คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic ROTG*FZ] ❆ Merry Christmas ❆ (Jack x Elsa)

❆ คริสต์มาสของเมืองอื่นเหรอ... หวังว่าจะสนุกสู้เอเรนเดลล์ได้นะ ❆

ยอดวิวรวม

1,137

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


1,137

ความคิดเห็น


10

คนติดตาม


50
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ธ.ค. 56 / 00:44 น.
นิยาย [Fic ROTG*FZ] ❆ Merry Christmas ❆ (Jack x Elsa) [Fic ROTG*FZ] ❆ Merry Christmas ❆ (Jack x Elsa) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 สวัสดีค่ะ^^

ยินดีต้อนรับเข้าสู่

 [Fic ROTG*FZ] Merry Christmas (Jack x Elsa)

สำหรับเรื่องนี้เป็นการหวนกลับมาแต่งฟิค หลังจากที่เคยแต่งเมื่อหลายปีก่อนโน้นแล้วห่างหายไป

เรื่องนี้เป็นข้ามเรื่องข้ามค่ายสั้นๆ ของอนิเมชั้นเรื่อง Rise of the guardians จากค่ายดรีมเวิร์คที่ฉายเมื่อท้ายปีก่อน และอนิเมชั่นเรื่อง Frozen จากค่ายดิสนีย์ที่เพิ่งเข้าฉายเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะ

 

สำหรับเรื่องนี้จริงๆ ไรเตอร์เองตั้งใจจะโพสให้ทันวันคริสต์มาสแล้วกะว่าจะวาดภาพประกอบเองด้วย

แต่พอติดช่วงสอบ สุดท้ายก็กลายเป็นไม่ทันอีกครั้ง TT;;

 

ฟิคนี้เป็นฟิคแรกที่รู้สึกว่าตัวเองหาข้อมูลละเอียดมากๆ เพราะตอนแต่งต้องเปิด ROTG ดูวนซ้ำอีกหลายรอบทีเดียวเพื่อดูว่าลักษณะ คำแทนตัว บรรยากาศของเรื่องเป็นอย่างไรบ้าง

แต่แม้จะเปิดวนดูซ้ำไปมาแล้ว สำหรับชื่อเมืองเบอร์เจตส์นี่ก็พบจากการเข้าไปค้นหาในกูเกิลค่ะ ส่วนตัวก็เลยแอบมีไม่มั่นใจบ้างว่าสรุปแล้วนี่ใช่เมืองที่พวกเจมี่โซฟีแจ๊คฟรอสต์อยู่ใช่หรือไม่ ;w;

สำหรับส่วนของ Frozen นี้ ตอนไปดูหนังนี่ก็ชอบมาก เอลซ่าสวยสุดๆ เลยค่ะ

ยิ่งฉากสร้างปราสาทนีอลังการมาก! อยากไปดูอีกรอบแต่ก็ออกจากโรงไปแล้ว ;_____;

อย่างไรหากมีข้อมูลตรงไหนผิดพลาดหรืออยากแนะนำก็ช่วยพิมพ์ทิ้งไว้ด้วยค่ะ

 

สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่เข้ามาอ่านแล้วก็อย่าลืมพิมพ์คอมเม้นติ-ชมนะคะ

เพื่อที่ไรเตอร์จะได้นำไปปรับปรุง พัฒนาให้ดีขึ้นในเรื่องต่อๆ ไปที่อาจมีตามมาค่ะ

ขอบคุณค่ะ

 

 

Foggynight

26-12-13

-----------------------------

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ธ.ค. 56 / 00:44


กุบกับ ~ กุบกับ ~

 

"อันนา... หยุดเดี๋ยวนี้นะ"

“คริสตอฟ ฉันว่าฉันได้ยินเสียงพี่เอลซ่านะ”

“เธอหลอนแล้วมั้งอัน...”

“ฮะ เฮ้ย! / กรี๊ดดดด!

“คิดว่าจะหนีพี่พ้นเหรอ”

หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีทองเปียเดี่ยว เอลซ่าแห่งเอเรนเดลล์ก้าวออกจากหลังต้นไม้ที่ใช้ซ่อนตัวอยู่ หลังจากเสกหิมะกองใหญ่ขวางหน้ารถเลื่อนของน้องสาวและแฟนหนุ่ม

“ส... สวัสดีค่ะพี่เอลซ่า”

“อธิบายมาว่าพวกเธอกำลังทำอะไร”

“พี่ไม่เห็นจดหมายที่น้องเขียนเหรอคะ” เอลซ่าหรี่ตาแล้วเดินเข้าไปหาทั้งคู่พร้อมชูจดหมายที่จ่าหน้าซองถึงตน แน่นอนว่าคนที่เขียนก็คือน้องสาวตัวดีของเธอ

“พี่เห็นแล้วอันนา แต่พี่อยากรู้ว่าธุระของพวกเธอคืออะไร”

“คือว่า...”

“แล้วทำไมต้องไปช่วงเตรียมงานคริสต์มาสของเอเรนเดลล์ เธอก็รู้ว่าในวังยุ่งกันขนาด...”

“ขอเวลานอกสักครู่ครับ” แม้เอลซ่าจะยังไม่มีคำอนุญาตใดๆ แต่คริสตอฟก็ลากแฟนสาวที่กำลังอ้ำๆ อึ้งๆ ออกมาจากบริเวณนั้นทันที ทิ้งให้เอลซ่ายืนอารมณ์เสียรออยู่ข้างรถเลื่อน

 

ห้านาทีผ่านไป

“สรุปจะบอกได้รึยังว่าพวกเธอกำลังทำอะไร”

“คือ...”

“คริสตอฟ...” เอลซ่ายังคงใจเย็น ยืนมองอันนาเงยหน้าเรียกชื่อคนข้างตัวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับว่าเธอขอเป็นคนอธิบายทุกอย่างเองดีกว่า เพียงแต่วินาทีต่อมาก็ทำให้รู้ว่าความใจเย็นของเธอนั้นแหละที่ผิดพลาดที่สุด!

“จับพี่ขึ้นรถเลื่อนเดี๋ยวนี้!

!

“สเฟนวิ่ง!!!

อันนากระโดดขึ้นรถเลื่อนพร้อมกุมบังเหียนของสเฟน ส่วนคริสตอฟก็เข้าไปรวบตัวเอลซ่าและกระโดดขึ้นนั่งเบาะด้านหลังโดยไม่สนใจว่าตอนนี้เอลซ่าจะโวยวายและพยายามเสกไอความเย็นมาแช่แข็งมือเขาอย่างเอาเป็นเอาตายขนาดไหน เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งสุดท้ายของอันนาและกว่าที่เอลซ่าจะตั้งสติได้ รถเลื่อนที่ขับเคลื่อนด้วยกวางเรนเดียร์คู่ใจนามสเฟนก็ทะยานออกจากประตูเมืองเอเรนเดลล์เสียแล้ว

 

 

[Elsa]

 

“น้องขอโทษ ให้อภัยน้องเถอะนะคะ” เป็นประโยคที่อันนาน้องสาวตัวแสบของฉันหันมาบอกทุกๆ หนึ่งนาที เริ่มตั้งแต่ทั้งสองคนนี้จับตัวฉันขึ้นรถเลื่อนและออกพ้นประตูเมืองเอเรนเดลล์ จะว่าไปนี่ก็ผ่านไปสามชั่วโมงแล้วนะ สรุปสองคนนี้กำลังจะไปไหนกัน

“พี่คะ...”

“พี่ให้โอกาสครั้งสุดท้าย อธิบายมาว่าพวกเธอกำลังทำอะไร” ถ้าไม่ตอบคราวนี้คงต้องเอาจริงซะหน่อยแล้วล่ะ  

"คือ คือเรากำลังจะไปงานคริสต์มาสของเมืองเบอร์เจตส์ค่ะ!" อันนาหันมาบอกจุดหมายกับฉันที่นั่งอยู่ทางด้านหลังอย่างว่าง่าย

“เบอร์เจตส์?” ฉันทวนชื่อเมืองนั้นออกไปด้วยความสงสัย จากนั้นอันนาก็ขยิบตาส่งต่อให้คริสตอฟที่กุมบังเหียนอยู่พูด “คืออันนาบอกว่าเธออยากเปลี่ยนบรรยากาศ อยากไปชมงานคริสต์มาสของเมืองอื่นบ้างครับ”

“เอเรนเดลล์ไม่ดีตรงไหน ทำไมถึงอยากไปเมืองอื่นนัก”

“โธ่ งานคริสต์มาสที่เอเรนเดลล์ยิ่งโตยิ่งต้องจัดการงานเอง น้องก็อยากพักบ้างสิคะ” อันนาทำหน้าเหนื่อย แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นเมื่อเริ่มพูดถึงข้อมูลของเมืองที่เป็นจุดมุ่งหมาย “พอคิดได้อย่างนั้น เราก็เลยหาข้อมูลกันค่ะ เมืองเบอร์เจตส์นี่แหละที่น่าสนใจที่สุด แม้ว่าจะไกลไปสักหน่อย แต่ได้ข่าวมาว่าที่เมืองนั้นมีกิจกรรมน่าสนุกเยอะมากเลยค่ะ และที่สำคัญ...”

ไม่ทันอธิบายให้เข้าใจทั้งหมด อันนาก็คว้ากระเป๋าและหยิบปึกกระดาษที่เข้าสันทำเป็นเล่มบางๆ ไว้ยื่นส่งมาให้

“ตำนานเทพค่ะ เท่าที่เราหามา มีข่าวว่าเมืองนี้มักจะมีเหล่าเทพมาแวะเวียนอยู่บ่อยๆ ด้วยนะคะ โดยเฉพาะช่วงคริสต์มาส อย่างปีก่อนๆ โน้นก็มีเด็กๆ บอกว่าเห็นทั้งคุณแซนต้า กระต่ายอิสเตอร์ มนุษย์ทราย นางฟ้าฟันน้ำนม แล้วก็ เอ่อ ใครอีกคน็ไม่รู้สิคะ จำชื่อไม่ได้... ยังไงพี่ก็ลองอ่านดูสิคะแล้วจะเข้าใจว่าเบอร์เจตส์นี่น่าสนใจจริงๆ” ฉันรับกระดาษที่อันนาส่งมาให้ แล้วเริ่มอ่านข้อมูลของเมืองแห่งนี้โดยไม่สนใจเสียงซุบซิบประมาณ สำเร็จแล้ว! ของสองคนด้านหน้า หากแต่อ่านไปได้ไม่กี่บรรทัดก็นึกเรื่องสำคัญออก

“ว่าแต่...”

?

“เราออกมาแบบนี้แล้วงานคริสต์มาสที่เอเรนเดลล์จะทำยังไง”

“อ๋อ น้องจัดการส่วนของตัวเองเสร็จแล้วค่ะ พวกทหารก็รู้อยู่แล้วนะว่าน้องกับคริสตอฟจะไม่อยู่ในเมืองช่วงคริสต์มาสนี้ อีกอย่างอันนาฝากงานเล็กๆ น้อยๆ ที่เหลือให้กับพ่อบ้านจัดการต่อ สบายหายห่วงแน่นอนค่ะ”

“...นี่แสดงว่าไม่คิดจะชวนพี่ตั้งแต่แรกเลยล่ะสินะ”

“ค่ะ คะ!? ก็... ไม่เชิงหรอกค่ะ เอ่อ... น้องแค่... แค่กลัวว่าพี่รู้แล้วพี่จะห้าม ก็เลยทิ้งจดหมายไว้แทน แต่ก็ไม่คิดว่าพี่จะตามมานี่คะ”

“พวกเธอทั้งคู่ต่างหากที่จับพี่มาด้วย...” พูดจบฉันก็ตัดสินใจก้มลงอ่านข้อมูลที่อันนาให้มาต่อ

“เอ่อ... พี่เอลซ่า น้องขอโ...”

“เฮ้อ ช่างเถอะอันนา พี่ไม่ได้ติดใจอะไรหรอก ก็จริงที่บางทีพักบ้างก็คงไม่เสียหาย”

ยังไงก่อนที่พี่จะออกมาดักรอพวกเธอ พี่ก็เคลียร์ส่วนตัวเองเสร็จและฝากพ่อบ้านไว้แล้วเหมือนกัน

“...”

“ถือซะว่ามาเที่ยวนั่นแหละ อ๋อ พอไปถึงที่นั่นแล้วพวกเธอสองคนจะไปไหนก็ตามสบายนะ พี่อ่านเล่มนี้ ” ฉันโบกปึกกระดาษไปมาและยิ้มเพิ่มความมั่นใจให้น้องสาวที่เริ่มทำหน้าเป็นห่วง “ก็อยู่ได้แล้วล่ะ”

ว่าจบฉันก็ลงมืออ่านอย่างจริงจังอีกครั้ง ในนี้มีทั้งข่าวเหตุการณ์ผังเมืองและอะไรต่างๆ อีกมากมาย เจ้าสองคนนี้ก็หาข้อมูลมาได้ครบถ้วนจริงๆ ยังไม่ทันจะอ่านไปถึงตำนานของเหล่าเทพที่อันนาโฆษณาไว้เราก็ต้องลงจากรถเลื่อนแล้วเข้าไปพักในร้านค้าแห่งหนึ่งเสียก่อน คริสตอฟบอกว่าหากเราไม่พักนานนักพรุ่งนี้บ่ายๆ เราจะไปถึงที่นั่น

 

คริสต์มาสของเมืองอื่นเหรอ... หวังว่าจะสนุกสู้เอเรนเดลล์ได้นะ

 

[---]

 

 

 

 

 

ณ เมืองเบอเจตส์

 

“พี่เอลซ่า ตื่นค่ะ ตื่นได้แล้วนะ”

“หืมม”

“เราถึงเบอร์เจตส์แล้วค่ะ”

“อ๋อ อื้ม...” เอลซ่าขยี้ตาเล็กน้อยแล้วจัดการผมที่ยุ่งจากการนอนให้เข้าที่ จากนั้นก็ลงจากรถเลื่อน ยืดเส้นยืดสายที่ตึงๆ จากผลของการนั่งนิ่งๆ มาหลายชั่วโมง

“ว้าวว สวยกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย” เหมือนที่ที่จอดรถเลื่อนไว้จะอยู่ข้างๆ ลานน้ำแข็งของเมืองนี้ อันนาไม่รอช้า เธอส่งเสียงดังทำตัวเหมือนตอนเด็กๆ วิ่งไปอยู่กลางลานน้ำแข็ง ทั้งยังหมุนตัวไปมา ทำท่าทางซะจนเด็กๆ ที่เล่นอยู่แถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว

ฝั่งพี่สาว เอลซ่านั่งลงข้างๆ ลานกว้างมองทุกคนเล่นกันอย่างสนุกสนาน จริงๆ ลานน้ำแข็งก็แข็งแรงดีแล้วล่ะนะ เพราะอากาศตอนนี้น่ะ หนาวได้ที่ บรรยากาศดีที่เดียว แต่เธอก็ไม่รู้สิ ยังไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ ว่าแล้วเอลซ่าก็รวบรวมสมาธิแล้วเสกน้ำแข็งลงไปเพิ่มที่ลานนั้นอีกชั้น พร้อมหิมะกองโตเป็นของแถม

“พะ พี่เอลซ่า”

“หืม...”

“เด็กพวกนั้นเห็นพี่เสก...”

 

เสก... โอ้ ตายล่ะ แย่แล้ว ลืมไปเสียสนิทเลยว่านี่ไม่ใช่เอเรนเดลล์ ฉันจะใช้พลังมั่วซั่วได้ยังไง เด็กพวกนั้นจะ...

 

“พี่สาว!

“พี่สาว!!

“จะ จ้ะ” คนเผลอตัวยิ้มสู้กับเด็กๆ ที่กำลังเดินรุมล้อมเข้ามา

“พี่สาว พี่มาจากที่อื่นใช่มั้ย ผมไม่เคยเห็นคุณอยู่ในเมืองนี้”

“โอ๊ะ ใช่ๆ ฉันก็ไม่เคยเห็นพี่สาวพี่ชายสองคนที่เราเล่นด้วยเมื่อกี้เหมือนกัน”

“เอ่อ...”

“พี่สาวเสกหิมะได้ด้วยเหรอคะ!?

 

ฉันควรจะบอกความจริง?

 

“เอ่อ... มัน... เป็นทริกเล็กน้อยน่ะ”

 

ไม่เอาดีกว่ามั้ง ว่าแต่ข้ออ้างนี้จะรอดมั้ยนะ มันฟังดูไม่น่าเชื่อชะมัด

 

“ทริก? พี่สาวจะบอกได้มั้ยคะว่าทำได้ยังไง”

 

เชื่อด้วย!?

 

“มันเป็นความลับจ้ะ ยังไงพี่สาวก็ขอไปเดินเล่นก่อนนะ” ไม่รอช้าเอลซ่าก็รีบลุกขึ้นปัดหิมะที่ติดกระโปรงออก หันไปพูดแบบไม่ออกเสียงกับน้องสาวประมาณว่าฝากช่วยจัดการต่อด้วย พี่จะหนีออกไปเดินเล่นแถวนี้สักพัก ไม่ต้องห่วงเพราะพี่จะเอาแผนที่ของเมืองนี้ติดตัวไปด้วย เด็กๆ ที่รุมอยู่ทำท่าจะเดินตามไปแต่อันนาก็ทำตามคำสั่งดึงตัวเหล่าเด็กน้อยไว้ซะก่อน

“เด็กๆ ปล่อยให้พี่สาวคนนั้นไปเดินเล่นแล้วเรามาปั้นตุ๊กตาหิมะกันดีกว่ามั้ย”

“ตุ๊กตาหิมะ! ตุ๊กตาหิมะ! เอาสิ ตุ๊กตาหิมะ!” เด็กๆ ละความสนใจจากคนที่รีบจากไปและวิ่งเข้าไปหาอันนาทันที

เมื่อหญิงสาวเดินออกมาได้สักพัก เธอก็เริ่มถามตัวเองว่าจะไปอยู่แถวไหนดี เอลซ่าเปิดแผนที่ที่คว้ามาด้วยขึ้นและมองหาร้านค้าเล็กๆ เมื่อเจอว่าอยู่ส่วนไหนของเมืองเธอก็เริ่มเดินต่ออีกครั้ง...

 

---

 

 

“แจ๊ค! แจ๊ค ฟรอสต์! คุณอยู่หลังบ้านรึป่าว!” เจมี่ เด็กชายวัยสิบสองปีวิ่งไปหลังบ้านด้วยความเร็วสูง

ปั้ก!

“เฮ้ แจ๊ค! แจ๊ค!” และเมื่อเปิดประตูไปก็พบกับคำตอบ เพราะหิมะก้อนหนึ่งถูกปามาโดนหัวเขาเข้าจังๆ

“ไง เจมี่”

“แจ๊ค! มีเทพผู้พิทักษ์คนใหม่เพิ่มมาเหรอ!?

“ห้ะ เจ้าว่าอะไรนะ ใคร อะไรใหม่” แจ๊คขมวดคิ้ว

“ก็...”

เจมี่เริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่ตนเห็นที่ลานน้ำแข็งตั้งแต่ต้นจนจบให้กับเทพหนุ่มแจ๊ค ฟรอสต์ฟัง รวมทั้งจุดน่าสงสัยต่างๆ ที่เขาจับได้ ทริกเสกหิมะน่ะเหรอ มันมีซะที่ไหนเล่า เขาอายุสิบสองแล้วนะ ไม่ใช่สองขวบถึงจะเชื่ออะไรแบบนั้น อีกอย่างเขาก็เคยเห็นเทพมาแล้ว ไม่มีทางหรอกที่พี่สาวคนนั้นจะเป็นคนธรรมดาน่ะ

“เสกหิมะ... เจมี่ เจ้าพาขาไปดูหน่อยสิว่าคนๆ นั้นหน้าตาเป็นยังไง”

“สรุปนั่นไม่ใช่เทพองค์ใหม่เหรอ”

“น่าๆ เจ้าพาข้าไปดูก่อนสิ” ว่าแล้วทั้งสองก็เดินออกจากบ้านไปตามหาหญิงสาวผู้เสกหิมะได้คนนั้น

 

 

[Elsa]

ฉันนั่งอยู่ที่ม้านั่งในสนามเด็กเล่นเล็กๆ สภาพเก่าๆ หน่อย พร้อมอ่านตำนานเหล่าเทพต่างๆ ที่ขึ้นชื่อว่าเคยมาปรากฏตัวในเมืองแห่งนี้  ไม่ว่าจะเป็นคุณแซนต้า กระต่ายอิสเตอร์ มนุษย์ทราย นางฟ้าฟันน้ำนม และ...

“แจ๊ค ฟรอสต์เหรอ...”

ฉันเริ่มเปิดอ่านประวัติของเขา แล้วก็พบว่าเขาคือเทพที่สามารถเสกทุกสิ่งที่เกี่ยวกับน้ำแข็งและหิมะ! คล้ายฉันเลยแฮะ ในนี้บอกว่าเขามีไม้เท้าประจำตัวด้วยล่ะ จะว่าไปแล้ว ฉันก็คุ้นๆ ชื่อนี้เหมือนกันนะ เหมือนเมื่อตอนเด็กๆ ตอนที่ฉันต้องอยู่แต่ในห้องคนเดียว ฉันเคยอ่านประวัติของเขาจากตำราเรียนที่สอนเกี่ยวกับตำนานต่างๆ ด้วยล่ะ ถ้าจำไม่ผิดน่ะนะ

แต่อะไรที่ยืนยันได้ล่ะ ตำนานพวกนี้มีจริงงั้นเหรอ?

อื้มม ท่าทางฉันจะนั่งอ่านอะไรพวกนี้มากเกินไปจนฟุ้งซ่านแล้วล่ะมั้ง ไปนั่งชิงช้าเล่นดีกว่า ...เฮ้อแต่ ยังไงนั่งคนเดียวนี่ก็น่าเบื่อเหมือนกันนะ

ว่าแล้วฉันหันซ้ายหันขวามองรอบๆ ตัวเพื่อดูว่ามีใครอยู่แถวนี้บ้างหรือเปล่า แล้วก็พบว่าไม่มีใครผ่านมาเลยสักคนเดียว ถ้าให้เดาก็คงเพราะนี่เป็นสนามเก่าที่แม้ว่าจะยังพอเล่นได้แต่ก็คงไม่สนุกเท่าสนามใหม่ที่อยู่ใกล้ๆ ร้านค้าที่ฉันเพิ่งแวะมา อีกทั้งเด็กๆ ส่วนใหญ่ก็กำลังไปเล่นหิมะกันที่ลานน้ำแข็ง สนามแห่งนี้เลยร้างโดยปริยาย

ฉันเริ่มตั้งสมาธิแล้วเสกเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ ขึ้นมาไว้รอบๆ ตัว เกล็ดน้ำแข็งทั้งหลายค่อยๆ รวมตัวกันแล้วก่อตัวเป็นบ้านหลังเล็ก ต่อมาฉันก็เสกหิมะ ปั้นออกมาให้รูปร่างคล้ายกับโอลาฟ เจ้าตุ๊กตาหิมะที่ตอนนี้คงกำลังเดินเล่นอยู่ในเอเรนเดลล์โดยไม่เอะใจว่าเธอจะหายไปไหน

“พะ พี่สาวครับ...”

“อ๊ะ!” มีคนอยู่แถวนี้ด้วยเหรอ!

เกล็ดน้ำแข็งที่ลอยอยู่รอบตัวของฉันแตกออกเป็นละอองใสเล็กๆ ตุ๊กตาหิมะที่เพิ่งปั้นก็สลายเช่นกัน ฉันรีบหันไปหาต้นเสียง แล้วก็พบกับเด็กชายที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าเมื่อกี้เห็นฉัน กำลังทำอะไร อยู่ นี่เขายืนห่างจากฉันไปแค่สองเมตรเองนี่นา ท่าทางเมื่อกี้ฉันจะเพลินเกินไปจนไม่ได้สนใจรอบตัวเลยสินะ

งานเข้า! หนีดีมั้ยนะ

คิดได้ฉันก็ส่งยิ้มให้กับเด็กชายคนนั้นและเริ่มก้าวเท้าเตรียมหนีคำถามที่น่าจะตามมาไม่ขาดสาย หรือไม่ก็ความสงสัยพร้อมคำก้นด่ากับความประหลาดของฉัน

“อย่าเพิ่งไป เฮ้ แจ๊ค คุณช่วยหยุดเธอทีสิ!

ปัง!

ฉันหยุดอยู่กับที่เมื่อตอนนี้เบื้องหน้าของฉันกำลังมี... เกล็ดหิมะโปรยลงมา?

ปัง! ปัง!

หิมะกลมๆ ก้อนกลมๆ ทยอยหล่นลงมาจากฟ้า จริงๆ มันเหมือนกับมีคนโยนลงมาจากยอดหลังคาของสไลด์เดอร์เก่าๆ ที่ตั้งอยู่ข้างๆ มากกว่า จากนั้นมันก็เหมือนถูกบีบอัด เกิดเสียงเหมือนระเบิดพร้อมกับมีเกล็ดหิมะใสๆ กำลังโปรยลงมา โปรยลงมาเต็มไปหมด!

“เฮ้ๆ หยุดได้แล้วน่าแจ๊ค เหมือนคุณทำให้พี่สาวช๊อคไปแล้วนะ”

“...”

เมื่อกี้เด็กผู้ชายคนนั้นพูดว่าอะไรนะ แจ๊ค? แจ๊ค... แจ๊ค ฟรอสต์เหรอ!?

“สวัสดีครับ ผมชื่อเจมี่ บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากสนามนี้หรอกฮะ”

“สวัสดีเจมี่”

“ผมว่า เรากลับไปนั่งชิงช้าแล้วคุยกันดีกว่ามั้ย”

ฉันเดินกกลับไปนั่งที่ชิงช้าตัวเดิมอย่างรู้สึกว่าสติลอยๆ สรุปเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น เด็กคนนี้เป็นคนทำสิ่งเมื่อกี้เหรอ แต่ว่าเมื่อกี้เขาพูดว่า แจ๊ค นะ แจ๊คที่ว่านี่คือ แจ๊ค ฟรอสต์หรือเปล่า แต่ว่าถ้าใช่แล้วทำไมฉันถึงไม่เห็นเขา หรือเมื่อกี้ฉันจะหูฝาด... ฉันว่าสมองฉันประมวลผลไม่ทันแล้วล่ะ

“นั่งเหม่ออะไรฮะพี่สาว”

“อ้อ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ”

“พี่สาว คุณยังไม่ได้บอกชื่อกับผมเลยนะ” เออ นั่นสินะ มัวแต่ตกใจ ฉันรู้ชื่อเขาแล้วว่าชื่อเจมี่ แต่ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าตัวฉันเองชื่ออะไร อ๊ะ นั่นไงฉันเห็นอีกแล้ว ตรงทางเข้าสนาม เมื่อกี้มันมีเหมือนเกล็ดน้ำแข็งจับตัวเป็นรูปนกบินอยู่ด้วยล่ะ!

“เอลซ่า เอลซ่าแห่งเอเรนเดลล์ เจ้าคงไม่รู้จักหรอกมั้ง” ฉันพยายามตั้งเริ่มตั้งสติใหม่อีกหน ละความสนใจที่เกิดตรงทางเข้าแล้วหันไปคุยกับเจมี่อย่างเป็นธรรมชาติ

“เอเรนเดลล์... คุ้นชื่อเหมือนเคยได้ยินจาก... “ เจมี่หันหน้าแล้วพูดพึมพำเบาจนฉันไม่ได้ยิน

?

“มะ ไม่มีอะไรครับ ว่าแต่พี่ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยว่ามาเมืองนี้ได้ยังไง”

“ได้ ได้สิ”

แล้วฉันก็ใช้เวลากว่าชั่วโมงในการเล่าว่าฉันมาที่เมืองแห่งนี้ได้ยังไงให้เจมี่ฟัง อีกทั้งยังเล่าเรื่องของอันนากับคริสตอฟที่ตอนนี้ก็ยังคงสนุกอยู่กับเด็กๆ ที่ลานน้ำแข็ง

 

 

“กวางเรนเดียร์ พี่ขี่เลื่อนมาถึงที่นี่เลยเหรอฮะ!

“เจมี่ เบาๆ หน่อย ให้พี่เขาได้กินข้าวก่อน ลูกก็ตั้งใจกินข้าวด้วยสิ”

หลังจากได้คุยกันที่สนามเด็กเล่น แล้วฉันก็เผลอพูดไปว่าไม่รู้คืนนี้จะไปพักที่ไหน ก็กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันได้เข้ามาในอยู่ในบ้านของเจมี่พร้อมทานมื้อค่ำเสียแล้ว ไม่ใช่ว่าฉันไม่ปฏิเสธนะ ฉันบอกเจมี่ไปแล้วว่าเดี๋ยวไปนอนเต้นท์กับน้องสาวก็ได้ แต่บังเอิญเจมี่เขารู้ทันน่ะ ว่าจริงๆ แม่น้องสาวกับแฟนหนุ่มนั้นไม่มีที่นอนเผื่อฉันหรอก (ก็ไม่ได้กะจะมาตั้งแต่แรกนี่นะ)

“ขอบคุณมากนะคะสำหรับอาหารมื้อนี้ อร่อยมากเลยค่ะ”

“ยินดีจ้ะ”

“พี่สาวฮะ คืนนี้พี่พักที่นี่สิฮะ ห้องของโซฟีก็ได้ใช่มั้ย”

“ได้ ได้ ได้! หิมะ พี่สาว เสก เสก เสก!

“ให้พี่สาวนอนกับโซฟีได้ใช่มั้ยฮะแม่”

“แน่นอน ได้สิ”

คุณแม่ของเจมี่พูดกับฉันอย่างเป็นกันเอง อีกทั้งยังไม่สงสัยกับประโยคที่โซฟีเผลอพูดออกมาเมื่อกี้ด้วย พูดถึงโซฟี โซฟีคือน้องสาวของเจมี่ ท่าทางจะซนน่าดู แต่เธอก็น่ารักมากเลยล่ะ

“แต่ตอนนี้ดึกแล้วนะ แม่ว่าลูกขึ้นไปนอนแล้ว”

“โธ่ แม่ฮะ ผมอยากออกเป็นเล่นกับเอลซ่าอีกนะ”

“เอลซ่า อยากเล่นกับเอลซ่า!

สองพี่น้องประสานเสียงกัน ฉันหันไปมองนาฬิกาแล้วก็พบว่าดึกจริงๆ อย่างที่แม่ของทั้งสองบอก

“เอางี้นะเจมี่ โซฟี คืนนี้ทั้งสองคนขึ้นไปนอนก่อน แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่จะพาไปเล่นหิมะกันทั้งวันเลย โอเคมั้ย”

“ทั้งวัน! โอเคฮะ! ขอแบบที่สนามเด็กเล่นด้วยนะฮะ”

“อ่ะ เอ่อ... ได้สิ ได้”

“ปะ โซฟี วันนี้นอนก่อนดีกว่า ตอนนี้ปล่อยให้พี่สาวไปเตรียมหิมะเถอะ”

และแล้วสองพี่น้องก็พากันเดินขึ้นไปบนห้องนอนอย่างว่าง่าย เมื่อฉันเห็นว่าทั้งคู่เข้าห้องนอนไปแล้ว ตัวฉันก็เดินออกมาจากบ้านเดินไปที่ลานน้ำแข็ง เห็นเต้นท์เล็กๆ พร้อมกองไม้เชื้อเพลิงจุดไฟที่ท่าทางเหมือนเพิ่งถูกดับไปไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้ แสดงว่าอันนากับคริสตอฟก็เพิ่งเข้านอนสินะ ฉันตัดสินใจที่จะไม่ไปกวนทั้งสอง เดินไปซื้อโกโก้ร้อนจากร้านสะดวกซื้อแล้วกลับไปนั่งที่สนามเด็กเล่นเหมือนเมื่อกลางวัน

ฉันหย่อนตัวนั่งลงไปที่ชิงช้าตัวเดิม เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ดาวมากมายอยู่เต็มท้องฟ้า จากที่นี่เมื่อมองขึ้นไปบนฟ้า ถึงแม้ว่าจะมองเห็นดาวไม่เยอะเท่ากับตอนที่อยู่เอเรนเดลล์ แต่มันก็สวยไม่แพ้กันจริงๆ

อ่า... อากาศเริ่มเย็นขึ้นเสียแล้วสิ หรือว่าฉันควรจะกลับไปนอนแล้วนะ

ฉันลุกขึ้นยืน เดินวนไปวนมา เริ่มปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อย บางทีก็ฮัมเพลง หรือบางทีก็เปลี่ยนที่นั่งไปนั่งตรงม้านั่งเก่าๆ ตามมุมต่างๆ แทน ฉันเริ่มสงสัยว่ามานั่งตรงนี้เพื่อดูดาวอย่างเดียวน่ะเหรอ... ไม่หรอก จริงๆ แล้ว ฉันกำลังมาหาคำตอบของ อะไรบางอย่าง ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันต่างหาก

แล้วฉันจะได้คำตอบมั้ยนะ...

ฉันหยิบปึกกระดาษตำนานเทพที่หยิบติดมือมาอ่านอีกหน อ่านจบไปอีกรอบฉันก็เพิ่งรู้ตัวว่าระหว่างอ่านนั้น มือฉันโบกไปมาจนรอบข้างเกิดเกล็ดหิมะเกาะมากมาย จากเสาเก่าๆ ดำๆ กลายเป็นเสาที่มีเกล็ดหิมะน้ำแข็งใสๆ เป็นสายๆ เหมือนกับเถาองุ่นเกาะอยู่ และถึงยังไงป่านนี้ทุกคนก็คงเข้านอนกันหมดแล้ว ฉันเลยปล่อยให้ทุกอย่างยังคงอยู่ในสภาพนั้น อีกทั้งยังเสกเถาองุ่นน้ำแข็งเกล็ดหิมะนั้นเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ฉันมองผลงานที่ฉันสร้างขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ตอนนี้ฉันเนรมิตสนามเด็กเล่นเก่าๆ ให้เต็มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งและหิมะแล้วล่ะ สิ่งเดียวที่ยังแปลกประหลาดอยู่คงเป็นชิงช้าตัวที่ฉันนั่งตอนแรกนั่นแหละ

เมื่อคิดได้อย่างนั้น ฉันก็เดินกลับไปที่ชิงช้าตัวเดิม พร้อมตั้งสติเตรียมเสกเถาองุ่นน้ำแข็งเกล็ดหิมะแบบพิเศษสำหรับที่นั่งของ...

“นี่มันอะไรกันน่ะ...”

ฉันลดมือของตัวเองที่เตรียมเสกน้ำแข็งลง แล้วเดินเข้าไปพิจารณาชิงช้าตัวนั้นอย่างละเอียด คือตอนนี้ ตอนนี้... ชิงช้าของฉันมันมีเกล็ดน้ำแข็งพัน พันแบบไม่ใช่ ไม่ใช่เถาองุ่นแบบที่ฉันเสกหรอกนะ แต่มันดูเหมือนเส้นเชือกมากกว่า เส้นเชือกที่ถักพันไปรอบๆ เหล็กเก่าๆ รูปแบบการทักแบบเดียวกับถักเปีย เคยดูหนังที่มีเมืองเอลฟ์มั้ย มันดูเทพนิยาย ลอยๆ คล้ายๆ แบบนั้นล่ะ มันประณีตกว่าเถาองุ่นของฉันเยอะ อีกทั้งมันยังมีเกล็ดหิมะใสๆ หลากหลายลวดลายเกาะอยู่เป็นระยะๆ ดูเข้ากันมากอีกด้วย

ฟิ้ว ว

ฉันหันหลังไปตามเสียงแล้วก็เห็นเกล็ดหิมะเล็กๆ และละเอียดกว่าปกติกำลังวนอยู่ตรงหน้าเป็นรูปร่างดอกไม้พันธุ์ต่างๆ และเมื่อเอื้อมมือไปจับมันก็ฟุ้งแตกออกเป็นเหมือนละอองคริสตอล ฉันรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น สมองฉันเริ่มประมวลผลอีกครั้งว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงในเมื่อฉันไม่ได้เป็นคนทำ!

และก็มีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น คนที่จะทำอะไรแบบนี้ได้ คนที่มีพลังเหมือนกับฉัน คนที่เป็นเหตุผลให้ฉันมาอยู่ที่สนามแห่งนี้ทั้งๆ ที่ฉันจะกลับไปนอนก็ได้...

“แจ๊ค ฟรอสต์...”

ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่และพึมพำชื่อของเขาออกมา แน่นอน มันต้องเป็นเขาแน่ๆ ในโลกนี้ยังมีคนที่มีพลังคล้ายฉัน เป็นเขา ต้องเป็นเขา

“แจ๊ค ฟรอสต์...”

“สวัสดี...”

ฉันสะดุ้งกับไอความเย็นที่เข้ามากระทบกับใบหู เหมือนไอนั้นจะปลุกให้ฉันรู้สึกตัว ฉันมีสติมากขึ้นและรีบหันไปหาที่มาของเสียงๆ นั้นทางด้านหลัง

.

.

.

.

.

แล้วฉันก็ได้พบกับเขา

“สวัสดี ข้าแจ๊ค ฟรอสต์ หนึ่งในห้าเทพผู้พิทักษ์”

ดวงตาสีฟ้าคราม เรือนผมสีขาวเงินราวกับหิมะ ชายผู้ใส่ฮู้ดแขนยาวสีน้ำเงินเข้มบริเวณคอเสื้อจนถึงไหล่ที่เหมือนกับมีเกล็ดหิมะเกาะเป็นอย่างไม่เป็นระเบียบแต่ก็สวยงาม กางเกงผ้าสีน้ำตาลเข้ม เขาไม่ใส่รองเท้า มือข้างหนึ่งเขาซุกอยู่ในกระเป๋าตรงบริเวณท้องของเสื้อฮู้ด ส่วนมืออีกข้างหนึ่งนั้น เขาถือไม้เท้าประจำตัว! เขามีตัวตนจริงๆ! และเขาก็ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน! คนที่สามารถเสกสิ่งพวกนี้ได้เหมือนกันอีกคนบนโลกกำลังยืนตรงหน้าฉัน!

“อื้มม แม้ข้าจะรู้อยู่แล้วว่าเจ้าชื่ออะไรและมาจากไหน แต่ก็ยัง อยากได้ยินเสียงเจ้า”

“...”

“ช่วยแนะนำตัวให้ข้าฟังได้มั้ย”

“เอลซ่า เอลซ่าแห่งเอเรนเดลล์”

“ข้ายินดีที่ได้รู้จักเจ้า เอลซ่าแห่งเอเรนเดลล์”

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ” ฉันก้มหัวลงเล็กน้อยทักทาย

“เจ้านี่ดูช็อคค้างกว่าตอนที่เจมี่เห็นว่าข้ามีตัวตนจริงๆ ซะอีกนะเนี่ย” แจ๊ค ฟรอสต์หัวเราะเบาๆ แล้วเริ่มเสกเกล็ดหิมะที่มีรูปร่างปราณีตสวยงามกว่าของฉันขึ้นมาให้ดู

“ดูดีกว่าของฉันซะอีกนะเนี่ย” ฉันลองเอามือไปสัมผัสเกล็ดหิมะเหล่านั้น

“เจ้าก็ทำได้นี่ ถ้าฝึกอีกหน่อยก็โอเคแล้ว”

“แจ๊ค...”

“หืม”

“ฉันอยากรู้เรื่องราวของคุณ ไม่ทราบว่า...”

“แน่นอนสิ! พอข้าเล่าเสร็จ เจ้าก็อย่าลืมเล่าให้ข้าฟังด้วยล่ะ โอเค้”

“โอเคสิ”

“งั้นข้าเริ่มก่อนแล้วกันนะ...”

แล้วแจ๊คก็นั่งลงบนชิงช้าตัวข้างๆ ของฉัน เขาเล่าเรื่องราวมากมาย เราสลับกันเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง เขาเล่าถึงตั้งแต่ก่อนจะเป็นเทพแบบนี้ ฉันก็เล่าถึงว่าทำไมฉันถึงมีพลังแบบนี้ เขาเล่าถึงก่อนจะเป็นผู้พิทักษ์ ฉันเล่าว่าเมื่อก่อนฉันเจออะไรมาบ้าง การต่อสู้ต่างๆ ของเขาที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่ปีก่อนเขาก็เล่าให้ฉันฟัง และแน่นอน เหตุการณ์ที่ทำให้ฉันเกือบสูญเสียน้องสาวไปฉันก็เล่าให้เขาฟัง การท่องเที่ยวไปตามเมืองต่างๆ ของเขาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เขาบอกว่าเขาเคยเห็นมังกรด้วยนะ และสิ่งที่ฉันรู้สึกตกใจมากที่สุดก็คงเป็น เขาเคยไปเอเรนเดลล์ด้วยล่ะ! เขาบอกว่าเขาเห็นฉันด้วยนะ แล้วก็เขาเคยเห็นปราสาทที่ฉันสร้างอยู่บนยอดเขาร้างทางเหนือด้วย และถ้ามีโอกาส เขาก็อยากจะเข้าไปเหยียบสักครั้ง

 

 

 

“เมอร์รี่คริสมาสเอลซ่า”

“เมอร์รี่คริสมาสเช่นกันแจ๊ค”

ฉันเดินตามโซฟี่ออกมานอกบ้านและทักทายแจ๊คอย่างงัวเงีย ก็เมื่อคืน กว่าจะได้เข้าบ้านมานอนก็เกือบเช้าเสียแล้ว คุยกันเพลินเลยล่ะ จริงๆ เราสองคนยังมีอะไรให้คุยกันอีกเยอะเลยนะ

“แจ๊ค แจ๊ค แจ๊ค! คริสต์มาส!

“เมอร์รี่คริสมาสเช่นกันโซฟี”

“เฮ้ พี่เอลซ่า พี่มองเห็นแจ๊ค!?” เจมี่เดินมาถาม ฉันพยักหน้าเบาๆ แล้วก็เล่าไปคร่าวๆ เขาดูไม่แปลกใจเท่าไหร่ ก็นะ เขารู้จักแจ๊คอยู่แล้วด้วยนี่ เขาเห็นอะไรแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก คงจะชินแล้วล่ะ อีกอย่างที่ฉันฮามากก็คือ ฉันเพิ่งรู้ว่าตอนแรกเจมี่นึกว่าฉันเป็นผู้พิทักษ์คนใหม่ด้วยล่ะ ฮาๆ

“ว่าแต่วันนี้พี่จะยังอยู่เลี้ยงฉลองที่บ้านเราใช่มั้ย”

“แน่นอน แต่พอจบคืนนี้ สักตีสองตีสามพี่ก็คงกลับเอเรนเดลล์แล้วล่ะ”

“ทำไมไม่รอไปตอนเช้าล่ะ”

“คริสตอฟกับอันนาจะต้องไปเคลียร์งานที่ค้างไว้น่ะ สัญญาว่าจะกลับไปหลังคริสต์มาสหนึ่งวันแน่นอนไม่ขาดไม่เกิน”

ฉันพูดไปแล้วก็ปั้นตุ๊กตาหิมะให้โซฟีไป ส่วนแจ๊ค ฟรอสต์นั้น เขาก็นั่งอยู่ข้างๆ นี่แหละ เขาดูรักเด็กมากเลยนะ ท่าทางจะเลี้ยงเด็กเก่งด้วยแหละ

“เอลซ่า เจ้าไม่ลองไปชวนน้องสาวกับแฟนของน้องสาวเจ้ามาเล่นที่นี่บ้างเหรอ”

“โอ๊ะ พี่เอลซ่าอยู่ที่นี่เอง หาตั้งนานแน่ะ”

ตายยากของแท้เลยน้องสาวฉัน ยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามของแจ๊ค อันนาก็เดินเข้ามาหาแล้ว เราพูดคุยกันตามประสาพี่น้อง เธอบอกว่าขอโทษที่ไม่ได้ตามหาตั้งแต่เมื่อวาน แต่ฉันก็ไม่โกรธอะไรหรอก เพราะฉันก็สนุกจนบางช่วงก็เกือบลืมไปเลยว่าเธอเป็นคนพามา อันนาท่าทางสนุกกับการเล่นกับโซฟีมากเลยล่ะ

แล้วตลอดทั้งวันนั้น เราทั้งหมดก็เล่นหิมะ คุยเล่น ทำอะไรหลากหลายอย่างกันรอบเมืองเบอร์เจตส์แห่งนี้

 

 

การเลี้ยงฉลองจบลงแล้ว ฉันถือโอกาสล่ำลากับทุกคนในบ้านของเจมี่ไปเลยเพราะพรุ่งนี้เช้าคงต้องเดินทางกลับตั้งแต่เช้ามืด

และท่าทางฉันคงจะหลงรักสนามเด็กเล่นเก่าๆ ของเมืองนี้เสียแล้วล่ะ เพราะตอนนี้ฉันมานั่งที่ชิงช้าตัวเดิมอีกแล้ว ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้าและคิดถึงเรื่องราวที่ฉันพบเจอที่นี่ มันมีแต่เรื่องราวดีๆ จริงๆ ฉันเจอครอบครัวที่อบอุ่น ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้เจอคนที่ยอมรับในตัวฉัน กลับเอเรนเดลล์ครั้งนี้คงมีเหงาๆ บ้างแน่...

“คิดอะไรอยู่เอลซ่า”

“อ๊ะ... อยู่ไหนน่ะแจ๊ค”

ฉันเอามือจับหน้าผากและเอ่ยถามทันทีที่เกล็ดหิมะรูปร่างประณีตตกลงมาโดน

แต่เมื่อฉันกันกลับหลังไปก็ไม่เห็นเขายืนอยู่

“อยู่ไหนล่ะเนี่ย”

ฉันมองไปรอบๆ ตัวแต่ก็ยังไม่พบเขา

แต่แล้ว ไม่กี่วินาทีต่อมาสนามเด็กเล่นเก่าๆ แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะที่โปรยลงมาจากฟ้า เครื่องเล่นทุกชิ้นต่างถูกตกแต่งโดยเกล็ดหิมะที่เริ่มจับตัวกันกลายเป็นเถาองุ่นพันรอบเสา บ้างกลายเป็นโคมไฟ บ้างก็ลอยค้างอยู่บนอากาศ ละอองหิมะฟุ้งๆ ก็สวยงามเช่นกัน ทุกอย่างมันดูลงตัวไปหมด ยกเว้นแต่... ไหนล่ะตัวคนทำ

“ข้าอยู่นี่”

ไอความเย็นเดิมกลับเข้ามากระทบกับหูฉันอีกครั้ง ฉันรู้สึกจักจี้เล็กน้อย จากนั้นก็หันไปหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร เขาก็สวมหมวกคริสต์มาสที่เขาถืออยู่ลงบนหัวของฉันอย่างแผ่วเบา ฉันรู้สึกได้ว่ามันคือไอความเย็นแต่ทุกอย่างในตอนนี้ฉันรู้สึกได้ว่ามันเต็มไปด้วยความอบอุ่นเช่นกัน

“เมอร์รี่คริสต์มาสอีกครั้งเอลซ่า”

“เมอร์รี่คริสมาสอีกครั้งเช่นกันแจ๊ค”

ฉันมองสำรวจเขาแล้วก็พบความแตกต่าง ตอนนี้ไม้เท้าของเขามีกระดิ่งเล็กๆ แขวนอยู่ อีกทั้งเขายังสวมผ้าคลุมมาอีกชั้นด้วย มันเป็นรูปทรงที่ดูออกว่าคือผ้าคลุมของซานต้าแน่นอน แต่วัสดุที่เอามาทำนี่สิ มันคือน้ำแข็งนะ

“คุณทำให้น้ำแข็งเจือสีแดงได้ยังไงน่ะ”

“ข้าก็ให้เหล่าเทพผู้พิทักษ์ช่วยนิดหน่อยก็เจือสีได้แล้ว เป็นไงบ้างล่ะ”

“สวยมาก! แล้วหมวกที่คุณสวมให้ฉันนี่เหมือนหมวกที่คุณสวมอยู่รึป่าว”

“แน่นอน หมวกของเจ้าเหมือนของข้าเป๊ะๆ ข้าทำเองกับมือเลยนะ”

ฉันมองสำรวจหมวกใบนั้นที่สวมอยู่บนหัวของเขาอย่างละเอียด มันสวยแบบที่ว่าผ้าคลุมที่ฉันสวมอยู่ปกตินี่ดูธรรมดาไปเลยล่ะ แม้ว่าจะทำจากน้ำแข็งและเกล็ดหิมะเหมือนกันแต่เขาทำยังไงนะมันถึงได้ดูแล้วให้ความรู้สึกปุกปุยแบบนี้ อีกทั้งลวดลายพวกนั้นจัดวางยังไงก็ดูงดงามไปหมด...

“ฉันเอาหมวกนี้กลับไปที่เอเรนเดลล์ได้ใช่มั้ย”

“มันเป็นของเจ้าแล้ว จะเอาไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”

“ขอบคุณแจ๊ค” ฉันยิ้มขอบคุณแล้วเดินไปนั่งที่ชิงช้าตัวเดิม

“...”

“เช้าตรู่ที่จะถึงนี้ฉันจะกลับเอเรนเดลล์แล้ว”

“ข้ารู้”

“แจ๊ค...”

?

“คือฉัน...”

“...”

“...”

“...”

“ดีใจมากที่ได้พบกับคุณที่เมืองนี้ แม้จะอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่วันแต่ฉันก็รู้สึกสนุกมากจริงๆ”

“...”

“ฉันคงต้องขอบคุณอันนาที่ทำให้ฉันได้มาเมืองนี้แล้วล่ะ”

“พูดอะไรบ้างสิแจ๊ค” เขาเงียบไปเลยล่ะ หรือฉันพูดอะไรผิด!?

“ข้าต้องเตรียมทิชชู่มั้ย เจ้าจะร้องไห้หรือเปล่า”

“จะบ้าเหรอ แค่นี้ไม่ร้องหรอก!” ฉันรีบหัวเราะกลบเกลื่อน จริงๆ คือถ้าเขาไม่พูดประโยคเมื่อกี้ฉันก็คงร้องไห้ไปแล้วล่ะ “เฮ้อ คงต้องไปหาอันนาแล้วล่ะ”

“งั้นก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวข้าเดินไปส่ง”

ว่าแล้วเราทั้งสองคนก็ลุกขึ้นและเดินไปลานน้ำแข็งที่พักของอันนากับคริสตอฟด้วยกัน

 

 

“ทางนี้ค่ะพี่เอลซ่า พี่เดินมาคนเดียวเหรอ”

“ไม่หรอก เพื่อนเดินมาส่งน่ะ”

“แล้วไหนล่ะ...”

“น่าๆ จะรีบไปไม่ใช่เหรอ”

“อ่าๆ โอเค คริสตอฟ สเฟน พร้อมรึยัง”

ฉันเดินตามอันนาที่เดินไปสำรวจความเรียบร้อยของรถเลื่อน แต่ยังไม่ทันไปถึงเสียงคุ้นเคยก็ดังรั้งฉันเอาไว้

“เอลซ่า”

“อ้ะ แจ๊ค”

“ข้าคงลืมบอกอะไรเจ้าไป...”

?

“คือข้า...”

“...”

“ข้า...”

“...”

“ก็ดีใจเหมือนกันที่ได้เจอเจ้าในเมืองนี้ ข้ามีความสุขจริงๆ คุยกับเจ้าสนุกมาก ขอบคุณเจ้าทำให้คริสต์มาสปีนี้ของข้าสนุกกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา”

“...”

“ข้าหวังว่าหากข้าไปที่เอเรนเดลล์เจ้าคงจะยินดีต้อนรับ”

“...”

“เจ้าไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ”

“เดจาวูชัดๆ ...แน่นอนสิ ข้ายินดีต้อนรับเจ้าอยู่แล้ว”

“พี่เอลซ่า า รถเลื่อนพร้อมแล้ว เรากลับกันเถอะ ะ”

อันนาป้องปากตะโกนมาแต่ไกล ทำให้ฉันเนว่ารถเลื่อนนั้นพร้อมแล้วจริงๆ

“เดินทางปลอดภัยนะเอลซ่า”

“ขอบคุณคุณเหมือนกันแจ๊ค”

“แล้วพบกันใหม่”

“แล้วพบกันใหม่”

ในเสี่ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่จากกัน ฉันเสกเกล็ดหิมะน้ำแข็งออกมาให้เป็นรูปไม้เท้าของเขาขนาดจิ๋วพร้อมเชือกน้ำแข็งเส้นเล็กๆ และยื่นให้เขาไว้เป็นที่ระลึก เขายิ้มและรับของที่ระลึกของฉัน ไม่ต้องพูดอะไรอีกแต่เราก็เข้าใจกัน เราแค่ยิ้มให้กันและฉันก็เดินไปหาอันนา

 


 

แล้วพบกันใหม่... ที่เอเรนเดลล์
 

ฉันจะรออยู่ที่นั่น :)

ผลงานอื่นๆ ของ 「Foggynight 」

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 กันยายน 2558 / 22:11
    น่ารัก~ ทำไมพึ่งเจอ มีภาคต่อมั้ยคะเนี่ย
    #10
    0
  2. วันที่ 24 เมษายน 2557 / 09:41
    ต่อนะ จะอาวภาคต่อ55555555 สนุกมากค่ะไรท์ >///<
    #9
    0
  3. วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 02:12
    จะเอาภาคต่ออออออออออ ><
    #8
    0
  4. วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 14:54
    สนุกมากๆ เลยค่ะ เก็บราละเอียดทุกอย่างได้ชนิดไม่มีตกหล่นเลย อ่านแล้วรักอ่านแล้วหลง

    มีภาคต่อคงสนุกน่าดู โอ๊ยๆ ว่าแล้วก็อยากอ่านเลย >_<

    ภาษาคำบรรยายทุกอย่างโอเคสุดๆ เลยค่ะ ลงตัวมากกก มีคำผิดแค่นิดๆ หน่อยเท่านั้นเอง(นิดหน่อยจริงๆ)
    แต่แอบฮาตรงคำว่า ก่นด่า น่ะค่ะ คือไรต์พิมพ์ผิดเป็น ก้น อารมณ์เลยสะดุดไปนิสนึงจริงๆ 5555
    #7
    0
  5. วันที่ 13 มกราคม 2557 / 22:08
    เอาอีก จาอาวภาคต่ออีกกกกก
    #6
    0
  6. #5 DaiDai
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 22:01
    ต่อภาคที่เอเรนเดลเถอะ คู่นี้น่ารักจริงๆ
    #5
    0
  7. วันที่ 6 มกราคม 2557 / 02:13
    สนุกมากมายอ่ะไรต์ >w< เราลุ้นภาคต่ออยู่นะ555555555 เชียร์ไรต์แต่งฟิคยาวอยู่นะ5555555555 แต่งคู่นี้อีกเรื่องก็โอนะคะไรต์555555555 จะติดตามอย่างใกล้ชิดเลย >w<
    #4
    0
  8. #3 Frozen
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 14:09
    จะมีภาคต่อมั้ยอ่า น่ารักมากเลย >o
    #3
    0
  9. วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 22:11
    น่ารักอ่า แต่งดีมาก//เห็นด้วยกับ#1ด้วยเชียร์ให้แต่งฟิคยาว
    #2
    0
  10. #1 เจลซ่า
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 08:51
    สนุกมากเลยค่ะ >< รายละเอียดดีมากเลยยย เชียร์ให้แต่งฟิคยาวนะ5555555555555
    #1
    0