ตอนที่ 8 : Invention across the edge of galaxy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ก.ย. 61

A New frontier with god : 8

“Invention across the edge of galaxy”

มิวเข้าหน่วยเหลืองมานานประมาณ 3 วัน หล่อนช่วยบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของยานเอนเตอร์ไพรส์ ยาน LAAT และเอกซ์วิงก์ 5 ลำรวมถึงของอนาคิน

อนาคิน: “ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอเหมาะกับหน่วยเหลือง”

มิว: “อย่าดูถูกดิฉันนะคะ~~”

มิวยิ้มเล็กๆให้อนาคิน

อนาคิน: “รู้มั้ยว่าเอกซ์วิงก์ลำนี้เป็นเครื่องประจำตัวฉันเลย ตั้งแต่สงครามโคลนอุบัติขึ้น”

มิว: “สงครามโคลน?”

อนาคิน: “เป็นสงครามระหว่างสาธารณรัฐกับฝ่ายแบ่งแยก เป็นการใช้มนุษย์โคลนเข้าต่อกรกับหุ่นยนต์ฝ่ายแบ่งแยกที่ดุเดือดที่สุด ตอนนี้กำลังเกิดอยู่ถึงจะไม่มีการยิงกัน เอ่อ...สนธิสัญญาหยุดยิง”

มิว: “อย่างนั้นเองเหรอคะ….เอกซ์วิงก์ลำนี้ดูเหมือนมีจิตวิญญาณนะคะ”

อนาคิน: “ใช่...แข็งแกร่งในพลัง โดยเฉพาะตอนฉันขับน่ะนะ”

มิวกับอนาคินหัวเราะคิกคิก

ยูกุ: “วิ้งงงงงงง”

สตาร์ลอร์ด: “เฮ้พวก ยูกุอยากไปเยี่ยมหมู่บ้านที่ลอบบูชาหล่อนน่ะ”

สตาร์ก: “ดี ศึกษาอารยธรรม”

ยูกุ: “วิ้งง!!”

ยูกุดูสดใสขึ้นมาทันที

สตาร์กเตรียมยานมิลเลนเนี่ยมฟาลค่อน อนาคินขึ้นเอกซ์วิงก์ ยานทั้งสองออกจากเอนเตอร์ไพรส์และมุ่งหน้าไปตามทิศที่ยูกุบอก และดูเหมือนอนาคินจะซิ่งเอกซ์วิงก์จนนำหน้าไปหลายโข

ขณะนั้น ชาวบ้านกำลังจัดเตรียมพิธีบางอย่าง มีพืชผักผลไม้เตรียมเลี้ยงเต็มไปหมด ขณะนั้นมีเด็กสาวกำลังง่วนอยู่กับอุปกรณ์ในบ้านร้าง

ต่อไปนี้จะแปลอัตโนมัติ (ตัวเอียง =ภ ภาษาชาวแอนทีลอท)

เด็กสาว: “ดีล่ะ ต้องขายได้แน่ๆ”

เด็กชาย: “เฮ้ อีเด็กวินรี่ ทำไรอยู่อ่ะ”

วินรี่: “แกไม่รู้สินะ ฉันจะแปลภาษายูกุ”

เด็กชาย: “ไม่มีทาง ฉันรู้ว่าสิ่งประดิษฐ์เธอเน่ามาเป็นร้อยเป็นพัน”

แม่เด็กชาย: “ไปเถอะลูก อย่าสนเลย”

วินรี่กำลังประดิษฐ์อะไรบางอย่าง มันเหมือนหุ่นกระป๋อง เธอเคลมว่ามันสามารถแปลภาษายูกุได้

วิ้ววววววว วืออออ

มีเสียงประหลาดคล้ายเสียงเครื่องยนต์ วินรี่ก็ง่วนตามเคย

อนาคินล่วงหน้ามาก่อนมิลเลนเนี่ยมฟาลค่อน และลงจอดเอกซ์วิงก์ในมุมอับ

อนาคินใส่ผ้าคลุมเดินในหมู่บ้านอย่างลับๆ ด้วยพลังฟอร์ซของอนาคินที่เป็นพลังเกี่ยวกับจิตและพลังงานของสิ่งมีชีวิตรอบตัว ทำให้อนาคินสามารถรับรู้ความรู้สึกหรืออ่านใจได้คร่าวๆ และบังเอิญอนาคินไปอ่านใจวินรี่เข้า

วินรี่: “ฮ่าๆ เจ้าหุ่นเสร็จแล้ว แค่กดเปิด”

วินรี่เปิดสวิตซ์หุ่น มันขยับทันที

วินรี่: “ฮ่าๆ เจ้าหุ่น ฉันจะตั้งชื่อว่า…

ซ่า

มีใครบางคนสาดน้ำเข้ามา

วินรี่: “ใครน่ะ!!!”

แกงค์เด็ก: “ฮ่าๆๆ เจ้าวินรี่ จับฉันให้ได้สิ!!!”

หุ่นยนต์เกิดอาการติดขัด และดับลงในทันที

วินรี่: “หนอยแน่!!! แกทำอะไรสิ่งประดิษฐ์ฉันน่ะ!!!”

แกงค์เด็ก: “งั้นก็ออกไปซะ ยัยเด็กโปก!!!”

เป้ง!!!

จู่ๆถังน้ำลอยได้ก็เข้าจู่โจมแกงค์เด็ก

แกงค์เด็ก: “อะไรน่ะ”

มีชายในผ้าคลุมกำลังกวักมือ ถังน้ำฟาดหัวเด็กทีละคน ก่อนที่จะมีโดรนมายิงเลเซอร์ใส่ มันร้อนสุดๆ ชายคนนั้นพูดด้วยภาษาประหลาด แต่เราคุ้นเคย

ชายคนนั้น: “Go away”

แกงค์เด็ก: “ตาคนนั้นพูดไรอ่ะ"

ถังน้ำฟาดแรงขึ้น โดรนเองก็ยิงเลเซอร์ถี่ขึ้น เด็กเริ่มหวาดกลัว

ชายคนนั้น: “Fear me…and get away"

แกงค์เด็กถอยหนีไป ชายคนนั้นเดินเข้าไป

วินรี่: “ใครน่ะ”

ชายคนนั้นไม่ตอบ

วินรี่: “จะมาหัวเราะกับงานของฉันล่ะสิ เชอะ”

วินรี่งอน แต่ชายคนนั้นไปที่หุ่น เขาเปิดเครื่องมือช่างมากมาย และทำการถอดชิ้นส่วน

วินรี่: “จะทำอะไรน่ะ!!!

ชายคนนั้น: “Be Quiet.”

ชายคนนั้นดัดแปลงหุ่นได้อย่างเหลือเชื่อ เชื่อมสายไฟ ต่อเครื่องยนต์ และแทนที่พลังงานไอน้ำเขาก็ติดแบตเตอรี่ยิ่งยวดและพลังงานแสงอาทิตย์ สุดท้าย เขาเขียนโปรแกรมและยัดแผ่นข้อมูลบางอย่างไป

ชายคนนั้น: “Success”

ชายคนนั้นกดสวิตซ์ หุ่นกลับมาทำงานอีกครั้ง

วินรี่: “ม….ไม่น่าเชื่อเลย คุณน้า!!!”

ชายคนนั้นราดน้ำใส่หุ่น

วินรี่: “จะทำอะไรน่ะ!!!

ทว่าหุ่นตัวนั้นไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยแถมยังส่งเสียงปี๊บๆออกมาอีก

วินรี่: “ส….สุดยอดเลย”

ชายคนนั้น: “L3, can you hear me?

หุ่นตัวนี้ส่งเสียงปี๊บ ปี๊บ และปี๊บ ก่อนที่จะชูแผ่นป้าย

L3: “ได้ยินชัดเลยเจ้านาย”

วินรี่: “สุดยอดเลย ว่าแต่ ฉันไม่เข้าใจภาษานี้แฮะ”

L3: “อย่าห่วง วินรี่ เจ้านายฉัน อนาคิน ได้ตั้งภาษาไว้จากฐานข้อมูลเธอ ถึงจะไม่ 100% ก็ตาม”

วินรี่: “สุดยอดเลยน้า!!!

L3 แปลภาษาผ่านหน้าจอที่ชูขึ้น ทำให้อนาคินกับวินรี่เข้าใจกัน อนาคินมานั่งข้างๆ

อนาคินสื่อสารกับวินรี่ผ่านหุ่น พร้อมเรียนภาษาเล็กน้อย พวกเขาแนะนำตัว

จากการสัมพาทย์วินรี่ของอนาคิน วินรี่ื ชาวแอนทิลอท มีความสามารถในเรื่องเครื่องยนต์กลไก และมีความฝันที่จะไปดวงจันทร์ อนาคินเข้าใจดี วินรี่พ่อแม่หายสาบสูญ ว่ากันว่าแม่หล่อนเป็นชาวดวงจันทร์ และหล่อนก็ทำมาหาเลี้ยงชีพกับสิ่งประดิษฐ์ที่ชาวเมืองหาว่าพาซวย เธอเป็นเด็กอายุ 17 แต่หน้าเหมือนเด็ก 15 ปี อนาคินยังทึ่งในอายุขนาดนี้ ทั้งๆที่อนาคินตอน 7 ขวบเคยแต่งยานซิ่งทั่วดาว และการพนันแข่งยานครั้งนั้นทำให้มีการค้นพบว่าเขาคือเจได อนาคินยังไม่เปิดเผย และแล้วก็ถึงตาอนาคิน

ต่อไปนี้จะแปลภาษาอัตโนมัติ (ตัวเอียง = ภาษาชาวแอนทีลอท)

อนาคิน: “อยากไปดวงจันทร์เหรอ ยอซก้่า”

วินรี่: “แน่นอน น้าอนาคิน!!! หาแม่ของฉัน”

อนาคิน: “รู้มั้ย ดวงจันทร์ไกลเท่ไหร่”

วินรี่: “กะลองภูมิล่ะสิ ก็ (100,000 กม) อันนี้ไม่นับอีกดวงเล็กๆ (150,000)นะ ไกลสุดๆ

อนาคิน: “ฮะฮะ ฮ่าๆๆ ชาวแอนทิลอทนี่โบราณดีจัง”

วินรี่: “ฉันจะไปให้ได้เลย คอยดูเถอะ แล้วฉันเป็นมนุษย์ ไม่ใช่แอนทิลอทอะไรนั่น”

อนาคิน: “ก็เพราะฉันมาจากที่ที่ไกลกว่านั้น แถมยังผ่านดวงจันทร์ของเธอด้วย”

วินรี่: “หา? น้ามาจากที่ไหนเหรอ ไกลขนาดนั้น”

อนาคินชูสัญลักษณ์ 2 อัน คือของเจไดและสตาร์ฟลีท

อนาคิน: “อนาคิน สกายวอกเกอร์ จากสาธารณรัฐแกแลคติก และตอนนี้ขึ้นตรงกับสหพันธ์ดวงดาว”

วินรี่มึนงงเป็นอย่างมาก

อนาคิน: “มาจากต่างดาวน่ะ”

วินรี่: “ต...ต่างดาว?! ถึงว่าสิ พูดภาษาเราไม่ได้ แถมมีความสามารถอีก”

อนาคิน: “ฉันจะเล่าเรื่องการเดินทางของฉันเอง

อนาคินเล่าเรื่องของเขาให้วินรี่ อนาคินอยู่ต่างแกแลคซี่กับวินรี่ ระยะทางถึงขนาดแสงยังใช้เวลาเป็นล้านปีกว่าจะมาถึง เขาเกิดบนทาทูอีนเป็นลูกคนรับใช้เอเลี่ยนขายชิ้นส่วน แต่ด้วยศักยภาพในพลังฟอร์ซและวิศวกรรม เขาพิสูจน์ด้วยการคว้าแชมป์การแข่งขันยาน ก่อนที่จะมีเจไดมารับตัวไปฝึก เขาผจญภัยและกอบกู้สันติภาพและต่อสู้บนดาวหลายดวงในฐานะเจไดที่มีความแข็งแกร่งเป็นลำดับต้นๆ ทั้งการสู้บนดินด้วยไลท์เซเบอร์หรือการขับยานไล่ยิง และหันมาทำงานให้สหพันธ์ และพบกับเพื่อนร่วมทางอย่างสตาร์ก ทีลค์ สป๊อก สตาร์ลอร์ด พวกเขาเป็นทีมที่ดี และทำงานด้วยกันก่อนที่จะไปสำรวจโบราณสถาน “โมโนไลท์” และถูกดูดมา

อนาคินอธิบายเรื่องฟอร์ซ ฟอรฺ์ซคือสิ่งที่มอบพลังอำนาจให้กับเหล่าเจได มันเป็นสนามพลังที่ถูกสร้างโดยสิ่งมีชีวิตทั้งมวล มันอยู่รอบตัวเรา และแทรกซึมเข้าไปในตัวเรา รวมทั้งเชื่อมโยงกาแลกซีทั้งกาแลกซีเข้าไว้ด้วยกัน เจไดคือผู้ใช้ฟอร์ซที่มุ่งหวังสันติ อนาคินสาธิตโดยการใช้ฟอร์ซยกหุ่น หุ่นลอยขึ้น วินรี่ตื่นเต้นกับพลังนี้ แต่อนาคินก็เตือนว่ามีผู้ใช้พลังนี้ในการทำลาย คือซิธ เรื่อง L3 มันเคยเป็นหุ่นที่ซื่อสัตย์ แต่ก็ถูกทำลายเหลือเพียงหน่วยความจำกับ CPU ที่เปรียบได้กับสมอง แต่ที่แน่ๆตอนนี้พวกของอนาคินต้องการแหล่งพลังงานให้ยาน

วินรี่สงสัยทรงกระบอกเหล็กและกระบอกเหล็กด้านหลัง อนาคินสาธิตด้วยการเปิดทรงกระบอก นี่คือ “ไลท์เซเบอร์” ดาบพลังงานล้วนที่เป็นอาวุธของเจได มันอาจต้องฝึกฝนมากกว่าปืน แต่เป็นอาวุธที่ช่วยชีวิตเขามานับไม่ถ้วนแม้แต่ศัตรูที่ใช้ปืนเป็นกองทัพ อนาคินยังให้ดูปืนบลาสเตอร์ไรเฟิล ที่เป็นอาวุธปืน วินรี่ตื่นเต้นสุดๆที่ได้เห็นของพวกนี้

วินรี่: “สุดยอดเลยน้า อยากประดิษฐ์ได้บ้างจัง”

อนาคิน: “ถ้าอยากได้ ลองเป็นลูกยานเอนเตอร์ไพรส์ดูมั้ย”

วินรี่: “ยานเอนเตอร์ไพรส์?”

อนาคิน: “ชื่อยานที่เราใช้เพื่อมาที่นี่ ด้วยวิทยาการ “วอร์ปไดรฟ์” น่ะ”

วินรี่: “อ่าาาา….ขอคิดดูก่อน”

สตาร์ก(วิทยุ): “อนาคิน อยู่ไหนน่ะ”

อนาคิน: “ฉันเจอเด็กที่สร้างหุ่นยนต์แปลภาษาได้น่ะ เลยคุยกับเธอ แถมฉันยังชวนเป็นลูกยานด้วย นายจะรับมั้ย”

วินรี่: “คุยกับใครอ่ะ น้า”

อนาคิน: “กัปตันยานน่ะ สนใจไปกับฉันมั้ย”

วินรี่ตอบตกลง ก่อนที่จะเดินมากับอนาคิน อนาคินคลุมผ้าให้ ก่อนที่จะนำพาหล่อนมาที่เอ็กซ์วิง

อนาคิน: “นี่ยานส่วนตัวน้า เอ็กซ์วิงก์ สนใจลองขึ้นมั้ยล่ะ"

วินรี่: “โอ้โห!!!!”

อนาคินออกตัวบิน ข้างในมี L3 และบินไปที่ลับตาคนให้วินรี่ได้สัมผัส อนาคินบินสูงขึ้นไป วินรี่ตื่นเต้นราวรถไฟเหาะ อนาคินพบกับมิลเลนเนียมฟาลค่อนก่อนชวนไปลงจอดชั่วคราว ตอนนี้พระอาทิตย์ไกล้ตกดินแล้ว พวกเขาคุยกับวินรี่

สตาร์ก: “สวัสดี วินรี่”

วินรี่: “L3 คุง แปลภาษาหน่อยจิ”

L3 ดูเหมือนจะเซ็งที่ต้องทำหน้าที่แปลภาษา แต่สป๊อกเสนอให้นำฐานข้อมูลภาษามาใส่ไว้ในเครื่องพกพา

วินรี่: “เอ๋ น้าจะนำฐานข้อมูลไปแปลภาษาเหรอ”

สป๊อก: “อืม...เดี๋ยวกะว่าจะนำหุ่นตัวนี้และฐานข้อมูลแอนทิลอทไปศึกษา”

วินรี่: “บอกว่าไม่ใช่แอนทิลอทไง โถ่”

สป๊อก: “แต่ท่านเป็นเผ่าพันธ์ต่างดาวสำหรับเรา เราจึงต้องเรียกแอนทิลอท”

วินรี่: “ใจร้ายจัง ว่าเราเป็นเอเลี่ยนด้วย”

สตาร์ก: “ว่าแต่ เธอสนใจมาร่วมกับเรามั้ย เธอน่าจะมีประโยชน์กว่าพวกนั้น เธออยากได้อะไรล่ะ”

วินรี่: “น้าคะ...หนูอยากไปดวงจันทร์ค่ะ!!!”

สตาร์ก: “งานหมูๆ แต่ตอนนี้ เราขาดสิ่งหนึ่ง…

วินรี่: “อะไรคะ?”

สตาร์ก: “แหล่งพลังงานใช้วอร์ป”

วินรี่: “วอร์ป?”

สตาร์กอธิบายการวอร์ปให้ฟัง เป็นการเดินทางเหนือความเร็วแสง และสตาร์กเองก็อธิบายเรื่องสภาพของดวงจันทร์ว่าไม่มีอากาศ...แต่วินรี่บอกว่ามีผู้อาศัยบนดวงจันทร์...นั่นทำให้สตาร์กสนใจการสำรวจขึ้น แต่ไว้ภายหลัง อนาคินชวนวินรี่เที่ยวอวกาศ และอนาคินก็บินไปกับวินรี่บนอวกาศ พลางสำรวจไปด้วย

วินรี่: “ลุงอนาคินคะ รู้ใช่ไหมว่าหนูขาดพ่อและแม่น่ะ”

อนาคิน: “อืม ว่าแต่ ทำไมเหรอ”

วินรี่: “ช่วย...เป็นพ่อคนที่สองของหนูได้ไหมคะ?”

อนาคิดคิดด้วยความกังวล แต่เขาตัดสินใจแล้ว

อนาคิน: “ได้สิ วินรี่”

วินรี่ดีใจสุดๆ ส่วนอนาคินเองก็คิดจะถ่ายทอดวิชาช่างกลและวิชาเจไดให้เช่นกัน

ตกดึก ชาวบ้านกำลังทำพิธีบูชายูกุ มีผลไม้และอาหารมากมาย พวกเขาเต้นรำบูชาและขอพร

“วิ้งงงงงงงงง”

ชาวบ้าน: “นั่นเสียงอะไร”

ชายแก่: “ท่านยุกดราซิล นั่นแหละ”

จู่ๆต้นไม้ก็งอกขึ้นเป็นลานต้นไม้ มีไม้เรืองแสงคอยให้แสงสว่าง ยูกมอบเมล็ดพันธ์และทำให้พืชผลเจริญงอกงามทันที

ชายแก่: “โออออออ ท่านยุกดาซิล ตั้งแต่ 100 ปีก่อนท่านก็ยังงดงาม”

ยูกุ: “วิ้งงงงงงงงง (ท่านองก็อายุ 117 ปีแล้ว)

ชายแก่: “ตั้งแต่อายุ 17 ข้าได้กินผลไม้แห่งธรรมชาติของท่านจนฟังท่านได้”

ยูกุ: “วิ้งงงงงงงงงงงงง (แหม ยังจำได้อีกเหรอ)

ชายแก่ : “เพราะผลไม้ของท่านทำให้ข้าอายุยืนเพียงนี้ ท่านยุกดราซิล ตอนนี้ใครคือผู้กินผลไม้ล่ะ”

ยูกุชี้นิ้วขึ้นข้างบน ทุกคนในหมู่บ้านมองตาม

ยานมิลเลนเนี่ยมฟาลค่อนและเอกซ์วิงก์ที่ขนาบข้างกำลังลอยบนฟ้า พวกชาวบ้านต่างแตกตื่น ก่อนที่จะลงจอดบนลานไม้ที่ยูกุเตรียมไว้ให้ยูกุ วินรี่และอนาคินออกมาจากเอกซ์วิงก์

เด็กชาย: “นั่นวินรี่ไม่ใช่เหรอ”

เด็กชาย: “อย่าบอกนะว่ายัยนั่นกินผลไม้น่ะ”

เด็กหญิง: “ฉันว่าเป็นคุณน้าในชุดผ้าคลุมมากกว่า แต่เหล็กลอยได้ทำฉันกลัวไปหมด”

ประตูยานมิลเลนเนี่ยมฟาลค่อนได้เปิดขึ้น สตาร์ก สป๊อก ทีลค์ อินุยาชิกิ สตาร์ลอร์ด มิว เดินออกมาจากยานมิลเลนเนี่ยมฟาลค่อน

วินรี่: “L3 แปลภาษายูกุสิ”

ยูกุ: “วิ้งงงงงงงงงง”

L3 ส่งเสียงปี๊ปก่อนที่จะชูหน้าจอและแสดงข้อความ รวมถึงจอมอนิเตอร์ของเครื่องแปลอัตโนมัติของสป๊อกที่ติดที่ทีมมนุษย์อวกาศ 01

L3: “ปิ๊บปู่วปู่วปี๊บ (จอ 2 ภาษา: ยูกุพูดสวัสดีค่ะ)

สตาร์ลอร์ด: “L3 พูดถูก”

ยูกุ: “วิ้งงงงงงงงงงงงงงงงง”

L3 “ปิ๊บปู่วปู่วปี๊บ (จอ 2 ภาษา: ดีใจ...หุ่น….ทำงานได้)

สป๊อก: “มันเป็นเรื่องยากที่จะแปลภาษาที่มีแต่เสียงวิ้ง”

สตาร์ลอร์ด: “หล่อนดีใจที่หุ่นแปลภาษายูกุได้”

ชายแก่:”ยูกุ นี้มันเรื่องอะไรกัน”

ยูกุ: “วิ้งงงงงงงงงงงง”

ชายแก่: “ใครคือสตาร์ลอร์ด?”

ยูกุ: “วิ้งงงงงงงงงงงง”

ชายแก่: “คนที่ใส่เสื้อแปลกๆคนนั้นรึ ที่ใส่หน้ากากตาแดง

ยูกุ: “วิ้งงงงงงงงงงงง”

สตาร์ลอร์ด: “ใช่ ถูกอย่างยูกุ ฉันคือสตาร์ลอร์ด”

ทีลค์: บอกอะไรให้ ฉันล่ะปวดหัวกับเรื่องภาษาจริงๆ

ชายแก่: “พวกท่านพูดอะไรกัน”

ยูกุ: “วิ้งงงงงง (ปัญหาเรื่องภาษาน่ะ และก็….)

ยูกุยกมือท่าวัลแคนก่อนที่พวกสตาร์ก อนาคิน สป๊อก ทีลค์ สตาร์ลอร์ด อินุยาชิกิ มิว จะทำตาม วินรี่ลังเลและทำตาม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vulcan emoji

สตาร์ก: “เราคือมนุษย์อวกาศ เราเป็นตัวแทนมาจากอวกาศ และเรามาอย่างสันติ”

L3: ปิ้ป ปิ๊ป ปู่ว ปี๊บ

L3 นำเสนอข้อความผ่านหน้าจอที่ทีลค์และมิวช่วยกันติดตั้งก่อนหน้านี้

สตาร์ก: “เราหวังว่า ชาวแอนทิลอทจะยอมรับการมาของเรา

ยูกุช่วยแปลภาษาผ่านเสียงวิ้ง ชายแก่คนนั้นบอกเล่ากับแขกและคนในหมู่บ้านแบบปากต่อปาก พวกเขาลังเลและประชุมกัน

อินุยาชิกิ: “หวังว่าพวกเขาคงไม่ฆ่าแกงโลธัลและรู้วิธีสร้างความประทับใจครั้งแรก”

มิว: “เหมือนเรากับมารส์เนอะ คุณผัว”

งานเลี้ยงจัดต่อไป โดยมีมิวเป็นผู้ร้องเพลงตามที่เธออยาก ยูกุแจกน้ำผลไม้อายุยืนให้ สตาร์ก อนาคิน สป๊อก เฝ้าดูวินรี่นำเสนองานประดิษฐ์ ทันทีที่งานเธอเสีย อนาคินก็เข้าแก้ไขเป็นปกติ โดยมี L3 เป็นล่าม ทีลค์คอยดูแลตวามสงบกับอินุยาชิกิ

ชายแก่คนเดิมนำจดหมายมาให้อนาคินและวินรี่ L3 และวินรี่ทำหน้าที่แปล

“ถึงอนาคินและวินรี่ พวกเธอเป็นสิ่งหนึ่งที่ข้าไม่เคยพบเคยเห็นเป็นรอบร้อยปี พวกท่านราวกับมาจากสถานที่แสนไกล ดูเหมือนท่านบอกว่ามาจากโลกอื่น เอาเถิด ข้าจะบอกที่ที่มีสิ่งที่ท่านต้องการให้ ในอีก 3 วันในเมือง “บิสคอตติ” จะมีการแข่งขันยานพาหนะลอยได้ และการประลองกำลัง ที่นั่นอาจมีของที่ท่านต้องการ และก็ ท่านอนาคิน ยานพาหนะสีแดงของท่าน “X-Wing” (เขียนอังกฤษแบบเบี้ยวๆ) ของท่านไม่ใช่ยานพาหนะธรรมดา หากแต่เธอมีจิตวิญญาณแห่งยานพาหนะ จงทำให้หล่อนสมหวังด้วยการรับใช้เจ้า และหล่อนมีอีกภาคของยานพาหนะอยู่ ท่านอาจจะงง แต่จงนำ “X-wing” ลงแข่งยานพาหนะเสีย เพื่อผลประโยชน์ท่านเอง -หัวหน้าหมู่บ้านใบไม้เขียว”

ชายแก่คนนั้นโค้งตัว อนาคินและวินรี่โค้งตัวก่อนทำท่าวัลแคนตามหลักสตาร์ฟลีท

หลังเที่ยงคืน สตาร์ก อนาคิน สป๊อก ทีลค์ สตาร์ลอร์ด อินุยาชิกิ ยูกุ มิว วินรี่ L3 เดินทางกลับยานเอนเตอร์ไพรส์ วินรี่ดูตื่นเต้นกับยานเอนเตอร์ไพรส์มาก อะไรๆก็มหัศจรรย์ไปหมด พวกเขาไปหลับพักผ่อน ก่อนที่อีก 3 วัน พวกเขา….จะเข้าเมืองตามจดหมายของอนาคินและวินรี่

จบตอน

==================================================================


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น