ตอนที่ 16 : Lost princess

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 เม.ย. 62

A New frontier with god : 16

“Lost princess"

- 7 วันหลังจากถล่มยานปฐมภาคี -

ทีมมนุษย์อวกาศกลับเข้ามาในปราสาทมิลฮอร์ สมาชิกมี สตาร์ก อนาคิน สป๊อก ทีลค์ สตาร์ลอร์ด อินุยาชิกิ ซีบร้า อิคารอส โมนิก้า คาชิม่า ยูกุ มิว วินรี่ และที่อยู่ข้างๆมิลฮอร์คือผู้กล้าชินกุจากโลกอื่น ตอนนี้ทีมมนุษย์อวกาศกำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบิสคอตติและแฟนตาสเซียอยู่

ชินกุ / มิลฮอร์

แฟนตาสเซียว่ากันว่ามีอายุมานับนาน แต่เมื่อ 3000 ปีก่อน เหล่าเทพได้มาชำระดินแดนที่เคยรกร้างให้อุดมสมบูรณ์ เหล่าเทพยังได้สร้างชาวแฟนทาสเซียนแห่งแฟนทาสเซีย มีเผ่าพันธุ์ได้แก่ มนุษย์ เอลฟ์ คนแคระ ดราฟ หูสัตว์ ฯลฯ เมืองบิสคอตติ กาเล็ต พัลเทียซ เป็น 3 เมืองของชาวหูสัตว์ ที่เคยเป็นพันธมิตร เรียกดินแดนแถบนี้ว่า ฟรอนเนีย แคว้นหูสัตว์

ริคอตตา: “อืม เอ่อ...อะไรนะที่ทำให้ปรับตัวกับสภาพแวดล้อม”

สป๊อก: “การวิวัฒนาการ”

สป๊อกและริคอตตาคุยเรื่องวิทยาศาสตร์อยู่ มีเพียงวิทยาศาสตร์ของฟรอนเนียเท่านั้นที่พัฒนามากกว่าแคว้นอื่น ตรงที่อนาคินแข่งยานเทคโนโลยี 90% มาจากฟรอนเนีย แต่เนื่องด้วยศาสนาทำให้มีเพียงชาวฟรอนเนียกับพวกที่ฉลาดที่ยอมรับทฤษฏีกันเอง เมืองที่อนาคินแข่งยานเป็นเมืองหน้าด่านของฟรอนเนียที่รองรับนักเดินทางจากที่ต่างๆทำให้มีลักษณะคล้ายเมืองอื่น แต่เมืองบิสคอตตินั้นผู้คนใจดีและเรียบร้อยกว่าเมืองที่แข่งยานมาก

ในขณะที่สป๊อกคุยเรื่องวิทยาศาสตร์ อนาคินและทีลค์กำลังนั่งสมาธิ เอแคลร์ทดลองทำตามแต่ไม่ค่อยมีสมาธิเพราะเรื่องชินกุ สตาร์ลอร์ดกับยูกุพยายามที่จะลอบเข้าไปในห้องสมบัติ แต่ถูกซีบร้าได้ยินเสียงแล้วซีบร้าก็อัดสตาร์ลอร์ดเป็นรอบที่ 18 อินุยาชิกิกำลังรักษาทหารพร้อมกับมิวที่โชว์ร้องเพลงให้เมดฟัง วินรี่กำลังศึกษาการสร้างแขนกลฉบับอนาคินโดยได้โมนิก้าเป็นครูผู้ช่วย ส่วนอนาคินที่เป็นอาจารย์ของวินรี่ก็นั่งสมาธิอยู่ดั่งที่กล่าวไป

และที่แน่ๆมีนักศาสนาและนักปารชญ์จำนวนมากสนใจอิคารอสและคาชิม่า แต่ที่แน่ๆนักบวชที่นี่ไม่ได้เคร่งศาสนามาก อาจเป็นเพราะแคว้นฟรอนเนียมีพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์สูงที่สุดก็เป็นได้ อิคารอสไม่สามารถเทศนาหรือเผยแพร่ศาสนาได้เลย ทางด้านคาชิม่าหล่อนกลัวตัวสั่น แต่นักศาสนาที่นี่มีตบะพอที่จะไม่ฆ่าแกงหรือหลงเสนห์ซัคคิวบัสที่แสนดีตนนี้ ในขณะที่นักปราชญ์ชายจะมีอาการหื่นหน่อยๆจนนักปราชญ์หญิงตบเกรียน (ที่นี่มีความเท่าเทียมชาย - หญิง)

ส่วนสตาร์ก เขากำลังอยู่แถวบ้านพักบนภูเขากับ 2 ซามูไร ยูกิคาเสะ และอาจารย์ของหล่อน ฮินะ (ในภาพคือยูกิคาเสะ)

ตอนพบกันครั้งแรกฝั่งยูกิคาเสะและฮินะก็ประหลาดใจพอควร โดยเฉพาะเรื่องมนุษย์ต่างดาวอย่างทีมมนุษย์อวกาศ แต่ตอนนี้สตาร์กชอบมาผ่อนคลายที่นี่ในบางครั้ง ตอนนี้เขาอยู่ในชุดเกราะไอรอนแมนและกำลังนอนกินโดนัท อาหารชาวโลก (แกแลคซี่เก่า) อยู่ เขาตั้งใจจะเอาโดนัทมากินเล่นชมธรรมชาติหลังจากทำงานสำรวจมาตลอด 5 ชม. ใช่แล้ว ทุกคนตอนนี้กำลังพักผ่อน ชาวแฟนทาสเซียแบ่งเวลาเป็น 24 ชม. แต่ 1 วันของแฟนทาสเซียคือ 20 ชม. อ้างอิงโลก ตอนนี้เทียบเวลาแฟนทาสเซียก็ 17.00น. เขากำลังพักผ่อนด้วยการชมธรรมชาติ ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากเรือนญี่ปุ่นพอควร ประมาณ 2 กม. ที่น้ำตก

สตาร์ก: “ฟินน์~~ เรย์~~~ ไคโรเรน~~~”

คำพูดของสตาร์กทำให้คนๆหนึ่งที่อยู่บนยานปฐมภาคีจาม

กลับมาที่น้ำตกกันต่อ

“อวาาาา”

สตาร์กเหมือนได้ยินเสียงมังกร เขาหันซ้ายแลขวา แต่ก็ไม่พบอะไร

“น่ากิน…”

คราวนี้เป็นเสียงหญิงสาว สตาร์กกินโดนัทในมือจนหมด ก่อนที่จะปิดหน้ากากเกราะ และดำเนินการเปิดโหมดอินฟาเรดทันที สตาร์กมองไปรอบๆจนพบจุดความร้อนเข้า มันเป็นบุคคล

สตาร์ก: “เผยตัวออกมาซะ”

เจ้าของเสียงเงียบ สตาร์กจึงเปิดแสงเลเซอร์เล็งและวาดเป็นรูปวงกลม

สตาร์ก: “ฉันรู้ตำแหน่ง ออกมาเถอะ ฉันไม่ฆ่าแกงแกหรอก”

สุดท้ายบุคคลๆนั้นก็เดินออกมา

หญิงสาวผมยาวสีฟ้าตาสีเหลืองในชุดสีฟ้าขาวเปิดหน้าท้อง พร้อมปีกสีขาวด้านหลัง มือและเท้าที่เป็นดั่งเล็บของแย้ได้เผยตัวต่อหน้าสตาร์ก หน้าตาเธอน่ารักสุดๆ

???: “หิว…..

สตาร์กหยิบแหวนแปลภาษาที่ถอดไว้มาสวม เมื่อเด็กสาวเห็นเช่นนั้นจึงหยิบขึ้นมาสวมเช่นกัน

???: “หิวจัง งืออออ~~~~”

สตาร์ก: “บอกตัวตนมา เธอชื่ออะไร

???: สตาร์ดัสท์ค่า~~~ มีอะไรให้กินมั้ย งือออ

สตาร์ก: “อ่า สตาร์ดัสท์สินะ ฉันสตาร์ก อ่ะนี”่

สตาร์กหยิบโดนัทในกล่องให้ ตอนแรกสตาร์ดัสท์ดูเกร็งๆ จนกระทั่งค่อยๆดมกลิ่น ตามด้วยลิ้นแตะ กัดโดนัท และสุดท้ายก็เขมือบไปทั้งก้อน สตาร์กหยิบโดนัทเพิ่มให้

สตาร์ดัสท์: “อร่อยจัง!!! นี่ พี่ชาย นี่เรียกว่าอะไรเหรอ”

สตาร์ก: “โดนัทน่ะ คนบนดาวนี้ไม่รู้จักหรอก”

สตาร์ดัสท์: “ดาว?”

สตาร์ก: “เอาเป็นว่าฉันไม่ใช่คนแถวนี้ละกัน”

สตาร์ดัสท์: “พี่ชายๆ เกราะพี่ชายหนาจังอ่ะ เท่จัง”

สตาร์ก: “ฉันเรียกมันว่าเกราะไอรอนแมน มีฟังก์ชันมากมายเลยล่ะ”

สตาร์ดัสท์สนใจในตัวสตาร์กมาก ไปๆมาๆก็นั่งคุยกัน

สตาร์ก: “หลงทางเหรอ?”

สตาร์ดัสท์: “งือ หลงทางอ่ะ หนูแค่กะมาหาของกินน่ะ”

สตาร์ก: “ล่าโจโคโบะกิน?”

สตาร์ดัสท์: “โหดร้าย!!! ใครเขากินสัตว์น่ารักอย่างโจโคโบะล่ะ!!! หมีควายสิ!!!”

สตาร์ก:”แต่ตอนฉันมาที่นี่ครั้งแรกอาหารลูกน้องไม่พอ เลยย่างโจโคโบะกินทั้งกลุ่ม ตอนนั้นมีประมาณ 100 ตัว”

สตาร์ดัสท์: “โหดร้ายที่สุด!!!”

สตาร์ดัสท์ผลักสตาร์กออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่แรงของสตาร์ดัสท์นั้น กลับมีค่ามหาศาลถึงขั้นที่ผลักสตาร์กไปชนต้นไม้ใหญ่หัก

สตาร์ก: “อ๊ากกกกก"

สตาร์ดัสท์: “เหวอ!!! ขอโทษนะคะ!!!”

สตาร์กทึ่งในพลังของเด็กคนนี้

สตาร์ก(คิด): “ยัยเด็กนี่ ใครกัน ทำไมมีพลังโคตรมหาศาล

สตาร์ดัสท์ช่วยสตาร์กลุกขึ้นมา และทำการร่ายมนตร์บางอย่าง บาดแผลของสตาร์กค่อยๆหายไป สตาร์กสนใจในตัวสตาร์ดัสท์ทันที

สตาร์ก: “สุดยอดไปเลย...เธอเป็นใครกันแน่”

สตาร์ดัสท์: “อยากรู้เหรอคะ? พาฉันกลับบ้านสิ”

สตาร์ก: “ก็ได้ๆ บอกเมืองที่อยู่หรือสถานที่มา”

สตาร์ดัสท์: “แต่เธอไม่ใช่คนแถวนี้นี่นา เธอจะพาไปถูกได้ไง”

สตาร์กดาวน์โหลดภาพแผนที่จากยานเอนเตอร์ไพรส์ ก่อนที่จะฉายแผนที่โฮโลแกรมลงบนหิน ตัวหนังสือลอยขึ้นมา สตาร์ดัสท์ประหลาดใจที่ได้เห็นของที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต ถึงจะเป็นเด็ก….รึเปล่า?

สตาร์ก: “พอบอกได้ยังว่าอยู่เมืองไหน”

สตาร์ดัสท์: “เทือกเขาคราก้อน ชายแดนทางเหนือของฟรอนเนีย”

สตาร์กจิ้มแผนที่ไปที่เทือกเขาคราก้อน และแล้วคอมพิวเตอร์ก็คำนวณเส้นทางให้ พร้อมบอกทิศอย่างละเอียด

สตาร์ดัสท์: “พี่ชายสุดยอดไปเลย!!!

สตาร์ดัสท์เริ่มถูกใจสตาร์ก สตาร์กเก็บคอมพิวเตอร์ และเก็บโดนัทไว้ในช่องเหล็กของชุดเกราะ ทันใดนั้น สตาร์กก็อุ้มสตาร์ดัสท์ทันที

สตาร์ดัสท์: “เหวอ!!! จะทำอะไรน่ะ!!!””

สตาร์กไม่ตอบอะไร เครื่องยนต์เจ็ตของชุดเกราะทำงานเต็มกำลัง ส่งผลให้สตาร์กและสตาร์ดัสท์ลอยขึ้นอย่างรวดเร็ว และสตาร์กก็บินไปทางเหนือ แต่….สตาร์ดัสท์ไม่แสดงท่าทีกลัวเลย แต่หล่อนหงุดหงิดที่สตาร์กแบกหล่อนไป

สตาร์ดัสท์: “อะไรกันเนี่ยลุง!!!”

สตาร์ก: “ก็แค่อยากให้เธอกลับบ้านไวๆ ไม่ต้องห่วง ชุดเกราะของฉันมีระบบแผนที่นำทาง

สตาร์ดัสท์: “แต่จู่ๆก็มาอุ้มเพศตรงข้ามกันแบบนี้ มันเกินไปมั้ย!!!”

พระอาทิตย์ตกช่างสวยงาม พร้อมแกแลคซี่ขนาดใหญ่ที่เริ่มจะปรากฏบนท้องฟ้า ดวงจันทร์ 2 ดวงบนฟากฟ้า สตาร์ดัสท์เลิกทำตัวขัดขืน

สตาร์ก: “เหมือนที่เจ้าอนาคินพูดเลย ความสวยงามของพระอาทิตย์ตกดิน”

สตาร์ดัสท์: “จริงสินะ...ลุงสตาร์ก”

สตาร์ก: “นั่นไงเทือกเขาคราก้อน”

เทือกเขาคราก้อนสูงประมาณเฉลี่ย 4500 เมตร บวกลบ 500 เมตร บนเทือกเขาเต็มไปด้วยหิมะที่ขาวโพลนและต้นสนหิมะ อากาศหนาว อุณหภูมิ -10 °C และที่สำคัญ

สตาร์ก: “Holy crap (โฮลี่แครพ)…”

มีมังกรบินเต็มไปหมด! ไม่สงสัยเลยว่านี่คือเทือกเขามังกร

สตาร์ดัสท์: “บ้านหนูอยู่ตรงภูเขาลูกนั้น ปราสาทขาวๆอ่ะลุงสตาร์ก"

สตาร์กรับทราบทั้งอึ้งสองเท่า สตาร์กคิดว่ายัยนี่น่าจะเป็นเชื้อขุนนางแน่ เขาบินเข้าไปที่ทางเดินสีขาวหน้าปราสาท แต่ชัดเลยว่านี่ไม่ใช่ปราสาทน้ำแข็ง สตาร์กทึ่งในความสวยงามของอารยธรรมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ตอนนี้ประมาณ 7.30 น. แฟนทาสเซีย สตาร์กลงแลนด์ดิ้ง ทว่า ตอนนี้พายุหิมะเริ่มก่อตัวแล้ว

สตาร์ก: “รีบๆเข้าบ้าน พายุเริ่มก่อตัวแล้ว!!!”

???: สตาร์ดัสท์ลูกแม่!!!”

มีผู้หญิงสาววัยคุณแม่แต่เซกซี่เข้ากอดสตาร์ดัสท์ พร้อมชายวัยกลางคนโผล่มาจากด้านหลัง สตาร์กสันนิฐฐานว่าพวกเขาคือผู้ปกครอง และแน่นอนพวกเขามีปีก

สตาร์ก: “ถ้าไม่มีอะไรฉันกลับล่ะ ละก็ ผมสตาร์ก ยินดีที่ได้รู้จัก

ทว่าพายุหิมะเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ ชุดเกราะของสตาร์กเริ่มมีน้ำแข็งเกาะ มีน้ำแข็งและลูกเห็บพัดมาโดนใส่สตาร์กจนล้มลงจมกองหิมะ แหล่งพลังงานถูกน้ำแข็งเกาะ ดูเหมือนตอนบินมาสตาร์กจะใช้พลังงานมากไปหน่อย

“การให้พลังงาน ล้มเหลว ระบบอุณหภูมิ ผอิดปกติ”

สตาร์ก: “บ….บ้าที่สุด!!!”

สตาร์กพยายามขึ้นบิน แต่ลมนั้นแรงมา และทัศวิสัยแย่มาก สตาร์กมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากหิมะ

สตาร์ดัสท์: “สตาร์ก!!!”

ถึงจะฟังไม่ชัด แต่นี่เป็นเสียงสตาร์ดัสท์

สตาร์ก: “มีอะไร!!!"

สตาร์ดัสท์: “ไม่ต้องฝืนก็ได้!!! พ่อกับแม่ฉันตกลงแล้วว่าให้นายพักที่นี่ก็ได้!!!”

สตาร์ก: “ฉันมีลูกทีมอยู่...แค่ก!!!"

สตาร์ดัสท์และพ่อหล่อนแบกสตาร์กเข้าบ้าน

-ในปราสาท-

สตาร์กอยู่หน้าเตาไฟในสภาพไม่มีเกราะ พร้อมมีผ้าห่มขนสัตว์ ชุดเกราะของสตาร์กถูกนำมาละลายน้ำแข็งข้างๆ

สตาร์ก: “ไม่น่าใช้พลังงานมากไปเลย ที่นี่จะมีแหล่งพลังงานมั้ยน้อ”

ตอนนี้สตาร์กเดินไหวแล้ว เขาตัดสินใจเดินออกสำรวจรอบๆ พอเปิดประตูเท่านั้นแหละ ก็เจอหน้าสตาร์ดัสท์เลย เขายกมือท่าวัลแคน

สตาร์ก: “สวัสดี สตาร์ดัสท์”

สตาร์ดัสท์: “อ๊าว ลุงสตาร์ก เดินไหวแล้วเหรอ ถ้าเดินไม่ไหวกะจะเอาข้าวมาส่ง แต่ไม่เป็นไร มากินข้าวที่ห้องอาหารด้วยกันเถอะ”

สตาร์กและสตาร์ดัสท์เดินไปที่ห้องอาหาร ไปถึงก็พบว่าเป็นห้องใหญ่ที่มีโต๊ะยาวพอควร ยิ่งเพิ่มความชัดเจนว่าสตาร์ดัสท์เป็นตระกูลชั้นสูง ณ หัวโต๊ะมีพ่อของสตาร์ดัสท์อยู่ เป็นชายวัยกลางคน และแม่ของสตาร์ดัสท์ก็นั่งอยู่ด้วย

สตาร์ดัสท์: “แม่ สตาร์กเขาลุกไหวแล้ว!!!”

แม่สตาร์ดัสท์: “คุณสตาร์ก มานั่งทานข้าวก่อนสิ”

พ่อสตาร์ดัสท์: “คืนนี้พายุหิมะแรงมาก ท่านควรพักผ่อนที่นี่ก่อน”

สตาร์ก: “ด้วยความยินดี”

ในที่สุด สตาร์กก็ร่วมวงทานอาหาร อาหารส่วนมากเป็นพวกเนื้อสัตว์ สังเกตุว่าไม่มีโจโคโบะ จากนั้นก็คุยกันบนโต๊ะอาหาร

สตาร์ดัสท์: “นี่ๆ ลุงสตาร์ก ลุงมาจากไหนน่ะ"

สตาร์กหยิบวัตุคล้ายจานออกมา ก่อนที่จะเปิดใช้งานมัน มันโผล่ออกมาเป็นโฮโลแกรมของดวงดาวต่างๆ พ่อแม่สตาร์ดัสท์และสตาร์ดัสท์ไม่เชื่อสายตาตนเอง

สตาร์ก: “ผมเป็นมนุษย์อวกาศ...สิ่งมีชีวิตที่มาจากนอกดาวแฟนตาสเซีย หรือคำเรียกที่ง่ายที่สุด มนุษย์ต่างดาว”

ทุกคนในห้องอาหารอึ้งไป ราวกับว่าโดนอัลติสตั้นท์ 10 วิเลยทีเดียว

สตาร์ดัสท์: “ล...ลุงเป็นมนุษย์ต่างดาว?? มาจากนอกแฟนทาสเซีย”

สตาร์ก: “ใช่แล้ว นี่เป็นเทคโนโลยีจากดาวลุงเอง เรียกว่า โฮโลแกรม”

แม่สตาร์ดัสท์: “โอ้พระเจ้า มนุษย์ต่างดาว"

พ่อสตาร์ดัสท์: “ทำไมท่านถึงมาที่นี่”

สตาร์ก: “กำลังจะเล่าพอดีขอรับ ท่านผู้สูงศักดิ์"

สตาร์กเล่าเรื่องการเดินทางของเขา สตาร์กเป็นกัปตันยานเอนเตอร์ไพรส์ เขาเกิดมาในบริษัทชื่อดัง สตาร์กโคเปอเรชั่น แต่ความฝันของเขาต่างจากหนังตรงที่เขาอยากเป็นผู้สำรวจดวงดาว และพ่อของเขาก็เสียชีวิตก่อนที่จะยกกิจการให้ลูกชายอีกคนที่อยากจะเป็นเจ้าของ สตาร์กเคยถูกจับไปเป็นตัวประกันและให้สร้างชุดเกราะ จนในที่สุดเขาก็ทำและใช้มันแหกจากการจับกุม หลังจากนั้นจึงนำเกราะมาพัฒนาเป็นเกราะไอรอนแมน และการสร้างเกราะไอรอนแมนนั่นเองทำให้เขามีชื่อเสียง ต่อมาจึงได้รับคัดเลือกเป็นหน่วยสำรวจอวกาศ เขาสามารถนำลูกทีมสำรวจได้อย่างเหลือเชื่อและก่อวีรกรรมไว้มากมาย พบกับเจไดที่แข็งแกร่งอย่างอนาคิน ชาววัลแคนจอมเหตุผลอย่างสป๊อก ทีลค์จาฟฟาสุดโหด และไอ้เกรียนสตาร์ลอร์ด รวมถึงการได้เป็นกัปตันยานเอนเตอร์ไพรส์ จากนั้นก็เป็นการขับยานผ่านโมโนไลท์  และการค้นพบ PA-01 หรือก็คือแฟนทาสเซีย อดีตโลธัล การพบกับลุงไซบอร์กอินุยาชิกิ สัตว์ผลึกดวงดาวแห่งธรรมชาติยูกุ มิวนักร้องไซบอร์ก วินรี่เด็กช่างฝัน นางฟ้าตกสวรรค์อิคารอส ซัคคิวบัสคาชิม่า องค์หญิงมิลฮอร์ แท่นรูหนอน ซีบร้าจอมบ้าพลัง โมนิก้าสุดยอดหุ่นนักแฮค การจมยานปฐมภาคี และสุดท้ายก็มาพบกับสตาร์ดัสท์ ถึงฝั่งนั้นจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง แต่สตาร์กก็มีหลักฐานอย่าฮอโลแกรมกับชุดเกราะไอรอนแมน สรุปแล้ว พวกเขามาที่นี่เพื่อสำรวจ หาผู้คนใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ และต้องการกลับบ้านด้วยการหาเชื้อเพลิง

สตาร์ก: “ผมเชื่อว่าสุดท้ายในอนาคต เมื่อดาวแฟนทาสเซียมีวิทยาการสูงขึ้น พวกท่านจะเข้าใจเอง กาลเวลาจะตัดสินทุกอย่างเอง”

ทุกคนในห้องอาหารปรบมือแม้แต่เมดที่บริการ สตาร์กยกไวน์ดื่ม

สตาร์ดัสท์: “ลุงสตาร์กเท่จัง!!!”

แม่สตาร์ดัสท์: “สตาร์ดัสท์ พรุ่งนี้มีดูตัวไม่ใช่เหรอ เผื่อเจอคู่ที่ถูกใจ”

พ่อสตาร์ดัสท์: “สตาร์ดัสท์ พรุ่งนี้เจ้ามังกรไฟก็มานิ”

สตาร์ดัสท์: “เจ้าคนเจ้าชู้อย่างมังกรไฟเรอะ!!! เจ้าสกปรกนั่น!!!”

สตาร์ก: “ขออภัย แต่สำหรับอวกาศนั้น การคลุมถุงชนเป็นเรื่องที่ผิด เนื่องจากเราเคารพในสิทธิ์และเสรีภาพของมนุษย์และทุกสปีชี่ส์ในสหพันธ์ดวงดาว และยังรวมไปถึงสาธารณรัฐแกแลคติกและกูลด์อีกด้วย ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับการคุมถุงชน”

พ่อสตาร์ดัสท์: “เ สื อ ก”

สตาร์กติดสตั้นกับคำพูดขัดอารมณ์ แต่เขาก็ยอมรับว่าที่นี่คือแฟนทาสเซีย

สตาร์ดัสท์: “หนูจะเอาสตาร์กไปดูตัวด้วย!!!”

สตาร์ดัสท์พูดด้วยน้ำเสียงงอแง พลันกอดสตาร์กจนตกเก้าอี้โดยพลัน

แม่สตาร์ดัสท์: “สตาร์ดัสท์!!! ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้!!!”

สตาร์ดัสท์: “ก็ลุงสตาร์กทั้งหล่อทั้งเท่และยังเป็นคนดีอีก ถึงจะเพิ่งเจอกันก็เหอะ รู้จักมั้ยอ่ารักแรกพบน่ะ!!!”

สตาร์ก: “สตาร์ดัสท์ ลองฟังที่พ่อแม่เธอพูดหน่อยสิ”

สตาร์ดัสท์: “หนูจะเอาลุงต๊าก ลุงต๊าก”

       สตาร์ก (คิด): “(ให้ตายสิ อยากกลับไปที่ยานเอนเตอร์ไพรส์จัง แต่มีเด็กผู้หญิงมาจีบก็ไม่เลว)”

แม่สตาร์ดัสท์: “สตาร์ดัสท์...เราเป็นมังกรศักดิ์สิทธ์นะ!!!

มังกร?

จบตอน

==================================================================


2 ความคิดเห็น