คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7...100%


     อัพเดท 25 ก.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 5 Overall : 17,863
168 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 72 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1187 , โพส : 10 , Rating : 100% / 8 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

ตอนที่ 7

 

ปุริมานเดินเนิบช้าออกจากห้องน้ำ ผมยาวลีบกับผิวแก้มและแผ่นหลังบอบบาง หญิงสาวใส่ชุดนอนอย่างจงใจว่าจะไม่ออกจากห้องอีก เสียงถอนสะอื้นดังสะท้อนไปถึงหัวใจที่หุบแฟบ ในสมองมีแต่คำถามว่าการะเตทำแบบนี้กับเธอทำไม ทั้งๆ ที่เธอจำเขาได้ในวินาทีแรกในห้องทำงานวันนั้น แต่เขาต่างหากที่ปฏิเสธต้องการเป็นคนอื่นอยู่ร่ำไป แล้วตอนนี้ทำไมถึงยอมรับกับเธอง่ายๆ แล้วยังท่าทีที่ห่างเหินไม่เป็นมิตรตลอดหลายวันที่ผ่านมาอีก การะเตทำแบบนั้นทำไมกัน

...ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ปุริมานหันไปมองที่ประตูห้องซึ่งเปิดออกพร้อมกับที่ป้าม่อมเดินเข้ามา วันนี้อาหารแสนวิเศษของป้าม่อมคงเป็นหมันแล้วล่ะ

“คุณบัวขา ไปทานข้าวได้แล้วค่ะ”

“บัวปวดหัวค่ะป้าม่อม ขอตัวไม่ลงไปข้างล่างแล้วกันนะคะ เดี๋ยวทานยาแล้วจะนอนเลย” หญิงสาวบอกพลางแอบเอานิ้วไขว้กัน วันนี้ไม่อยากเจอหน้าพี่เตแล้วนี่

ป้าม่อมยื่นหลังมือมาแนบหน้าผากมน แปลกใจเล็กน้อยที่ไม่ร้อนอย่างที่คิด เลยคิดไปว่าอาจจะเป็นไข้หลบในกระมัง

“เอ ถ้างั้นเดี๋ยวป้าเอาอาหารใส่สำรับมาให้ทานในห้องดีกว่า แล้วค่อนทานยา เดี๋ยวยากัดกระเพาะไม่ดีนะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะป้าม่อม บัวไม่หิว” ปุริมานรู้สึกผิดจริงๆ ครั้นจะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรก็พูดไม่ออกอีก

“ไม่ได้เหมือนกันค่ะ คุณบัวไปนั่งพักนะคะ เดี๋ยวป้ามา”

ปุริมานยกมือไหว้ป้าม่อมลับหลัง ความจริงเธอไม่ได้เป็นอะไรเลย แต่ไม่รู้จะบอกเหตุผลของการที่ไม่ลงไปทานข้าวว่าอย่างไรดี ป่านนี้คนปากแข็งที่อยู่ๆ ก็ปากอ่อนคงรู้ทันตามเคย แต่ใครสนล่ะ

 

ลุงยศ ลุงแสงและการะเตกำลังนั่งคุยกันเสียงหัวเราะร่วน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องราวในอดีตหรือไม่ก็วีรกรรมของการะเตกับปุริมาน ป้าม่อมเดินลงมาทันได้ยินเลยยิ้มตาม 3 หนุ่ม แต่วัยต่างกันหลายรอบ

“อ้าว คุณบัวล่ะ” ลุงยศถามเมียที่เดินเข้าครัวไปหยิบถาดกับจานออกมาอีกชุด

“ปวดหัวน่ะ” ป้าม่อมบอกลุงยศพลางหันไปบอกแขก “คุณเตทานอาหารเลยดีกว่าค่ะ นี่ก็เลยเวลามามากแล้ว”

การะเตยิ้มพราว เขาเดาได้ตั้งแต่เห็นป้าม่อมเดินขึ้นไปตามคนที่บอกว่าจะขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว

“ฝากบอกคุณหนูบัวด้วยนะครับป้าม่อมว่าขอให้หายป่วยไวๆ”

ป้าม่อมยิ้มรับรีบตักข้าวใส่จานและแบ่งกับข้าวใส่ถ้วยใบเล็กแล้วลำเลียงทุกอย่างใส่ถาด ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนของเรือนไทยไป

คิดๆ แล้วก็ตลก แต่กลับหัวเราะไม่ออก ปุริมานช่างไม่ต่างจากเด็กหญิงแสนงอน ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นั้น เขาคงไม่มีทางกลับมาเพื่อเป็นคนอื่นของเธอหรอก โทษใครไม่ได้สินะ คงต้องโทษส่วนหนึ่งที่ร้ายกาจของปุริมานเท่านั้น

 

ป้าม่อมเข้ามาช่วยชีวิตปุริมานเอาไว้แท้ๆ ไม่อย่างนั้นวันนี้เธอคงได้ไปทำงานสาย อาหารเช้าไม่มีเวลากินเป็นแน่ เมื่อคืนที่หลับสบายไม่ฝันถึงใครให้นอนไม่หลับก็คงต้องขอบคุณป้าม่อมอีกนั่นแหละที่เอายามาให้กินก่อนนอน เลยหลับสบายจนถึงเช้า พออิ่มท้องและกำลังจะให้ลุงยศไปส่งที่ปากซอยเพื่อนั่งรถแท็กซี่ไปทำงาน คนที่ทำให้ต้องแกล้งป่วยก็ขับรถมาจอดเทียบหน้าบ้าน หรูและเรียบร้อย ชุดทำงานเรียบกริบ แต่ใบหน้ายังเฉยเมยดุจเดิม นี่เรายังเป็นคนอื่นต่อกันอยู่อีกหรือ

“ขึ้นรถสิหนูบัว” แพทริคสั่งเสียงเรียบยอมเรียกปุริมานเหมือนเดิม

ปุริมานยืนเฉยเหมือนไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน จงใจทำให้การะเตรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรตลอดหลายวันที่เขาทำเหมือนไม่รู้จักกัน ขอแค่วันนี้วันเดียว ถ้าทำตัวดีๆ เหมือนเดิม เธอจะยอมคืนดี

ดวงตาคมหรี่มองอย่างไม่ชอบใจพลางออกปากสั่งเป็นหนสอง

“ทำไมต้องให้พูดซ้ำๆ ขึ้นรถเดี๋ยวนี้”

“ไม่ เชิญคุณแพทริคไปทำงานเถอะค่ะ วันนี้ฉันจะนั่งรถไปเอง”

นึกแล้วก็อยากเขกหัวตัวเองที่ดันเชื่อเขาที่บอกว่าขับรถผ่านมาเมื่อวันก่อน ผ่านมาที่ไหน อยู่บ้านติดกันชัดๆ คนรอชักกรุ่นในอารมณ์ ถอนใจยามมองคนดื้อรั้นไม่เข้าท่า

“อยากให้พี่ยอมรับว่าเป็นพี่เต พี่ก็ทำแล้วยังจะเอายังไงอีก”

“ไม่ต้องทำยังไงค่ะ เรากลับไปเหมือนเดิมก็ได้ค่ะคุณแพทริค” คิดว่าทำแบบนี้แล้วเธอจะหายโกรธหรือไง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน คนที่เป็นฝ่ายง้อมีหรือที่จะไม่ใช่การะเต อดีตที่สวยงามได้ผ่านไปจนหมดแล้ว ที่เขาเคยบอกว่าเรื่องที่ไม่น่าจดจำก็แค่ลบออกไปจากสมอง แต่ไม่เคยเลยที่เขาจะทำได้จนกระทั่งกลับมาหาปุริมานตามสัญญา แม้ว่ามันจะไม่มีคำว่า รักดังแต่ก่อน ทว่าให้ลืมกลับทำไม่ได้สักครั้ง

“ก็ได้ พี่พยายามลืมแล้วนะว่าหนูบัวทำยังไงกับพี่บ้าง แต่ถ้าหนูบัวต้องการให้เราเป็นเหมือนคนไม่รู้จัก พี่ก็ไม่ขัดข้องอะไร พี่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าหนูบัวเลือดเย็นมาแต่ไหนแต่ไร”

ปุริมานชะงักมองคนกล่าวหา “พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงคะ”

แพทริคส่ายหน้ายิ้มเยาะ ปุริมานคงไม่รู้แน่ๆ ว่าเขาใจร้ายและเลือดเย็นได้มากกว่าเธอหลายร้อยเท่า

“ไปทำงานให้ทัน 8 โมงครึ่งด้วยคุณปุริมาน”

รถถูกเร่งเครื่องและแล่นจากไปอย่างรวดเร็ว ปุริมานเชิดหน้า เธอไม่คิดจะง้อเขาอยู่แล้ว แต่เพียงวินาทีต่อมาเธอก็แทบอยากวิ่งไปขอให้การะเตหยุดรถ นี่เธอลืมเรื่องสำคัญว่าสารเคมีที่ได้มาอย่างยากลำบากยังอยู่ที่รถของเขาได้ยังไงนะ แล้วนี่โกรธเธอจริงๆ หรือ ลืมไปแล้วหรือไงว่าใครผิดกันแน่

 

ในทันทีที่ไปถึงบริษัทปุริมานก็ให้อลินติดต่อกับเลขาของแพทริคเพื่อขอพบ แต่กลับได้คำตอบที่ทำให้ยิ่งไม่เข้าใจ สั่งให้เธอมาถึงที่ทำงานตามเวลา แต่ตัวเองไปไหนก็ไม่รู้ ไหนว่าผู้บริหารที่ดีต้องตรงต่อเวลาไง เกือบ 11 โมงนั่นล่ะ เขาก็เข้าบริษัท แต่ก็มีเหตุให้เข้าพบไม่ได้อีกเมื่อคุณอัศนัยขอพบแพทริคและคุยกันยาวนานจนถึงเวลากลางวัน จบข่าว ครึ่งวันผ่านไปโดยที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

หญิงสาวกำลังเซ็งๆ นภดลกับวิภาดาก็ชวนไปทานอาหารข้างนอก โดยนภดลอาสามารับถึงบริษัท ส่วนเพื่อนสาวอีกคนไปสั่งอาหารให้พร้อมสรรพเพื่อความรวดเร็ว

ปุริมานเดินมารอลิฟต์ สมองก็ยังคิดเรื่องสารเคมีว่าป่านนี้การะเตเอาไปไว้ที่ไหนแล้ว หรือว่ายังอยู่ที่รถของเขา เสียงบานลิฟต์เปิดเบาๆ หญิงสาวก้าวเข้าไปพร้อมกับร่างสูงของคนที่อยากพบมาทั้งวันก็ก้าวเข้ามาเช่นกัน เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้เข้ามาคนเดียว แต่ยังคุยติดพันกับคุณอัศนัยอีกด้วย

“หลานบัวจะไปทานข้าวใช่ไหม ไปกับลุงก็ได้นะ วันนี้ลุงกับคุณแพทริคจะไปทานข้าวด้วยกัน” อัศนัยเพิ่งเห็นปุริมานรีบเอ่ยชวน

ปุริมานมองหน้าคนมีธุระยุ่งทั้งวัน เขาน่าจะรู้ว่าเธอมีศัตรูหมายเลขหนึ่งเป็นใคร แล้วทำไมถึงทำเหมือนอยู่กันคนล่ะข้างของการแข่งขันที่ไม่มีใครเอ่ยถึง แต่มันดำเนินอยู่ตลอดเวลา

“เอ่อ...บัวมีนัดแล้วค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะคะ” หญิงสาวบอกพลางแอบถอนใจโล่งอกเมื่อบานลิฟต์เปิดออก

“ก็ได้ๆ เอ สงสัยนัดของหลานบัวจะมาแล้ว ลุงเดาถูกหรือเปล่า”

นภดลยกมือเรียกปุริมาน ถึงไม่ตอบ ทุกคนก็คงรู้คำตอบได้เองรู้แล้วกระมัง

“บัวขอตัวนะคะ”

ปุริมานเบี่ยงตัวหลบการะเตแล้วเดินลิ่วๆ ไปหานภดล เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เธอเริ่มจะเชื่อแล้วว่าที่การะเตบอกว่าไม่รู้จักเธอ เขาพูดจริง แล้วยังคำพูดแปลกๆ เมื่อเช้า เธอเลือดเย็นกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มีแต่เขานั่นแหละที่ทอดทิ้งกัน ทั้งที่บอกว่าจะไม่ลืมกัน แล้วทำไมถึงไม่ติดต่อกับเธอเลย

...7 ปีที่เราติดต่อกัน ตามมาด้วย 3 ปีที่เหมือนล้มหายตายจาก ใครกันแน่ที่เลือดเย็น

 

บ่ายมากแล้ว การะเตยังคงนั่งทำงานเงียบๆ และสั่งให้แกริคปฏิเสธทุกนัดหมาย รวมถึงการเข้าพบของใครต่อใครในบริษัท สิ่งเดียวที่เรียกสมองที่วุ่นวายกลับมาได้มีแต่เรื่องงานเท่านั้น ทว่าตั้งแต่กลับมาหลังเที่ยง เขายังไม่ได้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง

เงียบ...เงียบจนน่าหงุดหงิด

ทั้งที่พอใจควรที่เป็นอย่างนี้ จู่ๆ ประตูก็เปิดออกโดยไม่ได้เคาะ แกริคหน้าเจื่อนเมื่อไม่สามารถห้ามปุริมานได้ แพทริคเลิกคิ้วนิดเดียวประตูก็ปิดลง เหลือไว้เพียงหญิงสาวที่จ้องมองมาก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดออกมาว่า

 “บัวอยากได้สารเคมีที่คนของบัวส่งตัวอย่างมาเดี๋ยวนี้ค่ะ” คำว่า ฉันคงห่างเหินเกินไปแล้วสำหรับเธอกับเขา

การะเตพยักหน้าย่นคิ้วมองคนทวงก่อนจะส่ายหน้าให้รู้ว่าเรื่องราวในโลกนี้ถ้าไม่อยากให้มันง่ายก็ยอมกลายเป็นยากอย่างที่เรากำลังจะทำ

“มีอะไรมาแลกเปลี่ยน”

“พี่เต!

ปุริมานกอดอกมองคนขอบางอย่างมาแลกเปลี่ยน เรื่องอะไรกัน ของก็ของที่เธอใช้ความพยายามในการได้มันมา แล้วตอนนี้กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของการะเตไปได้ยังไงกัน

การะเตลุกขึ้นแล้วเดินมาหาคนยืนนิ่งจนคล้ายหุ่นเข้าไปทุกที ถ้าไม่รับรู้ได้ถึงแรงกระเพื่อมของหัวใจที่แสดงออกมาเป็นเสียงถอนใจที่จงใจให้ดังพอที่จะได้ยิน

“บอกมาว่ามีอะไรมาแลกเปลี่ยนแล้วพี่จะพิจารณาอีกที”

มือบางกำแน่น รู้แล้วไม่ใช่เรื่องล้อเล่น การะเตพูดจริง เกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป เวลาหลายปีที่ได้พบกันทำให้ผู้ชายที่อ่อนโยนที่สุดกลายเป็นคนเย็นชาและเลือดเย็นได้ขนาดนี้ แล้วทำไมเขาถึงเลือกที่จะใช้กับเธอด้วย

“ทำไมพี่เตถึงทำแบบนี้ ทำไมต้องทำเป็นเหมือนไม่รู้จักบัว ทำไมต้องเย็นชาใส่ ทำไมไม่เหมือนพี่เตคนเดิม”

เรียวปากหนายิ้มหยัน ปุริมานจะรู้ไหมว่าความเลือดเย็นของเธอต่างหากที่ทำให้เขารู้จักเสี้ยววินาทีของความตาย ในวินาทีนั้นเขาสาบานกับตัวเอง ถ้ารอด ไม่ว่าอะไรที่ทำได้เพื่อให้ผู้หญิงคนนี้เจ็บปวดเหมือนกับที่เขารู้สึกได้ แน่นอน เขาจะทำอย่างไม่ลังเล

“ทุกอย่างเป็นเพราะใครล่ะ ไปคิดมาว่ามีอะไรมาแลกเปลี่ยน แล้วพี่จะคืนสารเคมีให้”

ก็ได้! คนอย่างปุริมานไม่มีวันขอร้องใครเป็นหนสอง เธอคิดไม่ถึงเองว่าเขาจะทำแบบนี้ ไม่ว่าเขาจะทำไปเพื่ออะไร เธอไม่ขอรับรู้

“พรุ่งนี้บัวจะไปเอาสารเคมีมาใหม่”

“มันไม่ทันแล้วล่ะ หนูบัวก็รู้เหมือนกับพี่ว่ามันไม่มีตัวอย่างสารเคมีนั้นอีกแล้ว ตอนนี้พี่เป็นคนเดียวที่มี คิดดูดีๆ แล้วมายื่นข้อเสนอกับพี่”

ปุริมานยิ้มใส่คนใจร้าย ถ้าไม่พยายาม แต่ยอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ เธอก็คงแพ้ตลอดไป นี่เองกระมังเหตุผลที่การะเตคุยกับอัศนัยถูกคอเพราะเขาอยู่คนละฝั่งกับเธอมาตั้งแต่แรก ช่างเถอะ ถึงเธอจะถูกปล่อยให้โดดเดี่ยว ก็ไม่มีวันเสียล่ะที่จะยอมแพ้ หญิงสาวหันหลังเดินออกไปจากห้องและไม่หันกลับมามองว่าการะเตมองตามมาด้วยสายตาเช่นไร

 

ปุริมานมองเวลาตอนนี้ที่ดัลลัสคงเกือบตี 3 แล้ว แต่เธออยากได้ยินเสียงของปราณให้พออุ่นใจได้ว่าทุกคนยังไม่ได้ทิ้งเธอไป ปราณยังเป็นคนที่เธอไว้ใจได้ รอสัญญาณนานพอสมควรพี่ชายก็รับสายด้วยเสียงที่งัวเงียที่เจ้าตัวคงสงสัยไม่น้อยว่าจู่ๆ เธอโทรหาในเวลานี้ทำไม

“มีอะไรหรือเปล่าน้องบัว งานที่โน่นเป็นยังไงบ้าง” ปราณถามพลางเหล่มองเวลา

“ขอโทษนะคะที่รบกวนเวลานอน ไม่เห็นหน้ากันบัวเลยคิดถึงมั้งคะ” พอได้ยินเสียงเพลียๆ ของปราณ ปุริมานก็รู้สึกผิดจุกอก

คนถูกคิดถึงหัวเราะชอบใจ  “พี่ก็คิดถึงน้องบัวเหมือนกัน”

“ที่โน่นเป็นยังไงบ้างคะ”

“ยังพูดยากอยู่ น้องบัวล่ะ”

ปุริมานแอบถอนใจ ถ้าบอกปราณว่าอยากบ้าตายวันละร้อยรอบ สงสัยพรุ่งนี้ได้รีบเจรจาแล้วรีบกลับมาอย่างไวแน่ๆ เธอไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจไปด้วยเลย คราวหน้าเธอจะไม่ทำตามใจตัวเองแบบนี้อีก

“ทุกอย่างโอเคอยู่ค่ะ ยังไม่ถูกแวมไพร์ดูดเลือดจนหมดตัว พี่ปราณหลับต่อเถอะนะคะ บัวไม่กวนแล้ว”

“ดูแลตัวเองนะน้องบัว เสร็จงานทางนี้แล้วพี่จะรีบกลับ” ปราณสั่งทิ้งท้ายก่อนจะเป็นฝ่ายตัดสายไป

ปุริมานนั่งถอนใจเซ็งๆ เบื่อตัวเอง เบื่อทุกคนบนโลก อยากหลับยาวๆ แล้วปัญหาของบริษัทได้ถูกแก้ไขไปแล้ว แต่ใครบ้างจะทำแบบนั้นได้ ต้องไม่ยอมแพ้เท่านั้นคือทางออกของเธอ แล้วจะเริ่มจากตรงไหนดี

               

                ชุดสีชมพูดอ่อนของร่างเล็กเปรอะเปื้อนดินสีตุ่นๆ ทว่าใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มือเล็กกำลังช้อนขนมครกดินให้เพื่อนเล่นคู่ใจที่วันนี้อยู่เป็นเพื่อนเล่นตั้งแต่เช้า เด็กหญิงปุริมานยิ้มตาหยีใส่คนที่ช่วยเอากลีบดอกดาวเรืองมาโรยบนขนมครกให้สวยน่ากิน ถึงแม้มันจะกินไม่ได้ก็ตาม

                ทำไมพี่เตตาสีฟ้า หนูบัวตาสีดำ ไม่สวยเหมือนตาของพี่เตเลยเด็กน้อยถามเสียงใสพลางจ้องดวงตาสีฟ้าของพี่เตอย่างสงสัย

                การะเตยิ้มพลางยื่นหน้าเข้ามาให้เด็กหญิงปุริมานได้เห็นดวงตาสีฟ้าของเขาชัดๆ

                พ่อพี่เตเป็นฝรั่งตาสีฟ้าไงล่ะหนูบัว

                ทำไมหนูบัวไม่เคยเห็นเลยเด็กหญิงถามต่อ

                เจ้าของใบหน้าลูกครึ่งยิ้มพลางถอนใจยามตอบ            พ่อของพี่เตอยู่ที่อเมริกา แม่บอกว่าสักวันพ่อจะมารับเราสองคนไปอยู่ที่โน่นด้วยกัน

                หนูบัวไปด้วยได้ไหมคะ

                การะเตหัวเราะเสียงเบาๆ พลางยื่นมือมาลูบผมเพื่อนต่างวัยอย่างเอ็นดู ดูสิ มองมาตาโตดูตื่นเต้นเชียว

                ถ้าแม่ของหนูบัวอนุญาต

                ว้า ถ้างั้นหนูบัวคงอดไป

 

                เรียวปากที่ลิปติกเลือนเม้มริมฝีปาก แน่ล่ะสิ ถึงตามไปได้ พี่เตก็คงไม่ยอมให้หนูบัวตามไปหรอก คนใจร้ายแบบนั้นจะอยากให้เด็กผู้หญิงน่ารำคาญไปอยู่ใกล้ๆ ด้วยทำไมกันล่ะ ร่างเพรียวถอนใจเบาๆ หลับตาพริ้ม แขนพับรองใบหน้าไว้กับพวงมาลัยรถยนต์ ไม่ได้นำพาเสียงแตรที่กรีดลั่นด้วยความไม่พอใจ ในความฝันอะไรก็เกิดขึ้นได้อยู่แล้วนี่นา

                ใครคนหนึ่งวิ่งมาที่รถซึ่งจอดนิ่งไม่ขยับอย่างร้อนใจ นานเกินกว่าจะรอให้เจ้าของรถเคลื่อนรถคันนี้ ผิดปกติอย่างไม่ต้องรอคำตอบจากใคร เพียงแวบแรกที่เห็นปุริมานฟุบไปกับพวงมาลัย ใจของใครคนนั้นแทบขาดรอนๆ

                กำปั้นใหญ่ทุบกระจกพร้อมกับกดโทรศัพท์หาคนที่ยังนิ่งสนิท รถด้านหลังยังคงบีบแตรเสียงดังลั่น บ้างก็เปิดกระจกยื่นหน้าออกมาตะโกนต่อว่า หรือไม่ก็เบี่ยงเลนเพื่อให้ทันไฟเขียว

                “หนูบัวเป็นอะไรหรือเปล่าเปิดประตู” การะเตตะโกนเสียงดัง ทว่าร่างเพรียวในรถยังไม่ไหวติงระดับเสียงก็ยิ่งดังขึ้น

                แกริคเข้ามาสมทบพลางช่วยนายโทรศัพท์หาปุริมาน

ผ่านไปนานหลายนาทีร่างที่ฟุบกับพวงมาลัยก็ขยับอาจเพราะได้ยินเสียงโทรศัพท์หรือเสียงทุบกระจกก็ไม่ทราบได้ ใบหน้าเหนื่อยล้าหันมามองการะเตหลังกระจกอย่างงงๆ แต่ก็เลื่อนมือที่คล้ายเป็นเหน็บชาไปกดปลดล็อคประตูพลางมองไปรอบๆ ตัว นี่เธอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วหลับไปได้ยังไง แต่นั่นไม่สำคัญเท่าที่การะเตคว้าร่างของเธอออกมาจากรถ

                “พี่เต...”

                “แกริคขับรถคันนี้ไป ผมจะขับรถอีกคันเอง”

                ถึงปุริมานจะยังมึนๆ แต่ก็พอจับใจความได้ แต่ทำไมการะเตต้องลากเธอมาที่รถของเขาด้วย แล้วยังท่าทีเหมือนอยากฆ่าใครสักคนนั่นอีก หิวเลือด แต่ยังหาเลือดมาแก้คลั่งไม่ได้หรือไง ครั้นพอจะถามก็ถูกร่างใหญ่ยักษ์ดุนหลังให้เข้าไปนั่งในรถของเขาแล้ว

                รถแล่นออกมาจากจุดเกิดเหตุ แน่ล่ะคนก่อเรื่องก็เธออย่างไรล่ะ ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อล่ะว่าเธอจะหลับไปเพียงไม่กี่วินาทีที่รอสัญญาณไฟจราจร พอหันไปมองคนน้าตาบึ้งตึงก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าการะเตหัวเสียเรื่องอะไรมา เธอยังไม่ได้กวนอารมณ์เขาสักหน่อย

                “คิดหรือยัง” การะเตถามขึ้น สีหน้ายังไม่ผ่อนคลายเท่าใจที่เคยร้อนรน

                คนถูกถามแอบชำเลืองมองพลางลอบถอนใจ นึกว่าเราจะไม่พูดอะไรกันจนกว่าจะถึงบ้านเสียแล้ว อยากบอกเขาว่า...ขอบคุณ แต่ไม่รู้จะพูดตอนไหน ในเมื่อคำแรกที่เขาเอ่ยกลับเป็นเรื่องที่เธอไม่อยากตอบ

                “ยังค่ะ”

                “แล้วเมื่อไหร่จะคิด”

                ปุริมานกำมือแน่น เมื่อครู่การะเตมาช่วยเธอไว้ทำไม ในเมื่อการปล่อยให้เธออยู่ที่นั่นกับการที่พากลับบ้านด้วยกัน อย่างหลังน่าจะทรมานใจมากกว่า

                “ไม่ทราบค่ะ”

                การะเตรู้ดีปุริมานกำลังตีรวนใส่ แปลกที่เขาพอใจที่เธอเป็นอย่างนี้ แทนที่จะเหนื่อยล้าจนหลับพับไปอย่างเมื่อครู่ วูบแรกที่เห็นเขาสงสารจับใจ แต่เมื่อเห็นเธอปลอดภัยดี ความกรุณาเล็กๆ น้อยๆ ก็ควรจบลงเช่นกัน

                “พี่ให้เวลาถึงพรุ่งนี้เช้า ถ้าไม่มีข้อเสนอ พี่จะเสนอเงื่อนไขเอง”

                ปุริมานทำเป็นหูทวนลม ทั้งที่ได้ยินที่การะเตพูดทุกคำ ถึงไม่ตอบ เขาก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่มีทางเลือกมากมายอะไร แต่ถึงกระนั้นก็จะไม่มีคำว่ายอมแพ้เด็ดขาด

                “วันนี้ไปทานกลางวันกับใคร” การะเตถามขึ้นอีกครั้ง เรื่องอะไรจะปล่อยให้ปุริมานนั่งรถเงียบๆ สบายใจอยู่คนเดียว ทั้งที่ทำให้เขาสงสัยมาเป็นครึ่งวัน

                คนถูกถามชำเลืองมองนิดหนึ่ง ก็ได้ ถ้าอยากรู้ก็จะตอบ  “นภดล...ค่ะ”

                “เขาเป็นใคร?

                “ทำไมพี่เตถึงไปทานข้าวกับคุณอัศนัยคะ” ปุริมานถามกลับ เรื่องอะไรจะยอมถูกตั้งคำถามคนเดียวล่ะ

                คนถูกย้อนถอนใจหงุดหงิด เดี๋ยวนี้ปุริมานไม่เหมือนเด็กหญิงแสนซื่อเสียแล้ว นอกจากไม่ยอมคนแล้วยังยอกย้อนให้น่าโมโหได้อีก แถมเขาก็ขับรถมาถึงบ้านของคนทำให้โมโหแล้วเสียด้วย แต่การะเตยังไม่ต้องการให้คืนนี้จบลงด้วยการที่ปุริมานลงจากรถไปและหลับฝันดี ทั้งที่เขาฝันร้ายมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

                “ตอบพี่มาก่อน”

                “ไม่ตอบค่ะ มันเป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าพี่เตจะลืมว่าเราเคยเป็นใครต่อกันก็ได้ค่ะ บัวจะไม่ทำให้พี่เตวุ่นวายอีก” ปุริมานตอบ ไม่ได้ต้องการประชดหรือหวังผลอะไร วันนี้เธอเหนื่อยมามากแล้วเท่านั้นเอง

                การะเตหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ อยากสอนบทเรียนให้ปุริมานมากกว่านี้ แต่วันนี้เธอคงได้บทเรียนจากเขามากพอแล้ว ก็ได้ พรุ่งนี้เราจะเริ่มกันใหม่

                “คืนนี้พี่จะยอมให้ แต่เรื่องของเราไม่มีวันเป็นเรื่องง่ายอย่างที่หนูบัวต้องการหรอก เข้าบ้านไปได้แล้ว แล้วก็รีบหลับแต่หัวค่ำ ถ้าพรุ่งนี้ไปทำงานไม่ไหวก็ไม่ต้องไป”

                ปุริมานทำหน้าบึ้งใส่คนสั่งยาวเป็นหางว่าว ไหนว่าไม่รู้จักกัน แล้วมาสั่งโน่นสั่งนี่ราวกับสนิทชิดเชื้อเพื่ออะไรกันทั้งที่ไม่มีสิทธิ์สักหน่อย แต่เธอจะพูดอะไรให้นอนไม่หลับขึ้นมาอีกทำไม เหนื่อยแล้วไม่ใช่หรือ

                “แล้วแต่พี่เตค่ะ ขอบคุณค่ะที่มาส่ง”

                หญิงสาวยกมือไหว้เร็วๆ แล้วรีบก้าวลงจากรถไปทันทีและไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำว่าการะเตจะขับรถไปทางไหน บ้านของเขาอยู่ตรงนั้น ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะขับรถไปพักที่โรงแรมอยู่แล้ว

 

                ดึกแล้ว แต่การะเตยังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้หวายริมระเบียงบ้าน ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นมองแสงไฟดวงเล็กจากห้องนอนของใครคนหนึ่งที่เขาสั่งให้เข้านอนแต่หัวค่ำ แต่จนป่านนี้แล้วยังไม่หลับไม่นอน แน่ล่ะถ้าตอนนี้อยู่อเมริกาเขาคงไม่มีเวลามานอนเฉยๆ อย่างนี้หรอก ถ้าไม่อยู่ที่ผับสักแห่งก็คงทำงานอยู่ที่ไหนสักแห่งในบ้านหลังใดหลังหนึ่ง ไม่ใช่การมองหาเจ้าของเหตุผลที่ผลักดันให้เขาเดินทางกลับมาประเทศไทยในครั้งนี้

...กลับมาแก้แค้นผู้หญิงเลือดเย็นคนนั้น

ทว่าหลายวันที่ผ่านมาเขาทำอะไรอยู่กันแน่ แทนที่จะทำให้ปุริมานปวดหัว ร้อนใจ ไร้ความสุข แต่สิ่งที่ทำไปทั้งหมดยกเว้น 2 วันก่อนหน้านี้กลับไม่ใช่ความตั้งใจของเขาเลยสักนิด  อีกเสียงในสมองตอบคำถามนั้นอย่างไม่พอใจตัวเองนักว่า ก็แค่ช่วยต่อลมหายใจของวินิกานต์อีกนิดเท่านั้น ก่อนที่เขาจะทำลายให้ปุริมานเห็น

ใช่! เหตุผลนี้เองที่เขายื่นมือเข้ามาช่วยวินากานต์ในยามที่เหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายที่จะมีตัวตนในวงการธุรกิจ เพียงแต่เพรสตันคงไม่เข้าใจกระมังถึงได้โทรมาหาเขาในตอนนี้ ชายหนุ่มกดรับโทรศัพท์ ยังไม่ทันได้เอ่ยคำ ปลายสายก็ถามนำมาแล้ว

                “แกจะกลับมาได้หรือยัง”

                “ยังครับเพรสตัน ผมยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการเลย” การะเตตอบ ถ้าเพรสตันถามว่าเขาต้องการอะไร ตอนนี้เขาคงยังบอกใครไม่ได้ แต่คำตอบมีอยู่ในใจอยู่แล้ว

                “ก็แค่ซื้อ ไปบริหารบริษัทที่พร้อมจะล้มละลายเพื่ออะไร พ่อไม่เคยเห็นแกทำอะไรไม่มีเหตุผลขนาดนี้เลยนะไอ้แพท”

                การะเตส่ายหน้า ก่อนจะตอบเพรสตันไปว่า

“ผมมีเหตุผลครับเพรสตัน เอาไว้เมื่อถึงเวลาผมจะบอกเพรสตันเป็นคนแรก รับรองว่าผมไม่ทำให้การลงทุนของเราสูญเปล่าแน่นอน เพรสตันวางใจเถอะครับ”

                เพรสตันไม่ได้กังวลเรื่องเงินเลยสักนิด ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่วางมือแล้วให้แพทริคบริหารกิจการในเครือเลเวีย กรุ๊ปทั้งหมดหรอก แต่การที่ลูกชายมีความลับทำให้เขาไม่สบายใจ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ สามารถส่งผลถึงเรื่องใหญ่ได้เสมอ แต่มันคงไม่ใช่เรื่องที่เขาจะห้ามเสียตั้งแต่ตอนนี้

                “ไปเยี่ยมแม่แกบ้างหรือเปล่า”

                ลูกชายยิ้มพลางส่ายหน้า เพรสตันรู้ทันเขา ถ้าพูดเรื่องนั้นต่อไปจะไม่ได้คำตอบ แต่การพูดถึงแม่จะทำให้ความห่างที่ต้องรักษาระยะให้ใกล้เท่าเดิมได้ผล เหตุผลเดียวที่เขายอมเดินทางไปอเมริกาก็เพราะแม่จากไปอยู่สวรรค์ และเพราะแม่ขอไว้เช่นกัน การะเตถึงได้ยอมรับผู้ชายที่แม่บอกเสมอว่าสักวันจะมารับไปอยู่ด้วยกัน แม้ว่าเวลาจะผ่านเลยมานานจนลูกคนหนึ่งเลิกหวัง

การเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลมอสโควิตซ์ทำให้สายเลือดเอเชียถูกลืมไป ส่งผลให้การก้าวเข้าไปสู่เลเวียเป็นเรื่องง่ายขึ้น แม้ว่าสายเลือดที่ถูกผสมด้วยคนเอเชียจะไม่ถูกยอมรับเต็มร้อย และก็สร้างความไม่พอใจให้แดนเนียล...ลูกชายบุญธรรมของเพรสตันไม่น้อยเช่นกัน

                “ยังเลยครับ แต่ยังไงก็ต้องไป”

                “ถ้าไปก็ฝากบอกแม่แกด้วยว่าพ่อยังคิดถึงเสมอ” เพรสตันเอ่ยน้ำเสียงเศร้า ทุกวันนี้เขายังนึกเสียดาย ถ้าเมื่อก่อนเข้มแข็งอย่างในตอนนี้ เมียและลูกชายคนไม่ต้องห่างไกลกัน กว่าจะพบกันอีกทีก็ตอนมาดูใจก่อนตาย

                “ครับ ผมจะบอกให้”

                การะเตกดวางสายเมื่อพ่อวางสายไปก่อน เขารู้ แต่แสร้งเป็นไม่รู้ พ่อรักแม่ แต่ถ้าพ่อมาเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยการรอคอยของแม่ทุกวันๆ พ่อจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่สามารถลืมได้ว่าแม่เจ็บปวดขนาดไหนและมันทำให้เขาไม่สามารถรักเพรสตันได้มากเท่าที่ลูกคนหนึ่งจะรักพ่อได้ รวมถึงไม่เคยเรียกเพรสตันว่าพ่อได้แม้แต่ครั้งเดียว

 

            แล้วจะมา up ต่อจ้า สงสารพี่เตบ้างหรือยัง? ผู้ชายแบบนี้น่าปลอบใจดีออกนา

            ปล. ฝาก link ฝาก link ของ สนพ ธราธร เรื่อง รักละลายแค้นจ้า http://www.taratornpublication.com/Books/Detail/163/รักละลายแค้น/

            ส่วนนี่ FB ของ อัมรานค่ะ   

http://www.facebook.com/beau.amran?ref=tn_tnmn
หรือ
http://www.facebook.com/xam.ran.9?ref=tn_tnmn

 

            อัมราน^^

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1187 , โพส : 10 , Rating : 100% / 8 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 10 : ความคิดเห็นที่ 79
แกล้งหนูบัวของเราอีกแล้ว
Name : แว่นใส [ IP : 202.183.194.2 ]

วันที่: 26 กันยายน 2555 / 16:55
# 9 : ความคิดเห็นที่ 77
ปมมันก็เกิดมาแล้ว
รอคลายที่ละปมละกัน
แต่เกลียดสองแม่ลูกนั่น
Name : ม่อนขามป้อม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ม่อนขามป้อม [ IP : 110.171.190.196 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กันยายน 2555 / 09:25
# 8 : ความคิดเห็นที่ 76
แล้ไม่คิดว่าน้องบัวไม่น่าสงสารหรอค่ะ.....ไม่รู้เรื่่องอะไรก็ต้องมาแบกรับความแค้นที่ไม่ได้ก่อ....ไรเตอร์อะ...ใจร้ายฮือๆๆๆๆๆ
Name : zuyu-P < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ zuyu-P [ IP : 110.49.249.97 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กันยายน 2555 / 03:37
# 7 : ความคิดเห็นที่ 74
สงสารหนูบัวมากกว่าพี่เตคะไรเตอร์ พี่เตใจร้ายเกินไปที่ไม่บอกเหตุผลอะไรเลย

แต่ความรักของน้องบัวคงละลายความแค้นได้นะคะ
Name : มอส [ IP : 27.55.0.72 ]

วันที่: 25 กันยายน 2555 / 20:14
# 6 : ความคิดเห็นที่ 71
ถ้าพี่เตยอมเปิดใจคุยกับน้องบัวจนเข้าใจกัน ก็คงไม่มีเรื่อง รักละลายแค้น เพราะฉะนั้น ต่อให้อยากรู้ อึกอัด อยากถาม และ สงสัยแค่ไหน เราก็จะอดทน ๆๆๆๆๆๆ  อ๊าก จนถึงที่สุด เพราะ รักของหนูบัวเรารู้อยู่แล้ว แต่แค้นของพี่เตสิ เราไม่รู้อ่ะ    เพราะอารายยยยย 

Name : เซกิกั๊บป๋ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซกิกั๊บป๋ม [ IP : 58.8.244.163 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2555 / 17:50
# 5 : ความคิดเห็นที่ 70
พี่เตน่าสงสารก็จริงนะคะ แต่ว่าไม่คิดจะบอกหนูบัวบ้างหรือคะว่าผิดอะไร

ไม่คิดจะพูดกันก่อนเลย ใจร้ายมากกว่านะคะแบบนี้
PS.  เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ทุกคน ส้มจะได้มีนิยายดีๆๆอ่านไง
Name : SoM^0^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SoM^0^ [ IP : 101.108.110.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2555 / 16:20
# 4 : ความคิดเห็นที่ 68
พี่เต ไม่บอกเลยว่าหนูบัวผิดอะไรอยู่ดีดีก็มาโกรธ
Name : มอส [ IP : 27.55.6.128 ]

วันที่: 24 กันยายน 2555 / 21:27
# 3 : ความคิดเห็นที่ 67
เฮ้อ ถึงกับจะต้องตายเลยเหรอ
เกิดอะไรขึ้นหนอ
Name : ม่อนขามป้อม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ม่อนขามป้อม [ IP : 110.171.190.196 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กันยายน 2555 / 16:21
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android