ตอนที่ 12 : Gourmet world

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ม.ค. 62

A New frontier with god : 12

“Gourmet world”

“อ๊ากกกกกกกกกก!!!”

วิ้งงงง

ทีมมุษย์อวกาศโผล่มาที่แท่นแห่งหนึ่ง พวกเขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่เปลี่ยนไป ตอนนี้ประมาณ 1.2 G พวกแกแลคซี่เก่า (สตาร์ก อนาคิน สป๊อก ทีลค์ สตาร์ลอร์ด) ถูกปรับไปมาจนชิน ยูกุกับอินุยาชิกิและมิวไม่มีปัญหา อิคารอสมึนหัวนิดๆแต่ได้อนาคินคอยประคอง ปัญหาอยู่ที่คาชิม่าและวินรี่ที่อยู่บนแฟนตาสเซียจะมีปัญหา พวกหล่อนวิงเวียนศรีษะและยืนไม่ค่อยมั่นคง หายใจลำบาก ตาพร่ามัว อินุยาชิกิคอยตามอาการ วินรี่ดูเหมือนจะเป็นหนักกว่าคาชิม่าด้วยความเป็นผู้เยาว์ อินุยาชิกิจึงต้องแบกวินรี่ และทีลค์แบกคาชิม่า แต่ดูเหมือนคาชิม่าจะทำหน้าฟิน

สป๊อก: “แรงดึงดูด 1.2 G งั้นรึ”

สตาร์ก: ไม่แปลกที่ชาวแอนทิลอทจะทนไมไหว”

ทีลค์: “แต่สำหรับเราที่แยู่บนดาวหลายดวงไม่มีปัญหา”

ยูกุ: “วิ้งงง...ตอนแรกๆที่ขึ้นยานเอนเตอร์ไพรส์ฉันก็เป็น ...วื้งงง”

อนาคิน: “เพราะว่ายูกุอยู่บนยานนานพอสมควร”

สตาร์ลอร์ด: “อีกประการหนึ่ง หล่อนเป็นสัตว์ผลึกดวงดาว เธอจึงมีพลังมากพอที่จะใช้ปรับตัวกับแรง G”

อิคารอส: “อนาคินคุง...ขอยาแก้ปวดหัวเม็ดนึง”

อนาคินยื่นยาแก้ปวดให้อิคารอสรับประทาน

สตาร์ก: “สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการสำรวจเบื้องต้น”

อิคารอส: “สตาร์กคะ ฉันอยากจะบินขึ้นไปสำรวจค่ะ”

อนาคิน: “แต่เธอมึนหัวไม่ใช่้เหรอ”

อิคารอส: “นั่นเป็นเพราะฉันเป็นทูตสวรรค์ ร่างกายจึงแข็งแกร่งกว่าปกติ แต่คาชิม่าอยู่บนแฟนตาสเซียนานไป และเธอก็ถูกสร้างบนดาวดวงนั้นด้วย”

อิคารอสบินขึ้นไป

หล่อนบินวนเป็นเวลา 30 นาที อนาคินและสป๊อกเฝ้าติดตามผลผ่านทางจอ จนกระทั่งไปเจอชายคนหนึ่งกำลังต่อยกึบสัตว์ร้ายประหลาด

อนาคิน: “อะไรน่ะ….คนท้องถิ่น?”

สป๊อก: “เป็นไปได้สูง”

อิคารอส: “เขากำลังซัดกับสัตว์ร้ายด้วยมือเปล่า”

ทีลค์: “เอาจริงดิ”

ชายคนนั้นนำมือต่อยสัตว์ร้ายจนกระจุย และสูดลมหายใจเข้าไป ก่อนทีจะตะโกนออกมา เสียงที่ตะโกนเป็นคลื่นคล้ายปืนกล เมื่อกระแทกกับสัตว์ร้าย มันก็ซัดเข้าสัตว์ร้ายจนหงายท้อง

ชายคนนั้นหันหน้าไปทางที่พวกทีมมนุษย์อวกาศอยู่ แล้วมองมาที่อิคารอส อิคารอสหันหัวชิ่งหนีทันที

อิคารอสลอยมากอดอนาคิน

อิคารอส: “ท่านอนาคิน…”

อนาคิน: “อิคารอส มีอะไรงั้นเหรอ?”

อิคารอส: “ฉัน...กลัว”

อนาคิน: “เห็นแล้วล่ะ”

ชายคนนั้นเดินออกมาจากพุ่มหญ้า อิคารอสหลบหลังอนาคิน ทุกคนเตรียมพร้อมรบ แต่สตาร์กห้ามไว้

สตาร์ก: “สวัสดี เรามาอย่างสันติ”

ทุกคนทำท่าวัลแคน ????

???: “:$_)(;_:9)”)#”

สป๊อก: “เรามีปัญหาด้านภาษาอีกแล้ว”

วินรี่: “ม...มีแหวนแปลภา...ษา….ของ...มิลฮอร์...ใน...กระเป๋าฉัน”

สป๊อกหยิบแหวนออกมา สป๊อกทำภาษามือบอกให้ใส่ ชายคนนั้นใส่แหวน

???: “นี่มันอะไรกันฟระเนี่ย”

สป๊อก: “สำเร็จ การแปลภาษาสำเร็จ”

สตาร์ก: “ต้องขออภัยที่ทำให้เกิดการสับสน เรามาจาก…”

???: “โลกอื่น ดาวอื่น”

สตาร์ก: “ทำไมท่านทราบว่าเรามาจากโลกอื่น”

???: “นั่นก็เพราะมีคนไขปริศนาแท่งหินนี่ และมีคนมาจากที่นั่นเมื่อ 3000 ปีก่อน

สตาร์ก: “3000 ปี? ใครล่ะ

???: “เป็นผู้หญิง ไม่ทราบชื่อ แต่ดูเหมือนจะเป็นหุ่นยนต์สภาพเสียหาย มีคนนำไปซ่อม แต่พอซ่อมเสร็จคนๆนั้นก็ถูกฆ่าและหนีไป

สตาร์ก: “ว่าแต่ ข้าต้องการชื่อท่าน”

???: “ฉัน ซีบร้า และจำไว้ ห้ามอวดดีกับฉัน ไม่งั้นพวกแกเละเป็นโจ๊ก”

ซีบร้า: “ว่าแต่ สองคนนั่นเป็นอะไร”

สตาร์ก: “พวกเขามาจากโลกที่แรงดึงดูดอ่อนกว่า พอมาเจอที่นี่เข้าเลยอาการไม่ค่อยดี”

ซีบร้าค่อยๆเดินเข้าไปดูอาการ

ซีบร้า: “ดูท่าทางแรงดึงดูดมันอวดดีนะเนี่ย”

อินุยาชิกิ: “ปล่อยเขาปรับตัว….”

ซีบร้า: “อย่ามาอวดดี อาการแบบนี้ถึงตายนะโว้ย”

สตาร์ก: “แต่เราไปมาแล้วหลายดาว แรงดึงดูดต่างกัน เราก็ปรับตัวได้”

ซีบร้า: “หลายดาว? พวกแกเป็นมนุษย์ต่างดาวเรอะ”

สตาร์กเล่าประวัติพวกเขาสั้นๆ มาจากยานเอนเตอร์ไพรส์ ผู้สำรวจดวงดาว โมโนไลท์ โลธัล แฟนตาสเซีย ซีบร้าพอเข้าใจและอ่านใจว่าไม่โกหกด้วยความสามารถของเขา แต่พอเห็นหน้าของวินรี่แล้ว

วินรี่: “ช่วย….ด้วย”

ซีบร้า: “ถึงฉันจะรู้ว่าพวกแกไม่โกหก แต่พวกแกมันอวดดี”

สตาร์กเริ่มเคือง แต่อนาคินห้ามไว้

อนาคิน: “ฉันลองใช้ฟอร์ซดู นายกำลังจะบอกว่ามีทางแก้อาการสินะ”

ซีบร้า: “แกรู้ได้ไง อนาคิน”

อนาคินหลับตาใช้ฟอร์ซยกหินรอบๆก่อนที่จะวางลงเหมือนเดิม ซีบร้าเข้าใจเลยว่ามันไม่ใช้คนธรรมดา

ซีบร้า: “วินรี่ เธอทำอาหารเป็นมั้ย”

วินรี่ตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

ซีบร้า: “โอ้ ทำเป็นด้วยเหรอ เอาล่ะ ฉันจะพาพวกแกไปหาวัตถุดิบหนึ่งแถวๆนี้พอดีที่แก้อาการ G-Shock ได้”

สตาร์ก: “สมุนไพร?”

ซีบร้า: “เลิกอวดดีแล้วเกณฑ์คนซะ”

คนที่เกณฑ์มา มีสตาร์ก อนาคิน สป๊อก ทีลค์ สตาร์ลอร์ด พวกเขาตามซีบร้าไป

สป๊อก: “ซีบร้า ฉันมีคำถาม”

ซีบร้า: “อย่าตั้งคำถามอวดดีล่ะ ไม่งั้นฉันอัดแน่”

สป๊อก: “ทำไมท่านถึงช่วยพวกเรา”

ซีบร้า: “ฉันได้ยินเสียงเด็กนั่นร้องทรมานจนรำคาญน่ะสิ แล้วก็ เด็กนั่นมีความอยากอาหารที่สุดยอดแถมฉันยังค้นพบว่ายัยนั่นกินอาหารที่ธรรมดาแต่อร่อยมาตลอด”

สป๊อก: “นายรู้ได้ไง”

ซีบร้า: “ฉันใช้ความสามารถของฉันฟังเสียงหัวใจและเลือด เสียงการย่อย เป็นอาหารที่ธรรมดา แต่ถูกปรุงจนมีคุณภาพสูง เอาจริงๆมันเป็นความเห็นแก่ตัวของฉันที่อยากได้ยัยนั่นเป็นเชฟ”

สป๊อก: “ฉันพอวิเคราะห์ว่าความสามารถนายเกี่ยวกับเสียง”

ซีบร้า: “ระวัง!!!”

อนาคินใช้พลังฟอร์ซเกราะพลังงาน ซีบร้าใช้เกราะเสียง ป้องกันสัตว์ร้ายตัวใหญ่ มันเป็นไก่ยักษ์ที่มี 7 หัว แต่สตาร์กปิดเกราะและอัดมิซไซล์จนไก้ล้มลง และทำการวิเคราะห์ก่อนใช้พลังงานยิงใส่หัวใจจนตาย

จากนั้น ไก่ยักษ์ 7 หัวก็ปรากฏอีกครั้ง อนาคินเปิดไลท์เซเบอร์และใช้ฟอร์ซเสริมความเร็วควงไลท์เซเบอร์สับไก่เป็นชิ้นๆด้วยความร้อน

ไก่ยักษ์ 7 หัว มาอีก 4 ตัว สป๊อกสไลด์เข้าไต้ท้องแล้วยิงอัด แถมฟาดต่อด้วยกระบองไฟฟ้าของอนาคินจนไก่ล้ม

ทีลค์ใช้สตาฟฟ์ยิงเข้าที่หัวระเบิดไป 1 หัว และยิงจรวดซัดไป 1 หัว แล้วไสลด์เอาระเบิดไฟฟ้าชนิดชาร์จติดไต้ท้อง มันระเบิดเป็นไฟฟ้าช๊อตไก่ล้มลง

สตาร์ลอร์ดดูชิวที่สุด เขาติดจรวดที่เท้าไปบนหลังไก่ แล้วใช้ปืนคู่ยิงหัวทุกหัว แล้วใช้มีดถอนขนไก่เล่น ไกหัวไก่ที่ถูกยิงเหมือนจะยังไม่ตาย มันงับเข้าวตสตาร์ลอร์ด แต่สตาร์ลอร์ดหลบแงมททำให้ไก่กัดโดนตัวเอง สตารฺ์ลอร์ดขโมยปปืนไฟฟ้าทีลค์แล้วช๊อตไก่จนล้มลง

ไก่อีกตัวพุ่งมาหาสตาร์ลอร์ด แต่ซีบร้าต่อยเข้าท้องไก่ แล้วใช้พลังคลื่นเสียงพ่นใส่ไก่จนไก่ล้มลงไป

สตาร์ลอร์ด: “ไก่พวกนี้น่ากินจัง”

ซีบร้า: “พวกแกมันอวดดีจังวะ โดยเฉพาะแก สตาร์ลอร์ด น่าต่อยมาก”

สตาร์ลอร์ด: “จะต่อยฉันเหรอ มาดิ”

ซีบร้า: “แกมันอวดดี!!!!”

ซีบร้ายิงปืนกลเสียงใส่ แต่ตอนซีบร้าสูดลมหายใจสตาร์ลอร์ดป้องกันด้วยเกราะของอนาคินที่ไปขโมยมา ทำให้สตาร์ลอร์ดไม่เป็นไร ซีบร้าพุ่งตัวไปต่อย แต่สตาร์ลอร์ดลอดด่างและเตะหว่างขาซีบร้าจนซีบร้าจุก

ซีบร้า: “แกมัน...อวดดีชิบหาย!!!”

ซีบร้าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และก็หยุดลงเมื่อสตาร์กทุบหัวสตาร์ลอร์ดลงพื้นดัง “เป้ง” และแล้ว ซีบร้าก็จับหัวสตาร์ลอร์ดโขกต้นไม้

ซีบร้า: “จุดจบคนอวดดี”

ทุกคนเดินต่อไปโดยสตาร์กแบกสตาร์ลอร์ด เห็นกวนกันแรงแต่พวกเขาเป็นทีมที่ดี พวกเขากำจัดสัตว์ร้าย มีเนื้อสัตว์ร้ายบางตัวซีบร้าเก็บมา เขาบอกว่ามันอร่อย ผลไม้บางอย่างก็เหลือเชื่อ เช่นกล้วยช๊อกโกแลต หรือโกโก้ที่มีปิงชูช๊อกโกแลตข้างใน พวกทีมมนุษย์อวกาศเก็บมา ซีบร้าเองก็หยิบมันมากินร่วมกัน ซีบร้าเริ่มคิดว่าถึงพวกนี้จะอวดดีแต่พวกเขาก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งและจริงใจ

- 1 ชั่วโมงครึ่งต่อมา -

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงบนภูเขา ตอนนี้พระอาทิตย์ตกดินไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ดวงจันทร์เผยให้เห็นอย่างสง่า ซีบร้าเริ่มใช้โซนาร์ สตาร์กก็เช่นกัน อนาคินใช้ฟอร์ซนั่งทางใน สป๊อกใช้เครื่องแสกนสแกนพืช ทีลค์หาแบบโต้งๆ สตาร์ลอร์ดเด็ดใบไม้มาชิม

สตาร์ก: “ซีบร้า สมุนไพรที่เราตามหาเป็นยังไงเหรอ”

ซีบร้า: “ใบหยักๆ มี 5 แฉก แต่ไม่ใช่กัญชานะ สูงเท่าต้นกัญชา มันต้นงอๆมีผลสีม่วง ผลม่วงๆนั่นแหละที่นำมากินแล้วจะมีความสามารถในการต้านแรง G สูง”

สป๊อก: “นี่มัน…”

อนาคิน: “ฉันเห็น!!!”

ซีบร้า: “เห็นมั้ยสตาร์ก!!!”

สตาร์ก: “บนเครื่อง!!!”

ทีลค์: “นั่นไง!!!”

สตาร์ลอร์ด: “หือ อารายเหยอ?”

สตาร์ลอร์ดคาบใบ 5 แฉก เขาอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง มีผลสีม่วงๆบนต้นคล้ายแตงโม

ซีบร้า: “นั่นแหละ ผล G-Tolerance ผลไม้ที่ทำให้ร่างกายปรับตัวกับแรงโน้มถ่วงทุกชนิด!!!”

สป๊อก: “มีของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย!!!”

ซีบร้า: “ที่นี่คือโลกกรูเมต์ไงล่ะ”

สตาร์ก: “โลกกรูเมต์?!

ซีบร้า: “เป็นยุคแห่งการแสวงหารสชาติที่ไม่เคยมีมาก่อน เต็มไปด้วยพืชสัตว์นานาชนิดที่เหลือเชื่อและความสามารถพิเศษมากมายรอคอยในวัตถุดิบแสนอร่อย ก็คืออาหารที่พวกแกเจอระหว่างทางน่ะแหละ ทุกคนต่างกินเพื่อลิ้มลองรสชาติเหล่านั้น พูดแล้วน้ำลายก็ไหล”

อนาคิน: “แปปนะ...ฉันรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้”

สป๊อก: “มีอะไร อนาคิน”

อนาคิน: “ฉันสัมผัสได้ถึงความหิวโหยและดุร้ายของสัตว์ป่ารอบๆตัวเรา”

“อวววววววววววววววววววววววววววววู้-----------”

เสียงสัตว์ร้องเสียงดังภายไต้แสงจันทร์ เหล่าทีมมนุษย์อวกาศและซีบร้าหันหลังชนกัน ซีบร้าถกแขนเสื้อ สตาร์ลอร์ดโหลดพลังงานใส่ปืน ทีลค์จับสตาฟฟ์สองมือ สป๊อกชาร์จเรลกัน อนาคินเปิดดาบไลท์เซเบอร์ สตาร์กปิดหน้ากากเกราะและกางมือ

“อวววววววววววววววววววววววววววววู้-----------”

ซีบร้า: “เสียงแบบนี้ แบทเทิลวูฟ!!!

สตาร์ก: “แบทเทิลวูฟ?!”

ซีบร้า: “หมาป่าที่ถูกเล่าขานกันว่าเป็นราชันแห่งหมาป่า โชคดีที่เจ้าพวกนี้ไม่ขึ้นตรงกับราชันแบทเทิลวูฟ ถ้าเป็นแบบนั้นเราจะเจอหมาป่าสูงซัก 100 เมตร”

สป๊อก: “พวกนี้ลูกน้องงั้นเรอะ”

ซีบร้า: “เรียกว่าพวกโจรมากกว่า”

และะแล้ว หมาป่าตัวแรกก็จู่โจม มันมีขนาดประมาณรถกระบะ 1 คัน อนาคินใช้ฟอร์ซผลักมัน มันปรากฏพร้อมหมาป่าหลายสิบตัว นำโดยหมาป่า...ที่มีเครื่องไซบอร์กตามตัว มีขาเหล็ก ตาเหล็ก ขนมันมีสีเทาในขณะตัวอื่นมีสีขาว

ซีบร้า: “เจ้าตัวเทานั่นน่าจะจ่าฝูง”

ทีลค์: “ทำไมมันเหมือนหมาป่าไซบอร์กล่ะ”

ซีบร้า: “ฉันไม่รู้”

หมาป่าแบทเทิลวูฟทำการโจมตี ตัวแรกกระโดดหาอนาคิน อนาคินใช้ฟอร์ซยกหินฟาดใส่แต่มันกลับกระโดดขึ้นหิน แต่ก็โดนอนาคินปาไลท์เซเบอร์ปักหน้าอกอยู่ดี อนาคินนำกลับมาด้วยฟอร์ซและถีบหมาป่าตัวต่อไแและฟันตัวที่กระโดดใส่อีกตัว ในไม่ช้าพวกมันก็รุมขย้ำอนาคิน แต่อนาคินได้ระเบิดพลังฟอร์ซกระแทกพวกมันออกไป อนาคินควงไลท์เซเบอร์ก่อนฟันหมาป่าต่อไป สป๊อกตั้งขาเรลกันยิงพวกหมาป่า มีตัวหนึ่งกระโดดมาเหนือระยะเรลกัน แต่สป๊อกหยิบปืนเลเซอร์ยิงมัน มันบาดเจ็บและถอยออกไป โชคดีสำหรับมันที่โดนจุดไม่สำคัญ แต่ก็โดนระเบิดไฟฟ้าของสป๊อกช๊อต ทีลค์ตั้งรับหมาป่าด้วยสตาฟฟ์ มันข่วนด้วยความเร็วสูงมากแต่ทีลค์ก็ตั้งรับและช๊อตมันด้วยปืนแซตของกูลด์ มันนอนลงก่อนที่จะมีอีกตัวมา ทีลค์นำสตาฟฟ์แทงมันและยิงอัด ทีลค์ปาระเบิด แต่แบทเทิลวูฟฉลาดพอที่จะหลบระเบิด ทว่ามันเหยียบใส่กับระเบิดของทีลค์พอดี ทีลค์ยิงจรวดขึ้นฟ้าและตกใส่หมาป่าด้านหลัง สตาร์ลอร์ดติดรองเท้าจรวดแต่ทรงตัวได้ไม่ค่อยอยู่และไปเหยียบหัวหมาป่าเข้า มันโกรธมาก และข่วนสตาร์ลอร์ดแต่สตาร์ลอร์ดหลบได่ เขาแลนด์ดิ้งและ

สตาร์ลอร์ด: “ลูกเตะสตาร์ลอร์ด!!”

สตาร์ลอร์ดติดรองเท้าจรวดเตะก้านคอหมาป่าจนหงาย พร้อมควงและยิงปืนพลังงานของเขาโดนสองตัวเต็มๆ สตาร์ลอร์ดยังหบบหมาป่าทำให้มันกัดกันเองด้วย ทางด้านสตาร์ก็อัดหมัดไอรอนแมนใส่หมาป่าพร้อมยิงมิซไซล์จากเกราะ เขาโดนขย้ำแต่เกราะป้องกันเขา เขาอัดพลังงานใส่หมาป่า และสุดท้ายก็ใช้ไม้ตาย เขายิงเลเซอร์กวาดใส่หมาป่า ซึ่งอันที่จริเลเซอร์ใช้พลังงานค่อนข้างแรงและเยอะจึงต้องทำการรีชาร์จ

พวกทีมมนุษย์สู้กับสุดยอดหมาป่าได้อย่างเหลื่อเชื่อ ซีบร้าใช้พลังเสียงอัด “บาซูก้่าเสียง” ถล่มหมาป่าราบเป็นหน้ากลอง แต่มีบางตัวทนได้เพราะเป็นสุดยอดหมาป่า ซีบร้าต่อยหมาป่าทีละตัว ทีมมนุษย์อวกาศยังคงเมามันกับหมาป่า

ซีบร้า(คิด) : “สุดยอดเลยแฮะ เจ้าพวกนี้ ขนาดสถานการณ์แบบนี้ยังไม่แตกตื่นและลุยไปอย่างไม่กลัวตาย ความมุ่งมั้นพวกนี้เหลือเชื่อจริงๆ”

สตาร์ก: “ขืนเป็นแบบนี้เหนื่อยกันพอดี ทุกคน เล็งไปที่จ่าฝูงเลย”

สตาร์กติดเครื่องเจ็ต พร้อมทำการแสกนพื้นที่จนพบจ่าฝูง เขายิงมิซไซล์ใส่ จ่าฝูงการ้กราะป้องกัน แต่แล้วอนาคินก็ใช้รองเท้าและฟอร์ซกระโดดไปหาจ่าฝูงและใช้ฟอร์ซบีบเครื่องกำเนิดเกราะแตก  จากนั้นจนจึงระเบิดพลังใส่พวกลูกน้องที่มารุม สป๊อกยิงไปที่จ่าฝูงและลูกน้องไกล้เคียง ผลคือยิงโดนสีข้างทำให้ชิ้นส่วนไซบอร์กหลุดออกมา และสามารถจัดการลูกน้องไปบางส่วน ทีลค์ยิงโดนเต็มๆทำให้มันเผยส่วนที่เป็นเหล็กทั้งหมด และมันก็เปิดปืนกลยิงใส่ทีมมนุษย์อวกาศ อนาคินคอยปัดกระสุน จ่าฝูงเปิดกรงเล็บมีดความร้อน และขย้ำสตาร์ก ชุดเกราะของสตาร์กปกป้องเขา ต่อจากนั้นสตาร์ลอร์ดก็เหาะแต่ทรงตัวไม่ได้และชนจ่าฝูงเข้าอย่างจัง ทำให้ทั้งคู้ล้มลง สตาร์ลอร์ดยิงใส่ท้องและสามารถทำให้มันเจ็บปวดได้ สตาร์กใช้ระเบิดไฟฟ้าแต่มันฉลาดพอที่จะหลบ (ทำให้ตัวรอบข้างโดนช๊อตแทน) สป๊อกยิงเข้าด้านเฉียงและทำความเสียหายได้ ทีลค์ยิงโดนปืนกล แต่แล้วจ่าฝูงก็ยิงมิซไซล์ ทว่าอนาคินกางเกราะป้องกันเพื่อนเขาแถมยังใช้ฟอร์ซสะท้อนมิซไซล์ใส่หมาป่าและจ่าฝูง สุดท้าย ซีบร้าจึงใช้ท่าไม้ตาย “ฟ้าผ่าเสียง” เขาทำให้อากาศเสียดสีกันจนเกิดพลังงานและปล่อยออกมาในรูปไฟฟ้า มันช๊อตจ่าฝูงจนระบบรวนชั่วคราว มันกลับมาเป็นปกติอีกครั้งแต่ซีบร้ายืนกำหมัดต่อหน้าเสียแล้ว และทำให้จ่าฝูงโดนอัดที่ท้อง หมัดนั่นไม่ใช่หมัดธรรมดา แต่มันมีคลื่นกระแทกด้วย ส่งผลให้จ่าฝูงหมดสภาพและถูกกำจัดในที่สุด ฝูงหมาป่าที่เหลือกลัวและหนีเข้าป่าไป

ซีบร้า: “อวดดีนัก”

ศพจ่าฝูงเผยให้เห็นส่วนที่เป้นเหล็ก และสัญลักษณ์บางอย่างบนเหล็กนั่น

สป๊อกเก็บสัญลักษณ์นั่นมา ไม่มีใครในทีมหาผลไม้เคยเจอสัญลักษณ์นี่แม้แต่ซีบร้า

ซีบร้า: “อย่ามัวเสียเวลาเลย ฉันทนเด็กนั่นร้องทรมาณไม่ได้จนรำคาญ”

ทุกคนเดินกลับ เนื่องจากไม่ได้พกยานมาด้วย

ซีบร้า: “มาแข่งกันดีกว่า คนสุดท้ายต้องปอกโกโก้ปิงชูช๊อกโกแลตคนเดียว

เพื่อความรวดเร็วพวกเขาจึงวิ่งกลับด้วยวิธีการต่างๆ สตาร์กเหาะด้วยเกราะติดเจ็ต อนาคินใช้พลังฟอร์ซผลักและเสริมพลังตัวเองแถมมีรองเท้าเสริมพลัง สป๊อกใช้แท่นเหาะ ทีลค์สไลด์ลงเขาและใช้อะดรีนาลีนจากปรสิตรวมถกำจัดกรดแลกติกทำให้เมื่อยช้าลง สตาร์ลอร์ดติดรองเท้าจรวด ส่วนซีบร้าใช้พลังเสียงผลักตนเองไปด้วยความเร็วสูง เรียก “เจ็ตพลังเสียง” สตาร์ลอร์ดนำโด่งด้วยซุปเปอร์รองเท้าจรวดจากวินรี่

สตาร์ลอร์ด: “แน่จริงก็ตามให้ทันสิ ซีบร้า ฮ่าฮ่าฮ่า”

ตุบ!!!

สตาร์ลอร์ดชนต้นไม้โดยไม่ตั้งใจ

ซีบร้า: “จุดจบคนอวดดี สอง”

สุดท้าย สตาร์ลอร์ดก็มาเป็นคนสุดท้าย อนาคินใช้มีดทำครัวของวินรี่ตัดผลไม้ G-Tolerance แล้วซีบร้าก็ใช้เครื่องปั่นของวินรี่ปั่นน้ำผลไม้พิเศษให้คาชิม่าและวินรี่ สตาร์กรวบรวมไม้มา อนาคินจุดไฟด้วยไลท์เซเบอร์ สป๊อกวางเกราะป้องกัน ทีลค์วางถุงนอนเป่าลมของแต่ละคน สตาร์ลอร์ดนั่งปอกเปลือกผลไม้ที่ไปเก็บมา เขานั่งร้องไห้เพราะดันไปปอกหัวหอมชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นและสารที่ทำให้น้ำตาไหลแรงกว่าหัวหอมธรรมดา 10 เท่า

หลังจากนั้น วินรี่และคาชิม่าก็อาการดีขึ้น และแล้ว สตาร์ก อนาคิน สป๊อก ทีลค์ สตาร์ลอร์ด อินุยาชิกิ มิว ยูกุ คาชิม่า อิคารอส วินรี่ และซีบร้า ก็มานั่งล้อมวงกัน

ซีบร้า: “ฮ่าๆ อาหารก็ต้องกินด้วยกันถึงจะอร่อย”

มิวเริ่มต้นร้องเพลง

ซีบร้า: “มิว ตอนฉันไปเก็บผลไม้ เธอร้องเพลงทำไมเหรอ”

มิว: “มันเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำให้วินรี่และคาชิม่าผ่อนคลาย พลังเสียงของฉันสามารถกระตุ้นการทำงานของร่างกายและการรักษาได้ ว่าแต่ เธอได้ยินได้ไง”

ซีบร้า: “ฉันมีความสามารถเกี่ยวกับเรื่องเสียงน่ะ”

อินุยาชิกิ: “ภรรยาฉันก็มีความสามารถเรื่องเสียงและโปรแกรมเหมือนกัน”

ซีบร้า: “ภรรยา? นี่นายแต่งกับมิวเหรอ”

อินุยาชิกิ: “เรื่องมันก็นานมาแล้วน่ะ”

ซีบร้า: “ออกจะเสียงเพราะและน่ารักแท้ๆ ถ้าโสดฉันคงเอาเป็นคู่หูไปแล้ว ฉันเองก็อยากได้คู่หูนะเฟ้ย เหมือนเจ้าโทริโกะกับโคมัสสึ ว่าแต่ กลิ่นหอมจัง”

ซีบร้าได้กลิ่นอาหารที่หอมฉุย จากนั้นก็เหลือบไปเห็นวินรี่กำลังทำอาหารจากไก่ 7 หัวและเครื่องปรุงต่างๆในกระเป๋ากับเครื่องปรุงในป่า เธอชิมแล้วก็ยิ้มไปด้วย ในมือซ้ายมีหนังสืออยู่

ซีบร้า: “ยัยเด็ก เธอทำอาหารเป็นด้วยเหรอ”

วินรี่: “นี่ ฉัน 17 แล้วนะไอ่ลุงแก่กล่้าม!!!”

ซีบร้า: “หา?! ยัยเด็กอวดดีนี่?!”

ไฟอำมหิตลุกโชนระหว่างวินรี่กับซีบร้า แต่ถูกอนาคินห้ามไว้ด้วยเหตุผล “ความโกรธจะนำพาเข้าสู่ด้านมืด” ทั้งสองคนเคืองกัน จนอนาคินชิมอาหารของวินรี่ และอนาคินก็ตะโกนว่า

อนาคิน: “อร่อยสุดยอด!!!!”

ซีบร้า: “หา?! ไอ้นั่นอร่อยด้วยเหรอ!!!”

ซีบร้าลองชิมอาหารฝีมือวินรี่ดู ซีบร้าถึงกับเคลิ้ม และอินุยาชิกิก็พบว่าหนังสือในมือวินรี่คือคู่มือทำอาหารระดับตำนาน

ซีบร้า: “โอ้ววววววววววววว”

วินรี่: “เป็นไงล่ะ ลุงซีบร้า

ซีบร้าลุกไปหาวินรี่พร้อมปิงซูช๊อกโกแลคที่สตาร์ลอร์ดเพิ่งปอกเสร็จ และนำไปให้วินรี่กินพลางลูบหัววินรี่เบาๆ

ซีบร้า: “วินรี่จัง ที่ว่าเด็นเมื่อกี้ลุงขอโทษนะ อ่ะนี่ๆ ลุงให้นะ”

วินรี่งอนซีบร้า จนซีบร้าไฟลุกและโรยผง “ประกายดาวแห่งเมลก์”ที่ช่วยดึงรสชาติอาหารออกมาราวกับผงชูรสลงไปและนำปิงซูยัดปากวินรี่จนวินรี่เคลิ้ม

วินรี่: “โอ้ววววววววววววว”

ซีบร้า: “เป็นไงล่ะ วินรี่จัง”

ทั้งคู่คืนดีกันแบบแปลกๆคือการป้อนอาหารให้กัน วินรี่ถูกใจลุงซีบร้าและซีบร้าเองก็ถูกใจวินรี่ ถ้าไม่อวดดีคงนำมาเป็นคู่หูแล้วแต่่สิ่งที่สำคัญคือวินรี่เป็นคนซื่อตรง และสิ่งที่ซีบร้าโกรธกว่าคนอวดดีคือคนเสแสร้ง ว่าแล้วซีบร้าก็เปิดเผยข้อมูลตนเองบ้าง

ซีบร้า เป็นนักล่าอาหารของโลกกรูเมต์ จริงๆแล้วโลกกรูเมต์ก็มีออารยธรรมแต่ตอนนนี้ไม่สะดวกที่จะชมเมืองเลยนำรูปมาให้ดู เป็นเมืองืั้คับคั่งไปด้วยการทานอาหาร หน้าที่ของซีบร้าคือการตามหาวัตถุดิบใหม่ๆ ความสามารถคือพลังเสียง ทั้งการตัด การกระแทก หมัดเสียง เครืองเจ็ตเสียง คาดว่าจะใช้สอนมิวในอนาคต แต่ตอนนี้เริ่มถูกใจวินรี่แล้ว พลางลูบหัววินรี่ไป ส่วนวินรี่ก็ทำซึนแก้มป่อง

สป๊อก: “ที่แน่ๆคือทุกคนดูนี่”

สป๊อกแสดงเหล็กที่มีสัญลักษณ์แบบในรูปข้างบน และเล่ามี่ที่มา ทันทีที่อินุยาชิกิและมิวรับฟังก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ

อินุยาชิกิ: ให้ตายสิ รู้แล้วว่าอีหุ่น 3000 ปีคือหุ่นอะไร”

สป๊อก: “สัญลักษณ์นี่เคยเห็นที่ไหนเหรอ”

มิว: “เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้โลธัลล่มสลาย ก่อนที่พวกพระเจ้าและปีศาจบุกมา มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น และสัญลักษณ์นั่นก็มาอยู่ที่นี่”

สตาร์ก: “ตกลงมันคืออะไร”

มิว: “แอนดรอยด์อันน่ากลัวที่คิดจะกำจัดมนุษย์ที่มันคิดว่าสร้างปัญหาให้โลธัล และครอบครองโลธัลแทน รวมถึงจับดัดแปลงอัพเกรดเป็นจักรกล”

อินุยาชิกิ: “เธอร์มิเนเตอร์ (Terminator)”

จบตอน

==================================================================

Happy new year ครับ :)


2 ความคิดเห็น