Eyes Attact เพียงสบตา [ Y ]

ตอนที่ 6 : เย็นวันศุกร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    9 ก.ค. 62





เมื่อวาน นทไม่ได้พบกับผู้ชายคนนั้นอีก อาจจะนั่งคนละตู้รถ นั่งคนละขบวน หรืออาจจะเจอกันเพียงแค่คลาดกันเล็กน้อย นทกลับไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นความรู้สึกคาใจที่ไม่รู้ชื่ออีกฝ่าย หรือเกรงว่าจากนี้พวกเขาจะไม่ได้เจอกันอีกเหมือนวันนี้ เขาเข้านอนด้วยความคิดที่ถกเถียงกันในหัว วันนี้เขาเดินทางไปมหาลัยโดยหวังว่าอาจจะเจอชายคนนั้นอาศัยรถไฟฟ้าขบวนเดียวกันกับเขา แต่ก็ไร้วี่แวว คงเพราะเขาเดินทางมาช่วงสายที่อีกฝ่ายคงทำงานอยู่ไม่แปลกที่จะไม่พบเจอ จำต้องขึ้นรถเมล์ทิ้งเรื่องของเขาไว้ที่สถานีสยาม



    อีกคนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวพอๆกันคือพีท เหตุการณ์เมื่อคืนนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับเขา ผิวขาวสะอาดสะอ้าน ผมสีดำสนิทดูนุ่มนวล ริมฝีปากนุ่มชวนสัมผัสและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจนเกือบเป็นสีส้มเจือแววเศร้าเล็กๆเป็นดวงตาคู่ที่สวยที่สุดสำหรับเขา แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นคือผู้ชาย ใช่แล้ว ผู้ชายเสียงทุ้มพร่าเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนชวนใจสั่นสำหรับสาวๆ  ยิ่งดูดีมากขึ้นในชุดเสื้อเชิ้ตติดกระดุมคอเข้ากับคอระหง พีทกำลังใจสั่นกับผู้ชายด้วยกันเพียงแค่สบตา เขากลับมาจากเขตพระนครด้วยหัวที่ว่างเปล่า มีแต่ภาพตาคู่นั้นและเสียงชวนฝัน(ที่พูดแค่ประโยคเดียว)แม้ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม กระทั่งเสียงข้อความจากโยธินช่วยดึงสติเขากลับสู่ความจริงอันโหดร้าย



     ‘ ต้องให้จุดธูปเรียกมั้ยถึงจะมา’ ภาพดวงตาแสนสวยแทนด้วยภาพสายตากินเลือดกินเนื้อใต้กรอบแว่น คนตกอยู่ในภวังค์ตาสว่างพลัน




    ทั้งที่พีทเป็นคนนัดโยธินช่วยให้ข้อมูลก่อนต่างคนจะแยกย้ายไปเรียนคาบบ่าย กลับต้องให้คนถูกนัดต้องตาม โปรเจคหนังสั้นของพีท มีซีนสำคัญของหนังโรแมนติกแฟนตาซีย้อนยุคทะลุมิติคือ นางเอกสาวที่เดินทางข้ามเวลามาจากปี2486ที่กำลังครุกรุ่นด้วยสงครามเอเชียมหาบูรพา มาพบกับหนุ่มนิติศาสตร์ในยุคปัจจุบัน ก่อนพวกเขาจะจากลา ก็ได้เข้าคู่เต้นลีลาศสุดโรแมนติก พีทที่เคยเรียนลีลาศตอนม.6 พอมีความรู้จังหวะบ้าง แต่ไม่เท่าโยธิน ที่บ้านของทางนั้นต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงของสมาคมภริยาทหาร คุณชายโยธินจำต้องมีพื้นฐานลีลาศเพื่อเข้าสังคม หมาดๆมานี้พี่ชายโยธินที่นานๆจะกลับมาบ้านเพิ่งพาน้องชายเข้าสมาคมกลุ่มเต้นลีลาศยามค่ำคืนย่านถนนสีลม พีทจึงมาขอคำปรึกษาและขอให้โยธินมาเป็นครูสอนเต้นให้นักแสดง นอกจากนี้จะมีการรวมตัวทีมงานและนักแสดงทุกคนวันอาทิตย์หรือวันมะรืน เพื่อพูดคุย ละลายพฤติกรรมกันก่อน จะได้ทำงานกันอย่างเพื่อนพี่น้องจริงๆแม้จะอยู่คนละคณะ น่าเสียดายที่ทุกสุดสัปดาห์โยธินต้องกลับบ้านจึงไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมรวมตัวนี้ได้



    “แล้วเลือกเพลงที่จะเต้นในฉากได้รึยัง” โยธินหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมจดบันทึก



    “เดี๋ยวคืนนี้ส่งลิ้งค์ไปให้ ส่วนใหญ่ที่ลิสต์มาเป็นเพลงสุนทราภรณ์ วินเทจสุดๆ”พอพูดถึงวินเทจ ภาพร้านตัดผมที่พระนครก็ลอยขึ้นมา และดวงตาที่พิฆาตเขาเพียงไม่กี่วินาทีฉายซ้ำในหัวพีท ไม่ทันที่โยธินจะจับสังเกตเพื่อนที่มักพลังเหลือล้น นทก็มาพอดี แต่สีหน้าก็ไม่ต่างจากพีทเท่าไหร่ คงเพราะเป็นวันศุกร์ที่ทุกอย่างอิรุงตุงนังกระจุกกันให้รู้สึกเหนื่อยล้า



    “สดชื่นกันหน่อยสิ เดี๋ยวก็ได้หยุดแล้ว ไม่ต้องมามหาลัยแล้ว”โยธินปลอบเพื่อนทั้งสอง วันเสาร์พวกเขาไม่มีเรียน ไม่ต้องนั่งรถหลังขดหลังแข็งไปกลับแล้ว คิดได้นทก็ห่อเหี่ยวไปกว่าเดิมแสดงสีหน้าชัดเจน เพราะเขาก็จะไม่มีโอกาศเจอพี่คนนั้นอีก



     “เป็นอะไรกันเนี่ย” เขาขยับแว่น คิ้วขมวดเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ จะได้หยุดไม่ดีใจหรอ


    

     “ก็จะไม่ได้เจอพี่คนนั้นของมันน่ะสิ” พีทยียวน ส่วนโยธินที่ไม่รู้เรื่องอะไร นทจำต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ทั้งเรื่องเกมจ้องตาคนแปลกหน้า ความรู้สึกแปลกๆ แฟลชไดรฟ์ และอาการหน่วงๆ อยากเจอแต่ก็ไม่อยากเจอ สับสนว่าจะอยากหรือไม่อยากเจอชายคนนั้นกันแน่




    “เป็นแค่คนแปลกหน้านั่นแหละ” โยธินถอนหายใจ แต่เพื่อนเขากลับขมวดคิ้วเป็นปม



    “บทสนทนาของคนที่ผ่านมาก็ผ่านไปบนรถไฟฟ้า อีกสักพักก็จะลืมกันไปเอง” จริงอย่างที่โยธินพูด เขากับผู้ชายคนนั้นเป็นแค่ในร้อยในพันกว่าคนที่มาเจอกันที่สถานีรถไฟฟ้า แต่ไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าคนแปลกหน้าที่คุ้นหน้าเพราะต้องโดยสารรถไฟเหมือนๆกัน ไม่มีอะไรนอกจากนั้น แม้พวกเขาจะคุยกัน แต่ก็เป็นเพียงประโยคง่ายๆ ประโยคของเพื่อนร่วมทางแปลกหน้าทั่วๆไปคุยกัน ไม่มีอะไรพิเศษ วันนั้นที่เขาใจเต้นก็เพราะเป็นกลไกของร่างกายเมื่อตื่นเต้นที่ได้เล่นเกมท้าทายความกล้า เขาจึงสับสน



    “แต่ถ้าเจอกันอีกรอบ อยากทำอะไรก็ตามใจเถอะ แต่รับผิดชอบกับสิ่งที่จะเกิดด้วยก็แล้วกัน” เขาคงให้คำแนะนำแก่เพื่อนได้เพียงเท่านี้ “บางครั้งถ้าเราแนะนำไป อาจจะไม่เหมาะกับนทเท่าไหร่ แต่ถ้าอยากได้คำปรึกษา อย่าทักแชทไลน์หลัง5ทุ่มล่ะ” พีทถึงกับตื้นตันแทนคนขอคำปรึกษา



    “ทัก5ทุ่มครึ่งได้มั้ย”



    “ให้พ่อมึงตอบไลน์นะ” ก็ไม่วายนทต้องหลุดขำเพราะเพื่อนทั้งสองต่อล้อต่อเถียงกันด้วยท่าทีนิ่งเฉย อย่างน้อยก็ทำให้เขาผ่อนคลายกังวลที่อัดอั้นตั้งแต่เมื่อวานได้



     “ว่าแต่กู ไอ้โยก็ใช่ย่อยเหมือนกันแหละ ความหยาบคายเนี่ย” เจ้าตัวกวนทำหน้าลูกหมาใส่คุณชายที่เก็บมารยาทไว้ใช้กับพ่อแม่ ที่สาธาณะ ทุกๆสถานการณ์ ยกเว้นกับพีทคนเดียว ฟังคำแนะนำจากคนที่น่าจะฉลาดหลักแหลมที่สุดในกลุ่ม แต่ไม่แน่ใจว่าจะปรึกษาเรื่องความสับสนในใจชายวัยรุ่นกำลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อีกไม่กี่ปีนี้ได้หรือไม่ โยธินไม่เคยมีแฟนเลยเท่าที่นทกับพีทจำได้ อย่างมากแค่มีซุบซิบนินทาว่าคุยอยู่กับคนโน้น รุ่นน้องปลื้ม แต่ก็ไม่ได้เปิดตัวคนดูแลหัวใจให้กระจ่าง โยธินกลับคอยปรามแนะนำให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการกับความรู้สึกแก่เพื่อนรักทั้งสองได้ดีจนน่าแปลกใจ นี่คือคนที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องความรักจริงๆรึ


    

     สงบจิตสงบใจท่องว่าเรื่องทั้งหมดรวมถึงใจที่เต้นแรงนั้นเพียงเพราะอายเท่านั้น วันนี้จะเจอผู้ชายคนนั้นหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นที่เขาต้องกังวล เรื่องที่ต้องกังวลคือเงินในบัตรรถไฟฟ้าใกล้จะหมด นทจะเติมเงินเข้าบัตรรถไฟฟ้าเป็นรายสัปดาห์ ช่วงที่เข้าปี1มาใหม่ๆ เขามีสงครามน้ำลายย่อมๆกับพี่ว๊ากที่อยากให้เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องจนเย็นบ้าง มาในวันที่ไม่มีการเรียนการสอนบ้าง เรียกทำกิจกรรมแบบไม่เกรงใจคนบ้านไกลที่พ่อแม่ไม่ให้อยู่หอ สุดท้ายก็ต้องนอนเบียดกับพีทจนหมดฤดูกาลรับน้อง แต่เพราะรับน้องก็ทำให้เขาสนิทกับเพื่อนคนอื่นๆในเอกมากขึ้น เพราะเหตุนั้นเขาจึงไม่ได้เติมเงินเข้าบัตรรถไฟฟ้าทีละมากๆเป็นรายเดือน เหตุการณ์ไม่คาดฝันอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกสัปดาห์ เขาก็อยากจะเซฟเงินไว้รับมือเหตุการณ์เหล่านั้น หนึ่งในนั้นคือคนที่กำลังต่อแถวเติมเงินยาวเหยียดข้างหลัง



     “นท” ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่พี่ว๊าก ไม่ใช่พี่สันหรือใครทั้งนั้น ชายคนนั้นทักนท เจอกันจนได้ วันนี้เขาก็ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวแต่กับกางเกงแสลกสีดำ



    “อ้าว พี่ สวัสดีครับ”



    “คนเยอะเนอะ”



    “วันนี้วันศุกร์นี่ครับ คนแห่กลับบ้านกันหมด” เขาชะเง้อมองข้างหน้าที่ดูไม่มีวี่แววจะขยับเท่าไหร่ เขาเบื่อสถานีสยามวันศุกร์ที่สุด ตอนปี2เขาเลี่ยงลงทะเบียนวิชาใดๆที่มีเรียนวันศุกร์เพื่อจะไม่ต้องเผชิญมหกรรมการจราจรวิกฤตทั่วกรุงเทพช่วงเย็น แต่เวรกรรมก็ย้อนกลับมาปี3 เขาต้องเก็บวิชาที่เหลือให้หมดภายในเทอม1 มิเช่นนั้นทุกอย่างจะไปกองกันเทอม2และอาจยาวไปถึงปี4ที่เขาควรจะเริ่มฝึกงานได้แล้ว



    “เรากินอะไรมารึยัง” ชายคนเดิมถามสิ่งที่คนแปลกหน้าทั่วไปในประเทศไทยไถ่ถามกัน



    “กะจะไปกินแถวบ้านน่ะครับ แต่ไม่รู้จะได้กินเมื่อไหร่” เขายิ้มแห้งๆมองผู้คนเดินกันขวักไขว่ ท้องเจ้ากรรมก็เริ่มส่งสัญญาณให้เขารีบหาอะไรใส่ท้อง อุตส่าห์ไม่ซื้ออะไรกินเพื่อจะได้ขึ้นรถเมล์ก่อน ดูนทจะคิดผิด ตอนนี้น้ำย่อยเริ่มทำร้ายเขาแล้ว ชายแปลกหน้าที่คุ้นเคยหยิบกระเป๋าเป้หยิบแผ่นกระดาษบางอย่างออกมาจากกระเป๋าตังค์ทำนทตาลุกวาว



    “พรุ่งนี้ก็หยุดด้วย เราเอาไปใช้มั้ย วันนี้วันสุดท้ายแล้ว” เขายื่นคูปองวอชเชอร์ร้านไก่ทอดเกาหลีที่หนึ่งในใจนทมูลค่ากว่า400บาท แทบจะได้กลิ่นไก่ทอดจากคูปองที่อีกฝ่ายยื่นให้ เหมือนโชคหล่นทับแต่เมื่อทบทวนจำนวนเงินและปริมาณไก่ที่ได้ จากเงื่อนไขที่ยอดรวมต้องมากกว่า 500 บาท มันมากเกินไปสำหรับเขา ...แต่ถ้าห่อกลับบ้านได้น่าจะไม่มีปัญหา



    “แล้วพี่ไม่กินหรอ” นทพยายามต่อสู้กับความกระหายไก่ทอด



    “กินคนเดียวไม่หมดน่ะ ขี้เกียจห่อกลับบ้านด้วย” เขาขมวดคิ้วไปตามอารมณ์บทสนทนา ไม่อยากถือของพะรุงพะรัง ฝ่าฝูงชนเบียดเสียดบนรถไฟฟ้า จนคิ้วเขาเลิกออก “พรุ่งนี้เราหยุดใช่มั้ย”



    “ครับ?” นทเลิกคิ้วตาม



    “ไปกินบอนชอนเป็นเพื่อนพี่หน่อย พี่เลี้ยงเอง”










  คนแปลกหน้าพาคนหิวไก่ทอดที่พ่ายแพ้ต่อเนื้อสะโพกทอดชุดกลาง เพิ่มกิมจิโควสลอว์ เสริมด้วยซุปกิมจิของชายแปลกหน้าที่สั่งเพิ่ม ทุกอย่่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก นทเข้ามานั่งในร้านพร้อมอาหารเต็มโต๊ะ นักศึกษาหนุ่มที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าใจง่ายตามกลิ่นไก่ทอดเข้ามา มองอีกคนค่อยๆตักชิ้นไก่ใส่จานเตรียมจะเฉือนกิน



    “ ไม่ต้องห่วงพี่เลี้ยงเอง กินเป็นเพื่อนพี่หน่อย” เขายิ้มแห้งๆ "ถือซะว่าขอบคุณที่เก็บแฟลชไดรฟ์ให้พี่”


    ...นี่แค่เก็บแฟลชไดรฟ์ยังเลี้ยงฟูลคอร์สขนาดนี้




    คนหิวไก่เก้ๆกังๆตักชิ้นไก่ราดซอสเผ็ดแบบที่เขาชอบ เนื้อไก่กรอบนอกนุ่มใน เผ็ดนิดเค็มหน่อยซาบซ่านลิ้นนทก็ทิ้งซึ่งทุกความเขินอาย ใบหน้าเปี่ยมยิ้ม เปี่ยมสุขรสชาติที่ห่างหายไปเนิ่นนาน ทำคนพามาเลี้ยงยิ้มตามไปด้วย หิวขนาดนี้ยังอดทนกลับไปกินแถวบ้าน เด็กสมัยนี้อดทนจริงๆ ชายแปลกหน้าดันถ้วยซุปกิมจิใส่ไข่ที่เดือดระอุเข้ามา ตักแบ่งให้ตนและอีกฝ่าย



    “ซดซุปกินจิด้วย รับรองติดใจ”


  ปกตินทจะสั่งแค่ไก่กับเครื่องเคียง เพราะต้องจำกัดงบเจียดไปให้ค่ารถไฟฟ้า เขาไม่ค่อยมีโอกาศลองเมนูอื่นๆในร้าน ได้แต่พลิกไปมองมาให้คำสัญญาผ่านๆกับตัวเองว่าจะกลับมาลิ้มลองให้ได้ นทตักซุปและผักกิมจิพร้อมเต้าหู้ในถ้วย เขากระพริบตาปริบๆและตักอีกคำ อีกคำ ไก่อีกคำตามด้วยกิมจิโควสลอว์ตบท้ายด้วยซุปกิมจิ เรียกรอยยิ้มคนอายุมากกว่าได้ไม่น้อย



    “อร่อยล่ะสิ”



    “โคตรอร่อยเลยพี่!” พวกเขาประสานสายตากัน สายตาและรอยยิ้มแห่งความสุขที่ได้กินอาหารอร่อย ไม่ว่าอะไรจะตามมานทขอกินอาหารตรงหน้านี้ให้อิ่มหนำไปก่อน อะไรก็ตามที่จะตามมา ขอแค่อิ่มท้อง เขาก็พร้อมรับมือ เมื่อทุกอย่างมลายหายไปเหลือแต่จานเปล่าและเศษซาก ก็ใกล้ถึงเวลาต้องแยกย้ายกลับกัน ผู้คนที่สถานีเริ่มบางตาไปบ้าง จึงได้รอรถไฟฟ้าที่ชานชาลาที่ไม่แออัดนัก



    “นทกลับบ้านเย็นแบบนี้ทุกวันเลยหรอ”



    “กลับเวลาประมาณนี้แหละครับ แล้วพี่ล่ะ” อีกฝ่ายเพิ่งนึกขึ้นได้ ตนยังไม่แนะนำชื่อตัวเองเลย



    “อื้ม” เขายกยิ้มบางๆ “พี่ชื่อโอ" มือหนายื่นมาข้างหน้า นทแชคแฮนด์กับคนแปลกหน้าที่ตอนนี้กลายเป็นคนรู้จักกันแล้ว



     “วันหลังปิดกระเป๋าให้สนิทก่อนขึ้นรถด้วยนะครับ”



     “ถ้าทำงั้นพี่ก็ไม่ได้คุยกับเราน่ะสิ” พูดอย่างตรงไปตรงมาแต่กลับทำให้นทรู้สึกจั๊กจี้ใจแปลกๆ มันเรียกรอยยิ้มให้ทั้งคู่ไม่น้อย พวกเขาขึ้นรถไฟฟ้าด้วยกัน ไม่พูดคุยอะไรกันเลย ผ่านไปสถานีแล้วสถานีเล่า นทยังคงแอบมองอีกฝ่ายและหลบตาเมื่อโอรู้ตัว จนถึงสถานีที่คนอายุมากกว่าต้องลง ถึงเวลาบอกลาทั้งเขา และเย็นวันศุกร์ที่พิเศษกว่าที่ผ่านมา




    “กลับดีๆนะครับ” ประโยคแรกที่นทพูดตั้งแต่เข้ามาในรถไฟฟ้า แต่รอยยิ้มที่ส่งกลับมา ไม่ใช่ครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาในขบวนรถ




    “วันจันทร์เจอกัน”



    แผ่นหลังในเสื้อเชิ้ตสีขาวหลังประตูค่อยๆเล็กลง แต่ความรู้สึกอบอุ่นในใจนทค่อยๆก่อตัวใหญ่ขึ้น ต้องเป็นเพราะซุปกิมจิที่เขากินไปแน่ๆ เขาถึงทั้งอิ่ม ทั้งมีความสุขกว่าทุกครั้งที่ได้ไปกินไก่ทอดร้านโปรด


ครั้งหน้าเขาคงต้องสั่งกินอีกสักครั้งเพื่อให้แน่ใจ












___________________________________








ใครอ่านแล้วหิวอย่าลืมหาอะไรทานนะคะ

ดีเอวายขอไปสั่งไก่ทอดกินก่อนนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #21 ThE_DEssTIiNY (@ThE_DEssTIiNY) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:40
    อื้อหืออออ ทั้งหิวทั้งอิจฉา
    มีคนเลี้ยงมันก็ดีกว่าซื้อกินเองอ่ะนะ
    #21
    4
    • #21-3 DAY⭐NATTO (@DaynYoru) (จากตอนที่ 6)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:35
      มาม่าเพิ่งหมดค่ะ สะเทือนใจจัง ถถถถถถถถถถถถ
      #21-3
    • #21-4 DAY⭐NATTO (@DaynYoru) (จากตอนที่ 6)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:36
      เอ๊าะคนละประเด็นเนอะ ดราม่าเนอะๆ ก็จะมีเฉลี่ยๆไปค่ะ หนักสุดใบ้ให้ว่าไม่ใช่คู่นท
      #21-4
  2. #13 yesimgod (@DALEBOY) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:51

    คุณคนเขียนสู้ๆนะคะ สนุกมากเลย💛💜💚💙
    #13
    1
    • #13-1 DAY⭐NATTO (@DaynYoru) (จากตอนที่ 6)
      14 มกราคม 2562 / 18:26
      ขอบคุณนะคะ <3
      #13-1