Eyes Attact เพียงสบตา [ Y ]

ตอนที่ 28 : การคุยไลน์ใช่ว่าจะส่งความรู้สึกถึงหมด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    11 พ.ค. 62




ดวงอาทิตย์สาดแสงแรงสมชื่อวันอาทิตย์ อีกฝั่งที่ไม่ตื่นรอดูแสงยามเช้านอนขลุกอยู่ใต้ผ้าห่มที่ยังหลงเหลือไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศแผ่คลุมผืนผ้าเครื่องนอนเหมือนทากาวตรึงให้นทยากจะสลัดออกมาจากเตียงแสนรัก อันที่จริงก็ไม่ได้สลัดยากขนาดนั้น เมื่อ45นาทีก่อนยังตื่นมาเข้าห้องสักครู่ แวะดึงปลั๊กที่ชาร์จมือถือออกแล้วทิ้งตัวนอนต่อ แต่ยังวางมือถือไว้ข้างหมอนเผื่อมีใครทักข้อความมา


       ตื้อดึง นทช่างใจว่าจะหยิบมือถือตกทอดเครื่องเก่งดีหรือไม่ สุดท้ายก็คว้ามาสไลด์ดูข้อความ ตางัวเงียปรับโฟกัสแสงจากหน้าจอพอเห็นว่าเป็นข้อความทักทายยามเช้าจากพี่โอ เขาพิมพ์ตอบสวัสดีทั้งยังมุดผ้าห่ม แล้วก็ถามสารทึกข์สุกดิบพี่เขาเสียหน่อย


              ‘วันนี้ไปไหนรึเปล่าครับ’


              ‘ไม่น่ะ วันนี้อยู่บ้าน แล้วเราล่ะ’


              ‘อยู่บ้านเช่นกันครับ’

              ‘ได้ดูหนังที่ซื้อไปเมื่อวานรึยังครับ’


              ’ยังไม่แกะดูเลย กะว่าจะดูสักบ่ายๆ’

             พี่โอเองก็กึ่งนั่งกึ่งนอนหัวฟูพิมพ์ทักทายนทเป็นสิ่งแรกก่อนแปรงฟันไม่ต่างกัน แน่นอน อมยิ้มนิดๆเหมือนกันเมื่อข้อความอีกฝ่ายตอบกลับมา


              ‘รีบดูนะครับ ผมรอพี่มาซื้อแผ่นใหม่อยู่’

              ‘ผมจะได้เงินไปซื้อไก่ทอดเกาหลีกิน’


              นอกจากจะเป็นเด็กน่ารัก กินเก่ง ก็ถือว่าขยันทำงานด้วย 

ถึงจะเพราะได้ตังค์ไปซื้อของกินก็เถอะ

              ‘ได้’

              ‘แต่ไม่ซื้อหนังนะ’

              ‘พาเราไปเลี้ยงไก่ทอดเกาหลีแทน’

   

              นทอมยิ้มแก้มแทบแตกมุดหายไปบิดตัวใต้ผ้าห่มต่ออย่างไม่เข้าใจตัวเอง เริ่มรำคาญตัวเองที่ยังเขินจนไม่รู้จะพิมพ์อะไร พิมพ์ได้แค่ ‘จ้า’ แล้วทิ้งมือถือลงบนที่นอน กระเด้งตัวออกมาจากเตียงคว้าผ้าเช็ดตัวอาบน้ำอย่างสดใส


        ก่อนที่โอจะไปหาหลานๆนอกจากจะได้ซีนหวานๆอย่างน้องนทป้อนลูกชิ้นปลาทอดให้ จริงๆมันมีอะไรระทึกใจกว่านั้นอีก


              “อีก” โอได้โอกาสก็อ้อนน้องยังกับสนิทกันมานาน พร้อมอ้าปากรองับลูกชิ้นปลา และนทก็ป้อนต่ออย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันจะเข้าปากดี เสียงประตูร้านผลักเข้ามาพร้อมกับชายวัยกลางคน

               พ่อนทที่เพิ่งกลับมา พบลูกชายกำลังยกแขนป้อนลูกชิ้นให้หนุ่มแปลกหน้าที่ยังอ้าปากค้าง เหมือนใครกดปุ่มพอสทุกอย่างในร้าน

               พ่อนทยังสับสนว่าจะขมวดคิ้วทำความเข้าใจสถานการณ์หรือถลึงตาตกใจก่อนดี

               นทเลิกลั่กมองพ่อที โอที

               ฟันสะกิดลูกชิ้นปลาแล้วแต่โอก็ยังไม่กล้างับ

               มือที่จับไม้จิ้มลูกชิ้นเริ่มชื้น นทยิ้มแห้ง โองับลูกชิ้นแล้วผละออกมาเคี้ยว ทำเป็นเซมองโปสเตอร์หนังรอบๆร้านแล้ว ยิ้มให้พ่อนท แต่พ่อนทไม่ยิ้มตอบ ทั้งยังมองโอไม่ละสายตา นทต้องรีบอธิบาย

              “พ่อ...นี่ เออ...เพื่อนผมครับ เขาแวะมาซื้อหนัง”

              โอชูถุงกล่องหนังในมือประกอบพร้อมรอยยิ้มที่พยายามให้กว้างที่สุด

              พ่อไม่ขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่วางตา

       หากเจอผู้ใหญ่ให้ยกมือไหว้และอ่อนน้อม โอถูกสอนมาแบบนั้น แม้จะถือถุงพะรุงพะรังก็รีบยกมือไหว้พ่อนทอย่างสุภาพ

              “คุณพ่อนท สวัสดีครับ ผมชื่อโอครับ”

              แม้จะยกมือรับไหว้แต่ก็ยังไม่เลิกวางมาดดุ จ้องยังกับโอขโมยอะไรในร้านไปอย่างงั้น

              อยู่นานกว่านี้อาจจะโดนซักทอดยาว แม้ใจจะเตรียมมาเผื่อเหตุการณ์ต้องพบพ่อน้องมาบ้าง แต่ยังเร็วเกินไป แต่หากไม่รีบออกไปเขาจะไปหาหลานไม่ทัน โอหันไปพูดกับนทเบาๆไม่เชิงกระซิบ

              “ลูกชิ้นที่เหลือกินให้หมดนะ”

              แล้วก็ยกมือไหว้ลาพ่อนท ไม่ทันจะผลักประตูร้าน

              เสียงแรกจากพ่อก็แทรกขึ้นทำโอชะงัก


              “ใช่เพื่อนจริงๆหรอ”  


              อุตส่าห์จะค่อยๆตะล่อมคุยให้น้องวางใจ จึงไปขั้นเปิดเผยกับพ่อน้อง

              ไม่คิดว่าชายวัยกลางคนดูซื่อๆไม่มีพิษภัยจะดูเขาออก

              ทั้งนทและโอสบตา เหมือนระแวงสิ่งเดียวกัน


              พ่อหันมาทางนท

              “เด็กมหาลัยสมัยนี้ดูเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้วเหรอ หรือเราหน้าเด็กเอง?”

              พ่อแค่คาใจที่นทบอกว่าโอเป็นเพื่อน แต่มองยังไง โอก็ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าชัดเจน ที่เขาไม่พูดอะไรออกมาก็เกรงใจเพื่อนลูกหากบอกไปตรงๆว่า หน้าเอ็งไม่น่าวัยเดียวกับลูกฉัน “หรือว่าลงเรียนซ้ำ”

              “จริงๆผมเรียนจบ ทำงานแล้วน่ะครับ”

              “อ้าวแล้วทำไมบอกเป็นเพื่อน รุ่นพี่ไม่ใช่หรอ” พ่อชี้โอหันไปถามนท

              “ผมพูดผิดน่ะครับ” นทยิ้มแก้เขิน

              พ่อพยักหน้าช้าๆเหมือนตุ๊กตาติดแผงโซล่าเซลล์หน้ารถยนต์


              “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณพ่อ สวัสดีครับ” และก็ไปมาลาไหว้ แทบจะก้มหัวเปิดประตูออกจากร้าน พ่อก็รับไหว้จนโอลับสายตา   

               เหตุการณ์ที่เหมือนจะขำแต่ก็แอบเสี่ยงตายปะปนหลากหลายอารมณ์พอมานึกย้อนก็ทำนทไหล่สั่นขำคิกระหว่างเทตะกร้าผ้าลงเครื่องซัก หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยด้วยเสื้อยืดลายการ์ตูนตัวโปรด กางเกงขาเหนือเข่า สบายๆเหมาะแก่การอยู่แต่ในบ้าน งานประจำของนททุกวันอาทิตย์คือซักผ้าสีของตน แล้วค่อยรีดเสื้อผ้าตัวเอง มีบ้างช่วงที่แม่ยุ่งๆจากงานหลัก เขาก็รับหน้าที่จัดการเสื้อผ้าของทั้งบ้านไม่เกี่ยงผ้าสีผ้าขาว ส่วนพ่อรับหน้าที่รีด เป็นวิถีครอบครัว ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

       ระหว่างรอเครื่องซักผ้าจัดการทำหน้าที่ของมัน นทหยิบมือถือพิมพ์ขอบคุณเรื่องลูกชิ้นปลาเมื่อวาน มันน่าจะมีบทสนทนาที่ดีกว่านี้ แต่นทยังคิดไม่ออกว่าควรจะพิมพ์ยังไง คุยเรื่องอะไร ในหัวก็มีตัวเลือกอยู่ไม่กี่เรื่องเท่านั้น ก็แหม ใช่ว่าเขาจะพิมพ์คุยกับใครบ่อยๆซะที่ไหน

              อีกฝ่ายตอบกลับข้อความ เด้งขึ้นมาที่หน้าจอ

              ‘นิดเดียวเอง’


              ‘ผมกินไปตั้งเยอะนะ’

               ต้องตอบเกรงใจตามมารยาทสักนิด


              ‘หมายถึงพี่ได้กินไปนิดเดียวเอง เสียดาย’


              นทขมวดคิ้วจนไม่เห็นตาดำ

              ส่งเพียงสติ๊กเกอร์หมีสีน้ำตาลหลบมุมห้องเพื่อส่งความอดสูในมุกนั้นแก่พี่โอ

              คนหัวฟูทางฝั่งเอกมัยขำพรืด เขาจินตนาการหน้าน้องออกว่าจะอ้างว้างแค่ไหน ยิ่งนึกถึงหน้าพ่อน้องเมื่อวานซ้อนทับมาถึงกับกุมขมับ ถึงจะขำแต่ก็รู้สึกผิดที่ขำ ย้อนแย้งกันไปหมด

              ‘พี่ทำตัวไม่ถูกเลยส่งแบบนี้มา555’

              ‘ล้อเล่นน่า เดี๋ยวซื้อไปฝากอีก’


              จะเดินคีบรองเท้าแตะออกไปซื้อลูกชิ้นปลาทอดกินตอนนี้เลยก็ได้ แต่นทอยากรอพี่โอซื้อมาให้มากกว่า ในหัวเริ่มประมวลว่าควรจะตอบขอบคุณแล้วคุยเรื่องอะไรต่อดี เลยได้แต่พิมพ์ค้างไว้

              ถ้าคุยเรื่องของกินต่อจากเมื่อกี้อีก จะดูเป็นคนตะกละไปรึเปล่านา

              ไม่ให้ถูกชวนคุยฝ่ายเดียว เพราะฝ่ายฝั่งเอกมัยก็เริ่มชวนคุยต่อ

              ‘ที่มหาลัยเป็นยังไงบ้าง’

              ‘เหนื่อยมั้ย’


              ‘พอขึ้นชั้นปีสูงงานมันก็เยอะจนแทบไม่มีเวลาพักเลยคับ’

              เหมือนรู้ใจ เพราะผ่านช่วงวัยนั้นมาพอๆกัน

              ‘หลังงานพรีเซนต์วันนั้นไม่นาน พวกผมก็เตรียมทำวิจัยกันต่อเลย’

              ‘ฟังจากรุ่นพี่เขาเล่ามา เขาบอกว่าเหนื่อยมากกกกกก’

          

              คนเคยผ่านวิจัยมาก่อนเลิกคิ้วกว้าง แม้จะผ่านมาหลายปีแต่ยังจำความรู้สึกหลอกหลอนทุกครั้งเมื่อได้ยินคีย์เวิร์ดในวิจัยอย่าง ที่มาและความสำคัญ นิยามศัพท์เฉพาะ ทบทวนวรรณกรรม(ที่ไม่ใช่หมายถึงอ่านนิยายตามที่โอเข้าใจในตอนแรก)เป็นช่วงที่เครื่องดื่มชูกำลังเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของกลุ่มเขาในตอนนั้นเลย แต่ก็ต้องขอบคุณงานวิจัยจบนั่นที่ทำให้เขาแข็งแกร่งได้อย่างวันนี้ แม้จะช่วยงานวิจัยน้องได้ไม่มากแต่พี่จะเป็นกำลังใจให้

              ‘ใช่เหนื่อยมากเลย ถ้าบอกให้สู้ๆก็ดูจะไม่ช่วยนัก เอาเป็นถ้าเหนื่อย ท้อใจ ไลน์มาคุยกับพี่ได้นะ’

              ‘คุยได้เสมอ’


              อ่านไปนทก็ยิ้มไป

              ‘อยากรีบจบงานวิจัยแล้วข้ามไปฝึกงานแล้วอ่ะ’

              พร้อมสติ๊กเกอร์ร้องไห้


              ฝึกงานมันก็ไม่ได้ดีไปกว่าวิจัยนักหรอก โออยากพิมพ์บอกแบบนั้นแต่อยากให้น้องพอมีปลายฝั่งฝันระยะสั้นให้ยึดเหนี่ยวบ้าง

             ‘ตัดสินใจได้รึยังว่าจะมาฝึกกับพี่รึเปล่า’


             ‘ผมยังไม่ได้ดูที่อื่นเลย คงไปฝึกกับพี่นั่นแหละ’


             ‘พี่จะรอดูแลอย่างดีเลย’


             ‘ดูแลตอนนี้เลยไม่ได้หรอ’

             

             ‘เดี๋ยวเถอะ ร้ายนะเนี่ยเรา’


             ถึงนทจะกล้าพิมพ์แต่ก็ยังเขิน ยิ่งอ่านที่อีกฝ่ายส่งมาก็ขำคิกคักจนพ่อที่ลงมาจากชั้นสองเหลือบมอง มีอะไรน่าขำข้างเครื่องซักผ้านัก นทหันไปยิ้มหวานให้พ่อ มือถือยังคามือ เป็นอันเข้าใจว่าลูกคงคุยกับเพื่อน เอาเถอะวันพักผ่อนของลูกให้เขาพักหายใจหายคอบ้าง

       พ่อไม่ว่าอะไร แต่ตะโกนถามถึงข้าวเช้าว่าจะกินอะไรกัน วันอาทิตย์ถ้าแม่ไม่ทำอาหารเช้าก็พ่อหรือนทเองเนี่ยแหละ ออกไปซื้ออะไรกลับมากินที่บ้าน

               แน่นอนนทเป็นคนรักอะไรก็จะซื่อสัตย์กับสิ่งนั้น

              “เอาข้าวมันไก่ทอดครับ แม่เขาเอาข้าวมันไก่ธรรมดา”

    พ่อพยักหน้าแล้วออกไปหน้าร้าน ส่วนนทก็กดเครื่องซักผ้าให้หยุดซักครู่แล้วเทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไป ค่อยพิมพ์ต่อ


              ‘พี่โอที่ทำงานเป็นยังไงบ้างคับ’


              ‘โปรเจคเดิมที่เราเพิ่งคุยวันลอยกระทงใกล้เป็นรูปเป็นร่างแล้ว จะได้เห็นภายในเดือนหน้า’


               ‘อยากเห็นเร็วๆจัง อยากรู้ว่างานของพวกพี่จะเจ๋งแค่ไหน’


              ‘ยกความดีความชอบให้ฝ่ายอาร์ตไดเรคเตอร์เลย แก้งานพอๆกับพี่ก็ฝ่ายนี้แหละ เผลอๆงานหนักกว่าพี่อีก’

              ถึงจะไม่ควรคุยเรื่องในองค์กรให้คนนอกฟังตามคำแนะนำจากหลายๆคน แต่อีกไม่นานนทก็คงมาอยู่ที่บริษัทเขา คุยให้ฟังสักหน่อยให้น้องเตรียมพร้อมไม่เสียหาย แค่เลือกด้านดีๆคุยให้น้องฟัง ไม่ต้องระบุชื่อมากคงไม่มีปัญหาอะไร

              ‘ที่นี่ทุกคนคุยด้วยกันได้หลายเรื่องทุกสัปดาห์จะมีนัดไปกินนู่นนี่บ้าง แต่พี่ก็ไม่ได้ไปทุกครั้ง’

              ‘เจ้านายพี่ก็โอเคเลย’ ไม่ถึงขั้นน่าเหนื่อยหน่ายใจซะทีเดียวแต่ก็ไม่ได้ใจดีขนาดนั้น

              ‘พี่ดูโชคดีนะครับ ที่ทำงานท่าทางจะสนุก’

              นทเคยได้ยินทั้งจากเพื่อนพ่อแม่และรุ่นพี่บางคนที่เจอเพื่อนร่วมงานแย่ๆ ไม่ก็เจ้านายที่ไม่ดี การไปฝึกงานนั้นแม้นทจะได้ไปดูลู่ทางสำรวจบริษัทที่สนใจคร่าวๆก่อน แต่ก็อดหวั่นใจว่าจะไม่เจออะไรแย่ๆเลย


              ‘ในสังคมคนทำงานมันพอจะมีคนเอื้ออาทรพึ่งพาอาศัยไปกับเราได้บ้าง แต่ก็มีคนที่ทะเยอทะยานไม่สนว่าต้องทำเรื่องน่ารังเกียจขนาดไหน เกือบจะเหมือนในละครเลยล่ะเรื่องการชิงดีชิงเด่นจนพี่เองยังตกใจเลย’

              ‘แต่สุดท้ายอะไรที่มันแย่ ธรรมชาติหรือความเป็นไปในโลกก็จะคัดมันออกไปจากวงโคจรเอง ไม่ช้าก็เร็ว’

              ‘เราต้องแข็งแกร่งสู้กับอะไรๆที่จะคอยพัดเราไม่ให้ตามวงโคจรนั้นไปได้’

              ไม่ต้องวงโคจรในสังคมทำงานหรอก ครั้งสมัยนทปี1ทุกคนเข้ามาด้วยจุดหมายที่ต้องการเรียนให้จบ แต่ปัญหาต่างๆนาๆทำให้เพื่อนสนิทของนทคนนึงตัดสินใจยุติการเรียนเพียงแค่ปี2เทอม1 เพราะทนกระแสจากที่บ้านไม่ไหว นทเคว้งไปพักหนึ่งที่บัดดี้เพื่อนรักร่วมฝ่าฝันตั้งแต่รับน้องยันการสอบโหดๆต้องลาออกไป ยังดีที่มีเก๊กฮวยและเพื่อนคนอื่นๆในสาขา รวมถึงพีทกับโยธินที่ช่วยดึงเขากลับมาในวงโคจรที่ควรจะเป็น  


              ‘เดี๋ยวประสบการณ์ก็จะสอนเราเอง’


              พอได้คุยเรื่องอนาคตอีกไม่กี่ปีนทก็ถอนหายใจ

              ‘อีกไม่นานก็จบมหาลัยแล้ว ยังนึกไม่ออกว่าตัวเองจะทำงานอะไรเลยอ่ะ’

              

              ‘ตอนนั้นพี่ก็เป็นแบบนั้นแหละ ลังเลว่าจะทำอะไรต่อ’

              ‘ช่วงท้อๆปี3เคยคิดว่าอยากเปิดร้านอินเตอร์เน็ต แต่พอมาคิดว่าเรียนลำบากแทบตายจะจบไปทำแค่นั้นจริงๆหรอ แถมต้องทำนานแค่ไหนกันกว่าจะได้กำไร’


              ‘โห ไหนจะต้นทุนค่าคอม ค่าเน็ต ค่าไฟอีก’

              อาจจะดูเป็นงานสบายๆเก็บเงินลูกค้าที่มาใช้บริการ แค่นทนั่งเก็บค่าเช่าหนังผ่านไปวันๆยังเคยรู้สึกเบื่อเลย แม้จะเปิดคอมดูนู่นนี่ในอินเตอร์เน็ตไปพลางๆได้ก็เถอะ


              ‘ใช่มะ’

              ‘อะไรหลายๆอย่างทำให้พี่ตัดสินใจทำงานบริษัทที่พี่เคยไม่อยากทำมากๆ แต่พอได้ลอง ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น’


              นทอ่านข้อความก็พยักหน้าเห็นด้วย


              ‘ทุกงานมันมีข้อดีข้อเสีย เราเลือกแค่เหมาะกับชีวิตเรามั้ย แต่ถ้าไม่ได้มีที่เหมาะเจาะไปเลยซะทีเดียว ก็เลือกที่ใกล้เคียงที่สุด ยังไงสังคมการทำงานที่ต่างๆมันก็มีกรอบของมัน ถ้ายืดหยุ่นไปซะหมดน่าจะดูแลจัดการคนในองค์กรได้ยาก จนกลายเป็นไร้ระเบียบ’

 

              ‘ไว้จะลองเก็บไปคิดทบทวนดูนะครับ’

              หลังแขวนผ้าตัวสุดท้ายที่ราวตากผ้า ระหว่างรอโอพิมพ์ยาวเหยียด ครั้นอ่านข้อความก็สัมผัสถึงความจริงจังแบบพี่คนโต อะไรที่ใกล้เคียงกับความเป็นผู้ใหญ่ที่นทเคยรู้สึกเวลาอยู่กับพี่โอ เขาเคยได้ยินเพื่อนผู้หญิงคุยกันถึงสเปคผู้ชายที่ชอบ หนึ่งในคำตอบยอดนิยมคือ ผู้ชายที่อายุมากกว่าด้วยเหตุว่า พวกเขามีความเป็นผู้ใหญ่ดูมั่นคง พึ่งพาได้

       พี่โอเหมือนวางแผนชีวิตของเขาได้ดีจากมุมมองของนท แล้วเรื่องแผนครอบครัวที่โอเคยคุยกับเขาหลังกลับจากสยามก็ผุดขึ้นมา พร้อมกับนทที่พิมพ์สิ่งที่ไม่ควรถาม แต่ก็กดส่งไปเหมือนจะวัดใจทั้งเขาและนท

              ‘เรื่องที่พี่บอกว่าอยากมีลูกนี่ คิดว่ายังไงหรอครับ’


              ‘คิดไว้ยังไง?’


              ‘เช่น พี่วางแผนว่าจะมีลูกสักอายุเท่าไหร่ประมาณนั้นน่ะครับ’


              ‘อยากมีสักช่วงก่อนสามสิบห้า คิดว่าตอนนั้นน่าจะพร้อมแล้ว แต่คงต้องเตรียมอะไรอีกเยอะ ต้องทำงานหนักกว่านี้อีกเพื่อเก็บเงินสำหรับเด็กที่จะเกิดมา จริงๆอยากได้บ้านที่เขาจะมีที่วิ่งเล่นได้เต็มที่ไม่ใช่อยู่คอนโดแค่นี้ ให้เขาเข้าโรงเรียนดีๆ อยากให้พี่พอมีกำลังเงินซัพพอร์ตความสนใจของเขาได้’

               แค่สายตาเวลาที่นทเห็นผู้ชายคนนี้เอ่ยถึงหลานที่เป็นลูกของน้องสาวตัวเอง ความตั้งใจในการเลือกของขวัญ พอนึกออกเลยว่าผู้ชายคนนี้จะรักลูกของเขาขนาดไหน จากที่รู้จักกันแม้จะไม่ลึกซึ้งมาก พอเดาได้ว่าผู้ชายคนนี้จะดูแล’คนที่เขาเลือก’ที่จะมาใช้ชีวิตด้วยกันได้ดีขนาดไหน

              เพียงนึกว่าคนๆนั้นไม่มีทางเลยที่จะเป็นตัวเองก็รู้สึกแน่นในอก

              ‘ลูกของพี่ที่จะเกิดมาคงโชคดีน่าดูเลย’


              ‘ถึงตอนนั้นกว่าพี่จะเจอแม่ของลูก เราคงมีแฟนนำพี่ไปก่อนแล้ว’


              ถ้าเขาไม่มีล่ะ… นทหายใจไม่ทั่วท้อง แม้จะบอกกับตัวเองว่าไม่ต้องจำกัดความสิ่งที่เขารู้สึก ให้มันดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ถึงเขาอยากให้เป็นแบบนั้น แต่ความรู้สึกนี้หากยิ่งกำกวงเท่าไหร่ ไม่ใช่เขาเองหรือที่จะยืนเคว้งเหมือนไร้สิ่งยืนยันตัวตน ดูไร้ซึ่งความมั่นคงต่อให้เป็นผู้ชายด้วยกันก็ไม่มีใครอยากเดิมพันกับความไม่มั่นคงนี้หรอก

               ถ้าผมยังรอพี่อยู่ล่ะ

       นทพิมพ์ข้อความนั้นอย่างยากลำบาก เขากลั้นใจกดส่งข้อความไม่ทันจะขึ้นว่าอ่านรึยัง นทก็กดปุ่มออกจากหน้าบทสนทนาคล้ายกลัวคำตอบ  แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หน้าจอมือถือยังคงค้างอยู่หน้าแชท  เขาลองไถ่หน้าจอมือถือ หรือกดปุ่มล็อคหน้าจอ ก็ไม่ไหวติง กระทั่งมันดับไปเอง และรีสตาร์ทขึ้นมาใหม่

       มันเกิดขึ้นกับมือถือนทบ่อยๆช่วงหลังมานี้ แต่ครั้งนี้ทำนทกังวลใจที่สุด เมื่อหน้าจอมีเพียงภาพพื้นหลังไม่มีไอคอนแอพพลิเคชั่นใดๆ นทกดปิดมือถือไปด้วยกลัวเครื่องจะรวนยิ่งกว่าเดิม

ใจเขาตอนนี้พะว้าพะวง ไม่ใช่แค่เรื่องมือถือ แต่เป็นข้อความที่ไม่รู้ว่าส่งไปถึงไม่

              นทถอนหายใจ ทึ้งหัวตัวเอง

              ทำไมมือถือต้องมารวนไปพร้อมกับใจเขาตอนนี้ด้วย
















---------------------------------------------------------------------------------------



ทุกคนนนนนนน ขอกอดทุกคนใหญ่ๆเลยค่ะ
คิดถึงทุกคนมากๆเลยค่ะ
ในที่สุดไรท์ก็ปิดเทอมสักที

กลับมาอัพให้หายคิดถึงแล้วนะคะ
และก็แอบแว๊บย้อนไปแก้เนื้อหาพาร์ทของคู่รักฝั่งพระนครนิดหน่อย
แก้ตรงไหนบ้างนั้นลองไปติดตามนะคะ


ขอโทษจริงๆนะคะที่หายไปสองเดือนเลย
วิจัยดุมาก ไรท์ไม่ไหวค่ะ
พอมีให้พักหายใจบ้าง ไม่ต้องห่วงนะคะอย่างที่เราสัญญากับทุกคน
ว่าจะไม่ไปไหนแน่นอน

ตอนหน้าเตรียมทิชชูไว้เลยนะคะ
แล้วเจอกันค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

27 ความคิดเห็น