Eyes Attact เพียงสบตา [ Y ]

ตอนที่ 1 : ทฤษฏีกล่าวไว้ว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62

เท้าก้าวจากขบวนรถไฟฟ้าสู่ชานชานชาลา หมู่มวลมหาประชาชนสับเท้าเข้าสู่สถานีสยาม อีกศูนย์กลางของกรุงเทพ ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นผู้คนแน่นขนัด ยิ่งเป็นเช้าวันจันทร์ ตั้งแต่เด็กนักเรียนไปจนถึงผู้ใหญ่เดินสวนกันขวักไขว่ ‘นท’ นักศึกษาปีที่ 3 เขาใช้บริการรถไฟฟ้าจากชานเมืองสู่ความเจริญและวุ่นวายของเมืองใหญ่ ขณะที่ใส่หูฟังเปิดเพลงโปรดเสียงไลน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ



     ‘ถึงไหนแล้ว’ข้อความจากไลน์กลุ่มเพื่อนเด้งขึ้นมา

 

     ‘เพิ่งถึงสยาม’ เขาพิมพ์ขณะลงบันไดอย่างชำนาญ



      ‘ให้ไว’


นทส่งสติ๊กเกอร์แมวหน้ากวนไป เก็บมือถือลงไปรอรถประจำทางข้างล่างใต้สถานี




     ถึงโรงอาหารของมหาวิทยาลัยตามที่นัดหมายไว้ในไลน์กลุ่ม เห็นมือชายหนุ่มผมสีดำทรงเคป็อบนิยมโบกมือเรียก นทเดินเข้าไปและถอดเป้วางบนโต๊ะ รูดซิบเปิดกระเป๋าหยิบแผ่นหนังยุค90ตอนปลายที่ยืมมาจากพ่อ


    “ขอบคุณนะนทเพื่อนรัก” หนุ่มผมเคป็อบนาม พีท รับแผ่นหนังลองแกะเปิดดูความเรียบร้อยของแผ่น เจ้าของเก็บรักษามันอย่างดีแม้จะผ่านมา10กว่าปีก็ยังดูไม่บุบสลาย แม้นี่จะเป็นยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า อยากดูหนังเก่าๆ ไม่อยากเช่าก็สามารถเปิดดูในอินเตอร์เน็ตได้แบบฟรีๆเสียแค่ค่าเน็ต แต่หลังจากพีทผ่านการเรียนรู้กระบวนการที่กว่าจะเป็นหนังได้สักเรื่องต้องผ่านวิธีคิดกลั่นกรอง ผ่านขั้นตอนการถ่ายทำมากมายเพียงไร เพื่อนๆกลุ่มนี้จึงให้คำสัญญากับตนเองว่าจะอุดหนุนแต่ของถูกลิขสิทธิ์ให้ผู้ผลิตได้รับผลตอบแทน ซึ่งคนที่อินเป็นพิเศษก็คือพีท ที่เรียนนิเทศ สาขาภาพยนตร์


    “โถ พ่อคนดี ตอนม.ต้นยังโหลดเกมเถื่อนมาอวดอยู่แท้ๆ”นทแซว เขาเองก็เรียนนิเทศกับพีทแต่ไม่ใช่สายทำหนังโดยตรง หากก็เข้าใจความเหน็ดเหนื่อยของการทำหนัง จากครั้งปี 1 ที่ต้องฟังพีทบ่นเรื่องโปรเจคหนังสั้นไฟนอลถูกอาจารย์ตีสตอรี่บอร์ดกลับมารอบที่3



    “เดี๋ยวนี้ตั้งแต่มีไอดอลแห่งชาติ ซื้อของถูกลิขสิทธิ์บ่อยเชียว อย่าลืมเผื่อค่าชีทด้วยล่ะ”หนุ่มแว่นมาดคุณชายทุกระเบียบนิ้วคนเดียวในกลุ่มเพ่ือน เอ่ยพร้อมพลิกหน้าประมวลกฏหมายเล่มหนา



    “ไม่ได้เรียนนิติซะหน่อย”พีทย่นหน้า เขาลองทายจากสายตาว่าประมวลเล่มที่เพื่อนรักอ่านจะหนาสักเท่าไหร่กัน หนุ่มแว่นประจำกลุ่มอย่าง โยธิน ลูกชายนายทหารมียศที่มุ่งมั่นจะเรียนแพทย์เสียดิบดีกลับเบนเข็มเข้าสู่ด้านนิติศาสตร์ เปิดเทอมแรกครั้งปีหนึางก็เจอกองหนังสือประมวลกฏหมายต้อนรับจนเริ่มอยากกลับไปผ่ากบในคาบวิชาชีวะอีกครั้ง “แบกหนังสือหนาขนาดนี้ ซิ่วไปเรียนหมอเถอะว่ะ” พีทขมวดคิ้วจริงจัง



    “หนังสือแพทย์ก็หนา ที่บ้านมีอยู่” โยธินตอบทั้งๆที่ตายังอ่านและหยิบปากกามาไฮไลท์ส่วนสำคัญ นทเห็นถึงความพยายามและยอมรับชะตากรรมของโยธินก็แว๊บไปซื้อขนมกับน้ำมาแบ่งเพื่อนๆ โยธินก็เผื่อแผ่ความขยันมาให้นท เขาหยิบมือถือขึ้นมาทวนสไลด์งานที่ต้องพรีเซ็นต์ช่วงสาย

ยกเว้นพีทที่ละความพยายามจากชีทงาน แต่สนใจไถมือถือเล่นแทน





    “เพื่อนว่า คนเราจะมองตากันแล้วชอบเลยได้ปะวะ” เงยหน้าจากจอก็เพ้อไม่มีปี่มีขลุ่ย กระตุกคิ้วโยธินขมวดแทบจะทันที ไม่รู้คราวนี้เพื่อนรักสายหล่อไถมือถือเจอรูปสาวๆวงไอดอลแห่งชาติจนเพ้อ หรือเกิดอารมณ์ติสอะไรขึ้นมาอีก


    “แต่ที่แน่ๆ เซฟรูปเขาตั้งหน้าจอมือถือแล้วแหนะ ชอบไม่ชอบล่ะ”นทเป็นฝ่ายย้อนถามปัดรำคาญแทน



    “ไม่ใช่น้องคนนั้นดิ”พีทรีบแก้ตัว “ลองคิดเล่นๆดูดิ เคยได้ยินว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ความรู้สึกต่างๆแค่มองตาก็รู้ ทีนี้ถ้าเรามองตาคนที่ไม่รู้จัก จะมีโอกาสตกหลุมรักกันได้มั้ยวะ” อีกความสามารถนึงของพีทคือคุยเรื่องไม่มีสาระให้มีสาระได้



    “เละเทอะ”นทพ่นลมหายใจ โยธินปิดหนังสือประมวลกฏหมาย เตรียมตัวจะช่วยซ้ำเติมเพื่อนสายหล่อ “มันก็มีงานวิจัยอยู่นะ”

     อ้าว...โยธินติดกับไอ้พีทเฉย

    

    “ถ้าจำไม่ผิดมีนักจิตวิทยาคนนึงทำการทดลองให้คนมานั่งมองตากัน 4 นาที พร้อมกับพูดตอบคำถามง่ายๆ โดยไม่มีใครรบกวน ผลออกมาว่า พวกเขาตกหลุมรักกันจริงๆ” พีทได้ฟัง แค่มองตาก็รู้ว่ามันทึ่งแค่ไหนที่ได้ยินข้อมูลดีๆ “มันก็เหมือนกับรักแรกพบ” โยธินเสริม “นอกจากนี้การจ้องตาคู่สนทนาระหว่างพูดคุย จะมีโอกาสสร้่างความสนิทสนมได้ง่ายกว่า เพราะการมองตา แสดงให้รู้ว่าเราสนใจคู่สนทนา รวมถึงสิ่งที่เขาพูด”



    “น่านำไปประยุกต์ใช้ยิ่งนัก”



    “แหน่ะ” นทหรี่ตามองพีทที่ยิ้มกรุ้มกริ่ม “เก็บสายตาไว้มองที่ๆควรเถอะ เดี๋ยวจะไม่มีตาทำงาน อุตส่าห์ตั้งใจเรียนมาตั้งหลายปี” ไม่ปล่อยช่องว่างให้หยุดจิกกัดเบาๆเช่นทุกครั้ง

  พวกเขาทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ม.ต้น ไม่พ้นม.ปลายก็ยังเรียนสายวิทย์-คณิตเหมือนกันห้องเดียวกันอีก ท้ายที่สุดก็มาลงเอยที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน โชคดีที่คณะของทั้งสามไม่ไกลกันจึงนัดรวมตัวเจอกันได้ง่าย พีทเป็นคนที่ร่าเริงออกไปทางเฮฮา ใครคุยด้วยก็สนุก ทำให้พีทเนื้อหอมตั้งแต่อยู่มัธยม ตรงข้ามกับโยธิน ทางบ้านรับราชการทหารตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ย่อมมีระเบียบวินัยเป็นพื้นฐาน เดินทางตามแผนในกรอบ มีขั้นมีตอน แต่ถึงจะเป็นเด็กรักเรียนก็ไม่ได้พูดคุยยากนัก เพียงอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลก็สามารถร่วมถกพูดคุยกันได้ ถ้าให้จำกัดความก็คงเหมือนกับตัวละครสายหนุ่มแว่นเด็กเรียนในการ์ตูนโชเน็น และมีนทเป็นคนนิสัยตรงกลางระหว่างพีทกับโยธิน นทเป็นคนร่าเริงมีเล่นมุกบ้างประปราย แต่เมื่อถึงเวลาต้องจริงจังกับการเรียนกับงานก็ขึงขังไม่แพ้โยธิน​ ด้วยความสมดุลนี้จึงกลายเป็นกลุ่มเพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันยาวนานจวบจนทุกวันนี้ จนกระทั่งถึงเวลาก็แยกย้ายเข้าเรียนตามตารางของตัวเอง















    หมดคาบเรียนอันยาวนานต่างฝ่ายต่างแยกไปหามื้อเที่ยงกินกับเพื่อนในเอก หลังจากพูดคุยเรื่อง’จ้องตากระชับความสัมพันธ์’ เมื่อตอนเช้ากับกลุ่มเพื่อนเก่า นทลองพิสูจน์ดู ขณะที่พูดคุยกับเพื่อนเขาจ้องตาคู่สนทนา ผลที่ได้คือ เขามีสมาธิจับใจความสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมากกว่าปกติ ยิ่งเห็นผลชัดเจนขึ้นเมื่อลองใช้วิธีนี้ขณะปรึกษางานกับอาจารย์ ส่วนโยธินที่หมดคาบเรียนแล้วตั้งแต่เที่ยงขอไปจัดห้องที่หอให้เรียบร้อย ทางพีทติดต้องไปถ่ายงานนอกมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังคุยกันในกลุ่มไลน์ เมื่อหมดคาบเรียนทั้งวันของนท ไม่ทันจะออกมารอรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัย ก็เห็นรถติดยาวผ่านรั้วประตู เขาทำได้เพียงถอนหายใจก่อนเดินไปที่ป้ายรถเมล์

    

    นทหยิบมือถือขึ้นมาเช็คหลังจากมีเสียงแจ้งเตือน ข้อความจากพีทพร้อมแนบรูปนกเค้าแมวไซส์เท่าฝ่ามือขนสีเทาแซมดำ ตากลมโตสีเหลืองดำเกาะบนแขนตน ดูเหมือนห้างที่พีทไปถ่ายงานจะมีจัดงานสัตว์เลี้ยง พีทเลยได้โอกาสใกล้ชิดเจ้านกตาโต


   ‘เหมือนในแฮร์รี่ พอตเตอร์เลย’



   ‘ในหนังไม่ใช่พันธุ์นี้’ โยธินตอบทันที



   พีทส่งภาพนกฮูกสีขาวล้วนเกาะบนคอนไม้อีกตัวมา รูปร่างมันดูใหญ่กว่าตัวแรก

   ‘นี่ เฮดวิกก็มี’



   ‘ตัวนี้แหละ แต่ตัวแรกตาสวย’ นทปล่อยให้พีทผู้รักนกฮูกกับโยธินผู้ชื่นชอบแฮร์รี่ พอตเตอร์คุยกันไป เขาเก็บมือถือเมื่อเห็นรถเมล์รำไร



   โชคดีที่มีที่ว่างให้เขานั่ง แต่เมื่อจอดป้ายข้างหน้า ทันทีที่เห็นเด็กนักเรียนหญิงกำลังเข้ามาก็ลุกขึ้นสละที่นั่งให้ แต่กลับถูกใครก็ไม่รู้นั่งแทนที่ นทสบตากับเด็กหญิงที่เห็นเหตุการณ์ เขาเพียงยิ้มเจือนเช่นเดียวกับเธอที่อมยิ้มให้กับความสุภาพบุรุษของเขา นทหลบพอเหลือที่ว่างให้เด็กหญิงเข้ามาด้านในไม่เบียดเสียดกับคนอื่น ในรถแน่นขนัดนทต้องหันออกไปมองนอกหน้าต่าง แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าใครกำลังมองเขาอยู่ ชายหนุ่มหันไปตามทิศทางสายตา เด็กหญิงคนเดิมแอบมองเขารีบหลุบตามองต่ำทันที เธอรู้สึกปลื้มไม่น้อยที่นทลุกให้เธอนั่ง มากกว่านั้นคือหน้าตาที่หล่อเหลาใช้ได้ การแต่งตัวสะอาดสะอ้าน มีหรือเด็กสาวอายุน้อยกว่าจะไม่มองรุ่นพี่นักศึกษาราวหลุดมาจากซีรีย์วัยรุ่น

   เหมือนติดนิสัยเล่นหูเล่นตาของเพื่อนรัก เขาเลิกสนใจนอกหน้าต่าง แต่มองเด็กหญิงแทน รอดูว่าเธอจะทำอย่างไรต่อ เธอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เห็นหนุ่มมหาลัยรูปร่างหน้าดีกำลังมองเธอห่างแค่เพียงเอื้อมมือเท่านั้น เธอก้มหน้าหลบตาแทบไม่ทัน ท่าทางเขินอายทำนทกระตุกยิ้มสนุก เขาเริ่มเข้าใจพีทที่ชอบหว่านเสน่ห์ใส่สาวๆ พวกเธอเวลาเขินอายน่ารักจริงๆ(อันที่จริงเด็กคนนั้นก็หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักไม่น้อย) ด้วยความสงสารนทเบือนสายตากลับไปที่หน้าต่าง ก่อนใครจะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิต

   


    และนทก็ได้รู้ความรู้สึกของการเป็นผู้ล่า เขาได้ปลดล็อคบางอย่าง มันกำลังจะเริ่มขึ้นเมื่อรถประจำทางจอดที่ป้ายสถานีรถไฟฟ้าสยาม








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #16 ThE_DEssTIiNY (@ThE_DEssTIiNY) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 15:19
    โถถถ พ่อนักล่าาา
    #16
    1
    • #16-1 DAY⭐NATTO (@DaynYoru) (จากตอนที่ 1)
      20 มกราคม 2562 / 23:37
      แพ้ตั้งแต่ก้าวลงสนามเฉ๊ย
      #16-1
  2. #8 Corona_Borealis (@Corona_Borealis) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 11:55
    สนุกมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ
    #8
    1
    • #8-1 DAY⭐NATTO (@DaynYoru) (จากตอนที่ 1)
      7 กันยายน 2561 / 22:20
      ขอบคุณมากๆนะคะ❤️❤️❤️
      #8-1