ตอนที่ 4 : What is this Planet

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ก.ย. 61

A New frontier with god : 4

“What is this Planet”

ในที่สุด ทีมของสตาร์ก อนาคิน สป๊อก ทีลค์  สตาร์ลอร์ด อินุยาชิกิ ก็ได้ตั้งชื่อทีมว่า “มนุษย์อวกาศ 01”

ตูม!!!

ขณะนี้ทีมมนุษย์อวกาศ 01กำลังทดสอบอาวุธร่วมกัน และหาอาหาร โดยการโจมตีสัตว์ร้ายแถวนั้น

คนแรก อนาคิน เขาใช้ไลท์เซเบอร์กำจัดสัตว์ร้าย ฟันมันขาดด้วยความร้อน ระเบิดพลังปลัก และเขาก็ใช้ฟอร์ซปาดาบแล้วดึงกลับมา เขามีโล่พลังงานอันทรงพลังกันกระสุนได้  และดาบเลเซอร์ที่ฟันและเจาะได้ทุกอย่างด้วยความร้อนแม้แต่เกราะหนาหรือผนังยาน อนาคินใช้รองเท้าบูสต์กระโดดสูง 15 ไปมาโดยไม่เหนื่อยหรือเจ็บด้วยพลังรองเท้า และยังสามารถรู้ตำแหน่งศัตรูคร่าวๆได้ด้วยฟอร์ซสุดโกง ขนาดลุงอินุยาชิกิยังอึ้ง

เทียบกับ FPS อนาคินคือหน่วยจู่โจมแนวหน้า Moba อนาคินคือไฟต์เตอร์

ถัดมา สป๊อก เรลกันของเขามีอานุภาพสูง ถึงจะยิงช้า แต่สป๊อกก็สามารถหลบการโจมตีได้ และเลือกที่จะโจมตีจากระยะไกลอย่างแม่นยำ เขายิงสัตว์ร้ายทีละตัวด้วยเรลกัน  สป๊อกขี่กระดานลอยช่วย ทำให้เขาหลบไว ถึงจะบินได้ไม่เท่าเจ็ตแพก

เทียบกับ FPS สป๊อกคือหน่วยสไนเปอร์ Moba สป๊อกคือซัพพอร์ท

ต่อมา ทีลค์ ถล่มไม่ยั้ง ด้วยสตาฟฟ์ อาวุธหลักของกูลด์ ที่มีอานุภาพในการระเบิด ไหนจะเครื่องยิงลูกระเบิด ต่อให้มาเป็นฝูง ก็โดนบึ้มอยู่ดี ถ้าไม่เจอเกราะเกราพลังงานหรือผู้ใช้ฟอร์ซแบบอนาคินหรือเจอบูลโดเซอร์ ถ้าเจอแบบนั้นก็ดุเดือดเหมือนกัน

เทียบกับ FPS ทีลค์คือหน่วยปืนหนัก Moba ทีลค์คือแครี่

และก็ สตาร์ก ด้วยชุดเกราะสุดไฮเทคทำให้เขาชกต่อยสัตว์ร้ายหงาย และชุดเกราะก็ถึกมาก แถมยังเหาะได้และมีปืนพลังงานที่มืออีก และยังยิงมิซไซล์ถล่มพวกสัตว์ร้าย
เทียบกับ FPS สตาร์กคือรถถัง Moba สตาร์กคือแทงค์
จากนั้น อินุยาชิกิ ลุงแกใช้มือต่อยสัตว์ร้าย แต่ก็โดนทำร้าย ทว่ามือลุงเปลี่ยนเป็นปืนทั้งสองข้าง ข้างหนึ่งเป็นปืนกระสุนดัดแปลงจากที่พังเป็นเรลกันโดยฝีมืออนาคิน ข้างหนึ่งเป็นปืนพลังงาน สนับสนุนโดยอนาคินเช่นกัน ลุงตอบโต้ด้วยการยิงปืนทั้งสอง และยังยิงมิธไซล์จากหลังถล่มสัตว์ร้าย และเหาะขึ้นไปแปะมือกับสตาร์ก
เทียบกับ  FPS อินุยาชิกิคือฮอจู่โจม Moba อินุยาชิกิคือแครี่อีกคน
สุดท้าย สตาร์ลอร์ด จอมเกรียนปืนพก เขาทักทายสัตว์ร้ายจนโดนเตะออกมา ทว่าเขาเตะคืนด้วย “ลูกเตะสตาร์ลอร์ด” ที่บูสต์ด้วยรองเท้าจรวด เขาเตะสัตว์ร้ายจนร้องเอ๋งและสตาร์ลอร์ดก็ตีลังกาแลนด์ดิ้งก่อนที่จะอัดปืนพกใส่สัตว์ร้าย เขาหัวเราะก่อนที่จะหลบสัตว์ด้านหลังจนสัตว์ไปหัวชนกับต้นไม้และยิงอัด แถมยังกระโดดเป็นมาริโอ้เหยียบหัวสัตว์ร้ายเล่น
เทียบกับ FPS สตาร์ลอร์ดคือตัวลาส Moba สตาร์ลอร์ดคือแอสซาซิน
สภาพทีมปัจจุบันก็แบบนี้

สตาร์ก/อนาคิน/สป๊อก/ทีลค์/สตาร์ลอร์ด/อินุยาชิกิ

ในที่สุด การอวดอาวุธก็จบลง พร้อมกับเนื้อกับผลไม้ที่พอเลี้ยงคนทั้งยานได้ 1 เดือน แต่พวกเขาต้องสำรวจดาวต่อไป อานานิคมยังไม่ถูกตั้ง เพราะไม่มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา และมีลูกเรือน้อยเกินไป

ยานมิลเลนเนียมฟาลค่อนออกจากท่าจอดอีกครั้ง คราวนี้ภารกิจคือ ค้นหาเชื้อเพลิง หรือ สิ่งมีชีวิตทรงปัญญา ภายในมี สตาร์ก อนาคิน สป๊อก ทีลค์ สตาร์ลอร์ด อินุยาชิกิ บนยาน

ทว่าตอนนี้ก็ตอนเย็นแล้ว ยานมิลเลนเนียม ฟาลค่อนก็ยังบินวน

สป๊อกใช้วิธีการบินเป็นวงกลมจากยานเอนเตอร์ไพรส์ เพราะไม่รู้ว่าจะมีอารยธรรมจากที่ไหน แต่นั่นทำให้มันใช้เวลานาน ถึงใช้ยาน LAAT ที่มีอยู่ 4 ลำ ของสาธารณรัฐช่วย แต่ไม่พบวี่แวว แม้แต่พลังหยั่งรู้ของอนาคิน

ดาวดวงนี้ยังไม่ค้นพบไวรัสที่เป็นอันตราย แต่ด้วยปริมาณออกซิเจนที่สูงจะทำให้เกิดอาการเมาได้


LAAT

ตอนนี้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าร่ำไร พระอาทิตย์ช่างสวยงาม

ทีมมนุษย์อวกาศ 01ทั้งทีมเหนื่อยล้า และด้วยสภาพคนขับและลูกเรือจึงตัดสินใจลงจอดบนทุ่งหญ้าเขียวชุ่มและมีดอกไม้ แต่นั่นมีเหตุผลอื่นที่ไม่กลับไปยานเอนเตอร์ไพรส์ เพื่อให้มีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญามาพบ

ตกดึก สตาร์กย่างโจโคโบะกิน และนั่งวงล้อมกับ อนาคิน สป๊อก ทีลค์ สตาร์ลอร์ด อินุยาชิกิ

สตาร์ก: “อร่อยจัง ไอเดียดีที่เอาชื่อสัตว์ในเกมโบราณอย่างไฟนอลมาตั้ง โจโคโบะ”

อินุยาชิกิ: “สตาร์ก ฉันมีเรื่องอยากจะบอกเกี่ยวกับโจโคโบะ”

สตาร์ก: “อะไรเหรอ ลุงอินุยาชิกิ”

อินุยาชิกิ: “บนดาวฉันไม่มีเจ้าสิ่งมีชีวิตนี่ และสัตว์ร้ายที่เราโจมตีเมื่อเช้าก็เหมือนกัน สิ่งมีชีวิตเปลี่ยนไปหมดเลย มีไม่กี่ตัวที่ฉันรู้จัก”

อนาติน: “ก็ตั้ง 1000 ปีนิลุง”

สป๊อก: “อนาคิน การวิวัฒนาการต้องใช้เวลาเป็นล้านปีเลยนะ”

อินุยาชิกิ: “ไม่แน่ดาวเราอาจถูกรังสีจากสงครามก็ได้”

ทีลค์: “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ”

อินุยาชิกิ: “ฉันเองก็ไม่รู้”

ทุกคนแหงนมองท้องฟ้าที่มีแกแลคซี่ขนาดใหญ่ และดาวจำนวนมาก

อนาคิน: “ตอนเด็กฉันเคยมีความฝันว่าจะได้เดินทางทั่วแกแลคซี่ แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้ข้ามขอบแกแลคซี่มาที่นี่...มันเหนือกว่าความฝันของฉัน...ไม่สิ มนุษยชาติ”

ทีลค์: “ในจักรวาลมีดาวที่เราไม่รู้จักมากมาย และอาจมีอารยธรรมแปลกๆก็ได้นะ”

สป๊อกถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยกล้องที่เปิดกล้องนาน

สป๊อก: เหตุการณ์หายากแบบนี้ คงมีเพียงแกแลคซี่อื่น อีกพันล้านปี ดาราจักรนี้จะรวมกันเหมือนทางช้างเผือกและแอนโดรเมดา

สตาร์ลอร์ด: “แม้เราจะเจอสิ่งที่แปลกในแกแลคซี่เรา อีกหลายล้านแกแลคซี่ในจักรวาลจะมีเรื่องแปลกกว่าเสมอ

อินุยาชิกิ: “ฉันเองก็ชอบดูดาว ไม่แน่ในจุดบนฟ้าคือแกแลคซี่ของพวกเธอก็ได้ อวกาศนั้นอันตรายแต่ก็สวยงาม”

สตาร์ก: “ฉํนนับถือในความสามารถของมนุษย์และมนุษย์ต่างดาวทุกคน ที่พาเรามาไกลขนาดนี้… เราข้ามขอบจักรวาล”

ทุกคนต่างชื่นชมในความงามของอวกาศบนทุ่งหญ้า ข้างหลังมีมิลเลนเนียม ฟาลค่อน

ทุกคนเข้าพักผ่อนบนยานมิลเลนเนี่ยม ฟาลค่อน และรอการสำรวจในวันต่อไป

- เช้าวันต่อมา -

สตาร์ลอร์ดงัวเงียอยู่ด้านนอก

วิ้ง วิ้ง ฮิฮิ

สตาร์ลอร์ด: “หา? หืม?

สตาร์ลอร์ดได้ยินเสียงประหลาด เหมือนเสียงผู้หญิง…

สตาร์ลอร์ดเห็นเหมือนมนุษย์ผู้หญิงตัวเล็กและมีปีกผีเสื้อ ตัวเรืองแสงเล็กน้อย

สตาร์ลอร์ด: “สิ่งมีชีวิตพันธ์ุใหม่เหรอ...ร่างเหมือนมนุษย์...สิ่งมีชีวิตทรงปัญญา!!!”

สตาร์ลอร์ดลุกขึ้นมา และพยายามจะจับมัน แต่มันวิ่งหนี แล้วมันก็บินหลบเข้าไปในดงดอกไม้ สตาร์ลอร์ดหน้าคะมำลงไปกับกองดอกไม้

สตาร์ลอร์ด: “อยู่ไหน มันอยู่ไหน เจ้าสิ่งมีชีวิต”อยู่ไหน มันอยู่ไหน เจ้าสิ่งมีชีวิต”

สตาร์ก: “มีอะไร สตาร์ลอร์ด”

สตาร์ลอร์ด: “สิ่งมีชีวิตทรงปัญญาล่ะ รูปร่างมันคล้ายมนุษย์ มีปีกผีเสื้อ พูดได้”

อนาคิน: “สตาร์ลอร์ด ใจเย็นๆ”

สตาร์ลอร์ด: “ฉันเห็นจริงๆนะ ตัวเรืองแสงด้วย”

สป๊อก: “มีความเป็นไปได้ แต่ที่สตาร์ลอร์ดพูดมันเหมือนภูติในนิยายแฟนตาซี”

อินุยาชิกิ: “บนดาวฉันไม่มีสิ่งที่สตาร์ลอร์ดพูด”

ทีลค์: “และเป็นไปได้ว่าสตาร์ลอร์ดอาจเมาออกซิเจน”

สป๊อก: “เป็นไปได้”

สตาร์ลอร์ด: “กูบอกว่ากูไม่เมา!!! ดูสิ ยังเดินเป็นเส้นตรงอยู่เลย โอ๊ย!!!”

สตาร์ลอร์ดพยายามเดินเป็นเส้นตรง แต่ดันสะดุดยอดหญ้าล้มลงไป

ทีลค์: “เฮ้อ ฉันว่าแกเมาล่ะ”

สตาร์ก: “กลับขึ้นยานมิลเลนเนี่ยมฟาลค่อนได้แล้ว”

วิ้งงงงงง วิ้งงงงง

ทีมมนุษย์อวกาศ 01ทุกคนได้ยินเสียงนี้ เสียงดังก้องกังวาลราวกับระฆังเหมือนมีใครกำลังร้องเพลง

สตาร์ก: “มีใครได้ยินอะไรมั้ย”

อนาคิน: “เสียงวิ้งอันก้องกังวาน”

ทีลค์: “จากในป่า ทางตะวันตก”

สป๊อก: “เราควรไปสำรวจ”

อินุยาชิกิ: “ฉันเองก็ไม่เคยได้ยิน”

สตาร์ลอร์ด: “บอกแล้วไงว่าฉันไม่เมา”

เป้ง

สตาร์ลอร์ดโดนสตาร์กทุบหัว สุดท้ายทีมมนุษย์อวกาศ 01ก็สำรวจป่า

- ครึ่งชั่วโมง -

ทีมมนุษย์อวกาศ 01ไม่พบเจ้าของเสียง แต่โชคดีที่เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ทว่ามันเป็นทางขึ้นเขา มันไม่สะดวกที่จะนำมิลเลนเนี่ยมฟาลค่อนมา พวกเขาจึงใช้วิธีเคลื่อนที่แบบต่างๆ สตาร์กและอินุยาชิกิเหาะด้วยไอพ่นด้านหลัง อนาคินกระโดดด้วยรองเท้าพิเศษผสมพลังฟอร์ซราวกับนินจา สป๊อกขนาบข้างอนาคินด้วยแท่นเหาะ และทีลค์กับสตาร์ลอร์ดใช้มอไซค์อวกาศลอยได้ สภาพป่าเป็นป่าสน จนกระทั่งอนาคินพบน้ำตกที่มีความเรืองแสงบนภูเขา ถึงจะมีระยะเพียง 500 เมตร แต่มันก็หินเหมือนกัน อนาคินเรียกทุกคนมาที่น้ำตก

พวกเขาเลาะป่าไป เปิดพุ่มไม้ที่บังทาง เสียงวิ้งดังขึ้นเรื่อยๆ

ทีมมนุษย์อวกาศ 01: “ว๊อดเดอะฟัก…”

สิ่งที่พวกเขาพบเห็น คือหญิงสาวผมชมพูในชุดแปลกๆ กำลังลอยเหนือทางน้ำหน้าน้ำตก น้ำสะอาดและมีสีใส

ผมสีชมพูอันพริ้วไหว ชุดอันสวยงาม ผิวอันละเอียดอ่อน ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติ กลิ่นอันอบอุ่นและหอมหวาน เสียงอันไพเราะ ที่แน่ๆ...เป็นสาวน้อยที่ตัวใหญ่ประมาณ 4 เมตร

วิ้งงงงงงงงงงงงงงง

เสียงนั่นเป็นของหล่อนอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ และก็เห็นมนุษย์ตัวเล็กที่ตรงกับที่สตาร์ลอร์ดอธิบาย

อินุยาชิกิ: “ถูกอย่างที่สตาร์ลอร์ดพูด สิ่งมีชีวิตที่ฉันไม่เคยเห็น สาวคนนั้นก็เช่นกัน”

สตาร์ลอร์ด: “บอกแล้วไงว่าฉันไม่เมา”

ว่าแล้ว อนาคินก็รู้ถึงสิ่งมีชีวิตด้านหลังโดยพลังฟอร์ซหยั่งรู้ เขาจึงหันกลับไป

พบฝูงสัตว์ร้ายจำนวน 10 ตัว รูปร่างคล้ายหมาป่าสีเทามีหางกะหูปิกกะจู

อนาคิน: “ระวัง!!!”

อนาคินกางโล่โล่และเปิดดาบไลท์เซเบอร์ พลังงานป้องกันสัตว์ร้ายที่พุ่งมาตัวแรก แล้วใช้ไลท์เซเบอร์ตัดคอมัน สตาร์กยิงพลังงานขู่ แต่ดูเหมือนมันไม่กลัว มันพุ่งหาสตาร์ลอร์ด และมันก็พุ่งใส่สตาร์ลอร์ดจนพุ่งออกนอกพุ่มไม้ สตาร์ลอร์ดตอบโต้ด้วยการเตะหำด้วย “ลูกเตะสตาร์ลอร์ด” จนมันกระเด็น และยิงปืนใส่ สป๊อกกับทีลค์ยิงปืนใส่คนละตัวอย่างง่ายดาย อินุยาชิกิต่อยอีกตัวและอัดปืนพลังงานเข้าท้อง อนาคินแทงด้วยไลท์เซเบอร์ ดาบที่เป็นพลังงานล้วนไป 2 ตัวตอนนี้เหลือจ่าฝูงกับอีก 2 ตัว มันจ้องทีมมนุษย์อวกาศ 01อย่างเยือกเย็น ก่อนที่มันจะโจมตีทั้ง 3 ตัว ...และโดนสตาร์ลอร์ดยิงทันที อีกตัวโดนสตาร์กต่อย เหลือตัวสุดท้าย สตาร์ลอร์ดคึกจากไหนไม่รู้ วิ่งเข้าใส่และเตะก้านคอจ่าฝูง

สตาร์ลอร์ด: “ลูกเตะสตาร์ลอร์ด!!!”

สตาร์ลอร์ดเตะก้านคอสัตว์ร้าย ก่อนที่จะอัดปืนใส่

สตาร์ลอร์ด: “ของกล้วยๆ”

สาวน้อย: “*วิ้งงงงงงงงงงง*”

สตาร์ลอร์ด: “หืม สาวผมชมพูคนนั้น กลัว?”

สาวน้อยผมชมพูตัวสั่น ก่อนหายใจ หันซ่้ายหันขวา และกวักมือเรียก

สาวน้อย: “*วิ้งงงงงงงงงง*”

แคร่ก แคร่ก แคร่ก แคร่ก แคร่ก

ไม้งอกเป็นเก้าอี้และโต๊ะกลางน้ำ สาวน้อยคนนั้นทำท่าเหมือนเชิญให้นั่ง

ทุกคนข้ามน้ำด้วยวิธีต่างๆ สตาร์กและลุงอินุยาชิกิเหาะข้ามน้ำ อนาคินกระโดดด้วยฟอร์ซ สป๊อกด้วยฐานรอง ส่วนทีลค์ใช้มอไซค์อวกาศลอยได้...โดยลืมสตาร์ลอร์ด

สตาร์ลอร์ด: “เอาก็เอาว่ะทีลค์

สตาร์ลอร์ดก้าวขาลงน้ำ ก่อนที่จะมีไม้พุ่งขึ้นมาเป็นทางเดิน สตาร์ลอร์ดเดินตามไม้

สตาร์ลอร์ด: “ขอบใจนะ”

สตาร์ลอร์ดยกนิ้ว สาวน้อยยิ้มให้

ทุกคนนั่งบนเก้าอี้ไม้

สตาร์ก: “เริ่มการติดต่อครั้งแรกของเรา”

ทุกคนนำยกมือนิ้วติดกันแต่กางนิ้วกลางและนิ้วนางออกจากกัน เป็นสัญลักษณ์ชาววัลแคนที่สหพันธ์ยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์สากล =>

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ vulcan emoji

==================================================================


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น