโซจองเธออุ่นใจแล้วเหมือนดั่งเช่นตอนนี้ ร่างบางก้มลงไปแนบริมฝีปากอุ่นลงบนเรียวปากบางของเขาเพิ่มความอบอุ่นให้แผ่ซ่านไปทั้งใจ เธอว่าตอนนี้เธอก็รักหน้าหนาวเหมือนโซจองแล้วล่ะ







เมื่อคืนซูบินยอมขอพ่อไปนอนที่หอกับยอนจองจริงๆ เช้านี้เธอเลยเดินมาบริษัทพร้อมกันกับเขา สองแขนกอดแขนร่างที่สูงกว่าเธอนิดหน่อยแน่นด้วยความหนาว  เธอไม่ชอบอากาศหนาวเลยเพราะมันทำให้รู้สึกขี้เกียจ เธออยากจะนอนซุกตัวในผ้าห่มหรือไม่ก็ซุกในอ้อมกอดของยอนจองเหมือนเมื่อคืนมากกว่าออกมาเดินท้าลมหนาวแบบนี้ ยังดีที่วันนี้หิมะไม่ตก เสียงรายงานข่าวสภาพอากาศบอกว่าวันนี้อากาศจะอุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่ความอุ่นเล็กน้อยนั่นก็ยังคือความหนาวมากสำหรับเธออยู่ดี  ยิ่งไปกว่านั้นเธอมีความทรงจำที่ไม่ค่อยดีกับหน้าหนาวซักเท่าไหร่ มันเป็นสิ่งที่ทำให้สะเทือนใจทุกครั้งที่นึกถึง


“นั่นไง พี่สาวคนนั้นมาอีกแล้ว”เสียงยอนจองพูดขึ้นเรียกสติให้เธอไม่เผลอคิดไปถึงบางเหตุการณ์ในอดีต ซูบินมองตามมือของยอนจองไป แล้วก็พบกับผู้หญิงที่นั่งตรงม้านั่งเก่าๆ เธอมีลักษณะตามที่เขาเคยเล่าให้ฟังทุกอย่างแต่แล้วพอเดินเข้าไปใกล้หัวคิ้วของเธอก็เริ่มขมวดเข้าหากันเมื่อร่างที่นั่งอยู่ตรงนั้นช่างคุ้นตาเธอเหลือเกิน  เธอเดินตามยอนจองมาจนหยุดยืนใกล้ๆม้านั่งที่ผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่


“วันนี้มารอแฟนอีกแล้วเหรอคะ”ยอนจองเอ่ยทักเสียงสดใส วันนี้พี่สาวคนสวยยังคงใส่ชุดสีเดิมแต่แตกต่างกันที่ลักษณะของชุดที่ทำให้รู้ว่าไม่ใช่ชุดของเมื่อวาน บางทีเขาก็นึกแปลกใจว่าทำไมเจ้าหล่อนถึงใส่แต่ชุดโทนสีขาว แถมยังมีกุหลาบในมือที่ถือมาทุกวันอีก ถ้าเอามาให้แฟนทุกวันเธอคงเป็นผู้หญิงที่โรแมนติกน่าดู


“ค่ะ”เธอเงยหน้าขึ้นมาตอบก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างยอนจอง 


“พี่ฮยอนจอง”ไม่ต่างอะไรกับซูบินนอกจากจะชะงักไปแล้วเธอยังตกใจมากอีกด้วย ไม่แปลกที่ยอนจองจะเหมือนเคยเห็นหน้าและยิ่งไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกคุ้นตาในเมื่อคนตรงหน้าคือคนที่เธอรู้จักดีคนหนึ่ง


“ซูบิน ใช่มั้ย”ร่างบางมองหน้าซูบินซักพักก่อนจะเอ่ยชื่ออกมาแล้วส่งยิ้มจางๆไปให้ ราวกับคนที่พึ่งจำได้ว่าเคยรู้จักกัน


“ค่ะ ฉันเอง พี่หายไปไหนมาคะ แล้วมานั่งทำไมตรงนี้ ยอนจองบอกฉันว่าพี่มานั่งตรงนี้ทุกวันเลย”พอได้เจอซูบินก็รีบถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงตามประสาคนเคยสนิทกัน ฮยอนจองเคยเป็นเด็กฝึกรุ่นพี่ของเธอ แต่เธอหายไปเมื่อปีก่อน ได้ยินข่าวมาว่าครอบครัวของเธอย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดแล้ว เธอกับฮยอนจองเลยขาดการติดต่อกันไป เธอไม่เคยรู้เลยว่ารุ่นพี่ที่เคารพของเธอกลับมาโซลแล้ว ร่างเล็กลงไปนั่งข้างๆฮยอนจองแล้วจับมือบางที่ถือดอกกุหลาบมากุมไว้ข้างหนึ่ง


“พี่มารอโซจองน่ะ”


“พ พี่ว่าไงนะคะ”คนฟังใจหล่นวูบเมื่อได้รับคำตอบที่แทบไม่อยากจะเชื่อหู เธอเงยหน้าขึ้นมองยอนจองที่กำลังส่งสายตาตั้งคำถามมาให้เธอคาดว่าเขาคงกำลังมึนงงที่อยู่ๆเธอก็รู้จักกับผู้หญิงแปลกๆที่เขาพูดถึง


“พี่มารอโซจอง แต่เขาผิดนัดพี่อีกแล้ว นิสัยไม่ดีตลอดเลยเนอะ ซูบินเจอโซจองบ้างมั้ยบอกเขามาหาพี่หน่อยสิ”ฮยอนจองเปลี่ยนมากุมมือซูบินพร้อมกับส่งสายตาร้องขอมาให้ เมื่อก่อนที่ฮยอนจองทะเลาะกับโซจองทีไรเจ้าหล่อนก็ชอบมาระบายกับเธอหรือไม่ถ้าทนไม่ไหวก็จะขอให้เธอช่วยพูดกับโซจองให้แบบนี้ตลอด


“แต่ว่าพี่คะ พี่โซจอง…”


“นะ พี่คิดถึงเขาจริงๆนะซูบิน บอกเขาว่าพี่สัญญาว่าพี่จะไม่งี่เง่ากับเขาอีกแล้ว พี่จะรอ พี่จะเชื่อฟังเขาทุกอย่างเลย”ร่างบางเริ่มเขย่ามือซูบินหนักขึ้น น้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมาเหมือนคนที่ต้องอดกลั้นเก็บความรู้สึกมานาน


“ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ”คนถูกขอส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ซูบินเองในตอนนี้ก็เริ่มจะร้องไห้ตามฮยอนจองไปอีกคนแล้ว ส่วนยอนจองก็ได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจแต่เขาก็รอได้อย่างใจเย็นเพราะดูว่าทั้งสองสาวมีเรื่องที่ต้องพูดกันให้เข้าใจก่อน


“ทำไมล่ะซูบิน โซจองเขาโกรธพี่มากเหรอ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะบอกเลิกเขานะ ฮึกๆ ซูบินไปบอกเขาหน่อยไม่ได้เหรอ นะ ซูบินอ่า ช่วยพี่อีกซักครั้งนะ”


“ฉันบอกพี่โซจองไปก็เท่านั้นแหละค่ะ เขากลับมาหาพี่ไม่ได้แล้ว"


"ทำไมเขาจะไม่กลับมา เขาต้องกลับมาหาพี่สิ"


"พี่ฮยอนจอง พี่ฟังฉันดีๆนะคะ พี่โซจองน่ะตายไปแล้วพี่จำไม่ได้เหรอคะ!”ซูบินจับไหล่ทั้งสองข้างของพี่สาวคนสนิทไว้ให้เธออยู่นิ่งๆก่อนจะพูดคำที่เธอไม่อยากจะพูดออกไป แต่เธอก็จำเป็นต้องพูดแล้วจริงๆ น้ำตาของเธอไหลออกมาอาบแก้ม นี่แหละคือเรื่องที่เธอแสนสะเทือนใจกับหน้าหนาวเมื่อปีที่แล้ว




“ฮยอนจองอ่า ฉันมาแล้ว”ร่างสูงของโซจองวิ่งกระหืดกระหอบมาหาคนรักที่ยืนหน้าบึ้งอยู่หน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่ง แต่ร้านนั้นกลับปิดไฟลงไปแล้ว  ในมือของเขามีช่อดอกกุหลาบสีแดงช่อเล็กที่ตั้งใจเอามาง้อเธอโดยเฉพาะ


“มาทำไม ถ้าจะมาตอนนี้ก็ไม่ต้องมาหรอกโซจอง”ร่างบางพยายามเค้นเสียงพูดโดยไม่ให้ร้องไห้ มือของเธอกำหมัดแน่น ในใจเธอเต็มไปด้วยความโกรธ น้อยใจ เสียใจ กับการกระทำของเขา วันนี้เป็นวันครบรอบ 5 ปีที่เราคบกันและเป็นเก้าปีที่เราอยู่ข้างกันมา เขาก็สัญญากับเธอแล้วว่าจะมาให้ทันแต่ก็ไม่ เธอรอเขามาตั้งแต่เช้าจนร้านปิดเขาก็ไม่มา จนเธอต้องโทรไปบอกให้ซูบินมารับและก็กำลังจะกลับแล้วถึงได้เห็นเขาในตอนนี้


“ฉันขอโทษ ฉันพยายามรีบแล้วนะ อย่าโกรธฉันเลยนะฮยอนจองอ่า ฉันติดงานจริงๆ”โซจองพยายามอธิบาย ช่วงนี้เป็นช่วงที่เขาต้องไปออกรายการแข่งขันแร็พเลยไม่ค่อยมีเวลาได้มาเจอกับฮยอนจองนัก แต่สาบานว่าเขาไม่เคยลืมวันสำคัญแบบนี้จริงๆเขาพยายามจะปลีกตัวออกมาแล้วแต่การถ่ายทำก็ไม่เสร็จเสียที


“ติดงานเหรอ  รู้มั้ยว่าเดือนนี้โซจองพูดคำว่าติดงานกับฉันมาแล้วกี่ครั้ง  โซจองปล่อยให้ฉันรอแล้วก็ไม่เคยมาหากี่ครั้ง จนบางทีฉันก็ลืมไปแล้วว่ามีโซจองเป็นแฟน ไหนบอกจะคอยอยู่ข้างฉันไม่ใช่เหรอแต่ตอนนี้โซจองกลับละเลยฉันอย่างไม่ไยดี ถามจริงเถอะโซจองยังอยากมีฉันเป็นแฟนอยู่มั้ย!”ฮยอนจองสวนกลับด้วยความอัดอั้น เธอพยายามเข้าใจคำว่าทำงานของเขามาตลอด แต่ยิ่งนานความอดทนเธอก็น้อยลงไปทุกที พอใกล้จะได้เดบิวต์ พอเขาเริ่มรับงานเขาก็แทบไม่มีเวลาให้เธอเลย 


วันๆเขาหายใจเข้าออกเป็นงานเป็นเนื้อเพลงหมด บางวันเขาถึงกับตวาดเธอเพียงแค่เธอไปอ้อนเขาในตอนที่เขากำลังแต่งเนื้อแร็พอยู่  จนเธอเริ่มคิดแล้วว่ามันดีแล้วรึเปล่าที่เราใกล้ทำตามความฝันสำเร็จในขณะที่กำลังเริ่มเดินออกห่างจากคนที่เคยบอกว่าจะมีความฝันร่วมกัน


“แต่ฉันทำเพื่อเรานะ ถ้าฉันทำมันออกมาดีพวกเราก็จะได้เดบิวต์กันเร็วขึ้น มันไม่ใช่เรื่องดีหรอกเหรอ ทำไมฮยอนจองไม่เข้าใจฉันล่ะ”เขาถามอย่างเหนื่อยใจ เหนื่อยกับงานมาแล้วแต่เขาก็ต้องมาเหนื่อยเพราะคนรักไม่เข้าใจอีก เขาคิดว่าฮยอนจองเป็นคนมีเหตุผลและเข้าใจเขามาตลอด แต่ทำไมเรื่องแค่นี้เธอถึงไม่เข้าใจเขา สิ่งที่เขาตั้งใจทำทั้งหมดมันก็เพื่ออนาคตการเดบิวต์ของเราทั้งนั้น รวมไปถึงซูบินที่ยืนอยู่ด้วย


“ความเข้าใจกับความรู้สึกมันไม่เหมือนกันโซจอง เวลาอยู่ด้วยกันแค่เจียดซักห้านาทีหันมาคุยกับฉันโซจองยังทำไม่ได้เลย นั่นแหละที่ทำให้ความรู้สึกฉันมันเสียไป ถึงฉันจะเข้าใจว่าโซจองต้องทำงานก็เถอะ ถ้าโซจองรักงานนักก็อย่ามารักฉันเลย ถ้าอยู่ข้างฉันเหมือนที่เคยพูดไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด!!.......เราเลิกกันเถอะ”เธอตะโกนใส่เขาทั้งน้ำตาก่อนจะคว้ามือน้องสาวคนสนิทเดินออกไป 


สัญญาณบนทางเดินข้ามถนนเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี ทั้งสองสาวเดินข้ามไปแล้วปล่อยให้โซจองยืนหมดเรี่ยวแรงอยู่ตรงนั้น เขาจ้องมองดอกกุหลาบในมือ น้ำตาหยดใส่ร่วงหล่นกระทบกลีบสีแดงเข้ม ก่อนที่เขาจะตัดสินใจวิ่งตามฮยอนจองไป เขาเสียเธอไปไม่ได้หรอก ถ้าขาดฮยอนจองไปชีวิตเขาจะเหลือความฝันอะไรให้ต้องเดินตามอีก เขาเอาแต่คิดว่าสิ่งที่เขาทำเขาทำเพื่อเธอ เพื่อให้เราได้เดินไปบนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบไปพร้อมกัน เขาเองก็พึ่งรู้ตัวว่าเผลอลงมือทำร้ายเธอด้วยคำว่าความฝันนั้น





“ฮยอนจอง เดี๋ยวสิ อย่าพึ่งไป ฉันขอโทษ!”เขาตะโกนเรียกรั้งเธอไว้แต่เธอก็ไม่แม้แต่จะหันมา


“พี่ฮยอนจองคะ ฉันว่าใจเย็นๆก่อนนะ คุยกับพี่โซจองให้เข้าใจก่อนเถอะ”ซูบินพยายามรั้งคนที่กำลังลากแขนให้เธอเดินไปด้วยอยู่ เธอรักพี่ทั้งสองคนมากและไม่อยากจะเห็นสองคนนี้ต้องเลิกกัน เพราะเรากำลังจะได้เดบิวต์ด้วยกันอยู่แล้วในอีกไม่นาน


“พี่ไม่มีอะไรต้องคุยแล้วซูบิน”อีกฝ่ายยังตอบเสียงแข็ง เธอปาดน้ำตาออกพยายามไม่หันไปมองคนที่เรียกเธออยู่ในตอนนี้ให้ต้องรู้สึกใจอ่อน


“ฮยอนจอง!”


ปิ้นๆ

เอี๊ยดดด!!

โครม!!!


สองเท้าของร่างบางชะงักกึก รู้สึกเหมือนมีใครมากระชากหัวใจเธอออกไปจากอกอย่างแรง เมื่อเสียงของโซจองที่เรียกเธอเงียบลงไปแทนที่ด้วยเสียงแตรและเสียงล้อรถที่บดกับถนนเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงชนเข้ากับวัตถุบางอย่าง ฮยอนจองรีบหันไปมองแล้วโลกทั้งใบของเธอก็แตกสลายไปในพริบตา กลีบดอกกุหลาบสีแดงปลิวว่อนอยู่ในอากาศ ควันรถพวยพุ่งออกมาจากฝากระโปรงรถที่บุบลง ตรงหน้ารถคือร่างของคน
ที่เธอรักอย่างสุดหัวใจ โซจองกำลังนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ มือของเขาพยายามยื่นมาหาเธอ เรียวปากที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด
อ้าออกน้อยๆเหมือนกำลังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง


“โซจอง!!!”ฮยอนจองรีบวิ่งกลับมาหาร่างของคนที่นอนหายใจโรยรินอยู่ ผู้คนต่างเข้ามามุงดู ซูบินเองก็ดูช็อคไปเช่นกันแต่เธอก็พยายามตั้งสติขอให้คนอื่นช่วยเรียกรถพยาบาลให้ก่อนจะยืนยกมือขึ้นปิดปากร้องไห้อยู่ใกล้ๆร่างของพี่สาวทั้งสองคน


“โซจองอ่า อย่าเป็นอะไรนะ โซจอง”เธอประคองศรีษะเขาขึ้นมาอย่างแผ่วเบาราวกับถ้าออกแรงมากกว่านี้เพียงนิดเขาจะแตกสลายไปพร้อมกับใจของเธอ


“ฉ ฉันขอโทษ ฮยอนจองยกโทษ ห ให้ฉันได้มั้ย”เขาพยายามพูดด้วยเสียงที่เหมือนกำลังจะขาดอากาศในไม่ช้า อยากจะยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้าสวยของเธอแต่ก็ทำไม่ได้ เขาไม่มีแรงเหลือพออีกแล้วทำได้แค่มองหน้าเธอให้ได้นานที่สุดเพื่อจดจำไว้ ก่อนที่เขาจะไม่ได้เห็นความงดงามนี่อีกตลอดกาล เวลาที่เขาทุ่มเทให้กับงานเขารู้ซึ้งแล้วว่ามันมีค่าแค่ไหนสำหรับฮยอนจอง เพราะแม้แต่วินาทีเดียวในตอนนี้เขาก็ยังเสียดายที่ไม่สามารถแม้แต่จะกอดเธอเอาไว้ได้


“ไม่แล้ว ฉันไม่โกรธอะไรแล้วโซจองอ่า ฮึกๆ เพราะฉะนั้นห้ามเป็นอะไรไปนะ ห้ามทิ้งฉันไป ไหนบอกว่าถ้าเพื่อฉันจะยอมอดทนทุกอย่างไง”
ร่างบางจ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตาเธอกระพริบไล่มันออกไปเพื่อที่จะได้มองหน้าเขาให้ชัดเจนแต่น้ำตาเจ้ากรรมก็กลับไหลออกมาไม่ยอมหยุด ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว กลัวที่สูญเสียครึ่งนึงของชีวิตเธอไป


“ฉัน ฉันรัก รัก ฮยอนจองมากนะ ขอโทษ ขอโทษจริงๆ”สายลมหนาวพัดเข้ามาอีกครั้ง กลีบดอกกุหลาบปลิวขึ้นตามแรงลมเหมือนกำลังพัดพาความอบอุ่นให้จากไป ไม่นานมันก็ร่วงลงสู่พื้นอีกครั้ง กลีบสุดท้ายได้ร่วงหล่นแล้วบนมือของโซจอง




“ไม่ ไม่จริง โซจองยังไม่ตาย เขายังไม่ตาย เธอโกหก!”ภาพต่างๆย้อนเข้ามาเตือนสติหญิงสาว ฮยอนจองไม่เคยลืมเหตุการณ์นั้นแต่เธอไม่อยากจะยอมรับมันต่างหาก ตั้งแต่วันนั้นเธอก็กลายเป็นโรคซึมเศร้าจนพ่อแม่ของเธอต้องส่งเธอไปรักษาตัวในโรงพยาบาลถึงหนึ่งปี แต่เวลาก็ไม่เคยช่วยเยียวยาอะไรได้ ยามที่หน้าหนาวมาเยือนเธอก็ยังเฝ้ารอเขาอยู่เสมอเหมือนที่เขาชอบบอกให้เธอรอ เธอเชื่อว่าซักวันโซจองจะมาหาเธอ คนขี้เซาคนนั้นเขาก็แค่หลับไป เมื่อหน้าหนาวที่เขาชอบมาถึงอีกครั้งเขาก็จะกลับมาหาเธอ กลับมานอนตักเธอตรงนี้เหมือนทุกครั้ง  ร่างบางส่ายหน้าพยายามผลักซูบินออก เหมือนคนยอมรับความจริงไม่ได้ และไม่ว่านานแค่ไหนก็ไม่พร้อมที่จะยอมรับ


“พี่ฮยอนจองใจเย็นๆก่อนสิคะ พี่ต้องยอมรับความจริงให้ได้นะ พี่โซจองต้องไม่สบายใจแน่ๆถ้าเห็นพี่เป็นแบบนี้”ซูบินพยายามรวบตัวอีกคนเอาไว้พร้อมกับร้องไห้ไปด้วย เธอรู้ว่าฮยอนจองยังทำใจไม่ได้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะอาการหนักแบบนี้


“ไม่ โซจองยังไม่ตาย เขายังอยู่กับฉัน  เดี๋ยวเขาก็จะมาหาฉันแล้ว ปล่อย!”ร่างบางสะบัดตัวซูบินออกจนล้มลงก่อนคว้าดอกไม้ช่อโปรดวิ่งหนีออกไป ดอกไม้ช่อที่เหมือนกับของโซจองจะเอามาให้เธอในวันนั้น เธอคิดว่าถ้าเธอเจอเขา เธอจะมอบมันให้แทนคำขอโทษ


“พี่ฮยอนจอง!!”ร่างเล็กที่ล้มลงกลางหิมะถูกยอนจองช่วยประคองให้ลุกขึ้นแล้วเรียกฮยอนจองเอาไว้ แต่สายเกินไปเมื่อร่างของหญิงสาววิ่งออกไปกลางถนนพร้อมกับรถที่พึ่งสวนเข้ามา


โครม!!!


กุหลาบช่อเล็กแตกกระจายอยู่บนพื้นพร้อมของเหลวสีแดงเข้มที่ไหลออกมาตัดกันกับสีขาวสะอาดของหิมะ ใกล้ๆกันเป็นร่างของหญิงสาวที่นอนแน่นิ่ง ลมหายใจของเธอแผ่วเบาลงเรื่อยๆตามอัตราการเต้นของหัวใจที่ใกล้จะหยุด เธอนอนจ้องมองดอกกุหลาบที่เหลือเพียงกลีบเล็กๆบนพื้นทั้งน้ำตา



‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตฉันเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วเราก็จะได้อยู่ด้วยกัน เหมือนที่เคยเป็นมา’

‘โซจองอ่า กำลังรอฉันอยู่ใช่มั้ย อดทนอีกนิดนะ ฉันกำลังจะไปหาเธอแล้ว’







“หิมะตกแล้วนะ มายืนทำไมตรงนี้ ไม่ชอบหน้าหนาวไม่ใช่เหรอ”ยอนจองเอ่ยถามคนรักที่ออกมายืนตากอากาศอยู่ระเบียงห้องมองหิมะแรกของปีที่เริ่มโปรยปรายลงมา เขาเอาผ้าห่มมาคลุมร่างเธอไว้พร้อมกับกอดให้ไออุ่นอีกชั้น สายตามองไปยังเบื้องหน้าไม่ต่างจากอีกคน


“ยอนจองอ่า เธอว่าตอนนี้พี่โซจองกับพี่ฮยอนจองเขาจะอยู่ที่ไหนกันเหรอ”ร่างเล็กถามด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ


“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันเชื่อว่าพี่เขาคงจะมีความสุขอยู่ด้วยกันที่ไหนซักแห่ง อย่างที่พวกเขาต้องการแล้วล่ะ”





ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Summersnow​ จากทั้งหมด 15 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 22:30
    หลากหลายอารมณ์จริงๆค่ะ ชอบการบรรยายของไรท์ ไว้เเต่งยอนบินให้อ่านอีกนะคะ คิคิ ยอนบินน่ารักดีค่ะ ส่วนในเรื่องของคู่เอ็กซอลนั้น... น้ำาาาตาาาาาาาาา ถถถถ รอติดตามนะคะไรท์
    #3
    0
  2. #2 กานต์
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 20:43
    กะจะมาฟินเต็มที่เลยนะ ดราม่าสุดๆ
    #2
    0
  3. #1 DeeTheDay
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 09:55
    หน่วงมากค่ะ ฮืออ ตะเตือนไตมาก บรรยายได้หน่วงหัวใจสุดๆ อ่านจบแล้วอึนเลย ชอบมากเลยค่ะ T T
    #1
    0