Eyes Attact เพียงสบตา [ Y ]

ตอนที่ 4 : พบกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62



    แฟลชไดรฟ์ปริศนาที่ไม่แน่ใจว่าใช่ของชายคนนั้นจริงๆรึเปล่า นทตัดสินใจถือวิสาสะลองเสียบคอมพิวเตอร์เปิดเช็ค ชื่อของแฟลชไดรฟ์ที่แสดงขึ้นมาบนคอมนั้นสามารถบอกนิสัยเจ้าของคร่าวๆได้ บางคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องหยุมหยิมจะใช้ชื่อเดิมที่ผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อตั้งมา บางคนอาจจะตั้งเป็นชื่อตัวเอง



    ‘WorkHardPlayHader’ คือ ชื่อแฟลชไดรฟ์นี้ เป็นวลีให้กำลังใจตัวเองในการทำงานได้ดีไม่น้อย แต่ถ้าเปิดมาเป็นหนังโป้ทั้งโฟลเดอร์จะพีคมากๆ ชั่ววูบความคิดหนึ่งแว๊บเข้ามาในหัวนท เขาส่ายหัวปัดสิ่งสัปดนแล้วคลิกดู ในนั้นมีเพียงไฟล์งานเวิร์ด เอ็กเซลและโฟลเดอร์ไฟล์ที่มีนามสกุลแปลกๆ








    วันต่อมานทมีเรียนแค่คาบเรียนรวมกับเอกของพีท แต่พวกเราก็ไม่ได้นั่งข้างกัน ต่างคนต่างอยู่กับเพื่อนในเอกของตัวเอง มีทักทายกันบ้าง แม้ระยะห่างโต๊ะจะไกลแต่ความทันสมัยของเทคโนโลยีก็ทำให้เราคุยกันได้



    ‘เมื่อคืนกว่าจะกลับหอเหนื่อยชิบ’ พีทส่งข้อความมาในไลน์กลุ่ม



    ‘แล้วโยธินถึงหอกี่โมง’ นทพิมพ์ตอบ



     ‘เท่าพีท’ สั้นกระชับได้ใจความ


    งานถ่ายแคสติ้งหานักแสดงของพีทดูจะหนักไม่น้อย เมื่อวานได้ถ่ายแคสติ้งแค่โยธิน กับน้องนิติปี2 อีกคนนึง ด้วยเย็นใกล้ค่ำ นักศึกษาทยอยกลับหอกลับบ้านกันหมด พีทลากทั้งเอ๋ทั้งโยธินตามหาคนมาแคสติ้งเพิ่มจนดึก และก็แยกย้ายกันเพราะคำขาดของโยธิน 'พรุ่งนี้เรียนเช้า ต้องการเวลาพักผ่อนที่เพียงพอต่อสมอง'


    แต่ละคนมีงานกันท่วมตัว จัดการสะสางเสร็จพอหายใจได้ไม่นาน ก็มาอีกระรอก พีทกับโยธินที่อยู่หอไม่มีเครื่องปริ้นท์แบบที่บ้านนท เช่นนั้นแล้วแฟลชไดรฟ์ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งชีพ ที่จะนำไฟล์งานไปปริ้นท์ข้างล่างหอ ถ้าทำหายไปพร้อมงานที่ต้องใช้เร่งด่วน ถ้ามีไฟล์เซฟไว้ในคอมอยู่แล้วยังพอหาแฟลชไดรฟ์อันใหม่ทดแทนไปก่อน หรือส่งอีเมล์ให้คนอื่นฝากปริ้นท์ อย่างเลวร้ายที่สุดคงต้องตาลีตาเหลือกทำใหม่ทั้งหมด นทมองแฟลชไดรฟ์สีขาวมีรอยวาดวงกลมสีดำ ตอนนี้เจ้าของกำลังตามหาแกอยู่รึเปล่า กำลังสติแตกเพราะทำงานสำคัญหายรึเปล่า



    ‘พีท สมมตินะ’ นทพิมพ์ปรึกษาเพื่อนๆในไลน์กลุ่ม’ถ้าเกิดทำของสำคัญหายบนบีทีเอสจะทำยังไง’



    ‘ถ้าสำคัญมากจะกลับไปแจ้งคนที่สถานี แต่ก็ทำใจว่าคงไม่ได้คืน’ รถไฟฟ้ามีคนขึ้นเป็นพันๆคน คนสมัยนี้ก็หลากหลายนิสัย ความเป็นไปได้ที่จะเจอของหายนั้นสำหรับพีทค่อนข้างริบหรี่



    ‘มึงทำอะไรหาย?’ พีทขมวดคิ้ว


    ‘ป่าว เก็บแฟลชไดรฟ์ได้’



    ‘ฟอร์แมตใช้เองเลย’



    ‘เลวมาก’ ไม่โดนเพื่อนด่าเหมือนจะไม่มีความสุข



    ‘ลองไปให้เจ้าหน้าที่ดู เผื่อเขาจะย้อนกลับมานั่นแหละ’ พีทเหล่มองนทที่นั่งคนละฝั่ง แล้วพยักหน้ายิ้มเหมือนจะพูดว่า เจ้านท พ่อคนดีของสังคม สู้เขา



    ‘จะลองดู’ นทพ่นลมหายใจยิ้มจางๆ



    ‘ นท เพื่อนผู้หญิงเอกแกที่นั่งข้างหน้าแกน่ารักดีว่ะ คนนั้นชื่ออะไร’ พีทแอบมองสาวผมเปีย สวมกระโปรงทรงเอสั้นสะท้านใจเสือพีท แต่ตาโต ปากนิดจมูกหน่อยน่ารักหมวยๆ



    ‘หยุดเลย’ กดส่งนทก็หันไปถลึงตาใส่ตัวจริง ที่กำลังพิมพ์ตอบ



    ‘ ไม่มีอะไรหยุดกูได้ บอกมาชื่ออะไร’พีทพร้อมจะออกสตาร์ทล่าเหยื่อแม้แต่นทก็ห้ามไม่ได้ วิวาทย่อมๆกำลังเริ่มในไลน์กลุ่ม แต่แล้วก็วงแตกด้วยข้อความเดียวจากโยธิน





    ‘ถ้าพวกมึงไม่หยุด ขอให้ติดเอฟวิชาที่เรียนกันอยู่’  

พีทกับนทล็อคหน้าจอมือถือวางบนโต๊ะ และหันไปตั้งใจเรียนพร้อมเพรียงกันอย่างมิได้นัดหมาย



















    คาบบ่ายไม่มีเรียน นทจำต้องติดสอยห้อยตามไปช่วยพีทหาแคสติ้งนักแสดงในมหาวิิทยาลัย ทั้งขึ้น-ลงตึก วิ่งอ้อมตึก ลำบากเอ๋ หญิงสาวตัวเล็กต้องวิ่งไปซื้อน้ำให้นทที่มาลำบากด้วย นทรีบปฏิเสธอย่างเกรงใจ วิ่งวนหาจนทั่วไม่แน่ใจว่านี่เป็นการตามหานักแสดงหรือหาสิ่งลี้ลับในมหาลัย ถึงได้หายากลึกลับซับซ้อนขนาดนี้ ลงเอยด้วยนทยืนขาสั่นบนรถเมล์ แม้จะอยากนั่งแค่ไหนก็ต้องอดทน ช่วงนี้กระแสสังคมเรื่องผู้ชายไม่ยอมลุกให้ผู้หญิงนั่งกำลังเชี่ยวกราด ภาพในหัวของคนส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงผู้ชายจะนึกถึงความแข็งแรง เสียสละ ทั้งๆที่พวกเขาก็เป็นคน อ่อนแอ เมื่อยได้เหมือนกัน แต่ในเมื่อพวกเขาจำกัดความผู้ชายบนขนส่งสาธารณะต้องสละที่นั่งให้ผู้หญิง หากผิดจากที่สังคมตั้งกฏเกณฑ์ก็จะถูกรังเกียจด้วยสายตา คำพูดให้ร้ายรุนแรงแต่เดิมที่อยู่แค่ในหัวถูกถ่ายทอดสู่สายโลกออนไลน์ ราวกับพวกเขาไม่มีความรู้สึก ทั้งๆที่จะผู้ชายหรือผู้หญิงล้วนเป็นมนุษย์เหมือนกัน  



    นทมาถึงสถานีช้ากว่าเมื่อวาน และเย็นกว่าวันแรก เขายืดเส้นนวดขาระหว่างรอรถไฟฟ้าเทียบชานชาลา เขาล้วงกระเป๋ากางเกงเพราะมีบางอย่างรั้งขาเขา แฟลชไดรฟ์สีขาวมีรอยวาดเส้นวงกลมสีดำ วันนี้เขาจะได้เจอเจ้าของมันรึเปล่าก็ไม่รู้ หรือควรมอบให้กับเจ้าหน้าที่ข้างล่างจัดการส่งคืนเจ้าของน่าจะง่ายกว่า นทกำลังถอยกลับไปหาเจ้าหน้าที่ แต่รถไฟฟ้าดันมาเทียบชานชาลา คนบ้านไกลที่ปวดขาจนอยากนอนจำต้องก้าวขึ้นรถไฟฟ้า ไม่ทันจะได้มองสำรวจว่าชายคนนั้นอยู่ในขบวนด้วยรึเปล่า นทดันสะดุดขาคนที่นั่งอยู่แต่ยื่นออกมากางอาณาเขตเสมือนซื้อตู้ขบวนนี้ไว้ เขาเซเกือบจะล้มแต่มีมือนึงดึงเขาไว้ทัน



    “เป็นอะไรมั้ย” เสียงผู้หญิงที่ฟังแล้วรู้สึกเท่ราวกับเสียงนักร้องร็อคเกอร์สาว นทมองเจ้าของแขน รอยสักคล้ายกับหน้าปัดเข็มทิศบนท้องแขน เป็นผู้หญิงที่แต่งตัวมีเอกลักษณ์ทั้งกางเกงยีนส์สีดำมีรอยขาดตามแฟชั่น เสื้อกล้ามแขนกว้าง ผมสีดำไถข้างเดียว ผมยาวปรกให้เห็นรอยไถเพียงวับแวม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน

    ทำไมวันนั้นไม่จ้องตากับคนแบบนี้



    “ไม่เป็นไรครับ”เขารีบประคองตัวยืน หญิงสาวสุดเท่ตัวเล็กว่าเขาเพียงเล็กน้อยแต่ดูปราดเปรียวลุกสละที่นั่งให้เขา



    “นั่งเถอะ เราลงป้ายหน้า” ไม่รอให้เขานั่งเอง เธอลากเขาไปนั่ง ส่วนตัวเองก็ยืนโหนรถไฟฟ้า ภาพประวัติศาสตร์ของรถไฟฟ้าสถานีสยาม หญิงสาวผู้มีรอยสักเข็มทิศที่ท้องแขนซ้าย ยืนยิ้ม ให้นักศึกษาหนุ่มที่ตนเพิ่งประคองให้นั่ง ที่ๆตนสละให้ สายตามองทิ่มแทงมาที่นท โดยเฉพาะผู้หญิงทาลิปสติกสีแดงจัดที่เบะปากจนริ้วรอยข้างแก้มชัดเจน นทเหมือนตกเป็นเป้าสังคมที่ผู้ชายต้องลุกให้ผู้หญิง แต่เขาเพิ่งแหกค่านิยมนั้นไปหมาดๆ ครั้นจะลุกขึ้น แม่สาวสุดเท่ก็ยกนิ้วห้ามเขาไว้ และยิ้มมุมปากให้รู้ว่าเธอไม่สนใจสายตาเหล่านั้น "เจ็บขาไม่ใช่หรอ นั่งเถอะ เขาไม่รู้หรอกว่าเราเหนื่อยอะไรมาบ้าง"



   “ขอบคุณครับ” นทเอ่ยเสียงเบาอย่างเขินอาย เขาสบตาหญิงสาว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ส่งยิ้มกลับมา เสียงแจ้งประกาศถึงสถานีต่อไป เธอโบกมือนิดๆลา ค่อยเดินออกไปอย่างมั่นใจ



   นทถอนหายใจ แม้ทั้งขบวนจะเลิกมองเขาแล้ว แต่ไม่มีวี่แววของชายคนนั้น ชายในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่วันนี้อาจจะไม่ได้ใส่เสื้อแบบเดิม หน้าตาสะอาดสะอ้านที่เขาจำได้ กับกระเป๋าเป้สีดำที่ครั้งสุดท้ายก่อนจากกันเขาได้เห็นมันชัดๆ กระเป๋าเป้สีดำเรียบๆดูทะมัดทะแมงเหมือนกับของคนที่นั่งข้างๆเขากำลังกอดอยู่ ใช่มันเหมือนกันมากยังกับใบเดียวกัน


  

 เดี๋ยวก่อนนะ…




   เขานั่งอยู่ข้างๆนี่เอง ใกล้แค่นี้ คางวางท้าวบนกระเป๋า แถมนั่งกอดกระเป๋าหลับหมดสภาพ นทตาโตอย่างประหลาดใจ มัวแต่โฟกัสผู้หญิงคนเมื่อครู่ คนในรถก็มีลุกเพื่อลงสถานี เลยทำให้ไม่สังเกต แล้วยังไงต่อดีล่ะ หลับเป็นตายขนาดนี้ นทสูดลมหายใจคิดหาวิธี กลายเป็นเขานั่งจ้องคนนั่งหลับเขม็ง กระทั่งเขารู้สึกตัวเพราะเสียงแจ้งสถานีต่อไป


  ชายวัยทำงานงัวเงีย นททำเป็นมองไปทางประตู กระแอ่มไอเล็กน้อย ชายที่กอดกระเป๋าอยู่ข้างๆ เขาปรือตามองนทอย่างคนเพิ่งตื่น และก็ได้สติ



    “น้อง...คนเมื่อวาน?” เสียงงัวเงียทุ้มในลำคอ



    “อ้าว พี่คนนั้น” นทเนียนไปตามน้ำ “ดูเหนื่อยๆนะครับ” และพยายามประคองบทสนทนาแม้จะยังเคอะเขิน ชายหนุ่มยกยิ้มตอบเป็นมารยาทแต่สายตาเหนื่อยอ่อน



    “เมื่อวานขอบคุณที่เตือนพี่เรื่องกระเป๋านะ เกือบเทกระจาดแล้ว” และเขาก็ยิ้มเจือน มือยกขึ้นมานวดขมับอย่างเหนื่อยล้า ใต้ตาเขาดูชัดและลึกมากในระยะใกล้ เหมือนคนอดนอนทำงานโต้รุ่ง แฟลชไดรฟ์ที่นทเก็บได้อาจจะเป็นของเขาจริงๆ



     “ไม่มีของหายใช่มั้ยครับ”นทยังเลียบถามเพื่อให้มั่นใจ พูดไปเหมือนแทงใจ ชายหนุ่มข้างๆพยายามใช้หน้าง่วงๆกลบเกลื่อนความเจ็บใจลึกๆ เขาลังเลว่าควรจะเล่าให้คนแปลกหน้าฟังมั้ย แต่ในเมื่อเก็บไว้ก็จะยิ่งเครียด ระบายออกมาบ้างน่าจะดีกว่า



     “แฟลชไดรฟ์งานของพี่หายน่ะ“ เสียงคลิกดังในหัวนท ทุกอย่างเป็นไปตามคาดลงล็อค นักศึกษาหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกงยื่นแฟลชไดรฟ์สีขาวมีรอยวาดเส้นวงกลมสีดำ ชายหน้าเหนื่อยเลิกคิ้วตาโต ลูบหน้าด้วยหลากหลายความรู้สึก เขาแทบอยากจะโผกอดคนข้างๆ



     “มันตกในรถไฟผมเก็บเอาไว้” นทยิ้มแห้งๆ ส่งมันคืนสู่มือเจ้าของ “ดูมันสำคัญมากๆ…”



     “ใช่ โคตรสำคัญเลย ต้องทำงานใหม่ทั้งหมดในนั้นตั้งแต่กลับไปยังไม่ได้นอนเลย ... ไม่ต้องทำใหม่แล้ว” เขาฟุบหน้าลงกับกระเป๋า โชคดีจริงๆที่นทไม่ให้เจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรก




      “คืนนี้จะได้นอนแล้วนะครับ” ไม่รู้จะปลอบอะไรดี นทเข้าใจความรู้สึกถวิลย์หาเตียงของอีกฝ่าย ช่วงไฟนอลที่ต้องส่งงานโฆษณาทั้งคอนเซ็ปต์ทั้งตัวอย่าง หาอ้างอิงใดๆ มันเหน็ดเหนื่อยสาหัส เดาได้ว่างานใดๆที่ชายผู้กอดกระเป๋าเป้ต่างหมอนอิงนั้นหนักหนากว่านั้น พอได้ยินคำปลอบใจตรงไปตรงมาเขายิ้มกว้างที่สุดในตอนนี้ที่นทเคยเห็น



    “ เราชื่ออะไร กลับรถไฟฟ้าประจำเลยหรอ “ เขาเงยหน้าหันมาถาม



    “ นทครับ มันเป็นทางที่เร็วที่สุดจากบ้านผมไปมหาลัย” ความเขินตั้งแต่ครั้งที่ได้เจอ เจือลงไปบ้าง น่าจะเป็นความชินเสียมากกว่า แต่เพราะได้เจออีกฝ่ายในมุมที่อ่อนแอ แบบมนุษย์ทั่วไปที่ต่างก็อ่อนแอ เหน็ดเหนื่อยได้เหมือนๆกัน



    พอได้เห็นหน้าชัดๆใกล้ๆ เขาไม่ได้แก่กว่านทมากนัก เพียงแต่มีร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยจึงทำให้เขาดูแก่กว่าที่เป็น จมูกคมสวยแต่เห็นรอยแว่นบริเวณดั้ง ชายหนุ่มรู้ว่าถูกจ้อง ด้วยความสงสัยเขาประสานสายตามองตอบคนอายุน้อยกว่า เสียงแจ้งเตือนว่า ถึงสถานีที่ชายหนุ่มต้องลงแล้ว

    “ไปก่อนนะ ขอบคุณเรามากๆเลย” เขายิ้มให้นทที่ใจเริ่มเต้นแรงอีกครั้ง ชายหนุ่มลุกสะพายกระเป๋าเตรียมตัว ระหว่างรถไฟชะลอความเร็ว




   “ นท “ ชายหนุ่มเรียก นักศึกษาหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าสบตาที่อุตส่าห์หลบออกมาได้

  ไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ เมื่อประตูรถไฟเปิด เขาก็ถูกดันให้เดินก้าวไปนอกขบวน และประตูก็ปิดลง เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่บอกชื่อตัวเองกับคนที่นำของมาคืนให้เลย ส่วนคนที่นำของมาคืนให้ถึงมือเจ้าของ เหมือนสมองว่างเปล่า เขานั่งนิ่งจนถึงสถานีที่ต้องลง




    ใจเขาเต้นแรงกว่าตอนที่ผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้เขาซะอีก





    ทำไมถึงเป็นแบบนั้น…














______________________________________________

















ในที่สุดพวกเขาก็ได้คุยกันแล้ว
แต่เจ้านทก็ยังไม่รู้เชื่อพี่คนง่วงอยู่ดี
ติดตามต่อไปดีกว่า ว่าจะได้รู้ชื่อพี่คนง่วงเมื่อไหร่ เย่!



นักอ่านบางท่านอาจจะยังนึกภาพแม่สาวคนแมนที่สละที่นั่งให้นท
รูปร่างหน้าตาของเธอจะประมาณนี้ค่ะ



เธอจะมีบทบาทสำคัญอะไรหรือไม่  ติดตามต่อกันได้เลยค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #19 ThE_DEssTIiNY (@ThE_DEssTIiNY) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 18:56
    เขิ๊นนนนนนน
    #19
    1
    • #19-1 DAY⭐NATTO (@DaynYoru) (จากตอนที่ 4)
      10 มกราคม 2562 / 19:55
      พี่ได้นอนแล้วนะ
      #19-1
  2. #5 ppnponn (@marzhaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 23:14
    พี่คนง่วงงงงงง :)
    #5
    1
    • #5-1 DAY⭐NATTO (@DaynYoru) (จากตอนที่ 4)
      25 กรกฎาคม 2561 / 17:13
      สักพักจะมีน้องคนง่วง
      #5-1
  3. #3 Poani (@Poani) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 17:22
    เป็นผู้หญิงที่อธิบายตามตัวอักษรแล้วรู้สึกว่าโคตรเท่
    #3
    1
    • #3-1 DAY⭐NATTO (@DaynYoru) (จากตอนที่ 4)
      25 กรกฎาคม 2561 / 17:12
      อาจจะแมนที่สุดในเรื่องก็เป็นได้
      #3-1