Eyes Attact เพียงสบตา [ Y ]

ตอนที่ 16 : ลูกคนเดียวกับพี่คนโต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61







นทไม่แน่ใจว่าอาการใจเต้นแรงที่ยังไม่หายเมื่อนึกถึงพี่โอ ภาพเหตุการณ์แข้งขาอ่อนบนรถไฟก็แว๊บขึ้นมาตลอดจนนทเริ่มกลัวตัวเองว่าเขาจะเป็นแบบที่เขาคิด หลังจากเย็นวันนั้นนทกลับมาถึงบ้านเปิดอินสตราแกรมภาพสาวๆที่เพื่อนเขากดติดตาม(นทเลือกกดดูที่พีทติดตามก่อนเป็นอันดับแรก) นทจำได้ว่าเขาเคยชอบผู้หญิงน่ารักสดใสไม่ถึงกับพิมพ์นิยมแต่มีเอกลักษณ์ หรือเป็นพี่สาวใจดีเรียบร้อยแต่มีสไตล์ อาจจะเซ็กซี่เล็กๆในแบบผู้ใหญ่ พอลองหาดูก็เพลินตาดีไม่น้อยไม่ว่าจะด้วยตัวคนหรือมุมภาพการจัดแสง ถ้าไม่ติดว่าค่ากล้องตัวนึงราคาสูงเกินไปในตอนที่เขากำลังตัดสินใจเลือกสาขาเรียน นทคงเรียนสายช่างภาพไปแล้ว ดูรูปนู่นนี่ในอินสตราแกรมจนสติเริ่มกลับเข้าที่เข้าทาง ถึงเวลาจัดกระเป๋าหยิบชีทที่ไม่ใช้ออกเพื่อใส่ชีทวิชาวันพรุ่งนี้แทน พอไม่มีชีทหรือหนังสือในกระเป๋า นทก็เห็นหลอดยานวดคลายกล้ามเนื้อทีียังไม่ได้คืนพี่โอ



              รอยยิ้มขี้โกงกับน้ำเสียงที่นทยังจำได้ผุดภาพขึ้นมาในหัว


              ‘พรุ่งนี้เจอกันนะ’




              “บ้าเอ๊ย…”


              มือปิดด้วยหลากหลายอารมณ์ เขารู้ว่าไม่ควรที่จะรู้สึกแบบนี้ ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ ยิ่งไปกว่านั้นคือโออาจจะมีคนรู้ใจข้างกายหรืออาจจะเป็นผู้หญิงผมสั้นคนนั้นที่นทเห็นในวันที่ฝนตก และยังใบหน้าที่ร้อนผ่าวทั้งที่ในห้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ความรู้สึกแปลกๆนี้ควรจางหายไปได้แล้ว แต่กลับยังมีหลงเหลืออยู่ในส่วนลึก เมื่อมีลางสังหรณ์ว่าจะได้เจอกันอีกแน่นอน ขนาดล้มตัวลงนอนก็ยังนึกถึงตอนที่พวกเขาได้ใกล้ชิดกัน


              ...เดี๋ยวผมเอายาไปคืน เลิกหลอกหลอนผมสักที!







       แม้โอจะไม่ได้ตามไปหลอกหลอนนทถึงในฝัน แต่โลกแห่งความจริงเช้าวันรุ่งขึ้นก็เจอกันอย่างที่นทสังหรณ์ใจไม่ผิด เมื่อรถไฟฟ้ามาถึงสถานีที่คุ้นตา แต่ไม่ใช่สถานีสยาม ชายตัวสูงกับเสื้อเชิ้ตคล้ายแบบเดิมทุกวันกระเป๋าสีดำที่นทจำได้ ไม่ทันจะหลบสายตาหรือกระเถิบออกห่างโอเป็นฝ่ายทักทายเขาด้วยรอยยิ้มสดใสยามเช้าก่อน



              “เจอกันแต่เช้าเลย” โอเดินมายืนข้างๆนทแต่ยังพอไว้ระยะเล็กๆ



              “สวัสดีครับ บังเอิญจังนะครับ”นทยิ้มตอบให้ปกติที่สุด เลี่ยงที่จะไม่สบตา



               โอหันมองนท หวังว่าแข้งขานทจะแข็งแรงกว่าวันก่อน

              พอนึกถึงโอก็เผลอยิ้มโดยไม่รู้จนต้องมองไปอีกทางเผื่อนทจะหันมาเห็น

              คิดถูกแล้วที่ทำอย่างนั้นเพราะนทเหลือบมองมาทางโออย่างลังเล


              นทถกเถียงกับตัวเองในใจ

              เรื่องที่ติดค้างคาข้่างใน ถ้าไม่ถามตอนนี้เขาจะได้รู้เมื่อไหร่ถ้าไม่ถามออกไป

              แม้จะยังกลัวว่าหากสิ่งที่เขาคิดเรื่องผู้หญิงคนนั้นเป็นจริงล่ะ

              จะไม่ดีกว่าหรอถ้าหากมันเป็นจริง เขาจะได้หยุด

              เมื่อมันชัดเจน ความรู้สึกเล็กๆนี้อาจจะหายไป




             “วันนั้นผมเห็นพี่โอมากับผู้หญิงคนนึง ผมสั้นๆ เพื่อนของพี่หรอครับ”



             โอหันกลับมา ขมวดคิ้วนึก และคลายออก “อ้อ รุ่นพี่ที่ทำงานน่ะ”

              

             “จริงๆวันนั้นผมเห็นพี่ แต่ท่าทางจะไม่สะดวก ...เลยไม่ได้ทัก”



             “วันนั้นพี่แวะไปซื้อของกับเขา วันอาทิตย์นี้วันเกิดลูกชายเขา พี่เลยไปช่วยเลือกด้วยเพราะอีกไม่นานก็วันเกิดหลานพี่เหมือนกัน”



              นทพยักหน้า

              เขาคิดไปเองว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน

              ถ้าพิจารณาจากเหตุการณ์วันนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นแค่พี่ที่ทำงานจริงๆ

              แต่ยิ่งแน่ใจชัดเจนไปอีกตรงที่ฝ่ายหญิงมีลูกแล้ว คงไม่ใช่แม่หม้ายหรอกน่า

              แต่มันก็ไม่แน่ ถึงจะหายสงสัยแต่คำถามใหม่ก็แทนที่ทำให้เขาตะขิดตะขวงใจ



              “แล้วเราอาการปวดบ่าเป็นยังไงบ้าง หรือปวดขามากกว่า” เขายิ้มแซว



              “ดีขึ้นเยอะแล้วครับ” นทยิ้มเขิน นึกขึ้นได้นทเปิดกระเป๋า หากไม่ได้หยิบหลอดยาที่พร่องไปบ้างคืนเจ้าของ แต่เป็นหลอดใหม่เอี่ยมใส่กล่องที่เพิ่งซื้อมา “ขอบคุณมากนะครับ หลอดเดิมผมใช้ไปเกือบจะหมดเลยซื้ออันใหม่แทน”



              “ไม่เป็นไรหรอก เราเก็บไว้เถอะ”



              “ผมอุตส่าห์หาซื้อหลอดใหม่มาขอบคุณพี่เลย นะครับพี่โอ”

              นอกจากเป็นเด็กขี้เกรงใจยังเป็นเด็กที่ยิ้มสดใสได้ขนาดนี้เชียว

              

              เพราะรู้สึกขอบคุณและเกรงใจ ปนอยากให้อีกคนรับยาหลอดนี้ไปจะได้หายกันซะที นทจึงใช้ความเด็กและสายตาสุกใส ซึ่งได้ผลดีจนโอรู้สึกว่าไอสายตาคู่นี้ทำให้เขามองมันไม่ละ

          

              โอถอนหายใจรับหลอดยา

              “ขอบคุณนะ”


              นทยิ้มรับคำขอบคุณอย่างสดใส



       จะว่าไปเมื่อครู่โอบอกว่าเขามีหลาน จากอายุแค่นี้คงเป็นหลานที่มาจากน้องหรือพี่มากกวว่า



              “พี่โอมีพี่น้องรึเปล่าครับ”



              “มีน้องสาวน่ะ แล้วนทล่ะ”



              “ผมเป็นลูกคนเดียวน่ะครับ แสดงว่าหลานของพี่ที่พูดถึง…”



              “ใช่ เป็นลูกของน้องสาวพี่น่ะ ปีนี้น่าจะขึ้นป.1 นานๆจะได้เจอกันที”



           ดูจากการที่จะซื้อของขวัญให้แถมเป็นลูกของน้องสาวจากที่นทประสบพบเจอ พี่ชายแบบนี้น่าจะเห่อหลานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพี่ชายที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือท่าทางจะยังโสดแบบโอ



              “แล้วคิดว่าจะซื้ออะไรให้น้องเขาหรอครับ” โอเม้มปากนึกจากคำแนะนำของรุ่นพี่ผู้มีลูกมาก่อน



              “ยังตัดสินใจไม่ได้เลย ที่ไปวันก่อนก็ได้แต่ของขวัญของลูกรุ่นพี่ที่ทำงาน” และก็ได้อย่างอื่นเช่นตุ๊กตาต้นไม้ตั้งบนโต๊ะทำงานเพื่อเพิ่มความสดใสและให้ดูน่ารักน่าเอ็นดูเผื่อเรียกความ

เห็นใจจากเจ้านายมาแทน “ยังพอมีเวลาค่อยไปซื้ออีกรอบ”



              “พี่ดูรักหลานมากเลยนะครับ”

         นทอ้างอิงจากครั้งแรกที่เห็นโอ ทั้งยิ้มให้เด็กน้อยบนรถเข็นที่อยู่ในรถไฟฟ้าและการที่ดูจะเอาใจใส่หลานขนาดนี้ นทไม่ค่อยเจอคนแบบนี้เท่าไหร่ หรือเพราะรอบข้างเขาส่วนใหญ่เป็นลูกคนเล็กไม่ก็เป็นลูกคนเดียวอย่างเขา



              “หลานคนแรกของพี่นี่นา คงเพราะว่าพี่เป็นลูกคนโตเลยชอบดูแลน้องๆ แล้วพี่ก็...ชอบเด็ก” เขายิ้มมองมาทางนท มันอาจจะเป็นแค่มุกหยอดในการพูดคุย แต่กลับทำนทจั๊กจี้ที่แก้ม ซ้ำนทที่ติดนิสัยมองตาคนเวลาพูดคุยตั้งแต่วันนั้น ทำเขาหงุดหงิดตัวเองที่ดันมองตาโอจนต้องหันหน้าหนี ยิ่งหงุดหงิดเมื่อรู้ว่าตัวเองกลั้นยิ้มอย่างยากลำบากแค่ไหน



       เสียงประกาศถึงสถานีสยามช่วยนทไว้ รถชะลอตัวไม่มีการกระชากและขาของนทวันนี้แข็งแรงไม่มีเซล้มทรงตัวได้อย่างดี หมดห่วงพี่โอไปได้



              “ผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ” นทรีบบอกลาก่อนจะไม่ทันประตูเปิด



              “แล้วเจอกัน”โอยังคงยิ้มตามมารยาทที่ดี และโบกมือน้อยๆ



              ด้วยมารยาทดีนทจึงยิ้มลากระทั่งประตูปิด



       และกระทั่งลงมาถึงป้ายรถเมล์แล้วนทก็ยังยิ้มไม่หุบ ท้องฟ้าเช้านี้ไม่มีเมฆฝน ปลอดโปร่งสดใสเหมือนนักศึกษาหนุ่มที่กำลังเสียบหูฟังเข้ากับมือถือ แถมเพลงที่สุ่มฟังดันเข้ากับอารมณ์ตอนนี้สุดๆ









------------------------------------------


ขอบคุณนักอ่านที่ยังติดตามมาถึงตอนล่าสุดนะคะ

ไม่ต้องกังวลนะคะเราไม่ดองแน่นอน ขอเพียงทุกคนยังคอยติดตามให้กำลังใจเรา

เราอาจจะมีพลังงานบางอย่างให้เรากระเด้งขึ้นมาเขียนต่อ

แต่ช่วงนี้งานหลวงโหดขึ้นเรื่อยๆ หนักขึ้นมากๆ

เราสัญญาค่ะ เรื่องนี้มีตอนจบแน่นอน


รบกวนติดตามและให้กำลังใจเราต่อไปด้วยนะคะ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

27 ความคิดเห็น