ตอนที่ 11 : Meeting with princess millhiore

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61

A New frontier with god : 11

“Meeting with princess millhiore”

ยานมิลเลนเนี่ยมฟาลค่อนและเอกซ์วิงก์เพิ่งผ่านหัวชาวเมืองไป สตาร์ลอร์ดและยูกุเป็นคนขับ เขาลงที่ลานในปราสาท ที่ที่สตาร์กรออยู่

สตาร์ลอร์ด: “สวัสดี สตาร์ก”

ยูกุ: “วิ้งงงงงงงง”

สตาร์ก: “มากันครบแล้วสินะ”

สตาร์ก อนาคิน สป๊อก ทีลค์ สตาร์ลอร์ด อินุยาชิกิ อิคารอส คาชิม่า ยูกุ มิว วินรี่ หรือก็คือทีมมนุษย์อวกาศ 01 ซึ่งคาชิม่าเองก็เพิ่งตัดสินใจเข้าร่วมทีมไม่นานนี้เอง คาชิม่ายังคงตื่นเต้นกับยาน แต่ที่แน่ๆคือหล่อนลามกเหลือเกิน อิคารอสเองด้วยความที่อยากเป็นที่พึ่งและรับใช้อนาคินเองก็กลายเป็นลูกยานเอนเตอร์ไะรส์เช่นกัน

สภาพทีมปัจจุบัน มี 11 คน (Spoil: ยังไม่ครบ เหลือ 3 คน)

ทุกคนมารวมตัวกันโดยลืมไปว่ายานพวกเขาทำอัศวินและเมดตะลึงกันเป็นแถบๆ อัศวินหัวเขียวและสาวหัวส้มทำความเคารพ ก่อนที่อัศวินจะนำตัวพวกเขาไป

พวกเขาเดินมายังประตูสีแดงขนาดยักษ์บานหนึ่ง

อัศวินค่อยๆเปิดประตู และพวกเขาก็ได้พบกับห้องบัลลังก์

ข้างในมีคนในชุดเกราะเหล็กเต็มไปหมด หากแต่เป็นชุดเกราะยุคกลาง มิใช่เกราะกูลด์หรือทหารโคลนหรือทหารสหพันธ์

ขออธิบายเพิ่มเติม 3 รูปนี้คือทหารสหพันธ์ ทหารโคลนแห่งสาธาณรัฐ และจาฟฟาแห่งกูลด์

เรื่องอาวุธปืน

- สหพันธ์เป็นปืน P90-Z100 เป็นปืนกลมือพัฒนาจาก P-90 มามากกว่า 100 รุ่น บรรจุกระสุน 70 นัด น้ำหนักลดเหลือเพียง 2.5 กก. อัตราการยิง 900 นัด/นาที (15 นัด/วิ) กระสุนขนาด 5.7x28 มม.

- ทางสาธารณรัฐ ปืนบลาสเตอร์ไรเฟิล DC-15 ใช้กับโคลนทรูปเอร์ เป็นปืนยิงพลังงานพลาสม่าสีฟ้าแรงระเบิดเท่ากระสุน .50 หัวระเบิด 3 ลูก เน้นความร้อนและแรงระเบิดของพลาสม่า บรรจุพลังงานยิงได้เฉลี่ย 400 นัด น้ำหนัก 3 กก. อัตราการยิง 600 นัด/นาที (10 นัด/วินาที) แหล่งพลังงาน โคแอคเซียมเป็นหลัก

- สุดท้าย สตาฟฟ์ ใช้กับทหารกูลด์หรือก็คือจาฟฟา เป็นอาวุธที่ดูคล้ายหอกมากกว่าปืน แต่มันยิงได้จริงๆ แรงระเบิดเท่า ⅓  ของระเบิดมือมาตรตฐาน บรรจุพลังงานยิงได้ 30 นัด น้ำหนัก 4.5 กก. ซึ่งสำหรับจาฟฟาที่แข็งแรงกว่ามนุษย์ก็พอเท่าปืนธรรมดา อัตราการยิงต่ำ คือ 60 นัด/นาที (1 นัด/ วินาที) แหล่งพลังงาน นาควาดาห์เป็นหลัก

ซึ่งลูกเรือยานเอนเตอร์ไพรส์ (ที่ซ่อนอยู่) เองก็มี โคลน 55 คน กูลด์ 20 คน สหพันธ์ 40 คน สาธารณรัฐที่ไม่ใช่โคลน 10 คน รวมทั้งหมด 125 คน ทั้งหมด รอดชีวิต

ส่วนทหารในห้องบัลลังก์นั้น มีลักษณะคล้ายยุคกลาง...ต้องบอกว่าโลกแฟนตาซีถึงจะถูก ทั้งหมดมีดาบเป็นอาวุธ ตามด้วยหอกที่ยาวประมาณ 3 เมตร พลธนู ทั้วหมดอยู่ในเกราะ และที่สังเกตุได้คือ ทั้งหมดมีหูหมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือเมืองชาวแอนทิลอทหูสัตว์

ณ บัลลังก์ มีสาวหูหมาหัวชมพูนั่งอยู่ สตาร์กมั่นใจเลยว่านี่คือราชินีของดินแดนนี้ แล้วหล่อนเองก็น่ารักจนสป๊อกชาววัลแคนยังโดนดาเมจความน่ารัก

อัศวินหัวเขียว: “ณ บัดนี้ พวกเราได้นำตัวผู้มาจากต่างโลกมาแล้วค่ะ ท่านมิลฮอร์

มิลฮอร์คือสาวหูหมาที่อยู่ที่บัลลังก์ และดูเหมือนจะปกครองเมืองนี้ด้วย

มิลฮอร์: “ทำดีมาก เอแคลร์

เอแคลร์: “ค่ะ ท่านมิลฮอร์

มิลฮอร์ลูบหัวเอแคลร์ เอแคลร์รู้สึกดีจนหางที่อยู่ด้านหลังกระดิกไปมา

มิลฮอร์: “ริคอตตา นำไอ้นั่นมาให้เขาเถอะนะ”

ริคอตตา: “เข้าใจแล้วค่ะ”

ริคอตตาคือสาวหัวส้ม หล่อนเดินออกไปทางประตูข้าง ทีมมนุษย์อวกาศใช้วิทยุกระซิบกัน

สตาร์ก: “มีใครใช้ภาษาแอนทิลอทได้บ้าง”

อนาคิน: “วินรี่ไง อิคารอสล่ะ”

อิคารอส: “ฉันสามารถดึงคำจากฐานข้อมูลเก่าได้”

คาชิม่ามองตาปริบๆ พร้อมงงสิ่งที่พวกนี้พูดกัน

มิลฮอร์: “สวัสดี ผู้ข้ามโลก”

มิลฮอร์ช่างอ่อนโยนและน่ารักเหลือเกิน

วินรี่: “หล่อนทักทายเราน่ะ”

ทางมนุษย์อวกาศก็ยกมือท่าวัลแคน ???? เป็นการทักทายเช่นกัน

สตาร์ก: “สวัสดี เรามาอย่างสันติ”

วินรี่ทำหน้าที่เป็นล่ามให้

หลังจากนั้น ริคอตตาก็นำกล่องใบหนึ่งมาให้ ในกล่องมีแหวนประหลาดหลายวง และแหวนพวกนั้นเหมือนกันหมด มิลฮอร์ใส่แหวน พร้อมทั้งขอร้องทีมมนุษย์อวกาศให้ใส่แหวน ทีมมนุษย์อวกาศเห็นการไบ้ขององค์หญิงก็ทดลองใส่ตาม

สตาร์ก: “แหวนนี่ทำอะไรได้ วินรี่”

วินรี่: “ไม่รู้เหมือนกัน”

อิคารอส: “แหวนนี่ชอบกลแฮะ”

อนาคิน: “คาดว่าคงเป็นของที่ระลึก...แต่เรายังไม่ได้ทำอะไรนอกจากทักทายเลย”

สป๊อก: “กับดัก?”

ทีลค์: “คนบ้าอะไรวางกับดักแต่แรกพบ”

สตาร์ลอร์ด: “ขายได้ราคาดีเลยนะเนี่ย

มิลฮอร์: “เอ่อ พวกคุณอย่าคิดไปไกลใหญ่สิคะ ละก็ มันไม่มีไว้ขายด้วย”

ทันทีที่มิลฮอร์พูดจบ ทีมมนุษย์อวกาศก็พบว่า….มิลฮอร์พูดภาษาอังกฤษชัดมาก!!!

สตาร์ก: “นายคิดเหมือนฉันมั้ย อนาคิน”

อนาคิน: “ฉันก็คิดเหมือนนาย สตาร์ก”

สป๊อก: “ภาษาอังกฤษ…”

อินุยาชิกิ: “แต่ฉันได้ยินเป็นโลธัลนะ เสียงพวกนายด้วย”

วินรี่: “ฉันได้ยินเป็นภาษาฉัน”

อิคารอส: “แหวนนี่...เหมือนเคยเห็นที่บัลลังก์เทพเจ้า”

คาชิม่า: “เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”

ทีลค์: “เธอรู้งั้นเหรอ คาชิม่า”

มิว: “มันใช้ได้ผลกับแอนดรอยด์ด้วย”

สตาร์ลอร์ด: “ยูกุ?”

ยูกุ: “วิ้ง..ฉันก็ไม่รู้...วิ้งงง”

ยูกุมีเสียงแทรกระหว่างเสียงวิ้ง ทุกคนต่างมึนงงและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น

มิลฮอร์: “เฉลยค่า นี่คือ แหวนแปลภาษาไงคะ”

วินรี่: “แหวนแปลภาษา?! ได้ข่าวว่าแหวนนี่หายากมากเลยนะ”

อิคารอส: “ก็มิลฮอร์เป็นถึงระดับองค์หญิงนี่นา”

วินรี่: “จริงสิ! ลืมคิดไปเลย”

สป๊อก: “วินรี่ ขอคำอธิบาย”

มิลฮอร์: “อุปกรณ์เวทย์มนต์ชนิดหนึ่ง มันจะสามารถดักจับคำพูดผ่านความคิด และทำการแปลจากจิตสำนึกของผู้พูด แล้วส่งต่อไปเป้าหมาย มันจะเปลี่ยนภาษาตามภาษาหลักของผู้พูด”

สตาร์ลอร์ด: “เจ๋งขนาดนี้ มันจะขายได้เท่าไหร่น้อ~~”

สตาร์ลอร์ดยังคงจ้องที่จะเอาแหวนไปขาย

เป้ง

สตาร์ลอร์ดโดนสตาร์กทุบหัวลงไปกองกับพื้น ยูกุใช้พลังรักษาด้วยความเป็นห่วง

อิคารอส: “ว่าแต่ วินรี่ ทำไมไม่เอามาใช้กับมาสเตอร์ตั้งแต่แรก”

วินรี่: “ฉันไม่ถนัดอุปกรณ์เวทย์ ฉันประดิษฐ์แค่พวกเทคโนโลยี อีกอย่าง มันเป็นของหายากที่ใช้ในทูตและชนชั้นสูง”

สตาร์ก: “ทุกคนนะนำตัวอีกรอบ เรามาอย่างสันติ”

ทีมมนุษย์อวกาศ: “เรามาอย่างสันติ”

ทีมมนุษย์อวกาศทำท่าวัลแคน คาชิม่าเองก็อบรมระยะสั้นมาเช่นกัน แต่ดูเหมือนคาชิม่าจะกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้ามิลฮอร์ ทุกคนยืนตัวตรง ทำท่าวัลแคน ????

มิลฮอร์: “ทุกคนคะ? ฉันว่าเราทำตัวตามสบายดีกว่านะคะ”

สตาร์ก: “ไม่เป็นไรขอรับ เราต้องการความประทับใจครั้งแรก เพื่อสันติสุขของมวลสปีชี่ส์และดวงดาว”

มิลฮอร์: “พวกท่านมาจากไหนกันเหรอ”

สตาร์ก: “เรามาจากสหพันธ์ดวงดาว ณ แกแลคซี่อื่นไกลโพ้น”

มิลฮอร์: “แก-แลก-ซี่?”

สตาร์ก: “มาจากดาวอื่นอันไกลโพ้น”

มิลฮอร์: “ดาว? ดาวที่สว่างบนฟ้าเยอะๆน่ะนะ”

สตาร์ก: “ขอรับ ดาวทุกดวงบนท้องฟ้าต่างก็เป็นดวงอาทิตย์ที่ท่านเห็นทุกวันทุกดวง ดาวเคราะห์ที่เป็นของเราเองก็โคจรรอบดวงอาทิตย์พวกนั้นเหมือนกันกับโลกของท่าน

ริคอตต้า: “งั้นก็หมายความว่าแฟนทาสเซียโคจรรอบดวงอาทิตย์งั้นสิ!!! ทฤษฎีฉันถูกแต่ดันไม่มีใครเชื่อ โถ่~~”

สป๊อก: “ท่านเรียก PA-01 ว่าแฟนตาสเซียหรือ”

เอแคลร์: “หา?! ท่านเรียกแฟนตาสเซียด้วยชื่อแปลกๆแบบนั้นหรือ?”

อินุยาชิกิ: “ไม่ ที่นี่คือโลธัล”

เอแคลร์: “หา?! ท่านก็ด้วย!!”

ริคอตต้า: “โลธัล….โลธัล...เหมือนจะมีโบราณวัตถุหลายอย่างเชียนเกี่ยวกับโลธัล”

อินุยาชิกิ: “เพราะข้าคือชาวโลธัลยังไงล่ะ”

มิว: “ดิฉันเองก็เช่นกันค่ะ”

มิลฮอร์: “ท่านทูตคะ คุยกันที่นี่คงไม่สะดวกเท่าไหร่ ขอเชิญแขกผู้มีเกีรยติไปที่ห้องอาหาร เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสารค่ะ”

มิลฮอร์ชวนทุกคนไปที่ห้องอาหาร ทุกคนต่างเห็นด้วย แต่คาชิม่าที่เป็นซัคคิวบัสก็ยังกลัวๆอยู่ ระหว่างเดิน  มิลฮอร์ก็จับไหล่คาชิม่า คาชิม่าตกใจเป็นอย่างมาก

มิลฮอร์: “คาชิม่า เธอเป็นซัคคิวบัสสินะ”

คาชิม่า: “กรี๊ด!! ร...รู้ได้ไง”

มิลฮอร์: “ก็เธอเผยปีกออกมาตอนสู้ทีลค์น่ะ”

คาชิม่าตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เธอกลัวว่าเธอต้องโดนมิลฮอร์ฝั่งจักรวรรดิพระเจ้าฆ่าแกงไม่ก็รีดข้อมูลแบบ CIA แต่มิลฮอร์กลับยิ้มและลูบหัวคาชิม่า

มิลฮอร์: “ไม่ต้องกลัว คาชิม่า เธอทำประโยชน์ให้บิสคอตติมากกว่าอาณาจักรปีศาจอีก ฉันรู้แต่แรกแล้วว่าเธอเป็นซัคคิวบัส เธอทั้งทำเควส สู้ในสนามประลองเพื่อเป็นตัวแทนของบิสคอตติและสู้ในสงครามนิ แถมเธอยังมีทีลค์คุงปกป้องด้วย”

คาชิม่า: “ทีลค์….ทีลค์คุงเหรอ!!!”

คาชิม่าหน้าแดงใหญ่ แต่ทีลค์ยังงง

และแล้วพวกเขาก็นั่งลง มีอาหารเสริฟ สป๊อกวิเคราะห์แล้วว่าทุกอย่างกินได้ แถมยังเรียนรู้จากยูกุด้วย และนั่นทำให้เขาถูกยูกุจ้อง

ทุกคนแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน สตาร์กชาวมนุษย์กัปตันยานเอนเตอร์ไพรส์ อนาคินชาวแกแลคติกเป็นเจไดและช่างกล สป๊อกชาววัลแคนเป็นนักวิจัย ทีลค์ชาวกูลด์เป็นทหาร สตาร์ลอร์ดชาวมนุษย์เป็นโจรที่ทำงานให้สตาร์ก ซึ่งทั้ง 5 คนมาจากต่างแกแลคซี่ อินุยาชิกิชาวโลธัลเป็นหมอ มิวผู้เป็นแอนดรอยด์เป็นไอดอลโลธัล สองคนนี้คือชาวโลธัลผู้ฟื้นขึ้นมา ยูกุสัตว์ผลึกดวงดาวเป็นอดีตผู้รักษาธรรมชาติ ปัจจุบันลูกยานเอนเตอร์ไพรส์ วินรี่สามัญชนเป็นนักประดิษฐ์มีอาจารย์เป็นอนาคิน อิคารอสเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ คาชิม่าเป็นซัคคิวบัส แต่ละคนมีประวัติต่างกันไป

ทีมมนุษย์อวกาศ 5 คนแรก (สตาร์ก อนาคิน สป๊อก ทีลค์ สตาร์ลอร์ด) เล่าถึงการผจญภัยในอวกาศ ทั้งการสำรวจอวกาศ หนทางแห่งเจได การต่อสู้ทั้งบนฟ้าและผืนดิน ค้าของเถื่อน รวมถึงโมโนไลท์ จากนั้นก็การค้นพบลุงอินุยาชิกิ โลธัลที่ล่มสลาย (มิลฮอร์แสดงความเสียใจกับโลธัลด้วย) การคุยกับยูกุ เสียงเพลงของมิว การเยี่ยมวินรี่ แข่งยาน สนามประลอง ทุกเรื่องต่างดุเด็ดเผ็ดมันและเหลือเชื่อ นี่คือการผจญภัยในอวกาศที่เหนือกว่านักผจญภัยแถวๆอาณาจักรปีศาจหรือผู้กล้าปราบมาร มีทั้งวัฒนธรรมใหม่ สิ่งลึกลับอย่างฟอร์ซหรือโมโนไลท์ สงคราม สันติ และสิ่งที่ไม่รู้จักทั้งไต้และเหนือบรรยากาศของโลกแต่ละใบ สตาร์ทิ้งท้ายว่า “นี่แหละ อวกาศ”

หลังจากนั้น สตาร์ก็ได้ล้วงข้อมูล จนได้ว่า มิลฮอร์ ฟิรันโน่ บืสคอตติ ชาวหูสัตว์ และไม่มีใครที่นี่เรียกตนเองว่าแอนทิลอท มิลฮอร์ เป็นชนชั้นสูงชาวหูสัตว์ ปกครองเมืองนี้ “บิสคอตติ” เป็นเมืองที่มีเผ่าหูสัตว์ประมาณ 71.5% ส่วนมากเป็นหูหมา ตอนนี้กำลังเกิดสงครามกับ “กาเล็ต” และ “พัลเทียช” เมืองไกล้เคียง ทุกปีจะมีผู้กล้าชื่อ “ชินกุ” จากโลกอื่นมาช่วยทำสงคราม ทันทีที่พวกมนุษย์อวกาศได้ยินเกี่ยวกับแท่นอัญเชิญ ก็ตื่นตาทันที และคอนเฟิร์มทันทีว่าดาวดวงนี้มีเชื้อเพลิงที่ต้องการ พวกเขาขอให้มิลฮอร์ไปที่แท่นอัญเชิญ มิลฮอร์ตกลง

การเดินทางนั้น ถึงแท่นอัญเชิญจะอยู่ในกำแพงและอยู่ไม่ไกล กระนั้นก็ยังเป็นป่าซึ่งไม่ต้องกลัวตาย เพราะเธอกล่าวว่าพลังแห่งฟรอนเนีย ดินแดนแถบนี้ปกป้องทุกคนโดยเฉพาะหูสัตว์ที่เป็นประชากรหลัก แต่ที่ยิ่งกว่านั้น มิลฮอร์ เอแคลร์ ริคอตต้า คาชิม่า ก็ได้ขึ้นยานมิลเลนเนี่ยมฟาลค่อน เหมือนว่าทุกคนที่มาจากแฟนตาสเซียจะคึกคักเป็นพิเศษ อิคารอสเองก็ไม่เคยขึ้น เคยแต่ดูด้านนอก เธอได้อนาคินเป็นไกด์ ดูเหมือนอิคารอสจะชอบอนาคินเป็นพิเศษ เธอศึกษาส่วนต่างๆของยานในเวลาสั้นๆ ส่วนคาชิม่าก็พยายามที่จะจับทีลค์ลวนลาม ในที่สุดสตาร์ลอร์ดและยูกุก็พามาถึงแท่นอัญเชิญ

ยานมิลเลนเนี่ยมฟาลค่อนจอดลง สป๊อกใช้เครื่องแสกนนของยานแสกนเแท่นอัญเชิญ ทุกคนลงมาจากยาน

สป๊อก: “อะไรกันแน่เนี่ย”

สป๊อกดูผลการสแกน แท่นอัญเชิญมีวงจรภายในซับซ้อนไปหมด อินุยาชิกินึกอะไรขึ้นได้

อินุยาชิกิ: “แท่นวอร์ปนั่น...”

สตาร์ก: “มันคืออะไร”

อินุยาชิกิ: “เครื่องขนย้ายข้ามมิติ สำหรับโลธัลเป็นเพียงโปรเจกต์ที่ยังไม่สำเร็จ”

มิลฮอร์: “แต่ฉันใช้มา 3 ปีแล้วนะคะ ไหนจะมีบรรพบุรุษอีก”

อนาคิน: “ฉันอ่านใจมิลฮอร์ดู หล่อนไม่โกหก และผู้กล้าชื่อ...ชิน...ชิ..ชินกะ...

มิลฮอร์: “ชินกุค่ะ และก็มีรีเบ็คก้า กับนานามิ ว่าแต่ อนาคินรู้ได้ไงคะ?

อนาคิน: “พลังฟอร์ซไงล่ะ”

อิคารอส: “สมกับที่เป็นเจ้านายค่ะ”

อิคารอสเข้านัวเนียกับอนาคิน อนาคินพลางลูบหัวไป ส่วนคาชิม่าอยากทำบ้างแต่โดนสะกดโดยสายตาของทีลค์

สป๊อก: “เราลองขึ้นไปสำรวจกัน”

ทีมมนุษย์อวกาศขึ้นไปยืนบนแท่นทั้งหมด

ณ อีกด้านของมิติ มีหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังจ้องพวกทีมมนุษย์อวกาศอยู่ โดยการส่งผ่านสัญญาณผ่านเวริ์มโฮลเล็กๆ

???: “ได้เวลาหัวใจเต้นตึกตักๆแล้วสิ...จัส..โม...อิก...ก…

เหมือนมิติรอบๆเธอจะบิดๆเป็นเหมือนภาพแตกในจอ เสียงเธอกะตุกตะกัก เธอพิมพ์ข้อมูลลงคอม แล้วกด Enter

ตวือออออออ

ณ แท่นอัญเชิญ จู่ๆวงแหวนบนพื้นก็สว่างขึ้น

สตาร์ก: “เหวอ อะไรน่ะ”

มิลฮอร์: “วงเวทย์มัน….”

อินุยาชิกิ: “เป็นไปไม่ได้!!!!!!”

ทันใดนั้นก็มีลำแสงพุ่งออกมาคลุมทีมมนุษย์อวกาศ ก่อนที่จะหายไปพร้อมทีมมนุษย์อวกาศ หลังจากนั้น วงเวทย์ก็ทำงานอีกครั้ง พาผู้กล้าเด็ก 3 คนมายังแท่น

มิลฮอร์: “แย่แล้ว!! ชินกุ รีเบ็กก้า นานามิ คือว่า….

ทีมมนุษย์อวกาศถูกพัดเข้าไปในเวิร์มโฮล

จบตอน

==================================================================


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น