Eyes Attact เพียงสบตา [ Y ]

ตอนที่ 21 : แสงเทียนในแววตาคู่นั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    14 ม.ค. 62



สัปดาห์แห่งสอบกลางภาคจบลงแล้ว นทไม่ได้เจอโออีกเลย ตลอดเวลาเขาทบทวนเรื่องตัดใจจากโอ เขาตอบรับคำชวนไปงานลอยกระทงที่มหาลัยจากน้องปี2 ที่เป็นเพื่อนของน้องรหัสเขา พอดูออกว่าเธอชอบเขาจากอาการเวลาที่เธอมาชวนเขาต่อหน้าหลังการสอบวันสุดท้ายของปี2 เขายอมรับเลยว่าเธอใจกล้าไม่น้อย ใยเขาจะไม่ลองพูดคุยกับเธอสักหน่อย อาจทำให้เขาลืมความรู้สึกที่เป็นไปไม่ได้ลงไปบ้าง

    เทศกาลลอยกระทงหลังสอบกลางภาคพอให้นักศึกษาพักหายใจหายคอแล้วค่อยเฉือดพวกเขาด้วยการสอบปลายภาคช่วงเดือนธันวาคมก่อนหยุดช่วงปีใหม่ ก่อนหน้านี้เขาลองขอพ่อว่าอาจจะกลับดึกหรือไม่อาจจะนอนหอเพื่อนวันลอยกระทง พ่อเขาไม่ได้คัดค้านอะไร ซึ่งเป็นเรื่องดีแต่ข่าวร้ายที่นทเตรียมใจว่าสักวันมันจะมาถึง ร้านเช่าหนังที่พ่อเขายื้อกิจการมาเนิ่นนานถึงขีดจำกัดแล้ว แม้พอมีลูกค้าแต่ก็เข้าเนื้อขึ้นเรื่อยๆอีกไม่นานคงเข้ากระดูก ยิ่งมีกระแสถกเถียงกันในโลกอินเตอร์เน็ตถึงเรื่องลิขสิทธิ์ของแผ่นหนังไทยหนังเทศนั้นสมควรแล้วหรือไม่ที่จะยุติธุรกิจร้านเช่า ยังดีที่พ่อของนทเป็นคนรู้จักอดออม แม้กำไรจะลดลงเรื่อยๆแต่หมั่นเก็บเล็กผสมน้อยตั้งแต่ก่อนเจอแม่ของนท พ่อเขาจะใช้เงินก้อนนั้นตั้งตัวทำธุรกิจใหม่ อาจจะเป็นที่ต่างจังหวัดหรือแถบปริมณฑลและจะนำเงินจากการโล๊ะหนังในร้านขายราคาถูกรวมเป็นเงินต่อยอดธุรกิจใหม่ ซึ่งแน่นอนหากเป็นอย่างนั้น ร้านเช่าหนังที่ด้านบนเป็นที่พักอาศัยของพวกเขาก็จะหมดสัญญาเช่าในอีกไม่นานเพราะยื้อต่อไม่ไหว นทที่ยังเรียนไม่จบคงต้องอาศัยหอเพื่อนในช่วงเวลาที่เหลือ อาจจะเป็นหลังปีใหม่ หรืออย่างโชคดีก็จนกว่าจะโล๊ะขายหนังจนหมดเกลี้ยง

ทุกครั้งที่เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พ่อกับแม่สอนให้เขาเผชิญกับมันอย่างกล้าหาญ เช่นตอนเขาป.4 เป็นครั้งแรกในการนั่งรถจากโรงเรียนกลับบ้าน เนื่องจากแม่ได้งานที่เลิกเย็นเกินกว่าจะแวะไปรับรวมถึงพ่อก็ต้องเฝ้าร้านเช่าหนัง ทั้งคู่เห็นว่าถึงเวลาสมควรที่ลูกชายของพวกเขาจะต้องเรียนรู้การขึ้นรถขนส่งสาธารณะ แม้ครั้งแรกจะขึ้นรถผิดฝั่ง โชคดีที่รถสองแถวคันนั้นเลี้ยวเข้าอู่นทจึงนั่งรถสองแถวที่เปลี่ยนกะออกจากอู่กลับบ้านมาโดยสวัสดิภาพ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ถึงคราวที่นทจะเรียนรู้การอยู่คนเดียวที่ไม่ใช่แค่นอนแยกห้องกับพ่อแม่แล้ว


   ตามทางเท้ามหาลัยเต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆทั้งจากนักศึกษาออกร้านกันเอง เสริมด้วยร้านค้าคุ้นตาจากนอกมหาลัยเรียงรายทั้งของกินของใช้และที่ขาดไม่ได้ ร้านขายกระทง

    ผู้คนมากมายทั้งในและนอกมหาลัยต่างไหลรวมมาร่วมสืบสานงานลอยกระทง  

              “เอากระทงอันเล็กแล้วลอยด้วยกันมั้ย”นทชี้กระทงใบน้อยถามสาวที่มากับเขา

              “ก็ดีนะคะ เขารณรงค์ลอยกระทงน้อยๆอยู่พอดี”

  แก้ว รุ่นน้องปี2 เลือกกระทงตามต้องการ นทยื่นเงินจ่ายให้ พวกเขาเดินถือกระทงเดินเลียบร้านที่ตั้งเป็นทางสุดลูกหูลูกตา

แก้วเป็นนักศึกษาสาวผิวขาวเนียนผ่องดังจันทร์เพ็นคืนนี้ จมูกนิดปากหน่อย ผมยาวไดร์ให้มีวอลลุ่มขับให้ใบหน้าหวานละมุน เธอเป็นที่รู้จักของน้องๆปีหนึ่งในคณะเพราะเป็นหนึ่งในกองสันทนาการ ด้วยการเต็มที่แบบไม่ห่วงสวยยิ่งทำให้เธอเป็นที่นิยมในหมู่รุ่นน้อง ตลอดทางที่เดินเคียงกับนท น้องๆปีหนึ่งที่รู้จักทั้งไม่รู้จักนทต่างทักทายแก้วเรื่อยๆ

                “พี่แก้วสวัสดีครับ...”วาโยที่ถือแก้วน้ำมะตูมเย็นเดินผ่านมาเจอก็ทักทายพร้อมยกมือไหว้แก้ว “...พี่สวัสดีครับ”และยกมือไหว้นทแม้จะจำชื่อนทไม่ได้ แต่พอคุ้นหน้า

              “อ้าวน้องที่นิติปะ เป็นยังไงบ้าง” แม้จะจำชื่อรุ่นน้องไม่ได้แต่เธอจำหน้าวาโยได้

              “ก็ดีครับ ...เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ” ก่อนลาก็ยกมือไหว้รุ่นพี่ทั้งสองอย่างนอบน้อม

              “รู้จักน้องๆเยอะจัง”

              “เจอน้องๆช่วงรับน้องบ่อยน่ะค่ะ ไม่รู้เกี่ยวกันมั้ย อาจเพราะเป็นพี่สาวคนโตเลยดึงดูดน้องๆเข้ามาคุยด้วยง่ายละมั้ง”

              “เราเป็นพี่คนโตหรอ”

              “มีน้องชายป.6 กับลูกพี่ลูกน้อง ม.3 อยู่บ้านเดียวกันค่ะ แต่ตัวเล็กนี่แสบมากชวนทะเลาะทุกอาทิตย์เลย” เธอมุ่ยปากอยากสาธยายวีรกรรมน้องชาย

              “ดูไม่เหงาดีนะ มีพี่น้องให้ทะเลาะ”แก้วยิ้มเห็นด้วยกับนท

    ร้านขายเครื่องดื่มมักเป็นที่นิยมในงานเทศกาลแบบนี้ ทุกๆสิบก้าวเป็นต้องเจอร้านน้ำสมุนไพร ร้านน้ำอัดลม ร้านนมหลากสี แก้วที่ดื่มชานมเย็นตั้งแต่ก่อนซื้อกระทงขอตัวเข้าห้องน้ำภายในตึกที่เปิดสำหรับเป็นที่ปลดทุกข์แค่ชั้นล่างครู่นึง นทเสนอตัวถือกระทงรอรุ่นน้องอยู่หน้าตึก


    เพลงประจำเทศกาลลอยกระทงคลออยู่ไกล จากตรงนี้ปลีกออกมาจากผู้คนทำให้สังเกตเห็นบรรยากาศได้แจ่มชัดว่าทุกคนดูมีความสุขเพียงไร ดื่มดำกับความสงบได้ไม่นาน เสียงไลน์จากมือถือนทดัง จากใครที่เขาไม่ได้ติดต่ออีกเลยหลังจากจบเทศกาลกลางภาค โอส่งรูปบางอย่างมาให้เขา

นทขมุนคิ้ว เปิดดูเป็นรูป ข้อความ‘สวัสดีวันลอยกระทง’สีเหลืองทองเด่นกลางรูปกราฟิคกระทงลอยน้ำแบบที่คนแก่ๆจะส่งสวัสดีวันจันทร์ไปให้ลูกหลาน

  ข้อความใหม่เด้งตามมา ‘โทษที ส่งผิดแชท’

    นทขมวดจนคิ้วจะชนกันเขาพิมพ์ตอบไป ‘สวัสดีวันลอยกระทงครับ’

    ‘ออกไปลอยกระทงรึเปล่า’

    ‘มาลอยกับรุ่นน้องที่มหาลัย’ แม้อีกมือจะถือกระทงใบน้อย พิมพ์มือเดียวไม่เกินความสามารถนท ‘แล้วพี่ล่ะ’

    ‘พี่โดนแก้งาน เลยยังไม่ออก’ 

ภาพสวัสดีวันลอยกระทงคงตั้งใจส่งไปกวนเพื่อนคนอื่น แต่พลาดส่งมาที่ไลน์เขาหรือตั้งใจกันแน่ นทเก็บความสงสัยพิมพ์สนทนาต่อ

    ‘แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง’

    ‘เพิ่งแก้เสร็จเมื่อกี้ แต่คงรีบกลับ’

  ปีนี้วันลอยกระทงตรงกับช่วงกลางสัปดาห์ เลยเป็นปัญหากับหลายๆคนไม่น้อยที่ไม่สามารถยาวไปแวะต่อที่ไหนได้ดั่งใจ วันต่อมายังต้องตะกายกลับมาทำงานต่อ


   หายไปสักพักแก้วกลับมาพร้อมใบหน้าที่แต่งเติมให้สดใสมีสีสันขึ้นอีกนิด แม้จะมองไม่ชัดเมื่อพ้นแสงสว่างจากไฟใต้ตึกก็ตาม นทเก็บมือถือประคองกระทงใบน้อยด้วยมือทั้งสอง เดินเคียงรุ่นน้องกลับสู่งานเทศกาล ฟ้าเริ่มมืดลงไฟตามอาคาร เสาไฟตามทางเดินส่องสว่างไม่ให้ไฟตกแต่งต้องทำงานเพียงลำพัง แม้จะไม่เห็นสะดวกเท่าตอนกลางวัน แต่เพียงพอที่จะเก็บภาพเป็นที่ระลึก เธอค้นมือถือจากกระเป๋าผ้าเปิดแอพพลิเคชั่นกล้องยื่นให้นท

              “พี่นทคะ ถ่ายรูปแก้วคู่กับกระทงให้หน่อยได้มั้ยคะ”

              “ไว้ใจพี่แน่นะ” นทรับมือถือเคสสีเทาวิบวับ

              “เดี๋ยวรู้กัน”

  นางแบบพร้อมกระทงพร้อม แสงพร้อมนทกดถ่ายเผื่อไว้2-3รูปกันพลาด นทยื่นมือถือคืนให้แก้วเช็ครูป เธอปัดรูปดูยิ้มอย่างพอใจ

              “ขอเซลฟี่ด้วยได้มั้ยคะ” นทยิ้มยักไหล่แทนคำอนุญาติ

  กระเถิบนิดให้รุ่นพี่มีพื้นที่ในภาพได้ชัดเจอ ไม่ทันกดถ่ายก็มีสายเรียกเข้า พร้อมโชว์ชื่อเพื่อนสักคนประกอบรูปถ่ายผู้ชายบนหน้าจอ แก้วขอตัวไปรับสายสักครู่ไม่ไกลจากนทที่ยืนมองตรงเดิมห่างๆ ยิ่งดึกคนยิ่งพลุ้งพล่านชายหญิงที่อาจจะเป็นศิษย์เก่าหรือไม่ จูงลูกพาหลานกันมาลอยกระทง แม้พรุ่งนี้จะต้องไปทำงานกันต่อก็ไม่ใช่อุปสรรค  ใจจริงของนทเองอยากให้โอออกมาเที่ยวแบบนี้บ้าง เผื่อเขาจะบังเอิญเจอกันเหมือนทุกครั้ง



--------------------------------



              “เราจริงจังกับแอนดริวจริงๆนะ ให้เราไปลอยกระทงกับเขาเถอะ”

  พีทพนมมืออ้อนวอนคู่สนทนา แต่ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ อีกฝ่ายเบือนหน้าหนี แต่พีทยังคงตามไปเสนอหน้า

              “นะครับ ผมสัญญาจะไม่พาเขากลับดึกมาก ...จริงๆคืออยากนอนค้างที่นี่ด้วยซ้ำ”

  คู่สนทนามองพีทด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาคำตอบได้ เขาเหลือบมองแอนดริวที่หายไปหลังร้าน หรี่ตามองจอมยียวนที่ไม่ลดมือพนมขอร้องลง

              “จะดีมากเลยถ้าให้ผมค้างที่นี่ด้วย นะๆ สัญญาทุกอย่างจะเกิดขึ้นเงียบๆ ไม่รบกวนเลย”


              “คุยกับใครอ่ะ” แอนดริวเช็ดมือเดินกลับเข้ามาในร้าน

              “แอ๊ด เอ้ย เอ็ดดี้ไง” พีทพนมมือเหมือนขอโชคลาภกับนกเค้าแมวตัวเล็กสีเทา

              เอ็ดดี้หันขอความช่วยเหลือถ้าพูดได้มันคงอยากบอกเจ้าของว่า

              เอาไอ้นี่ออกไป! รำคาญ!

     แต่เอ็ดดี้พูดไม่ได้ พีทตั้งใจพูดกับเจ้าตัวเล็กเพื่อปลอบตัวเองเผื่อแอนดริวได้ยินจะเห็นใจ แต่จริงๆแอนดริวก็เห็นใจแต่ออกไปทางสงสาร เหมือนคนไม่มีเพื่อนคุยจนต้องระบายกับนกเค้าแมว

              “เนี่ยขอไลน์ตั้งนานก็ไม่ให้สักที ขอไปลอยกระทงแทนก็ได้ ปีนึงมีครั้งเองนะ”

              “ไม่ไป คนเยอะ จะลอยก็ลอยที่ร้านเนี่ยแหละ”เอ็ดดี้ไม่ได้ตอบแต่แอนดริวตอบจากด้านหลังพีท

              “อยากพาไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อยู่ร้านตลอดไม่เบื่อหรอ”จอมกวนพ่นลมหายใจย่นคิ้ว

              “แค่มีนายบรรยากาศก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว...” เอ่ยเพียงเสียงเรียบเช่นปกติ แต่ทำให้ใจพีทพ่องโต “...จากเงียบสงบก็วุ่นวาย” พีทโห่ท้วงกำลังเคลิ้มๆคิดเข้าข้างตัวเองว่าแอนดริวจะใจอ่อนบ้าง

              แต่ถ้าถอดใจตอนนี้ ก็ไม่ใช่พีทน่ะซี

  


    แอนดริวให้อาหารเอ็ดดี้ต่อสักพัก เขาเดินไปตามพีทที่หายไปหลังร้านที่ปิดไฟสนิท  มีเพียงแสงรำไรจากเปลวเทียนวันเกิดเล็กๆวางบนใบไม้สองใบต่างกระทง ในมือของจอมยียวนที่แอนดริวตามหา พีทกระหยิ่มยิ้มเหมือนเด็กที่แอบเซอร์ไพรส์พ่อแม่

              “ไม่ชอบคนเยอะ เราลอยกระทงกันส่วนตัวที่นี่ก็ได้”

                 “จนได้นะ”และก็ยิ้มรับใบไม้ที่มีเทียนน้อยๆสว่างไสวรำไร

    ไม่ต้องหันมองเดาได้ว่าเจ้าเด็กข้างๆคงยิ้มหน้าบานขนาดไหน  อธิษฐานสิ่งที่ต้องการค่อยลอยกระทงจิ๋วสู่ในอ่างล้างจานที่พีทอุดท่อระบายรองน้ำใส่ไว้ต่างทะเลสาบส่วนตัวหลังร้าน

              “อธิษฐานอะไรไป” เคยเหลือบมองแอนดริว

              “ไม่ใช่ขอขมาพระแม่คงคาหรอ” แอนดริวย่นคิ้ว

              “อ่างล้างมือไม่น่าจะลิ้งค์ไปหาพระแม่คงคาได้”

              แอนดริวที่ไม่เคยลอยกระทงเลยตั้งแต่เปิดร้านเข้าปีที่2ขมวดคิ้วจนริ้วรอยชัดลึก

              “ผมอธิษฐานให้เราได้อยู่ด้วยกัน”

              “ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอ”

              ยิ้มที่กว้างอยู่แล้วยิ่งกว้างจนตาหยีไปด้วย พีทชกกำปั้นเบาๆที่เหนืออกซ้ายของแอนดริว

              “อยากอยู่ในนี้ด้วย” มือเรียววางทับอีกมือที่สัมผัสใกล้หัวใจ

              “ก็อยู่ในนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรอ”

    พีทตาโตอมยิ้มจมแก้มแทบปริ ความพยายามของเขาไม่สูญเปล่า  

              “กลับไปได้แล้ว” และก็แกะมือที่วางบนหัวใจออก รีบเดินออกไปหน้าร้าน แม้พีทจะอยากวางมือบนอย่างอื่นนอกจากเหนือหัวใจของแอนดริวก็ตาม



มอเตอร์ไซต์ทรงวินเทจขับมาถึงหน้าหอพีท คนซ้อนท้ายถอดหมวกกันน็อคส่งให้แอนดริวหากยังอิดออดไม่ยอมลงมาจากรถ ยังแขนปลาหมึกกอดแอนดริวแน่นไม่ยอมปล่อย

          “ปล่อยจะรีบกลับร้าน”

          “ขอแป๊บนึง” เสียงอู้อี้จากหน้าที่ซุกบ่าของชายลูกครึ่ง แอนดริวเลยนิ่งทั้งสวมหมวกกันน็อคให้พีทกอดตามคำขอ

              “มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่า”ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวยเหลือบมองผ่านกระจกมองหลัง

              “แค่อยากกอดเฉยๆ”เพราะพีทเองก็หาเหตุผลไม่ได้

    แอนดริวบอกว่าพีทอยู่ในใจเขา มันน่าดีใจอยู่หรอก แต่ครั้นมองเข้าไปในตาที่มีเพียงแสงเปลวเทียนเมื่ออยู่ที่ร้าน แอนดริวซ่อนความเศร้าบางอย่างหลังกำแพงน้ำแข็ง หลังแววตาคู่สวยของเขา หวังว่าอ้อมกอดเขาอาจละลายมันออกมาได้บ้าง พีทจุ๊บแก้มแอนดริวผ่านหมวกกันน็อค มือที่จับคันบังคับสะดุ้งทันทีที่พีทรีบลงจากรถบอกลาเสียงหวาน

               “เจอกันพรุ่งนี้”แล้วเดินกลับหอปล่อยแอนดริวมองเด็กที่เพิ่งทำอะไรวู่วามต่อความรู้สึกของเขา

         อีกความรู้สึกที่ถูกจุดกลางอกเขานอกจากใจที่กำลังเต้นแรง นั่นคือความกลัว

              กลัว...หากอีกคนรู้จักเขามากกว่านี้ จะยังกอดเขาแบบเดิมได้อีกมั้ย


_______________________________



    

    กลายเป็นว่าน้องแก้วที่อุตส่าห์ชวนพี่นทมาลอยกระทงกลับถูกชายที่มีสถานะแฟนเก่าหรือสายที่โทรมาขัดการถ่ายรูปคู่แย่งไป แฟนเก่าที่ว่าโทรมาขอคืนดีวันลอยกระทง ซึ่งเขาอยู่ที่งานเดียวกับพวกเขากำลังตามหาแก้วเพื่อขอโอกาสอีกครั้ง เป็นอันต้องยกเลิกนัดกับรุ่นพี่ที่แอบปลื้มเพราะตัวจริงกลับมาแล้ว     

 แก้วขอโทษขอโพยนทเสียยกใหญ่ นทไม่ได้ถือสาทั้งบอกให้น้องรีบไปหาเขาเถอะพี่เข้าใจ แก้วมอบกระทงที่นทซื้อมาคืนสู่เจ้าของเดิมและรีบวิ่งจากไป


    นทมองกระทงและถอนหายใจ หยิบมือถือถ่ายรูปกระทงใบน้อยในมือส่งไลน์ให้โอ พร้อมข้อความ

         ‘กลับบ้านดีๆนะครับ’

ขึ้นว่าอ่านแล้ว ไม่มีการตอบกลับใดๆ แต่อีกฝ่ายโทรผ่านไลน์มาหาเขา

นทกดรับขึ้นแนบหู ได้ยินเสียงจากปลายสาย

              “ขอเดินงานลอยกระทงด้วยได้มั้ย”แต่เสียงใกล้ราวได้ยินจากทางซ้าย หันไปพบกับโอคนเดิมในชุดเดิมบนรถไฟฟ้าเช่นปกติ ทั้งยังสะพายกระเป๋าใบเดิมท่าทางเพิ่งเลิกงานมาหมาดๆ

              “ไม่รีบกลับบ้านแล้วหรอครับ”มุมปากกระตุกยกขึ้นดีใจจนปิดไม่อยู่

              “ยังพอทันรถไฟ”แสงสลัวก็จริง หากไฟสีส้มสาดสะท้อนเห็นเม็ดเหงื่อเกาะบนหน้าผากเขา เดาได้ว่าพี่โอรีบมาที่นี่ “...รุ่นน้องล่ะ”

              “แฟนเก่าน้องเขามาขอคืนดีเมื่อกี้ ตอนนี้เหลือผมคนเดียว”คนถูกทิ้งบุ่ยปากอย่างช่วยไม่ได้ เหตุการณ์เกินความคาดหมายนทจนไม่รู้ควรจะรู้สึกเสียใจหรือแสดงอาการอย่างไร กระนั้น

โอผู้เพิ่งมาสมทบกลับหลุบมองต่ำ ใบหน้าเศร้าสร้อย ไม่เอ่ยกระทั่งเปลี่ยนหัวข้อสนทนา จากตอนแรกไม่รู้สึกอะไรนทเริ่มหดหู่อย่างแปลกประหลาด จนโอหลุดขำพรืด นทถึงรู้ว่าโอแกล้งเขา

              “อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนพี่คืนนี้ไง”


    สระขนาดใหญ่ใจกลางมหาวิทยาลัย ดวงไฟสีทองแสงจากเทียนในกระทงเกือบนับร้อยสะท้อนเงาบนผิวน้ำที่กระเพื่อมตามแรงลมเอื่อยๆ จุดมุ่งหมายส่วนใหญ่ของผู้คนในงานคือการปล่อยกระทงลงสู่แหล่งน้ำสร้างโดยมนุษย์นี้ กระทงใบน้อยบนมือทั้งสองคู่ ท่ามกลางแสงเทียนสุกไสว มีเพียงใบหน้าของอีกฝ่ายที่แสงเทียนจะส่องสว่างถึง นทมองเพียงดอกดาวเรืองในกระทงใบตอง ราวขอพรจากดอกไม้สีเหลืองมากกว่าขอจากพระแม่คงคา

              “อธิษฐานเสร็จรึยัง” เพราะใกล้กันเพียงกระทงกั้นขวาง เสียงเพลงรอบข้างยิ่งชวนสับสน โอโน้มเข้าใกล้ ถามด้วยเสียงปกติ  นทเหลือบมอง สบตาสุกใสสะท้อนแสงเปลวเทียน เขาเพิ่งได้เห็นชัดเจน ชั้นตาที่สองอาจไม่รู้ว่าพี่โอมีหากไม่ได้มองกันใกล้ขนาดนี้ แม้ก่อนหน้าจะได้มองกันใกล้ชิดบนรถไฟฟ้า แต่ไม่มีกะใจจะสังเกตเท่า เมื่อฝากคำอธิษฐานไปกับกระทงน้อยลอยสู่แหล่งน้ำตามประเพณี พวกเขาบึ่งไปสถานีรถไฟฟ้าในเวลาสองทุ่มทันขบวนที่เพิ่งเทียบชานชาลาพอดิบพอดี แน่นอนว่าคนแน่นจากเทศกาลจนต้องยืนเบียดกันเหมือนทุกวัน แต่เงียบกว่าทุกวัน โอทิ้งน้ำหนักไปที่ขาอีกข้างมือยังจับเสาไม่ห่างจากมือนท

              “ของขวัญหลานพี่ที่เราไปช่วยพี่เลือกวันก่อน ขอบคุณนะ หลานพี่ชอบมากเลย”

              นทก็ยิ้มรับอย่างยินดี “ดีใจที่น้องเขาชอบนะครับ”

              “ช่วงนี้เริ่มมีกระแสย้อนกลับมาดูหนังเก่าในกลุ่มเพื่อนพี่บ้าง พี่ว่าจะลองแวะไปเช่าหนังเก่าๆที่ร้านเราบ้าง ต้องสมัครสมาชิกอะไรมั้ย” เปิดประเด็นใหม่หวังจะช่วยจุดความสดใสยามดึกให้น้อง

นทยิ้มเพียงริมฝีปากแววตากลับเศร้า

              “พ่อเขาตัดสินใจเลิกทำร้านเช่าหนังแล้วน่ะครับ”

    เหมือนไปซ้ำเติมคนอายุน้อยกว่า โอรู้สึกเศร้าไม่แกล้งแสดงเหมือนก่อนหน้า

              “พ่อเขาโล๊ะขายหนังว่าจะพอให้เอาเงินมาหมุนทำอย่างอื่นต่อได้ เห็นเขากำลังคุยๆกับญาติคนอื่นๆอยู่”

              “ไว้พี่จะไปอุดหนุน มีปัญหาอะไรให้พี่ช่วยก็บอกพี่ได้นะ”

    โอจินตนาการไม่ได้ว่าทางบ้านนทต้องเจอปัญหาหนักขนาดไหนที่ธุรกิจหลักของครอบครัวต้องยุติไป แต่หากอีกฝ่ายร้องขอให้ช่วยเขาเต็มใจยื่นมือไปหาแน่นอน

              “ไม่เป็นไรครับ พี่บอกชื่อหนังมาก็ได้ เดี๋ยวผมเอามาให้”

              “พี่อยากไปเดินดูด้วย เผื่อได้เรื่องที่นึกไม่ถึงกลับมา”

              นทเพียงยิ้มจางๆ“ถ้าวันไหนสะดวกทักไลน์มาบอกก่อนนะครับ”

              “อื้ม” โอยิ้มตอบ


    แม้นทจะพยายามออกห่างจากโอเพื่อตัดใจ แต่เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลามองโอใกล้ๆ รอยยิ้มของเขาทำเขาละสายตาไปไหนไม่ได้ เหมือนยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ การกล้าที่จะพูดคุยกับโอแบบนี้ดีซะกว่าการพะว้าพะวงที่จะต้องคอยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจอเขาเมื่อขึ้นรถไฟฟ้าตู้ขบวนเดียวกัน แต่ต้องทำเป็นมองไม่เห็นทั้งที่อยู่ตรงหน้า

เป็นคนรู้จักที่มีความรู้สึกเล็กๆยามได้พูดคุยกัน อาจจะพองโตขึ้นมาบ้างเล็กน้อย หรืออาจจะเท่าเดิมแบบนี้ คงดีกว่าการหาคำจำกัดมันให้ชัดเจน ในเมื่อเป็นแบบนี้นทกลับมีความสุขดี เขาคงไม่ต้องรีบหาคำตอบจากมันหรอก

ให้มันดำเนินไปแบบนี้ จนกระทั่งเย็นวันศุกร์กลับมาอีกครั้ง


       “วันเสาร์พี่จะไปที่บ้านนทนะ”





_________________________________



กลายเป็นเขียนซีนลอยกระทงสิ้นปีเฉยเลย


สุขสันต์ปีใหม่นักอ่านทุกท่านนะคะ

อย่าลืมคอมเม้นและกดถูกใจเป็นกำลังใจให้นะคะ <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

27 ความคิดเห็น